images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 
ความคิดของเรา คือสิ่งที่กำหนดชีวิตเรา

จะว่าไปก็เป็นเรื่องแปลก ที่ชอบมีคนมาปรึกษาปัญหานั่น นี่ โน่น กับฉัน มาเป็นระยะ โดยเฉพาะเรื่อง ชีวิต และเรื่องความรัก
ปกติ ฉันไม่เคยขัดเลยค่ะ ถ้าใครสักคนเดินมาหาและนั่งลงพร้อมจะคุย เพราะฉันถือว่าการที่เขาเลือกที่จะมาคุยกับเรา นั่นแปลว่า ฉันจะได้ทำกุศล ให้ด้วยการรับฟังและแบ่งปัน

ฉันเคยปวารณาและตั้งจิตมั่น ว่าเมื่อสิ้นสุดการทำงานเพื่อระบบธุรกิจ(ของคนอื่น)แล้วไม่ว่าจะเป็นเวลาใด หลังจากนั้นจะขอทำงานใดๆที่ตั้งอยู่บนพื้้นฐานของการแบ่งปัน(Sharing) ให้ก่อน ด้วยจิตที่เป็นกุศล ขอรับใช้พระศาสนา รับใช้พระธรรมของพระพุทธองค์ด้วยการทำความดีตลอดชีวิต
ด้วยใจที่ไม่เห็นแก่ตัว ใจที่ใสสะอาด ใจที่มุ่งในความดีงาม

เคยถามอาจารย์พงศ์ปกรณ์ว่าหากเราทุกข์หนัก และทุกข์มาก เราจะอยู่ในฐานะที่ช่วยเหลือคนอื่นได้หรือไม่ อาจารย์เมตตาตอบให้รู้สึกดีว่า ยิ่งเรายื่นมือออกไปช่วยเหลือคนอื่นมากเท่าไหร่ เราจะทุกข์น้อยลงเท่านั้น เราจะเอาใจที่ทุกข์ของเราแปรเปลี่ยนเป็นใจที่มุ่งมั่น ทำเพื่อคนอื่น ลดความเห็นแก่ตัวลง

ในทางธรรมก็สอนเช่นนี้เหมือนกัน

เอาล่ะค่ะ บล็อกนี้จะเล่าเรื่องที่มีคนทุกข์ใจจากเรื่องรักล้วนๆ และฉันได้แนะนำเขาไปว่า หากไม่อยากติดอยู่ในวงจรความรักซ้ำซากที่เป็นแพทเทิร์นซึ่งเจ้าตัวก็รู้อยู่และไม่อยากจะกลับไปเจออีก จะต้องทำอย่างไร

ก่อนอื่น ขอบคุณหนังสือเข็มทิศชีวิต ของครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่ทำให้กระจ่างใจ และหนังสือของอาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ อาจารย์วิศิษฐ์ ศรีพิบูลย์ พี่โจ มณฑานี ตันติสุข หนังสือของท่านเหล่านี้ทำให้ฉันค้นพบแก่นของเรื่องแพทเทิร์นซ้ำซาก และพลังดึงดูด

ฉันเริ่มสนใจเรื่องพลังดึงดูดมาตั้งแต่หลายปีก่อน อาจจะเริ่มจาก The Secret ของรอนด้า เบิร์น แต่หลักการของ The Secret อาจจะยากในทางปฏิบัติสำหรับคนที่ไม่เปิดใจกว้าง จะงงๆ และไม่สามารถทำตามได้
ข้อนี้ให้คุณจำไว้เลยนะคะ ว่าไม่ว่าจะไปอ่านหนังสืออะไรมา หรือไปศึกษาอะไรมา ถ้าใจไม่เปิด ถ้าไม่มีศรัทธาพอ คุณจะไม่เห็นผลหรือไม่ได้รับอะไรจากสิ่งที่เห็น อ่าน หรือเรียนเลย ฉะนั้น ไม่ว่าจะทำอะไร จะอ่านอะไร จะฟังอะไร ต้องเปิดใจก่อนค่ะ เปิดใจรับและใคร่ครวญ ถ้ามีศรัทธาก็นำมาปฏิบัติ ทำจริงจังจนกลายเป็นวินัยในชีวิต เมื่อทำแล้วจะสำเร็จ

เช่นเดียวกับเรื่องทุกเรื่องในชีวิตไม่เว้นแม้แต่เรื่องรัก

ความเชื่อ สามารถกำหนดชีวิตเราได้ทุกอย่าง แม้แต่เรื่องรักๆใคร่ๆ คนที่มาคุยด้วยสองคน เหมือนกันเลย คือเจอวงจรชีวิตซ้ำซากในเรื่องรัก เบื่อหน่าย ผิดหวังและทุกข์

คนหนึ่งมีรักๆเลิกๆ ทุกสองปี
คนหนึ่งออกจากวงจรแห่งทุกข์ไม่ได้ รักๆเลิกๆ เหนื่อยหน่ายหัวใจ เจอคนรักไม่จริง เป็นแพทเทิร์นซ้ำซากในชีวิต

คนเราเมื่อเจอเรื่องนี้ซ้ำๆ ถ้าไม่ถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันแล้วตั้งใจจะเปลี่ยนมัน ก็จะเจอวงจรซ้ำซากนี้อีก อย่างไม่ต้องสงสัย ได้แต่โทษเทวดาฟัาดินไปว่าทำไมๆๆๆ ทำไมฉันเจออย่างนี้อีกแล้ว แล้วทำไมจะไม่เจอก็ในเมื่อเราดึงดูดเรื่องแบบนี้มาเอง

ทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญค่ะ อะไรที่เข้ามาในชีวิตเรา มันถูกจัดวางมาจากสิ่งที่เราพูด ทำ คิด หรือเชื่อทั้งนั้นค่ะ ทั้งหมดเรียกว่ากรรม ในทัศนะทางพุทธ ( คิด พูด ทำ หรือเชื่อ ทั้งหมดคือสิ่งที่เรากระทำ)

คนที่ผิดหวังซ้ำซากกับเรื่องรักๆ เคยถามตัวเองไหมว่าทำไม อะไรดึงดูดให้เราเจอคนที่มาทำให้เราผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวเราเองใช่ไหม อย่าไปโทษเขาค่ะ แล้วตัวเราเองทำอะไรล่ะ เหตุที่เลิกลากันเพราะอะไร

กรณีแรก รักเลิกทุกสองปี ฟังแล้ววิเคราะห์ได้ว่า หนึ่งเพราะความไกล ทำให้ไม่มีเวลามาเจอกันบ่อย สอง เพราะคนที่คบด้วยความต้องการไม่ตรงกัน
มันเหมือนกันอย่างนี้หลายครั้งหลายครา จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมน้องถึงมีชีวิตรักที่รักๆเลิกๆ ทั้งหมดมันก็เพราะ น้องไม่รู้ว่าตัวเองต้องการคนแบบไหน (และไม่ชัดเจนว่าตัวเองต้องการอะไร) น้องมีข้อจำกัดทางบ้านหลายอย่าง อย่างไรก็ไม่อาจจะออกจากบ้านไปใช้ชีวิตกับใครได้ แต่คู่ของน้องอยากได้ชีวิตรักตัวติดกัน ใช้ชีวิตเป็นแฟมิลี่ได้ ความต้องการก็ไม่ตรงกันแล้ว รักๆเลิกๆทุกสองปี จึงเป็นเรื่องที่ย่อมเกิดขึ้นได้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย เห็นไหมคะ มันเกิดเพราะมีเหตุที่ไม่ตรงกันอย่างนี้

อีกคนหนึ่ง มีชีวิตรักที่ซ้ำซาก เจอแต่เรื่องซ้ำซากของแฟนที่ไปมีผู้หญิงอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ตัวเองเป็นคนใจกว้างให้อภัยได้ มีหัวใจที่พร้อมจะให้เสมอ แต่คนที่อยู่ด้วยก็ทำเรื่องให้เสมอ เจอกี่ครั้งๆก็ซ้ำซากแบบนี้ จนต้องคิดว่า ทำไมเจอแต่คนแบบนี้ ทำไมๆๆๆ นี่ก็ไม่เคยถามตัวเองเหมือนกันว่าจริงๆแล้วตัวเองอยากได้คนแบบไหนหรือว่าต้องการคนแบบไหน

จากหนังสือพี่โจ ที่ฉันเคยอ่านพบ พี่โจบอกว่า บทเรียนที่เราเจอหรือเรื่องที่เราเจอนั้น เราจะเจอมันอยู่เรื่อยๆ ถ้าต้องเจออีกก็แสดงว่าเรายังสอบไม่ผ่านเรื่องนี้ค่ะ จักรวาลจะให้เราเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าเราจะได้รับบทเรียนและมีความกล้าหาญพอที่จะดึงความแข็งแกร่งหรือดึงศักยภาพของตัวเองออกมาแล้วก้าวผ่านเรื่องนี้ไป

สอดคล้องกับที่ครูอ้อย ฐิตินาถ บอกในหนังสือเข็มทิศชีวิต ว่าโลกภายในของเราเป็นอย่างไร โลกภายนอกก็เป็นอย่างนั้น

ฉันขอคัด wording อีกชุดที่อ่านพบจากหนังสือของอาจารย์วิศิษฐ์ ศรีพิบูลย์ เนื่องจากเห็นตรง (เพราะเจอกับตัวเองและเข้าใจกระจ่างเลยค่ะ จำไว้นะคะ อย่าโทษดินฟ้า อย่าโทษเทวดา จงหันมามองตัวเองว่าเราสร้างให้เกิดอะไรขึ้นมา และกล้าหาญที่จะยอมรับและผ่านเรื่องนี้ไป ตลอดจนขอบคุณที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น เพราะนี่คือของขวัญ ) อาจารย์วิศิษฐ์บอกว่า คู่เหมือนดึงดูดคู่เหมือน คนดีคบคนดี คนชั่วคบคนชั่ว เราเป็นเช่นไรจะได้แฟนเช่นนั้น (และที่อยู่ด้วยกันไม่ได้หรือที่เลิกลากันมันจึงมีคำตอบไงคะ ว่าเพราะเรากับเขาไม่เหมือนกัน ไม่ตรงกัน ความต้องการไม่เสมอกัน บิงโกเนอะ !!! )
คนดักับคนไม่ดีอยู่ด้วยกันได้ไม่นานหรอกครับ เจ้านายไม่ดีจะหาลูกน้องดีได้อย่างไร หัวหน้าทีมที่ขาดศักยภาพอย่าหวังว่าลูกทีมจะมีพลัง ถึงจะมีพวกเขาก็อยู่ด้วยได้ไม่นาน แม่เหล็กจะดึงดูดเหล็ก ท่อนไม้จะไม่มีวันอยู่ติดแน่นกับแท่งเหล็ก ทุกคนมีพลังดึงดูดเหมือนแผ่นดินที่ดึงดูดสิ่งของซึ่งตกจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ

ฉะนั้น เราจะคู่ควรกับสิ่งที่เราคิดค่ะ เราดึงดูดอะไรมาไว้ในใจ ( จากที่เราคิด ) เราจะได้สิ่งนั้น ถ้าเราไม่เชื่อว่าตัวเองคู่ควร หรือไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ เราก็ทำไม่ได้ค่ะ

สิ่งที่บอกกับน้องไปก็คือขอให้น้องลองคิดดูใหม่และ reset ความคิดของตัวเองที่ชอบถามตัวเองว่าทำไมเราจึงเจอเหตุการณ์ซ้ำซาก เป็นการขอบคุณสิ่งที่เกิดขึ้นและตั้งเป้าให้ตัวเองใหม่ ไม่อยากรักๆเลิกๆก็ต้องหาคู่ที่แมทช์กับตัวเองได้ คือคู่ที่คิดสอดคล้องกับตน คู่ที่มีเป้าหมายร่วมกัน การตั้งเป้า หรือสเปคของคนที่อยากได้จึงไม่ใช่เรื่องประหลาดหรือเหนือจริงแต่อย่างใด เราฝันใหญ่ไว้ก่อนได้ค่ะ ( แต่ก็ต้องไม่เวอร์หรือเหนือจริงนะคะ )

พลังความคิดของเราคนเรามีอานุภาพ อย่าได้คิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว เราเชื่อและฝันได้ คนที่เชื่อและมีฝันจะพาตัวเองไปใกล้เป้าหมายได้ง่ายก็เพราะเขาคิด เชื่อ และทำ ซึ่งทั้งหมดจะสอดคล้องกันค่ะ

ทุกเรื่องในชีวิต ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ตั้งแต่เรื่องรักๆ ไปจนถึงเรื่องเงินๆทองๆ เป็นผลมาจากการคิดและการกระทำของเราทั้งสิ้นค่ะ บางคนบอกว่าฉันจน ฉันไม่มีทางเก็บเงินได้ ผลก็คือไม่มีทางเก็บได้จริงๆเพราะเชื่อแบบนั้นและไม่ทำให้มันเกิดขึ้น

แต่คนที่ทำได้เขาไม่เชื่อแบบนั้นเลย ฉันใดก็ฉันนั้น ทำไมบางคนทำได้ แต่บางคนทำไม่ได้ ทั้งที่มันก็เป็นเรื่องเดียวกันแท้ๆ

ผลที่ต่างกันย่อมเกิดจากเหตุที่ต่างกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใดค่ะ !!

หมายเหตุ : หาอ่านเรื่องของพลังจิตใต้สำนึกและเข้าใจจิตใจของเราได้มากขึ้น จากเว็บไซต์ http://www.medihealing.com ได้อีกทางหนึ่งค่ะ หรือเข้าจาก link ด้านขวามือนะคะ



Create Date : 12 เมษายน 2555
Last Update : 12 เมษายน 2555 13:33:32 น. 1 comments
Counter : 659 Pageviews.

 
เห็นด้วยทุกประการครับ ขอบคุณบทความดี ๆ นี้ครับ


โดย: ติดตาม IP: 203.144.225.8 วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:13:30:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.