images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 
ยอมบ้างก็ได้ ( แล้วมันจะง่ายขึ้นอีกเยอะ )

สมัยเด็กๆ ฉันกับน้องชอบแย่งของเล่นกัน  และสองคนไม่เคยยอมกัน  พี่ไม่ยอมน้อง  น้องไม่ยอมพี่  ทุกครั้งแม่จะตีทั้งพี่ทั้งน้อง  เพื่อให้จำว่า  อย่าแย่งกัน  และพี่อย่างฉันถูกสอนมาแบบนี้  ว่าเราเป็นพี่ต้องเสียสละ  ต้องยอมน้อง   ถ้าฉันยอมน้อง  เราสองคนก็จะไม่ถูกแม่ตีด้วยไม้เรียว  เพราะทะเลาะกันให้แม่เห็น

 

ยอมคือการถอย  แต่การถอยนั้นไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนขี้แพ้  บางทีการรู้จักถอย  มันก็เพื่อให้ทุกอย่างเดินต่อไปได้  ไม่มีใครบาดเจ็บ  ไม่มีใครตาย

 

ทุกวันนี้เรายอมกันไม่ได้  หรือไม่มีคำว่ายอมอยู่ในใจ  สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป  ทำให้เราแก่งแย่งแข่งขันกันมากมายและต่างฝ่ายต่างอยากเอาชนะ  ไม่มีใครยอมให้ใคร   เราแย่งกันเป็นฝ่ายชนะ  เพราะในลมหายใจไม่มีคำว่าแพ้  น่าสังเกตว่าคนสมัยใหม่แพ้ไม่เป็น   เป็นทัศนคติที่ทำให้เราทุกข์   เพราะการมุ่งแต่จะเอาชนะอย่างเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้ 

 

การมุ่งเป็นที่หนึ่งในทุกเรื่อง  คือภาพที่มักจะถูกนำเสนอผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้ง   จึงไม่ใช่เรื่องประหลาดที่เราจะเห็นว่า  ตั้งแต่ในโรงเรียนที่ทำให้เด็กต้องแข่งขัน   มุ่งหวังให้เด็กชนะในสนามแข่งทุกสนาม  ไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องแข่งกันด้วยตำแหน่ง  บ้านสวยและรถคันหรู  ทั้งหมดถูกเรียกอย่างไพเราะว่าคือรางวัลชีวิต  

 

บนถนน  รถสองคันไม่ยอมให้กัน  ยิงกันตาย ขึ้นหน้าหนึ่ง  เพราะคนใจร้อนสองคนในรถสองคัน  อดทนอดกลั้นและยอมกันไม่ได้   ในบ้านทุกหลังที่มีคนทะเลาะกัน   พ่อกับแม่  หรือพี่กับน้อง  หรือลูกกับแม่  ก็เพราะไม่ยอมให้กัน  ลงให้กันไม่ได้

 

สมัยก่อน    ฉันเคยมีความรักแบบกระทบกระทั่ง  เราก็แรง อีกฝ่ายก็แรง ไม่รู้ทำไม  ยอมให้กันไม่ได้  ถ้าทะเลาะกันเป็นต้องเสียงดัง  ไม่มีใครเป็นฝ่ายเดินหนีใครเลย  ร้อนถึงขนาดว่าข้าวของในมือก็ขว้างใส่กันได้ก็แล้วกัน   มันเป็นภาพที่ไม่ดีนัก  และไม่ควรเกิดขึ้น  พอเย็นลง  ก็มาถามตัวเองว่า  นี่เราเป็นอะไรไปแล้ว   เราสองคนอยู่กันด้วยความรัก ความเมตตา หรือเปล่า   ถ้าเรารัก เราเมตตาต่อกัน  ย่อมไม่มีใครอยากทำร้ายใคร  แต่นี่ ต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน  ลงท้ายไม่มีใครชนะเลย   และความรักของเราก็ค่อยๆพังลง

 

ฉันมีความรักต่อมาอีกหลายครั้ง  และเรียนรู้ว่าการที่เราจะถนอมความรักให้ยืนยาว  นอกจากความเข้าใจ การให้อภัย เรายังต้องยอมให้เป็นด้วย  การลดอัตตาตัวตนของตัวเองลง  ไม่มุ่งแต่จะเอาชนะคะคาน  ทำให้เราพร้อมจะลืมเหตุการณ์แย่ๆ และปล่อยให้มันผ่านไป    ใครจะเริ่มก่อนไม่สำคัญเท่ากับใครจะยอมให้ใครก่อนต่างหาก

 

การยอมถอยเป็นศิลปะในการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม  และเป็นธรรมะที่ควรหัดทำ   เพราะการที่เราจะยอมใครง่ายๆ เราต้องย่อมวางอัตตาตัวตน  ซึ่งคนเราทุกคนมี  และมักจะลดกันไม่ได้  เช่นที่ท่านพุทธทาสท่านสอนเรื่อง ‘ตัวกู’ ที่เราคุ้นๆกันอยู่นั่นแหละ  เรามีตัวกูอยู่ในตัวกันทั้งนั้น  และตัวกูนี่ก็ใหญ่มากด้วย   ใครอย่าได้แตะ    ท่านสอนให้เราละวาง  แล้วเราจะเห็นธรรม  วางได้ก็สบาย  ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร   เพราะสุดท้ายกูก็ไม่ได้แน่  ต่างมุ่งไปสู่ความตายด้วยกันทั้งหมดทั้งมวล

 

ทุกครั้งที่ทุ่มเถียง หรือใช้อารมณ์กับคนรอบข้าง   เราเอาตัวเองเป็นใหญ่  วัดคนอื่น  ตัดสินคนอื่นจากมุมของตัวเอง  ถ้าเราไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่  เราจะรู้จักรอมชอมและสงบได้   มันจะไม่นำไปสู่อะไรเลย  นอกจากความสงบที่เราหาได้และควรหา   ชีวิตเราไม่ควรหมดเปลืองพลังงานไปกับการทุ่มเถียง  เพราะมันไม่สร้างสรรค์ และนำมาซึ่งทุกข์

 

ตัวอย่างที่ฉันเห็นมาตลอดของปู่กับย่า  และพ่อกับแม่  ล้วนเหมือนๆกัน   คือคนหนึ่งยอม ในขณะที่อีกคนร้อน  คนหนึ่งฟัง ขณะที่อีกคนหนึ่งพูด    ไม่มีใครแซงใครเลย   นี่อาจจะเป็นเคล็ดลับหนึ่งที่ทำให้ทั้งปู่และย่า อยู่ด้วยกันมาได้ยาวถึงห้าสิบปี  ส่วนพ่อกับแม่   ก็อยู่กันด้วยความเข้าใจมาตลอดหลายสิบปี   พ่อเป็นผู้ชายที่ไม่เคยยอมฟังใครเลย  แม้แต่กับแม่ก็ไม่ฟัง    แต่แม่ก็ฟังพ่อ  ไม่โต้เถียง ไม่อะไรทั้งสิ้น   แม่เคยบอกฉันว่า  ถ้าต่างฝ่ายต่างขึ้นใส่กัน  ก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้

 

พ่อกับแม่รักษาครอบครัว  จึงยอมให้กัน  พี่กับน้องรักกัน  จึงยอมให้กัน  เพื่อนร่วมงานรักษาไมตรีต่อกัน  จึงยอมให้กัน  ทั้งยอมฟังกัน  ยอมลดราวาศอกให้กัน   จึงไม่มีใครบาดเจ็บเพราะถูกทำร้ายด้วยโทสะ   คนเราเวลาของขึ้นนี่อันตรายมาก   จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับข่าวหน้าหนึ่งที่คนยิงกันตายง่ายๆเพราะเรื่องเล็กน้อย  เพราะยอมกันไม่ได้  คุมอารมณ์กันไม่ได้นี่แหละ  

 

ครั้งหนึ่ง  ฉันเคยมีเรื่องทะเลาะกับบ้านตรงข้ามเพราะเรื่องสัตว์เลี้ยงของเรา(แมว)  ที่เขาหาว่าแมวของบ้านเราขึ้นไปบนรถเขา  ผู้ชายคนนี้แรงมาก  เนื่องจากแกหวงรถเบนซ์ของแกยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด   ธรรมดาเราก็ไม่ค่อยจะได้คุยกันอยู่แล้ว  เพราะฉันออกจากบ้านไปทำงานตอนกลางวัน  ส่วนคนนี้ทำงานกลางคืน (กิจการกลางคืน)   ปกติ ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ  ยิ่งถ้าไม่มีหลักฐานมายืนยัน  ฉันจะรักษาสิทธิ์ของตัวเองเต็มที่   และในกรณีนี้  ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าแมวบ้านเราไปขึ้นบนรถเขาจริงๆ  เขาอาศัยเดาเอาว่าเป็นแมวของเรา  เพราะบ้านนี้มีแมวสีเหลือง  ซึ่งแมวที่แกบอกว่ามาขึ้นบนรถแกก็สีเหลือง   แต่จริงๆอาจเป็นแมวจรก็ได้   ฉันยืนยันอย่างนั้นได้เพราะเลี้ยงแมวแบบปิดมาตลอด  ถ้าฉันไม่อยู่บ้านแมวจะถูกเก็บไว้ในบ้านเรียบร้อยทุกตัว 

 

ตาคนนี้ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไร  แกยืนด่า (ต้องใช้คำนี้เพราะเป็นถ้อยคำ กิริยา และวาจาที่รุนแรงมากชนิดที่ฉันไม่เคยเจอ) ฉันอยู่ร่วมชั่วโมง   ในขณะที่ฉันทำอะไรไม่ได้   ต้องยอมให้แกด่าเป็นชุด  ท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริดของเพื่อนบ้าน   เมื่อด่าจนพอใจแล้ว  ก็ยังยืนตาถลนใส่ฉันอีก   เรื่องนี้ทำให้ฉันได้ข้อคิดอย่างมาก   ว่าดีแล้ว  ที่ฉันไม่ไปเถียงตอบแก   เพราะไม่อย่างนั้นเราคงเป็นศัตรูกัน และเขาอาจจะหาทางแก้แค้น ( เขาทำกิจการกลางคืนจึงดูท่าทางนักเลงมากและน่าจะทำได้ทุกอย่าง)  ทำอะไรกับแมวเราก็ได้   ฉันยอมให้เขาด่าว่าเป็นชั่วโมง   ตอนนั้นไม่รู้ซึ้งถึงธรรมะ  ว่านี่แหละคือการฝึกตน  เขามาทดสอบเรา  ให้เราได้รู้จักละวางและให้อภัย

 

ฉันลงทุนทำรั้วใหม่ไม่ให้แมวออกไปเพ่นพ่านข้างนอกได้อีก  กลับกลายเป็นผลดีคือแมวเราปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงกับรถที่ขับมาเร็วๆ   ฉันมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ดีมาก  มันเป็นวิกฤตให้ฉันพลิกเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ  การยอมลงหรือปล่อยให้เขาทำอะไรกับเราโดยที่เราไม่โต้   จึงไม่ใช่เรื่องของการยอมแพ้   ถ้าเรารู้จักมองให้มันเป็นประโยชน์  อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้จักวาง  ไม่ทุกข์  และไม่เหนื่อยด้วย

 

เห็นไหมคะ  เราต้องหัดแพ้บ้าง   แต่จริงๆเราไม่ได้แพ้หรอก  เราชนะต่างหาก …. ชนะใจตัวเอง !!   

 




Create Date : 06 เมษายน 2555
Last Update : 6 เมษายน 2555 12:21:46 น. 3 comments
Counter : 371 Pageviews.

 
เรื่องหมาๆแมวๆนี่เจอกับตัวเองก็แยะ คนเล่าก็มาก ฟังแล้วเหนื่อยใจ แต่อ่านซะสองรอบ ก็ต้องยอมรับว่าชอบบทความข้างบน อาจเพราะเคยเป็นคนที่ต้องยอมมามาก ยอมแบบไม่เต็มใจซะส่วนใหญ่ ก็เลยเข้าใจ แต่บางครั้งก็ต้องไม่ยอมบ้าง เรื่องแบบนี้มันลึกซึ้งเน๊ะ


โดย: ริมน้ำ_ขอบฟ้า (rimnam_kobfa ) วันที่: 6 เมษายน 2555 เวลา:12:48:51 น.  

 
LIKE Mak mak


โดย: deco_mom วันที่: 6 เมษายน 2555 เวลา:13:02:48 น.  

 
ขอบคุณค่ะ
ยินดีที่สิ่งที่เขียนมีประโยชน์

เราต้องยอม แม้บางครั้งจะเป็นการยอมแบบไม่เต็มใจและเราทำอะไรไม่ได้
แต่มันไม่ได้ทำให้เราเสียจุดยืน

บางเรื่องตรองแล้วถ้าต้องไม่ยอม ก็ต้องมีเหตุผล และต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

เดี๋ยวช่วงสงกรานต์จะมีคนร้อนใส้กัน ไม่ยอมกันอีก
และเป็นเรื่องเป็นราวกันอีกมาก

อยากให้ใจสงบ บ้านเมืองสงบ บ้านเราสงบ ก็ต้องหัดยอมเสีัยบ้าง มันอาจจะยาก แต่ทำให้เรื่องอื่นๆง่าย ก็ต้องเลือกเอาค่ะว่ายอมหักไม่ยอมงอ หรือไม่

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
B


โดย: B (bewae1001 ) วันที่: 6 เมษายน 2555 เวลา:13:17:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.