Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
13 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
ประสบการณ์รับรู้ความทุกข์ของคนรวย ณ ร้านสตาร์บั๊คส์

ก่อนจะเล่าเรื่องที่เจอมา ขอนำด้วยมุขตลกเรื่องหนึ่งก่อนนะครับ

เหตุผลที่ไม่อยากไปเยี่ยมบ้านคนรวย

(ฉาก : ห้องรับแขกโซฟาหนังแท้เครื่องเรือนเป็นประกายแสบตา)
(ตัวละคร : ป๋ม กับเพื่อนเศรษฐี)
เพื่อน : นายจะดื่มอะไร น้ำผลไม้ โซดา ชา โกโก้ ช็อคโกแลตหรือกาแฟ?
ป๋ม : ขอชาแล้วกัน
เพื่อน : เอาซีลอน หรือชาสมุนไพร หรือเอาบุช
ผสมน้ำผึ้งดีมั้ยหรือเอาชาเย็น หรือชาเขียว
ป๋ม : เอาซีลอน
เพื่อน : เอาแบบไหนเหรอ ใส่นมหรือไม่ใส่
ป๋ม : ใส่นมด้วยแล้วกัน
เพื่อน : เอานมแพะ นมอูฐ หรือนมวัว
ป๋ม : นมวัวดีกว่า
เพื่อน : เอานมจากวัวฟรีซแลนด์หรือวัวแอฟริกาเน่?
ป๋ม : เอ่อ... ไม่ต้องใส่นมก็ได้
เพื่อน : อยากได้หวานแบบไหนล่ะ ใส่น้ำตาลหรือว่าน้ำผึ้ง?
ป๋ม : น้ำตาลดีกว่า
เพื่อน : น้ำตาลบีทหรือน้ำตาลอ้อย?
ป๋ม : น้ำตาลอ้อย
เพื่อน : เอาแบบขาว หรือแดง หรือว่าเหลือง?
ป๋ม : ... นายลืมเรื่องชานี่ซะเถอะ ขอน้ำสักแก้วก็พอว่ะ
เพื่อน : จะเอาน้ำแร่หรือน้ำกลั่น?
ป๋ม : น้ำแร่
เพื่อน : เอาแต่งรสด้วยมั้ย? หรือว่าไม่?
ป๋ม : หิวน้ำจะตายอยู่แล้วโว้ย !!!
เพื่อน : ???? (ก็แค่ถาม)
เพื่อน:แล้วจะใส่แก้วทรงไหนดีล่ะ แก้วใส ขุ่น / ทรงยุโรปทรงไทย หรือ
ทรงแขกดี
ป๋ม:เอ่อ...ที่มันใส่น้ำแล้วไม่รั่วก็ได้นะจะดีมากถ้ามีน้ำแข็งด้วย
เพื่อน:อ่า เอาน้ำแข็งแบบไหนดี ทุบละเอียดหรือก้อนกลม(ยูนิค)
ป๋ม:กลมๆละกัน
เพื่อน:เอาแบบใหญ่ๆ หรือ เล็กๆดีล่ะ
ป๋ม:เอาว่าใส่น้ำแล้วมันเย็นอ่ะ
เพื่อน:จานรองแก้วล่ะ เอาเป็นไม้ หรือ สแตนเลสดี
ป๋ม:สแตนเลสเนอะ
เพื่อน:กลมๆ หรือ สี่เหลี่ยม
ป๋ม:เดี๋ยวกูไปแดกน้ำที่บ้าน เดี๋ยวมา (อยากจะชกซัก1ที)
เพื่อน:............ผิดอารายอ่า........

มุขตลกข้างบนที่ได้รับเป็น Forward Mail เรื่องนี้ขำดี จนผมต้องเก็บเอาไว้ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ดังกล่าว แต่เข้าใจได้ นึกถึงมุขตลกสมัยก่อนเวลาเศรษฐีใหม่ไปภัตตาคารที่มีเมนูภาษาอังกฤษทั้งเล่ม ซึ่งเศรษฐีคนนี้เขาไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่ด้วยมาดทำให้ต้องแกล้งทำเป็นรู้ จึงได้ชี้มือชี้ไม้รายการที่เรียงลำดับกันเป็นพรืด บอกเอานี่นะ เอานั่นนะ...ผลปรากฎเลยได้สั่งซุปมากินเสียหลายถ้วย

....จนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2006 ซึ่งต้องไปทำงานขายของ ขายหนังสือ ในงาน Fat Festival ครั้งที่ 6 ณ อิมแพค ชาแลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี ก็ได้พานพบกับประสบการณ์ดังกล่าวกับเขาซะที ที่ร้านสตาร์บั๊คส์

ความเป็นจริงคนจนอย่างกระผมนั้นไม่มีปัญหาจะเยื้องกรายเข้าร้านกาแฟประเภทนี้แน่ๆ เงินเดือนรึก็ใช่ว่าจะมีมากมาย การจะซื้อกาแฟสดราคา 30-35 บาทตอนเช้า มาดูดกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัวนั้นยังคิดแล้วคิดอีก (คิดไปคิดมาก็ไม่ได้ซื้อนั่นเอง) แถมต่อมลิ้นยังตายด้านไม่สามารถแยกแยะคุณภาพระหว่างกาแฟสดทั่วไป กับกาแฟราคา 100 บาทขึ้นได้ อีกทั้งดูดมากเกินยังใจสั่นอีก ไม่รู้จะดูดให้เสียสตางค์ไปทำไม

แต่แฟนผมนี่สิทำให้ผมได้เข้าใจมุขตลกข้างบนได้อย่างสมบูรณ์ เพราะนอกจากเงินเดือนจะดี คนที่ทำงานเธอยังใจดีให้บัตรเติมเงินสำหรับสตาร์บั๊คส์มา 400 บาท ก็เลยต้องจำใจเข้าไปดูดกาแฟให้เงินมันหมดๆ ไปซะ

ทีแรกก็นึกว่ามันจะมีให้เลือกรายการไม่กี่อย่างเหมือนกับร้านทั่วไป เช่น เมล็ดพันธ์กาแฟ(บราซิล, จาวา ฯลฯ), หรือวิธีการชง(เอสเพรสโซ่, คาปูชิโน่, ลาเต้) ซึ่งผมก็จำเขามาแบบคร่าวๆ พอรู้ว่าชอบแบบไหน จะได้ไม่เสียเงินมาดูดน้ำแล้วต้องบ้วนทิ้ง แต่ที่นี่มีรายการเยอะมาก มีตัวหนังสือบรรยายกำกับไว้ในรายการแต่ละอย่างละเอียดลออ แต่สี-ขนาดอักษรเล็กจนอ่านไม่รู้เรื่อง จ้องอยู่นาน จนแฟนรบเร้าว่าจะเอาอะไรดี เนื่องจากต้องรีบขึ้นไปทำงานเบ๊กัน ผมก็เลยบอกไปว่าเอาคาปูชิโน่แล้วกัน(แต่เพ่งอยู่นานยังหาไม่เจอดี)

พนักงานก็ถามต่อว่าเอาแบบไหนดี ด้วยอารามตกใจเหลียวมองที่รายการเห็นว่ามี ไอซ์ ลาเต้ ซึ่งเขียนกำกับไว้ด้านล่างเป็นคาปูชิโน่(ทั้งที่โดยความเข้าใจที่รู้มาสองอย่างนี้มีวิธีการชงต่างกัน) ก็เลยบอกว่าเอาแบบนี้

หลังจากโดนต่อยแย็บเบาๆ ก็โดนหมัดตรง หมัดฮุค ตามมาไม่ยั้ง พนักงานหน้าตาสดใส ที่มองไม่เห็นความทุกข์ของผู้บริโภคอย่างผมก็ถามต่ออย่างรวดเร็ว จะรับแบบ...ไหม หรือจะรับแบบ...(ฟังไม่ทัน) ฟังรู้เรื่องตอนสุดท้ายแค่ว่า "จะได้ทานได้ทันที" ทั้งที่ยังฟังไม่รู้เรื่องนั่นแหละ ผมก็เลยรีบรับไปเลยว่า "ครับ" (ซึ่งจนบัดนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยครับว่าแบบ... กับ แบบ...ที่ว่าคืออะไร เพราะแฟนผมเธอก็ไม่ทันฟัง)

ตามต่อด้วย จะใส่วิปครีม, เฮเซลนัท , หรือคาราเมล คราวนี้ค่อยยังชั่ว ผมตอบไปว่าคาราเมล ว่าแล้วก็จ่ายเงิน ไปนั่งรอกับแฟน

แต่ระหว่างที่รออยู่นั่นเอง ก็มองไปที่สำหรับรับกาแฟอย่างใจจดใจจ่อ หันมาคุยกันบ้างถึงงานที่จะต้องทำในวันนั้น ลูกค้าแต่ละคนที่นั่งคอยอยู่ก็มารับกาแฟตามรายการของตนไปอย่างว่องไว รวดเร็ว ทั้งที่กาแฟที่ส่งออกมานั้น มีชื่อแตกต่างกันออกไป แต่ละชื่อของแต่ละคนยาวมากจนน่าตกใจ จำได้เลาๆ ว่ารายการที่ตนเองสั่งนั้นยาวประมาณ 10 พยางค์ ผสมคำระหว่างภาษาอิตาลี กับอังกฤษ จนคนโง่ๆ อย่างผมไม่มีทางรู้เรื่อง แถมระหว่างนั้นแต่ละคนหยิบกาแฟซึ่งมีชื่อที่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ผมเองเพิ่งเคยได้ยิน !

ตอนนั้นถึงกับตกตะลึงในความโง่ของตน โอ้! โลกมันเปลี่ยนไปจริงๆ เราคงจนเกินไปจะเข้าร้านแบบนี้ แถมยังไม่สามารถปรับชีวิตให้เข้ากับความทันสมัย และรสนิยมวิไลแบบคนกรุงได้อีกต่างหาก มิน่ายังจนลงๆ อยู่จนทุกวันนี้

ระหว่างที่กำลังปลงตก ซาบซึ้งในสัจธรรมแห่งชีวิตอยู่นั้น แฟนผมก็ถามขึ้นมาว่า นี่มันก็นานแล้ว(ประมาณ 10 นาที)ทำไมกาแฟที่เราจะดูดมันถึงไม่มาซักที แถมยังมีกาแฟถ้วยหนึ่งวางค้างอยู่ไม่มีใครรับอยู่นานสองนาน...คิดได้ตอนนั้นก็เดาได้ว่าไอ้ถ้วยนี้นั่นแหละ มันรอพวกผมไปหยิบมันมาดูด หรือไม่เขาต้องลืมไอ้บ้านนอกเข้าสตาร์บั๊คส์อย่างผมแน่ หรืออีกทีเขาก็กำลังจะปลูกเมล็ดกาแฟอยู่ กาแฟมันถึงยังไม่เสร็จออกมาให้รับประทาน ในขณะที่ลูกค้าคนอื่น เขารับแต่ละถ้วยกันฉับไวขนาดนั้น !

แฟนผมเลยไปถามแบบง่ายๆ ว่า "น้องคะกาแฟไอซ์ ลาเต้ที่พี่สั่งยังไม่ได้" แล้วก็ยื่นใบเสร็จให้ดู

พนักงานจ้องดูถ้วยบนโต๊ะ แล้วก็ตอบว่า "อ๋อ มีคนหยิบผิดค่ะ เดี๋ยวชงให้ใหม่"(โถ นึกว่าฉลาดกว่าเรา) ว่าแล้วก็รีบทำให้อย่างรวดเร็วมาก (ไม่น่าจะถึง 3 นาที) ก่อนจะนำกาแฟถ้วยเก่าที่วางบนโต๊ะเข้าไปข้างใน คาดเดาเอาเองว่าน่าจะเอาไปทิ้ง ตามจรรยาบรรณาของร้านแฟรนไชส์ระดับนี้

ตอนที่เดินออกจากร้าน ผมกับแฟนยังบ่นอุบกันเลยว่า "โธ่ ไม่ต้องทิ้งก็ได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ ไม่มีคนดูด ขอเลยแล้วกัน"


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2549 19:29:38 น. 18 comments
Counter : 1585 Pageviews.

 
อา...ฮาดีครับ

ผมเองเคยอยากลองหาโอกาสเข้าร้าน แฟรนไชส์นี้ดูสักครั้งเหมือนกัน แต่อย่างหรูสุดก็เข้าไป Black Canyon

จริง ๆ แล้วที่เชียงใหม่นี้ร้านกาแฟตอนนี้มีเป็นดอกเห็ดมาก พวกหนังสือ Free Copy ส่วนใหญ่ก็มี Sponsor เป็นร้านกาแฟกว่าครึ่ง จนตอนนี้กลายเป็นเมือง Coffee Syndrome ไปแล้ว ร้านกาแฟบางร้านคุณภาพดีสมราคา คนขายก็อัธยาศัยดี แต่ดันหาที่จอดรถยาก บางร้านกาแฟรสชาดแย่มาก (ไม่จำเป็นต้องมีเซนส์รับรสก็รู้) แต่ถูกและบรรยากาศดี บางร้านก็แพงเว่อร์แต่รสชาดงั้น ๆ

แต่สุดท้ายแล้ว แทบทุกเช้าก็ไม่พ้น ต้องกินกาแฟในครัวเรือนเราเองอยู่ดี



โดย: ShadowServant วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:35:48 น.  

 
ฮ่า ๆ
แหม อย่างเราไม่กินกาแฟอ่ะ
เลยไม่ต้องยุ่งยากอ่ะ


โดย: DiamondTom วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:35:49 น.  

 
ผมก็เคยครับ งงจริง ๆ เวลาเข้าสตาร์บัคส์

มีอยู่ช่วงหนึ่งผมค่อนข้างมีรายได้ (ซึ่งทุกวันนี้มันได้จากไปหมดแล้ว) ผมไปเชียงใหม่เพื่อนก็จะพาไปนั่งสตาร์บัคส์แถวนิมมานเหมินต์ กว่าจะเลือกเมนูได้นี้แทบตาย สุดท้ายก็กินเดิม ๆ คือคาปูชิโน่ร้อนแก้วกลาง

ส่วนเรื่องงานแฟต ผมว่ากินข้างนอกในชาแลนเจอร์ฮอลล์นี้สุดยอดความแพงเลยครับ ขนาดแม็คฯที่ว่าไปไหนก็ฝากชีวิตไว้ได้เพราะ 19 บาทก็ซื้อได้แล้วกลับพลิกไม่เหลือคราบผู้ช่วยเหลือคนจนเลย

แม้แต่เซ็ทก็ยังไม่มีขาย

สุดท้ายผมเลยเข้ามากินข้างใน 35 บาทดีกว่า เฮ้อ อะไร ๆ ก็แพงกันจัง


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:39:53 น.  

 
ดีนะ ผมไม่ค่อยดื่มกาแฟ อิอิ


โดย: PutterZ (ToppuT ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:49:28 น.  

 
ไม่อยากจะโม้ว่ามีบัตรเติมเงิน กันกาแฟกะเค้าด้วย 100 บาท ผ่านมา 3 ปียังไม่มีโอกาสใช้เพราะส่่วนใหญ่อยู่บ้านนอกคอกนา

สุดท้ายเครื่องดื่มคาเฟอีนแก้วโปรดก็คงไม่พ้น "ยกล้อ" ร้านตาแป๊ะเก่าๆ แก่ๆ คั่วกาแฟเปรี้ยวๆ เอง 10 บาทขาดตัว



โดย: ประมุขขวัญ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:54:20 น.  

 
เห็นด้วย กินไม่บ่อยนาน นานนนนนนนน(ขอย้ำว่านานมาก ๆ ) เข้าไปแต่ละทีเข้าไป งงชมัด งื้อ ขอโอเลี้ยงได้มั๊ยคะ ง่ายดี


โดย: i_nookae วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:04:09 น.  

 
ขอบคุณค่ะ

วันนี้เครียดพอดีเลย

เรื่องนี้คล้ายเรื่องจริงที่เคยเจอนะ

จะforword mail หรือไรไม่รู้

แต่อ่านวันนี้

ทำให้ฮาได้ค่ะ


โดย: ขอบคุณอีกครั้ง (เจ้าแห่งโชคชะตา ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:32:30 น.  

 
ฮาดีครับ

ปกติผมไม่กินกาแฟ แล้วก็ไม่คิดจะเยื้องกรายเข้าไปในร้านกาแฟร้านนี้เป็นอันขาด ด้วยว่าพอใจในฐานะของตน อิอิ

แต่มาอ่านแล้วรู้สึกว่า โหแฮะ คนรวยนี่กินอะไรมีระดับจริง ๆ แบบว่าหลายระดับมากจนคนจนอย่างเรานี่งงไปเลย

พูดก็พูดเถอะ นักเรียนของผมคนหนึ่งชอบกินสตาบัคส์มาก ถึงขนาดขอทำรายงานเรื่องร้านนี้เลย แสดงให้เห็นถึงฐานะทางบ้านว่า สุดยอด!


โดย: Mr.Learning วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:04:03 น.  

 
ชอบเรื่องจาก Fwd mail คับ ขำๆกะชีวิตดีจัง


โดย: บุคคลไม่สำคัญของโลก วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:17:24 น.  

 
-ถึงคุณ ShadowServant -- เคยไปเชียงใหม่ครั้งนึง ไม่ค่อยสังเกตร้านกาแฟเลยครับว่าเยอะขนาดนั้น แต่เฉพาะที่ขึ้นไปดอยตุง ก็มีหลายร้านเหมือนกัน ผมว่าไม่ใช่แค่ที่เชียงใหม่หรอก เดี๋ยวนี้เป็นกันทุกที่

-ถึงคุณ I will see U in the next life -- งานแฟตผมขายของที่บูต A31 ร้าน Popcorn Magazine ไม่ทราบเยื้องกรายบ้างหรือเปล่า

-ถึงคุณ Mr.Learning ปรกติของชีวิตผมไม่เคยเข้าร้านพวกนี้อยู่แล้ว นานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทีจะเข้าก็เพราะเพื่อนบางคนเขาเข้า ไอ้เราไม่อยากเรื่องมากก็เข้าตาม เช่น อุบลพรรณ(โอปองแปง), Coffe World แต่ละเจ้าราคา 80-90 แพงพอๆ กับสตาร์บั๊คส์นี่แหละครับ

ส่วนเรื่องเด็กนักเรียนกินร้านนี้นี่ แฟนผมเขาเล่าให้ฟังเวลาทำงานตอนเช้าจะเห็นเด็กนักเรียนโรงเรียนนานาชาติมากินที่ร้านนี้ทุกวัน ! (โอ้ พระเจ้า)


โดย: yuttipung วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:37:21 น.  

 
ขำดีครับ ผมอ่ะชอบกินกาแฟตาบั๊ค แต่ใช้วิธีซื้อเม็ดมันมาบดแล้วทำกินเอง หร่อย


โดย: หมาร่าหมาหรอด วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:31:56 น.  

 
ใช่ๆ

ไหนๆไม่มีคนกิน

ขอเลยไม่ได้เหรอ


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:56:53 น.  

 
เคยไปสตาร์บัคเล้วสั่งไม่ถูกเหมือนกันเลยค่ะ


โดย: rebel วันที่: 14 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:01:22 น.  

 
ชอบ Mocca Frappuchino
380 เยน
(แต่ที่เมืองไทยเป็นร้อยเลย ฮือๆ)


โดย: Oakyman วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:23:44 น.  

 
เข้ามาขำด้วยคน ฮุฮุ เดี๋ยวนี้กาแฟแต่ละยี่ห้อแต่ละชื่อ น่าสะพึงกลัวหรือกลัว


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:30:31 น.  

 
เนื่องจากพยายามทำตัวห่างเหินจากกาแฟมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะงั้นสตาร์บั๊คส์กะเราเลยไม่ค่อยได้เจอกันค่ะ

นานๆ จะไป แล้วถ้าเลือกนั่งสตาร์บั๊คส์ก็จะเป็นเพราะว่า ชอบบรรยากาศ ชอบโซฟาของร้านมากกว่า
(ร้านตรงหลังสวนค่ะ บรรยากาศดีมาก)

ตอนนี้หันมากินชาแทนแล้ว แหะๆ




มาตอบกลับที่ไปตอบที่บล็อก

สงสัยที่ไปตอบข้อ ๑ ค่ะ เบอร์เดนเค้าจะเสียตัวตนยังไงอะคะ? ถ้าแองเจียเรายังพอเข้าใจน่ะ



ยังไงก็ขอบคุณที่ไปตอบนะคะ ไม่ค่อยเห็นไปคุยกันเท่าไหร่ เห็นคราวนี้เลยดีใจมาก


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:02:50 น.  

 
ตอบนะครับ
บอร์เดน และแองเจียร์ ต่างตกอยู่ในข้อผูกมัดของชีวิตครับ เขาเลือกจะแสดงมายากลที่หลอกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ แน่ครับคนที่อาจจะเสียเปรียบน้อยกว่าคือ บอร์เดน แต่ลองนึกดูคนที่ใช้ชีวิตเพื่อปกปิดจนทำลายชีวิตคนใกล้ตัวอย่างภรรยา มันก็เจ็บไม่แพ้กันหรอกครับ

คนที่ไม่เสียตัวตนน่าจะเป็นฝาแฝดของเขามากกว่า


โดย: yuttipung วันที่: 22 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:14:37 น.  

 


โดย: ๆฤิด IP: 222.46.18.34 วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:3:52:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

yuttipung
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เป็นคนไม่เป็นโล้เป็นพายคนหนึ่งที่ติดอินเตอรเน็ต จนได้งานพอประทังเลี้ยงชีพ Blog นี้มอบให้แก่หญิงสาวที่ให้กำลังใจสำหรับความฝันอันริบหรี่ของผมมาตลอด ปัจจุบันเรียนโทจบแล้ว ทำงานหลายที่ หลักๆ ตอนนี้เพิ่งเริ่มเป็น Webmaster นิตยสารแห่งหนึ่ง ส่วนงานพิเศษคือลงข่าว และข้อมูลหนัง ดูแลเว็บให้กับ Popcornmag กับ เครือข่ายคนดูหนัง และเขียนวิจารณ์ภาพยนตร์ให้กับ Filmax

Friends' blogs
[Add yuttipung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.