Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
19-20 ตุลาคม กับงาน Worldfilm

19 ตุลาคม 2548



Rosy-Fingered Dawn: a Film on Terrence Malick สารคดีปี 2002 ที่น่าจะนำไปลงดีวีดี หรือฉายทางโทรทัศน์มากกว่า หนังเป็นของประเทศอิตาลี แถมในตารางยังเขียนว่าเป็นซับภาษาอังกฤษ ผมก็งงเหมือนกันว่าสารคดีเกี่ยวกับผู้กำกับ เทอร์เรนซ์ มาลิค มันจะเป็นภาษาอิตาลีได้ยังไง พอเข้าไปก็เลยทำใจ เพราะจริงๆ เขาพูดภาษาอังกฤษ แต่มีบรรยายอิตาลี จัดเป็นสารคดีระดับธรรมดา หนังเน้นเรื่องเกี่ยวกับ Badlands เป็นหลักตามด้วยหนังอีกสองเรื่องคือ Days of Heaven และ The Thin Red Line รู้สึกหนังจะเน้นไปที่ทีมงานและนักแสดง ที่เด่นๆ ซึ่งผมจำได้คือ มาร์ติน ชีน, ซิสซี่ สปาเซ็ค, บิลลี่ เว๊บเบอร์ คนตัดต่อ, แซม เชดเพิร์ด และ ฌอน เพนน์ นอกนั้นผมก็วูบๆ เป็นพักๆ จนน่าจะเรียกว่าหลับคาโรงได้ เพราะสารคดีไม่มีอะไรเลยครับ เล่าไปเรื่อยๆ ตัดสลับระหว่างเมืองที่เป็นชื่อเรื่องจนรุ่งเช้า และฉากในหนังแต่ละเรื่อง ความที่ผมรู้จักมาลิคน้อยมากเพราะเคยดูเพียงเรื่องเดียว จะให้อินมันก็ลำบากครับ ถ้อยคำที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นคำชมล้วนๆ โดยเฉพาะการทำงานที่รู้จักหนังของตัวเองเป็นอย่างดี และทำงานโดยไม่อิงกระแสฮอลลีวู้ด แม้จะเข้าใจกระบวนการนั้นทุกอย่าง



Grand Voyage หนังของโมรอคโค ที่เป็น Road Movie เล่าเรื่องของลูกชายชาวมุสลิมหัวสมัยใหม่ ที่ต้องจำใจพาพ่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ ในนครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ด้วยรถส่วนตัวเป็นระยะทางกว่า 3,000 ไมล์ หนังมีมุขตลก ความขัดแย้งระหว่างพ่อกับลูก อุปสรรคทางธรรมชาติ หลักคำสอนทางศาสนาอิสลาม ฉากแฟนตาซี และความเศร้า

งานภาพในหนังสวยงามมากแม้จะค่อนข้างพร่า ไม่ชัดตามสภาพภูมิอากาศ แต่แค่เห็นภาพการประกอบพิธีฮัจญ์บริเวณแท่งหินศักดิ์สิทธิ์อย่างใกล้ชิด ก็เกินคุ้มแล้วครับ ดูจบเข้าใจในความเป็นศาสนาของเขามากขึ้น ไม่ใช่ไปเข้าใจผิดๆ ว่าอิสลามเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ด้วยสายตาเรด้า ที่เป็นลูกทำให้เรามองด้วยสายตาคนนอกเช่นกัน และชอบเหตุผลที่ทำไมเขาถึงต้องเดินทางเป็นระยะทางถึง 3,000 ไมล์ แม้บทสรุปจะค่อนข้างเป็นสูตรสักนิดก็ตาม



Cuba Music ผลงานของผู้กำกับ เจอแมน ครอล และมีหนึ่งในโปรดิวเซอร์คือ วิม เวนเดอร์ส ถ้าไปดูเพลงอย่างเดียวก็คุ้มแล้วครับ นักร้อง นักดนตรี ที่เล่นยอดเยี่ยมมาก หนังตามรอยสารคดี ฺBuena Vista Social Club ซึ่งผมไม่เคยดู แต่เข้าใจว่าหนังใช้วิธีกึ่งหนังกึ่งสารคดี โดยคิดพล็อตหลวมๆ ให้มีการรวบรวมคนฝีมือดีมาทำวงออกทัวร์ ก่อนที่จะค่อยๆ เล่าประวัติของแต่ละคน น่าเสียดายที่นอกจากเพลงแล้ว รู้สึกว่าหนังเป็นสารคดีที่ธรรมดาไปหน่อย ไม่มีอะไรที่เกินคาดเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ไม่ใช่ว่าไม่น่าดูนะครับ ใครอยากฟังเพลงละตินจังหวะคึกคัก โดยนักดนตรีรุ่นใหม่ๆ ไม่ควรพลาด



Battle in Heaven โอ้! อึ้ง ทึ่ง เสียว นี่มันหนังอะไรกัน เซ็กส์ระดับฮาร์ดคอร์เหมือนหนังโป๊, ชาติ, ศาสนา, ฟุตบอล, สังคมที่ฟอนเฟะ, การเดินขบวนเพื่อสักการะพระผู้เป็นเจ้า และการต่อสู้ทางชนชั้น มันอยู่ในหนังเรื่องเดียวกันคลุกเคล้าด้วยเสียงดนตรี และเสียงประกอบอึกทึก ด้านงานภาพก็นิ่ง และเด็ดขาด ถ้าไม่ติดในความแรงของภาพจนเหนื่อยใจ นี่คือหนึ่งในหนังที่มีการนำเสนอดีที่สุดในสายประกวดของเทศกาลปีนี้แน่ๆ ครับ (ไม่อยากเล่าอะไรทั้งสิ้นเพราะหนังเรื่องนี้ถ้าไม่รู้อะไรมาก่อนเลยจะดีที่สุด)

20 ตุลาคม 2548



Forsaken Land เจ้าของรางวัลกล้องทองประจำปีนี้ของคานส์ ผลงานของ Vimukthi Jayasundara ตอนนี้เป็นหนังที่ผมชอบที่สุดในเทศกาลนี้ แม้จะเข้าช้า และเผลอวูบไปช่วงแรกๆ เพราะเหนื่อย หนังช้าและนิ่งมาก ยิ่งเมื่อรวมกับการที่ตัวละครมีเซ็กส์เข้ามาข้องแวะอยู่บ่อยๆ ทำให้นึกถึงหนังของไฉ่มิ่งเหลียงจริงๆ

แต่นี่เป็นหนังสงครามครับ ว่าด้วยหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งในประเทศศรีลังกา ซึ่งอยู่ท่ามกลางสงคราม หนังค่อยๆ ให้เราเห็นชีวิตของตัวละครทีละคน รวมถึงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องไปทีละน้อย โดยเฉพาะเรื่องราวในครอบครัวของอนุรา ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้น้อย ในบ้านหลังเล็กๆ หมู่บ้านนี้เงียบสงบ ลมพัดแรงราวกับรอวันปะทุอะไรออกมา จนในที่สุดมันก็จบอย่างเจ็บปวด

ชอบนิทาน "นกน้อย" ในหนังมาก นึกถึงนิทานพื้นบ้านของไทยขึ้นมาทันที ทำให้เรื่องราวต่อจากนั้นสะเทือนใจตลอดเวลา ผู้คนในสงครามไม่ได้ตายเพราะกระสุน คร่าชีวิตที่ร้ายกว่าคือศีลธรรมที่ถูกทำลาย ผู้คนไร้ความสุข และแน่นอนว่าหนังทำให้นึกถึงปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทันที



Ticket of No Return อีกเรื่องของ อ๊อตติงเงอร์ ซึ่งผมคิดว่ามีความแปลกต่างจาก 2 เรื่องก่อนหน้าที่ได้ดู เพราะไม่ว่าจะมีรูปรอยความตลกเหมือนเดิมท้ายที่สุดยังไงผมก็รู้สึกว่านี่คือหนังที่เศร้า แต่ก็ให้ความพอใจเช่นกัน

หนังมีชื่ออีกชื่อว่า Portrait of Female Drunkard นักแสดงนำของเรื่องเป็นคนเดียวกับที่แสดงใน Madame X ซึ่งให้การแสดงที่คล้ายๆ กัน(อันที่จริงตัวละครหญิงในหนังของ ยูลลิค อ๊อตติงเงอร์ ก็มักจะมีบุคลิกแบบนี้) ว่าด้วยการตีตั๋วเครื่องบินเที่ยวไม่มีวันกลับไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ในที่นี้คือเบอร์ลิน เธอมีชีวิตไฮโซ แต่งตัวหรูหรา สีสันแสบทรวง วันๆ เอาแต่ดื่มเหล้าหัวราน้ำ เนื่องจากเธอแทบไม่พูด เราจึงไม่อาจรู้ได้ถึงสาเหตุที่เธอทำตัวเช่นนี้ แถมยังชวนหญิงจรจัดคนหนึ่ง(แสดงใน Madame X เช่นกัน)มาร่วมเมา และสุดเหวี่ยงกับเธอด้วย

ฉากหนึ่งในจินตนาการของเธอแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมแบบ "สุดโต่ง" ซึ่งมักเป็นพฤติกรรมที่ปรากฎในหนังของผู้กำกับคนนี้(ในเรื่องนี้คือเฟมินิสต์) นั่นคือการนำตัวติดกับหน้ารถ เพื่อพุ่งเข้าชนกองเพลิง

การแต่งตัวของผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะเป็นการปกปิดอะไรบางอย่างในอดีตที่จบลงอย่างเศร้าเปรียบได้กับภาพตอนปิดเครดิตที่เธอเดินบนกระจกซึ่งคล้ายการทิ่มแทงตัวเธอเอง



Create Date : 21 ตุลาคม 2548
Last Update : 28 สิงหาคม 2551 13:54:00 น. 13 comments
Counter : 736 Pageviews.

 
วันนี้ผมจะไปดูเรื่อง "4" ครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 21 ตุลาคม 2548 เวลา:12:27:22 น.  

 
ว่าจะไปดูเหมือนกันครับ

ส่วนนี่เป็นบทสัมภาษณ์ โรมัน โปลันสกี้ จากงาน Worldfilm ครับ

//www.popcornmag.com/index.php?option=content&task=view&id=394&Itemid=26


โดย: yuttipung IP: 202.44.8.124 วันที่: 21 ตุลาคม 2548 เวลา:12:40:07 น.  

 
ถ้ามีตังค์ได้ไปดูคงเลือก Battle in Heaven กับ Ticket of No Return ค่ะ


แต่..คงได้แต่อ่านอย่างเดียว พร้อมกับน้ำลายหกไปด้วย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 21 ตุลาคม 2548 เวลา:12:47:11 น.  

 
อืมม์...ผมเชื่อว่า Battle in Heaven นี่ต้องเฉพาะคนล่ะนะครับถึงจะชอบ และต้องมีภูมิต้านทานในการดูหนังพอสมควรทีเดียว


โดย: yuttipung IP: 202.44.8.124 วันที่: 21 ตุลาคม 2548 เวลา:13:03:02 น.  

 
กี๊ดดดดดดดดดดดดดด นู้ด...นู้ด...นู้ด แฮ่ๆๆ ถูกจายจัง


ไปกิงข้าวก่องนะ เด๋วมาอ่านแบบเต็มๆ

อ้อ...ที่จริงว่าจะมาอ่านเรื่องที่แล้วต่อซะหน่อย ค้างไว้อ่ะค่ะ
ไม่เป็นไร อ่านสองเรื่องเลย อิอิอิ...
เจอกันดึกๆ ค่ะ


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 21 ตุลาคม 2548 เวลา:22:35:03 น.  

 
กลับมาอีกทีตอนเช้า...แหะๆ

หนังของเทอร์เรนซ์ มาลิค น่าดูมากค่ะ
อยากดูผลงานเรื่องอื่นๆ ของเค้าเหมือนกัน
หลังจากติดใจกับ The Thin Red Line มาแล้ว
บางที...เราอาจจะชอบความน่าเบื่อก็ได้ค่ะ

Grand Voyage นี่ก็น่าดูนะคะ
หลายต่อหลายครั้งที่หนังช่วยสร้างความเข้าใจต่างๆ ให้แบบหมดข้อสงสัย
ขอบคุณที่โลกนี้มีหนัง

หนังชุดนี้น่าดูทุกเรื่องเลยค่ะ
เสียดายที่ไม่สามารถถ่อสังขารไปดูได้
เวลาเล่นเน็ตอย่างนี้คือเวลาทำงานไปด้วย
อาศัยอ่านเอาตามบล๊อกเพื่อนๆ นี่ล่ะค่ะ

คิดว่าคุณยัติภังค์คงได้ดูจนปิดเทศกาล ...
ขอให้มีความสุขในการดูหนังค่ะ


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 22 ตุลาคม 2548 เวลา:11:01:10 น.  

 
กลับมาบอกว่าเราเข้าไปเม้นท์ใน บล๊อก Ardor ของคุณ
ไว้อีกทีน่ะค่ะ เข้าไปดูหน่อยนะคะ

เอ่อ...ถ้าจะเรียกชื่อสั้นๆ จะเรียกว่าไงดีอ่ะคะ

จะเรียก"ยัติ" ก็ดูหวาดเสียว...
จะเรียก"ภังค์" ก็ดูเป็นลางไม่ดี แหะๆ


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 22 ตุลาคม 2548 เวลา:11:57:28 น.  

 
จะเรียกอะไรก็ได้ครับตามสะดวก

The Thin Red Line เป็นหนังที่ผมชอบมากครับ แต่สารคดีนี้ผมว่ามันคนละเรื่องกันครับ เป็นสารคดีธรรมดา แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ ความเหนื่อยมากกว่ามั้งที่ทำให้วูบไป


โดย: yuttipung IP: 202.44.8.98 วันที่: 22 ตุลาคม 2548 เวลา:13:10:59 น.  

 
ชอบ Battle of heaven มากเลย ขอบอก ... นั่งดูไปอึ้งไป ในความใจกล้าหน้าด้านของคนเล่นอ่ะ แคสติ้งได้เจ๋ง เหลือเกิน หน้า+หุ่นคุณป้าเมียพระเอกเหลือรับประทาน....


โดย: Fly to the sky วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:13:33:24 น.  

 
เอ่อ....ผมอยากทราบจริงๆ ว่า ราคาตั๋วหนังของแต่ละประเทศต่อไปนี้มันเท่าไหร่กันบ้างครับ เห็นบอกว่าบ้านเราราคาถูกกว่ามาก ขอความกรุณาด้วยนะครับ
1.USA
2.UK
3.France
4.Spain
5.Germany
6.Italy
7.Japan
8.Korea
9.Hong Kong
10. อื่นๆ ( ถ้าพอจะกรุณาหามาให้)
ขอบคุณมากๆ ครับ......


โดย: aokung IP: 203.114.119.91 วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:13:49:52 น.  

 
ถ้าเทียบกับเงินบ้านเราตั๋วหนังหลายๆ ที่แพงกว่านะครับ(ซึ่งเป็นเรื่องที่โรงภาพยนตร์บ้านเราอ้างบ่อยๆ) แต่ถ้าเทียบกับค่าครองชีพแล้ว ของเขาถูกกว่าครับ

ที่ผมรู้ก็มีญี่ปุ่น 1,800 เยน(ประมาณ 360 บาท แต่จะมีการลดราคาเยอะมาก), เกาหลี 6,000 วอน( 200 บาท), อเมริกา 6.4 เหรียญ(เกือบ 300 บาท), อังกฤษ ประมาณ 4-6 ปอนด์(แล้วแต่วัน เฉลี่ยแล้วจะตกประมาณ 200-300 บาท),



โดย: yuttipung IP: 202.44.8.98 วันที่: 25 ตุลาคม 2548 เวลา:11:05:04 น.  

 
สุดยอด


โดย: hujdhxe IP: 58.9.230.133 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:18:46:38 น.  

 
ดีครับ


โดย: Otto IP: 118.172.131.20 วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:34:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

yuttipung
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เป็นคนไม่เป็นโล้เป็นพายคนหนึ่งที่ติดอินเตอรเน็ต จนได้งานพอประทังเลี้ยงชีพ Blog นี้มอบให้แก่หญิงสาวที่ให้กำลังใจสำหรับความฝันอันริบหรี่ของผมมาตลอด ปัจจุบันเรียนโทจบแล้ว ทำงานหลายที่ หลักๆ ตอนนี้เพิ่งเริ่มเป็น Webmaster นิตยสารแห่งหนึ่ง ส่วนงานพิเศษคือลงข่าว และข้อมูลหนัง ดูแลเว็บให้กับ Popcornmag กับ เครือข่ายคนดูหนัง และเขียนวิจารณ์ภาพยนตร์ให้กับ Filmax

Friends' blogs
[Add yuttipung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.