จินตนาการจากความว่างเปล่า
Imagination from the emptiness
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2557
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
กวีการเมือง #7

ในวันที่บ้านเมืองดั่งไร้แสง
น้ำใจแล้งนำปืนมาข่มขู่
เข้ายึดปล้นซึ่งอำนาจดั่งศัตรู
ไม่เคยรู้ว่ากำลังทำลายใคร

ประชาชนอย่างฉันก็คนหนึ่ง
ลองมองถึงซึ่ง "คน" เห็นอยู่ไหม
ที่กล่าวอ้างว่ารักษาสงบใด
แต่กลับไม่ปล่อยให้มีเสรี

เข้ายึดสื่อปิดกั้นทุกสิ่งสรรพ
ทำลายยับหมดสิ้นซึ่งศักดิ์ศรี
ตระบัดสัตย์ชาติทหารท่านย่ำยี
สิ้นความดีที่เคยเห็นเคยเป็นมา


Create Date : 24 พฤษภาคม 2557
Last Update : 24 พฤษภาคม 2557 12:50:14 น. 9 comments
Counter : 1435 Pageviews.

 
It would be great if we have key to fighting off the Coup in Thailand in the same method as the way these clusters of proteins on immune cells can. This new research from my university (Cambridge) truly inspires me that we can learn from the nature. The research said that: "When our bodies are under attack from foreign organisms, such as bacteria and viruses, our immune system orchestrates a complex fight-back involving many separate parts" (if we imagine that the foreign organisms = Military Army that attack human right and democracy in Thailand, the way to fight back is to involve all separated part and fight together...)

More info


โดย: ไร้นาม วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 เวลา:12:53:20 น.  

 
(บทกวีภาษาไทย)

เมื่อเส้นสายของโปรตีนรู้เรียงร้อย
ทุกส่วนคล้อยส่งประสานเข้าต่อต้าน
สิ่งแปลกปลอมที่เกิดขึ้นผิดหลักการ
จักโค่นล้มมวลมารลงง่ายดาย

เพราะระบบอัตโนมัติของมนุษย์
กลยุทธตอบโต้ไม่ให้พ่าย
สอดประสานขานรับทั้งร่างกาย
สิ่งที่ยากจักเป็นง่ายในบัดดล

นี่แหล่ะหนาหนทางของชีวิต
รู้สร้างสิทธิ์ให้อยู่รอดในทางหน
ไม่ให้ใครมาทำร้ายร่างกายตน
รู้กำจัดสิ่งเปื้อนปนให้พ้นทาง

+++

(Translation in English)

The cluster of proteins combined...
To fight back foreign organisms all aligned...
Automatic, a system in our body...
Can neutralise the antigens so easily...
This is the path of human life...
Dealing with abnormality by united and fight...
The same as when military has invaded our democracy...
As people, we can join our forces for the victory...


โดย: ไร้นาม วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 เวลา:12:54:05 น.  

 
ตามหาเท่าไรก็ไม่เห็น
ความเป็นอยู่ท่านดีหรือไม่
เป็นห่วง "ท่านชัช" แสนหนักใจ
จับท่านได้อย่าไร ไม่ควรเลย

ตอนเช้ายังเห็นท่านทำงาน
เพราะเอาการเอางานไม่เคยเฉย
ตกบ่ายเข้าประชุมถูกจับเอย
นี่หล่ะเหวยเมืองไทยไร้หลักธรรม

คนเค้าทำงานดีดีอยู่
รวมหมู่กักขังจนน่าขำ
แฟนคลับจะติดตามและจารจำ
และร้องร่ำเรียกหาให้ปล่อยท่านที!


โดย: ไร้นาม วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 เวลา:13:28:59 น.  

 
เมื่อบอกอประกาศนัดกินข้าว
ก็เป็นข่าวให้ทหารเริ่มเคลื่อนไหว
มาล้อมกรอบร้านแม็คอย่างเร็วไว
แต่เช้าไงตั้งแต่ยังไม่ได้เวลา
ราชประสงค์คนเริ่มมาเวลานัด
เริ่มขืนขัด เริ่มถูกหิ้ว เริ่มออกหน้า
เริ่มมากัน เข้าเติมเต็ม ในพริบตา
ดั่งดารา ระยิบระยับ ประทับดิน
จากที่มืด กลับสวยงาม เมื่อดาวฉาย
นิมิตรหมาย ประชาชน ก่อภาพศิลป์
กระจัดกระจาย จนรวมตัว เกินกว่าจินต์
ไม่จบสิ้น ไม่ต้องมี ซึ่งแกนนำ


โดย: ไร้นาม วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:19:29 น.  

 
ยินเพียงเสียงบทกลอน
กลับสะท้อนสั่นคลอนใจ
กาพย์แก้วซับซ้อนใด
ไม่ยิ่งใหญ่เท่าใจความ
ชัดเจนและเที่ยงตรง
เลยยืนยงอยู่ทุกยาม
เฉือดเฉือนสังคมทราม
เพียงประนามด้วยความจริง


โดย: ไร้นาม วันที่: 27 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:55:35 น.  

 
ไม่พบเลยบทกวีใดในโลก
ที่สะท้อนทุกข์โศกนี้ให้เห็น
จึงต้องเขียนระบายด้วยจำเป็น
กลั่นเอาความแค้นเค้นเป็นคำความ
ไม่พบเลยคุณธรรมใดในโลก
ช่างชุ่มโชกลมปากหยันเหยียดหยาม
พูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่งดุจใจทราม
ลืมไปหมดแม้นิยามของ "ปรองดอง"
ไม่พบเลยคำ "สัญญา" ใดในโลก
สร้างวิโยคทุกข์ทนจนหม่นหมอง
"คืนความสุข" พูดเพียงคำอย่างช่ำชอง
กลับไม่ตรองลองทำตามสัญญา
สิ่งที่พบก็เพียงสองมาตรฐาน
ที่ล้างผลาญยุยงส่งเสริมฆ่า
ปิดตาตีอยู่ฝั่งเดียวไร้เมตตา
พวกของตนเหิมเกริมกล้ามิเคยปราม
อ้างไปเถิดคุณธรรมที่สูงส่ง
จรดลงจารึกไปมิอาจห้าม
แต่รู้ไว้ในจิตใจคนรู้ความ
จะไม่ทรามเฉกเช่นใจพวกคนดี
คนดีหรือแต่ทำไมดีแต่พูด
คนดีหรือไม่พิสูจน์ด้วยศักดิ์ศรี
คนดีหรือไม่กล้าสู้กลางเวที
คนดีหรือกลับย่ำยีหัวใจชน
จนแม้แต่ฟางบางบางเส้นสุดท้าย
ก็ดึงขาดง่ายง่ายไม่เคยสน
หารู้ไม่ว่าเกือบปีที่ต้องทน
มองคนปล้นสิทธิ์ชนอย่างใจเย็น
เพราะคิดให้โอกาสกลับไม่รู้
เพราะคิดให้กลับตัวอยู่กลับไม่เห็น
พอแล้วหนอความอดทนเกินจำเป็น
คงได้ฤกษ์เปิดประเด็นเล่นใต้ดิน


โดย: ไร้นาม วันที่: 25 มกราคม 2558 เวลา:22:11:43 น.  

 
ธรรมศาสตร์ยังมิได้.......หลับใหล
ยังอยู่เคียงคนไทย........เช่นนั้น
อักษรสื่อสารไป............แปรภาพ
เป็นหนึ่งในเชิงชั้น.........ปิดซ้อนซ่อนกล

+++

แม้คนไทยไม่ได่เห็นถึงคุณค่า
แม้เหนื่อยล้า... ยามที่บอกให้คนเห็น
แต่เพชรแท้ก็คือเพชรไม่แปรเป็น
ไม่ต้องเด่นให้มีค่าเพื่อคนดู

แม้อาจเห็นว่าเพชรเป็นเพียงกรวด
เพราะมันไม่ออกโอ้อวดให้สวยหรู
แต่คุณค่า "ความแข็ง" นั้นคงอยู่
คนได้เพชรจักทราบรู้เมื่อใช้งาน

เพราะเพชรแท้คือคาร์บอนที่สมบูรณ์
เกาะยึดเหนี่ยวเพิ่มพูนร้อยประสาน
สร้างคุณค่าเป็นธาตุแท้แต่บุราณ
ไม่ต้องการให้คนเจียรก็เพชรจริง

คนที่ไม่เห็นคุณค่าสิ่งมีค่า
แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนค่าสรรพสิ่ง
ของมีค่าก็มีค่าอย่าชังชิง
จนทอดทิ้งกดด้อยค่าน่าเศร้าใจ...

+++

ตื่นเถิดเสรีชน
ผู้คนอย่าหลับไหล
อย่าปล่อยสิทธิ์ท่านไป
ให้ใครมาถือครอง
เกินกรอบยึดอำนาจ
เสียงราษฏรจึงเรียกร้อง
นิติธรรมลองตรึกตรอง
กฏหมายต้องร่างจากใคร?
หากที่มาไม่ถูก
สร้างลูกแตกหน่อใหญ่
ลืมเลือนหรือกระไร
จึงทำได้ไร้หลักการ
อำนาจอธิปไตย
เน้นกฏใหญ่คือรากฐาน
กฏหมายจะจรดจาร
ต้องร่างผ่านผู้แทนชน

+++

พระพยอมท่านสอนให้รู้คิด
ตรองในจิตสักหน่อยกันดีไหม
คำพูดจริงที่ตักเตือนสังคมไทย
ให้รู้ไว้ไม่ควรถอนความเป็นธรรม

+++

เห็นข่าวรถไฟที่ล่าช้า
ก็นึกถึงหน้าท่านชัชชาติ
ถ้าท่านยังอยู่คงเด็ดขาด
คนเก่งถูกกวาดเพราะการเมือง

+++

เรียกคุณจาตุรนต์พบอีกครั้ง
เพื่อรำลึกความหลังหรืออย่างไร
จึงเรียกพบบ่อยบ่อยเกินใครใคร
นี่ใช่ไหมหลักทหารการปรองดอง?

+++

เพื่อนอังกฤษชักชวนกันให้ช่วยโหวต
คัดค้านโหดตามหลักการผ่านสิทธิ์เสียง
ให้ผู้แทนไปช่วยค้านอย่างพร้อมเพรียง
อย่างตรงเที่ยงบนหลักการผ่านสภา

โดยเน้นเลือกผู้แทนตามนโยบาย
ไม่เสียดายเสียงสิทธิ์ตนไม่กังขา
เพราะว่ารู้ว่าตัวแทนที่เลือกกา
จะตั้งหน้าเข้าไปพูดได้แทนตน

นโยบายก็ตั้งไว้ให้คนรู้
แล้วคนดูและรับทราบทุกแห่งคน
มองเงินรัฐ มองหลักการ ทุกชั้นชน
สามารถเลือกตามเหตุผลอย่างเสรี

+++

มองต่างแดนยังคงใช้สิทธิ์เสียง
ส่งสำเนียงเรียงร้อยให้โลกเห็น
ถูกสลายก็กลับมาอย่างใจเย็น
เปิดประเด็นเน้นเลือกตั้งที่เป็นธรรม


โดย: ไร้นาม วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:0:15:00 น.  

 
ธรรมศาสตร์ยังมิได้.......หลับใหล
ยังอยู่เคียงคนไทย........เช่นนั้น
อักษรสื่อสารไป............แปรภาพ
เป็นหนึ่งในเชิงชั้น.........ปิดซ้อนซ่อนกล

+++

นักศึกษาเพียงแค่ล้อ....... การเมือง
กลับทำท่านขุ่นเคือง....... เช่นนั้น
อำนาจจากรุ่งเรือง.......... อาจตก- ต่ำนา
ตีทุบไม่อดกลั้น.............. น่าเศร้าเกินทน

+++

ลูกผู้ชายสมัยก่อนเคยสอนไว้
ว่าต้องให้เกียรติผู้หญิงและเด็กก่อน
ไม่รังแกพวกเขาไม่ตัดรอน
เป็นคำสอนแต่ก่อนเคยทราบมา

แต่ชายชาติ(อะไร?)สมัยนี้
ลืมสิ่งดีในอดีตหรือไรหนา
ทั้งผู้หญิงทั้งเด็กเด็กไม่นำพา
กลับตั้งหน้าตั้งตาราวีราน

บีบผู้หญิงออกจากงานที่คนเลือก
เอาใจเทือก- เถาเหล่าใดไม่สงสาร
บีบนิสิตนักศึกษาเฉกคนพาล
หรือสันดานท่านมิใช่ลูกผู้ชาย?

+++

จุฬาขยับอย่างปราชญ์
ให้ความรู้ราษฏร์
ผ่านเสวนา...

ทหารจับตามอง
เหตุใดไทยผอง
ใฝ่ปองสิทธิ์ประชา...

หาความรู้เถิด
แล้วจะประเสริฐ
เกิดรู้ปัญญา...

+++

ไล่ออก... เพื่ออะไรให้กังขา
คนก็ลาออกเองแล้วมิใช่หรือ
ปลุกกระแสมวลชนให้ร่ำลือ
เติมแต่งแต้มสร้างชื่อให้วีรชน...

+++

ภาษีของฉัน
แบ่งปันกันใหญ่
ยึดอำนาจไป
ไม่ให้เลือกตั้ง

แต่งตั้งพวกตน
เอาคนขึ้นรั้ง
เลือกญาติรับตังค์
น่าชังสลดใจ

+++

หาตังค์กับคน
เก็บจนเริงใจ
ภาษีขูดไป
ไม่คุมงบประมาณ

ไม่ได้เลือกมา
ตั้งหน้าเบิกบาน
เก็บเงินชาวบ้าน
คิดผ่านกฏหมายใด

ก่อนคิดเก็บเงิน
ประเมินหน่อยไหม
ใช้จ่ายอย่างไร
หรือไม่เคยสน

แต่งตั้งญาติมิตร
ใกล้ชิดปะปน
ใช้ภาษีชน
หรือไม่สนไม่ละอาย

+++

เมืองนอกเค้าชวนคุยเรื่องเลือกตั้ง
มีความหวังมีความฝันกันทั่วหน้า
คนแย้มยิ้มอิ่มสุขสบายตา
ต่างความคิดก็ยังมาพูดคุยกัน

แต่ประเทศบางประเทศสมัยนี้
จะพูดว่า "เลือกตั้ง" ทีอาจหวาดหวั่น
ถูกอำนาจนอกระบบสั่งเงียบงัน
ช่างน่าขันปิดกั้นเสียงประชาชน

+++

รณรงค์ยกเลิกกฎอัยการฯ
กฎทหารมิควรใช้ด้วยไหวหวั่น
ว่าประชาธิปไตยที่ใฝ่ฝัน
จะไม่มีที่มั่นให้หยัดยืน

+++

พรรคเก่าแก่ที่เราเคยเชียร์มา
ก่อนจะลาเลิกเลือกตอนวิกฤติ
สิบปีก่อนนั้นเคยชอบเพราะมองพิศ
แต่มาทราบว่ามองผิดน่าเศร้าใจ

สมัยยุคคุณพิชัยเคยดีอยู่
สมัยใหม่น่าอดสูเปลี่ยนเลือดใหม่
ไม่กล้าสู้ด้วยประชาธิปไตย
พอเลือกตั้งแพ้ถอดใจไม่ยอมลง

ปล่อยสิทธิ์เสียงประชาชนให้ถูกรอน
เลยต้องถอนตัวออกมาอำลาส่ง
จากเคยเชียร์ทุ่มสุดใจได้แต่ปลง
เดินออกมาจากไพรพงดงผู้ดี

+++

ท่ามกลางกรุงศิวิไลซ์
ที่ใช้อำนาจตรากฏ
ลักลั่นย้อนแย้งแฝงประชด
สร้างภาพพจน์พิศเห็นเช่นเงาลวง

เกือบหนึ่งปีก็ยังไม่สงบ
ภาษีงบลงไปท่านไม่ห่วง
ประชาชนไร้สิทธิ์จะถามทวง
เพราะติดบ่วงกฏเกณฑ์ไร้เสรี..

+++

งบทหารของไทยไฉนขึ้น
ดูแล้วมึนเงินทองฝืดเคืองจัด
เศรษฐกิจเลขถดถอยลงชัดชัด
แต่ทำไมไม่คิดตัดงบนี้เลย?

+++

กลางยุคมืดคนชืดชาต่อชีวิต
ไม่เห็นจิตประชาชนเชียร์เข่นฆ่า
ดำเป็นขาวราวไม่เห็นรอยน้ำตา
ทั่วพารากลางเมืองหลวงลวงหลอกคน

บทกวีนี่แต่งให้เงาอดีต
ที่วาดกรีดเกินขีดขั้นอันหมองหม่น
กลียุคเริ่มหรือไรใจเปื้อนปน
ผู้ทุกข์ทนต้องก้มหน้ามิจาบัลย์

ถูกใส่ร้ายในสิ่งที่ไม่ควร
ร่ำไห้หวนหมองหม่นทนโศกศัลย์
สงกรานต์เลือดห้าปีก่อนเกินรำพัน
อย่าแต่งปั้นป้ายสีใส่มวลชน

+++

หากนำคนเหยียบกฏหมายพิทักษ์กฏ
ก็คงลดหมดลงแล้วซึ่งคุณค่า
สันติราษฏรกลางสมัยไร้ธรรมา
หวังไม่ลืมจะรักษาศักดิ์ศรีตน

คนบางคนปิดถนนนำขบวน
เคยเชิญชวนให้คนร่วมชิงปล้น
ซึ่งสิทธิ์เสียงที่เป็นของประชาชน
ไม่ตรองสนถึงกฏหมายที่ไทยมี

สัญลักษณ์นำคนหยามปลดลงเหยียบ
ยากปานเปรียบสิ่งที่ทำไร้ศักดิ์ศรี
สร้างรอยแค้นให้คนรักสีกากี
ที่เคยทำคิดว่าดีได้อย่างไร

[Poem in English - Inspired by Shakespeare's Sonnet 57]
Nor dare I question with my sadness thought,
How you could be, or your affair suppose,
But, like a broken brick, bearing trick of nought
Shameful, how you could be so heartless to those

So true those fools seek truth that in your will,
Though you delude them, they think no ill.

Being your slave, what should they do but tend
Upon the direction and destiny of your desire?
They walked the path blaming the cops they spent,
To services to you, upon what you require.

So true that you forgot what rules you played,
Though you applied to the place that you just slayed

+++

อำนาจใดคว้าไว้ในมือท่าน
ประกาศลั่นว่าตนเองแสนยิ่งใหญ่
ยึดเก้าอี้มากับมืออย่างเกรียงไกร
ไม่ต้องมีผู้ใดมาเลือกตน

ละเมิดสิทธิ์ของคนอย่างชินชา
จึงแกล้วกล้าทำหลายอย่างโดยมิสน
จัดงานเลี้ยงหงเหมินหลอกผู้คน
ซ่อนเล่ห์กลแต่แรกก้าวไร้ภาคภูมิ

+++

เมื่อของโจรมาถึงแล้วคนรับ
คงยากจับหากผู้คนสนับสนุน
ผู้โดนปล้นน้ำตารินไร้ต้นทุน
แต่ยังดีที่อบอุ่นมีเพื่อนกัน

เพราะอย่างน้อยยังมีคนที่คิดเหมือน
ไม่ลืมเลือนทิ้งเสียงให้โจรสังสรร
บทกลอนนี้เขียนด่าโจรพร่ำรำพัน
ถ้าคุณนั้นมิใช่โจรอย่าร้อนใจ

คนรับของคงลืมใจคนโดนปล้น
ใครจะสนไม่เดือดร้อนไม่สงสัย
ว่าสิ่งของนั้นได้มาจากที่ใด
ได้ของฟรีก็ดีใจไม่สนเลย

+++

ให้โจรคุมทั้งกลไกนั้นถูกหรือ
ใครจะหือหากแอบปล้นกันอีกหนา
จะยอมเชื่อได้อย่างไรใจสงกา
ว่าโจรนั้นจะไม่มาแอบบิดเบือน ?

+++

รถกระบะห้ามนั่งท้าย
ออกกฏหมาย "คล้าย" สร้างสรร
มุมเดียวกลับเชื่อมั่น
จะหุนหันบังคับมา

ใช้สิทธิ์เผด็จการ
ไร้วิจารณ์ไร้สภา
ไร้ผู้แทนของประชา
ไร้คนกล้ามองต่างมุม

+++

สร้างเงื่อนผูกเกิดปมผสมร้อย
ทีละน้อยคอยวางร่างแหใหญ่
กางลงสู่ท้องทะเลที่กว้างไกล
งมจับไปได้ชีวิตติดแหมา

สังคมคนกิน-ดื่มลืมชีวิต
หักหาญสิทธิ์ปลิดปลงลงเข่นฆ่า
ธรรมชาติงดงามมิหวนมา
ด้วยเก็บเกี่ยวเพียงน้ำตาจากทะเล

+++

ชาวประมงลงแหเพื่อหว่านจับ
สัตว์ทะเลเลยขยับหลบหนีใหญ่
ชาวประมงพร่ำบ่นว่าทำไม
ไม่อยู่ให้เข่นฆ่า... เพียงหากิน


โดย: ไร้นาม วันที่: 30 กันยายน 2560 เวลา:1:46:40 น.  

 
พญาสิงห์ควรอยู่อย่างราชสีห์
อย่าคลุกคลีกับฝูงสุนัขป่า
ถึงไร้ฝูงแต่ก็ยังทรงคุณค่า
เพราะจริงแท้คนทราบว่าป่าของใคร

ยุคทมิฬถิ่นป่าถูกยึดครอง
เข้าจับจองเป็นหมู่จากหนไหน
อยู่นานปีจนลืมตนว่าพงไพร
นั้นเป็นไท มิใช่ไร้ สิทธิ์เสรี

+++

"นิติปรัชญา" นั้นมีมา แต่เก่าก่อน
ก่่อนเคยเรียน คำสอน เคยศึกษา
"ยุติธรรม" คำนี้ใช่ เพียงอักขรา
มีปรัชญา อยู่เบื้องหลัง ครั้งเมธี

หากยุคหลัง ฝังใจ กับลายลักษณ์
ยึดเป็นหลัก ลืมคำนึง ถึงหน้าที่
ของอักษร จึงตีความ ตามที่มี
ทฤษฎี เจนจบ ครบตำรา

คล้ายลืมเลือน เจตจำนงค์ ของกฎหมาย
บ้างตัดสิน อย่างเรียบง่าย แกะภาษา
จับเหตุการณ์ เชื่อมโยง อิงมาตรา
แล้วสรุป ง่ายง่ายว่า ยุติธรรม

+++

กลับเมืองไทย ฟังเพลงหนึ่ง ซึ้งถึงแก่น
สะท้อนแทน แสนหมื่นคำ เพรียกพร่ำหา
ด้วยเสรี เป็นเพียงฝัน จึงหลับตา
พร้อมประชา ที่หลับไหล เพราะใจเพลีย

แกะเนื้อเพลง แล้วตื่นมา คารวะ
ผู้ไม่ละ ไม่ปล่อยปละ ให้สูญเสีย
กล้าเริ่มเปลี่ยน หินเป็นเพ็ชร รนไฟเจียร
ผ่านบทเพลง จึงขอเชียร์ ผ่านบทกลอน

+++

เมื่อ "ความรัก" กลายเป็นเพียงข้ออ้าง
ที่ทิ้งขว้างหรือยกอ้างไร้เหตุผล
ยามยกอ้าง ดั่งว่ามี "ความรัก" จน
เหลือท่วมท้นล้นพ้นแล้วเต็มใจจริง

พอ "ความรัก" ที่เคยอ้างอยู่ตรงข้าม
กลับพลิกตามกลืนคำพูดหลายหลายสิ่ง
ลืม อดีต ที่เคยอ้าง-หลักการทิ้ง
ลืม "ความรัก" ปล่อยวางนิ่ง ทิ้งลงคอ

ลืมไปเลยหรือไรถึงข้ออ้าง
ที่ให้ร้าย แล้วสร้างข้าง ไม่รักหนอ
ที่ผลักคน ยึดหลักการ น้ำตาคลอ
ใส่ร้ายจน คนฟังท้อ อ้างได้ไง

คนที่รัก กลับถูกว่า ว่าไม่รัก (?)
คนที่อ้าง ยกตัวนัก ว่ายิ่งใหญ่
เคยแอบอ้าง ว่ารักนั้น เหนือใครใคร
ไม่ทันไร ก็ได้เห็น ธาตุแท้คน

เพราะ "ความรัก" ท่านไม่มีซึ่งหลักการ
เป็นเพียงลมปากวันวานไร้เหตุผล
นำมาใช้เหยียดวิญญาวีรชน :'|
ผู้ไม่ได้เป็นชั้นชน เช่นนั้นเลย...

+++

แม่งูเอ๋ย กินน้ำบ่อไหน
กลบทยุคใหม่ จากใจนักศึกษา
ลุงงูเอ๋ย ถูกแซวแล้วหนา
หาเสียงล่วงหน้า ครึ่งสภาตุนก่อนใคร

แม่งูเอ๋ย นักศึกษาคำนวณ
บวกลบครบถ้วน อีก 125 ที่ไง
ประชาชนงูเอ๋ย อีกไม่เท่าไหร่
เรื่องราวต่อไป เด็กๆ รอดู

แม่งูเอ๋ย เสียงเชียร์ครื้นเครง
ร้องรำทำเพลง แฝงสะท้อนความรู้
สมเป็นนักศึกษา ปัญญาชนชั้นครู
รวดเร็วเลิศหรู ควรคู่คำชม

+++

ราตรีเคยเงียบเหงา
โลกเคยเศร้าไร้สิ้นแสง
เมฆาเคยจำแลง
เข้าแทรกแทรงบังแสงดาว

พอลม...รำเพยพัด
โบกสะบัดบนห้วงหาว
ปลดปล่อยมวลดาดาว
ให้แสงพราวส่องต้องดิน

นับแสนนับล้านดวง
จนโชติช่วงไม่มีสิ้น
ส่องโลกงามเกินจินต์
ถ้วนทั่วถิ่นแดนดินไทย

นี่เป็นปรากฎการณ์
หนึ่งตำนานของยุคใหม่
เมฆหมอกความมืดใด
ไม่อาจใช้ปิดใจคน...

+++

ค่ำคืน มืดมิด เมฆปิดฟ้า
เดือนมืด นานมา ดาราหาย
ยืนหยัด สิบปี ไม่ดูดาย
ยังหวัง รอไม่คลาย หมายดูดาว

สิบปีก่อน คนรุ่นเก่า สร้างเมฆหมอก
สิบปีหลัง ถูกปลดออก เปลี่ยนหนุ่มสาว
ร่วมพลิกฟื้น ลบมายา ปล่อยดาดาว
ให้กลับไป พร่างพราว ในใจคน

+++

นกน้อยคล้อยบินนานมา
แกร่งกล้าด้วยใจใฝ่ฝัน
สิบปีผ่านไปมุ่งมั่น
บากบั่นไม่ท้อต่อไป

ที่พ่ายมาหลายกลศึก
บาดลึกกี่แผลเท่าไหร่
อุดมการณ์ประชาธิปไตย
อยู่ในใจก็ไม่พ่ายเลย

นกน้อยยังกางปีกบิน
ผกผินแม้ชนเมินเฉย
เชื่อมั่นเวลาเจ้าเอย
จะเผยความจริงสักวัน

+++

ปลดปล่อยสยายปีก
ขยับอีกหาความฝัน
สายใยห่อหุ้มนั้น
ก็มีวันที่ผ่อนคลาย

ผีเสื้อจักโบยบิน
โผผกผินร่าเริงร่าย
แย้มยิ้มมิเดียวดาย
ร่วมระบายพร้อมมวลชน

+++

เหมือนน้ำใสจะกลับมาอีกคราหนึ่ง
หวนคะนึงถึงยุคก่อนคราวงามใส
ในอดีตท้องทะเลสวยเพียงใด
อุดมไป อุดมการณ์ ประชาชน

อย่าเป็นคลื่นซัดสาดกวาดขยะ
เข้าปนปะ ความโสมม อย่าไปสน
หวังว่าครานี้น้ำใสไม่เปื้อนปน
ล้างสิ่งหม่น อย่าลืมหลง คงหลักการ

+++

เมื่อเมล็ด ของพันธุ์ไม้ งอกออกต้น
จากเล็กจน เริ่มเติบใหญ่ กิ่งก้านสร้าง
แล้วผลิดอก ออกผล ค้นหาทาง
ผุดจากดิน คือตัวอย่าง ความอดทน

วีรชน ที่ทับถม อุดมการณ์
บ่มเพาะหว่าน กล้าพืชพันธุ์ ทุกแห่งหน
เพื่อปลูกสร้าง ภูมิความรู้ ปัญญาชน
ให้แตกหน่อ ออกต้น ด้วยตนเอง

+++

ห้าปีผ่านชาติทหารยังหลอกลวง
คงหวงห่วงอำนาจวาสนา
ลืมหมดแล้วว่า "จะทำตามสัญญา"
"ขอเวลาอีกไม่นาน" ถึงเมื่อไร?

แต่งตั้งเถิดพวกตนเข้าสภา
พี่-น้องมารับตำแหน่งคือ "คืน" ไหม?
ให้อำนาจเสียง ส.ว. เกินยุคใด
หนึ่งโหวตใช้ได้เท่าคน 7 หมื่นคน!

+++

ระรอกคลื่น...
บนแผ่นพื้นน่าใจหาย
ปะทะหินกลางพื้นทราย
ก็ทลายลงพังภิณท์

แต่มวลคลื่น...
หากรวมกลืนกลับเซาะหิน
กาลเวลาบนแผ่นดิน
ละลายสิ้นหินเป็นทราย

+++

สงครามกบฏกฎมวลสัตว์
ดูเคร่งครัดจัดภาพสวยอวยเริ่มต้น
ล้มมนุษย์ นำฝูงหมา มาชิงชน
แล้วตั้งตน เป็นหมูนำ อหังการ

นโบเลียน เขียนกฏใหม่ ให้สวยหรู
โฆษกชู เหตุผลไป เรื่อยไขขาน
วาดศัตรู ขู่สัตว์กลัว เกินพบพาน
แต่พอผ่าน นานปี ยิ่งลำเค็ญ

สัตว์ทุกตัว เท่าเทียมกัน จารึกไว้
ก็แก้ใหม่ ใส่พิเศษ กันเห็นเห็น
ว่าบางตัว เช่นพวกตน ก็ยกเว้น
เพราะมีเส้น เป็นพี่น้อง ของผู้นำ

+++

โครงสร้างใหญ่สร้างลงบนฐานเปราะ
อาจกระเทาะล้มครืนคราฝืนอยู่
ยิ่งต่อเติมเสริมสร้างเองอย่างไม่รู้
ยากกอบกู้กลับยิ่งแย่ไม่แค่พัง
หลักฟิสิกส์คือจะพาฐานล้มด้วย
น้ำหนักช่วยทับถมร่วมกลบฝัง
ฐานปริ่มน้ำที่ได้มาด้วยพลัง
ยามพลาดพลั้งอาจพาล่มจมกันไป

+++

แสงดวงดาววาววับกลางราตรี
ฟ้าที่มีแต่ความมืดเริ่มมีหวัง
เสนาะเสียงแห่งสาระจนหยุดฟัง
ถึงถ้อยคำเปี่ยมพลังเพื่อมวลชน
ชาวบ้านเอยมีคนเห็นคุณค่า
เข้าค้นคว้าข้อมูลแน่นลงถนน
จนสะท้อนชีวิตจริงของผู้คน
ที่อดทนทำไร่นาให้เรากิน
สภาเงียบตั้งใจฟังทุกจังหวะ
ไม่แบ่งฟากเข้าปะทะรู้หยุดสิ้น
ยื่นความรู้ให้ฝั่งรัฐได้ยลยิน
ประจักษ์จินต์ถึงฝ่ายค้านอุดมการณ์

+++

หอศิลป์ถิ่นสร้างสรร
เชื่อมความฝันสู่ห้วงหาว
รวมแสงแห่งดาดาว
ส่องสกาวในใจคน

+++

นรชนคนเปลี่ยนแล้ว......ทำใจ
พูดพร่ำคำใดใด............ไม่แคล้ว
ยังคงพ่นพิษไป............งูเห่า
ฉกกัดชาวนาแล้ว..........หมดสิ้น ลืมคุณ

+++

สลดแสนสยามโศก
วิปโยคเกินคิดถึง
อาวุธในคลังหนึ่ง
ถูกปล้นถึงจึงบานปลาย
ชีวิตของมวลราษฎร
จึงหวั่นหวาดขาดล้มหาย
เจ้าหน้าที่มีหลายนาย
เข้าคลี่คลายจนข้ามคืน
ส่งแล้ววีรชน
ท่านเป็นคนผู้หยัดยืน
สู่สรวงส่งสะอื้น
บนแผ่นพื้นผืนดินไทย
หวังว่าเหตุการณ์นี้
คงจะมีบทเรียนใหญ่
ให้ทบทวนกันไป
ว่าสิ่งใดต้องเปลี่ยนแปลง

+++

ยิงปืนใส่มวลชน
มิใช่คนถูกต้องแล้ว
สิบปีก่อนตั้งแนว
ทำกร่างแล้วยิงประชา
ภาพเก่าเรายังจำ
ยังกลืนกล้ำยังให้ค่า
ร่องรอยของน้ำตา
ใช่เวลาจะลบเลือน
เพื่อนฉันรักในหลวง
กลับติดบ่วงป้ายสีเปื้อน
จนตายกันกลาดเกลื่อน
แสนสะเทือนไร้เมตตา
เห็นคนไม่ใช่คน
ยิงไม่สนไม่เห็นค่า
เกือบร้อยศพพบพา
เป็นอาชญาฯ ที่ฆ่าไทย

+++

ความกลัวทำให้เสื่อม
อาจกระเพื่อมเป็นวงใหญ่
หลักการกฏใดใด
บิดเบือนใช้กันภัยตน
ผู้คนมีความรู้
ต้องนิ่งดู...ไร้เหตุผล!
บางสิ่งเกินจะทน
มันสุดล้น... จนโกรธเคือง!!!

+++

ดั่งยุคทมิฬมาร
นกหวีดขานเรียกควันปืน
กฎเกณฑ์เริ่มพังครืน
ตระบัติฝืนอยู่นานมา
สร้างคำ "สัญญา" ลวง
ถึงถามทวงคงไร้ค่า
พูดว่า "ขอเวลา"
แล้วเข่นฆ่าผู้แทนชน
ยุบพรรคถึงสองพรรค
จนประจักษ์ทุกแห่งหน
ไม่สนความทุกข์ทน
ของผู้คนบน "แผ่นดิน"
นี่หรือคือ "งดงาม"
"คืนกลับ" ทรามความสุขสิ้น
น้ำตาต้องหลั่งริน
เพราะชาชินคำหลอกลวง

+++

บทกวีเขียนถึง "อนาคต"
เกิดปรากฏปรากฏการณ์ไม่คาดฝัน
เป็นสิ่ง "ใหม่" ให้ศึกษาผ่านคืนวัน
รู้จักกันแม้สั้นสั้น... ประทับใจ
จากเป็น "พรรค" ถูกยุบเปลี่ยนเป็น "คณะ"
ดูไม่ละ ยังหยัดยืน ไม่หวั่นไหว
ขอนับถือ ถึงตัวตน ทุกคนไป
ในยามที่ ประเทศไทย เหมือนไร้ธรรม
ฉันไม่ได้ เลือกพรรคคุณ ยังศรัทธา
วันข้างหน้า ความเจ็บแค้น ที่กลืนกล้ำ
อาจเป็นเพียง ประวัติศาสตร์ ให้จารจำ
ให้คนมอง แล้วขำขำ ไร้ธรรมเกิน
ประวัติศาสตร์ หลายคดี เคยผิดพลาด
เคยตัดสิน เคยประหลาด เคยขวยเขิน
เพิ่มอีกหนึ่ง ให้คนสอน กันเพลิดเพลิน
ชนรุ่นหลัง จะสรรเสริญ ผิดถูกเอง

+++

นิติศาสตร์ปริญญาที่ศึกษา
สร้างคุณค่าให้เข้าใจความหมายมั่น
ว่าหลายสิ่งไม่ได้เป็นเช่นภาพฝัน
หลักการนั้นไม่ได้มีในโลกจริง
ปรัชญายุติธรรมที่ร่ำเรียน
เป็นข้อเขียนลึกซึ้งยอดเยี่ยมยิ่ง
แต่ในชาติที่่มีชนชั้นช่วงชิง
กลับเลือกอิงพิงกฎลดหลักการ
หากฝั่งหนึ่งทำแบบหนึ่งนั้นคือผิด
แต่อีกฝั่งกลับได้สิทธิ์สนุกสนาน
ตาชั่งเอียงหรืออย่างไรไยพบพาน
สองมาตรฐานก็พาลเกิดก็กลับมี


โดย: ไร้นาม วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:0:06:22 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ไร้นาม
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]





"อ่านคนอ่านที่ความคิด
หาใช่ชื่อเสียงเรียงนาม"
Friends' blogs
[Add ไร้นาม's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.