จินตนาการจากความว่างเปล่า
Imagination from the emptiness
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
2 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
กวีการเมือง #4

สะสมบทกวีที่แต่งไว้ที่ห้องกวีการเมือง: ราชดำเนิน [ที่นี่]

เพื่อนเก่าชาวราชดำเนิน
อย่าเมินเรื่องชาติประชา
ชวนคุยการเมืองอีกครา
ร่วมกันเสวนาภาษากวี

ที่หมางใจให้ผ่อนคลาย
สร้างมิตรสหายน้องพี่
ค่อยค่อยเจรจาพาที
ด้วยถ้อยวลีที่ดีงาม

เปิดวงสุราอีกครั้ง
ให้ตั้งวงนั่งก๊งตอบถาม
ร้อยเรียงความเห็นเป็นบทความ
อย่าให้ใครหยามห้องการเมือง



Create Date : 02 กันยายน 2552
Last Update : 2 กันยายน 2552 22:34:58 น. 103 comments
Counter : 562 Pageviews.

 
๏ เจ็ดค่ำ จ้ำเคล็ด เข้า .......... วันโกน
ต้อง โค่นยำ ค่ำโยน .............. ขวดเหล้า
ทำตัว ดั่งโจร โดน ................ จั๋งหนับ นาพ่อ
วันพระ ห้ามพวกเอ้าท์ ............ เผ่าอ้วกเผื่อหมา

๏ ไร้นาม ขาเเข้ง เมื่อย........... ปวด หมวด เปื่อยแล
เรื่องบ่อนย้าย ตำหนวด .......... ตรวจน้ำ
หอกหัก เสือกทวด สวด ......... เทือกมาร์ค ทำฮา
อด หม่ำส่วย หม่วยซ้ำ ........... มาร์คปล้ำตามผี-กระสือ แลนาบารนี ๚ะ๛


--- นกโก๊ก

+++

ร่ำสุรา จนเมามาย ก่ายกวี
ถูกเข้าใจ ผิดอีกที ไม่ดีแน่
ทั้งทั้งที่ รักห้องนี้ คอยดูแล
กลับต้องแย่ ถูกดูแคลน ให้แค้นใจ

กระอักเลือด เป็นน้ำตา หยาดรวยริน
อยู่ในถิ่น นี้เนิ่นนาน มาแต่ไหน
กลับถูกใคร ไม่ทราบ เริ่มใส่ไฟ
จนเรื่องใหญ่ เข้าใจผิด กันต่อมา

ตั้งกระทู้ ซ้ำซ้ำ ย้ำเป็นเดือน
นี่หรือเพื่อน ร่วมถนน ที่คบหา
ไม่สืบค้น ความจริง สิ่งลวงตา
กลับก๊อบมา ต่อกัน มันส์หรือไร?

จากคนหนึ่ง เรื่องเป็น เช่นอย่างหนึ่ง
บานปลายถึง มั่วซั่ว ออกไปไหน
สรุปกัน เช่นนั้น ได้อย่างไร
กล่าวโทษไซร้ ไร้นาม "ขายข้อมูล"?

ไม่เคยเลย เพื่อนเอ๋ย ฟังแล้วเศร้า
โปรดอย่าเขลา เชื่อข่าว เนื้อแท้ศูนย์
พบหนึ่งที เขียนแก้ที กลับเพิ่มพูน
แสนโศกา อาดูร ไม่เข้าใจ

กระดกจอก สุรา พาจิตชื่น
ยิ้มเยาะฝืน โลกลวง ห่วงสงสัย
Login นี้ ใช้มา ตั้งเท่าไร
กลับอาจยับ ดับไป กับคำลวง

นี่แหล่ะหนา โลกหล้า เวลานี้
จิตทราบดี จึงทราบ เลิกห่วงหวง
เข้าใจผิด ก็ยิ้มเย้ย เหวยเพียงดวง
อยู่ในช่วง ตกต่ำ กระมังเอย...


-- ไร้นาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:38:38 น.  

 
ชูจอกอำพันถามจันทรา
เจ้าอยู่กลางเวหาว้าเหว่ไหม
สาดแสงส่องพสุธาอำไพ
อาบไล้ใจข้าอย่างเยียบเย็น

ความหลังดังหมอกควันอันผันผ่าน
รุกรานปานกระบี่ที่ไม่เห็น
เดียวดายใต้เงาของจันทร์เพ็ญ
สุราเช่นสหายที่รู้ใจ


--- Uncle-Dave

+++

ชูจอกอำพันถามจันทรา
อยู่กลางเวหาเหงาหรือไม่
หากไร้คนหนุนขึ้นสูงไป
ยามตกนั้นไซร้อาจเจ็บตัว

ความหลังดังหมอกควันผันผ่าน
เป็นม่านบดบังจนสลัว
ก่อนขึ้นกดคนจนหวาดกลัว
ยิ้มยั่วหยอกเย้าเอ้าศัตรู

พอจันทร์ขึ้นได้จนสาดแสง
สำแดงความงามคล้ายเลิศหรู
กลับได้พบบทให้เรียนรู้
ว่าอยู่เดียวดายไม่ง่ายเลย


-- ไร้นาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:40:17 น.  

 
คารวะโกวเนี้ยสักหนึ่งจอก
ล้างม่านหมอกคลุมใจให้ใสสว่าง
ร่ำสุราวิจารณ์กระบี่อยู่ท่ามกลาง
เหล่าสหายร่วมทางให้เบิกบาน

อันติฉินนินทานั้นธรรมชาติ
มิมีใครสามารถอาจพ้นผ่าน
สาระอะไรในคำคนที่วิจารณ์
จงกล้าหาญเงยหน้าท้าฟ้าดิน

เหล่าสหายเข้าใจในจุดยืน
อันเรื่องอื่นไม่คำนึงถึงทั้งสิ้น
เชื่อในความจริงใจไร้ราคิน
เชิญร่วมรินสุราให้เบิกบาน


-- Uncle-Dave

+++

คารวะจอมยุทธกลับหนึ่งจอก
ยิ้มหยอกเย็นชื่นรื่นในจิต
แลกเปลียนสุราภาษามิตร
ชื่นชิดชวนชมคมกวี

ติฉินนินทาก็ผ่านไป
ชื่นใจสหายในถิ่นที่
เชื่อมั่นจริงใจในวลี
แลกเปลี่ยนสิ่งดีดีกันเรื่อยมา


-- ไร้นาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:41:22 น.  

 
ร่ำสุราด้วยจิตชื่น เอมใจ
จะกังวลไปใย หนอเจ้า
โลกไซเบอร์นี้แสน กว้างใหญ่
เรื่องรบกวนจิตใจ สลัดทิ้ง เข้านอน

ปล่อยปัญหาเป็นเรื่อง พรุ่งนี้
จะร้ายดีค่อยติดตาม กันต่อ
ครหาจิ้บจ๊อยใช่เรื่องใหญ่ ให้ท้อ
ขอเจ้าใจนิ่งรอ คลี่คลาย


-- BOMPS

+++

ร่ำสุราด้วยจิตชื่น..........เย็นใจ
ลบสิ่งไม่เกี่ยวไป...........สลัดสิ้น
การเมืองเรื่องห่วงไย......คุยต่อ
เลิกทุกข์เพียงลมลิ้น.......ติแล้วก็หาย


-- ไร้นาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:42:20 น.  

 
๏ จืดหมด จรดมืด เหย้า ....... เม้ายืด ยานฮา
เหล้าหมด รสเม้า ชืด ........... มืดเช้า
รักหมด รสหมัก จืด ............. มืดจัก นอนแล
ผีหมด พจน์มี เจ้า ............... 'เม่าจี้จิกเขลา -->('เม่า นี่ไรนิ แมงเม่า ข้าวเม่า เขม่า)

๏ ข้าวเม่า ข่าวเม้า อยู่ ......... หมู่เยา-วัยฮา
คำกู่ คู่กรรม เรา ................. เก่าล้ำ
รู้แหม้ง แหล่งหมู่ เขลา ......... เมาคู่ 'แมงเม่า'แล
ข้าวหม่า เขม่า คล้ำ ............. หม่ำข้าวนึ่งเหนียว

๏ เบี้ยวเก่ง เบ่งเกี้ยว จอด .... กอดเจี๊ยว ใครฮา
แย่ที่ ยี้แท้ เกลียว .............. เที่ยวแก้
รูดบัตร รัฐบูด เสียว ............ เบี้ยวสูตร กระสือฮา
หนี้แม่ แน่มี แปร้ ............... แม่ปี้ป่นไหม

๏ หวัดไข้ ไหว้ขัด เจ้า ......... เข้าจัด 'วัคซีน'เวย
ครูหัด ขัดหู สัตว์ ................ หัดสู้
อ่างสู้ อู่สร้าง อัฐ ............... ซัดอ่าง 'น้ำร้อน'ฮา
ร้อนอุ่น รุ่นอ้อน รู้ .............. อู่ร้อนฤๅเย็น

๏ ผีเน้น เพลนี่ ตั้ง .............. นั่งตี กลองนา
สั่งคู่ สู้คลั่ง ผี .................... ขี่พลั้ง
พวกเก๊า เผ่ากร๊วก หลี ......... กี๋ลวก โก๋แล
บี้เหนี่ยว เบี้ยวหนี้ ยั้ง ........... นั่งยี้'ผีขาดหัว' ๚ะ๛


-- นกโก๊ก

+++

ย้อนคำ ย้ำค่อน เค้น............เข่นคร- หาเวย
เหล้าอิ่ม ลิ้มเอ้า วอน............อ่อนเว้า
หนี้ติด หนิทตี ทอน..............ตอนที่ กู้แล
จรเก็บ เจ็บก่อน เย้า.............เก่าย้อน ไม่สน


-- ไร้นาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:43:31 น.  

 
[ฉันท์งูเลื้อย]

จรดรสสุราเริง
ระบำเพลิง ณ ชิวหา
ประชุมเชิญสหายมา
สราญร่วนสรวลเส


-- ethanoic

+++

จรดรสสุราเริง
ระบำเพลิงแตะชิวหา
สราญรินประทินมา
มิเลิกลาประเทืองใจ


-- ไร้นาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:44:42 น.  

 
ยกจอกหนึ่งจอกให้แม่หมี
ตุ้ยนุ้ยเข้าทีที่อุ้ยอ้าย
แต่จุ้นจ้านนานนักจักออกลาย
ระวังคนเขาจะอายเอือมระอา

ปรุงป้อนเมรัยให้พ่อหมี
ยิ่งหลงสีใดใดใจยิ่งพร่า
หมีจงวางข้องขัดและอัตตา
ก็รวยกว่าหมีใดใดใยจักกลัว

ยกสาโทป้อนลูกหมีน้อยน้อย
จงค่อยค่อยแยกสีความดีชั่ว
เป็นหมีขาวใช่กาขาวที่เมามัว
รอวันฟ้าสลัวเป็นสีทอง

ตระกูลหมีแพนด้ายังน่ารัก
เพราะรู้จักกระแสขึ้นและล่อง
คนหลับมานานปีหมีคะนอง
ยามนี้คนตื่นมาฟ้องร้องระงม


-- ethanoic

+++

ยกสาโทป้อนลูกหมีน้อยน้อย
ด้วยค่อยค่อยแยกสีมีดำขาว
ออกเป็นสัดส่วนกันให้เห็นราว
ตามภาพข่าวดูชัดจนมัดใจ

ขยับเยื้องย่างนิดน่ารักนัก
อ้วนอ้วนพักนอนหลับดูสดใส
แต่ก็ให้ฉงนอยู่ข้างใน
ข่าวอื่นใดนอกจากหมีไม่มีเลย

ไข้หวัดสองพันเก้าเอ้าถึงไหน
ป่วยกันไปจนหายแล้วรัฐก็เฉย
เสียประวัติหมดวันลากันแล้วเอย
แต่ไม่เคยเข้าโรงบาลเท่านั้นเอง


-- ไร้นาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:46:36 น.  

 
[รำพัน]

ช่วงนี้งานหนักนัก
ไม่ได้พักเลยพี่ยา
หมดแรงร่ำสุรา
เพราะเพิ่งมาถึงบ้านตน


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:47:13 น.  

 
กลับแล้ว แก้วหลับอุ้ม..........ไม่วาง
ยาก ห่างเพลิน เหิรพลาง.......จอกเหล้า
หลับฝัน แตกต่าง ต่าง...........แตกตื่น ดื่นเวย
เห็นพวก ปลุกปั่นเศร้า.........เปล่าสั้นหวั่นใจ

มองดู เห็นรัฐ ท้อ.................หน่ายทาย หนอฤๅ
เช้าบ่าย เบื่อ ต้องรอ..............ต่อร้อง
โต้คำ เพิ่มสอ พอ.................เสริมภาพ สร้างแล
เพียง ส่องไทย ใส่ท้อง............อิ่มนั้นไกลเกิน


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:47:44 น.  

 
การเมืองเป็นเรื่องขัดแย้ง
ใยแกล้งชวนมาหาเรื่อง
คุยกันเฉยเฉยยังเคือง
อย่าก๊งให้เปลืองสุรา

มิตรแท้แม้ร่ำเมรัย
คุยไปเดี๋ยวกลายเป็นด่า
พูดคุยกันธรรมดา
ดีกว่าสุรามาปน


-- นายสันทัด

+++

การเมืองคล้ายเรื่องขัดแย้ง
ไม่ได้แกล้งชวนมาเพื่อหาเรื่อง
คุยกันเฉยเฉยได้ไม่ต้องเคือง
ยิ้มแย้มประเทืองรสอารมณ์

หากมองกันเป็นเช่นมิตรแท้
ไม่มีแน่การยกตนขึ้นข่ม
จะถ้อยทีถ้อยฟังค่อยค่อยชม
แล้วแลกคมความคิดชื่นชิดใจ

กระทู้นี้ตั้งมาก็สี่ครั้ง
ตั้งแต่ยังวุ่นวายเป็นเรื่องใหญ่
เมษาเลือดเชือดกันน่าหวั่นใจ
แต่ก็ไม่มีใครมาด่ากัน

ร่ำสุราถ้อยทีถ้อยอาศัย
ยิ้มละไมพูดคุยลุยสรวลสรร
กลับเย็นได้แค่เพียงรู้เท่าทัน
ว่าเธอฉันนั้นก็เป็นเช่นเพื่อนไทย


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:48:54 น.  

 
ขอร่วมร่ำสุรา
ร่ายภาษาเจรจาถาม
มิตรภาพอันงดงาม
อยู่ที่ยามยอมรับฟัง

แก้วแรกความคิดเขา
แก้วสองเรากล่าวตามหลัง
แก้วสามชอบหรือชัง
แก้วสี่ยังคอยคิดทวน

ดื่มเมาเช้าก็หาย
แต่ชาติวายมิกลับหวน
ดื่มลิ้มชิมเชิญชวน
ดื่มด่ำดวลความคิดกัน


-- น้ำมิตร

+++

เชิญเพื่อนร่ำสุรา
ร่ายภาษาแลกคำถาม
มิตรภาพยังงดงาม
ด้วยมีความเคารพกัน

บทกลอนคุณน้ำมิตร
ยามได้พิศแสนสุขสันต์
เย็นรื่นชื่นใจพลัน
ดื่มด่ำฝันอิ่มอารมณ์


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:49:53 น.  

 
[ สุราจอก 4/2: คุณ cuti3b ]

เอากับแกล้มมาลงในวงเหล้า
เหมือนยั่วเย้าให้อยู่กันดึกดึก
กุ้งเผาหอมยวนใจให้สำนึก
ว่าต้องครึกครื้นกันแต่วันนี้


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:50:38 น.  

 
[ สุราจอก 4/3: คุณพิงค์นคร ]

โดนกักกันเพราะการเมือง
ถือเป็นเรื่องธรรมดา
พอหายแบนก็กลับมา
สนทนาให้เมามัน


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:50:55 น.  

 
[ สุราจอก 4/6: คุณ lottalolly ]

เย็นนี้หากับแกล้มอะไรดี
ตั้งเป้ากันสักทีจะดีไหม
สร้างประเด็นเล่นกลกลอนให้สาใจ
วิจารณ์ไปให้เข้าเคล้ากวี


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:51:33 น.  

 
[ สุราจอก 4/9: คุณนางประแดศรี ]

มีเพื่อนมาอยู่ในรอบดึก
ให้ครื้นคึกยกสุรามารับใหญ่
อ่านการเมืองเรื่องวุ่นใช่อุ่นใจ
น่าสงสัยเหตุใดไม่เที่ยงธรรม

วันก่อนไปฟังนายกอภิสิทธิ์
ยืนเกาะติดโพเดี้ยมหน้าเครียดคล้ำ
พูดถึงหลักเศรษฐกิจที่คิดทำ
โดยเล่นคำเป็นพยางค์ให้เห็นดู

ยกอักษรตัวแรกคือตัว P
บอกว่ามันแทนที่ People หรู
บอกเน้นย้ำประชาชนเหมือนเชิดชู
แต่คนรู้แอบแซวว่า Police


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:51:59 น.  

 
[ สุราจอก 4/11: คุณ lottalolly ]

มาร่วมก๊งกันอยู่ก็ชื่นใจ
จึงรีบยกจอกทันใดมารับเพื่อน
ที่อุตส่าห์มารอบดึกเพื่อเยี่ยมเยือน
คอยเฝ้าเรือนยาม net หลุดสุดปลื้มใจ

ตัวอักษรที่สองคือตัว R
เป็นตัวย่อที่นำมาจากคำใหญ่
Reconciliation นั่นอย่างไร
คงจะหวังให้คนไทยปรองดองกัน


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:52:32 น.  

 
.... อันตัวผม ดื่มสุรา หาใช่ติด
แต่หามิตร สร้างสรร ในงานศิลป์
เราแลกเปลี่ยน ความคิดกัน เป็นอาจิน
ในบางครั้ง งานศิลป์ ต้องมีเมรัย


-- lottalolly

+++

[ สุราจอก 4/14: คุณ lottalolly ]

จอกสุรา ส่งมา แลกความคิด
ไม่ยึดติด ตัวตน แต่หนไหน
เสวนา การเมือง เรื่องของไทย
สราญใจ เพื่อนมา พารื่นรมย์

คุยกันต่อ อักษร ท่านนายก
ส่วนที่สาม ตัว O หาเหมาะสม
ย่อมาจาก Openness น่าชื่นชม
เป็นคำคมว่าเปิดรับไร้อัตตา

อีกมุมบอก Opportunity
ดูแล้วดีเป็นคำนำคุณค่า
แต่ของจริงขอให้คงสมราคา
ที่คุยมาเป็นอักษรอย่าหลอกลวง


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:53:27 น.  

 
... บรรยากาศ ร่ำสุรา น่าสนุก
มีคลายทุกข์ มีสุข คละเคล้าไป
พูดออกมา จากความคิด ภายในใจ
เพื่อนทุกคน อภัยให้ ที่ได้น้องเมีย


-- lottalolly

+++

[ สุราจอก 4/15: คุณ lottalolly ]

ตัวอักษรต่อมาก็ตัว G
ท่านนายกบรรยายทีภาพสวยใส
มาจาก Good Governance นั่นอย่างไร
จริงหรือไม่พวกเราคงต้องจับตา


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:54:20 น.  

 
อันการได้น้องเมีย นั้นหรือ คือผิดศีล
เพราะว่ากลิ่น นั้นชวน เสน่ห์หา
ไม่ว่าชาย คนใหน ต้องปรีดา
ถ้าได้มา เสี่ยงพ่อตา กูก็ยอม


-- lottalolly

+++

[ สุราจอก 4/16: คุณ lottalolly ]

อ่านกลกลอนน้องเมียท่านแล้วฮา
เลยยกจอกออกมาหวังเข้าแลก
เอาคำคมนายกมาแบ่งแจก
ให้พอแทรกรสเข้มเต็มส่งชิม

อักขราต่อมาท่านนายก
คือตัว R ส่งชกให้คนลิ้ม
ย่อมาจากคำยาวยาวเห็นแล้วอิ่ม
ฟังก็ยิ้ม Regional Integration


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:55:07 น.  

 
แต่บังเอิญ น้องเมีย ปลดทหารมาใหม่
ทำจิตใจ เหี่ยวห่อ ที่รอหวัง
เสียความคิด วางแผนมา ตั้งนาน
โธ่ไอ้ฟาง ข้าว ASTV


-- lottalolly

+++

[ สุราจอก 4/18: คุณ lottalolly ]

ตัวอักษรต่อมาก็ตัว E
ฟังดูดีสร้างภาพจนงามพร้อม
Economic Recovery ดูน่ายอม
แต่พอน้อมใจดูก็ขำเอย

ราคาข้าวของนั้นมันก็ขึ้น
ภาษีน้ำมันนั่นก็ขึ้นเฉย
รัฐติดหนี้แปดแสนล้านอีกเวย
ชาติจะเงยหน้าขึ้นได้อย่างไร

อะไรคือนโยบายเศรษฐกิจ
โปรดหยุดคิดประชาชนหาโง่ไม่
การหมุนเงินอนาคตมาใช้ไป
แล้วอันไหนคือหลักการหาเงินจริง?


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:55:50 น.  

 
อภิสิทธิ์ ถึงยังไง ไปไม่รอด
เจอบิ๊กป๊อด กับพี่ชาย ก็หายหัว
เรื่องเก้าอี้ ผบ. ยังไม่ชัว
เพราะว่ากลัว จะหลุด ฉุดตัวเอง


-- lottalolly

+++

[ สุราจอก 4/20: คุณ lottalolly ]

เรื่องเก้าอี้ ผบ. ยังไม่ชัวร์
หรือว่ามัวหาอักษรมาเสกสรร
ให้ฟังสวยเลิศหรูดูทุกวัน
ก็แค่นั้นทำได้จริงจึงจะชม

ตัวอักษรต่อไป Double S
แบ่งเป็นเศษสองส่วนอย่างเหมาะสม
ตัว S แรกแทนคำที่แสนคม
ด้วยชื่นชม Sufficiency Economy ไง

ตัว S สองก็ตามมาเคียงคู่
เป็นสิ่งรู้ติดตามมาแต่ไหน
Sustainable Development นั่นอย่างไร
นำมาใช้คงเยี่ยมเตรียมรอดู


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:56:37 น.  

 
[ สุราจอก 4/26: คุณคนชาย ]

ตกชื่อพี่ท่านไปหรือ
อย่าถือสาน้อยใจไป
ค้นดูกระทู้เก่าเท่าไหร่
ก็ยังไม่เห็นชื่อเกลอ

แต่ไม่เป็นไรสหาย
ตามสบายต้อนรับเสมอ
ดีใจที่ได้พบเจอ
ชวนเพ้อรำพันร่ำสุรา


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:57:19 น.  

 
การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน
ต้องดิ้นรนเพื่ออยู่เย็นเป็นสุข
เกิดมาแล้วเหตุใดใยทนทุกข์
ก็ความสุขเกิดได้ด้วยการเมือง

โลกยุคใหม่จึงใฝ่เสรีภาพ
ซึ่งเอิบอาบดวงจิตไม่คิดเขื่อง
เท่าเทียมกันทั้งนั้นพลเมือง
จึงยึดเรื่องเสียงส่วนใหญ่ใช้เป็นเกณฑ์


-- กำแพงเขย่ง

+++

[ สุราจอก 4/29: คุณกำแพงเขย่ง ]

การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน
จึงต้องสนใจตามใฝ่ศึกษา
นโยบายเศรษฐกิจวัดราคา
เป็นคุณค่าว่าฝีมือเป็นอย่างไร

ตัวอักษรต่อมาที่บรรยาย
สื่อความหมาย ตัว I สรรสร้างใหม่
ย่อมาจาก Innovation ไง
แต่เรื่องไหนคืออันใหม่ยังไม่เห็น?

หลายๆ เรื่องดูเก่าเค้าเปลี่ยนชื่อ
สิ่งเดิมคือดีอยู่แล้วกลับเขม่น
เปลี่ยนชื่อใหม่ดั่งจะเบี่ยงเบนประเด็น
ยังกับเห็นเป็นของเล่นสนุกมือ...


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:58:04 น.  

 
ในกระแสธารโชกเชี่ยว
ครื้นคลื่นเกลียวคระครืนคลั่ง
สมานฉันท์สมานชัง
เบียดบดดังสนั่นเมือง

ยุติธรรมยังแล้งไร้
คลางแคลงไปในทุกเรื่อง
ความปรองดองจึงเปล่าเปลือง
ความคับเคืองยังครองใจ

เมื่อชวนร่ำเริงสุรา
เจรจาอัชฌาศัย
ร่วมขบคิดความเป็นไป
วางฟืนไฟในอารมณ์

ย่อมได้รับตอบสนอง
ตามครรลองอันเหมาะสม
จอกชนจอกคลี่คลายปม
ทิ้งขื่นขมรื่นรมย์เมา

ในกระแสธารเชื่ยวกราก
เกลียวคลื่นหลากหลายพันธุ์เผ่า
ต่างวาทะอันหนักเบา
อย่าให้เร้ารสสุรา

อย่าให้เร้ารสเหล้าเฝื่อน
มาเถิดเพื่อนให้รู้ว่า
การเมืองไม่มีอัตตา
ร่วมสร้างค่าราชดำเนิน ฯ


-- ตระกองขวัญ

+++

[ สุราจอก 4/30: คุณตระกองขวัญ ]

ในกระแสธารโชกเชี่ยว
ใจร้อยเกี่ยวกันมั่นหมาย
ตั้งวงเหล้าเคล้าผ่อนคลาย
ไม่เสียดายคำกวี

การเมืองคุยกรุยชีวิต
ร้อยพันจิตสร้างสิทธิ์ที่
ด้วยหวังให้ไทยเสรี
จึงได้มีห้องการเมือง

ตัวอักษรเศรษฐกิจ
อย่ายึดติดอย่าคุยเฟื่อง
เห็นนายกวางมาดเขือง
ดูปราดเปรื่องเรื่องลมคำ

อักษรตัวถัดต่อมา
คือ V นาอย่าเพิ่งขำ
ย่อมาจาก Vision นำ
เหมือนบอกย้ำว่าท่านมี

นึกถึงวันรับตำแหน่ง
ท่านแถลงคำแรกดี
ว่าจะให้เท่าเทียมนี้
มีทุกที่ทั่วถิ่นไทย

แต่ผ่านมาไม่กี่เดือน
เหมือนคำเลือนหายไปไหน
ความเท่าเทียมเสรีใด
ไม่มีให้เพื่อนเสื้อแดง?


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:58:56 น.  

 
สุนันยา คารวะ ท่านไร้นาม
อักษรงาม กลอนกวี ที่สลัก
สุนันยา ยังอ่อน วิชานัก
ขอพิงพัก ด้วยรักร้อย ถ้อยลำนำ


ร่ำสุรา ข้าน้อย ไม่ถนัด
แต่ไม่ขัด นั่งคอย พลอยพูดพร่ำ
เรื่องการเมือง เคืองใจ ให้เจ็บจำ
เหมือนเป็นกรรม ย้ำเรา เฝ้าทุกข์ทน


หวังไม่นาน มารแผ่นดิน คงสิ้นซาก
ความทุกข์ยาก ห่างหาย ไปอีกหน
ได้คนดี ศรีประชา มาช่วยดล
ความยากจน หมดสิ้น จากถิ่นไทย


-- สุนันยา

+++

[ สุราจอก 4/31: คุณสุนันยา ]

คารวะ แด่คุณ สุนันยา
แต่งกลอนมา ร่วมแจม ในวงเหล้า
กับแกล้มพร้อม รับเพื่อน รสเบาเบา
ส่งให้เคล้า บทกวี ที่บรรเลง

แล้วร่วมคุย การเมือง เรื่องของชาติ
ด้วยเป็นราษฏร เลยไม่ชอบ ถูกข่มเหง
ถ้าไทยเรา ทิ้งไทย ใครจะเกรง
จึงบรรเลง ความห่วงใย ใส่กวี

ตัวอักษร ตัวสุดท้าย ท่านนายก
คือเห็นอก เห็นใจ ตัว E นี่
หวังส่งเสริม Education เป็นอย่างดี
ให้เรียนฟรี สิ่งนี้ ก็น่าชม

แต่ผู้ใต้ บังคับบัญชา พาบ่นอุบ
นโยบาย ด่วนสรุป ไร้หลักห่ม
จะปฏิบัติ กันอย่างไร ต้องคอยงม
สุดท้ายจม เอกสาร งานวุ่นวาย

แต่เอาเถิด เรื่องดี นานทีเห็น
แม้จะเน้น บางเรื่อง จนเสียหาย
มีข่าวฉาว ฉ้อโกง อยู่ประปราย
หรือเรื่องย้าย โยกขั้ว น่ากลัวแล


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:59:49 น.  

 
เสกคาถามีสุราแค่สาโท
มาอวดโง่โชว์อย่างไม่หวังผล
เป็นเหล้าป่าน้อยค่ามาปะปน
แต่ก็ข้นล้นด้วยค่าประชาธิปไตย

ขออภัยที่กอดไหมาร่ายร่วม
ขาดสำรวมหลวมตัวมั่วตาใส
ท่านไร้นามแต่นามเลื่องระบือไกล
คงมีใจให้ร่วมวงก๊งเหล้าดี


-- เสกคาถา

+++

[ สุราจอก 4/32: คุณเสกคาถา ]

ยินดีรับไหสุราเห็นแล้วยิ้ม
เพื่อนชวนลิ้มรสชาติไม่หวังผล
จะเหล้าป่าใช่น้อยค่าเชิญปะปน
ด้วยเข้มข้นล้นคุณค่าแห่งเสรี


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:00:43 น.  

 
อักษราท่านนายก
ในปาฐกปาฐกถา
เด็กน้อยจำจากตำรา
เปิดวาจาก็เห็นพุง

พุงอันไร้วิสัยทัศน์
แค่ปากจัดกวัดลิ้นรุ่ง
ไทยก้าวหน้าโอ่อ่าฟุ้ง
แค่พยุงยังยากเย็น

เพ่งพิศสุราจอกจ้อย
ในร่องรอยฉันมองเห็น
กรรมจะซัดวิบัติเป็น
ทลายลำเค็ญ...ซดสุรา ฯ


-- ตระกองขวัญ

+++

[ สุราจอก 4/35: คุณตระกองขวัญ ]

อักษราร้อยคำนำอักษร
หากมองย้อนพิศดูกลับไม่เห็น
สิ่งที่ทำชัดเจนเบนประเด็น
กลับเหมือนเช่นตรงข้ามตามไม่ทัน

วันอาทิตย์เสื้อแดง "จะ" ชุมนุม
นายกกลุ้มทำอะไรดูหุนหัน
ประกาศ พรก. ทำไมกัน
รู้ไหมมันทำให้ชาติวุ่นวาย

ชาวต่างชาติบินมาไม่ได้หรอก
เพราะทัวร์บอก Insurance จะไม่จ่าย
ยามฉุกเฉินใครใครก็บ๊ายบาย
เห็นแล้วหน่าย Vision มีไหมเอย


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:01:38 น.  

 
...การเมืองเรื่องขำขัน
บ้างห้ำหั่น,หวั่นไหว,ขัดใจบ้าง
บ้างเผ็ดมันส์,หมั่นไส้,ไถทุกทาง
ผลัดถือหาง,วางมือ,ดื้อด้านมี...

...การเมืองเรื่องวังวน
บนถนนหนทางแห่งศักด์ศรี
วัฎจักรเวียนว่ายในชีวี
สิทธิ์,เสรีหนีไม่พ้นกลการเมือง...


-- ploythana

+++

[ สุราจอก 4/36: คุณ ploythana ]

...การเมืองเรื่องวุ่นวาย
เห็นแล้วหน่าย,ตีกัน,มันทุกเช้า
มีเรื่องวุ่น,ออกมา,หนังม้วนเก่า
ให้วงเหล้า,ครึกครื้น,รื่นวิจารณ์

...การเมืองเรื่องอำนาจ
บ้างฉลาด,มีเทป,มากล่าวขาน
จะจริงเท็จ,เด็ดดวง,ต้องเชี่ยวชาญ
ถึงจะอ่าน,เกมออก,ว่าอย่างไร


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:02:44 น.  

 
๏ งัดเหล้า เหง้ารัฐสร้าง ...... ล้างสัตว์-จะทำฤๅ ->(สัตว์จะทำสัจธรรมได้ป๊ะ)
เหล้าหมด รสเม้าขัด .......... หมัดเค้า
กลิ่นเหล้า เก่าลิ้นหวัด ........ รัฐหวิ่น หมดเวย
ขาด vat cat หวาดเป้า ....... ว่าวป้าดคาดซวย

๏ ป้อดหวย ป๋วย hot ร้อน ... ห่อนรอด ลาแล
มวยเก่า เมากล้วยทอด ....... กอดถ้วย
เหล้าใหม่ ไล่เม้าตอด ......... มอดเต่า นาโวย
น่าแซะ แนะซ่าม้วย ........... ส่วยม้าค้าหวย

๏ ขวดสวย ขวยสวดเต้า ...... เศร้าตรวจ รำแล ->(ตรวจรำ หน้าที่ตำรวจนิ)
เป้า mark ปากเม้าสวด ....... หมวดเศร้า
เห่ามวย ห่วยเมาหวด .......... หมวดเห่า ตรึมฮา
หล่อเน่า เหล้าน้อ เจ้า ......... เน่าจ้อจอพัง

๏ ฝั่งเตี้ย เควี้ยตั้งจับ .......... ตับจั๋ง หนับแล --->(เตี้ย คุมหอยม่วงมีกี่ตัวนิ)
หอยเน่า เห่าหน่อยหยัง ...... นั่งย้อย
เทคนิค ทริก next ปั๋ง ........ นั่งเป๊ก พ่อฮา
เมาแร่ะ แมะเหล้าข้อย ....... หร่อยเข้ามาแหล-เมืองหอยมั่งคลั่ง แลนาบารนี ๚ะ๛


-- นกโก๊ก

+++

[ สุราจอก 4/40: คุณ นกโก๊ก ]

งัดเหล้า เงารัฐต้อง............ร้องตัด- ตอนฤๅ
แลต่อ รอแต่ทัศน์.............ตัดแท้
เทปกลุ้ม ทุ่มเก็บจัด...........กัดเจ็บ โดยเวย
ฟังคิด ฟิตครั้งแล้..............แค่รั้งยังกลัว


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:03:29 น.  

 
พอเมาเหล้า ได้ที จำขี้ปาก
ของพ่อมาร์ค มาโต้ โม้สักหน
เขาพูดดี พูดได้ พูดให้ตน
ภูมิหลังคน เรียนดี เพราะมีพลัง
สังคมไทย ในสายตา ท่านนายก
ท่านสาธก บอกกล่าว ให้เราหวัง
อนาคต ประเทศไทย แก้ง่ายจัง
ฝากความหวัง ไว้กับท่าน จะมั่นใจ
P. ประชาขน คนไทย ต้องตายก่อน
มือหัดอ่อน ไม่ถึงขั้น นั้นไฉน
คำว่า Re. คืนดีกัน นั่นยังไง
แต่เห็นไหม ทะเลาะกัน แทบบรรลัย
ส่วนคำ O โม้โปร่งใส ให้โอกาส
ทุกอย่างขาด ควบคุม กลุ่มเป้าหมาย
คำว่า G ธรรมาภิบาล ท่านทำลาย
ดุข่าวสาร นั้นได้ ใครเชียร์ท่าน
อักษร R ว่าให้ ภูมิภาค
แต่กลับมาก รวมศูนย์ บวกคูณหาร
E เศรษฐกิจ ควบคุม นุ่มเกินการ
เกษตรฐาน ราคาถูก น้ำมันแพง
สองตัว S เศรษฐกิจ ก็ติดหล่ม
S แรกหล่ม พอเพียง เสียงหยะแหยง
S ที่สอง ประคองไว้ ใช้พลิกแพลง
มันแห้งแล้ง ไปหมด รจนา


-- มุมแดง

+++

[ สุราจอก 4/42: คุณมุมแดง ]

ซาบซึ้งใจเพื่อนอ่านแกะอักษร
แล้วเรียงร้อยเป็นบทกลอนเพิ่มคุณค่า
สร้างความหมายให้ชิ้นงานละลานตา
จึงขอยกจอกสุรามาชื่นชม


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:04:18 น.  

 
นายกอภิสิทธิ์ไปบรรยายในการประชุมเรื่อง Asia Economics
(ที่ทางไทยเราเชิญศาสตราจารย์รางวัลโนเบลและหลายๆ ท่านมา)
ว่าทิศทางการเดินหน้าของเศรษฐกิจไทยจะเป็นไปตามแนวนี้คือ

-----------------------------------------------------
P - People
R - Reconciliation
O - Openness (หรือมองอีกมุมว่า Opportunity)
G - Good Governance
R - Regional Integration
E - Economic Recovery
S - Sufficiency Economy
S - Sustainable Development
I - Innovation
V - Vision
E - Education
-----------------------------------------------------

ซึ่งรวมกันได้เป็นคำว่า Progressive โดยนายกอภิสิทธิ์พูดสรุปว่า:

"The whole is actually greater than the sum of its parts"

เหมือนจะแสดงว่าน่าจะเน้นทุกด้านนำมารวมๆ กันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ก็ต้องจับตาว่าจะทำได้หรือไม่ ข้อแรกเลยถ้าวิจารณ์ตัว "P" คงต้องถาม
ว่าท่านเห็นประชาชนหลายล้านที่แสดงเจตนาไม่เห็นด้วยเป็นประชาชน
(People) หรือไม่ ก่อนจะก้าวต่อไปที่คำว่า "R" (Reconciliation) ได้?


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:04:52 น.  

 
ดื่มสุราเมามายหลายวันก่อน
ยังสะท้อนในอกอยู่ไม่หาย
เรื่องพรั่งพรูจากปากมีมากมาย
ในวงเหล้าต่างขยายหลายมุมมอง

มีบางเรื่องพูดไปตามโซดา
รสสุราพาลื่นไหลใจสมอง
คอเดียวกันถกเถียงยังปรองดอง
ดื่มฉลองเฮฮาพารื่นเริง


-- ลำน้ำ C

+++

[ สุราจอก 4/50: ลำน้ำ C ]

ดื่มสุราเมามายตั้งหลายวัน
กับพ้องเพื่อนสังสรรค์ฉันสหาย
มองดูรัฐประกาศกฏหมดสิ้นลาย
ตื่นตูมหมายสิ่งใดให้เคลือบแคลง

แล้วสุดท้ายกลับถูกหลอกล้างผลาญงบ
แดงสยบด้วยเลือกนิ่งกล่าวแถลง
เลื่อนชุมนุมยิ้มประกาศทะมัดทะแมง
รัฐแสดงภาพอะไรให้ใครดู?

นำลวดหนามมาร้อยเสียยกใหญ่
เดินตรวจแถวดั่งขลาดกลัวน่าอดสู
สีแดงเค้าก็ชุมนุมทุกฤดู
เหตุใดคราวนี้ปูเสื่อนั่งรอ?

หรือกะให้วุ่นวายดั่งคราวก่อน
ถ้ารัฐย้อนมองไปถึงเหตุก่อ
สงกรานต์เลือดเชือดกันยังไม่พอ
หรือเพราะตอเทปลับคือความจริง?

ยังสงสัยว่าทำไมถึงประกาศ
พรบ.นำพาชาติวุ่นวายยิ่ง
เหตุไม่เกิดกลับปั่นไฟคล้ายหวังชิง
แต่กลับถูกหลอกเป็นลิงพลาดท่าเวย

นี่หรือวิสัยทัศน์ของนายก?
ตัว "V" ตกแพ้เขาซะแล้วเหวย
Vision มองก้าวไกลจนละเลย
จึงถูกเสยตกหลุมที่ขุดลวง

การปกครองต้องมองเกมกันให้ขาด
หากประมาทพลาดท่าเขาเราต้องห่วง
ด้วยก็จ่ายภาษีให้จึงถามทวง
โปรดอย่าห่วงปกป้องตนจนผลาญเงิน


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:05:57 น.  

 
กะแวะมาร่ำสุราหาก๊วนเก่า
เอ๊ะ!นี่เราแก่เกินไปใช่ไหมนี่
กลิ่นสุราเคลียเคล้ารสบทกวี
เมาได้ที่ตั้งแต่แหย่เท้าเข้ามา

สาบกลิ่นคลิปไอกลิ่นคุกกระตุกต่อม
การเมืองย้อมละเลงเลือดกันละหวา
หลายประสมร้อยประสานประดังมา
เหมือนรอท่าวันสะสางปิดคดี

ขอย่างเท้าก้าวห่างจากก๊วนก่อน
"ผมคออ่อน" อิอิ ไม่ใช่หนี
แต่ถ้าคุยเฉียดคุกขอจรลี
เพราะไม่มี คอทองแดง เรื่องการเมือง


-- kopo

+++

[ สุราจอก 4/51: คุณ kopo ]

คออ่อนหรือพี่ท่านอย่าเพิ่งไป
กับแกล้มไงทานเล่นเล่นร่วมสังสรรค์
คุยการเมืองเรื่องหนักหนักพักสักวัน
ไร้น้ำจันทร์ก็มันส์ได้เชิญร่วมวง


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:06:39 น.  

 
เดือนก่อนก่อนรับมาได้ห้าจอก
ขอฝากบอกที่หายไปไม่ได้หนี
ไม่ใช่แวะเข้ามาดื่มกินฟรี
แต่มันมีเหตุซึ่งหน้ามันพาไป

โดนระงับห้ามโพสต์โทษสาหัส
ดับบลิวเอ็ม เขาสกัดดัดนิสัย
"แรงไปนิดนะ พี่ ซีเอสไอ"
เขาจัดให้โทษจิ๊บจิ๊บสิบห้าวัน


-- CSI SAIMAI

+++

ความคิดเห็นที่ 58

[ สุราจอก 4/52: คุณ CSI SAIMAI ]

ที่แท้พี่โดนระงับถูกห้ามโพสต์
บทลงโทษสิบห้าวันอันหนักหนา
ไม่ลงแดงหรือท่านไร้สุรา
จึงรีบยกน้ำจันทร์มาให้ท่านเลย

ดูการเมืองเรื่องวุ่นวุ่นกรุ่นอารมณ์
เหมือนเฝ้าชมยุควุ่นวายสหายเอ๋ย
ถ้าไม่ได้ระบายความถามเพื่อนเวย
คงต้องเชยตกข่าวบ้างในบางที

ห้องการเมืองอยู่ข้างนอกกระทู้หลาก
Login ใหม่เข้ามามากจนหลบลี้
มาพูดคุยกับเพื่อนพ้องห้องกวี
เพราะว่ายังมีเรื่องดีหนีวุ่นวาย

ถ้าท่านเผลอไปเขียนโพสต์ที่ห้องใหญ่
อาจถูกไฟใส่ให้กลุ้มรุมกันหลาย
ต้องระงับนับหนึ่งเริ่มเพิ่มระบาย
จนโกรธคลายแล้วค่อยเขียนเพียรวิจารณ์


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:07:28 น.  

 
ก่อนสิบสามเมษาเขาว่าไว้
ซีเอสไอแสนสุภาพหยาบไม่เห็น
หลังวันนั้นช่วยไม่ได้มันจำเป็น
ไม่อาจเย็นเพราะร้อนรนด้วยคนพาล
ด้วยใจนี้สีแดงแต่กำเนิด
ตั้งแต่เกิดปฏิวัติรัฐประหาร
จิตก็ตกปากก็จัดอัดพวกมาร
ด่าประจานพวกคิดร้ายทำลายเมือง
เป็นฮาร์ดคอร์เหนียวแน่นแค้นฝังลึก
นอนดื่นดึกราวีกับสีเหลือง
คอยวุ่นวาย ไม่เอางาน เอาการเมือง
เกือบได้เรื่อง หากว่าช้ากว่านี้ไป
หนีมาห้องกวี.........
เพราะที่นี่มีผู้ให้อาศัย
ได้พบเพื่อนเหมือนได้พบที่หลบภัย
สบายใจดื่มสุรา มา ชน..ชน...


-- CSI SAIMAI

+++

[ สุราจอก 4/59: คุณ CSI SAIMAI ]

หลังสิบสามเมษาคราวิโยค
เกิดเรื่องโศกเลือดไทยต้องไหลหลั่ง
ไม่รู้ว่าผู้ใดเปี่ยมพลัง
ออกคำสั่งให้ทหารเข้ากลางเมือง

จะมีคลิปหรือว่าไม่มีคลิป
มองปริบปริบมึนงงเพราะเห็นเรื่อง
ภาพข่าวฟ้องชัดชัดพาขัดเคือง
จะคุยเฟื่องว่าเรียบร้อยได้อย่างไร?

ถ้าวันนั้นเสื้อแดงไม่เริ่มหยุด
เชื้อไฟอาจเกินฉุดจุดลามไหม้
ใช้ปัญญาตรองดูรู้ถอนใจ
จึงหัวเราะเยาะไปกับภาพลวง

ตั้งแต่วันนั้นมารอยยิ้มหาย
สีแดงกลายเป็นศัตรูถูกล่ามบ่วง
ทั้งที่แท้แค่ประชามาถามทวง
กลับถูกโดนกล่าวล่วงหยามปัญญา

แต่เอาเถิดพี่ท่านช่างพวกเขา
อย่านั่งเศร้าโกรธเกรี้ยวเที่ยวถือสา
จะเปลืองคำอธิบายหน่ายอุรา
พักเถิดหนาชนแก้วกันพลันผ่อนคลาย


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:08:16 น.  

 
[ สุราจอก 4/G1: คุณ German Shepherd 02 ]

เพื่อนมาโหวตถูกใจยินดี
ยกจอกเหล้ารับทีครบเครื่อง
การเมืองข่าวแสนวุ่นเนืองเนือง
เพียงคลิปเดียวมีเรื่องวุ่นวาย

กฏหมายถูกบังคับเข็มงวด
ตำรวจเข้าตรวจจับออกหมาย
ทีเรื่องสนามบินกลับกลาย
เป็นช้าช้าง่ายง่ายได้ไง

ฝรั่งเค้าดูข่าวคงขำ
ที่เห็นรัฐรีบยำยกใหญ่
กับคนที่ส่งเมล์เร็วไว
ส่วนคนป่วนนั้นไซร้ลอยนวล


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:08:38 น.  

 
Born 2 B "Red"


โดย: moonfleet วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:20:10 น.  

 
--- K. moonfleet ---

The sense of judgetic seems to push me that way ka'

Anyway, I have never joined any red movement yet ;)


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:23:27:01 น.  

 
[ สุราจอก 4/G2: คุณซาเจิ้น ]

ยกจอกชมจันทรา
อิ่มอุราด้วยมีเพื่อน
คอยแวะเวียนเยี่ยมเยือน
ไม่ลืมเลือนให้ใจมา

มองเงายุติธรรม
ด้วยใจช้ำพร่ำพรรณา
การเมืองเรื่องอัตตา
เลยนำพาชาติวุ่นวาย

กฏเกณฑ์ที่เคยมี
สิ่งที่ดีมีความหมาย
กลับต้องถูกทำลาย
จนเหมือนสายเกินเยียวยา

สามปีก่อนทหาร
ออกทำการฝืนประชา
เข้ายึดอำนาจมา
เพียงพริบตาก็ผ่านไป

ยิ้มเยาะกับเงาเย้ย
นี่แหล่ะเคยเตือนใช่ไหม
สี่ปีก่อนบอกไป
ไม่มีใครมาหยุดฟัง

ลองค้นห้องการเมือง
จะพบเรื่องภาพความหลัง
คมคิดก่อนคราครั้ง
เปี่ยมพลังห่วงสังคม

พวกเราต้านความเขลา
ของคนเผาบ้านขื่นขม
เพียงไล่หนูให้จม
กลับหวังล่มถิ่นทำกิน

นี่แลคือผลพวง
ของเล่ห์ลวงบ่วงลมลิ้น
ตามเก็บจนลืมสิ้น
ถึงจิตจินต์ของประชา


โดย: ไร้นาม วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:0:05:16 น.  

 
"ไร้นาม" ขึ้นหน้าบล๊อค"การเมือง"มาให้คอมเม้นต์ ผมก็ถือโอกาสว่าไปตามวิชาการอิงสภาพการณ์ไปด้วยยาวนิด ขออภัยครับ.

---โดยส่วนตัวไม่อยากเครียดกับการเมืองเรื่องใกล้ตัว มองการเมืองให้เป็นเรื่องสนุก(แม้ออกจะหนักก็ตาม)และช่วยกันสร้างสรรค์จรรโลงสังคมมนุษย์ให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ.---เริ่ม...นะ...
------------------------------------
---แต่ไหนแต่ไรมา อ.ผู้สอนมักสรุปความหมายคำว่า "การเมือง" อีกด้านหนึ่งว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์/กระจายทรัพย์ทรัพยากรให้เข้าสู่คนในชาติโดยผ่านกลไกการบริหารและนิติบัญญัติ น่าจะรวมกับอำนาจตุลาการ(เพื่อผดุงความยุติธรรมในสังคมอันถือเป็นทรัพยากรแบบนามธรรมนั่นเอง..พอได้นะ?)

---แต่เนื่องมาจากความหมายของการเมืองที่ปรากฏอยู่ในตำราเล่มต่าง ๆ ที่เขียนขึ้นเผยแพร่นั้นมีอยู่หลากหลายต่างกันไปตามความเจตนารมณ์และมุ่งประสงค์ในการนำความหมายของการเมืองเพื่อไปอธิบายปรากฏการณ์ของผู้ให้คำนิยามความหมายของการเมือง

---อาทิทัศนะของนักวิชาการบางท่านกล่าวไว้ว่า "การเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับรูปของรัฐและการจัดระเบียบความสัมพันธ์ภายในรัฐระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง."

---เมื่อพัฒนาการของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์สลับซับซ้อนมากขึ้น จึงถึงคราวที่รูปแบบ"การเมือง/การปกครอง"ปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม/สภาพการณ์ของประเทศนั้นๆ

---แต่หากจะว่าโดยภาพรวมทั่วไปแล้ว ทัศนะส่วนตัวมองว่า โลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก แต่พอไปเจอหนังสือ Power Shift แล้ว ก็ค่อนข้างจะคล้อยตามที่ผู้เขียนได้เขียนทำนองทำนายทายทักความเป็นไป(รวมการเมือง)ในยุคศตวรรตที่21เป็นต้นไปด้วยโดยจะหยิบจุดเด่นๆเอาไว้เท่านั้น..ม่ายงั้นร่ายยาวเลยอ่ะนะ.

---การเมืองในโลกปัจจุบันเป็นการเมืองที่อิงการช่วงชิงให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ซึ่งจะทำให้ตนกลายเป็นผู้ปกครองและบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมือง/ประเทศของตนๆ.

---เมื่อมีการช่วงชิงแข่งขันจึงเกิดเป็นฝักฝ่ายโดยอัติโนมัติแต่ก็มิได้หมายความว่าจะต้องเป็นศัตรูกีน ..ประมาณนี้.โดยแต่ละฝ่ายก็คิดว่าตนเองทำได้ดีกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายก็มีวัตถุประสงค์เดียวกันบนพื้นฐานของความหมายที่กล่าวแต่ต้น.
----------------------
---สรุปว่าปัจจุบัน POWER ได้ถูกแบ่งเป็น Shift (กะ/ช่วงเวลา/การเปลี่ยนผ่านฯ) ดังนั้นจึงน่าจะเป็นลักษณะนี้ไปแล้ว ขอเป็นภาษา อ.แล้วกัน เพราะมันแปลแล้วจะไม่เวอร์คน่ะ .

The New Meaning of PoweR:-

The Shift of PoweR / PoweR Shift (ตามชื่อหนังสือไปเลยนิ)
The Shift of PoweR / PoweR Shift
The Shift of PoweR / PoweR Shift ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอ..ผมพูดเรื่องไรเนี่ย ก็ไม่มีอะไรมากเพียงต้องการจะสื่อความหมายว่า การเมือง(ไม่จำเพาะเจาะจงประเทศ)มีการเปลี่ยนผ่าน/ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สุดแต่ว่ามนุษย์เราจะยินยอมพร้อมใจกันลงความเห็นเป็นฉันทามติว่า แบบไหนดี/ไม่ดีอย่างไร ว่านะ.

แต่ผมก็ยังยืนยันว่า "ความรู้" เป็น "อำนาจ" เหมือนกันแม้จะคนละเรื่องแต่ก็เป็นคนละเรื่องเดียวกันอ่ะนะครับ.เพราะมันเริ่มจากปัจเจกบุคคลเพื่อการทำมาหาเลี้ยงชีพเพื่อตนเองต่อไปยังส่วนรวม/สังคม /ประเทศชาติ..ประมาณนี้.

---Knowledge itself is "POWER" {Francis Bacon}

ขออภัยอีกครั้งที่ยาวไปนิด ทนอ่านแป๊บเดียวครับ. ท้านที่สุดนี้เช่นเคย "โปรดรักษาสุขภาพของทุกท่าน" ไข้หวัด09ยังไม่หยุดระบาด.








โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.152.75 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:5:18:29 น.  

 
---คอมเม้นต์เรื่อง "การเมือง"(ต่อ) ทั้งๆที่ในวงสนทนามักจะแนะให้หลีกเลี่ยง 2-3 เรื่อง สองในนั้นก็ได้แก่ การเมืองและศาสนาฯเพราะพอคุยกันแล้วคนมักจะแตกคอ/ความคิดเห็นไปจนถึงบาดหมาง/เป็นศัตรูกันได้(เป็นงั้นไปนะคนเราเน๊าะ)แต่ผมจะเม้นต์ในลักษณะเป็นอิงหลักวิชานิดๆ(สงสัยอยู่ระหว่างการศึกษา/ร้อนวิชา อิอิ)

พักนี้"การเมือง"บ้านเรายังอยู่ในลักษณะ"ยุ่งขิง"(อิรุงตุงนังอ่ะ)กันพอสมควรและคาดว่าจะเป็นเช่นนี้อีกระยะหนึ่ง ว่านะ...แต่เมื่อเทียบกับ ตปท.ก็ไม่ต่างกันเท่าใดต่างกันก็เพียงเนื้อหา/รูปแบบของปัญหาบ้างเท่านั้น ก็บอกแล้ว อ.ท่านให้แนวคิดข้อสรุปด้านหนึ่งไปแล้วว่ามันเป็นเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์ภายในชาติ/บ้านเมืองนั้นๆ.

---พอแนวคิดการจัดสรรฯมันไม่ตรงกัน ก็ธรรมดาที่ต้องมานั่งคุยกัน(ถกกัน/เถียงกัน/ประท้วงกัน) ผมว่าหนังสือ PoweR ShifT ผู้เขียนได้ทายเหตุการณ์ในยุคนี้และต่อๆ ไปได้แม่นพอสมควรนะจึงไม่น่าแปลกที่เป็นหนังสือ "Best Seller"เล่มหนึ่งทีเดียว.คนเขียนรวย!!!
--------------------------
---อยากย้อนไปพูดถึงเรื่องของ"อำนาจ/PoweR"เพราะมันเกี่ยวกับ"การเมือง"โดยตรงหรือไม่ก็โดยอ้อม/ทั้งสองอย่าง. เหตุก็เพราะที่มาของอำนาจสูงสุดของประเทศคืออำนาจอธิปไตยของชาติ ได้แก่รัฐธรรมนูญที่เราหรือประเทศนั้นๆเขียนขึ้นมาเป็นเสมือนกติกา/เครื่องไม้เครื่องมือในการใช้เพื่อการปกครองประเทศ.

---คำสนับสนุนเหตุผลนี้ก็คืออำนาจอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดของรัฐเอกราช ที่ใช้ในการปกครองประเทศ แบ่งออกเป็น ๓ อำนาจ คือ
(๑) อำนาจนิติบัญญัติ. (๒) อำนาจบริหาร. (๓) อำนาจตุลาการ.

---โดยส่วนตัว(ฐานะน.ศ.กฏหมาย)ก็เป็นกังวลด้านการใช้อำนาจของ 3 อำนาจนี้แหละ เราถกเถียงกันก็เพราะ 3 อำนาจนี้แหละว่าทำงัยให้มันลงตัว/เห็นตรงกันเป็นส่วนใหญ่.แน่ะเข้ารูปเข้ารอยบ้างนะ..ว่านะ(อ.จะให้คะแนนมั๊ยผมเนี่ย-เพราะนอกตำราแล้วอ่ะ!)แต่นี่เป็นเพียงความคิดเห็นครับ(OpinioN)คงไม่ว่ากันและผมคงเท่านี้ก่อน.
------------------
---ช่วงนี้เป็น "High SeasoN" ของการสอบปลายภาค " The Examination SeasoN" ว่าเข้านั่น...(ต้องดูตำราหนักหน่อยแล้วเรา)โปรดอย่าลืมรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ...สวัสดีครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.159.96 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:12:14:15 น.  

 
เรียน อ.ไร้นามฯครับ เนื่องจากผมไม่ถนัดบทกวีเลย จึงขออนุญาตขอเป็นร้อยแก้วเรียงความแบบหลากหลายตามฟอร์มก็แล้วกันครับ.
------------------
"การเมือง"ร้อนอยู่แล้วจ้า!!! ฝนก็พยายามตกอยู่ทุกวัน แต่เหตุไฉนจึงมีเรื่องร้อนๆให้กลัดกลุ้มอุราจนถึงกับไปร่ำสุรากัน!?!เข้ามาคอมเม้นต์กันเยอะๆ แบบสร้างสรรค์แบบสร้างสรรค์น่ะๆน่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย.

---(ย้ำ/ซ้ำ)โดยส่วนตัว(ฐานะน.ศ.กฏหมาย)ก็เป็นกังวลด้านการใช้อำนาจของ 3 อำนาจนี้แหละ เราถกเถียงกันก็เพราะ 3 อำนาจนี้แหละว่าทำงัยให้มันลงตัว/เห็นตรงกันเป็นส่วนใหญ่.แน่ะเข้ารูปเข้ารอยบ้างนะ..นี้เป็นเพียงความคิดเห็นครับ(OpinioN)คงไม่ว่ากัน.
------------------
---ช่วงนี้เป็น "High SeasoN" ของการสอบปลายภาค " The Examination SeasoN" ว่าเข้านั่น(ต้องดูตำราหนักหน่อยแล้วเรา)
นอกจากนี้ผมยังชอบสโลแกนจากนิรนามที่พูดถึง"การศึกษา"ไว้ว่า

The OnlY ThinG (in the world) That Does Not Change is "Changes";but "Education" is still being EcstatiC for TomorroW. { by Anonymous}
----------------------
And AgaiN "Knowledge itself is "POWER" {Francis Bacon}
----------------------
เชิญท่านอื่นเข้ามาคอมเม้นต์บ้างก็ดี...ท้ายที่สุดนี้เช่นเคย "โปรดรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ" ไข้หวัด09ยังไม่หยุดระบาดอ่ะนะแถมมีแนวโน้มจะแพร่ระบาดไปอีก 1-3 ปี.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.159.96 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:12:43:42 น.  

 
---"ไร้นาม"เจ้าของบล๊อคจะบ่นเอารึเปล่าหนอ เพราะว่าท่านขึ้นตันหน้าต่างนี้เป็น "กวีการเมือง" แต่ข้าพเจ้าเข้ามาคอมเม้นต์ประเด็นทำนองเป็น"ห้องเรียนการเมือง"ซะนี่ อยากจะบอกว่าหากคอมเม้นต์ของผมไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของ"ไร้นาม" ก็ขอได้ delete ที่ผมคอมเม้นต์ได้ตามสบายนะครับ.ไม่ว่ากัน.ชัวร์ครับ.

---หากคิดว่ายอมให้เป็นแบบหลากหลาย ผมก็จะหมายถึงว่าหน้าต่างนี้ยังมีที่ว่างพอที่จะคอมเม้นต์"การเมือง"แบบอิงวิชาการแหละครับ.



โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.150.17 วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:4:58:08 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

เขียนข้อความดีๆ มากมายเลยนะคะ ;)

ไร้นามหลงไปแต่งกวีซะเพลิน (กระทู้ยังไม่ปิด)
เลยไม่ได้แวะมา up blog เลย

วันนี้อารมณ์เศร้าๆ เล็กน้อย (คือเป็นคนไม่ชอบความอยุติธรรม)
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมีคนเอาหลักกฏหมายดีๆ ของพวกเรา
ไปใช้มั่งไม่ใช้มั่งจนมันดูเหมือนสองมาตรฐานขนาดนี้... เฮ้อ


โดย: ไร้นาม วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:20:51:08 น.  

 
(ต่อ)

[ สุราจอก 4/G3: คุณ Uncle-Dave ]

เพื่อนแวะมาติ๊ก "ถูกใจ"
จึงยกจอกออกไปต้อนรับ
เรียงกวีนารีแดงพร้อมแกล้มกับ
โค้งคำนับสำหรับเพื่อนผู้เยือนเอย


โดย: ไร้นาม วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:20:52:36 น.  

 
การเมืองเปรียบดั่งคล้าย.............สุรา
เมาทิ่มหัวคันนา........................หมดสิ้น
เมารักมักทำตา.........................อ้อนออด
เมาเรื่องการเมืองลิ้น..................เลาะรั้วกรงขัง

อันการเรื่องร้ายวุ่นวายวอด
มีทั้งกอดเหน็บมีดไว้กรีดหลัง
บ้างทำตาเขี้ยวเกี้ยวกราดจัง
ดูดุจดังสิ่งร้ายอับอายแทน

อันตัวเราปล่อยวางบ้างเถอะท่าน
มาแบ่งปันความรักจักเกี่ยวแขน
มาดื่มชาชงชักทักแฟนแฟน
โอเลิ้ยงแทนเหล้าขมนมเย็นเอย


-- สันติ

+++

[ สุราจอก 4/64: คุณสันติ ]

การเมืองเปรียบดั่งคล้าย..............สุรา
มีพิษติดนำพา..........................โชคร้าย
แต่คนกลับหลงตา-.....................มืดบอด
ความใส่ละเลงป้าย.....................ดั่งต้องมนตรา

ดูการเมืองแล้วเศร้าเอ้าพี่เอ๋ย
เอาหล่ะเหวยยุติธรรมอยู่แห่งไหน
นี่หรือที่ท่านเรียกว่าเมือง "ไท"
มีเสรีบ้างไหมให้สงกา?

มาตรฐานประเทศเรายังมีหรือ?
เหตุใดฝ่ายหนึ่งหือไม่ถือสา
ยึดธรรมเนียบล้อมหนามบินไม่นำพา
แต่กลับหาเรื่องรัฐในบัดนั้น

แต่อีกฝ่ายถ้าหือบ้างเอาอย่างเขา
ก็น่าเศร้าดูเอาเข้าสินั่น
กลับถูกปืนข่มขวัญกันทันพลัน
แต่น่าแปลกกลับไม่สั่นหันสู้ยืน

หากบ้านเมืองมีสองมาตรฐาน
ประวัติศาสตร์อาจกล่าวขานให้ขมขื่น
ว่าเป็นยุคอะไรเผาไฟฟืน
อย่างเริงรื่นชื่นช้ำเหยียบย่ำชน


โดย: ไร้นาม วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:20:53:28 น.  

 
ขอบคุณ"ไร้นาม"ที่ให้กำลังใจโขเลยว่าเขียนดี(แกล้งชมก็ยังดีใจอยู่ดีแหละนะ/คนเราชอบคำชมมากกว่าติเตียน อิอิ)

อ่านไปมารู้สึกได้ว่าบ้านเมืองเรามีหลายมาตรฐาน สุดแต่การใดที่ได้กล่าวเล่าสู่ขาน หากเป็นเรื่องส่วนตัว(ก็)พอทำเนา แต่ที่เศร้าเพราะ(เรื่อง)ส่วนรวมได้รับผลกระทบน่ะซี..เฮ้อ..ลองอ่านต่อครับเรื่องความยุติธรรมนี่ผมสงสัยเหมือนกันว่ามันมีบนโลกใบนี้จริงหรือ!?!
-------------------------------
"ความยุติธรรมในโลกใบนี้"

ถ้ายอมรับสิ่งนี้ได้ อนาคตจะไม่ลำบากนัก
ความยุติธรรมในความหมายของคนส่วนมากจะหมายถึง
สิ่งที่เป็นเหตุ เป็นผล ถูกต้องหมด เสมอภาคเท่าเทียมตามที่เราคิด

แต่คนอื่นเขาก็คิดและคาดหวังไปตามใจของเขาเช่นกัน
ผลของการตัดสินมักจะไม่เหมือนกัน หรือสวนทางกัน
ผู้คนจึงผิดหวังในเรื่องความยุติธรรมมากขึ้น
ในการตัดสินทุกครั้ง ทั้งการตัดสินใจ ตัดสินคดีความ

จึงต้องดูจากประจักษ์พยาน ความเป็นไปได้และคนตัดสินด้วย
จะหาที่ถูกใจเราจริงๆหรือ "ยุติธรรม" ในความหมายของเรา
จริงๆได้ยาก จงยอมรับเถิดความยุติธรรมจริงๆ
ในความหมายของเรานั้น หาไม่ได้หรอก

เราเคยรักสิ่งใด หรือใคร หรือลูกทุกๆคนเท่าๆ กันจริงๆบ้างไหม?
ถ้ายอมรับข้อนี้ได้จะลดความเสียใจ และลดการเรียกร้องสิ่งต่างๆ
ลงได้มากและไม่กลัวอนาคต จะกลับเพิ่มความกล้า
ได้มากขึ้นเสียอีก ถ้ารับไม่ได้ ก็จะยกตัวเองเป็นใหญ่
ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ง่าย ปัญหามากขึ้นทันทีในอนาคต
...............................................
จากหนังสืออยู่อย่างสง่า สงบ แต่(อาจ)ไม่สันตินักแล.
--------------------------------------
ป.ล."ไร้นาม"บอกความรู้สึก"เศร้า"พาเราใจหาย ผมคิดว่าอย่าไปถึงกับซีเรียสนักจะดีกว่ามั๊ย หนังสือ Power ShifT บอกความนัยในระดับสากล แต่ผมก็ไม่ได้ติดยึดมากมาย...

มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนเดี๋ยวทุกอย่างน่าจะลงเอยด้วยดี ตอนนี้กระแสการแก้ กม.รธน.ก็มาแรงแล้ว น่าจะดีขึ้นจริงด้วย.
-----------
The OnlY ThinG (in the world) That Does Not Change is "Changes";but "Education;Politics" is still being EcstatiC for TomorroW. { by Another Anonymous}
----------------------
And AgaiN "Knowledge itself is "POWER" {Francis Bacon}
----------------------
ท้ายนี้ขอส่งใจด้วยความปรารถนาดีต่อทุกท่านให้มีสุขภาพแข็งแรงโดยเฉพาะการปลอดภัยจากหวัด 2009 ครับ.

Have a Nice Day !



โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.232.235 วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:12:05:52 น.  

 
เครื่องบอกอารมณ์ _ Wink
-------------------------
"WINK" ( w¹ngk) v. winked wink·ing winks v. intr. 1. To close and open the eyelid of one eye deliberately, as to convey a message, signal, or suggestion. 2. To close and open the eyelids of both eyes; blink. See note at blink . 3. To shine fitfully; twinkle: Harbor lights were winking in the distance. v. tr. 1. To close and open (an eye or the eyes) rapidly. 2. To signal or express by winking. n. 1. a. The act of winking. b. A signal or hint conveyed by winking. 2. The very brief time required for a wink; an instant. 3. A quick closing and opening of the eyelids; a blink. 4. A gleam or twinkle. 5. Informal A brief period of sleep/

ช่วยอนุเคราะห์แปลไทยก็ดี แล้วก็เอามาใช้ในวงการไอทีด้วย ความหมายเปลี่ยนไปรึไม่ครับ
ผมชื่นชม(ในใจ)กับผู้คิดสัญลักษณ์อารมณ์เหล่านี้ผ่านคีย์บอร์ด แสดงความเป็นนักคิดจริงๆสำหรับผู้เรียนรู้ทางคอมพ์/วงการไอที.

ไม่มีอะไรครับอยากเรียนภาษา อ.และตั้งใจลงภาษา อ.สำหรับนักกฏหมาย(LW 419/LA 463: English for LawyerS)ด้วย.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.232.235 วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:12:24:51 น.  

 
ให้ตายเหอะ
ผมติดตามคุณมาหลายปีละ
ชอบวิธีคิด บทกลอน บทกวีต่างๆของคุณมาก
เป็นกำลังใจให้ต่อไป

คุณเป็นกำลังใจให้ผมแต่งกลอนได้จนทุกวันนี้
กลอนของคุณช่วยให้ผมคิดอะไรได้หลายๆอย่าง
ขอบคุณครับ


โดย: exomega IP: 58.147.70.18 วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:17:11:17 น.  

 
---แป่ว!!!อึ้งกิมกี่ไม่มีอะไรในกอไผ่..ยังคิดไม่ออกว่าจะคอมเม้นต์ต่ออ่ะครับและตอนนี้ใกล้สอบปลายภาค 1/52 ขอดูตำราก่อน.

---เป็นว่าแวะมาเยี่ยมก็แล้วกัน..ดูท่าจะฝึกหัดเขียนบทกวีฯไม่จำกัดเรื่องให้เป็นก่อนบ้างแล้วและจะแวะเข้ามาใหม่ครับ.

---เตือนกันไว้เช่นเดิม "โปรดรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ."
เพราะไข้หวัด 2009 ยังระบาดอยู่.


--------------

ป.ล. อึ้งกิมกี่ (อึ้ง-กิม-กี่) กริยาวิเศษณ์ (adv.)หมายถึง นิ่งอึ้งอยู่เพราะงง




โดย: Freshman LL.B. IP: 58.11.98.147 วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:22:14:41 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

ชมจริงๆ น่ะค่ะไม่ได้แกล้งชม :)

ช่วงสองอาทิตย์นี้แอบยุ่งกับงานไม่ได้คาดฝัน...
คือลูกน้องที่บริษัทส่งผลงานไปประกวดแล้วได้รับ
เลือกให้เป็นตัวแทนไปแข่งระดับนานาชาติ (เรื่อง Quality)
ตอนนี้เลยทำ warroom ปั่น Slide กันอยู่ อย่างเหนื่อย...
(สรุปคือทำให้ไม่มีเวลามาทำ blog ต่อ ^^')


--- คุณ exomaga ---

ดีใจที่ชอบบทกวีค่ะ อ่านความเห็นแล้วชื่นใจจังเลย

@^_^@


โดย: ไร้นาม วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:22:22:07 น.  

 
[ สุราจอก 4/G4: คุณ Uncle-Dave ]

ยกจอกสุรามารับ Give
Receive แล้วหนาที่เพื่อนให้
อิ่มเอมเปรมปรีด้วยดีใจ
ในยามห่วงใยในบ้านเมือง

ดูกรมตำรวจวุ่นวายนัก
นายกสั่งพักเกิดข่าวเรื่อง
ตอนนี้สั่งปลดสนั่นเมือง
ดั่งคนแค้นเคืองให้สงกา

กลเกมแก้เกมกลับซ้อนกล
ลาออกก่อนหม่นรักษาหน้า
คำสั่งบอกปลดหมดน้ำยา
ให้คนฮือฮาขำกลิ้งไป

ล้วงลูกกันวุ่นจนคนงง
ยิ่งดูยิ่งปลงน่าสงสัย
คนปิดสนามบินลอยนวลไป
แต่ตำรวจไทยไหงต้องทัณฑ์

โอ้เอยผู้พิทักษ์สันติราษฏร์
ทำงานเพื่อชาติอย่างมุ่งมั่น
กลับถูกลงโทษดั่งโกรธกัน
แต่คนผิดนั้นกลับลอยนวล


โดย: ไร้นาม วันที่: 11 กันยายน 2552 เวลา:22:55:13 น.  

 
[ สุราจอก 4/G5: คุณคนชาย ]

ตอบรับที่ให้ถูกใจมา
ยกจอกสนทนาภาษาเพื่อน
ความเห็น 27 ที่ท่านเยือน
ไม่หนีหน้าเบือนแวะเยี่ยมมา

การเมืองฟังแล้วก็ปวดหัว
น่ากลัววุ่นวายเป็นหนักหนา
เงื่อนไขแง่กลสิ่งนานา
นับวันตั้งตาเฝ้ารอดู

วันที่ 19 อีกไม่นาน
ครบรอบรัฐประหารสามปีอยู่
แต่นั้นบ้านเมืองวุ่นเกินกู้
รับเห็นทราบรู้ทอดถอนใจ


โดย: ไร้นาม วันที่: 11 กันยายน 2552 เวลา:22:55:26 น.  

 
[ สุราจอก 4/G6: คุณ kopo ]

ยินดีกับ Give ที่เพื่อนให้
ข้างในความเห็นห้าสิบห้า
จึงรีบหยิบยกจอกสุรา
ส่งมาให้เพื่อนเร็วทันใด

การเมืองช่วงนี้น่าตื่นเต้น
ผู้ใดมองเห็นเป็นไม่ใช่
เรื่องราวคดีร้อยรูปไป
ภาพพร่าแคลงใจให้งุนงง

ดูกรมตำรวจก็วุ่นวาย
เปลี่ยนหัวง่ายง่ายคล้ายเสริมส่ง
มีพวกด้วยหรือคือปลดปลง
ถ้าหากมีธงคงเศร้าใจ


โดย: ไร้นาม วันที่: 11 กันยายน 2552 เวลา:22:56:17 น.  

 
---ขอขอบคุณในคำชมครับ...ติผมบ้างก็ดีนะครับ(ชอบทั้งติทั้งชมจะได้ทบทวนตัวเองครับ) ที่ว่าไปแข่งขันไรน่ะก็น่าสนใจนะครับหัวข้อ "QUALITY" บ้านเรามักมองข้ามเรื่องของ "Zero Defected"(เอ..เรื่องเดียวกัน?)แต่ผมกลับมองว่านั่นเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติในเกือบทุกสิ่งอ่ะครับ...ท่านอื่นก็ขอเชิญคอมเม้นต์ได้ครับ..อิอิ.
---------------------
---"อ.ไร้นาม"อาจผิดหวังเล็กน้อยที่ผู้ร่วมเดินทางมิสามารถเขียน "บทกวี"ได้ดังใจแต่ก็ให้ข้อคิด "ทางการเมือง" ที่สนับสนุนความหมายของการเมืองเป็นเรื่องของ "การจัดสรรผลประโยชน์"ว่าจัดให้แก่ ปชช.เข้าของประเทศได้จริงแล้วหรือไม่เพียงใด
---ผมจึงขออนุญาตที่มาของผลวิเตราะห์วิจัยของ ทีดีอาร์ไอ(สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย)ไว้อย่างน่าฟังขยายผลพอสรุปได้ดังนี้.-

---"...อำนาจทางการเมืองเสมือนเกราะปกป้องธุรกิจ ทำให้มีโอกาสขยายอำนาจทางเศรษฐกิจด้วยการกำหนดนโยบาย หรือกฎเกณฑ์ที่เป็นโทษต่อคู่แข่ง
---ความสามารถในการเข้าสู่อำนาจการเมืองยังขึ้นอยู่กับทรัพย์สิน เพราะการเมืองต้องใช้เงินจำนวนมาก
---อำนาจเศรษฐกิจถือเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมเสียงในรัฐสภา
++++++++++++++++++++++
---นอกจากนี้นโยบายการจัดสรรทรัพยากร การกำกับ และการแทรกแซงของภาครัฐกลับเป็นการมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักธุรกิจรายใหญ่ที่เป็นฐานเสียงนักการเมือง

---บางส่วนตกแก่นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ "โดยประเทศไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า"
---เช่น ค่าคอมมิสชั่นจากการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลข้าวส่งออก หรือแม้กระทั่งการกว้านซื้อที่ดินก่อนเกิดโครงการเมกะโปรเจ็คต์ ก่อให้เกิดการถ่วงการเติบโตทางธุรกิจ

---การได้เปรียบของนักธุรกิจที่ได้สิทธิประโยชน์จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงขึ้น ในขณะที่คู่แข่งและโครงสร้างตลาดแบบแข่งขันถูกทำลายลง
---กลายเป็นภาระของประชาชนผู้เสียภาษี ในการแบกรับต้นทุนของนโยบาย
++++++++++++++++++++++++
อีกทั้งรัฐยังเสียเปรียบนักธุรกิจที่อาศัยอิทธิพลทางการเมืองในการเจรจาทำสัญญาต่างๆ..."
---------------------
อ่านบทวิเคราะห์วิจัยนี้แล้วก็ขอชื่นชมหน่วยงานฯและสื่อฯที่ยังเป็น"ความหวัง"ของประชาชนบนแผ่นดินนี้คอยเป็นหูเป็นตาตลอดให้คำแนะนำต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำไปปฏิบัติได้ถูกทิศทาง เพื่อยังประโยชน์ของประชาชนผู้เสียภาษี/ในฐานะเจ้าของประเทศที่แท้จริงยิ่งๆขึ้นไปครับ.แถมอีกนิดว่าไว้...

---"...การวิจัยพบว่าประชาธิปไตย...สามารถคงอยู่ได้...ในประเทศ...ที่มีการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียม เป็นระบบคนที่มีรายได้ที่อยู่กึ่งกลางเป็นคนตัดสินในการกำหนดความต้องการ..."
----------------------
เช่นเดิม "โปรดรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ."
เพราะไข้หวัด 2009 ยังระบาดอยู่.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.164.38 วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:22:36:47 น.  

 
---คอมเม้นต์เบาๆ"การเมือง"(ต่อ)โดยเฉพาะผมชอบประเด็นท้ายนี่แหละ แต่ก็หาได้ทิ้งประเด็นต้นที่ TDRI ท่านว่าไว้น่าฟังนะครับ.จะมีคอมเม้นต์นืดๆก็ตรงที่..ทำไมต้อง"คนชั้นกลาง" คนชั้นล่างไม่มีแล้ว?จึงถึงได้เน้นเฉพาะคนชั้นกลาง ฮา!!! ไม่ออกแฮะ!?!

---เพราะว่าไปแล้ว ผมว่า ปัญหาที่ว่ามานี้ เราๆ ท่านๆ ก็รู้กันมาตั้งกะปีมะโว้แล้วแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขซักที ไม่ว่า รบ.ไหน ๆเข้ามาก็ดูเหมือนจะรู้แล้ว...เออน่ารู้แล้ว...เออน่ารู้แล้ว!?! ประมาณนี้แต่ไม่ได้แก้ปัญหาถูกจุดนัก !?!

---ทุกประเด็นโดยเฉพาะประเด็นท้ายที่ว่านี้มีประโยชน์มากครับ ว่านะ เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า เอาละนะต่อนี้ไปเรามากันถูกทางแล้ว(เรามี ปชต.แล้ว)และเราจะมีระบอบฯนี้ต่อไปภายใต้อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเป็นที่แน่นอน ไม่เป็นอื่นใดเด็ดขาด.

---ที่จะให้องค์กร(รบ.)/รวมหน่วยงานทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างสรรค์จรรโรง/แก้ไขให้ดีขึ้นก็คือต้องทำตามและแก้ไขตามที่"TDRI" ออกผลทางวิจัยมานั่นแหละครับ ทำเถอะครับ เริ่มกันเลยที่เริ่มแล้วก็ควรต้องเพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้นไปอีกนั่นแล.
---------------------
---"...การวิจัยพบว่าประชาธิปไตย...สามารถคงอยู่ได้...ในประเทศ...ที่มีการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียม เป็นระบบคนที่มีรายได้ที่อยู่กึ่งกลางเป็นคนตัดสินในการกำหนดความต้องการ..."
---------------------
---ขอสลับกลับไปดูตำราสอบก่อน ขอแค่ "P"ก็พอแล้วครับเนี่ย!!! ไม่รู้จะ"ผ่าน"หรือเปล่า/ก็ซ่อม/ลงทะเบียนกันต่อละครับผม.

---อนึ่งผมแค่ นศ.ความรู้นิดเดียวคอมเม้นต์ผิด/ถูกประการใดคงไม่ว่ากันน่ะ เพราะเป็นความเห็น(OpinioN)ส่วนตัวเท่านั้นครับ.

"โปรดรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ."
เพราะไข้หวัด 2009 ยังระบาดอยู่.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.157.15 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:17:07:31 น.  

 
---ท่านว่าไว้....

---"...การวิจัยพบว่าประชาธิปไตย...สามารถคงอยู่ได้...ในประเทศ...ที่มีการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียม เป็นระบบคนที่มีรายได้ที่อยู่กึ่งกลางเป็นคนตัดสินในการกำหนดความต้องการ..."
-----------------------
"...คนที่มีรายได้ที่อยู่กึ่งกลาง..." ผมไม่ทันได้ดูละเอียด เลยเข้ามาใหม่ ท่านตีความกับคำว่า "คนชั้นกลาง" เป็นความหมายเดียวกันหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ผมกลับตีความแบบง่าย ๆว่า "เป็นพวกเดียวกัน/ระดับเดียวกัน"(นัก กม./น.ศ.กฏหมายนี่ชักจุกจิกครับเนี่ย)

---หากตีความไปคนละอย่างก็อาจเข้าใจผิดกันอีก (ผมน่ะตกภาษาไทยมาก็หลายหนอ่ะครับ)เป็นว่าไม่ได้เข้ามาลองของหรือไรหรอกครับ นักศึกษามันอยากรู้ไปหมดแหละครับ.ยิ่งได้ อาจารย์ดี/ตำราดี/บทความดีๆ ชอบที่จะอ่านมากๆ ว่างั้นนะ.
--------------------------
---ปิดท้ายด้วยความเป็นห่วงสุขภาพคนไทยเรื่องไข้หวัด 09 ฉะนั้น "โปรดระวังและรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ"


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.157.15 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:17:23:41 น.  

 
---ลงทะเบียน กม.รธน.(LW202)แล้วรู้สึกเรียนสนุกไปกับเหตุการณ์บ้านเมืองไปด้วย อย่างนี้เรียกว่าเรียนจากประสบการณ์จริงแต่ อ.ผู้สอนท่านมักบอก นศ.ว่าพยายามให้"ผ่าน"(จะได้ไม่ต้องเรียน กม.รธน.หลายฉบับฯ)เทอมนี้ก็ตัวใครตัวมัน(อีกแล้ว)...อิอิ.

---ว่าถึงผลการสำรวจและวิจัยของ"ทีดีอาร์ไอ"ที่ระบุสภาพการณ์"การเมือง"โดยรวมทั่วไปใน พ.ศ.นี้ผมเห็นด้วยในส่วนที่ได้บ่งบอกความเป็นมาเป็นไปของปัญหาที่สะสมกันมานานจนได้ข้อยุติของผลลัพธ์ที่ค่อนข้างลงตัว หากทุกภาคส่วนมีความจริงใจละก็สามารถนำไปแก้ไขปีญหาทีเกิดขึ้นได้สัมฤทธิ์ผลอย่างแน่นอนครับ.

---มุมมองของผมในทั้งฐานะ ปชช.ผู้เสียภาษีและ นศ.นิติฯมองด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ทุก รบ.มีความปรารถนาดีในการแก้ปัญหาของชาติครับ..จะมีแตกต่างก็เพียงแต่นโยบาย/วิธีการการปฏิบัติ/การปฏิบัติของตัวบุคคลตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง/รวมทั้งภาคเอกชน/เรียกว่าทุกภาคส่วนดังกล่าวแล้ว.

---เอ...ทั้งเรียน ทั้งเขียน ทั้งอ่านมากมาย อาจชักเบลอเผลอได้!?! เป็นว่าชอบแวะมาที่ห้อง"การเมือง"เรื่องใกล้ตัวก็แล้วกันครับ.

---ปิดท้ายด้วยความปรารถนาดี"โปรดระวังและรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ"


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.163.81 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:21:09:05 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

โห... ไม่ได้แวะมานาน เขียนยาวเลยค่ะ
ช่วงนี้ไร้นาม ไม่ค่อยมีเวลาเขียนอะไรใหม่ๆ เลย
(นอกจากแต่งกลอน) แหะ แหะ งั้นแต่งตอบมั่งนะคะ

คุณ Freshman แวะมาจึงครึกครื้น
เลยแช่มชื่น blog นี้ไม่มีเหงา
มีคำคมข้อคิดให้หยิบเอา
อ่านเบาเบาได้คิดสะกิดใจ

ทั้งเรื่องราวการเมืองและไข้หวัด
ส่งมาจัดให้อ่านมาแต่ไหน
จึงยิ้มแย้มยกสุรามาทันใด
กับแกล้มใส่ให้อิ่มยิ้มรับเอย


หมายเหตุ: ตอนนั้นเรียน LW202 ก็มันส์ดีค่ะ เหตุการณ์บ้านเมืองวุ่นๆ ทำให้รู้สึกอินกับกฏหมายไปอีกแบบดีนะคะ


โดย: ไร้นาม วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:23:04:05 น.  

 
ระเบิดระบึ้มบ่ม กลางเมือง
ใครจับมือใครเคือง เครียดแค้น
สองฝ่ายต่างพูดเปลือง ปลดปล่อย
เสียงขู่ดังวิ่งแจ้น จับได้ลมลอย

หยิบแก้วมาจดจ้อง มองดู
ฟองฟ่อนลอยเฟื่องฟู ค่อนแก้ว
วางแก้วก่อนกูรู บ่นด่า
เมื่อสงบสติแล้ว แต่งได้โคลงดี

วางมือลงลดด้วย ทกข์ใจ
แล้วสูดลมหายใจ สุขล้ำ
บิดแขนยกขาไป หมุนรอบ ตัวแล
แล้วลุกขึ้นยืนย้ำ สุขนี้ดีเอย


-- สันติ

+++

[ สุราจอก 4/69: คุณสันติ ]

การเมืองเรื่องวุ่นแท้........น่ากลัว
ไม่อยากยุ่งพันพัว...........แต่ต้น
ถ้าทำถูกชัวร์ชัวร์............เชียร์แน่
แต่กลับหนีไม่พ้น............รับรู้ข่าวสาร

วันนี้เห็นข่าวเศร้า.............อีกครา
นายกเหตุปัญหา..............วุ่นแท้
ไปเมืองลพฯ ตรวจตรา......ขวักไขว่
นับหมื่นนายกั้นแล้...........ไม่พ้นแรงชัง


โดย: ไร้นาม วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:23:05:15 น.  

 
[ สุราจอก 4/G7: คุณ CSI SAIMAI ]

ไล่เรียงความเห็นทีละน้อย
จึงค่อยเห็น Give ที่ท่านให้
ยิ้มรับคำนับอย่างเร็วไว
ถูกใจที่มิตรมาแวะเยือน

การเมืองบ้านเราในวันนี้
สิ่งดีกลับกลายคล้ายแปดเปื้อน
สาดโคลนใส่กันพลันสะเทือน
เขียนพร่ำย้ำเตือนเหมือนเพียงลม


โดย: ไร้นาม วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:23:05:49 น.  

 
---ขอบคุณ "ไร้นาม" ที่เข้าใจความคอมเม้นต์เบาๆครับผม.
---------------------------------------
---ยกความเดิมมาคอมเม้นต์(ต่อ)--พักนี้"การเมือง"บ้านเรายังอยู่ในลักษณะ"ยุ่งขิง"(อิรุงตุงนังอ่ะ)กันพอสมควรและคาดว่าจะเป็นเช่นนี้อีกระยะหนึ่งแต่พอมาถึงวันนี้ฟันธง!?!ว่าน่าจะยาวไปอีกนาน...

---มองให้เป็นเกมส์แล้วถึงคราที่ต้องมีการช่วงชิงการได้มาซึ่งอำนาจรัฐ...อำนาจดังว่าน่าจะหนีไม่พ้นสามอำนาจในระบอบ ปชต.นั่นแหละ(นิติบัญญัติ,บริหาร,ตุลาการ/อย่างหลังนี่ไม่ค่อยมีใครไปแตะครับเพราะแต่ละท่านมาโดยระบบราชการงานประจำอยู่แล้ว)

---ทำไมบ้านเมืองเราจึงตกอยู่ในสภาพอึมครึม...ทำท่าจะเห็นทางออก/แสงสว่งที่ปลายอุโมงค์ในวันนี้...อยู่ดีๆ วันต่อมาก็กลับกลายเลือนหายไป ประมาณนี้...มันเกิดอะไรขึ้น!?!

---มุมมองของผมตอนนี้ก็คือ"คำตอบ"มันอยู่ที่ผลงานวิจัยของ TDRI ว่าไว้นั่นแล ทำไมเราจึงไม่ยอมแก้ไขกันตามคำแนะของหน่วยงานนี้ ผมก็จนปัญญาที่จะทราบเหมือนกันแฮะ!!! เออนะ ลำพัง นศ.ตัวเล็กๆคนหนึ่ง/เสียภาษีในฐานะ ปชช. ก็ได้แต่มองตาปริบๆ...(ทำไมจึงทำกับฉานด้าย!?! อิอิ)

---หากจะว่าตามจริง ส่วนตัวยังมองอีกว่าหรือตัวปัญหามันอยู่ที่การใช้อำนาจของ 3 อำนาจนี้ดังกล่าวโดยเฉพาะสองอำนาจแรกได้แก่อำนาจบริหารกับนิติบัญญัติที่น่าจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อบริหารราชการแผ่นดินทอง/ดินแดนสยามอันผืนนี้!?!.

---เราถกกันก็เพราะ 2อำนาจแรกนี้มากมายว่าทำงัยให้มันลงตัว/เห็นตรงกันเป็นส่วนใหญ่..แต่ก็จนแล้วจนรอดเสมือนคนว่ายน้ำ ไม่ถึงฝั่งกันซะทีนะ...มันจะพากันจมน้ำตายกันหมดรึเปล่าหนอ!?!.ก็ยังสงสัยอยู่ครามครัน.

---ปิดท้ายอย่างเช่นเคยคือขอส่งความปรารถนาดีมาต่อทุกท่าน"โปรดระมัดระระวังและรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ"
ไหนจะไข้หวัด 2009 ที่ระบาดแถมทำท่าจะกลายพันธุ์ตามข่าวล่าน่ากลัวนัก.






โดย: Freshman LL.B IP: 124.121.126.45 วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:17:01:40 น.  

 
---ขออนุญาตคอมเม้นต์ "การเมือง"(ต่อ)ตอนนี้น่าจะถือว่าอยู่ช่วงฮ๊อตๆ อีกช่วงหนึ่งก็ว่าได้ มิเช่นนั้นแล้ว รบ. คงไม่นำ กม./พ.ร.บ.ออกมาใช้มากมายเช่นนี้ ต้องขอขอบคุณที่มาของทางสื่อฯลองลำดับดูละกัน(ส่วนจะให้หน่วยงานใด/ผู้ใดเป็นรับผิดชอบคงไม่ลงรายละเอียดละครับ)

---จากสถานการณ์การเมืองบ้านเราในยามนี้ทำให้ รบ.ต้องใช้ กม./พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องจำนวน 13 ฉบับ(Lucky No.!?!)โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18/09/09 - 22/09/09...แบบนี้ นศ.นิติฯอย่างผมลงทะเบียนวิชาอาญา 2(LW207)ที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯคงเปิดตำราไม่ทันแน่ แต่คิดว่าข้อสอบเทอมนี้คงไม่ออกจนกว้างเกินขนาดนั้นอ่ะนะครับ.
----------------------
-อันที่จริง รบ.แบ่งเป็นลักษณะประกาศจำนวน 3 ฉบับเพียงแต่ฉบับที่สองที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯโดยตรงนั้นได้นำ กม./พ.ร.บ.ออกมาใช้พอสรุปย่อได้ดังนี้ครับ.-
1. พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551
2. พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
3. พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
4. พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530
5. พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550
6. พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493
7. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
8. พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522
9. พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535
10. พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490
11. ป.พ.พ.เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมูลนิธิและสมาคม
12. ป.อ.
13. ป.วิ.อาญาฯ เฉพาะบทบัญญัติเกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน ฯ
-------------------------
ส่วนประกาศฉบับที่หนึ่งเป็นลักษณะการกำหนด พท.และเพิ่มเติมเสริมท้ายด้วย"ข้อกำหนด" อันได้แก่:-

"ข้อกำหนด" ออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551(รายละเอียดแจ้งแล้วในต่อท้ายข้อกำหนดดังกล่าวครับ)
-------------------------
ปิดท้ายเช่นเคยครับคือ "โปรดระมัดระวังและรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ"ไข้หวัด 2009 ยังระบาดอยู่อย่าได้ประมาท.



โดย: Freshman LL.B. IP: 61.90.33.26 วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:23:42:17 น.  

 
--"การเมือง"เรื่องใกล้ตัว(ต่อ)---บอกความรู้สึกส่วนตัวนิดว่าว่า--การเข้ามาคอมเม้นต์หน้าบล๊อคนี้นั้น ก็หาใช่เพราะอยากเด่นดังใดๆไม่--เป็นว่าไม่อยากตกข่าวการเมืองที่น่าจะเรียกได้ว่ากำลังวุ่นๆประกอบไปกับการเรียนการสอบในสาขาวิชาที่กำลังศึกษาอยู่...

--อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณ "ไร้นาม"เจ้าของบล๊อคที่ยังกรุณาให้พื้นที่การเขียน OpinioN แต่ก็อิงข้อเท็จจริงทางวิชาการอยู่บ้างและเข้าใจความของผู้เขียนได้ดีมากมาย-ขอบคุณจริงๆด้วย.
-------------------------------------------------------------
(Opinion: A belief or conclusion held with confidence but not substantiated by positive knowledge or proof: Ex:“ The world is not run by thought, nor by imagination, but by opinion ” )
-------------------------------------------------------------
--ผู้คนที่ติดตามข่าวสารทางสื่อสาขาต่างๆในช่วงนี้ ก็เห็นจะมีเรื่องราวเด่นๆนั่นก็คือการประกาศใช้กฏหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯในช่วง 15- 22 ก.ย.52..สื่อต่างๆก็ธรรมดาละครับที่มีลงในรายละเอียดฯและการวิพากษ์วิจารณ์บ้างฯก็ว่ากันตามหน้าที่ของตนๆไป

--ด้านรัฐสภาฯ ก็มี รบ.ให้เปิดสภาฯอภิปรายกันถึงเรื่องการแก้/ไม่แก้ไข กม.รธน.ตาม คณก.สมานฉันท์ฯ---ฟังแล้วก็หนักใจแทนคนไทยทั้งมวลเพราะการอภิปรายจากผู้ทรงเกียรตินั้นน่ะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการแก้ไขฯ กล่าวโดยสรุปคือเราก็ยังไม่มีข้อยุติเรื่องของการแก้/ไม่แก้ไข กม.รธน.!!!(เพราะปิดประชุมสภาฯเวลา00.30 น.)

--มันน่าเศร้า!?! เศร้าตรงไหน? หากมิใช่การเห็นไม่ตรงกันนั้นมองไม่เห็นหนทางที่จะเข้ากันได้อันจะทำให้ความเข้าใจตรงกันเกิดขึ้นอันจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติโดยรวม...มันเสมือนเส้นขนานรางรถไฟเลยเทียวนะเนี่ย !!!

--น่าจะยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียวหากทุกฝ่ายคิดเป็นเดียวกันว่า...การแก้ กม.รธน.จะช่วยเยียวยาแก้ไขปัญหานานับประการของชาติได้อย่างแท้จริงหรือไม่เพียงใด..ผมฝากประเด็นเดียวนี่แหละเพราะถกกันไปมาหาที่ลงไม่ได้ซักที...ยิ่งพูดก็ดูจะยิ่งยาวไปเรื่อย...เหนื่อยแทนจริงๆครับ.

--ก็หวังตั้งตารอความเห็นจากการอภิปรายฯต่อส่วนจะมีการลงมติกันหรือไม่ ผู้เขียนไม่ทราบครับ.

--ปิดท้ายเช่นเคยครับคือ "โปรดระมัดระวังและรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ"ไข้หวัด 2009 ยังระบาดอยู่อย่าได้ประมาท.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.163.49 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:0:21:12 น.  

 
---"การเมือง"(ต่อ)--เปิดฉากแล้วครับวันที่2ของการเปิดอภิปรายให้เหตุผลถึงการแก้/ไม่แก้ กม.รธน.ของรัฐสภาฯ มาถึงนาทีนี้ พอจับเค้ารางประเด็นการถกที่(น่า)จะไม่สามารถลงเอยได้ดังนี้เป็นอาทิ.-

---ฝ่ายที่เห็นด้วยว่าควรแก้ไขฯ

1)คณก.สมานฉันท์ฯได้เสนอมาถูกทางแล้วซึ่งเสนอให้แก้ใน 6 ข้อ

2)รธน.ฉบับเดิม เป็นฉบับ ปชช.อย่างแท้จริง(ควรนำมาปรับใช้ฯ)ที่แล้วมาเราได้เป็น รบ.พรรคเดียวทำให้มีเอกภาพ จึงสามารถบริหารฯได้อย่างเต็มที่ น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติโดยรวม.

3)อ้างว่า เป็น รธน.ฯที่มิได้มาจาก ปชช.โดยตรง แต่เป็นผลพวงมาจากการได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยมิชอบตาม รธน. ว่างั้น..ฯลฯเป็นต้น
-----------------------------------------
---ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยฯ ก็ให้ความเห็นแย้งทำนองว่า.-

1)คณก.สมานฉันท์ฯลงความเห็นมาก็เป็นเพียงแนวทางฯมิใช่ฟันธงให้แก้ไข กม.รธน.ได้เลย. (เป็นงั้นไป!?!...ก็น่าฟังอีกแง่หนึ่ง)

2)รธน.ฉบับเดิม เป็นฉบับที่ให้อำนาจของฝ่ายบริหารมากเกินจนนำไปสู่ความขัดแย้งฯการได้เสียงข้างมาก จนสามารถจัดตั้ง รบ.พรรคเดียวได้นั้นกลับกลายเป็น"เผด็จการรัฐสภา" (เป็นงั้นไป!?!ทั้งที่แต่ไหนแต่ไรมา เรามักไม่อยากมี รบ.ผสมฯ ประมาณนี้!?!)

3)รธน.ฉบับใหม่ เป็นฉบับที่ "ปราบเซียน"การเมือง/"อุดรูรั่ว"ในปัญหาที่เกิดขึ้นกับอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารแล ฯลฯ
------------------------------------------

--ส่วนความเห็นกลางๆ ก็เป็นทำนองว่า กม.รธน.น่ะดีในตัวเองอยู่แล้ว...แต่การนำมาปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของแต่ละ รธน.ฉบับดังกล่าวฯ...แก้ทำไม?แก้เพื่อใคร? มันโอละพ่อแล้วลงแบบนี้...ก็ไม่ว่ากัน...ทุกคนมีเหตุผลของตนเอง..แต่ไหงมันไปคนละทิศละทางจนดูแล้วแสนจะกลุ้มอุราแท้.มาร่ำสุรากันเถอะ"ไร้นาม"

--คงต้องสรุปเป็นช่วงๆ กว่าจะจบการอภิปรายละครับ ก็น่าเห็นใจคนทำงาน...ถกกันจนดึกดื่น แต่ตอนท้าย...เกรงว่าแป่ว!?!

--แต่เอาละ..สุดท้ายน่าจะลงเอยกันด้วยดีมีมติให้ตั้ง ส.ส.ร.เพื่อแก้ไข รธน.ตามที่เห็นว่าสมควร...เอวัง.(เดาไว้ก่อนอ่ะนะครับ)

--ปิดท้ายเช่นเคยครับคือ "โปรดระมัดระวังและรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ"ไข้หวัด 2009 ยังระบาดอยู่อย่าได้ประมาท !!!.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.232.162 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:11:23:41 น.  

 
--ท่าน สส./สว.ผู้ทรงเกียรติ ทำงานหนัก ถึงเวลา"พักเที่ยง"ท่านก็ยังทำงาน/ถกกันต่ออยู่เลย...ประสาอะไรกับ ปชช.อย่างเราๆ ต้องสนใจกันหน่อยละกัน...

--ก็คอมเม้นต์"การเมือง"(ต่อ) ยิ่งล่วงเวลาไปในสภาไทย ณ วันนี้ดีกรีวาทะดูท่าจะเด็ดเผ็ดร้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็น่าดีใจในช่วงเช้าท่านประธานฯที่เคารพ ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศพูดจาที่ผ่านมามีแต่ความสมานฉันท์ เห็นด้วยครับ.

--ก็หวังว่าจะคงระดับบรรยากาศที่ว่าด้วยเหตุด้วยผล/ทางตรรกะตลอดและลงท้ายด้วยข้อยุติอันยังผลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยตาดำๆทุกคน/ต่อประเทศชาติต่อไปอย่างแท้จริง.

--บรรดาคอการเมืองก็ติดตามครับ ฟังๆไปก็ตั้งข้อสังเกตว่า แต่ละท่าน พูดในเรื่องเดียวกัน อ๊าว!!!ก็ไม่ผิดครับ เมื่อพูดเรื่องเดียวกัน ก็ต้องซ้ำกันบ้างเป็นธรรมดา เพียงสำเนียงสำนวนอาจแตกต่างกันไป บ้าง...ฟังครับฟังช้าๆไปละกัน.(อย่าไปซีเรียสเครียดนัก..ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ...แน่ะ..มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน)

--ฟังไปฟังมา--โดยส่วนตัวมองแบบว่าการแก้ไขฯน่าจะไปไม่ถึงดวงดาว(อีกแล้ว)เสมือนเข้าลักษณะ..เราส่วนหนึ่งมองปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ด้วยทั้งสายที่"ว่างเปล่า"และอีกส่วนหนึ่งกลับมองว่าต้องเติมให้"เต็มร้อย"แล้วใครถูก/ผิด..ไม่ทราบครับ..แต่ที่แน่ๆแล้วเนี่ย..คือตัวอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาละ!?!

--แต่ก็มิได้หมายว่าจะไปปรามาสความคิดนึกของทุกท่านครับ ผมนั้นเพียงเป็นความคิดเห็นเท่านั้น และประการสำคัญคือทุกท่านมีเอกสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น..ทุกท่านนั้นกล่าวขึ้นบนความเป็นเหตุเป็นผลดีนักแล.

--ผมว่า ระบอบ ปชต.มีสีสัน/ส่วนดีก็ตรงนี้ คือเปิดโอกาสให้ สส./สว./ปชช.มีการพูดจาโต้ถก/โต้แย้งกัน/แสดงความคิดเห็น/มีการแสดงออกกันได้ภายใต้กรอบของ กม./มนุษย์เราอยู่ร่วมกันจึง
จำเป็นต้องมีกติกาเช่นนี้แล.
----------------------------
ปิดท้ายเช่นเคย "โปรดระมัดระวังและรักษาสุขภาพของทุกท่านด้วยครับ"ไข้หวัด2009 ยังระบาดอยู่อย่าได้ประมาท !!!.



โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.163.247 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:13:40:36 น.  

 
The Excerpt of constitution revision from some goverments around the world.
-----------------------
--The results of its annual poll on constitution revision and has found that once again a majority — a slight one, 51.6% — favors revising some countries' constitution (in Asia region). This marks a nine-point increase over last year's poll. Opposition to revision fell from 43.1% to 36.5%.
-----------------------
--เดี๋ยวคงมีคนกรุณาแปลไทยให้ได้ใจความนะครับ..อิอิ.
-----------------------
--ฟังการถกอภิปรายขยายความกัน---แล้ว----ก็เริ่มปวดเฮดละครับดูคล้ายกับเชือกที่เริ่มจะเขม็งเกลียวเพราะการอภิปรายเริ่ม...(เริ่มออกนอกเรื่องเดียวกันแว้ว...)

--เป็นธรรมชาติที่มนุษย์มีความอดทนในระดับหนึ่ง..ถึงเวลาก็จะออกอาการซีเรียสบ้าง แต่ใจเย็นๆเข้านะครับทุกท่าน และท่านผู้อ่านก็ไม่ต้องซีเรียสไปด้วยหรอก...การเมืองเรื่องใกล้ตัวครับ.

--จริงๆแล้วเนี่ย ผมว่าประธานฯผู้สูงวัยท่านใจเย็นดีแท้..น่าเป็นเยี่ยงอย่างได้ดีนะครับ/นับถือครับนับถือจริงๆ.

--ณ นาทีต่อนาทีนี้ ก็พอจับความได้ว่าเสียงส่วนหนึ่งมีแนวโน้มจะให้มี ส.ส.ร. (3) นั่นหมายถึงการแก้ไข กม.รธน. ผมก็ว่าอะไรที่มันจะช่วยเยียวยาแก้ไขปัญหาได้ก็หยวนๆกันบ้าง เช่น แก้ไขบางส่วน/พบกันครึ่งทาง ฯลฯ เป็นต้น

--"สยามเมืองยิ้ม" ยังเป็นสมญานามของประเทศนี้ฉันใด การหันหน้าเข้าหากัน/ยิ้ม(ไม่ใช้แยกนะ)เขี้ยวงามใส่กันบ้างไม่น่าจะเสียหายปะไรนัก ว่านะ.

--ไข้หวัด2009 ยังระบาดอยู่อย่าได้ประมาท !!!.





โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.163.247 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:15:25:28 น.  

 
--หน้าปัทม์นาฬิกาในสภาฯบอกเวลาประมาณสี่ทุ่มเศษ ที่ ข้าพเจ้าขออนุญาตเข้ามาแวะหน้าเว็บพร้อมเปิดทีวีฟังการอภิปรายในสภาไทยไปด้วย...เห็นใจคนทำงานครับ...หลังผู้เขียนเริ่มออกอาการ..มึนๆงงๆก่อนหน้านี้ ..จังสี้..มันต้อง...ถอน? อ๊าว..จะให้ถอนอะไร!?!

--คำตอบคือไม่ทราบครับ.ก็แล้วในสภาฯเขามักจะถอนอะไรล่ะ?ที่จะไม่พ้นถอน"คำพูด"...ก็ว่ากันไปตามระเบียบ/ข้อบังคับที่วางไว้ ส่วนสมาชิกฯจะถอน/ไม่ถอน ก็อยู่ที่สภาพการณ์นั้นๆ...ว่านะ.

--อย่างนี้แหละเขาเรียกว่าไปเข้าสุภาษิตไทยๆเราที่ว่า "ก่อนพูดเราเป็น..นาย..ของคำพูด แต่หลังจากพูด คำพูดกลับเป็น..นาย..เรา" มุมมองส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับหลายๆท่านของทุกฝ่ายที่พยายามจะชี้ให้เห็นว่า "เราต้องยอมรับ...ความจริง !"กันบ้างเถิด.

--แต่ เอ..มันอาจดันทุรังเป็น"ความจริง"คนละด้านก็เป็นได้แล้วอย่างนี้ ก็หวังว่ามันจะไม่กลับกลายเป็นขยายความขัดแย้งขึ้นมาแทน"สมานฉันท์" ที่คนไทยเราทุกคนมุ่งมาดปรารถนานะครับ.
---------------------------------------------------------------
--การอภิปรายโดยไม่มีการลงมติฯตาม กม.รธน.มาตรา 179 มองเห็นชัดเจนว่า ท่านนายกฯมีความใจกว้างพอในการอภิปรายครั้งนี้ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือมีคำถามตามมาว่า หลังการอภิปรายแล้วเราจะแก้ กม.รธน.ตามรายงาน คณก.สมานฉันท์ฯได้มากน้อยหรือไม่เพียงใด...คอยติดตามกัน ที่สำคัญท่านนายกฯให้แนวไว้แล้วคือ.-
--------
--ท่านนายกฯลงความสรุปได้ทำนองว่าการแก้ไขฯจริงๆ ต้อง.-
(1) เป็นร่างฯที่มาจากทุกฝ่ายทุกพรรครวม สว.ทั้งหมดทั้งมวล โดยยึดแนวของ คณก.สมานฉันท์ฯซึ่งมี 6 ประเด็นเป็นหลักในการแก้ฯ
(2) เป็นการผ่านประชามติเห็นพ้องต้องกัน จึงจะเป็นผลดี..
----------------------------------------------------------------
--ผมในฐานะ ปชช. ดูอีกแง่หนึ่งก็คือเอาละครับจะลงรายละเอียดต้องไปดูการปฏิบัติจริงใจหลังจากนี้ เราใน ฐานะ ปชช.ก็ติดตามและให้ความร่วมมือของภาครัฐและหน่วยเกี่ยวข้องก็แล้วกัน..เอวัง.

---ปิดประชุมรัฐสภาแล้วครับ...เวลาหกทุ่มโดยประมาณ ขอบคุณทุกท่านและ ปชช.ทุกท่านก็ระมัดระวังไข้หวัด 2009 กันต่อไปเพราะยังไม่หยุดระบาดครับ.
----------------------------
-ป.ล.คอมเม้นต์ก็คือคอมเม้นต์--ผิด/ถูกโปรดใช้วิจารณาญาณครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.164.177 วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:0:12:35 น.  

 
--"การเมือง"ไทยรุ่งสางตะวันแดงวันนี้พอจะมีความหวังใหม่..ที่จริงก็ไม่ใหม่นักดอกเพราะเราก็เรียกร้องกันมานานพอสมควรแล้ว ก็เรื่องการแก้ไข กม.รธน.ฉบับ 2550 ที่สภาฯได้ถกกันสองวันสองคืนจนได้ข้อยุติ.(แม้จะต้องมาศึกษาหาหนทางในรายละเอียดกันอีก)

--จะเรียกว่าผลการอภิปรายครั้งนี้ไม่เสียหลาย ผลลัพธ์ออกมาเป็นทางบวกก็ว่าได้นะ...ประการสำคัญท่านนายกฯมีบัญชาลงท้ายในสมัยประชุมสภานัดพิเศษที่ผ่านมาว่า...ตกลงยอมให้แก้ไขภายใต้เงื่อนไขดังเป็นที่ทราบกันนั่นแหละครับ...

--ผมก็ว่ายังดีกว่าการปฏิเสธฯนะ...ยังมีความหวังครับ..ห่วงก็แต่ว่าคณะผู้ทำงานที่จะเข้าสู่กระบวนการแก้ไขฯ(ตอนนี้ก็ยังมองไม่รู้ว่าไรเป็นไร!?!ชัดเจนไหม ส่วนตัวตอบว่า"ไม่ชัดเจน"..wait & see..เอาใจช่วยครับ)...

--พร้อมทั้งวิธีการทำงานกันเป็นทีมเนี่ย..มันจะสะดุดขากันไปมา..ลงท้ายก็ ..แป่ว!?! ประมาณนี้..ก็ขออย่าให้เงื่อนเวลามันถ่างห่างจนไกลเกิน..ผมห่วงว่าจะ"ยุ่งขิง"กันอีกนั่นแล.

--แต่ก็ให้ความหวังและเป็นกำลังใจในฐานะ ปชช.คนเสียภาษีคนหนึ่งครับ.แหม..จะไม่ให้ความหวังตั้งตารอกันได้งัย รอกันมา/ถกกันมาก็นานพออยู่แล้วตอนนี้ก็เอาใจช่วยผู้เกี่ยวข้องแหละครับนะ.

--"ไร้นาม" เจ้าของบล๊อคน่าจะยุ่งอยู่กับงานในหลายด้านขณะนี้ เพราะท่านชอบทำตัวไม่ให้"ว่าง"ท่านว่างั้น...ก็ดีครับ..แต่อย่าลืมเรื่อง"สุขภาพ"ละกัน.."อโรคยา ปรมาลาภา/ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ"คำกล่าวนี้เป็นอมตะวาจาภาษิตที่ดีแท้ไม่ตกเทรนด์.

--ปิดท้ายหน้าบล๊อควันนี้เช่นเคยขอให้ทุกท่านโปรดระมัดระวังไข้หวัด 2009 กันต่อไปเพราะยังไม่หยุดระบาดครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.233.218 วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:14:05:26 น.  

 
"การเมือง"(ต่อ)--ยกคำกล่าวเดิม"...วิธีการทำงานกันเป็นทีมเนี่ย..มันจะสะดุดขากันไปมา..."

--พูดไม่ทันจะขาดคำ บรรดาบุคคล/พรรคที่เกี่ยวข้องกะการแก้ไข กม.รธน.50 ก็เริ่มออกอาการสดุดขากันแล้วครับพี่น้อง...ทำไมเป็นแบบนั้น/แบบนี้...(ลักษณะนี้เป็นการถกกันนอกสภาฯอีกแล้ว...คำเสนอแนะของผู้นำ รบ.ก็ถูกเมิน!?!)

---ลองไปดูเหตุผลของแต่ละฝ่ายที่แย้งกันไปมาสรุปได้ดังนี้ครับ.-
-----------------------------------
--วิป3ฝ่ายถกแก้รธน. พรรคฯยินดีให้คำปรึกษา/เตรียมจับมือ ส.ว.ล่าชื่อเสนอญัตติแก้ไข/ทำ"ประชามติ"นานเกิน-แค่6ประเด็นไม่คุ้มงบ2พันล้าน/พรรคร่วมฯค้านตั้งส.ส.ร.3...ฯลฯ ลงรายละเอียดนิดๆ
-----------------------------------
--ให้มี ส.ส.ร.แบบเร็วที่มาจาก ส.ส. และ ส.ว. ร้อยละ 25 จาก ส.ส.ร. 40 และ ส.ส.ร. 50 อีกอย่างละ 25 หรือจะเอาสภาแค่ 25 ที่เหลือให้เป็นนักวิชาการ/ไม่ควรเป็นเช่นนี้เพราะสภาฯมีหน้าที่อยู่แล้ว..ว่างั้น.

-...อยากให้สังคมดูท่าทีของนายกฯ จริงใจแค่ไหน เพราะเมื่อสมาชิกรัฐสภาประชุมกันมา 2 วัน 2 คืน และพูดกันขนาดนี้แล้ว ทำไมนายกรัฐมนตรียังมาเสนอแบบนี้อีก... (มาแรงนะเนี่ย!?!)

-...การที่นายกฯมีเงื่อนไขว่า ต้องการให้สมาชิกรัฐสภาเสนอร่วมกันเพียงร่างเดียวเพื่อความเป็นเอกภาพนั้น/ร่างของบุคคลนั้นๆ ก็เสนอ 6 ประเด็นตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯทุกพรรคอยู่แล้ว...(แล้วจะมายกร่างฯอีกทำไมกัน? ฟังขึ้นน่ะ)

-...ข้อเสนอแรกเรื่อง ส.ส.ร.มายกร่าง 6 ประเด็น ก็ใช้เวลานาน ส่วนถ้าเป็น ส.ส.ร.ที่มายกร่างใหม่ทั้งหมด/คิดว่าไม่ต้องทำ/ไม่รู้จะกังวลอะไรอีก เพราะแก้เพียง 6 ประเด็น หากทำประชามติเพียงเท่านี้อีกต้องใช้ งป.มาก(ประมาณ 2 พันล้านบาท)ถือว่าไม่คุ้ม...

---วิปวุฒิฯ"เมินข้อเสนอ"นายกฯ" ---ท่านมองว่าที่ควรทำต่อคือ เข้าสู่กระบวนการได้เลย โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมายกร่าง 6 ประเด็น ซึ่งร่างไม่ยาก ตัดข้อความนิดเดียวเท่านั้น จากนั้นเข้าสภาตามปกติ และเมื่อรัฐสภาให้ผ่าน ถือว่าบังคับใช้ได้ ไม่ต้องทำประชามติแล้ว. (ผมว่าแบบนี้ก็รวบรัด/รวดเร็วดีนะครับท่าน)

--"...ค้านตั้งส.ส.ร.3" --พรรคร่วม(บางพรรค)ยังต้องการให้แก้ไขใน 2 ประเด็นหลักคือ มาตรา 190 และการแบ่งเขตเลือกตั้ง/ส่วนการตั้ง ส.ส.ร.3 นั้น เห็นว่าไม่มีความจำเป็นเพราะต้องใช้เวลา...
----------------------------
--สีสันของ ปชต.(บ้านเรา)เริ่มออก FeedbacK มากขึ้น...ไม่ถึงกับขัดขากันก็จริง แต่ก็น่าจะถือเป็นความเห็นที่แสดงถึง"ความไม่ไปในทิศทางเดียวกัน" ทำให้เป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาฯละ.

...ที่ผู้เขียนเกรงจะเกิดปัญหา "ยุ่งขิง"อีก ก็ยังงี้แหละครับ.ก็เหนื่อยแทน ประชาชนคนไทยทั้งมวลแหละครับ..ในฐานะผู้เสียภาษีอีกคนหนึ่งผมก็อยากให้ ปัญหาต่างๆถูกแก้ไขโดยเร็ว เพราะทุกวันปัจจุบันนี้..ก็มีปัญหารุมเร้าบ้านเมืองเรามากพอสมควรอยู่แล้วจ้า!!!
---------------------------
--ปิดท้ายวันนี้เช่นเคยขอให้ทุกท่านโปรดระมัดระวังไข้หวัด 2009 กันต่อไปเพราะยังไม่หยุดระบาดครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.11.97.92 วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:14:13:22 น.  

 
--"การเมือง"ไทยสุดฮ๊อตขณะนี้ถึงขนาดเซ็นเซอร์บทคอมเม้นต์หรือ CENSURE (สะกดถูกรึเปล่าครับเนี่ย แก้ไขด้วยละกัน อิอิ)กันก่อนจะอนุญาตให้โพสต์ได้ก็ไม่ว่ากัน ดีครับเพราะผมเคยเรียนเจ้าของบล๊อคไปแล้วว่า...

--ข้อความไหนไม่เข้าท่าก็ Delete ทิ้งได้เลย เพราะมันเป็นเพียง"ความคิดเห็น-OpiNioN" เท่านั้นและก็มิได้มีเจตนาที่จะทำลายบรรยากาศของท่านผู้อ่านแต่ประการใด Monitor กันไว้ดีครับ

--ผมจะได้ปรับปรุงเนื้อหาคอมเม้นต์ในแต่ละครั้งต่อไปและถ้า"ไร้นาม"ยังไม่ส่งสัญญานใดๆถึงการ KickofF ผมเสียก่อนอ่ะครับ.ก็คงมีโอกาสเขียน(ให้น้อยลง!?!)ขอบคุณครับ.

--ก็คงไม่คอมเม้นต์อะไรตอนนี้ แต่ก็ยังติดตามงานการเมืองทั่วโลกโดยรวม ๆ ประเทศไทยเราด้วยสิ แน่นอนครับ.เพราะการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวนั่นเอง..

--ช่วงนี้บรรดานักเรียน/นศ.ต่างก็ขมีขมันดูตำราเตรียมสอบกันทุกระดับสถาบันการศึกษาละครับ..ขอให้โชคดีและสอบได้เกรด เอ หรืออย่างน้อยก็"ผ่าน"กันทุกวิชาทั่วกัน.

--ข่าว "ไข้หวัด 09" ดูจะแผ่วลงไป!?! ที่จริงยังไม่ควรประมาท!!!เพราะบางพื้นที่ยังมีระบาดอยู่ครับ."โปรดรักษาสุขภาพ"สวัสดีครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.164.196 วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:21:29:41 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ พอดีมี Deadline ส่ง Paper ไปงานประชุมแห่งหนึ่งอาทิตย์หน้าเลยไม่ได้แวะเข้ามาเลย (นอนดึกๆ ปั่นงาน) วันนี้เข้ามาอ่านเลยเอะใจ พอไปตรวจก็พบว่า bloggang มี automatic block comment เอาไว้ (ไม่ทราบติดที่ประโยคไหน) ก็เลยเลือก "กู้คืน" และก็กลับมาแล้วค่ะ :)


โดย: ไร้นาม วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:0:14:09 น.  

 
---ขอบคุณ"ไร้นาม"เจ้าของบล๊อค ทั้งการกลับมาขานรับผู้ร่วมทางคนเดิมพร้อมทั้ง RetrievE/Restore ข้อมูลให้อีกด้วย (ก็ไม่ทราบข้อความใดเหมือนกัน) เพราะ EyeScaN ก่อน SubmiT เสมอแต่ก็มอนิเตอร์กันไว้น่าจะเป็นผลดีนะครับ.

--ตอนนี้ดูตำรา/เตรียมลงสนามฯก็เลยนึกอะไรยังไม่ออกที่จะคอมเม้นต์ อีกทั้งยังมีอาการ Stun/Stupefy บ้างเล็กน้อยกะเรื่องดังกล่าวฯ ก็เป็นอะไรที่ต้องระมัดระวังประสา นศ.กม.ละมั๊งเนี่ย!!!

--เป็นว่าแวะเข้าทักทายกัน และ คงได้เข้ามา CommenTอีก ขอให้โชคดี/รักษาสุขภาพและขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.162.159 วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:16:29:55 น.  

 
"การเมือง" วาระแห่งชาติ/แห่งประเทศไทยแลนด์ ตามความเห็นส่วนตัว ย้ำว่า"ส่วนตัว" น่าจะมีการแบ่งการพัฒนา ปชต.ออกเป็นสี่วาระ/สี่ขั้นตอนด้วยกัน.

...หลายท่านอาจจะนึกหัวเราะจนฟันแทบหัก..ก็ไม่ว่ากัน!!! เพราะคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ปชต.เป็นระบอบการปกครองที่ดีระบอบหนึ่งที่มวลมนุษยชาติจะพึงคิดได้ ปฏิบัติได้จนถึงปัจจุบันในหลายประเทศ จนมาถึงบ้านเมืองเราด้วย.

...แต่ถ้าจะให้ ปชต.เป็นแบบยาแก้ปวดหัว "ทันใจ/ทัมใจ"น่ะ ผมว่าเป็นความคิดที่ยังเป็นไปได้ยาก เพราะไม่ว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้ย่อมมีพัฒนาการที่ค่อยเป็นค่อยไปทั้งนั้น .

...ลองคิดถึง หากเราจะมีโครงการใหญ่/ซ่อมสร้างอะไรซักอย่าง..เช่น เครื่องบินยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังต้องใช้เวลนับร้อยปีเป็นอาทิ แสดงว่าทุกอย่างเรายังต้องมีการศึกษาพัฒนาหาความเป็นไปได้ฯ จนถึงข้อยุติ กว่าจะแล้วเสร็จก็ต้องใช้เวลานานนะ.ว่านะ.

..."การเมือง"ยิ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เปราะบางและสุ่มเสี่ยงต่อการบาดหมางกันระหว่างเพื่อนมนุษยด้วยกันก็เพราะมันเป็นเรื่องหนีไม่พ้นเรื่องปากท้อง/ใกล้ตัวที่สัมผัสได้/ได้สัมผัส กันได้ทุกตัวคนนับแต่ลืมตาออกมาดูโลกใบนี้.

...จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่"ความเห็น"อาจจะไม่ตรงกัน นำไปสู่ความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆตัวอย่างก็มีให้เห็นกันทั่วโลกด้วยซ้ำไป จริงมะ.
ยิ่งเป็นเรื่องการจัดสรร"ผลประโยชน์"ด้วยแล้วทำให้ "การเมือง"ขาดไปเสียซึ่งการเพิ่มสีสรรของตัวมันเองไม่ได้.

...สุดท้ายแล้วมันอาจลงเอยด้วยดี/ร้าย/อึมครึม/ลากกันยาวไปหลายๆยุคสุดแต่"ข้อตกลง"มันจะลงเอยกันได้ตามต้องการของแต่ฝ่ายอะเปล่า..เป็นซะงั้น..."การเมือง" ก็แบบนี้.บางทีบางประเทศก็ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงพลิกโฉมกัน/แบ่งเป็นเหนือ-ใต้(เช่นเกาหลีฯลฯ)

...วกเข้าเรื่องบ้านเรา ๆมี ปชต.มาแค่ไม่ถึงร้อยปี หากหวังเกินไปว่าจะให้สุกงอมหอมหวลชวนกินกันแบบอร่อยเหาะ(คือ เข้าใจ ปชต.จริงๆแบบถาวร) ผมว่า..ยังนะ..ยัง...สรุปก็คือมันต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งอาจเป็นถึงอีก 2-3 ชั่วอายุขัยของคนเราอ่ะนะครับ.
--------------------------
...สรุป(ซะทีสินะ)“การเมือง"? เป็นเรื่องจัดสรรผลประโยชน์ให้แก่คน”ส่วนรวม”เท่านั้น มิใช่เพื่อ”ส่วนตัว”ไปเสียหมด!?!
-พัฒนาการ ปชต.บ้านเมืองเรามีความเห็นว่าน่าจะแบ่งได้เป็นสี่ระดับ(โดยขออนุญาตเทียบกับระดับการเรียนรู้ตามที่ใช้อยู่ฯ)ได้แก่.-
--------------------------
1)ระดับปูพื้นฐานหนึ่ง/เทียบเอาระดับประถมฯ 75 ปี (2475-2552)
2)ระดับปูพื้นฐานสอง/เทียบเอาระดับ ม.ต้น 75 ปี (2553-2628)
3)ระดับเรียนรู้สู่การปฏิบัติหนึ่ง/ระดับ ม.ปลาย 75 ปี(2629-2704)
4)ระดับสังคมอุดมศีกษา 75 ปี (2705-2780)/ระดับการเรียนรู้จริงแท้และนำไปสู่การปฏิบัติจริงในต้นปีถัดไป.(พ.ศ.2781)

---ส่วนจะให้ลงรายละเอียดเสมือนเป็นแผนฯว่าช่วงไหนจะให้/ควรต้องดำเนินการอย่างไร ..ตรงนี้ เห็นด้วยว่าควรมีลักษณะเป็นการศึกษาวิจัยกันล่วงหน้าคล้ายกับการตั้งโครงการฯดังกล่าวแล้วฯ..ต้องทำและต้องทำจริงๆนะ (บ้านเรามักมีแต่แพลนนิ่ง(Planning)แต่ไม่ค่อยมีแผนฯจริงจังที่เป็นเรื่องเป็นราว มีก็น้อยนัก ..ว่านะ)

...เบ็ดเสร็จก็ต้องใช้เวลานาน?ส่วนตัวว่าไม่นานหรอกแค่อีกสองร้อยกว่าปี ...การเมืองก็เป็นอย่างนี้แหละครับ ผมพูดจากการวิเคราะห์ด้านการพัฒนาการของการเมืองทั่วๆไปจริงๆมิได้เจตนาร้าย/ก้าวล่วงค่อนแคะผู้ใด/หน่วยงานใด.(ตย.US ก็ใช้เวลาเป็นร้อยๆปี ฯลฯ)
---รอซีครับเราปกครองแบบพ่อปกครองลูกมาเป็นเจ็ดแปดร้อยปีเรายังอยู่ได้ แค่จะเปลี่ยนเป็น ปชต.รอไม่ได้หรือครับ.รอไม่ถึงก็เป็นเรื่องของอนุชนรุ่นต่อไป.

---อารยะชนควรต้องคิดแบบนี้คือมีการต่อเนื่องแทนกันไปตลอดกาลนาน(ดังเช่นบรรพชนทุกคนไทยตั้งแต่รุ่นสร้างชาติยุคอดีตกาลเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน)

---เรียกว่า.... ชาติต้องยังอยู่...แต่เราชาวมนุษย์โลก/ชนชาตินั้นๆก็ควรต้องคิดต้องทำเพื่อคนรุ่นหลังๆของตนๆจริงไหมครับ.
---ความคิดเห็นเป็นเพียงคอมเม้นต์ธรรมดามิใช่มีเจตนาร้ายใดๆทั้งสิ้น...โปรดเข้าใจครับผม.

...ป.ล. มีความเห็นแทรกว่า..มาจนถึงบัดนี้แล้ว การพัฒนาควรเป็นแบบ"ก้าวประโดด"สิ. ก็เป็นไปได้ครับ (ผมว่านะ แต่ นั่นแหละ"มันจะไปเข้าองค์ประกอบว่าเรามี"ความพร้อม"ที่จะไปถึงจุดนี้หรือยัง..
...จากที่กล่าวมาทั้งหมด ผมว่า ปชช.บ้านเรา"ยังไม่พร้อม"/ม่เข้า ปชต.ที่แท้จริง เข้าใจเพียงรูปแบบน่าจะยังไม่พอ.และก็ขอพอก่อนละ ยาวมากแล้วเนี่ย ต้องขออภัย"ไร้นาม"ด้วย ขอบคุณมากครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 61.90.31.146 วันที่: 24 กันยายน 2552 เวลา:13:46:36 น.  

 
--กระแสการแก้ไข กม.รธน.ปี 2550 มาแรงดีแท้ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้และก็ผ่านวิกฤตไหลเลี้ยวเชี่ยวกรากนั้นได้โดยผ่านกลไกการอภิปรายในรัฐสภาไปแล้วก็จริง แต่ก็อย่างที่บอกครับพี่น้อง...

--บ้านเมืองเราไม่รู้เป็นงัย แม้จะถกกันจนน่าจะถึงข้อยุติที่ลงตัวในทิศทางเดียวกัน อนิจจามาวันนี้เรายังมาลงในรายละเอียดกันไม่ได้เลยอ่ะนะ ไปคนละทิศละทาง....!?!

--เอาเถอะ..ยังไม่สิ้นหวังเกินไป หวังว่าการถกกันนอกสภาฯครั้งนี้จะนำไปสู่ข้อยุติโดยเร็ววัน...ขืนชักช้า...จะไม่เป็นผลดีแก่บ้านเมืองและพี่น้อง ปชช.คนไทยโดยถ้วนหน้าแน่นอน.

--ผมลง"ข้อคิดเห็น"เป็นลักษณะประเด็น"พัฒนาการ ปชต."ให้เป็นระยะๆละ 70 กว่าปีมีคนหัวเราะจน(อาจ)ฟันหักไปแล้วก็หลายคน ที่จริงเนี่ยไม่มีเจตนาจะให้เป็นระยะเท่านั้นเท่านี้ตายตัวนักหรอกครับ.

--สมมุติฐานเรื่องนี้ก็มาจากในรอบปฐมฤกษ์ 70 กว่าปีแรกของ ปชต.บ้านเรา (ถือว่าเริ่ม พ.ศ. 2475-2552) อาจเป็น 75/77 ปีก็แล้วแต่ และกำลังจะสิ้นสุดลงในปลายปีนี้ ถึงจะเริ่มระดับสองถามว่าได้อะไรจากการวิเคราะห์(นอกตำรา !?!) เดี๋ยวตอบก็แล้วกันน่ะ.

--ว่าที่จริง ปชต.ที่มักพูดกันเสมอว่า "กินได้"(ยังประโยชน์แก่มวลชนผู้อยู่ใต้ระบอบปกครองนี้) นั้น"มีจริง" แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าอยู่บนเงื่อนไขของการ"ปฏิบัติ"จริงๆจังๆ ของกฏกติกา ปชต.แต่น่าเจ็บใจ/เสียดายที่ผ่านๆ มา !?! ปชต.บ้านเราส่วนใหญ่จะไปเข้าลักษณะข้อเท็จจริงที่เป็นผลการวิเคราะห์วิจัยของ TDRI ดังว่าไว้ดังกล่าวแล้ว.

--หากเราตอบโจทย์ของข้อเสนอแนะที่ว่าได้นั่นคือ ปชช./นักเลือกตั้ง/นักการเมืองทุกระดับสามารถ"ผ่าน"บททดสอบของกฏกติกา ปชต.ได้จริง คำตอบว่า"ใช่"บ้านเมืองก็น่าจะเดินไปได้อย่างถูกทาง.

--หากคำตอบมันออกมาว่า"ไม่"เรายังไปไม่ถึง...ก็แสดงว่าสมมตฐานที่ว่าไว้นั้นน่าจะไม่ไกลจากความเป็นจริง (นั่นคือต้องใช้เวลา...อาจเป็น 75 เดือน/75 ปี !?!)

--ครานี้แหละก็เป็นหน้าที่ของบรรดาผู้รู้ฯ/นักวิชาการ/นักการเมือง(ทุกระดับ)/ปชช.คนรุ่นเราจะต้องมาถกกัน วิเคราะห์วิจัยกันหาทางออกให้กับประเทศนี้ที่จะให้ ปชต.อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขอยู่คู่กันอย่างยั่งยืนถาวรสืบไป.
----------------------------
ป.ล. คอมเม้นต์เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเจตนาให้พาดพิงบุคคลหรือหน่วยงานใด....โชคดีทุกท่านครับ.



โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.232.112 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:16:21:42 น.  

 
สรุป ยกความเดิม"...กระแสการแก้ไข กม.รธน.ปี 2550 มาแรงดีแท้ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ ผ่านการอภิปรายในรัฐสภาไปแล้วก็จริง แต่ก็อย่างที่บอกครับพี่น้อง...

--แม้จะถกกันจนน่าจะถึงข้อยุติที่ลงตัวในทิศทางเดียวกัน แต่ยังมาลงในรายละเอียดกันไม่ได้เลยอ่ะนะ ไปคนละทิศละทาง....!?!"
-------------
ข่าวล่ามาเร็วเช้านี้ ท่านนายกฯได้ส่งสัญญาณทางบวกให้ฟังแล้วพอใจชื้นมีเหตุผลและฟังขึ้น..ท่านว่าไว้ลักษณะนี้ครับ...

---นายกฯลั่น9เดือนรธน.เสร็จ พรรคร่วมฯยอมทำประชามติ
"...ที่ผ่านมาทำได้หรือไม่ในเรื่องรัฐธรรมนูญ พอจะทำจริงก็ทำไม่ได้ ติดขัดอยู่ตลอดเวลาเพราะมีความขัดแย้งในสังคม ครั้งนี้จะเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งให้เป็นไปตามหลักของประชาธิปไตย ให้ประชาชนไปลงประชามติก็ดีที่สุด"

--ในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการทำประชามติ 2,000 ล้านบาท โดยคำนวณแล้ว มีหน่วยทำประชามติ 70,000 หน่วยในหมู่บ้านทั่วประเทศ เฉลี่ยหน่วยละ 20,000 บาท..ฯลฯ
----------------
เอาครับจะทำอะไรก็ควรรีบทำเน๊าะ บ้านเมืองเรา ช่วย ๆกันที่ท้วง/แย้งก็มีกันให้เห็นอีกผมก็ว่า ลดราวาศอกลงกันบ้างก็น่าจะดี..อาทิมีเสียงสะท้อนว่าเป็นการแก้เพื่อ"นักการเมือง"โดยตรง!(มาแรงอีกแล้วนะเนี่ย!?!)

--ผมอยากให้มองว่าทุกคนไทยมีความปรารถนาดีที่จะทำเพื่อประเทศชาติไทยเรากันทั้งนั้น นักการเมืองก็ใช่ว่าจะไม่ดีไปหมด ท่านเป็น"ตัวแทน"ของปวงชน"คงไม่มีซ่อนเร้นมากมายจนทำให้กลายเป็นวิตกจริตละมั๊ง!?!..ว่านะ.
---------------
สรุปอีกทีก็คือได้ฤกษ์เริ่มเข้าสู่กระบวนการการแก้ไข กม.รธน.แล้วในวันที่ 1 ต.ค.52 นี้แน่นอน ปชช.อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ติดตามครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 61.90.31.226 วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:15:31:06 น.  

 
อนุสนธิจากวันที่ท่านนายกฯขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ เรื่อง "ประเทศไทยหลังวิกฤตสู่สังคมประชาธิปไตยโฉมใหม่" ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศ ส.ร.อ.นู้น..มีวาทะกรรมคำพูดของ นศ.หญิงระดับ ดร.ท่านหนึ่งว่าไว้อย่างน่าคิด/น่าฟังเป็นลักษณะดังนี้...

--"...ดีค่ะ ท่านพูดให้เห็นถึงภาพรวมของเมืองไทยให้เห็นถึงอนาคตว่าเราต้องการไปในทิศทางไหน ..แต่สิ่งที่ขาดไปคือท่านให้ Vision (มุมมองวิสัยทัศน์) แต่ไม่ได้ให้ Action Plan (แนวทางแผนปฏิบัติการ)"
-----------------
--ก็อีกนั่นแหละที่ว่านี่คือสีสรรของ ระบอบ ปชต. ที่วิเคราะห์วิจารณ์กันได้แต่หากการวิจารณ์เป็นการสร้างสรรค์ก็น่ารับฟังและนำมาปรับปรุงตามกรอบการวิพากษ์ฯนั้นก็จะน่าจะเป็นผลดีเป็นอย่างยิ่ง.

--อยากจะให้เห็นภาพเปรียบเทียบระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่แถบทวีปเอเซียเราคือจีนในยุค3-40ปีที่ผ่านมาเขามีแผนชัดเจนดีมาก(ส่วนของเรามีแพลนนิ่ง--แพลนแล้วก็นิ่ง--ประมาณนี้--พูดกันเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์--เป็นเล่นซะหมด เฮ้อ!?!)

--ของเขาเหรอ? เขาเขียน/ตั้งแผนกันเป็นเรื่องราวเสมือน"พิมพ์เขียว"นั่นเทียวหละ เรียก "Blueprint for Chaina's Sustainable Development" เขียนเป็นเรื่องๆกันเลย ยาวหลายเล่มมีกำหนดแน่นอน 5-60 ปี!!!

--แต่ เอ..ผมว่าของพี่ไทยเราก็มีนะ แต่อาจเป็นเพราะมันไม่ต่อเนื่องก็ได้ เหตุปัจจัยต่างๆเป็นผลให้ปรับแผนฯไป/มา อาทิ มีรัฐบาลที่มาจากการเปลี่ยนขั้วสลับพรรคการเมืองกันเป็น รบ.เป็นต้น อาจมีส่วน..ว่านะ.

ถึงงัยก็ต้องเอาใจช่วย/เป็นกำลังใจการบริหารราชการแผ่นดินจากคนไทยด้วยกันอยู่ดี(ไม่ระบุพรรคฯที่เข้ามาบริหาร) จะมีกันกี่แผนก็แล้วแต่ ก็ขอให้ปฏิบัติกันตามแผนอย่าง"จริงจัง"และ"โปร่งใส" ละกัน ผมว่าตรงนี้สำคัญกว่าน่ะ.

--พักนี้ชาวโลกเราเจอทั้งโรคระบาดหวัด 09และอุบัติภัย วาตะภัย ก็ขอได้ระมัดระวังกันไว้ และโชคดีทุกท่านครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.158.119 วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:0:28:36 น.  

 
--1 ตุลาคม (ของทุกปี) ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในแวดวงราชการไทย “วันราชการไทย”...เมื่อเอ่ยถึงข้าราชการ(ขรก.)ก็มักจะติดอยู่แค่ข้าราชการประจำที่กำลังทำงานอยู่(ขรก.ทหาร/ขรก.พลเรือน/ตุลาการ/ตำรวจ/ครูอาจารย์ฯลฯ เป็นต้น)ที่ยังไม่เกษียณอายุ ว่างั้นเถอะนะ...

--อันที่จริงยังหมายรวมไปถึง ขรก.บำเหน็จบำนาญด้วย นอกจากนี้ที่สำคัญ ยังรวมไปถึง ขรก.การเมือง/ขรก.ส่วนท้องถิ่นฯซึ่งทำหน้าใกล้ชิดกับ ปชช.ไม่ยิ่งหย่อนกัน.

--ในบรรดา ขรก.ที่กล่าวมาแม้จะยังไม่หมดประเภทฯแต่ที่อยากจะเน้นย้ำถึงความสำคัญต่อการบริหารราชแผ่นดินอยู่ตลอดมาเห็นจะได้แก่ “ข้าราชการการเมือง”นี่เอง จะไม่ให้ความสำคัญอย่างไรในเมื่อท่านเหล่านี้เป็นฝ่ายบริหารฯตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการการเมือง ปี 2535 (รายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะลงไม่หมดครับ)

--หากจำไม่ผิดประกอบก็คือบรรดาคณะรัฐมนตรี นับจาก นายกรัฐมนตรีหัวแถวไปจนถึงผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีฯ( เดี๋ยวนี้ยัง ผู้ช่วย รมต.เข้าไปอีก..เป็น ขรก.การเมืองด้วย?..น่าจะนะ)

--เหตุที่หยิบยกเอาเฉพาะ ขรก.การเมืองขึ้นมากล่าว ณ ที่นี้ก็เพราะอยากสรุปสั้นๆว่า
1) มาจากการเลือกตั้ง(อาจไม่รวมหมดบางตำแหน่ง)
2)อายุ 35 ปีขึ้นไป (ไม่มีเกษียณอายุที่ 60 ปี)
3)ตำแหน่ง”การเมือง”สามารถให้คุณให้โทษต่อการบริหารราชการฯ เพราะเป็นผู้กุมอำนาจรัฐ/จัดทำนโยบายในการบริหารฯ และที่สำคัญอีกก็คือ
4) มีอำนาจจัดการ/จำแนกแจกแจง งป.แผ่นดินประจำปีๆ นับเป็นแสนๆล้าน/ล้านๆบาท(ใกล้แล้ว/ถึงแล้วยังเนี่ย)เพื่อยังประโยชน์ต่อพี่น้อง ปชช.ผู้เสียภาษี.ทั้งประเทศสยาม.ฯลฯ

--ในหลักการบริหารฯย่อมจะขาดไปเสียมิได้ซึ่งปัจจัยเงินๆทองๆ ตรงจุดนี้เองกระมังที่ “การเมือง”จึงเป็นการ“จัดสรร”ผลประโยชน์ (เราไม่ปฏิเสธว่าทุกพรรคฯอยากเป็น รบ.เพื่อจะได้นำ นโยบายมาบริหารประเทศ)

--บทคอมเม้นต์มีประเด็นน่าคิดอยู่สองเรื่องใหญ่ๆคือ.-
-(1) การ“จัดสรรผลประโยชน์”เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อ ปชช.ผู้เสียภาษีมากน้อยเพียงใดหรือไม่!?! ถามจริงแต่ตอบตรงคงน่าจะยาก?

-(2)ไม่มีเกษียณอายุที่ 60 ซึ่งก็คงแทบจะเหมือนกันทุกประเทศ(เพราะถือเอาประสบการณ์/การพิจารณาเกณฑ์แกษียณน่าจะทำได้ยาก.จึงออกมาในรูปของการ“ถอดถอน”ฯซะ)---อนาคตจะมีปัญหาไหม?หากให้มีกำหนดอายุเกษียณ!?!(อันนี้ถามนอกรอบครับ)

--ที่จริง สองประเด็นหลังนี้ต้องการ “คำตอบ”ที่ชัดเจนกว่านี้ว่า ใคร?ทำอะไร?ที่ไหน? อย่างไร?และทำทำไม?/แล้ว“ผลออกมาเป็นอย่างไร?”...ก็เท่านี้ครับสำหรับวันมงคล“ราชการไทย”ปีนี้(วันที่ 1 ต.ค. 2552)

--ขออนุญาตถือโอกาสนี้อวยพรให้ ขรก.ทุกท่านจงประสบแต่ความสุขสมหวังในหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว/ครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งตลอดไป...โปรดรักษาสุขภาพและโชคดีครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.154.127 วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:7:45:19 น.  

 
--^แก้คำผิดครับ "1 ต.ค.(ของทุกปี)หาใช่ "วันราชการไทย"ไม่ ... 1 เมษายน(ทุกปี)"ตะหาก...

--ให้เข้าใจเป็นว่า 1 ต.ค.นั้นไซร้เป็นวัน"เปิดปฏิทินปี งป.ราชการไทย/วันเริ่มต้นทำงานปี งป.ใหม่ของข้าราชการไทย"ละกัน ยาวเลยทีนี้อ่ะครับ.ขออภัยด้วย...

--ส่วนเนื้อหาใน"คอมเม้นต์"ยังขอยืนลักษณะตามว่าไว้แล้วนั้นครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.160.126 วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:8:42:22 น.  

 
--ยกความเดิม"...เหตุที่หยิบยกเอาเฉพาะ ขรก.การเมืองขึ้นมากล่าว ณ ที่นี้ก็เพราะอยากสรุปสั้นๆว่า...(ขรก.การเมืองนั้นไซร้...)

... มีอำนาจจัดการ/จำแนกแจกแจง งป.แผ่นดินประจำปีๆ นับเป็นแสนๆล้าน/ล้านล้านๆบาท เพื่อยังประโยชน์ต่อพี่น้อง ปชช.ผู้เสียภาษี...
--การ“จัดสรรผลประโยชน์”เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อ ปชช.ผู้เสียภาษีมากน้อยเพียงใดหรือไม่!?!..."
----------------------------------------
---หากจะว่าไปแล้ว หาก ปชช.ส่วนใหญ่ของประเทศได้หันมาสนใจเรื่อง งบประมาณแผ่นดินประจำปีแบบว่า การตรวจสอบ/เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา/หรือ“ทางใดๆ” ก็แล้วแต่...เรียกว่า“เป็นเรื่องเป็นราว” ในทุกเรื่องทุกประเด็นของการใช้ งป. แทนการปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกลุ่มบุคคลการเมือง(ทุกระดับ) ผมว่าการบริหาร งป.น่าจะสมประโยชน์ต่อพี่น้อง ปชช.อย่างถ้วนทั่วได้มากกว่านี้.
----------------------------------------
--เพราะที่ผ่านๆ มา เรา ปชช.มักจะสนใจอยู่ในทีก็จริง แต่ก็มองข้ามความสำคัญไปซะนี่คือคิดเพียงอย่างเดียวว่าวันนี้, เดือนนี้,ข้าฯจะมีเงินจับจ่ายมากน้อยแค่ไหน(เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่รู้สึกได้ และคิดว่า บรรดาประชาชีก็คงคิดคล้ายๆกัน...ว่านะ)
------------------------------------------------------------
--ที่ยกมาเป็นประเด็นก็มิได้หมายจะก้าวล่วง/ปรามาส บรรดาผู้เกี่ยวข้องกับ งป.ที่ทำหน้าที่นี้อยู่ดอก ท่านก็ยังคงทำหน้าที่ของแต่ละท่านไปตามปกติดีอยู่แล้ว..

--แต่ที่เสมือนผมต้องมาจุดพลุให้ ปชช.ผู้เสียภาษีหันมาสนใจ งป.แผ่นดิน“มากขึ้น” ก็เพราะที่เราต้องมาโต้ถกกันทุกวัน จนดูท่าจะไม่มีวันจบก็ไม่พ้นเรื่องของปากท้อง/เงินๆ ทองๆ อยู่ดีแหละ หรือเรียกโดยรวมให้หรูก็คือ“ผลประโยชน์”นั่นเอง.(จำนวนเงินมันเยอะเกินเป็นแสนๆล้านๆบาท/ปีอ่ะนะครับ.)

--ลองเก็บไปคิดเป็นการบ้านของทุกคนไทยดูทีหรือ? ไม่เสียเวลานักหรอกดอกนะแต่กลับมีประโยชน์ต่อทุกคนมากมาย…โชคดีครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.11.100.6 วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:20:25:47 น.  

 
--ผ่านไปเดือนเศษๆ แล้วหน้าบล๊อคไม่ค่อยมีใครคอมเม้นต์ต่อเลยอ่ะนะครับ ส่วนตัวมองว่าที่ผมออกมาแสดงความคิดเห็น" การเมือง" บ่อยครั้ง(รวมบล๊อคอื่น) ก็เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว บ้านเมืองเรา เราช่วยกันหาทางออกร่วมกันได้ไม่น่าผิดตรงไหน ว่านะ..

--ผมไม่ได้หมายความว่าท่านอื่นจะละเลยที่จะติดตามสถานการณ์บ้านเรานะ แต่ถ้าท่านอยากเห็นข้อคิดเห็นที่ดีมีประโยชน์ ก็น่าจะเข้ามาแชร์ทัศนะด้าน "การเมือง"กันตามเป็นจริงบ้าง ก็น่าจะดี ว่านะ
------------------------
--เรื่องอื่นๆ ก็ได้ ขออนุญาตเจ้าของเว็บแล้วไม่น่าจะจะมีปัญหา แต่ผมไม่นิยมการโต้ถกบนเว็บ แต่คือ ควรเป็นแบบให้เคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของแต่ละคนๆไปตามสภาวการณ์ในแต่ละช่วงของกาลเวลา.
-------------------------
--"การเมือง"ช่วงนี้หากจะเหมารวมความ "ยุ่งขิง" กันทั้งในและกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมว่าก็น่าติดตามจนแทบไม่อาจกระพริบตาก็ว่าได้นะ เป็นอะไรที่ทั้งละเอียดอ่อน เปราะบาง รวมดุดันเผชิญหน้ากันทั้งแนวคิดและแนวโน้มของการใช้กำลังกันขึ้นบ้างแล้วทุกขณะ.

--จากประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในโลกใบนี้ ผมว่าไม่มีช่วงห้วงไหนทั้งที่ผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบันนี้ แม้ชั่วโมง เวลานาที วินาทีนี้ ที่คนบนโลกจะอยู่อย่างสันติถ้วนทั่วจนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์...ไม่มี!!!

--หากมองยังจุดนี้ ก็คิดเสียว่า"การเมือง"เป็นเรื่องหนึ่งที่คนเราต้องมาอยู่ร่วมกัน(มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ว่างั้นนะ)และต้องปฏิบัติตนภายใต้กฏกติการของแต่ละสังคมประเทศชาตินั้นจะกำหนดขึ้น แต่ที่มันยุ่งจนต้องเกิดความวุ่นวาย ภาษาชาวบ้านเขาเรียกกันว่า"มันพูดกันไม่รู้เรื่อง"...มันถึงต้องยุ่งขิงกันไม่มีวันรู้จบรู้สิ้น.

--ข้อความบนนี้อาจมีคนเถียง? ก็โต้ไปไม่ว่า เพราะการเมืองมันจะแยกจาก กฏหมาย หลักปกครอง หลักนิติรัฐ นิติธรรม อะไรก็แล้วแต่ มิได้อยู่แล้ว...

--สำคัญทีเดียวก็คือ ปกครองแล้วมันเกิดความถูกต้องและยุติธรรมขึ้นในหมู่ชนชาตินั้นโดยถ้วนทั่วหรือไม่เพียงใด หากคำตอบว่า "ไม่" ก็เตรียมรับความยุ่งเหยิงได้เลย ประมาณนี้.

--นอกจากนี้ยังมีตัวแปรอื่นมาประกอบอีก เรื่องผลประโยชน์ การเห็นแก่ตัวฯ การไม่เคารพสิทธิ/รับฟังความเห็นซึ่งกันและกันของคนในชาติหรือในโลกใบเดียวกัน มันดูจะโยงไปหมดอ่ะนะ

--บรรทัดสุดท้ายวกมาที่เหตุการณ์ที่ทำท่าจะบานปลายหากไม่หาวิธีแก้หรือมัวแต่ "ขิงรา ข่าแรง" ผมว่าประเทศไทยเราจะบอบช้ำกว่านะ(คิดเห็นส่วนตัว)เพราะอะไร เพราะลำพังภายในประเทศเราก็ย่ำแย่ระกำส่ำหนักอยู่แล้ว.

--ผมยอมรับว่าดีใจที่ท่านนายกฯปัจจุบันออกสื่อทีวี(เรียกผิดขอประทานอภัยครับ)ว่าไทยจะเข้มแข็งด้วยมาตรการที่ตั้งไว้ (ตามแผนฯ)แผนอะไรบ้างคงสาธยายไม่หมด..

--ผมขออนุญาตตั้งข้อกังขานิดหนึ่งว่า "ผล..ผลลัพธิ์"ที่ว่าจะเห็นเมื่อโน่นเมื่อนี่ปีโน้นปีนี้เนี่ย ยอมรับว่าความเชื่อมั่นมันไม่ค่อยจะอยู่ในหัวใจคนไทยส่วนหนึ่งอยู่ไม่น้อย เอาละ ผมอาจจะตกเทรนด์ก็ได้และจะคอยหวังตั้งตารอ เพราะตอนนี้ ศก.มันแย่จริงๆ ชาวบ้านเดือนร้อนกันนะครับท่าน.

--ผมว่าท่านนายกฯมีความประสงค์ดีเป็นที่สุดในประเด็นเรื่องปากท้องเนี่ย แต่คนเรามันต้องกินต้องใช้ทุกวันนี่สิ ทำงัยให้สปีดผลลัพธ์เร็วกว่านี้หน่อย น่าจะดีนะครับ ผมไม่ค่อยจะสบายใจนักหากผมรวม ปชช.ส่วนใหญ่ต้องระกำลำบาก ปัญหาต่างๆตามมาเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะด้านสังคม.

--ผมดีใจที่ท่าน รมต.สำนัก ฯออกมาให้ข่าวว่าเราก้าวพ้นเรื่องอดีตนายกฯแล้ว จริงนะผมว่าอย่าไปใส่ใจเรื่องนั้นมากไปกว่าเรื่องปากท้องน่าจะดีนะ ทั้งนี้ผมมิบังอาจไปเสนอแนะอะไรมาก มิบังอาจเลย

--ผมเพียงกังวลเพียงว่าใน ฐานะ ปชช.ผู้เป็นจ้าของประเทศคนหนึ่ง เสียภาษีให้รัฐทุกปี กังวลเพียงว่า อยากให้ ความสงบสันติ ความอยู่ดีกินดีมาสู่ตัวผมญาติพี่น้อง ปชช.เท่านี้ก็เป็นสุขโขแล้ว

--คำถามย้อนว่า อ้าว!!!ตอนนี้ปัญหาประเทศเพื่อนบ้านอีกล่ะ ก็ปล่อยวางครับ/ไม่ปล่อยก็ไม่จำเป็นต้องไปอะไรกะเขามากนัก ผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่เท่าที่ดู เขาเดือดร้อนน้อยกว่าเรา เราเฉยๆ
บ้างจะดีไหม ก็แล้วแต่ ผมมิบังอาจล้วงลึกไรมากเดี๋ยวเป็นประเด็น

--ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงข้อความเห็นเล็กๆน้อยๆ มิใช่การร้องทุกข์ร้องเรียนทางการอะไร คิดซะว่าเป็นคอมเม้นต์เล็กน้อย บริสุทธิ์ใจ ไม่อยากให้สายเกินแก้ ไม่เห็นจำเป็นต้องยื้อยุดอะไรกัน บ้านเมืองเราก็วุ่นๆมานานอยากให้ผู้เกี่ยวข้องรีบทำสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อ ปชช.ให้มากที่สุด แค่นี้ก็เป็นบุญแล้วครับ สาธุ.


โดย: SyOneOne IP: 58.8.155.36 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:2:43:20 น.  

 
--"การเมือง"ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ(เพื่อนบ้าน)ยังน่าจะเป็นปมประเด็นของความขัดแย้งกันอีกต่อไปโดยไม่สามารถจะกำหนดระยะเวลาที่จะสมมติยุติลงได้ง่ายดายนัก..

--แต่เป็นการตั้งข้อสังเกตไว้อย่างหนึ่งคือ ต้องไม่พยายามเอาความขัดแย้งภายในไปเกี่ยวกับระหว่างประเทศเสียอีกล่ะ แม้จะมีปัจจัยที่เกี่ยวพันกันบ้าง แต่ไม่น่าจะให้ถึงขนาดต้องไปขยายปมขัดแย้งระหว่างประเทศเข้าไปอีก เพราะมันเดือดร้อนคนทำมาหากินอ่ะนะ..

--ไหนๆ ก็ทั้งนั่งยัน/ยืนยันกันแล้วว่าจะมิให้กระทบกิจการลงทุนค้าๆขายๆ ระหว่างกัน แต่โดยพฤตินัยแล้วยังดู ฮึ่ม ๆ!!!เสมือนส่งสัญญาณเพิ่มดีกรีการตอบโต้กันอยู่น่ะ แล้วคนทำมาหากินของสองประเทศเขาก็อาจมีอาการ"ผวา"ไม่เป็นอันค้าขายกันและกันเยี่ยงปกติได้ซิครับเนี่ย ว่านะ.
------------------------
--ผมเองก็ไม่พยายามเอาความเห็นคนอื่นเป็นที่ตั้งที่ออกมาคอมเม้นต์"การเมือง"ภายใน อาทิเรื่อง Dissolution of Parliament-{the dispersal of a legislature at the call of an election.}ยุบสภาฯให้โอกาส ปชช.เลือกตั้งทั่วใหม่ก็เช่นกัน..

--เพราะเคยกล่าวลักษณะนี้ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าทั่วโลกเขาก็ทำกันไม่ใช่เรื่องใหญ่โต...ก็เป็นความเห็นในฐานะ ปชช.ผู้เสียภาษีคนหนึ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง/ลดปัญหาความคลางแคลงใจ? โดยเฉพาะการบริหารฯด้าน ศก.ที่กำลังย่ำแย่อยู่..

--ท่านนายกฯออกมาให้ข่าวทำนองว่า “...อาจประกาศให้มีการเลือกตั้งเร็วกว่ากำหนด หากสภาพเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวดีขึ้นอย่างมั่นคงแล้ว...”อะโห! ท่านหรอกให้ดีใจมั๊งผมว่านะ (แล้วยังมีคำว่า.. “หาก..”อีกแน่ะ!?!)

--ก็ผลสำรวจเร็วๆนี้ก็ออกมาแล้วว่า การบริหารฯ ด้าน ศก.ยังไม่เข้าตากรรมการฯ!?!แล้วท่านจะให้รอไปถึงไหนกันอีกหนอ? ผมยังมึนๆงงๆ นะครับ.

--ในระดับมหภาค/ภาพใหญ่ อาจดูดีมีแนวโน้มดังที่เข้าใจในไม่ช้านี้ แต่ระดับจุลภาค/รากหญ้าที่ต้องทำมาหากิน ต้องใช้จ่ายกันทุกวี่วันนี่สินะยังย่ำแย่อยู่ ณ ปัจจุบันทันทีเดี๋ยวนี้ล่ะ!?! จะทำงัยดี?(ไม่มีคำตอบ?..ต้องรอ!?!)

--หากท่านกระทำ “...อาจประกาศเลือกตั้งเร็ว...”ดังว่าจริงก็จะเป็นบุญโข ผมว่าท่านกำลังได้คะแนนอยู่น่ะตอนนี้น่ะ ท่านเป็นนายกฯอีก คราวนี้จะไม่มีใครมากังขาเรื่องใดๆๆต่อไปอีก เป็นผลดีแท้ในทุกๆด้าน.
-----------------
--เขียนยาวไปนิดขออภัย"ไร้นาม" และนี้ก็คอมเม้นต์ธรรมดา ไม่มีเจตนาที่จะชี้นำ/พาดพิงบุคคล/หน่วยงานใดๆ โปรดเข้าใจด้วยครับ.


โดย: SkyOneOne_2009 IP: 58.11.98.153 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:17:54 น.  

 
"การเมือง"เรื่องใกล้ตัว เริ่มเห็นๆกันชัดเจนขึ้นว่า ฝ่ายที่เคย"เล่นการเมือง" นอกสภาฯ!?! ก้าวเข้าสู่เส้นทางครรลองของระบอบ ปชต.ฯมากขึ้น ก็การตั้ง "พรรคการเมือง"ขึ้นมาใหม่อีก 2 พรรคงัยล่ะ เพื่อเตรียมลงสนามเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในพัฒนาการระบอบ ปชต. อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.
---------------------
--ส่วนความขัดแย้งภายในประเทศเรา ในหลายๆปมจนผมเองก็ชักมึนๆแล้วล่ะว่า มันมีกี่มากน้อยกันแน่?ก็ยังอยู่ในภาวะ "ยุ่งขิง" มีการชิกหลักหักเหลี่ยม/โต้กันไปมา...

--แต่ ฐานะ ปชช.ก็ได้แต่ติดตามมองๆดูและภาวนาว่าให้แต่ละฝ่ายลดราวาศอกลงบ้าง โดยยึดหลักกฏหมายหรือกฏเกณฑ์ที่วางกันไว้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรม เรื่องราว/ปัญหาต่างๆก็น่าจะจบลงได้ง่ายขึ้น ว่านะ.
----------------------
--ที่ผมเป็นห่วงเหลือเกินก็คือสองปัญหาหลักได้แก่ ปัญหาเรื่อง ศก.ที่ยังทรงๆอยู่น่ะและปัญหาสังคมโดยรวม(อาทิปัญหายาเสพติด; อาชญากรรมฯ)เล่นกันแรงขนาด จนท.บ้านเมืองที่ปฏิบัติหน้าที่ฯต้องเสียชีวิต..ก็ขอแสดงความเสียใจในความสูญเสียครั้งนี้ด้วยครับ.
---------------------
--ช่วงนี้ ข่าวการกลับมาของไข้หวัด 2009 ชักจะน่าเป็นห่วงเช่นกัน ก็ระมัดระวังรักษาสุขภาพกันทุกท่านครับ ผมไปทางไหนก็ไม่ค่อยเห็นคนใส่ "หน้ากาก"กันแล้วอ่ะนะ...โปรดอย่าประมาท !!!
---------------------
--"ไร้นาม"มิได้ขึ้นหน้าบล๊อค"การเมือง"ไว้ก็จริงแต่ผมก็ต้องขออนุญาตเข้ามาคอมเม้นต์ "บ้าง" เป็นระยะที่เหมาะสม ขอบคุณครับ.


โดย: SkyWalker IP: 58.11.97.53 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:58:49 น.  

 
--ผู้คนในบ้านเมืองยังสาระวนอยู่กะปัญหาใหญ่ 2-3 ด้านอันได้แก่
1) ด้าน เศรษฐกิจ 2) ด้านสังคม และ 3) การเมือง (ยังไม่รวมปัญหาอื่นๆ อาทิ ด้านจราจรจลาจล/มลภาวะสิ่งแวดล้อม/ชายแดนใต้ฯลฯ)

--โจทย์ใหญ่โตแถมยุ่งยากและต้องใช้เวลา ดังนั้นอย่าว่าแต่ตอบโจทย์ยากเลย!?! แค่หา"โผ"ของคำตอบก็ยังยากแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะพากันถูลู่ถูกังบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยปัญหาหนักหน่วงนี้ไปอีกนานแค่ไหน !!!

--ฐานะ ปชช.ผู้เสียภาษีก็เอาใจ ช่วย รบ. (ทุก รบ.)แหละ แต่ดู/พูดแบบกลางๆแล้ว รบ.ชุดนี้ยังเชื่องช้าไม่ทันการประมาณนี้ จะว่า “การเมือง”ยังไม่เสถียร! จึงเป็นเหตุให้ต้องมาแก้ไขจุดนี้ก่อนหรือ? ก็น่าจะไม่ถูกนักเพราะเรามีกระทรวงทบวงกรมรวมทั้งที่ปรึกษาที่รับผิดชอบงานแต่ละด้านอยู่แล้ว มองว่ากระทรวง ศก.และด้านสังคมยังไม่แอคชั่น/แอคชั่นน้อยไป!?!

--ส่วนตัวมองว่า ปัญหา ด้าน ศก.และสังคมต้องมาก่อนด้วยซ้ำ หากแก้ตรงนี้ได้ อย่างอื่นก็จะดีตาม...ว่านะ.
--------------------------
--“การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก” แม่นแล้ว...การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบก็เป็นความหวังดี ของ รบ. แต่ก็อย่างว่า ขนาดสถาบัน TDRI ออกมาระบุแล้วว่า รบ..แก้ไม่ตรงจุด/เกาไม่ถูกที่คัน ผมเห็นด้วยและมองว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุจริง!

--เนื่องจากต้นเหตุหนึ่งมันอยู่ที่ “ผู้คนไม่มีรายได้เพียงพอ/จากการไม่มีงานให้ทำ/ตกงาน” ดังที่หลายฝ่ายออกมาแจง หากแก้ที่ต้นเหตุก็น่าจะขจัดปัญหาแบบยั่งยืน แต่ดังที่บอก เมื่อ รบ.จะทำก็ทำไป ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะการมีหนี้ยังเดือดร้อน ปชช. อยู่ก็แก้ไขกันไป...
--------------------
หมายเหตุ:คอมเม้นต์ธรรมดา ไม่มีเจตนาที่จะชี้นำ/พาดพิงบุคคล/หน่วยงานใดๆ โปรดเข้าใจด้วยครับ.


โดย: SkyWalker IP: 58.8.235.35 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:13:38 น.  

 
--ตามหลักศาสนาพุทธเรา..มนุษย์มี..เกิด แก่ เจ็บและตาย/เป็นสัจจธรรมที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงพ้น!!!

--วันนี้ 24 พ.ย.52 บ้านเมืองเราก็ต้องสูญเสียบุคคลสำคัญไปอีกหนึ่งท่าน คือ ท่านอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ที่ถึงแก่อสัญกรรมลงในช่วงเช้าของวันนี้ และแม้จะกลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยแต่ก็นับเป็นตำแหน่งสำคัญสูงสุดทางฝ่ายบริหาร.

--จึงควรที่คนไทยเรามาร่วมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ล่วงลับดับขันธ์! โดยมิพักต้องมามัวถือเขาถือเรากันอยู่ ? ควรต้องแยกแยะบ้างซินะ ว่านะ.
-------------------------
--ที่ผมต้องนำมาเป็นเชิงประเด็นก็เพราะว่า..เหตุมาเกิดเอาตอนบ้านเมืองกำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย!?! เราจึงน่าจะมาช่วยกันสร้างวิกฤตินี้มาเป็นโอกาสด้วย...ในเชิงเห็นร่วมกันแสดงความเสียใจไม่ว่าบุคคลท่านนั้นจะอยู่ข้าง/ฝ่ายใด...

--อย่างน้อยก็น่าจะระลึกนึกถึงคนไทยคนหนึ่งที่ได้เคยเสียสละและสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศชาติมาแล้ว.. ผมเองก็ขอถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัครฯในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน.
--------------------------------------
--ข้อเขียนคอมเม้นต์วันนี้เห็นจะไม่มีอะไรมาก หันมาดูเหตุการณ์บ้านเมืองช่วงนี้บ้าง ครับก็กำลังระทึกอยู่มิใช่น้อย ล่าสุด พ.ร.บ.มั่นคงฯก็ออกมาใช้บังคับในเขตกรุงฯจนได้

--โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.-14 ธ.ค.52 เลยทีเดียว อะรัยจะขนาดนั้น!?! เรียกว่า “กันไว้ดีกว่าแก้”ว่างั้นเถอะ ก็ภาวนาว่าขออย่าให้มีเหตุอะไรที่รุนแรงจนเกินเหตุก็แล้วกัน..สวัสดีครับ.
------------------------
--หมายเหตุ:คอมเม้นต์ธรรมดา ไม่มีเจตนาที่จะชี้นำ/พาดพิงบุคคล/หน่วยงานใดๆ โปรดเข้าใจด้วยครับ.


โดย: SkyWalker IP: 58.8.159.29 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:23:25 น.  

 
--ความเดิม "...ล่าสุด พ.ร.บ.มั่นคงฯก็ออกมาใช้บังคับในเขตกรุงฯจนได้--โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.-14 ธ.ค.52 เลยทีเดียว อะรัยจะขนาดนั้น!?! เรียกว่า “กันไว้ดีกว่าแก้”..."
--------------------------
--ทันทีที่กลุ่ม "แดงเดือด" ประกาศเลื่อนการชุมนุมออกไปอย่างไม่มีกำหนดด้วยเหตุผล "ความไม่สดวก"ในหลายประการ หนึ่งในนั้นก็คือ การประกาศของ รบ. ใช้ พ.ร.บ. มั่นคงฯนี่เอง..

--ก็ดีไปอีกแบบ ผมว่านะ เพราะในอีกไม่กี่วันก็จะมีงาน "มหามงคล" 5 ธันวา มหาราช จึงไม่ควรจะมีอะไรต่อมิอะไรมาเป็นอุปสรรคกังวลในจิตในใจกัน เรียกว่า สบายใจกันทุกฝ่าย ว่านะ.

--และคงจะดีขึ้นอีกมากที่ รบ.ดำริที่จะยกเลิก พ.ร.บ.ดังกล่าวภายในวันสองวันนี้ด้วยเช่นกัน จะออกหัวหรือก้อยก็คอยดูกัน มุมมองเห็นว่า รบ.มีแนวโน้มที่จะยกเลิกฯหลังมั่นใจในท่าทีของการกลุ่มชุมนุมฯแล้ว.
------------------------
--หากมีคำถามว่า "กลุ่มคนเสื้อแดง"จะเลิกรามือไปตลอดกระนั้นหรือ? คำตอบคือ "NO/Never" เพราะตามข่าวฯบรรดาแกนนำยังยืนยัน/นั่งยันว่าจะหาเวลาโอกาสที่เหมาะสมดำเนินกิจกรรม "การเมือง"ต่อไปตามห้วงเวลาที่สมควร ว่างั้น!!!

--มองจากวงนอก ก็พอจะเห็นแล้วว่าสถานการณ์การเมืองยังค่อนข้างจะ"อึมครึม"อยู่คือเดิมละน่ะ ชักมึนๆกับสภาพการลักษณะนี้..คืออยากจะเห็นความเป็นเอกภาพหนึ่งเดียวของ "การเมืองการปกครอง"ที่เป็นเรื่องราวเสียที.

--เพื่อที่ รบ.ที่กำลังบริหารฯ/ที่จะเข้ามาบริหารฯได้ทำงานเพื่อส่วนรวมซะที แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ผมและเชื่อว่า ปชช.อีกส่วนหนึ่งคอยจนนานเกินแล้ว ผมมีความเชื่อว่า ปชช.ผู้ยากไร้/รายได้ไม่เพียงพอกำลังเอาใจช่วย รบ.อยู่(อีกนานหรือไม่..ไม่มีใครฟันธงตอบได้!?!)

--เราหวังพึ่งทุก รบ.ก็เพื่อให้เป็นตัวหลักในการเยียวยาแก้ไขปัญหานานาประการ ปัญหาใหญ่ต้องใช้เวลา แต่ดูแล้วกลไกการบริหารราชการแผ่นดินดูเสมือนยังเป็น "นามธรรม" เพื่อรอสู่ "รูปธรรม"
****************
รายงานทาง ศก.ระบุจะฟื้นตัว รอหน่อยนะ พี่น้อง ฟ้าสีทองผ่องอำไพเมื่อใดเราคงได้ลืมตาอ้าปากกันได้ดีกว่าทีเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ก็เอาใจช่วยฝ่ายบริหาร/ผู้กุมอำนาจรัฐ ที่จะได้ทำงานกันต่อไป.
--------------
หมายเหตุ:คอมเม้นต์ธรรมดา ไม่มีเจตนาชี้นำ/พาดพิงบุคคล/หน่วยงานใดๆ โปรดเข้าใจด้วยครับ.


โดย: SkyWalker IP: 58.8.160.166 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:54:21 น.  

 
--สถานะการณ์ทาง“การเมือง” ณ ปัจจุบันเริ่มปรากฏความจริง/ความหมายที่ชัดเจนในตัวมันเองมากขึ้นทุกขณะโดยเฉพาะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่ยืดเยื้อเรื้อรังมานานใกล้จะถึงจุดแตกหัก? ด้วยฝ่ายที่รู้สึกว่าตนเองมิได้รับความเป็นธรรมตามหลัก “นิติรัฐ”เริ่มหมดความอดทนและใช้ช่องทางสื่อสารไฮเทคมาเล่นโต้ตอบกันไม่มีสิ้นสุด!!!

--วิเคราะห์จากแหล่งใดหรือ?ก็ข้อมูลตามสื่อฯและแบบชาวบ้านๆละครับ อาทิ การใช้สื่อไฮเทคในหลายๆช่องทาง เอ้า ใครมี RAM เหนือกว่า ก็ว่ากันไป และที่ผมเห็นว่าสุดๆก็คือ คนขนาดระดับผู้นำ รบ.ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจฯก็ยังมีปัญหาแล้วอ่ะ จะไม่ให้ ปชช.คิดเป็นอื่นมากมายได้งัย!?!ไม่อยากจะคิดให้เลยเถิดว่านี่เป็นการส่งสัญญาณความ “ยุ่งขิง”รอบใหม่(อีกแล้ว)
-------------------------------
--แต่เชื่อเถิดพี่น้องว่า ความโชคดียังเป็นของผืนแผ่นดินสยามแห่งนี้อย่างหนาแน่น!!!--แผ่นดินที่มีองค์พระสยามเทวธิราชยังคอยปกป้องคุ้มครองมิให้เกิดกลียุคขึ้นในบ้านเมือง!!!

--พูดแบบฟันธงก็คือหากการเปลี่ยนแปลงใดๆทาง “การเมือง”จะอุบัติขึ้นแบบพลิกฝ่ามือแล้วละก็...มองว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน/แต่หากอะรัยจะเกิด มันต้องเกิดละก็..ก็ไม่รู้จะว่ายังงัย? ก็ได้แต่ภาวนาว่าไม่อยากจะให้เสียเลือดเนื้อด้วยกันเอง ประมาณนี้.
----------------------------------------
--ทิ้งท้ายจะเป็นข่าวดีเป็นแน่แท้ที่วันอังคารที่ 1 ธ.ค.นี้ รบ.น่าจะยกเลิก พ.ร.บ.มั่นคงฯ ก็ดีครับ เล่นเอาเถิดกันและอีกเรื่องคือผมไชโยกับบรรดาลูกหนี้นอกระบบทั้งหลายจะได้เริ่มเข้าสู่ระบบฯ

--ผลลัพธ์การแก้ไขหนี้สินครานี้จะออกหัว/ก้อยทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ คงยาก?ผมว่าก็คงจะสัมฤทธิ์ผลในระดับหนึ่ง ที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าลืมบริหารจัดการระบบ ศก.ให้คนมีรายได้เพียงพอ พร้อมกับการส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายได้ ไปด้วย. สวัสดีครับ.


โดย: SkyWalker IP: 58.8.157.185 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:39:52 น.  

 
--วันที่ 5 ธ.ค.มหาราช ที่เพิ่งผ่านไปถือเป็นวันยิ่งใหญ่ของทุกปี พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างแซ่ซ้องสรรเสริญในพระบุญบารมีขององค์สมเด็จพระประมุขแห่งประเทศไทยเรา และด้วยพระบารมีที่แผ่ไพศาลไปทั่วแผ่นดิน...อันยังให้เกิดความผาสุขร่มเย็นทั่วหล้า...

--ทั้งนี้ก็ด้วยพระทศพิธราชธรรมที่พระองค์ฯทรงดำเนินพระจริยวัตร ประพฤติเป็นหลักให้เป็นแบบอย่างในหลายๆด้าน ภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.
-------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------
--"การเมืองเรื่องใกล้ตัว"วันนี้ควรจะน่ากล่าวถึง "วันรัฐธรรมนูญ" 10 ธ.ค.ของทุกปี แต่มีน่าแปลกใจไปอีกแบบว่าในปี 52 นี้หากจะมีการชุมนุมเพื่อรำลึกถึง รธน. กลับมีผู้คนในบ้านเมืองส่วนหนึ่งต่างก็"เห็นต่าง"ทำนองว่า"ควร/ไม่ควร"ชุมนุมรำลึก!?! เป็นงั้นไป บ้านเราก็เป็น ปชต.กันแล้วอ่ะนะ..เออ. ควรหรือที่จะต้องมามีอุปสรรคใดๆมาจำกัดภายใต้การปฏิบัติตามกรอบ กม.กันอีก !?!

--ผมว่าเราทุกคนควรมองทางสร้างสรรค์กันไปในทิศทางเดียวกันบ้างก็ดี เพราะแต่ละปีก็มี"วันสำคัญ"ของแต่ละประเภทๆที่ได้กำหนดกันขึ้นประจำอยู่แล้ว ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน? หากจะให้ความสำคัญกับการมีกิจกรรมรำลึกถึงวันเหล่านั้น เออนะ.ว่านะ.

--เรื่อง"วันรัฐธรรมนูญ"ก็เช่นกัน ใยต้องมากางกั้นกลัวโน่นเกรงนี่อ้างโน้นนี้? อาจจะมีเหตุผลอยู่บ้างแต่ก็น่าจะให้ความสำคัญกันอยู่! น่าจะเกิดผลดี โดยเฉพาะวันนี้(10 ธ.ค.)ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่า.. และเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งเสียด้วยซ้ำเพราะ...

--"รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม เพื่อเป็นการระลึกถึงรัฐธรรมนูญฉบับแรก อันเป็นฉบับถาวร และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย ทางราชการจึงกำหนด วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ."
------------------------------------------
--อ่านจากสื่อต่างๆแล้วก็ให้ไม่สบายใจที่ คนเรามันมักจะตะแบงเอียงข้างโต้แย้งกันในทุกเรื่อง!?!แล้วผมใน ฐานะ ปชช.ผู้เสียภาษีสงสัยเหมือนกันว่า"ความสมานฉันท์"ที่ใฝ่หากันมันจะเกิดขึ้นได้งัย ทะเลาะกันได้เกือบทุกเรื่องพี่ไทยเราเนี่ยนะ..ว่านะ.

--แปลกแต่จริง...ก็จริงอยู่นะที่ทุกคนมีเหตุผลเป็นของตนเอง แต่ก็น่าเสียดายว่าเป็นเหตุผลที่มักจะไม่ลงรอยกันและไม่มุ่งสู่ส่วนรวมกันนัก? จึงไม่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่งที่ว่าสังคมเรามิได้พูดคุยกันบนพื้นฐานของ"องค์ความรู้"แต่อยู่บนอารมณ์ความรู้สึกกันซะส่วนใหญ่...จะโทษใคร? "ระบบ กศ.หรือ!?!"ฯลฯ ว่ากันอีกยาว คิดเป็นการบ้านก็แล้วกันครับ.
------------------------------------------
--สรุป..งานวันที่ 10 ธ.ค."วันรัฐธรรมนูญ" ขอได้โปรดทุกฝ่ายเห็นความสำคัญรำลึกนึกถึงอดีตฯและพร้อมดำเนินกิจกรรมที่เห็นว่าสมควรกันเถิดเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์อันแน่วแน่ฯ โดยให้สมพระเกียรติกับที่เป็นวันแห่งการได้พระราชทานรัฐธรรมนูญครบ 77 ปี แห่ง พ.ศ. 2552 นี้..สวัสดีครับ.





โดย: SkyWalker IP: 58.8.235.51 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:17:05:29 น.  

 
--วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยามฉบับถาวร ทางราชการจึงได้กำหนดให้วันที่ ๑๐ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ...
---------------------
---------------------
--นับเป็นหลักสากลที่การเมืองการปกครองของทุกประเทศ ย่อมต้องอาศัย กม.รธน.เป็นแม่บทในการปกครองเป็นสำคัญดังนั้นเกี่ยวกับ“การเมืองเรื่องใกล้ตัว” วันนี้ที่ 9 ธ.ค. 52 จึงขออนุญาตสรุปนำ กม.รธน.ของประเทศ มาลงไว้เป็นลักษณะหน้าประวัติศาสตร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี แห่ง “วันรัฐธรรมนูญ” 10 ธ.ค. 2552

--รัฐธรรมนูญที่สำคัญประกาศใช้เป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งที่เป็นฉบับชั่วคราวและฉบับถาวร โดยรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ตั้งแต่ต้น (พ.ศ.2475-ปัจจุบัน)ทั้งหมด 18 ฉบับ ดังนี้ครับ.-

1 . พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475
2.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 (ได้รับโปรดเกล้าฯพระราชทาน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2475—จึงถือวันที่ 10 ธ.ค. ของทุกปีเป็น“วันรัฐธรรมนูญ”)

3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2485
4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489
5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490
6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492
7. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2495 แก้ไขเพิ่มเติม(จาก ฉบับปี พ.ศ.2475)
8. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502
9. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
10. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515
11. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517
12. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519
13. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520
14. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521
15. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534
16. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534
17. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
18. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

------------------------
สรุป: หากนับช่วงเวลาจาก ปี 75 ถึง 52 เราใช้ รธน.ฉบับละกี่ปีโดยเฉลี่ยละก็บวกลบคูณหารกันเองนะครับ(ผมได้ประมาณ 4 ปีกว่าต่อฉบับ)จะว่า ปชต.ล้มลุกคลุกคลาน? ส่วนตัวยังพูดได้ไม่เต็มปากนัก มองว่า เราอยู่ในช่วงของการพัฒนาการ ปชต. ดังที่คอมเม้นต์ไว้บ้างแล้วและเราคงฝันถึง ปชต.แบบเต็มใบในอนาคตละครับนะ อย่าเพิ่งท้อ!
------------------------
ขออภัย"ไร้นาม"ที่เขียนยืดยาวไปนิดและเช่นเคยนี้เป็นคอมเม้นต์ปกติด้วยเจตนาบริสุทธิ์จากใจจริงครับ.


โดย: SkyWalker IP: 58.11.97.203 วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:21:53:50 น.  

 
--อนุสนธิจากที่ผมคอมเมนต์ไว้เกี่ยวกับ รธน.ของไทย ทั้ง 18 ฉบับที่ผ่านมา..เล็งไปอีกที่ว่ามีมากเกินไป!?!และไม่แน่ใจว่าแต่ละห้วงเวลาเป็น "ประชาธิปไตย/คณาธิปไตย" ฯลฯ จวบจนปัจจุบัน...
-----------------------
--วันนี้ (11 ธ.ค.52)น่าจะถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่เราชาวไทยทุกคนจะได้เริ่มต้นกันใหม่ ปีที่ 78 แห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ ก็ได้แต่หวังลึกๆว่า ปชต.บ้านเราจะพัฒนาการในทางสร้างสรรค์ขึ้นไปอ่ะนะครับ.

--อย่างน้อยก็เป็นที่น่ายินดีว่าคืนวันวานที่ผ่านมามีสื่อทีวีไทยบางช่องออกรายการแสดงความคิดเห็นและให้ทิศทางที่ควรจะเป็นในอนาคต แต่ผมก็จับประเด็นได้ไม่“เคลียร์คัท-ชัดเจน”นัก ว่านะ..แต่ก็ยังดีสำหรับรายการดังว่าคือ ปชช.เจ้าของประเทศได้ทราบความเป็นไป/มาในช่วง 7-80 ปีที่ผ่านมาพอสมควร..

--ไฮไลท์ได้พยายามหยิบภาพที่น่าสนใจในความรู้สึกของ ปชช.ผู้ชมรายการอีกว่าในช่วงประมาณสิบปีที่ผ่านมา คือ ปี 40-52 มีอะไร(บางอย่าง)ที่ทั้งเหมาะ/ไม่เหมาะ/ควร/ไม่ควรมาให้ชมอีกด้วย... ผมว่าดีครับแต่น่าเสียดายที่..มันดีไม่หมดสินะ เออ.

--หากจะให้ดีจริงๆ ต้องเปิดปูมอุปสรรคปัญหาการร่าง/ใช้ รธน.ฯให้เห็นตั้งแต่โน่น ปี 75 เลยจะดูดีพร้อมทั้งได้ประโยชน์ในแง่ของการศึกษาหาความรู้จากประวัติ รธน.แต่ละฉบับด้วย..

--นั่นคือพูดเป็นกลางๆก็หมายความว่าเราอยากทราบประวัติความเป็นมาลักษณะว่า ใคร?ทำอะไร?ที่ไหน?เมื่อใด?และอย่างไร?( Who/What/Where/When/How-4 W &1 H)ตามหลักการบริหารจัดการนั่นเทียว เข้าท่า ล่ะ ว่านะ.

--แต่อย่างว่า ท่านอาจจำกัดด้านเวลาสถานีก็ได้ไม่ว่ากันครับ. ก็เลยเพียงเป็นอะไรเล็กๆทำไป ที่อาจ ผมใช้ว่า“อาจ”ลืมไปว่านี่คือการสะท้อนให้ ปชช.ส่วนหนึ่งเขาอาจมองว่า เอ..เป็นการจุดประกาย/เพิ่มโหมแรง FeedBacK เฉพาะส่วนเสียของ รธน. 40 ?อย่างเดียว/ด้านเดียวเลยงั้นหรือ?(มันฮ๊อตอยู่แล้วด้วยนะเออ) คงไม่ใช่มั๊ง!?!

--เพราะพูดไปแล้วว่า มันเป็นเรื่องของการแปรเปลี่ยนในแต่ละยุคสมัยของการเมืองการปกครองตะหากนะผมว่า.คือถ้าจะให้ดีควรจับภาพเหตุการณ์ที่ผสมผสานกันในหลายๆ ฉบับของ รธน.ฯจะดีกว่ามั๊ย.ได้โอกาสศึกษาข้อดีข้อเสียไปด้วย. บางเรื่องทั้งผมและท่านอื่นก็อาจไม่รู้นะเนี่ยเพราะเวลาผ่านมานานเกินครับพี่น้อง...อิอิ

--ขอเถอะครับ เรื่องโหมกระพือเติมเชื้อไฟแห่งการไม่ยอมประนีประนอมโดยวิธีการต่างๆ เนี่ย ส่วนตัวมองว่า ไม่น่าจะค่อยดีนักสำหรับสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้!ฐานะ ปชช.ผู้เสียภาษีก็อยากให้คนในชาติมีความรักใคร่สามัคคีปรองดองกันฉันท์พี่น้อง มีความสงบสันติซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลดีต่อทุกคนทุกฝ่ายโดยรวม.
--------------------------
--ขออภัย “ไร้นาม” ที่เขียนยาวนิดเช่นเคยและนี้ก็เป็นคอมเม้นต์ธรรมดาไม่มีเจตนาชี้นำ/พาดพิงบุคคล/หน่วยงานใดๆ โปรดเข้าใจด้วยครับ สวัสดีครับ.


โดย: SkyWalker IP: 58.8.156.202 วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:8:21:46 น.  

 
ตามสบายเลยค่ะ :)


โดย: ไร้นาม วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:23:08:33 น.  

 
๏ ยามเซ็งจัด ซัดเจ๋ง หงายเก๋งแร่ะ
หัวร่อแหะ แร่ะห้อ ให้งอหงาย
ต้องแก้เซ็ง เกร็งแซ่ แช่น้ำกระสาย-
ยาคลายกลุ้ม คุ้มกาย ยามใจฝ่อ

๏ กระตุ้นจิต ติดจุ้น วุ่นวายกัน
ขาดน้ำจัณฑ์ นั่นจำ น้ำลายสอ
คิลานยา ลาญาณ ตระครั่นตระครอ
พระพ่อขาน ผล่านขอ แค่'ข้อองคุลี'

๏ รักษาโรค โศกลา สีกาจาก
สวดเป่าสาก ปากเศร้า กระเส่านี่
พรรษาหนาว สาวหนา ผ้าผวยชี-
ช้ำกระหล่ำปลี กะหลีปล้ำ จำรูจน-เซ็งเป็ดแล้วนา บารนี ๚ะ๛

จากคุณ : นกโก๊ก


+++

[ สุราจอก 4/74: คุณนกโก๊ก ]

ยามค่ำคืน คืนค่ำ ยังฉ่ำชื่น
ความคิดรื่น คลื่นฤทธิ์ จิตมั่นหมาย
แต่งกลอนผวน กวนผ่อน ท่อนสบาย
เพียงเรียบง่าย ร่ายเงียบ ไม่เฉียบคม


น้อมคำนับ ครับนำ คำกวี
ถ้อยพาที พี่ท่า สุราบ่ม
ยกหมดจอก หมอกจด รสรื่นรมย์
เลิกตรอมตรม ตรมตรอม ยอมการเมือง


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:48:58 น.  

 
๏ เต้า-น้อง ต้องเน่าเศร้า .......... ใจไหม
ล่ม-โค่น หล่นโครมใคร ........... ช่วยเต้า
ต้ม-เละ เตะล้มไป .................. เข้าปาก หนูฮา
เล่า-ม่วน ล้วนเมาเหล้า ............ เต่าล้านปี*ตี-ป้านเหล้าไดโนเสาม้วยมรณา บารนี ๚ะ๛

จากคุณ : นกโก๊ก


+++

[ สุราจอก 4/78: คุณนกโก๊ก ]

งาน- เพียบ เงียบพล่านแล้ว............ติดโคลง
เข้า- แต่ง แข่งเต้าโยง..................ก่อนท้อ
เงา- เพื่อน เงื่อนเพลาโพลง............เขียนฝาก
คร้าน- ไม่ ใคร่มารพ้อ...................จึ่งได้ขยับเขียน


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:49:52 น.  

 
เดือนนี้รอตั้งวงเหล้า ย่างเข้าวันที่สี่แล้ว
ทำไมไม่เห็นวี่แวว ไร้นามเรียกเราร่ำสุรา
ฤาเบื่อคุยเรื่องการเมือง ก็คุยเรื่องอื่นได้หนา
รอคอยวันพบอีกครา เพื่อนมาสังสรรวันเมา

จากคุณ : CSI SAIMAI


+++

[ สุราจอก 4/79: คุณ CSI SAIMAI ]

ยังไม่เบื่อการเมืองหลอกพี่ยา
เพียงแต่ว่างานการมันหนักนัก
อาทิตย์ก่อนกลับบ้านแทบกระอัก
หมดแรงพักเที่ยงคืนเหนื่อยเหลือทน

จึงไม่ได้ตั้งกระทู้เริ่มวงเหล้า
อดหยอกเย้าเพื่อนพ้องร่วมถนนฯ
ไว้ว่างๆ ค่อยกลับมายกแก้วชน
แล้วยิ้มยลหยอกเย้าเล่าการเมือง


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:50:28 น.  

 
[ สุราจอก 4/G8: คุณ CSI SAIMAI ]

รินสุราเมรัยให้กับเพื่อน
ยามเยี่ยมเรือนยังมี give มาให้
จึงอุ่นเหล้าเคล้ากวีให้พี่ไป
พร้อมทิ้งไว้ให้กับแกล้มแถมการเมือง

ประเทศไทยเข้มแข็งน่าขำนัก
เชิญธงชักร้องเพลงชาติถ่ายทอดเฟื่อง
เกณฑ์คนมามากมายคล้ายสิ้นเปลือง
ยามฝืดเคืองเช่นนี้เหมาะหรือไร?

คนไทยเราร้องเพลงชาติกันอยู่แล้ว
เป็นภาพแพร้วเรืองรองมาแต่ไหน
ไม่ต้องมาถ่ายทอดสดจัดตั้งไป
เพราะคนไทยใครก็รักบ้านของตน

แต่สิ่งที่รัฐน่าทำนำประเทศ
ใช่ขีดเขตแบ่งคนทำตกหล่น
มองเพื่อนแดงเหมือนเค้าไม่ใช่คน
ทั้งที่แท้ประชาชนเท่าเท่ากัน

หากต้องการให้ชาติไทยเข้มแข็ง
ลองเลิกแบ่งชนชั้นหยุดกีดกั้น
เริ่มเคารพให้เกียรติน้ำใจปัน
หยุดคิดพลันตรงนี้ดีไหมเอย


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:50:45 น.  

 
แวะมาอ่านกระทู้อยู่หลังห้อง
แล้วจับจองที่ทางไม่ไปไหน
วงสุราไม่เลิกราแค่ซาไป
มีเพื่อนใหม่มากหน้ามาดื่มชน

เล่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางความคิด
คนละนิดละหน่วยช่วยกันบ่น
ได้คลายทุกข์คลายร้อนค่อยผ่อนปรน
ในวันที่ความอดทนเริ่มเปราะบาง

มีเสบียงและกับแกล้มแจมไม่ขาด
เพิ่มรสชาติวงเหล้าเมาไม่สร่าง
ร่วมสังสันต์เฺฮฮาไม่จืดจาง
จวบรุ่งสางวันรุ่งพรุ่งนี้เอย

จากคุณ : ลำน้ำ C


+++

[ สุราจอก 4/84: คุณลำน้ำ C ]

มีเพื่อนมาเยี่ยมชมกระทู้เก่า
ไม่หงอยเหงาเคล้ายิ้มอิ่มใจหนา
จึงรีบยกกับแกล้มแถมสุรา
ส่งออกมาให้เพื่อนอย่างเร็วไว

ในวันที่ความอดทนเริ่มเปราะบาง
ข้อมูลต่างให้น่ากลุ้มสิ่งสงสัย
วันก่อนฟังเทปเสียงเรียบกริบไป
กลับไม่ได้กระตุกแล้วไม่แคล้วงง

หรือว่าผู้เชี่ยวชาญของประเทศ
ถูกลวงเลศเอาเทปปลอมส่งลวงหลง
ทำให้ออกมามั่นใจแบบฟันธง
ว่าตัดต่อแบบส่งส่งจับง่ายดาย

เวอร์ชั่นสองกลับเป็นเทปเสียงคมชัด
ยาวผูกมัดให้รับฟังแล้วเสียหาย
แต่เสียดายได้แต่ฟังไม่มี file
เลยไม่ได้ช่วยวิเคราะห์ให้เหมาะควร


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:51:31 น.  

 
[ สุราจอก 4/G9: คุณลำน้ำ C ]

ยกอีกจอกออกให้ใจขอบคุณ
ที่เจือจุนหนุนปัน Give มาให้
จึงยิ้มเย้าเคล้ากวีด้วยดีใจ
ร่ำสุราเมรัยไม่เหงาเลย

งานประชุมคราวนี้วุ่นวายนัก
ถอนใจหนักเราประธานเชียวนะเหวย
หากพูดดีมีน้ำมิตรจิตชมเชย
แต่เพื่อนเอยไม่เห็นดั่งเช่นควร


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:51:46 น.  

 
ก๊งเหล้าเคล้าสุรา
ปริ่มน้ำตาให้กับชาติ
เร่งตัดเพื่อนบ้านขาด
หวังผงาดหรือจมดิน?

เพียงไม่ชอบคนหนึ่ง
ต้องทำถึงตัดเพื่อนสิ้น
แล้วคนไทยทำกิน
อยู่ต่างถิ่นกลับปล่อยลอย

เรียกฑูตกลับเมืองไทย
ถูกหรือไรวัดผลพลอย
อย่าทำชาติเสื่อมถอย
ด้วยมัวคอยติติงกัน

หากต้องการเข้มแข็ง
ต้องร่วมแรงช่วยขยัน
หาใช่ขีดกีดกั้น
น้ำใจปันอาเซียนเรา

เพิ่งจัดการประชุม
พอเลิกสุมรุมไฟเศร้า
ตั้งเพลิงจุดตั้งเผา
หวังผลาญเอาเข้าใส่ใคร

ไฟร้อนอาจลวกมือ
หยุดยึดถือพรรคพวกใด
ยามนี้พักได้ไหม
ตั้งต้นใหม่ให้ดีงาม


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:52:03 น.  

 
๏ เป็นเจ้ารัฐ ต้องจัดเหล้า เลี้ยงเหล่าทัพ
มาร์คดับกัน ดันกลับ จับไมค์เล่า
เกาะฐานพูด ทูตผลาญ ขยันเห่า
จะจิบเหล้า เจ้าริบ ship หายเว้ย

๏ กอดไหเหล้า เห่าไล่ มาร์คไม่ไป
เห็นใจ VIP จิบไวน์ อ้ายห่ะเอ้ย
จับไข้สั่น ขั้นไส้ แห้งไปเลย
โจ๊กเหล้าเอ๋ย เลยเอ้า เม้าเหลาแหย ๚ะ๛

จากคุณ : นกโก๊ก


+++

[ สุราจอก 4/92: คุณนกโก๊ก ]

เห็นมาร์คไป ปิดไมปาก ประชาชน
กั้นถนน ทนนะท่าน ผลาญคลังแสง
ภาษีสูญ ศูนย์สี นี่เฉดแดง
เลยดูแหยง แดงอยู่ รู้หลีกภัย


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:52:46 น.  

 
มื่อแผ่นดินสิ้นความยุติธรรม
จึงเกิดกรรมนำชาติให้ขลาดเขลา
ปิดข่าวสารพาลให้ชนหม่นมัวเมา
เกิดโง่เง่าเอากระแสแค่ภาพลวง

ทำเอาจนคนตั้งใจไร้ที่อยู่
น่าอดสูติดกับนายพรานบ่วง
เป็นเหยื่อหมูดูไม่จืดถูกตักตวง
จนเลยล่วงตกเขตเลศอุบาย

เลยฮึกเฮิมเกินงามตามกระแส
ทำเป็นแน่เกรื่องกราดไร้จุดหมาย
เข้าปิดล้อมสนามบินหมิ่นทำลาย
ช่างทำร้ายประเทศไทยไม่เกรงกลัว

ฉันยังจำได้ดีภาพเสื้อเหลือง
ทำโกรธเคืองพูดจาไม่เห็นหัว
เข้าคุกคามคุณสมัครประชิดตัว
ช่างเมามัวไร้น้ำใจของไทยเรา

คุณสมัครก็ป่วยไม่สบาย
แต่สุดท้ายได้อะไรช่างน่าเศร้า
คนไทยเอ๋ยจะเกลียดกันอย่างหูเบา
จนไม่เห็นแม้เงาของน้ำใจ


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:53:06 น.  

 
คนไทยเรากินข้าวใช่กินหญ้า
ฟังภาษาค้นคว้าพอเป็นอยู่
กลับนำสื่อมาบิดเบือนไม่น่าดู
น้ำตาพรูแสนเศร้าประเทศไทย

เห็นผู้คนในชาติเป็นคนโง่
จึงทำโชว์แย่แย่หรือไฉน
ลงมือกรีดเหยียดด่ากันเข้าไป
ว่าคนไทยไม่มีใจรักเสรี

คดีความคอมมิวนิสต์เอามาเปื้อน
ทำบิดเบือนหรือท่านไร้ศักดิ์ศรี
เห็นคนไทยจงรักและภักดี
กลับเข้าตีตราว่าน่าเศร้าใจ

แล้วอย่างนี้หรือรัฐจะเรืองรุ่ง
ยังหมายมุ่งปรุงเรื่องเฟื่องไฉน
เอาเวลาที่มัวจับผิดใคร
มานำไทยให้เจริญกันเถิดเอย

ถ้ายังทำตัวกันแต่แบบนี้
คงพอทีความนับถือสหายเอ๋ย
ด้วยท่านนั้นทำร้ายไทยกับมือเลย
นี่แหล่ะเหวยจุดหมดสิ้นความศรัทธา


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:53:21 น.  

 
ยินสำบัดสำนวนชวนวิวาท
ข้อกล่าวหา"ขายชาด"กรอกรูหู
ทั่นลอยหน้าลอยตาว่าพรั่งพรู
ตัวสะอาดเริ่ดหรูดูพูดจา

ไม่กระดากปากคอละอายใจ
โต้ตอบให้สะใจไม่เข้าท่า
สร้างสำบัดสำนวนกวนบาทา
ปากปีจอเก่งกล้าเห่าเสียงดัง

อนิจังอนิจจาน่าหดหู่
คงจะกู่ไม่กลับนับถอยหลัง
เมื่อศรัทธาเสื่อมถอยคอยวันพัง
ท่องพุทธัง สรนัง ไว้คอยเลย

จากคุณ : ลำน้ำ C


โดย: ไร้นาม วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:23:54:03 น.  

 
ปัจจุบันโดนเก็บไว้ที่นี่: //topicstock.pantip.com/rajdumnern/topicstock/2009/08/P8233865/P8233865.html


โดย: ไร้นาม วันที่: 18 เมษายน 2558 เวลา:23:13:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไร้นาม
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]





"อ่านคนอ่านที่ความคิด
หาใช่ชื่อเสียงเรียงนาม"
Friends' blogs
[Add ไร้นาม's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.