ลมหายใจของใบไม้
Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
17 กันยายน 2554
 
All Blogs
 

:::รอยอาลัย..สั่งโลกให้รั้งรอ:::

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
9 กันยายน 2554
ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมสัมมนาวิชาการในหัวข้อที่อยู่ในความสนใจ
"รูปแบบการพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต"
ออกเดินทางอีกครั้งท่ามกลางสายฝน ได้ที่พักห้าดาวกลางเมืองใหญ่
ข่าวว่ามรสุมอีกหกลูกจะโฉบภาคเหนือตอนล่าง
ก็เห็นกับตาแล้วว่าหลายพื้นที่ที่ผ่านมีน้ำท่วมขังเป็นพื้นที่กว้างสุดลูกตารออยู่ก่อนแล้ว
ธรรมชาติกำลังปฎิบัติการเอาคืนแบบทำอะไร ทำตอบหรือเปล่า
กำลังค้นคิดวิธีการป้องกันแก้ไข หรือจะให้ปล่อยไปตามยถากรรมกันเล่า
ใช้เวลากับรูปแบบการสัมมนาเดิมเดิม หนึ่งวันเต็มเต็ม
แต่ก็มีความคิดใหม่ติดกลับมาหลายอย่าง"น่าจะ"สุมอยู่ในหัว

ก่อนเดินทางกลับเสียงพี่ใหญ่ร้อนรนถามอย่างห่วงใยเธอไม่รู้ว่าฉันอยู่ในกรุงเทพ
"ดินถล่ม" พื้นที่ที่ฉันเพิ่งจากมา..ฉันตกข่าวไปตั้งวัน!
บอกพี่ใหญ่ให้หายห่วงพวกเราปลอดภัยกันดี

ฉันคิดถึงใคร?
ที่ที่จากมาเคยประทับใจสุภาพบุรุษคนที่ปลูกข้าวเก้งก้างด้วยสองมือ
ชุดผ้าม้อฮ่อมกางเกงขาก๊วย แขนขายาวนัยตาเปล่งประกายสดใส
ในท่ามทุ่งกล้าเขียวขจี นาหว่านสลับพืชตะกูลถั่วไม่น่าสนใจเท่ากับเสียงสูงต่ำ
สำเนียงน่าขำนั่นดูจริงใจจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะยิ้ม
อาสาสมัครอเมริกันหนุ่มใหญ่คนนั้นกำลังปลูกข้าวให้คนไทยดู
 


ธรรมเนียมการอบรมบุคคลากรทางการศึกษาด้านภาษาต่างประเทศต้องมีเจ้าของภาษา
ฉันใช้เวลาขับรถผ่านเทือกเขาคดโค้งเพียง 15 นาทีแต่ต้องเดินเท้าต่อถึง 30 นาที
พื้นที่เล็กๆในหุบเขาซับซ้อนนั้นมีเพียงทางเดินเล็กๆที่ัฉันต้องถอดรองเท้าลุยโคลน
เพียงเพื่อพบ"คุณเดล"ที่ร่ำลือกันว่าใจดี และพร้อมเสมอในการให้ความรู้เป็นวิทยาทาน

ไม่ผิดหวังกับการได้ร่วมงานกับทนายความสัญชาตอเมริกัน
ทุกงานที่เธอรับปากสำเร็จลุล่วงด้วยดีเสมอ งานทุกงานประณีตให้ข้อคิดหลากหลาย
รวมถึงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยด้วย

คุณเดลเป็นคุณครูของพวกเราหลายหลายคน
ฉันพอใจวิธีการสอนแบบไม่สอน ชอบวิธีการเรียนรู้ภาษาไทยอย่างชาญฉลาด
เหนืออื่นใดความโอบอ้อมอารีย์ การมองอย่างเข้าใจ การพยายามร่วมแก้ปัญหา
ไม่ลืมวันที่แสนเหนื่อย เพลีย หิว เธอตัดสินใจแทน "ตามใจคุณ"


 



คุณเดลรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนให้โรงเรียนเล็กๆในหุบเขานั้นหลายโรงเรียน
แต่ละโรงเรียนอยู่ห่างกันหลายกิโลแม้ว กับจักรยานเสือภูเขาคู่ใจ
(ไม่รู้ออกกฎอะไรมาให้อาสาสมัครใช้พาหนะจักรยานได้อย่างเดียว)
เวลาว่างจากการสอนเธอจะลงคลุกคลีกับชาวบ้านและศึกษาสภาพภูมิศาสตร์
คนต่างถิ่นคนนั้นศึกษาสภาพภูมิศาสตร์ไทย!
ในขณะที่ปลายปีก่อนเมื่อฉันเตรียมจะศึกษาต่อดุษฎีฯสาขาสิ่งแวดล้อม
คณะยังไม่สามารถเปิดได้เนื่องจากผู้เรียนไม่เพียงพอ สาขานี้ไม่น่าสนใจหรืออย่างไร
เรายังหลับไหลกันรอให้ทุกอย่างประชิดตัว..ถึงวันนั้นแม้แต่จะแก้ไขก็คงไม่มีโอกาสแล้ว
เรายังไม่ตื่นตัวกันอีกหรือพี่น้องเอ๋ย..เพื่อนเอ๋ย..

 


คุณเดลขลุกตัวอยู่ที่นั่นกว่าสามปี ประสบกับปัญหาความไม่เข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมลูกทุ่งชายไทย
เธอถูกราวีทางเทคโนโลยีฯมือถือ ฉันทำได้แค่แจ้นไปเล่าเรื่องให้อาจารย์ด้อกเตอร์ฟัง
ท่านคุ้นเคยกับวัฒนธรรมต่างชาติตลอดจนเข้าใจระบบของอาสาสมัคร
เมื่อครบสัญญาทราบข่าวว่าบวชในพระพุทธศาสนาอยู่ที่วัดเล็กๆไม่ทราบพื้นที่แน่ชัด
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็กลับประเทศและไม่ได้รับข่าวคราวอีกเลย
หากใครเผอิญได้พบสุภาพบุรุษตาสีฟ้าชอบร้องเพลง"ไก่นาตาฟาง"
ใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ส่งข่าวที เส้นทางที่เธอลัดเลาะไปในวันว่าง
ภูเขาลูกที่เธอบอกว่า วันหนึ่งจะไปปักธงมันลงมากองกับที่ราบให้เธอศึกษาชนิดดินแล้ว

 


เกือบสัปดาห์ผ่านพวกเราเพิ่งจะได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยียนพี่น้องที่ประสบภัยธรรมชาติ
เมื่อไปถึงที่นั่นยังคงเหลือร่องรอยการสูญเสีย
เพื่อนครูยังเล่าเรื่องราวอย่างตื่นเต้นแม้จะผ่านการวนเวียนซ้ำซากเหมือนเครื่องเล่น
ไม่มีใครจับภาพภูเขาถล่มเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นยามวิกาล(เหมือนทุกครั้ง)
มีเพียงความติดตาท่ามตระหนกและโกลาหลช่วงกระโจนหนีอหลบออกมาจากเสียงปลุกให้ตื่น

บ้านพักริมห้วยเล็กๆพังทะลายให้เห็นชั่วเหลียวหลัง
โคลนทะลักพาสะพานและท่อนซุงไม้ทั้งต้นกระแทกอาคารเรียนพังทะลาย
เสียงสัญญานเตือนภัยมีเสียงเดียวเสียงปลุกตื่นจากเสียงปืนทั่วทิศทาง
เสียงแม่เรียกหาลูก เสียงโครมครืนของก้อนหินขนาดใหญ๋เป็นร้อยเป็นพัน
ไม่ใข่ทิศทางเดียว
 


กองทัพมืดนั่นเคลื่อนตัวรวดเร็วหลายทิศทางทะลักผ่านทางน้ำหลายหมู่บ้านพร้อมกัน
เหมือนกองโจรจู่โจม เจ็ดชีวิตที่สังเวยไปอีกแล้วกับโลกเดือด
โลกคงเหนื่อยเต็มที ทรัพยากรอื่นๆยังมีวันหมดอายุ
ป่าทั้งป่าหมดได้เพราะฝีมือมนุษย์ ถึงเวลาโลกจะพักผ่อนแล้วละมัง
เซลผิวหนังของมนุษย์ที่โลกสร้างยังมีวันตาย วันนี้เปลือกโลกจะสละสังขารแล้ว!
เราบรรจุทักษะชีวิตนี้ไว้ในหลืบไหนของหลักสูตร
หลายคนที่ภาคภูมิใจกับความรู้สูงสุดจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น
ช่วยอะไรได้มากน้อยแค่ไหนกัน ทำอะไรเพื่อมนุษยชาตินอกจากตัวเองและพวกพ้อง
ถึงเวลาหรือยังที่ภาควิชาสิ่งแวดล้อมจะจัดไว้เป็นหลักสูตรแนวหน้า
ไม่ใช่สาขาการศึกษาเชิงธุรกิจ แต่เพื่อรักษาโลกที่กำลังป่วยหนัก
วันนี้ไม่มีบุคคลากรไม่เป็นไร วิทยากรเก่งเก่งต่างสถาบันมากมาย
คนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมคงไม่ตั้งหน้าแต่จะปั่นผลงานเพื่อตัวเองอย่างเดียวกระมัง

 


เทือกเขาทมึนเบื้องหน้าถูกแหวกเป็นแนวเหมือนเปิดป่า
มองเห็นสายน้ำตกสูงลิ่วนั้นด้วยตาเปล่า
ต้นน้ำแห่งนั้นเคยถูกหมายตาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ฉันคิดถึงกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งที่พอใจการเดินป่า
อีกกลุ่มหนึ่งพอใจประกอบวิชาชีพจากของป่า
คนเหล่านั้นสบายดีกันอยู่ไหม สัมผัสกันได้ไหมกับความผิดปกติ
 


เก้งกวางหลายตัวที่เตลิดหนีออกมาในหมู่บ้านก่อนหน้านั่นเล่า
สัญชาตญานระแวงไพรให้มนุษย์รู้ว่าวิบัติภัยกำลังจะมาถึงตัวแล้ว
หาใช่เพราะอิทธิฤทธิ์มนต์ดำแต่อย่างไรไม่ มีสักคนไหมที่ตื่นตัวไหวทัน?
น่าเป็นห่วงไหมหากองค์กรท้องถิ่นในชุมชนจะไม่มีความรู้เรื่องสัญชาตญานไพร
น่าเป็นห่วงไหมหากชาวบ้านจะห่วงแต่อุปโภค-บริโภคจนไม่ยอมแจ้งข่าวแก่ผู้รู้
น่าเป็นห่วงไหมหากผู้รู้จะปล่อยให้โชคชะตาทะลักล้นตามแต่จะเป็นไป
 


เมื่อได้ยินใครสักคนที่เอ่ยปากบอก "ไม่อยากให้มีหลาน"ฉันไม่รู้สึกประหลาดใจเลย
คนวัยหนุ่มสาวที่ยังต้องหาอนาคตให้รุ่นลูก เริ่มหวาดระแวงกับอนาคตของรุ่นหลาน!
"มีชีพก็มีห่วง ประดุจบ่วงประแจมือ" มาถึงเร็วจี๋ คนสังคมใหม่เริ่มปฎิวัติชีวิตคู่
แล้วหากวันหนึ่งต้องเหลือชายหญิงคู่สุดท้ายบนโลกจริง
วัฎฏของจักรอีฟและอาดัมจะสร้างโลกได้สวยงามกว่าเดิมไหม?
คนคู่สุดท้ายจะมีความดีความงามของศาสตร์และศิลป์แขนงไหนไว้กู้โลก
เธอตอบคำถามหลังโลกแตกนี่ได้ไหมเอย..



 




 

Create Date : 17 กันยายน 2554
0 comments
Last Update : 5 ธันวาคม 2564 14:43:54 น.
Counter : 813 Pageviews.


Peakroong
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]





"หากต้องตัดสินใครสักคน

เริ่มจาก "ทำไม"คงจะดีกว่า"อย่างไร"

เพราะสิ่งที่มองเห็นไม่แน่ว่ามีอยู่จริง

สิ่งที่มองไม่เห็นใช่ว่าไม่มี

สิ่งที่คิดว่าใช่อาจไม่ใช่

สิ่งที่ไม่คิดว่าใช่สำหรับคุณ

มันอาจใช่เลยสำหรับใครอีกคน"


"
๐ ให้ลมหายใจของใบไม้เป็นบันทึกคนกล่อง
คำเขียนของคนล้มลุกคลุกคลาน
แต่ยังมีลมหายใจเป็นของตัวเอง
แม้ไม่ใช่ทุกอย่างที่มีหากเป็นทุกอย่างที่เป็น
เก็บความว่างเปล่าไว้เติมเต็ม..

๐ ขอบคุณตัวละครทุกตัว
ทั้งที่มีอยู่จริงและที่ไม่มีตัวตน
ขอบคุณวันเวลา-ครูบา-อาจารย์
ที่สอนให้เก็บเกี่ยว ฝึกให้คิด สอนให้เขียน

๐ ขอบคุณเพื่อนเพื่อนชาวไซเบอร์
ที่กรุยทางให้สร้างสรรรค์บล็อคได้เท่าใจ
ขอบคุณทุกภาพงดงามจากบล็อกน้องญามี่ขอบคุณ https://www.thaipoem.com
ที่ให้เพลงประกอบเป็นอมตะนิรันดร์กาล

๐ ขอบคุณความเป็นเธอ..
ที่ส่งผ่านการ"ให้"มาเสมอฝัน
ขอบคุณความเป็นฉัน..
คนเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างวันมาถักทอ


'ปีฆรุ้ง
27 มกราคม 2553


Friends' blogs
[Add Peakroong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.