เมื่ออันนาถูกแกล้งที่โรงเรียนอนุบาล
*** see some more stuffs at :
https://www.facebook.com/saneyaha?ref=hl

เมื่อวานนี้ในขณะที่ไปรับอันนา ลูกสาวคนโตที่โรงเรียนอนุบาลก็ต้องประหลาดใจกับผมของอันนา จากเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่หยักศกอ่อนๆ และนุ่มนิ่มเสมือนแพรไหม กลับกลายเป็นสังขตังเหมือนรังนก แถมพันกันแบบจับต้นชนปลยไม่ถูกด้วยอะไรสักอย่างที่ส่งกลิ่นเหมือนกาว !!!

ตอนแรกรู้สึกตกใจมากเพราะถัาไอ้เจ้าสาเหตุเป็นกาวจริงๆ ล่ะก็ งานนี้มีอันได้ตัดผมแสนสวยของอันนาเป็นแน่ และคงไม่ใช่ทรงธรรมดาๆ อย่างแนนอน เพราะไอ้เจ้าสังขตังเนี่ยมันลามไปถึงผมด้านหน้าเลยทีเดียว แต่หลังจากเข้าไปถามคุณครูของอันนาก็ได้ความมาว่า ไอ้เจ้าสารเคมีบนผมของอันนาเนียมันคือยางของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โรงเรียน

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะแล้วมันถูกนำไปละเลงบนศรีษะของอันนาได้อย่างไร?

ก็จัดการถามมไถ่อันนาได้ความมาว่า เพื่อนคนหนึ่งที่โรงเรียนเป็นคนแกล้ง ความรู้สึกก็สงสารลูกนะ แต่ก็สอนลูกไปว่า อย่ายอมให้ใครแกล้งแบบนี้ีอีก

หลักการคือ ให้รีบวิ่งบอกครูเวลาใครมาทำไม่ดีใส่ อย่าสู้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อันนาตัวเล็กกว่าคนอืนเขา

แต่หลักเอาตัวรอดในสังคมที่มีการเอาเปรียบกันแม้กระทั่งในโรงเรียนอนุบาลแบบนี้ก็คือ อ้นนาต้องแสดงตนว่าไม่อ่อนแอและไม่ยอมให้ใครมาล้ำเส้นง่ายๆ ยิ่งแสดงว่าตนเองอ่อนแอเท่าไร ยิ่งเป็นเป้าหมยให้ถูกแกล้งมากเท่านั้น ทางที่ดีควรตอบโต้กลับอย่างสุภาพแต่ทรงพลังว่า ห้ามทำแบบนี้อีก ไม่ชอบ และหากยังทำต่อไปจะบอกคุณครูและผู้ปกครอง

ระหว่างสอนอันนาในเรื่องเหล่านี้ มือก็ขยำมายองเนสใส่ผมก้อนรังนกสังขตังของอันนนาไป ก่อนที่จะใช้หวีซี่ใหญ่สางสังขตังหลายๆ ก้อนนั้นให้กลายเป็นเส้นตรงยาวเหมือนเดิม และล้างออกด้วยแชมพูอีกที

ในขณะเดียวกันนั้น อันนาก็ร้องไห้ด้วยความเจ็บ เราก็บอกอันนาว่า มาม๊าเข้าใจว่าอันนาเจ็บแต่จะดีกว่าไหมถ้าต่อไปใครมาทำแบบนี้กับอันนาอีก อันนาก็อย่ายอมเขา จะได้ไม่ต้องมานั่งลำบากแบบนี้ อันนาได้ฟังก็หยุดร้องและบอก จ้ะ มาม๊า :)

สำหรับมาม๊าเรื่องคงไม่จบเท่านี้เพราะมาม๊าจะต้องคุยกับคุณครูและผู้ปกครองของเด็กคนนั้นถึงประเด็นที่เกิดขึ้นโดยหวังว่าเด็กคนนี้จะถูกอบรมไม่ให้ไปแกล้งใครแบบนี้ีอีก



Create Date : 21 พฤษภาคม 2557
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 1:50:09 น.
Counter : 1226 Pageviews.

4 comments
  
น่าสงสารน้องจังเลยนะคะ ลูกสาวก็โดนเพื่อนแกล้งตลอดค่ะ แต่บอกลูกสาวว่า อย่ากลัวเพื่อนนะลูก ถ้าเพื่อนแกล้งก็ให้ตะโกนบอกคุณครูดังๆ หรือก็อัดมันคืนเลย ถ้าหนูยอมเพื่ิอนก็จะแกล้งตลอด มีอยู่คนเดียวที่ชอบ แกล้ง บางก็โดนข่วนหน้า โดนกัดหน้าบ้าง ลูกสาวโดนเกือบทุ๊กวันเลยค่ะ ลูกสาวก็ตัวเล็กกว่าเพื่อนในห้อง อย่ายอมนะคะ ต้องไปคุยกับครูเลย ลูกสาวโดนแกล้ง คุณแฟนก็จะไปคุยกับคุณครู ทำไมว่าลูกสาวโดนแกล้งบ่อยๆ อย่าลืมบอกน้อง อันานะคะว่า อัดไอ้เพื่อนที่มันแกล้งเราคืนเลย อย่ากลัวนะคะ ถึงแม้วิธีจะไม่ค่อยเป็นทางออกที่ดี อย่างน้อยก็ดีกว่าจะให้เพื่อนมาทำกับข้างเดียว อิอิอิ อีแม่เจ็บแทนลูก สู้สู้สู้นะคะน้องอันา
โดย: Litte witches IP: 94.23.252.21 วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:2:47:34 น.
  
555 Thank you naka :) K. Little witches
โดย: saneyaha (onceuponatime ) วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:25:23 น.
  
"Ohne Lösung gibt es Gewalt" เราไม่ลูกนะ (ฟิ้วววว โล่งอก) แต่เราดูทีวีจากข่าวเห็นบ่อยมากว่า เด็กวัยรุ่นๆเยอรมันในยุคนี้เค้าใช้ความรุนแรง เช่นรวมกลุ่มกระทืบเพื่อนอะไรแบบนี้ ...เราคิดว่า การ "ต่อสู้ป้องกันตัวตอบกลับไป" มันมีแต่จะส่งผลให้ "ความรุนแรงนั้น รุนแรงขึ้นเรื่อยๆน่ะค่ะ" การสอนลูกให้สู้กลับไป บางทีมันก็อาจจะไม่ใช่วิธีที่ "แก้ปัญหาได้" ในความคิดของเรานะคะ เด็กในช่วงที่อายุ 4-12ปี หากเค้ามีความฝังใจอะไรก็ตาม ความคิดตรงนี้จะ ติดตัวไปจนโต(ตามทฤษฏีของนักจิตวิทยาที่เราอ่านมานะคะ) *** เราคิดว่า ถ้าเราเป็นแม่นะ เราจะแนะนำ อันนาว่า อย่าพยายามอยู่คนเดียว พยายามอยู่ในกลุ่มของเพื่อนเยอะๆ หาเพื่อนสนิทๆที่ตัวตัวกว่า เพื่อนส่วนมากเค้าจะช่วยเหลือและดูแลกันน่ะค่ะ *** การสอนให้ลูกใช้ความรุนแรงตั้งแต่ยังเด็ก....บางทีมันมีแต่จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีในระยะยาวน่ะค่ะ ทางที่ดี "อย่าอยู่คนเดียว เวลาเล่น พยายามเล่นกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ" และครูก็ควรอย่างมากที่จะต้อง จับตาดู พฤติกรรมของเด็กจอมเกเรด้วยน่ะค่ะ หากแย่มากคงต้องคุยกับพ่อแม่เด็ก หรือไม่ก็ถ่ายรูปเก็บไว้ ของผลที่ถูกแกล้ง เขียนบันทึกเก็บไว้ ส่งก๊อปปี้ให้ครูเก็บไว้ เพราะมันคืองานของครูที่จะต้องดูแลเด็ก!....หากเด็กเกเรคนนี้มีพฤติกรรมก้าวร้าวมากๆ อาจจะต้องถึงตำรวจน่ะค่ะ ไม่รู้นะ ถ้าเป็นเราเราจะทำแบบนี้ อิอิ หลักฐานสำคัญมากที่นี่ อย่างที่เรารู้ๆกัน สู้ๆค่ะ แต่ควรสู้แบบฉลาดที่ไม่ต้องเอา "ความเจ็บตัวเข้าแลก" น่ะค่ะ
โดย: Max Bulliboo วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:18:13:48 น.
  
** แก้คำตก... เราไม่มีลูกนะ (ฟิ้ววว โล่งอก) 555 รีบพิมพ์นิ้วพันกันซะงั้น Have a nice day ka ...to you & Anna
โดย: Max Bulliboo วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:18:15:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

onceuponatime
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



ชีวิตของผู้หญิงไทยในต่างแดนคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งคุณแม่ลูกสามที่มีดีกรีด๊อกเตอร์จากประเทศเยอรมนี เปิดบันทึกเพื่อเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ผจญภัยที่แสนจะตื่นเต้นของเธอในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็น การสอบเข้าและเรียนปริญญาเอกที่สุดหิน ความรักข้ามขอบฟ้าที่แสนโรแมนติก การสร้างครอบครัวที่อบอุ่น แถมพ่วงด้วยลูกเล็กอีกสามที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีอย่างเหลือเชื่อ พร้อมทั้งแบ่งปันเคล็ดลับและแรงดลบันดาลใจที่นำไปสู่ความสำเร็จแบบ
"นกอินทรีต้องบินสูง" ของเธอ
พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
4
8
10
11
12
16
17
18
19
20
23
24
25
26
29
31
 
All Blog