แพงไหม ถ้าจะเรียน ดร. ในประเทศเยอรมนี?
Some more stuffs at :
https://www.facebook.com/saneyaha?ref=hl

การสอบเข้าเรียนในระดับปริญญาเอกในประเทศเยอรมนีนั้น ไม่เพียงแต่ต้องถูกวัดมาตรฐานความรู้ขั้นหฤโหดซึ่งได้เล่าให้ฟังแล้วตั้งแต่บทความแรกที่เขียนเกี่ยวกับการสอบเข้าเรียนในระดับปริญญาเอกและประสบการณ์ของข้าพเจ้า ทั้งนี้ยังต้องทำการติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินขั้นตอนการสมัครต่างหากอีกด้วย ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็คงต้องเริ่มต้นจากการดาวน์โหลดใบสมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาเอกซึ่งก็หาได้ตามเว๊บไซต์ของทางมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นก็จัดหาเอกสารตามที่ใบสมัครได้ระบุไว้ หลังจากนั้นก็นำไปยื่นกับฝ่ายกิจการนิสิตนักศึกษา โดยสิ่งที่จะได้รับกลับมาเมื่อเอกสารทุกอย่างได้ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบเป็นอย่างดีแล้วก็คือ บัตรประจำตัวนักศึกษา โดยบัตรนี้เราก็จะนำไปใช้ในกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวกับนักศึกษา รวมถึงยังเป็นส่วนลดสำหรับรถโดยสารประจำทางในเมือง รวมถึงสามารถใช้ในการเดินทางโดยสารได้ฟรีในช่วงเวลาตั้งแต่ 18 นาฬิกา ขึ้นไปอีกด้วย

เมื่อผ่านขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ทีนี้ก็เข้าสู่โหมดชีวิตนักศึกษาจริงๆ ซึ่งในฐานะของนักเรียนปริญญาเอกในประเทศเยอรมนีนั้น จะไม่ต้องจ่ายค่าประจำเทอมใดๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ต้องจ่ายเลยสักสตางค์เดียว เพราะว่ายังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เกี่ยวกับค่าบริการต่างๆ บ้าง เช่น ค่าบริการห้องสมุด เป็นต้น

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่ข้าพเจ้าจ่ายทุกๆ เทอมเ เพื่อรักษาสถานะนักศึกษาปริญญาเอกในประเทศนี้จะอยู่ที่ประมาณ 180 ยูโรต่อหนึ่งเทอมการศึกษา ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณโดยประมาณกับค่าเงินบาทจะอยู่ที่ประมาณ 7200 บาท ซึ่งก็ไม่แพงเลยใช่ไหมคะ

สำหรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรีและโท ค่าใช้จ่ายประจำเทอมจะขึ้นอยู่กับแคว้นที่อาศัยอยู่ โดยในแคว้นบาเด้นวุ๊ทเท่นแบร์กจะเสียค่าเทอมอยู่ที่ 500 ยูโรต่อเทอมการศึกษา โดยหากนักศึกษาคนใดมีพี่น้องตั้งแต่สามคนขึ้นไปก็จะได้รับการยกเว้นค่าเทอม ซึ่งนโยบายนี้ถูกปรับใช้อย่างเท่าเทียมกันทั้งนักศึกษาชาวเยอรมันและชาวต่างประเทศ ซึ่งตรงความเท่าเทียมนี้ ข้าพเจ้าชื่นชมรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศเยอรมนีมาก โดยมีความเห็นว่าประเทศของเราน่าจะนำไปปรับใช้บ้าง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เช่น การที่จะไม่แบ่งแยกราคาคนไทย ราคาคนต่างชาติอะไรตามสถานที่ท่องเที่ยว สวนสัตว์ หรือที่สำคัญต่างๆ พอได้มาอยู่อาศัยแบบต่างบ้านต่างเมืองและถูกปฏิบัติอย่างดีเท่าเทียมกับประชากรของเขาเกือบทุกประการที่สำคัญ ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูกที่บ้านเมืองเรายังคงฉวยโอกาสกับคนต่างชาติแบบเห็นได้ชัดเจนแบบนี้

อย่างไรก็ดี หากคิดจะมาเรียนที่เยอรมนี โดยปราศจากทุนสนับสนุนจากองค์กรใดๆ แล้ว ก็คงต้องวางแผนเรื่องการเงินให้ดี เพราะหากคิดจะมาหารายได้ที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงเนื่องจากขั้นตอนการสอบต่างๆ ที่หินและต้องใช้เวลาเท่านั้น แต่ปัจจัยเรื่องภาษาก็มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่สถานที่ทำงานต่างๆ แม้ว่าจะเป็นการทำงานพาร์ทไทม์ก็ตาม คนที่นี่ก็ยังต้องการนักเรียนที่มีความเข้าใจสื่อสารภาษาเยอรมันได้ดี โดยวีซ่านักเรียนของที่นี่จะทำงานได้ตลอดทั้งปี 80 ชั่วโมง และต้องจ่ายภาษีจากรายได้ทั้งหมดที่ได้รับด้วยนะคะ อ้อ นักเรียนภาษาเยอรมัน ไม่สามารถทำงานที่นี่ได้ ต้องระวัง มิฉะนั้น อาจจะถูกส่งกลับประเทศได้ รวมถึงเสียประวัติด้วยค่า

ส่วนใหญ่แล้ว หอพักนักศึกษาจะมีไว้สำหรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรีและโทเท่านั้น ดังนั้น นักศึกษาปริญญาเอกก็จะพักอยู่หอพักภายนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในบรรดานักศึกษาเหล่านั้นที่พักรวมอยู่กับผู้เช่าคนอื่นๆ ในห้องพักที่อาจจแบ่งซอยมากกว่าสองห้องในห้องชุดหนึ่งๆ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ในช่วงหนึ่งปีแรกก่อนแต่งงานข้าพเจ้าได้พักอยู่กับเพื่อนหญิงชาวจีน โดยค่าเสียหายต่อเดือนอยู่ที่ประมาณเกือบหกร้อยยูโร ซึ่งก็ไม่ใช่ราคาที่ถูกเลยใช่ไหมคะ อย่างไรก็ดี ก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะว่าจริงๆ แล้วห้องเช่าก็มีหลายราคา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง ใกล้ไกลเมืองแค่ไหน ห้องใหญ่เล็ก สภาพเก่าใหม่ ซึ่งเท่าที่ข้าพเจ้าค้นหาดูในช่วงแรกที่อยู่ในระดับราคาที่ถูกที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 300 กว่ายูโร แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อราคาถูก การแข่งขันก็สูงด้วย ส่วนใหญ่นักศึกษาชาวจีนจะไวมากในเรื่องการหาที่อยู่อาศัย รวมถึงการหารายได้ในระหว่างเรียน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะลักษณะเฉพาะตัวและการมีเครือข่ายที่เหนียวแน่นระหว่างกันในกลุ่มของพวกเขาก็เป็นได้

สำหรับการกินอยู่ในประเทศเยอรมนี จัดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาหากเพื่อนๆ จัดการกับงบประมาณเรื่องที่พักได้เป็นอย่างดีและเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากในประเทศนี้มีซูเปอร์มาร์เก็ตหลากหลาย สำหรับหลายระดับราคาสินค้า ซึ่งเราก็สามารถเลือกไปซื้อหาในที่ที่จำหน่ายสินค้าในราคาย่อมเยาว์ได้ ยกตัวอย่างเช่น LIDL ซึ่งนำของที่ราคาย่อมเยาว์อีกทั้งมีคุณภาพที่ดีมาขาย แม้กระทั่งในปัจจุบันข้าพเจ้าและครอบครัวก็ไปอุดหนุนที่นี่อย่างเป็นประจำทุกสัปดาห์ หากเพื่อนๆ ได้ไปเรียนในเมืองใหญ่ๆ เหมือนกับที่ข้าพเจ้าได้ไปเรียนที่เมืองสตุ๊ทการ์ท ก็คงหมดห่วงเรื่องร้านขายของชำเอเชีย เพราะจะพูดได้ว่ามีอยู่ทั่วทุกมุมถนน หากเพื่อนๆ มีทักษะในการทำอาหารสักหน่อยก็คงหมดห่วงเรื่องอาการ Homesick คิดถึงบ้านและอาหารไทยไปได้เลย

ดังนั้น เท่าที่ได้บรรยายมา รวมค่าใช้จ่ายประจำเดือน ยกเว้นค่าเทอม แล้ว ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็น่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 500 ยูโรขึ้นไปต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างและรสนิยมการใช้ชีวิตของเพื่อนๆ ด้วย

หวังว่า เรื่องเล่าจากความทรงจำและประสบการณ์ในส่วนนี้จะเป็นประโยชน์กับเพิ่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ :) ไว้ครั้งหน้า หากนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้แล้วคงจะมาเล่าให้ฟังอีก

Have a nice day จ้า



Create Date : 13 พฤษภาคม 2557
Last Update : 13 พฤษภาคม 2557 14:10:16 น.
Counter : 883 Pageviews.

3 comments
  
เราคิดว่า "ความเท่าเทียมกัน" ในประเทศเยอรมันนั้น มีมาจาก Grundgesetz Artikel 3 (1) Alle Menschen sind vor dem Gesetz gleich. และอื่นๆอีกมากที่ตามมา... ประเทศไทยคงอีกยาวไกล(มาก) ทีจะเป็นแบบนี้ เยอรมันเค้าปูพื้นฐานความเท่าเทียมเริ่มที่กฏหมาย และนำกฏหมายนี้มาใช้ปฏิบัติกับประชาชน ไทยเรามีกฏหมายแต่ไม่เคยนำมาใช้อย่างจริงจัง(คิดว่า...นะ)
Dr. ที่เยอรมัน(สำหรับคนเยอรมัน) ส่วนมากที่จบมาเราเคยเห็นแต่ หนุ่มๆสาวๆนะคะ เราคิดว่าระบบการศึกษาที่นี่ดีมาก หากฉลาด รัฐสนับสนุนสุดตัว หากโง่...ฮ่าๆๆ รัฐก็จัดให้ออกไปทำงานหาเงินนำภาษีมาลงทุนกับพวกคนฉลาดๆให้เรียนกันต่อไป (อันนี้ความเข้าใจส่วนตัวนะคะ อาจจะไม่ถูกนักก็ได้) อิอิ
โดย: Max Bulliboo วันที่: 14 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:43:50 น.
  
Hi k. Max Bulliboo :)

thank you for your opinion :)
It is nice to hear.

Have a nice day !

PS: do you live in Germany?
โดย: saneyaha (onceuponatime ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:28:31 น.
  
เยี่ยมครับ อยู่ได้เดือนละ 500 ยูโร
โดย: GTNEWSTHAILAND วันที่: 18 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:09:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



onceuponatime
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



ชีวิตของผู้หญิงไทยในต่างแดนคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งคุณแม่ลูกสามที่มีดีกรีด๊อกเตอร์จากประเทศเยอรมนี เปิดบันทึกเพื่อเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ผจญภัยที่แสนจะตื่นเต้นของเธอในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็น การสอบเข้าและเรียนปริญญาเอกที่สุดหิน ความรักข้ามขอบฟ้าที่แสนโรแมนติก การสร้างครอบครัวที่อบอุ่น แถมพ่วงด้วยลูกเล็กอีกสามที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีอย่างเหลือเชื่อ พร้อมทั้งแบ่งปันเคล็ดลับและแรงดลบันดาลใจที่นำไปสู่ความสำเร็จแบบ
"นกอินทรีต้องบินสูง" ของเธอ
พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
4
8
10
11
12
16
17
18
19
20
23
24
25
26
29
31
 
All Blog