ก้าวแรกในเยอรมนีกับการนำกลุ่มนานาชาติของข้าพเจ้า
see some more stuffs at :
https://www.facebook.com/saneyaha?ref=hl

เมื่อเจอกันครั้งแรก คนส่วนใหญ่มักจะถามข้าพเจ้าว่า
“รู้สึกอย่างไรบ้างกับประเทศเยอรมนี อยู่ง่ายหรือยาก?”

คำถามเช่นนี้นั้นมีที่มา … ทั้งนี้แม้คนในยุโรปเองยังคิดว่า หากใครอยู่ในประเทศเยอรมนี ได้และมีความสุข ก็จะสามารถอยู่ในประเทศอื่นๆ ในยุโรปได้เช่นกัน … เนื่องจากพวกเขา

คิดว่า “คนเยอรมัน” นั้นอยู่ด้วยยากที่สุดแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มคนชาติอื่นๆ ในยุโรป

ตามความเห็นของข้าพเจ้า เมื่อมีโอกาสได้ตอบคำถามนี้ ข้าพเจ้ามักจะทำให้ผู้ถามประหลาดใจเสมอ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าคำตอบของข้าพเจ้าจะวิเศษแอย่างใด แต่อาจเป็นเพราะความคาดหวังหรือประสบการณ์ของคนที่ถามอาจจะออกไปในทางที่คิดไปก่อนแล้วว่า มันอาจจะไม่ง่ายสำหรับคนต่างชาติอย่างข้าพเจ้าที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างห่างไกลจากครอบครัวในดินแดนที่ผู้คนดูเหมือนไม่ยิ้มแย้มหรือทักทายกันง่ายๆ เลย

ข้าพเจ้าเดินทางมาถึงประเทศเยอรมนีเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยสตุ๊ทการ์ท ในวันที่ 7 ตุลาคม 2008 โดยในช่วงหนึ่งปีแรกนั้นข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในหอพัก

ในเมืองกับเพื่อนสาวชาวจีนซึ่งเธอคนนี้ก็ให้ความช่วยเหลือและแนะนำข้าพเจ้าเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในเยอรมนีอย่างมากมายในฐานะที่เธออยู่ในประเทศนี้มาได้แปดปีแล้ว ทั้งเรียนและทำงานที่นี่ เธอจึงมีประสบการณ์มากมายที่จะแบ่งปันให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ซึ่งจุดนี้ถือได้ว่า เป็นข้อดีอย่างมากสำหรับช้าพเจ้าในการเริ่มต้นชีวิตในประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ทำให้เส้นทางของข้าพเจ้าในเยอรมนีง่ายขึ้นก็คือ การไปโบสถ์และเข้าร่วมกิจกรรมกับคนที่นั่นอย่างสม่ำเสมอ โดยโบสถ์ที่ข้าพเจ้าไปนั้นมีลักษณะพิเศษที่เป็นประโยชน์กับข้าพเจ้าอย่างมาก คือ ในโบสถ์นี้ประกอบไปด้วยคนหนุ่มสาวมากกว่าคนสูงอายุ และกลุ่มคนเหล่านี้เป็นนักศึกษาหรือคนทำงานที่ไม่ใช่คนเยอรมันเท่านั้น แต่มาจากนานาชาติ ซึ่งก็ส่งผลดีต่อข้าพเจ้ามากๆ ที่จะค่อยๆ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมของคนที่นี่

อย่างไรก็ดี หากชีวิตของข้าพเจ้าไม่มีการท้าทายให้ทำในสิ่งใหม่ๆ หรือ ใหญ่ๆ เลยก็อาจจะขาดรสชาติไป ทั้งนี้เพราะเพียงแค่เดือนแรกที่ข้าพเจ้าดำรงชีวิตอยู่,ในเยอรมนี

ในฐานะนักศึกษา ข้าพเจ้าก็ได้รับมอบหมายให้นำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ให้กับกลุ่มนานาชาติที่ประกอบไปด้วยนักเรียนและคนทำงานที่มาจากหลากหลายประเทศ เช่น เกาหลี ซิมบับเว อเมริกา และคนเยอรมัน

ความยากไม่ได้อยู่ที่การใช้ภาษาอังกฤษ เพราะเรื่องการนำกลุ่มเนี่ยข้าพเจ้าวางแผนล่วงหน้าและเตรียมสคริปต์ได้ (หากพูดผิดข้าพเจ้าก็จะหัวเราะด้วยเสียงอันดังเพื่อเป็นการกลบเกลื่อน 555) แต่สิ่งที่ยากที่สุดนั้นก็คือ “การถกเถียงแบบสไตล์คนเยอรมัน” !!!

“การถกเถียงแบบสไตล์คนเยอรมัน” เป็นอย่างไร ข้าพเจ้าสามารถอธิบายได้ดังนี้ คือ

1. ซับซ้อน 2. ยาวนาน 3. จริงจัง และประการสุดท้าย ห้ามตอบว่า ฉันไม่รู้ หรือ ฉันไม่มีความคิดเห็น เพราะคุณจะกลายเป็นคนไม่คิดหรือคน … ทันที

ลักษณะประการสุดท้ายเนี่ย มันสามารถเป็นได้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ...
โดยเฉพาะจุดอ่อนเนี่ยข้าพเจ้าก็เห็นได้ชัดเจนเลย เพราะเวลาที่คนที่นี่ไม่ชอบบอกว่าตนเองไม่รู้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม พวกเขาก็จะพยายามถกเถียงกันแบบอกแนวข้างๆคูๆ หรือสักแต่ได้พูดหรือโชว์ความคิดเสียส่วนมาก ซึ่งมันก็ทำให้เสียเวลานั่งฟังไปนานเลยทีเดียวในบางครั้ง ประสบการณ์นี้ข้าพเจ้าพบบ่อยในห้องสัมมนาของข้าพเจ้าที่มหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเช่นนี้ก็ส่งผลดีเช่นกัน คือ เมื่อแรงกดดันว่า ฉันไม่อยากเป็นคนไม่รู้หรือไม่คิดในสายตาของคนอื่น คนเยอรมันก็จะพยายามที่จะศึกษา ค้นคว้า และแสวงหาความรู้ และถกเถียง ตั้งคำถามจนได้รับคำตอบที่ถูกต้องเสมอ ดังนั้น สังคมคนเยอรมันจึงเป็นสังคมแห่งข่าวสารและความรู้ และเป็นสังคมที่ไม่ได้เชื่ออะไรง่ายๆ โดยปราศจากการพิสูจน์

เมื่อลักษณะคนเป็นดังที่ได้บรรยายมาในข้างต้น ข้าพเจ้าก็เรียนรู้ที่จะปรับเช่นกัน เพราะจากที่เคยต้องพูดมากๆ เวลานำกลุ่มในเมืองไทย ช้าพเจ้าก็พูดน้อยลง แต่แม่นยำขึ้น เรียนรู้ที่จะฟังและวิเคราะห์มากขึ้น รวมถึงเข้าใจคำว่า บทบาทผู้นำกลุ่ม มากขึ้นด้วยว่า ผู้นำกลุ่มไม่จำเป็นต้องรู้หรือเก่งกว่าสมาชิกทุกอย่าง และไม่จำเป็นต้องพูดมาก เพราะการนำ จริงๆ แล้วก็คือ การเปิดโอกาสให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บนการชี้ทิศให้ถูกทางแก่พวกเขาต่างหาก ซึ่งตรงจุดนี้ หากจะไปปรับใช้กับบ้านเรา คงจะต้องพัฒนาให้คนของเรามีความปรารถนาที่จะมีส่วนร่วมในที่ประชุมหรือในเวทีต่างๆ มากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้แต่หัวหน้านำ โดยไม่กล้าเห็นต่างหรือขัดแย้ง ซึ่งก็อาจจะเป็นที่มาของปัญหาหลายๆ ประการในภายหลัง ดังที่พบได้ในสังคมไทย [เสมอๆ] นอกจากนี้ การพัฒนาให้สังคมของเราเป็นสังคมแห่งความรู้และคิดวิเคราะห์ก็เป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลต่อไปในอนาคตอีกด้วย

สิ่งที่แตกต่างอีกประการ เมื่อข้าพเจ้านำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์และกิจกรรมที่นี่ก็คือ

คนเยอรมันไม่ชอบเห็นภาพวาดหรือตัวการ์ตูนแม้จะมีเพียงเล็กๆน้อยๆ ประดับบนเอกสารเลย เนื่องจากพวกเขามักจะคิดว่า มันมีไว้สำหรับเด็กๆ เท่านั้น และทำให้รู้สึกไม่จริงจัง หรือประมาณให้ความรู้สึกที่เรียกว่า “หน่อมแน้ม“ ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาขอบก็คือ ขอให้เอกสารนั้นๆ มีแต่ตัวหนังสือที่เน้นเฉพาะเนื้อหาเท่านั้น ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ ในช่วงแรกที่ข้าพเจ้านำกลุ่มนี้ พวกเขาสนทนากันแบบปากปล่าวจริงๆ คือ ไม่มีเอกสารนำทางว่าวันนี้เราจะสนทนากันในเรื่องอะไร ซึ่งก็เป็นผลให้บางคนก็ตามไม่ทัน ในเวลาที่มีการถกเถียงกันแบบมีหลายๆ ความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มาร่วมกลุ่มใหม่ๆ ข้าพเจ้าก็เลยแนะนำสมาชิกของข้าพเจ้าไปว่า เราควรจะทำเอกสารแบบมีเนื้อหาสรุปสั้นๆ ให้ผู้เข้าร่วมกลุ่มของเราทุกอาทิตย์นะ หลังจากนั้น พวกเขาก็ช่วยกันทำเอกสารนี้มากันทุกสัปดาห์ อยากบอกว่า คนที่นี่น่ารักมาก เวลาที่ตกลงว่าจะทำอะไรร่วมกัน พวกเขาก็จะทำทันที โดยไม่ต้องย้ำหรือตาม รวมถึงยังเป็นคนที่มีวินัยมากเสียด้วย

ข้าพเจ้าประทับใจมากในจุดนี้

นอกจากการมีส่วนร่วมในการนำกลุ่มนานาชาติในครั้งนี้ ซึ่งช่วยให้ข้าพเจ้าเรียนรู้และปรับตัวกับสังคมคนเยอรมันได้ง่ายและเร็วแล้ว ข้าพเจ้ายังได้โอกาสมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง ร่วมกับคนเยอรมันอีกด้วย ยกัวอย่าง เช่น การร่วมทำเวิร์คช๊อปในงานสัมมนาต่างๆ , การบรรยายในหัวข้อต่างๆ ให้กับผู้ฟังที่มีทั้งคนเยอรมันและคนต่างชาติประมาณกว่า 30 คน, การพบปะพูดคุย และศึกษาพระคัมภึร์ส่วนตัวกับคนเยอรมัน เป็นต้น

การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการมีประสบการณ์ในการนำกลุ่มคนทั้งนานาชาติและตนเยอรมันเหล่านี้ มีผลให้ข้าพเจ้าสามารถแบ่งปันกับคนที่ถามข้าพเจ้าถึงความยากง่ายในการดำเนินชีวิตในสังคมคนเยอรมันได้อน่างมั่นใจว่า ข้าพเจ้ามีความสุขมากที่ได้อยู่และเรียนรู้สิ่งดีๆ จากสังคมที่นี่ รวมถึงคงไม่ลืมที่จะขอบตุณพระเจ้าเสมอที่ทรงอยู่ด้วยในทุกสถานการณ์และประทานสติปัญญาให้เสมอในการตัดสินใจและกระทำทุกสิ่ง

หลังจากที่ข้าพเจ้านำกลุ่มกิจกรรมเหล่านี้ในสตุ๊ทการ์ทได้ประมาณสองปีกว่าๆ ข้าพเจ้าก็ย้ายมาเข้าร่วมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ของสามีแทนในต้นปี 2010 หลังจากแต่งงานได้ประมาณเกือบครึ่งปี เนื่องจากก่อนหน้านั้นข้าพเจ้าและสามีนำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์คนละกลุ่มที่อยู่ต่างเมืองกัน

ครั้งหน้าข้าพเจ้าจะเล่าถึงลักษณะน่ารักๆ ของเพื่อนชาวเยอรมันและต่างชาติจากประสบการณ์ของข้าพเจ้าให้ได้ฟังอีกครั้ง



Create Date : 14 พฤษภาคม 2557
Last Update : 14 พฤษภาคม 2557 14:11:01 น.
Counter : 743 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

onceuponatime
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



ชีวิตของผู้หญิงไทยในต่างแดนคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งคุณแม่ลูกสามที่มีดีกรีด๊อกเตอร์จากประเทศเยอรมนี เปิดบันทึกเพื่อเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ผจญภัยที่แสนจะตื่นเต้นของเธอในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็น การสอบเข้าและเรียนปริญญาเอกที่สุดหิน ความรักข้ามขอบฟ้าที่แสนโรแมนติก การสร้างครอบครัวที่อบอุ่น แถมพ่วงด้วยลูกเล็กอีกสามที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีอย่างเหลือเชื่อ พร้อมทั้งแบ่งปันเคล็ดลับและแรงดลบันดาลใจที่นำไปสู่ความสำเร็จแบบ
"นกอินทรีต้องบินสูง" ของเธอ
พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
4
8
10
11
12
16
17
18
19
20
23
24
25
26
29
31
 
All Blog