ประสบการณ์การคลอดลูกแบบธรรมชาติในประเทศเยอรมนี
some more stuffs about ''Life is a Beautiful Journey'' at :
https://www.facebook.com/saneyaha?ref=hl

จริง ๆ มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าอยู่แล้วที่จะคลอดลูกเองแบบธรรมชาติ และก็ทำได้อย่างสมใจทั้งสองครั้ง ประสบการณ์กับลูกคนแรก ถือได้ว่า มีประสบการณ์ที่ดี ทั้งนี้เพราะไปถึงโรงพยาบาลทันเวลา และปวดท้องก่อนคลอดเพียงแค่ 5 ชั่วโมง “อันนา” ก็ออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัยท่ามกลางทีมแพทย์และพยาบาลประมาณ 5 คน และแน่นอนปะป๊าก็อยู่ที่นั่น คอยเป็นกำลังใจ ทั้งคอยพัดวีและนวดให้ตลอดจนคลอดลูกน้อยออกมา จะมีปัญหาก็แต่ตอนที่อันนาไม่ยอมเคลื่อนตัวมาตรงกลางท้องของมาม๊าเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็ต้องอาศัยประสบการณ์และพละกำลังของคุณหมอใหญ่ในการใช้ท่อนแขนกวาดอันนามาตรงกลางท้อง และหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมาม๊าในการเบ่ง จำได้ว่า เบ่งอยู่ 3 ครั้ง อันนาก็ร้องอุแว๊ออกมา พร้อมคำชมของหมอและพยาบาลว่า โอวว อันนาสวยจัง หรือที่พูดเป็นเป็นภาษาเยอรมันว่า “ohh ... das Baby ist sehr huebsch!!!”

เมื่อประสบการณ์ครั้งแรกของการคลอดลูกเป็นไปอย่างราบรื่นเช่นนี้ ก็คาดหวังต่อไปว่า การคลอดลูกครั้งที่สองก็คงจะไม่มีปัญหาใดๆ ประกอบกับผลสรุปของคุณหมอตรวจครรภ์ประจำตัวก็ยืนยันว่า ตัวเองเนี่ยมีเชิงกรานที่สามารถคลอดแบบธรรมชาติได้เอง โดยไม่มีปัญหา ก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่า การคลอดลูกคนที่สองจะผ่านพ้นไปได้อย่างดีอีกครั้งแน่นอน

ที่ต้องคิดไปมามากมายในลักษณะเช่นนี้ ก็เพราะว่า ในประเทศเยอรมนีนั้น หากไม่ใช่กรณีคอขาดบาดตายจริงๆ คุณแม่ๆ ทั้งหลายก็จะมีทางเลือกอยู่ทางเดียวจริง ๆ คือ การคลอดลูกแบบธรรมชาติ ที่แบบสดๆ จริงๆ ซึ่งส่วนตัวจริงๆ ก็กลัวอยู่ลึกๆ เพราะการเจ็บท้องก่อนคลอดนั้นมันเป็นความเจ็บที่สุดยอดจริงๆ ซึ่งทางการแพทย์ได้พิสูจน์ว่า การเจ็บท้องคลอดลูกของผู้หญิงนั้น เท่ากับอาการเจ็บที่เกินกว่าความเจ็บปวดขั้นปรกติ 9-10 เท่า ไอ้ที่จะมีแพ๊คเกจให้เลือกในหลายๆ แบบแบบโรงพยาบาลบ้านเรานั้นไม่มี

ทีนี้ประสบการณ์ที่ว่าเด็ดมากในการคลอด “เลาร่า” ลูกคนที่สองเนี่ย ก็อยู่ตรงที่เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลในเวลา 7 โมงเช้าของวันที่ 4 มิถุนายน 2012 เนื่องจากน้ำคร้ำแตกดังโพละตั้งแต่เช้าตรู่ ก็พบว่า มีผู้หญิงมารอทำคลอดอยู่สามถึงสี่คนแล้ว พอไปคุยกับพยาบาล เธอก็แบ่งปันให้ฟังด้วยความตื่นเต้นว่า โอวว วันนี้ฉันยุ่งมากกก มีคนมาทำคลอดเยอะแยะเลยยยย พอพูดเสร็จก็พาข้าพเจ้าไปตรวจการเต้นของหัวใจเด็กกับอาการเจ็บท้อง พอตรวจเสร็จ ประมาณ 8 โมงเช้า นางพยาบาลก็บอกให้ไปเดินเล่นก่อน พร้อมย้ำว่าให้เดินใกล้ๆ นะ อย่าไปไกล จริงๆ ไม่ต้องย้ำก็ได้ เพราะไม่กล้าไปไหนไกลอยู่แล้ว คุณสามีก็ไม่อยู่ เนื่องจากลางานไม่ได้ ก็ตัดสินใจเดินไปมาอยู่หน้าแผนกทำคลอดนั่นแหละ เดินได้อยู่หนึ่งชั่วโมง อาการปวดก็ทวีมากขึ้น จากที่เดินแบบตัวตรงๆ กลายเป็นต้องบิดและงอตัวเป็นระยะๆ พลันก็คิดว่า เลาร่าต้องใกล้มาแล้วแน่ๆ หันไปหันมาเพื่อหาพยาบาล ก็พบกับนางพยาบาลเจ้าเดิมเดินมาพร้อมไถ่ถามอาการด้วยความห่วงใย และบอกว่า เราไปตรวจอาการกันอีกรอบดีกว่า ในใจก็คิดว่า จ้า ควรจะไปได้แล้วจ้า เหงื่อไหลแล้วเนี่ยยย ไม่ไหวแล้วว อยากนอน ไม่อยากเดินเล่นแล้ววว

ปรากฎว่า ณ เวลา 9 โมงเช้า นางพยาบาลคนสวยคนนี้ ก็พาข้าพเจ้าไปนอนในห้องตรวจครรภ์ที่มีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องวัดการหายใจและอาการเจ็บท้องเท่านั้น นอนไปนอนมา อาการปวดก็ทวีขึ้น ๆ สังเกตกราฟ และอ่านเอง เนื่องจากอยู่คนเดียวจริง ๆ ในห้อง ก็พบว่า ตายละหว่า เลาร่าต้องมาแล้วแน่ๆ เลย เพราะไม่เพียงแต่อาการปวดที่มากขึ้น ความรู้สึกตุงๆ ที่ช่องคลอดก็มีมากขึ้น เหงื่อไหลไคลย้อย จะ 10 โมงแล้ว พยาบาลก็ยังไม่มา ณ วินาทีที่กำลังตัดสินใจกดกริ่งฉุกเฉินนั้น เสียงเปิดประตูของนางพยาบาลคนเดิมก็ดังขึ้น พร้อมกับถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่ทันให้ข้าพเจ้าตอบ นางพยาบาลก็เอานิ้วเข้ามาสอดในช่องคลอด พร้อมกับร้องอย่างตกใจ ซึ่งจริง ๆ ข้าพเจ้าควรจะตกใจมากกว่านะ เธอร้องว่า ตายแล้ว เบบี้จะมาแล้ววว พร้อมตะโกนเรียกหมอ เรียกผู้ช่วย ขนอุปกรณ์สำหรับทำคลอดมาที่ห้องที่ข้าพเจ้านอนอยู่อย่างครื้นเครง

จำได้ว่า นางพยาบาลพยายามให้ข้าพเจ้าติดต่อสามีให้ได้ ข้าพเจ้าก็พยายามโทรอยู่สองถึงสามครั้ง แต่ก็ติดต่อไม่ได้ ประกอบกับอาการเจ็บท้องที่ทวีมากขึ้น จนคุมสติแทบจะไม่อยู่แล้ว ก็ทำให้ข้าพเจ้าไม่มีอารมณ์ที่จะกดโทรศัพท์ หรือพูดจาภาษาคนอีกต่อไป ข้าพเจ้าก็บอกนางพยาบาล ณ เวลานั้นว่า ข้าพเจ้าติดต่อสามีไม่ได้ ไม่เป็นไร ขอจับมือนางพยาบาลได้ไหม เนื่องจากในห้องธรรมดาๆ ที่ข้าพเจ้าจะทำคลอดนี้ ไม่มีที่จับสำหรับคลอด ไม่มีขาหยั่ง ไม่มีอะไรที่อำนวยในการเบ่งคลอดเลย นางพยาบาลก็แสนจะอารี บอกว่า ด้วยความเต็มใจ ข้าพเจ้าก็ร้องไห้ เนื่องจากเจ็บมาก และบอกว่า ขอบคุณค่า

ข้าพเจ้าเบ่งคลอดอยู่ประมาณ 20 นาที ด้วยสุดพละกำลังที่มีอยู่ พร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างสุดพลังตลอดระยะเวลา คาดว่า คุณหมอและพยาบาล คงปวดหูกันน่าดู แต่มันเจ็บจริงๆ นี่นา ถ้าเจ็บแบบนี้การกรี๊ดก็ช่วยบันเทาอาการปวดบ้างจริงๆ ข้าพเจ้าเบ่งอยู่จนจนกระทั่ง 10.28 นาฬิกา เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ออกฝรั่ง ผสมจีนหน่อยก็ออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย พร้อมด้วยคำชมเชยของพยาบาลที่มีต่อข้าพเจ้าว่า “Sie sind sehr gut!” หรือ คุณแม่เก่งมากกกกกก พร้อมกับบอกว่า เราไม่เคยลืมคุณนะคะ เราอยู่กับคุณเสมอ !!! ... อย่างไรก็ดี ขอบคุณทีมคุณหมอและพยาบาลมากๆ ค่า ที่ช่วยทำคลอดฉุกละหุกนี้ให้ปลอดภัยทุกอย่าง รวมถึง อยากบอกว่า ความรู้สึกที่ได้คลอดเองแบบนี้สวยงามมากๆ ขอบคุณพระเจ้าที่อยู่ด้วยเสมอทุกเวลา



Create Date : 07 พฤษภาคม 2557
Last Update : 7 พฤษภาคม 2557 15:19:21 น.
Counter : 1047 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

onceuponatime
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



ชีวิตของผู้หญิงไทยในต่างแดนคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งคุณแม่ลูกสามที่มีดีกรีด๊อกเตอร์จากประเทศเยอรมนี เปิดบันทึกเพื่อเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ผจญภัยที่แสนจะตื่นเต้นของเธอในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็น การสอบเข้าและเรียนปริญญาเอกที่สุดหิน ความรักข้ามขอบฟ้าที่แสนโรแมนติก การสร้างครอบครัวที่อบอุ่น แถมพ่วงด้วยลูกเล็กอีกสามที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีอย่างเหลือเชื่อ พร้อมทั้งแบ่งปันเคล็ดลับและแรงดลบันดาลใจที่นำไปสู่ความสำเร็จแบบ
"นกอินทรีต้องบินสูง" ของเธอ
พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
4
8
10
11
12
16
17
18
19
20
23
24
25
26
29
31
 
All Blog