เดิน เดิน เล่น เล่น บนพื้นโลก
 
 

ฤดูที่แตกต่าง..




กลุ่มเมฆตั้งเค้าเป็นก้อนหนาดำพร้อมเทกระหน่ำ ขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่ร้านกาแฟของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อรอใครบางคน ฝนตกและก็หยุดและกระหน่ำอยู่อย่างนี้สลับกันไป ถ้าไม่คิดว่าใครบางคนมาสายปล่อยให้รอนาน เรื่องธรรมดาของสายฝนแบบนี้ก็ทำให้เป็นเรื่องน่าสนุกได้ดีเหมือนกัน
คุณเชื่อเรื่องบังเอิญหรือพรมลิขิตไหมครับ ? ผมว่าใครบางคนเกิดมาวนเวียนให้เราได้รู้จักและเจอะเจออยู่เสมอๆ เหมือนผมตอนนี้ที่รอใครบางคนที่เคยเจอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมกับเขารักๆเลิกๆกันมาเรื่อยๆ และผมเองที่เป็นฝ่ายไม่ยอมติดต่อเขาเองและก็มีเรื่องบังเอิญอยู่เรื่อยๆ ที่เราจะต้องเจอกันโดยบังเอิญ เช่นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สอนให้ผมรู้จักความรักและมิตรภาพแบบนี้ก็คือ ไม่มีอะไรยั่งยืนไปกว่าการที่เราจะคบและมีความสัมพันธ์กันแบบเพื่อน เพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ไปไหนด้วยกันได้ทุกที่ กินนอนด้วยกัน ยกเว้นหลับนอนด้วยกัน
สายฝนพรำๆใครคนนั้นเดินดุ่มๆเข้ามาในร้านกาแฟ พร้อมทั้งสายตาคนนับสิบในร้านที่จับจ้อง คงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่เพราะคนคนนั้นหน้าตาดีกว่าดาราบางคนซะอีก
นี่ผมหลงรักความหน้าตาดี สะอาด สุภาพหรือความเจ้าชู้เจ้าเสน่ห์ หรือความมีน้ำใจห่วงหาของเขากันแน่นะ
ในวูบหนึ่งผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของการกอดรัดในร่างเปลื่อยเปล่าของกันและกัน รสชาดของการจูบที่ร้อนแรงนั่น และพลันคิดถึงประโยคคำถามนึงในหนังเรื่อง"พลอย "
" ความรักมันมีวันหมดอายุด้วยหรือ" ....
ผมว่ามันไม่มีวันหมดอายุหรอกนะ ถ้าเรารู้จักความรักจริงๆ
ฝนข้างนอกยังโปรยปราย รู้สึกคนหน้าตาดีของผมจะยุ่งกับการรับสายโทรศัพย์จนแทบไม่มีเวลากินข้าว
ดีแล้วหล่ะ ถ้าเป็นคนที่รักกันผมคงวิตกและกลุ้มในทุกๆคืนแน่นอน
มีดาราดีเจของคลื่นดังคนนึงมาชอบและชวนออกเดทเขาอยู่ตอนนี้ มันคงไม่แปลกหรอกในเมื่อทุกวันนี้ มีแค่คนสองกลุ่มเท่านั้นที่สามารถเลือกสรรอะไรด้ดั่งใจ
คนหน้าตาดี กับคนดังเท่านั้นกระมัง....
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลังทานข้าวกันเสร็จเรามักจะอ้อยอิ่งและมีอะไรกันก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านทุกครั้ง
เซ็กส์ บางครั้งก็เป็นตัวช่วยและกระชับให้ความสัมพันธ์เราแน่นแฟ้นและชัดเจนขึ้น แต่คงไม่ใช่ครั้งนี้และต่อๆไป
ผมก้าวลงจากรถของเขา เรื่องบังเอิญอีกอย่างคือ บ้านเราอยู่ใกล้กัน ข้อความของผมถูกส่งไปและถูกส่งเข้ามาในไม่นาน นั่นมันทำให้ผมยิ้มและมีความสุขใจอย่างประหลาด อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ใช่ผมที่คิดไปฝ่ายเดียว
" Sure...Alway alway" ...นี่คือข้อความที่ผมได้กลับกลับมาจากเขาคนนั้น

ปล..เรื่องพม่าว่างๆจะเอามาลงให้อ่านนะพี่น้อง..




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550   
Last Update : 20 มิถุนายน 2550 14:57:53 น.   
Counter : 349 Pageviews.  


สะพายเป้...ไปเหล่พม่า

Dusit inya lake เป็นโรงแรมค่อนข้างหรู ที่นี่ด้านหลังโรงแรมเป็นทะเลสาปอินยา กว้างสุดสายตาด้านตรงข้ามโรงแรมเป้นหมู่บ้าน สงสัยวันนี้มีงานบุญที่วัด เสียงพูดประกาศใส่ลำโพงดังแว่วมาได้ยินชัดเจน ทำให้คิดถึงบรรยากาศของงานบุญตามต่างจังหวัดของบ้านเรา
หลังจากนอนพักเอาแรงได้สักสองงีบผมก็จัดแจงแต่งตัวออกไปสำรวจบ้านเมืองในย่างกุ้งกันสักหน่อยแล้ว ผมเลือกจะเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางซึ่งพนักงานของโรงแรมบอกให้เราเดินออกไปรอรถที่หน้าถนนใหญ่ซึ่งห่างจากโรงแรมประมาณ 400 เมตรค่ารถตกคนละ 100 จั๊ตคิดเป็นเงินไทยราวๆ 3 บาท เท่ากับราคาค่ารถของ ขสมกบ้านเราเมือ 6-7 ปีที่แล้ว
"what you look?" ชายพม่าในชุดทหารสีเขียวถามผมหน้าตาดุดันขณะผมใช้สายตาสอสดส่องเข้าไปข้างในนั้น ขณะเดินจะไปขึ้นรถโดยสารประจำทางผมรู้ที่นี่ทหารปกครองประเทศกะอีแค่ผมใช้สายตาสอดส่องด้วยความสงสัยใคร่รู้แค่นี้ทำไมต้องเสียงดุใส่กันขนาดนี้ด้วยหว่า
รถโดยสารเก่าๆที่โล๊ะมาจากญี่ปุ่นควบปุเลงปุเลงพาผมและผู้โดยสารแน่นรถมาถึงตัวเมืองในเวลาไม่นาน รถผ่าน people park และเจดีย์ชเวดากองที่มองเห็นได้จากไกลๆด้วยความโดดเด่นสีเหลืองทองอร่าม แต่ผมเลือกท ี่จะไปลงแถวๆสุเหร่พญา เจดีย์สวยอีกที่นึงที่ข้างในก่อนเพื่อจะหาซื้อตั๋วรถโดยสารไปมัณฑะเลย์พรุ่งนี้ตอนบ่ายๆ ผมสะกิดชายฟนุ่มที่ยืนข้างๆพร้อมชี้มือไปยังเจดีย์สีทองข้างหน้าว่าใช่เจดีย์สุเหร่พญาหรือเปล่า เขาพยักหน้าและบอกให้เราลงรถที่ป้ายนี้
แค่เที่ยงกว่าๆทำให้ผมไม่ต้องรีบอะไรมากมาย ใช้เวลาตอนนี้เดินเล่นรอบๆเมืองก่อนดีกว่า พ่อค้าแม่ค้าร้องตะโกนโหวกเหวกเรียกร้องเชิญชวนให้เข้าไปดูไปซื้อสินค้าของตัวเอง เท่าที่สังเกตที่นี่ร้านตั้งโต๊ะเล็กๆแบบโต๊ะญี่ปุ่นตามข้างทางจะเยอะมากขายพวกชากาแฟและของทานเล่นและแทบทุกร้านคนจะเยอะซะด้วยซิเดี๋ยวต้องลองนั่งดูบ้างซะแล้ว
แวะผ่านร้านข้าวเล็กๆในซอยคนนั่งกันแน่น เหมือนท้องไส้จะรู้ใจรีบร้องโกร้กกร้ากบอกว่านายจ๋าหิวข้าวแล้วนะ ทำให้ต้องตัดสินใจแวะเข้าไปเมียงมองดูว่าพอจะกินไหวหรือเปล่า
ลักษณะคล้ายร้านข้าวขาหมูข้าวหมูแดงเหมือนบ้านเรา แต่น้ำซอสที่ราดนั่นสิชุ่มโชกแทบจะเป็นราดหน้า แต่เอาเถอะไหนๆก็มาแล้วลองดูหน่อยละกัน
ลองเชคราคาดู จานนุงตกราวๆ 20 บาทเอง
แต่พระเจ้าจอร์จ ทั้งเขียงและมือคนทำชุ่มเลอะไปด้วยเศษเนื้อและผัก ทุกอย่างหยิบจับด้วยมือก่อนที่จะเทราดด้วยซอสสีแดงบนจานข้าว ลูกมือของแกตักน้ำซุปสีคล้ำๆแถมมาให้ 1 ถ้วยใหญ่
แกยิ้มเห็นฟันสีดำและน้ำหมากสีแดงเต็มปาก แล้วนี่แกเผลอทำเศษน้ำหมากหยดลงไปในน้ำแกงด้วยหรือเปล่านะ....อึ๋ยแค่คิดก็เสียวแล้ว
เพื่อนที่มาด้วยทำหน้าเหมือนจะอ้วกขณะตักข้าวคำสองคำลงในลำคอ ส่วนผมกินไปแบบพยายามลืมรสชาดของมัน จริงๆแล้วมันก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่หรอก แต่เรื่องความสะอาดแล้วมันห่างไกลกันมากผมสั่งมาอีกจาน คราวนี้เอาข้าวเปล่าๆ และไก่ทอดสับเป้นชิ้นๆ ไม่ต้องราดน้ำซอสนั่น คราวนี้พอกินได้สะดวกใจหน่อย รอดตายไปอีกหนึ่งมื้อ เชคบิลมาราคาทั้งหมด 2100 จั๊ต ผมว่ามันแพงไปนะสำหรับมื้อนี้ เพราะหลังจากนั้นผมก้ได้ลองกินอะไรที่ถูกและดีกว่า เช่นบางมื้อกับ 2-3 อย่างข้าวเปล่า2 จานผมจ่ายไปแค่ 1000 จั๊ตหรือราวๆ 30 กว่าบาทเท่านั้นเอง..


ดอกไม้สำหรับไหว้พระที่เจดีย์ชเวดากอง



มุมสบายที่ทะเลสาปอินยาเลค



หัวลำโพงของพม่า จอแจและอับมากๆ


สุเหร่พญาเจดีย์ แถวศาลาว่าการย่างกุ้ง







โปสเตอร์หนังคล้ายๆเรื่อง saving private ryan..




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2550   
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 23:32:03 น.   
Counter : 326 Pageviews.  


สะพายเป้...ไปเหล่พม่า

ทริปไปพม่าครั้งนี้ของผมถูกกำหนดและเปลี่ยนแปลง

หลายครั้ง บางเหตุผลเพราะเพื่อน ลางานไม่ได้ บางเหตุผล

ใครบางคนหายไปโดยลืมคำมั่นสัญญา

จนมาลงตัวและคอนเฟิร์มแน่นอนตอนปลายเดือนแห่ง

ความรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปและยัง หอมหวลอบอวลรักลอย


กรุ่นให้ได้กลิ่นบ้างเจืองจาง

ไฟลท์ FD 3770 ออกจากกรุงเทพราวๆ 7 โมงกว่าๆอาการ

งัวเงียง่วงนอนกำลังเริ่ม

เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลยเพราะสาละวนกับการจัด

กระเป๋าเดินทาง อาการกลัวโน่นกลัวนี่ ไม่มีนั่นไม่มีนี่ เอ

ยะแยะไปหมด สำหรับการเดินทางมาพม่าครั้งแรกของผม

ลองมาย้อนอดีตสัก 50-60 ปีของเราเหมือนที่พม่าเป็นอยู่

ตอนนี้ดีไหมครับ

พม่าเป็นประเทศที่ใหญ่มีพื้นที่มากที่สุดใน South east

asia มีพื้นที่ราวๆ หกแสนตารางกิโลเมตร สินค้าส่งออกที่

สำคัญคือไม้และอัญมณีพวกพลอยและไพลินรวมทั้งหยก

ต่างๆ ชายแดนมีทั้งติดไทย ลาว จีน อินเดีย ผู้คนหลาก

หลายเชื้อชาติ หลายภาษา แต่ สำหรับผมแล้วผมว่าคน

พม่ามีเค้าโครงหน้าและวัฒธรมมาจากอินเดียเยอะพอ

สมควรมากกว่าไทยเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงคู่รักคู่แค้นกัน

มาในอดีตก่อนๆ
เครื่องบินใช้เวลาเดินทางราวๆ 1.30 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบิน

ของย่างกุ้งชื่อ มินกะลาดง อาคาร สูงสองชั้นข้างใน

ตกแต่งแบบเรียบๆแต่ดูสะอาดตาดี เจ้าหน้าที่ไม่ซักถาม

อะไรมากนักนอกจากเปิด ดูพาสปอร์ตและประทับตราลง

ไป ไม่ยักกะเคร่งครัดเหมือนที่คิดไว้แฮะ

ไกด์บุ้คเล่มหนึ่งบอกเอาไว้ว่าจากสนามบินไปในตัวเมือง

เขาจ่ายค่าแท็กซี่แค่ 3 เหรียญเองแต่คราวนี้ผมกลับต้อง

จ่ายถึงเท่าตัว

"โอ้ย ยูนั่นมัน 2-3 ปีที่แล้วนะ" คนขับแท๊กซี่บอกขณะต่อ

รองราคาหรือเป็นเพราะเขาเห็นผมพักโรงแรมหรู 5 ดาวก็

เป็นได้ทริปนี้ของผมดีหน่อย โรงแรมที่พักในย่างกุ้งคือ

ดุสิต อินยาเลค ใช้เวลาเดินทางราวๆ 15 นาทีเองเป็น

โรงแรมในเครือของดุสิตธานีที่กรุงเทพ หรูหราไม่เบาที

เดียวแหละแต่สำหรับ มัณฑะเลย์ พุกามและทะเลสาปอิน

เลแล้ว ผมคงต้องพักเกสเฮาท์ถูกๆแล้วหล่ะ งบมีไม่มาก

มายพอหรูได้ตลอดทริป
คนขับแท็กซี่มาพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่พูดอังกฤษ

เก่งกว่าเพื่อที่จะขายอะไรต่อมิอะไรให้ผม สองข้างทางที่

ผ่านจะเห็นคนพม่าชายหญิงหิ้วปิ่นโตไปทำงานหรือไป

โรงเรียนด้วย เวลาที่นี่ช้ากว่าเมืองไทย30 นาที อากาศ

ปลายเดือนกุมภาพันธ์ร้อนนิดหหน่อยแต่ไม่ชื้นเหมือนบ้าน


เรา ทำให้ไม่ค่อยเหนอะหนะตัวเท่าไหร่นัก

ผมขอเบอร์โทรติดต่อกับคนขับแท็กซี่นั้นแต่เขาอ้างว่าจะ

ไปธุระตอนบ่ายคงไม่สะดวกในออฟฟิศเท่าไหร่ ราคาที่

ตกลงกันไว้พรุ่งนี้สำหรับไป-กลับ ย้างกุ้ง-บาโกที่มีพรนอน

องค์ใหญ่ 40เหรียญมันค่อนข้างเยอะ

บางทีผมอาจจะจะได้ราคาถูกกว่านี้ก็เป็นได้

ราคาแลกเปลี่ยนเงินตราที่ได้วันนี้คือ 1 ยูเอสเท่ากับ

1200 จั๊ตและอาจจะถูกลงมาบ้างถ้าเป็นธนบัตร ใบเล็กๆ

อย่าง1,5,10,20 เหรียญยูเอส













รถญี่ปุ่นสภาพกลางเก่ากลางใหม่โละมาจากญี่ปุ่นเพื่อใช้เป็นรถโดยสารสาธารณะที่ย่างกุ้ง




ซิตี้ฮอลล์ แถวๆสุเหร่พญา



สถาปัติยกรรมแบบไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ





แม่ค้าขายมะละกอแถวๆศาลาว่าการเมืองย่างกุ้ง



ทะเลสาป อินยาเลคด้านหลังโรงแรมที่พัก



สระว่ายน้ำโรงแรม หรูดี




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2550   
Last Update : 6 มิถุนายน 2550 21:20:06 น.   
Counter : 371 Pageviews.  


สวัสดีห้วงเวลาดีดีของชีวิต




...




`สวัสดีห้วงเวลาดีดีของชีวิต" ฉันควรจะกล่าวอย่างนี้เวลารู้สึกดีดีกับตัวเองใช่ไหม?

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง มันกลับเป็นช่วงว้าวุ่นและอ่อนล้าในใจตัวเองมากมายต่างหาก

แต่ห้วงเวลาดีๆแบบนี้แหละที่รู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งและพร้อมจะอยู่คนเดียวได้..

ห้องที่คุ้นเคยและอบอุ่นของฉันนั่นล่ะเป็นไงมั่ง ? แกจะคิดถึงอย่างที่ฉันคิดถึงแกไหม

นะ? ในความเป็ฯจริงแล้ว ฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่าฉันจะหยุดรอนแรมและกลับไปเอน

กายอย่างสบายตัวกับแกได้อีกเมื่อไหร่...

วันนี้ฉันใช้เวลาเกือบทั้งวันลอยตัวอยู่กลางท้องทะเลสีคราม กับทรายหาดบางตาผู้คน

มันอาจจะสนุกกว่านี้ถ้าไม่ใช่เป็นการมาทำงานแทนที่จะเป็นการพักผ่อนอย่างที่ควรจะ

เป็น...

ห้วงเวลาดีดีของชีวิต ฉันอยากจะเรียกและใช้คำนี้บ่อยๆกับตัวเอง แต่ในความเป็นจริง

แล้ว แกก็ไม่ต่างจากตัวฉันสักเท่าไหร่หรอกที่รอนแรมไปเรื่อย เอาแน่นอนอะไรมากไม่

ได้นัก..

อากาศยามเย็นของวันฉันหลบความวุ่นวายมาแหวกวว่ายเล่นน้ำทะเลพร้อมขีดเขียนเรื่องราว

ต่างๆ เฮ้อ ฉันมีเวลาเป็นตัวของตัวเองสักที และแกก็แว้บเข้ามาทักทายฉันเบาๆแกหอบเอา

ความเหงามาด้วยทำไมนะ? ฉันเข้าใจและรู้สึกนั่นอย่างมั่นใจ

ฉันได้ถามคนรักเก่าคนนึงของฉัน ในวันที่เขาพยายามชวนฉันไปเจอและนั่งดื่มกาแฟกัน

กี่ปีแล้วนะ จะ 2 ปีแล้วกระมัง กว่าฉันจะผ่านห้วงเวลาเลวร้ายของขีวิตผ่านไปได้

แต่จู่ๆคนที่ทำให้เรื่องต่างๆเลวร้ายก็กลับเข้ามา ฉันอดถามกลับไปไม่ได้ว่าการกลับเข้ามาใน

ชีวิตของกันและกันอีกครั้ง มันจะเป็นการสร้างเรื่องดีดีและหรือเลวร้ายอีกครั้งหนึ่ง

ถ้าการกินกาแฟเฉยๆ อาจเพราะไม่มีใครให้นั่งด้วย ความเหงาและคิดถึงวันเก่าๆหรืออะไร

ช่วยบอกที ฉันจะได้ปรับสถานะของตัวเองได้

"ก็แค่นั่งกินกาแฟ" ......เขาบอก

ฉันคิดมากเกินไปหรือเขาเองที่ทำทุกอย่างให้มันง่ายจนเหมือนไม่มีความหมายของชีวิตกัน

แน่นะ ..

แต่เธอจ๊ะ การรอคอยห้วงเวลาดีดีของชีวิตกว่ามันจะผ่านเข้ามาแต่ละทีช่างแสนนานและยากเย็น

เต็มที

ฉันรู้ซึ้งและเพีบงพอแล้วกับความเสียใจที่เคยเกิดขึ้น ถ้าคำถามง่ายๆกลับได้คำตอบที่เป็นเพียง

ฝุ่นอากาศจับต้องและรู้สึกอะไรไม่ได้อย่างนี้

บางทีฉันว่า แค่น้ำเปล่าเย็นๆก็ทำให้ฉันชื่นฉ่ำหัวใจแล้วล่ะ

..เธอว่าไหม คนดี......




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2550   
Last Update : 1 มิถุนายน 2550 22:09:55 น.   
Counter : 331 Pageviews.  


หมดเวลาให้หัวใจไปรักใคร

ผมใช้เวลาตอนสายๆของวันจมเจ่าอยู่ที่สนามบิน การเดินทางตลอดทำให้ผม

แทบจะไม่มีเวลาที่จะใช้ร่วมกับใคร ไม่ว่าการเดินช้อปปิ้ง กินข้าว หรือดูหนัง

แต่สิ่งที่ได้มาคือการได้อยู่กับตัวเองและมีเวลาตอบคำถามตัวเองว่าเรามีความ

สุขหรือพอใจกับตัวเองตอนนี้ แค่ไหน

ฝนโปรยปรายมาอีกแล้ว อุตส่าดีใจกับแดดลมตอนเช้าได้ไม่นาน เครื่องบิน

โดยสารใกล้ออกเดินทางแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงผมคงไปยืนเคว้งอยู่ในที่แปลกตา แปลก

ถิ่นอีกครั้งนึง

ตั้งแต่คราวโน้นจบลง ผมก็เลือกที่จะใช้วิธีเดินทางบำบัดความเหงาและความทรง

จำเลวร้ายนั่นให้กับตัวเอง จนเพื่อนฝูงสังเกตเห็นความผิดปกตินั่น

แต่ไม่ใช่เพราะใครคนนั้นอย่างเดียวหรอกนะที่ผมเลือกจะจากไกล แต่เพราะความห่าง

ไกลนั้นสอนให้ผมรู้จักความคิดถึงและห่วงหามากขึ้นต่างหาก..

ใครอีกคนเข้ามาในชีวิตสอนและบอกให้ผมเรียนรู้ที่จะรักใครอีกคน อีกครั้ง นอกจากรัก

ตัวเองเหมือนที่เคยเป็นมา

แปลกนะที่ผมไม่เคยคาดหวังอะไรกับรักครั้งนี้ แตารักครั้งนี้ก็ยืนยาวและไปได้ดีกว่าทุกครั้ง

เราเจอกันไม่บ่อย บอกรักหรือคำหวานๆไม่กี่ครั้งในรอบปี แต่ผมก็เชื่อว่าเราต่างรักกันและกัน

ข้อความจาก เอสเอ็มเอส ดังขึ้นจากเบอร์ที่คุ้นเคย

"ทางที่แสนไกลมันคงทำให้เราคิดถึงกัน

แต่ทางที่แสนไกล ไม่อาจปิดกั้นใจ

ของฉันที่มีให้เธอคนนี้ตลอดไป "ล

อากาศหนาวจริงๆหรือเพราะอารมณ์มันหนาวไปกับสายฝนที่พรั่งพรูภายนอกจนขาวโพลนหรือ

เปล่าไม่แน่ใจ

ผมเลือกที่ไม่โทรบอกใครคนนั้น เจ้าหน้าที่ประกาศให้ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด ขณะเครื่องบิน

ลำใหญ่กำลังทยานขึ้นเหนือพื้นรันเวย์

บนฟ้าสูงสุดกลับแดดจ้าสดใส

ขอบคุณอะไรดีนะ ความเหงา ความห่างไกล หรือความสัมพันธ์บางๆแต่อบอุ่นนั่นที่ทำให้เราคิด

ถึงกันและอุ่นใจทุกครั้งกับคำหวานๆซึ้งๆ

มันอาจไม่ใช่ความรักยืนยาวอะไร หรือิอาจจะเป็นแค่ความเหงาหรือไม่มีใครในตอนนี้ ที่ทำให้เรารู้สึกดี

ต่อกัน

แต่การได้คิดถึงกันและกันในวันที่เหงาๆก็ทำให้ผมยิ้มได้...













 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2550   
Last Update : 15 พฤษภาคม 2550 0:40:50 น.   
Counter : 528 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Bear leader
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ทานตะวัน - ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี

เดินๆ เล่นๆ บนผืนโลก

ในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง
หลังจากหลับไหลมาแสนนาน
ฟ้ากำลังเปล่งสีส้มอ่อน
เมื่อคืนความฝันได้พาผมไป
หลากที่มากมาย..
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด..
ผมสงสัยว่า..
ผมมีชีวิตก่อกำเหนิดขึ้นมาเพื่ออะไร??
เช้าที่แสนมหัศจรรย์ของวันนี้
ผมรู้แล้วหล่ะ
ผมเกิดมาเพื่ออะไร...
..เพื่อ...ได้รู้..ได้เห็น

[Add Bear leader's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com