เดิน เดิน เล่น เล่น บนพื้นโลก
 
เดียวดายกลางสายลม วัยฝันวันเยาว์

ในวันที่แสนเหงาของฤดูหนาวเมื่อยามเด็ก ฉันยังไม่เข้าใจการพลัดพรากหรือการจากลา

แต่วันที่เสียงลมหนาวอุดอู้ พ่อแม่และพี่ๆน้าๆไปทุ่งนาเพื่อเก็บเกี่ยวข้าวที่สุกเหลือง โดย

ปล่อยให้ฉันเล่นขายของลำพังข้างต้นตะแบกใหญ่ที่ดอกของมันกำลังออกดอกสีม่วงเด่น



ณ วัยหกขวบของฉันตอนนั้น ฉันรู้สึกถึงความเหงาอย่างบังเอิญ เป็นความรู้สึกครั้งแรกๆ

หลังจากงานศพย่าเพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน

ตอนเด็ก ฉันมักจะฝันร้ายและไม่สบายๆบ่อยครั้งเสมอ ฉันไม่รู้ทำไม หลังจากฉันเริ่ม

รู้จักความเหงา สิ่งที่สองที่ฉันได้เรียนรู้จากการฝันร้ายคือความโดดเดี่ยว

ธรรมชาติกำลังสอนฉันให้เรียนรู้ความเจ็บปวดที่มีอยู่ในโลกนี้หรือยังไงนะ ??

ฉันได้แต่ถาม ถามตัวเอง ถามท้องฟ้า บางครั้งก็ถามเอากับสายลมที่มีแต่ความว่าง

เปล่า....



ฉันค่อยๆเติบใหญ่ทีละนิดละนิด โดยมีแม่และพ่อคอยบอกเสมอว่า ฉันเป็นสิ่งมีค่ามากที่สุดที่

พวกเขารอคอย และคอยบอกฉันให้แบ่งปันความรักที่มีให้แก่คนอื่นๆที่เรารักและรักเรา

แต่นอกเหนือจากความเหงาและความโดดเดี่ยวที่ฉันได้ซึมซับมันมาแล้ว ฉันยังไม่รู้สึกถึง

ความรักเลยว่าเป็นยังไง



ฉันได้แต่หวัง สักวันฉันจะต้องรู้จักความรัก ว่าเป็นยังไง?




มันจะเหมือนน้าชายของฉันไหมนะ ที่หลงรักสาวข้างบ้านคนนึง วันสุดท้ายก่อนที่น้าจะหนีออกจาก

บ้านฉันแอบเห็นเขานั่งเหม่อลอยอยู่ที่สวนหลังบ้าน ก่อนวันที่สาวคนนั้นจะแต่งงานกับหนุ่มต่างถิ่น

คนนึง

ถ้าความรักต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดแบบั้นแล้ว พวกผู้ใหญ่ทำไมยังจะสั่งสอนแนะนำให้เด็กอย่าง

ฉันรู้จักมันด้วยนะ ไม่เข้าใจจริงๆ



วันหนึ่งฉันก็ได้รู้จักความรัก และความสูญเสียในเวลาไล่เรี่ยกัน วันที่พ่ออุ้มน้องหมาตัวน่ารักมาให้เลี้ยง

พ่อบอกว่าฉันจะได้ไม่เหงา เวลาพวกพี่ๆไปโรงเรียนกันหมด



ปุกปุยคือชื่อของหมาตัวนั้น ฉันยังจำมันได้ดี มันชอบกระดิกหางเสมอ เวลาฉันอุ้มมันมากอด แม่มักแอบ

ดุเสมอถ้าฉันแอบเอาปุกปุยมานอนบนเตียง

"เดี๋ยวจะได้กลายเป็นหมาอีกตัวพอดี " แม่มักบ่นแบบนี้เสมอ แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร

ปุกปุยมักจะชอบร้องเพลงในคืนเดือนหงาย เสมอ จนฉันรำคาญเพราะฉันฟังมันไม่รู้เรื่อง แต่พ่อบอกว่า

เขาไม่เรียกว่าร้องเพลงหรอกน่ะ เขาเรียกว่ามันเห่าและหอน เป็นธรรมชาติของมันที่ได้ยินเสียงคลื่นความ

ถี่สูงๆที่มนุษยือย่างเราไม่สามารถได้ยิน



พ่อยิ่งพูดฉันยิ่งงง อะไรก็ไม่รู้ พวกผู้ใหญ่ชอบพูดอะไรที่เข้าใจยาก






วันหนึ่งปุกปุยหนีออกจากบ้านไปวิ่งเล่นซะไกล พวกเราทุกคนที่บ้านตามหาจนทั่ว จนกระทั่งเย็นค่ำ ฉันร้องเรียก

ชื่อของมันจนแทบไม่มีเสียง จนป้าข้างบ้านมาบอกว่า ปุกปุยโดนรถเหยียบตายนอนอยู่ข้างถนนหน้าบ้านแก

ฉันรบเร้าให้แม่กะพ่อพามันไปโรงพยาบาล ที่นั่นมียาวิเศษ ที่ทำให้ปุกปุยหายได้ แม่โอบกอดฉันเบาๆและบอกว่า

มันช้าเกินไปแล้วหล่ะ ปุกปุยหลับสบายแล้ว ฉันได้แต่ปล่อยโฮ ไม่ยอมท่าเดียว

แต่บางที ปุกปุยอาจจะไปอยู่บนดาวดวงเดียวกับเจ้าชายน้อยก็เป็นได้ ฉันแอบคาดหวังถึงเจ้าชายที่แอบเปิดดูใน

กระเป๋าโรงเรียนของพี่ชาย




โลกนี้มาดาวอีกกี่ดวงนะ แล้วย่าล่ะจะไปอยู่ดวงไหนนะ ปุกปุยยังสามารถร้องเพลงในคืนที่พระจันทร์ทอแสงนวลตา

ได้อยู่หรือเปล่านะ

แม่อุ้มฉันวางไว้บนเก้าอี้ตัวเล้กๆ และเริ่มเล่านิทานเรื่องเจ้าชายน้อยอีกครั้ง น้ำตาฉันยังเปียกแฉะและยังสะอื้นไห้

เปียที่ถักไว้หลุดลุ่ยจนแม่ต้องถักให้ใหม่ สัมผัสของแม่ที่มีต่อฉันช่างนิมนวลและอบอุ่นซะเหลือเกิน




"แม่จ๋า ปุกปุยกับย่าและน้าเขาไปรอเราที่ดาวอีกดวงแล้วใช่ไหมจ๊ะ" ฉันถามแม่เบาๆ

และเฝ้าฝันจินตาการถึงดวงดาวแห่งความรักและความอบอุ่นในนิยายที่แม่เพิ่งเล่าให้ฟังเมื่่อสักครู่

"ใช่จ้ะ แต่หนูต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะก่อนถึงจะไปได้"แม่บอกเบาๆ

แม่พูดเหมือนพ่ออีกแล้ว ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมพวกผู้ใหญ่ชอบพูดอะไรยากๆอยู่เรื่อยเลยนะ



และฉันต้องเรียนรู้อะไรอีกบ้างล่ะ ฉันได้แต่ถามตัวเองเบาๆ ขณะยกชายเสื้่ออีกข้างขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ยังไม่แห้งดี

ขณะสีเทาแมวตัวเดียวในบ้านเข้ามานัวเนียใกล้ๆเหมือนคอยปลอบใจให้ฉันหยุดร้องไห้อีกคน







ps. แรงบันดาลใจมาจากภาพการ์ตูนต่างๆที่คอยเซฟเก็บไว้และคิดว่าวันนึง

มันจะมีเรื่องเล่าสักเรื่อง อย่างนี้


Create Date : 05 พฤษภาคม 2551
Last Update : 5 พฤษภาคม 2551 5:01:43 น. 7 comments
Counter : 1295 Pageviews.  
 
 
 
 
นี่แหละสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า มนุษย์
 
 

โดย: จอมมารขาวดำ วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:27:16 น.  

 
 
 
จะบอกว่า ปุกปุยเนี่ย เป็นชื่อของเพื่อน

คงไม่ทำให้เศร้านะคะ ที่พูดถึงปุกปุย
 
 

โดย: จอมมารขาวดำ วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:11:10 น.  

 
 
 
ภาพการ์ตูนประกอบน่ารักมาก...

เขียนเรื่องได้ดีจัง อ่านแล้ว..(.ยิ้ม )
(อยากเขียนเป็นบ้าง)

ช่วงนี้ว่างรึงัย ??? แต่.. ดีจัง มีเรื่องเขียน น่ารัก น่ารักให้อ่าน
ชอบอ่านเรื่องที่ Bear leader เขียนนะ ว่างๆ จะแวะไปอ่านอันเก่าๆ ;)


""""" ไม่เคยกินลูกวัวเลยง่ะ เคยกินแต่ลูกคน ฮ่า ฮ่า


ปล. วันนี้ถักเปียเองเป็นยังเอ่ย ????

 
 

โดย: ช่อชบา (HHG ) วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:18:26 น.  

 
 
 
คิดเอาไว้ว่าไปเที่ยวเชียงใหม่

มีสถานที่พัก กิน แนะนำป่าวจ๊ะ

ขอบคุณล่วงหน้าเน้อ
 
 

โดย: ช่อชบา (HHG ) วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:18:00 น.  

 
 
 
ชอบกินเหมียนๆ กันแบบนี้ไปเที่ยวด้วยกันไม่ได้นะ

เด๋วแย่งกัน แย่เลย


ยังไม่รู้ว่าจะไปวันไหนแน่ๆ กะว่าเดือนนี้น่ะเจ้า
ว่างปุ๊ป จะซื้อตั๋วไปเลย เพราะวางแผนทีไร อดไปทู๊กที

บอกมาเลย อาหารตา อาหารใจ ขอใส่ชูรสเยอะเลยนะ
 
 

โดย: HHG วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:00:05 น.  

 
 
 
มาทวงที่ กินเที่ยว นอน

บอกมาซะเดี๋ยวนี้

จะไปแล้ว ค๊า



ถ้าไม่ยอมบอกกันดีๆ ...

ขอให้...........โอมเพี้ยง ฮ่า ฮ่า
 
 

โดย: ช่อชบา (HHG ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:07:57 น.  

 
 
 
โอ๊ย ๆๆ รีบให้แวะไปข้อมูลอย่างดีเลยเชียว

กลัวโดนแช่งเหรอเจ้าค่ะ

มีบุญได้ไปเมื่อไหร่จะมาอวดให้อิจฉาเล่นๆนะจ๊ะ


ขอบคุณค๊า (สำหรับข้อมูล)
 
 

โดย: HHG วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:52:47 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Bear leader
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ทานตะวัน - ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี

เดินๆ เล่นๆ บนผืนโลก

ในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง
หลังจากหลับไหลมาแสนนาน
ฟ้ากำลังเปล่งสีส้มอ่อน
เมื่อคืนความฝันได้พาผมไป
หลากที่มากมาย..
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด..
ผมสงสัยว่า..
ผมมีชีวิตก่อกำเหนิดขึ้นมาเพื่ออะไร??
เช้าที่แสนมหัศจรรย์ของวันนี้
ผมรู้แล้วหล่ะ
ผมเกิดมาเพื่ออะไร...
..เพื่อ...ได้รู้..ได้เห็น

[Add Bear leader's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com