เดิน เดิน เล่น เล่น บนพื้นโลก
 
รัก....บนสายรุ้ง ตอนที่ 4



โทรศัพย์ดังนานมากกว่าปลายสายเสียงจะรับสาย คนที่อึกอักอ้ำอึ้งกลับกลายเป็นผม ทุกอย่างมันจุกอยู่ที่ลำคอยากจะเปล่งเสียงออกมาได้
"สบายดีนะ" คำถามเชยๆพื้นๆหลุดออกมา
"ก็ดี" ทางโน้นตอบมา
"มีคนใหม่เข้ามาในชีวิตหรือยัง" ผมถาม
"เอาเวลาไหนมาเจอใครล่ะ วันๆทำแต่งาน" เขาตอบเหมือนทองไม่รู้ร้อนจนผมเองอดรนทนไม่ไหว
"แล้วพี่บีล่ะเป็นใคร?"
เขาเงียบเสียงไปชั่วขณะคงคิดไม่ถึงว่าผมจะแอบไปรู้เรื่องระหว่างเขากับพี่คนนั้นได้...
"พี่รู้จักเขาหรือ แล้วได้เสียกันหรือยัง?" เขาถามเสียงรัวเหมือนว่าผมได้ไปยุ่งเกี่ยวกับคนของเขา
ผมอยากจบบทสนทนาหรือวางหูไปเฉยๆ เขาแคร์คนคนนั้นจนลืมไปว่าก่อนหน้านี้ ผมกับเขาเคยรู้สึกดีดีต่อกัน
"รู้จักกันนานแค่ไหน" ผมถาม
"ก็ 8 เดือนมั้ง "
"ชน รักเขาไหม?" ผมกลั้นใจถามคำถามนั้นออกไป

.......


"ก็..รักอ่ะ"

...

" แล้วระหว่างเราล่ะ"
"ไม่อ่ะ" เขาตอบสั้นๆแต่ช่างบาดลึกไปถึงข้างในเสียจริงๆ

"แล้วที่มีอะไรกัน ผมบอกพี่ล่ะกันว่าผมไม่คิดอยากจะมีอะไรกับพี่แม้แต่ครั้งเดียวเลย พี่เองที่เป็นฝ่ายร้องขอถ้าพี่คิดว่านั่นคือความรักล่ะก็ คิดผิดแล้วหล่ะ" ...

เสียงของเขายังคงเจื้อยแจ้วเหน็บแนมผมไปไม่หยุด แต่ผมหูอื้อตาลาย น้ำตามันปริ่มออกมาเกือบเต็มตาแล้วนี่ผมเป็นฝ่ายร้องขอหรอกหรือ ในเมื่อเขาเองที่มาหาผมถึงที่ห้อง และผมก็ไม่เคยขัดขืนหรือปลุกปล้ำเขาแม้แต่ครั้งเดียว....
"น้ำลายตัวเองน่ะ ขากถุยลงพิ้นแล้วอย่าเก็บมากินอีก พูดอะไรออกไปขอให้เป็นคำพูดด้วย" เขายังเหน็บแนมผมไม่หยุด
"พี่ขอโทษ" สาบานจริงๆว่าผมพูดได้แค่คำนี้คำเดียวทั้งๆที่โกรธแสนโกรธ เกลียดแสนเกลียด แต่ไม่รู้จะเอ่ยคำไหนออกมามันตื้อไปหมด
ก่อนจะวางหู คำพูดสุดท้ายที่ทำให้ผมเจ็บปวดและเสียใจที่สุดคือ
"สำหรับเซ็กส์ที่ผ่านมา ผมถือซะว่าให้หมามันกิน"
ผมปล่อยโฮสุดเสียงหลังจากวางหูพร้อมกับความอัดอั้นที่เก็บมานาน
ไอ้เหี้ย มีงหลอกกู" ....
ผมฟูมฟายเหมือนคนบ้า เสียใจไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บใจนี่สิ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากคนที่รักมากที่สุดได้ก็ดี ที่มันจะทำให้ผมตัดใจได้ง่ายและเร็วขึ้น
เวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น....ใครๆก็พูดอย่างนั้นแต่จะมีใครรู้บ้างว่ากว่าจะผ่านเวลานั้นไปได้เราต้องเยียวยาแผลใจสักเท่าไหร่ล่ะกว่าหัวใจถึงจะดีดังเดิม


"ไอ้น้ำ เฮ้ย ต้นน้ำ เหม่ออะไรวะ" รุจน์น่ะเองโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ขณะผมกำลังเพลินกับความคิดต่างๆนานา ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของฟิตเนสที่เป็นสมาชิกอยู่ผมอดที่จะแอบชำเลืองมองหุ่นกำยำของรุจน์ไม่ได้ เออ..นี่ผมจะมัวมาเล่นตัวเป็นสาวไทยโบราณไปทำไมนักหนานะ ในเมื่อรุจน์เองก็ต้องการจะมีอะไรกับผมได้ทุกเมื่อที่ผมต้องการ

"มองไรวะ ต้นน้ำ" นั่นไงผมหลบสายตาของมันไม่พ้นจริงๆ...

"เปล่า..เปล่า"
"เออ ต้นน้ำเล่นฟิตเนสเสร็จไปเที่ยวต่อกับเรานะ" รุจน์บอกชื่อผับที่คุ้นหู
คึกอะไรอยากเที่ยววันนี้วะ" ผมถามมัน
"เฮ้ย วันนี้วันเกิดเรา" มันบอกยิ้มๆก่อนจะแยกย้ายกันไปออกกำลังกายและนัดเจอกันราวๆ3 ทุ่ม..
ตอนแรกกะรอกกะจะมาด้วยแต่ช่วงนี้ใกล้สอบและสุขภาพไม่ค่อยดีด้วยผมเลยบอกเขาไม่ให้มา นอนพักผ่อน อ่านหนังสือสอบอยู่บ้านดีกว่า
...แต่ก็ดี..เหอๆ ผมจะได้อสระสักวัน....
รุจน์แต่งตัวซะหล่อ เนื้อตัวหอมฟุ้ง ริวแฟนของเขาและเพื่อนสองสามคนไปรอที่ร้านแล้วเวลาที่สองคนระหว่างรุจน์กับ ริวยืนข้างๆกันแล้วผมอดแอบอิจฉานิดๆไม่ได้ สองคนนั่นเหมาะสมกันเหลือเกิน สำหรับผมสิ ถ้ากระรอกมาด้วยคืนนี้ผมคงไม่เหงาไปมากกว่านี้...

รุจน์พยายามดึงผมไปยืนข้างๆ แต่ผมกลัวริวจะอึดอัดและเข้าใจผิดจึงพยายามเลี่ยงๆไปยืนเต้นกับกลุ่มเพื่อนๆของเขามากกว่า...

เป็นเพราะผมไม่ค่อยดื่มเท่าไหร่หรือรุจน์เองที่พยายามชนแก้วผมบ่อยๆทำให้ผมรู้สึกมึนๆและตาลายนิดๆ
"นายกับรุจน์เป็นเพื่อนกันจริงๆหรือครับ " เป้เพื่อนของริวถามผมยิ้มๆเหมือินมีเลศนัย
"ผมว่ามันต้องมากกว่านี้นะ" เขาหัวเราะพร้อมทั้งเต้นอย่างเมามันส์ไม่สนใจจะรู้คำตอบจากผมเท่าไหร่นัก...
สาธุขออย่าให้ไอ้รุจน์เมาและทำตัวเหมือนในรถคืนนั้นเลย...
ผับเลิกตอนตี 1กว่าๆ ริวดูเหมือนจะเมาน้อยกว่าคนอื่น รุจน์หน้าแดงก่ำ แต่ยังพอคุยกันรู้เรื่องอยู่ แต่ผมสิหัวหมุนติ้วๆ จะอ้วกอยู่รอมร่อแล้ว...
" ต้นน้ำ นายรอรเราอยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวเราเดินไปส่งริวกับเพื่อนๆที่รถก่อน" นานเท่าไหร่ไม่รู้แต่อากาศเย็นสบายข้างนอกก็ทำให้ผมรูสึกดีขึ้นมาหน่อย
รุจน์ขับรถช้าๆเหมือนรู้ตัวเองดี มืออีกข้างหนึ่งดึงมือผมไปกุมไว้
"เฮ้ย เราไม่ใช่ริวนะโว้ย" ผมแหย่มัน
แต่สีหน้ามันดูเครียดและจริงจังจนผมตกใจ
"นายเลิกพูดถึงริวได้ไหม เวลาอยู่กับเรา" มันพูดพร้อมทั้งหยุดรถทันที
"เราชอบนาย ..เราชอบนายต้นน้ำ" มันพูดพร้อมทั้งโน้มตัวตัวมาจูบปากผมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาย เป็นครั้งแรกที่ผมกอดรุจน์อย่างตั้งใจและเต็มใจ
"รุจน์ วันใดที่เราต่างไม่มีใคร นายไม่มีริว เราเลิกรักกับกระรอก เราค่อยมารักกันดีไหม?" ผมบอกมัน
"อืมมได้สิ แต่เราคงขับรถไปส่งนายไม่ไหว นายนอนค้างที่ห้องกับเรานะ " รุจน์บอกกับผมพร้อมทั้งออกรถไปอย่างรวดเร็ว
ผมหลับตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่นอนอยู่บนเตียงนอนในห้องที่ไม่คุ้นเคย ในร่างกายเหลือแค่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวโดยมีรุจน์ในสภาพที่ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ กำลังกอดก่ายและระดมจูบผมไปทั่งตัว
อารมณ์ผมกระเจิงจนเกือบจะหยุดไม่อยู่ แต่เรี่ยวแรงก็หดหายไปไหนไม่รู้ ความเมาทำให้รุจน์ไม่ฟังเสียงของผม ขณะผมเองก็แพ้ความปราถนาความใคร่ของตัวเองเช่นกัน
เสียงโครมครามหล่นกระจายของโต๊ะเครื่องแป้ง และที่นอน กว่าพายุสวาทจะจบลงได้ห้องทั้งห้องก็รกไปด้วยเสื้อผ้าของใช้เกลื่อนห้อง
รุจน์หลับสนิทด้วยความเมาและเพลีย ผมแต่งตัวและออกจากห้องมาอย่างเงียบๆระยะทางจากบ้านของรุจน์มาบ้านผมไม่ไกลนัก พอเดินหากันได้
พระจันทร์ตอนดึกส่องสว่างนวลตามทางเดิน ในที่สุดผมก็แพ้ แพ้ใจตัวเอง
"พี่ขอโทษนะครับ กระรอก" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะหลับลงไปในห้องนอนที่คุ้นเคยของตัวเอง

................



















Create Date : 23 สิงหาคม 2550
Last Update : 23 สิงหาคม 2550 2:24:24 น. 0 comments
Counter : 366 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Bear leader
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ทานตะวัน - ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี

เดินๆ เล่นๆ บนผืนโลก

ในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง
หลังจากหลับไหลมาแสนนาน
ฟ้ากำลังเปล่งสีส้มอ่อน
เมื่อคืนความฝันได้พาผมไป
หลากที่มากมาย..
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด..
ผมสงสัยว่า..
ผมมีชีวิตก่อกำเหนิดขึ้นมาเพื่ออะไร??
เช้าที่แสนมหัศจรรย์ของวันนี้
ผมรู้แล้วหล่ะ
ผมเกิดมาเพื่ออะไร...
..เพื่อ...ได้รู้..ได้เห็น

[Add Bear leader's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com