เดิน เดิน เล่น เล่น บนพื้นโลก
 
เที่ยวพม่า ก่อน นากีสน์


18.3o น รถออกจากสถานีมัณฑะเลย์วิ่งฝ่าความมืดไปตลอดทาง เด็กรถเปิดเพลงและหนังพม่าให้ดูให้ฟังบ้างตลอดทาง

พระเอกนางเอกกก็หน้าตาเดิมเพราะดูมา 5-6 เรื่องแล้ว

2 ทุ่มกว่าๆรถจอดแวะข้างทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารตรวจเช็คพาสปอร์ตและวีซ่า ที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดเพราะเส้นทางที่

เราจะไปเป็นรัฐฉานชนกลุ่มน้อยที่พยายามต่อสู้แยกดินแดนออกจากพม่ามีกันอยู่เยอะ เจ้าหน้าที่มองหน้าผมและพูดคำว่า

"สวัสดีครับ " แบบยิ้มๆคงคุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดีมาก่อนแน่ๆ

รถจอดแวะทานข้างด้วยเป็นร้านเดียวโดดๆกับข้าวมี 2-3 อย่างแค่นั้น ข้าวเป็นข้าวคลุกเนยใส่ถั่วเหมือนอาหารอินเดียใส่

ขมิ้นสีเหลืองอ๋อย ก้มหน้าก้มตากินให้พ้นผ่านไปอีกวันหนึ่ง รสชาดก็พอแหลกล่ายครับ อิอิ ก็พยายามอย่าไปนึกถึงมือดำๆ

เลอะๆ ปากแดงๆเคี้ยวหมากหยับๆเวลาเขาทำล่ะกันเดี๋ยวจะกลืนไม่ลงเปลล่าๆ

ดึกแล้วรถโดยสารปีนป่ายขึ้นเขาลงเขาทางคดโค้งน่ากลัวมองฝ่าความมืดออกไปเป็นหุบเหวและเทือกเขาสูง ทางเป็นลูกรัง

ฝุ่นคละคลุ้งนับเป็นหนทางที่ทรหดที่สุดเท่าที่เดินทางมา ก่อนที่รถจะหยุดพักแวะอีกครั้งตอนตี 2 เพื่อให้คนโดยสารได้ดื่มชา

กาแฟเหมือนที่เคยนั่งๆมา

ขอบอกว่าปาท่องโก๋ที่นี่มีแต่ขนาดใหญ่กว่าบ้านเราสามสี่เท่า กินตัวเดียวอิ่มไปเลย

ตี 4 กว่าๆก็มาถึงปากทางเข้าไปทะเลสาปอินเล ต้องต่อรถเข้าไปอีก คงเหมือนผานกเค้าที่ภูกระดึงนั่นแหละ เป็นต้นทางที่ต้อง

ต่อรถสองแถวเข้าไปอีกราวๆ สามสิบนาที

แหม่มชาวสวีเดนขอ join รถไปด้วยต่อรองราคาแท็กซี่ได้คนละ 2000 จั๊ต พร้อมให้คนขับพาไปหาที่พักคืนละ 6-7 เหรียญให้

ด้วย

คนขับวนไป 4-5 ที่แต่ก็เต็มทุกที่ เฮ้อจะเช้าแล้วยังไม่ได้นอนเลย แล้วพรุ่งนี้จะมีแรงเที่ยวไหมนี่

แหม่มขี้เกรงใจกระซิบถามผมว่าควรจะให้เขาเพิ่มอีก 500 จั๊ตดีไหม? เพราะมาไกลและหลายที่เหลือเกิน ผมตอบ No เพราะโตโต้

บอกผมว่าแท็กซี่ราคาแค่3000-4000 จั๊ตเท่านั้น

สุดท้ายผมก็ได้ที่พักชื่อ bright hotel เจ๊เจ้าของบอกว่าเหลืออยู่ห้องเดียวและเป็นห้องใหญ่สุดมี สามเตียง ปกติ 20 เหรียญแต่เจ๊

แกคิดผมกับเพื่อนแค่ 7 เหรียญ เพราะเราต้องเชคเอาท์ตอนเช้าเลยเท่ากับว่าเราใช้ห้องแค่ 3-4 ชั่วโมงเอง ส่วนแหม่มขี้เกรงใจ

ต้องไปหาที่พักอีกเพราะไม่มีห้องราคาถูกกว่านี้

ห้องใหญ่และดูสะอาดดีแต่ไฟดับต้องจุดเทียนเจ๊แกบอกว่าไฟจะมาตอนแปดเก้าโมงเช้า แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ตาจะปิดและเหนื่อยล้า

เต็มที ล้างหน้าล้างตาล้างเท้าได้ก็กระโดดขึ้นเตียงนอนหลับเหมือนตาย

ขอพักเอาแรงไว้ล่องเรือในทะเลสาปอินเลพรุ่งนี้ก่อนดีกว่า

ปล.เพื่อนบอกคืนนี้ผมนอนกรนด้วย ก็เหนื่อยนีหว่าทำไงได้

ตอนเช้าเจ๊เจ้่าของห้องมาปลุกแต่เช้าพร้อมทำอาหารเช้าให้ทานแบบง่ายๆ เป็นไข่ดาวขนมปัง กาแฟร้อนและผลไม้สองสามชิ้น เด็กเรือ

มาเสนอเรือนำเที่ยวให้ในราคา 13 เหรียญ ต่อรองจนได้ราคา 11 เหรียญอะไรๆก็ขอต่อรองไว้ก่อนเถอะ เพราะยังไงเขาก็คิดราคานักท่อง

เที่ยวเอาไว้สูงๆอยู่แล้ว

หมู่บ้านทะเลสาปอินเลดูเงียบสงบกว่าทุกเมืองที่ผ่านมาชาวบ้านแถวนี้ทำนาและปลูกผักเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่รอบๆทะเลสาปแถวนี้

เราต้องรีบตื่นแต่เช้านี้เพราะตอนบ่ายต้องนั่งเครื่องจากทะเลสาปอินเลไปเมืองบากันหรือชื่อที่คนไทยคุ้นเคยคือ พุกาม จากที่นี่ราวๆ 40 นาที

จะมีสนามบินชื่อ แฮโฮ บินไปมัณฑะเลย์ก่อนแล้วค่อยไปพุกาม

ร่างกายผมเริ่มล้าและเหนื่อยเต็มทีสองวันแล้วที่ผมกับเพื่อนต้องกินนอนบนรถทัวร์ในสภาพย่ำแย่ทั้งเบาะนั่งและถนนลูกรังจนตกลงกับเพื่อน

ว่าจะขอนั่งสบายโดยเครื่องบินจากที่นี่ไปพุกามแทนการนั่งรถโดยสารตะลอนกินนอนอีกหนึ่งคืนกว่าๆเหมือนที่ผ่านๆมา

แต่นั่นก็คือเราต้องจ่ายค่าเครื่องคนละ 55 เหรียญแพงใช่ย่อยแต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่รู้ถูกหรือแพงกันแน่เพราะสืบราคาทีหลังบางเจ้าก็ให้ 50

เหรียญเอง แต่บางเจ้าก็บอกราคาซะแพง 80 เหรียญก็มี คงขึ้นอยู่กับสายการบินแต่ละสายกระมัง

คนขับเรือยังหนุ่มแน่นแต่เคี้ยวหมากปากแดงจั๊บๆเร่งให้เราไปที่ท่าเรือเพราระกลัวจะเที่ยวไม่ทั่ว เขาบอกอย่างน้อยต้องใช้เวลาเกือบๆ5-6

ชั่วโมง

ว้า...ทำไมมันรีบอย่างนี้ก็ไม่รู้ กะว่าจะเดินดูบ้านเรือนตอนเช้าๆก่อนซะหน่อย

"ควิกๆ" อ่ะ เจ้านายผมเร่งอีกแล้ว จนผมกับเพื่อนต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ท่าเรือ

ท่าเรือของทะเลสาปเป็นคลองเล็กๆน้ำสีขุ่นเราต้อง นั่งเรือไปปากน้ำของทะเลสาปเกือบครึ่งชั่วโมงจึงจะเห็นทะเลสาปสีครามกว้างสุดลูกหู

ลูกตาพร้อมทั้งน้ำที่ใสแจ๋วจนเห็นสาหร่ายและพื้นดินข้างล่าง

ชาวบ้านบางคนกำลังใช้ขาพายเรือกลับมาจากทะเลสาปอินเล เหมือนภาพที่ปรากฏในโปสการ์ดที่เคยเห็นบนเรือบรรทุก หนอกแหนเต็มลำ

เรือผมถามคนขับเรือว่าเขาเอาไปทำอะไร เจ้านายปากแดงของผมบอกว่าเขาเอาไปถมที่เพื่อเพาะปลูกเพราะที่นี่ไม่มีผืนดินนอกจากต้อง

โกยโคลนจากใต้ทะเลสาปผสมกับจอกแหนใช้เป็นพื้นที่สำหรับเพาะปลูกอีกส่วนหนึ่งเขาเอาไว้เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่



ท่าเรือทะเลสาปอินเล



เรือที่บรรทุกจอกแหนจากทะเลสาป



ภาพวิถีชีวิตของชาวทะเลสาป



เอกลักษ์ของชาวทะเลที่นี่คือ ใช้ขาพายเรือ


สภาพบ้านเรืองสองฝั่งคลอง






Create Date : 20 สิงหาคม 2551
Last Update : 20 สิงหาคม 2551 2:21:00 น. 4 comments
Counter : 522 Pageviews.  
 
 
 
 
บ้านเมืองเขายังเป็นธรรมชาติอยู่เลยนะ ถ้าประเทศเปิดกว่านี้สักหน่อยคงได้เห็นธรรมชาติสวย ๆ
 
 

โดย: เสียงซึง วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:5:19:24 น.  

 
 
 
ทะเลสาปฉวยจัง

อยากโดดลงไป แล้วจมอยู่สัก 2 คืน

ยังไม่ออกจากพม่าอีกรึท่าน???
 
 

โดย: HHG วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:19:15:19 น.  

 
 
 
โห.... มาแบบเปลือยๆ ไม่ยอมให้เข้าบ้านอีก ล็อกไว้ซะงั้น

++++++++++++++

ไปกินกาแฟ ดอยช้าง มาอาร่อยดี

เราว่า วาวี รสอ่อนไปหน่อย


อยากกินกาแฟเหรอ เดี๋ยวพาไปร้านพักร้อน

บรรยากาศดีน้า มีหมอนวดด้วย สนใจปะล่ะ
 
 

โดย: ช่อชบา (HHG ) วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:15:26:43 น.  

 
 
 
เป็นโรคหัวใจรึเจ้าคะ?

กาแฟบีบหัวใจ ไม่ถึงตายหรอกนะ ลองดู

........................................

อยากไปกินกาแฟด้วย พูดเล่นหรือชวนจริงหว่า???

เราเป็นคนเชื่อคนง่ายอยู่ด้วยนะเนียะ
...................................................


ปล. ตอนนี้ลูกวัวมีกี่ตัวเเล้ว ชื่ออารัยบ้าง ง่ะ
 
 

โดย: HHG วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:16:32:43 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Bear leader
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ทานตะวัน - ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี

เดินๆ เล่นๆ บนผืนโลก

ในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง
หลังจากหลับไหลมาแสนนาน
ฟ้ากำลังเปล่งสีส้มอ่อน
เมื่อคืนความฝันได้พาผมไป
หลากที่มากมาย..
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด..
ผมสงสัยว่า..
ผมมีชีวิตก่อกำเหนิดขึ้นมาเพื่ออะไร??
เช้าที่แสนมหัศจรรย์ของวันนี้
ผมรู้แล้วหล่ะ
ผมเกิดมาเพื่ออะไร...
..เพื่อ...ได้รู้..ได้เห็น

[Add Bear leader's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com