เดิน เดิน เล่น เล่น บนพื้นโลก
 
 

รัก,,,,บนสายรุ้งตอนที่ 13



"นายจะเอากล่ิองนี้ไว้ตรงไหน" เก่งถามผมขณะวางกล่องใส่สมุดบันทึกกล่องใหญ่นั้นไว้มุมห้อง

"ไว้นั่นแหละ เดี๋ยวจัดการเอง" ผมตอบขณะง่วนอยู่กับการจัดบ้านหลังใหม่ของผม

โมบายหอยมุกที่ไปซื้อมาจากถนนคนเดินในเชียงใหม่เดือนที่แล้วส่งเสียงก้องกังวาลยามปะทะกับสายลมหนาวของเดือนธันวา

ดึกแล้วเหลือเพียงผมคนเดียวกับความขาวนวลของแสงจันทร์ยามค่ำคืนกระทบผิวน้ำเป็นเงินวาวระยับ บางครั้งผมควรจะมีใครสักคนอยู่

ข้างๆในยามที่เหงาแบบนี้ไม่ใช่หรือ

ไดอารี่ในกล่องใหญ่ถูกจัดใหม่เพราะฝุ่นที่จับเขรอะ สีของมันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหม่นตามกาลเวลา

ทันใดนั้นเองกระดาษสีขาวพับครึ่งก็หล่อนออกมาจากไดอารี่สีเขียวอ่อนนั่น ผมอดไม่ได้ที่จะหยิบมันและแกะเปิดออกอ่านอีกครั้้ง

จดหมายของเรย์ฉบับสุดท้ายน่ะเองก่อนที่จะบินไปเรียนต่อเมืองนอกใจผมสั่นและมือไม้เย็นอีกครั้งกับคำสัญญาของเขาที่ให้ไว้กับผม

นี่มันจะสามปีแล้วหรือ เวลาผ่านไปไวซะเหลือเกิน ดูโอโม่ของผมกับเขา ยอดเขาพูสีที่หลวพระบางนั่น มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ใครจะมา

นั่งจำคำมั่นสัญญาไร้สาระแบบนี้

อีกอย่างผมกับเรย์ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากนั้น เขาจะจำมันได้อยู่อีกหรือ ผมควรจะทำยังไงกับตัวเองดีนี่

รูปถ่ายของผมกับเขาบนยอดพูสียังแจ่มชัด แม้จะล่วงเลยมาเกือบสามปีแล้ว

ความว้าวุ่นเกาะกินใจอีกครั้งหนึ่ง อีกแค่สองเดือนก็จะครบกำหนดสัญญากันเอาไว้ เขาจะแปลกใจและดีใจไหมนะที่ผมสามารถมีเกสต์

เฮาส์เล็กๆในที่สวยๆน่าอยู่แบบนี้ได้

และผมจะสามารถมีความรู้สึกรักให้กับเขาจริงๆอย่างที่เคยมีให้กับกระรอกไหมนะ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งและถ้าเขายังไม่มีใครในหัวใจ

ความกังวลแสดงออกทางสีหน้าของผมจนเก่งสังเกตุเห็นได้และอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามผมในเย็นวันหนึ่ง

ผมเล่าทุกอย่างให้เก่งฟัง ทั้งเรื่องของกระรอกและเรื่องของเรย์ เขารู้ทุกเรื่องทุกอย่างที่ผมเป็นแต่ก็ไม่เคยแสดอาการรังเกียจหรือขบขัน

ให้เห็นเขามักจะเงียบและพูดน้อย พูดในสิ่ที่จำเป็นจริๆ แต่คราวนี้เก่งดูจะสนอกสนใจและพูดมากกว่าทุกๆครั้้ง

"ต้นน้ำ เราว่านายมีคำตอบให้กับตัวเองแล้วหล่ะ เพียงแต่นายต้องการความมั่นใจเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง" เขาบอกผมเหมือนอ่านใจผมออก

"ทำตามที่หัวใจนายเรียกร้องเถอะ นายเองก้เหนื่อยและเหงามานานแล้ว อย่าแคร์อะไรมากมายกับคนบนฟ้าเลย กระรอกเองคงจะดีใจ

มากกว่าที่เห็นนายมีความสุข

ฟังนะต้นน้ำ ความรักมันไม่ได้ถ่ายเทจากคนนึงไปสู่อีกคนนึงหรอก ความรักของนายกับกระรอกก็ยังสวยงามเสมอ และจะคงยังอยู่ตลอดไป

แต่มันแฟร์หรือที่นายจะปิดกั้นตัวเองไม่เปิดโอกาสคนอื่นให้เข้ามาในหัวใจนายอีก

ความรักของนายถ้ามันจะเกิดขึ้นอีกมันก็เกิดขึ้นจากจากหัวใจของนายจริงๆไม่ใช่ความพยายามอะไรของนาย และมันก็จะสวยงามในแบบ

ของมัน นายเองนั่นแหละอย่าเอาความรักครั้งโน้นกับครั้งนี้มาเปรียบเทียบกัน

อีกอย่างจะ สามปีแล้วที่นายไม่ได้ไปไหนเลย จมเจ่าอยู่ที่นี่มานานเราว่านี่ก็เป็นโอกาสดีนะที่นายจะได้พักผ่อนเปิดหูเปิดตาตัวเองซะมั่ง"

เก่งพูดและพูดมากกว่าทุกๆครั้งจริงๆ

"ขอบใจมากเพื่อน" ผมตบไหล่เขาเบาๆก่อนขอตัวไปอาบน้ำ นอนพักผ่อนหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน

น่าแปลกดีเหมือนกันที่ผมรู้สึกตื่นเต้น วาบหวาม และลุ้นกับเหตุการณ์อีกไม่กี่วันข้างหน้า ความรู้สึกเหมือนการออกเดทครั้งแรกระหว่าง

ผมกับกระรอกแต่ถ้าผมไปเก้อล่ะ เรย์ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดนั้นเหมือนสามปีที่แล้ว ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนและจะจัดการกับความรู้ัสึก

ของตัวเองยังไงดี

ผมสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกคิดแค่เพียงว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นการไปพักผ่อนของผมอย่างเดียวเท่านั้น

ผมจัดแจงจองตั๋วเครื่องบินและเคลียร์งานที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จงานที่เหลือเก่งเก่งจะลงมาช่วยจัดการขณะที่ผมไม่อยู่ โชคดีที่สายการ

บินลาวมีโปรโมชั่นราคาถูกรวมที่พักหรูและรถรับส่งในราคาไม่กี่พันบาทให้














 

Create Date : 11 ธันวาคม 2550   
Last Update : 11 ธันวาคม 2550 1:15:06 น.   
Counter : 322 Pageviews.  


รัก....บนสายรุ้ง ตอน 12





เก่งไม่ได้อยู่บ้านที่แม่ริมเหมือนเมื่อก่อน มีเพียงพ่อกับแม่และน้องชายเขา ส่วนเจ้าตัวแต่งงานมีครอบครัวและย้ายไปทำงาน

ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอปายได้เกือบจะ ๒ ปีแล้ว ผมขอเบอร์ติดต่อที่ทำงานเขาจากแม่ แผนการณ์ตอนแรกที่จะไป

เชียงใหม่เปลี่ยนเป็นปายในทันทีทันใดอย่างน้อยที่นั่นก็มีเพื่อน มีความเงียบสงบ ธรรมชาติสวยงามเพียงพอที่จะทำให้ผมลืม

เลือนความเจ็บปวดบางอย่างลงได้

รถไฟปรับอากาศชั้น ๑ มาถึงเชียงใหม่ในตอนสายๆของอีกวัน ข้าวของที่พะรุงพะรังทำให้ผมเลือกเดินทางโดยรถไฟแทนโดย

โทรบอกให้เก่งมารับด้วยที่สถานีรถไฟเชียงใหม่

เก่งไม่ถามอะไรมากนักเพราะผมบอกมันไปแล้วว่าจะอยู่ไปเรื่อยๆถ้ามีโอกาสหรือช่องทางก็อาจจะลงทุนทำอะไรสักอย่างที่นั่น

"มึงไม่ใช่คนแรกหรอกนะที่ทำแบบนี้ รู้ไหมธุระกิจเกสต์เฮาส์หรือร้านกาแฟหลายร้านส่วนใหญ่ก้เป็นคนกรุงเทพหนีความวุ่นวาย

แทบทั้งนั้น เดี่ยวนี้ปายหาคนท้องถิ่นยากลงทุกที" มันพูดพร้อมอัดบุหรี่เต็มแรง ลมหนาวตอนเช้าพัดเย็นสบายเราแวะกินโจ้กใน

ตัวเมืองก่อนและแวะซื้อของกินของใช้ที่ตลาดแม่มาลัย ก่อนที่รถเก๋งคันสีเหลืองนั้นจะลัดเลาะไปตามความคดโค้งของเส้นทาง

ทิวเขาน้อยใหญ่ที่คุ้นตาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงปาย ผมขอตัวงีบสักหน่ิอยหลังจากล้าจากการเดินทางมาทั้งคืน

ปายเป็นเมืองเล้กๆเรียบง่ายและสงบแต่ก็เป็นเรื่องยากพอดูสำหรับการปรับตัวของผม ชีวิตคนเมืองทำให้การหลับนอนไม่เหมือน

คนแถวนี้บ่อยครั้งที่ตื่นขึ้นมาหิวกลางดึกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้ถึงเช้าวันใหม่เร็วๆ

คืนไหนฝนตกหนัก เหล่ากองทัพแมงเม่าบุกยึดเมืองจนดำมืดไปหมด กินข้าวยังต้องกางมุ้งกินและรีบปิดไฟนอนตั้งแต่หัวค่ำ

ผมได้บ้านเช่าเล็กๆหลังหนึ่งติดแม่น้ำปายไกลจากตลาดเกือบ ๓ กิโลเมตรข้ามแม่น้ำปายไปเป็นทุ่งนาที่กำลังเขียวขจีและภูเขา

ลูกใหญ่ทะมึนไกลๆ

ผมชอบที่นี่บางวันหมอเก่งและกลุ่มเพื่อนๆก็มาทำอะไรกินกันที่นี่จนดึกดื่น นั่นก็ช่วยคลายความเหงาสำหรับคนอย่างผมลงไปได้เยอะ

ทีเดียว

ต้นลำโพงกอท่วมหัว ส่งกลิ่นหอมตลบพร้อมสายน้ำรินไหลกระเซาะตามกรวดหินเป็นเงาระยับยามต้องแสงจันทร์ คืนที่นั่งเหงาก้ได้แต่

หยิบเอาอัลบั้มเก่าๆระหว่างผมกับกระรอกออกมาดู

ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่และได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกันแบบนี้จะมีความสุขแค่ไหนนะ

แต่ยังไงก้ดีตอนนี้หัวใจของผมก็ดีขึ้นแล้วหล่ะ ผมเลือกที่จะเงียบหายไปจากรุจน์หลังจากเราทะเลาะกันคราวโน้นหรือแม้แต่ชนแดนคนรัก

คนแรกที่สร้างความเจ็บปวดให้ผมมากมาย แปลกนะพอถึงวันนึงเราก็ยอมรับกับเรื่องที่ทำให้เราแทบเป็นแทบตายนั้นได้ ผิดกับตอนใหม่ๆ

ที่เราไม่รู้จะก้าวข้ามมันไปได้อย่างไร

ผมตัดสินใจซื้อที่และบ้านหลังนี้จากเจ้าของหลังจากอยู่ได้ปีกว่าๆในราคาไม่สูงมากนัก เพราะความที่เก่งเป็นหมอเป็นที่นับหน้าถือตา

ของคนที่นี่ทำให้อะไรๆดูไม่ยากและถูกเอาเปรียบมากนัก

ผมกับเก่งลงหุ้นกันทำเกสต์เฮ้าส์เล็กๆที่นี่ในที่สุดความฝันของผมก็จะเป็นจริงซะทีแต่คงใช้เวลาอีกนานพอดูกว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง

เราใช้วัสดุก่อสร้างที่หาได้แถวนั้นง่ายๆแต่ดูเก๋และมีสไตล์บ้านหลังเก่าถูกรื้อทิ้งไม้เก่าที่ยังใช้ได้อยู่ก็ถูกนำมาสร้างเกสต์เฮาส์หลังใหม่

แทน ต้นลำโพงกอท่วมหัวนั้นถูกปล่อยเอาไว้อย่างเดืมมันเป็นสิ่งเดียวที่สร้างสีสันให้ทุกค่ำคืนที่นี่ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ

ช่วงบ่ายปลายเดือนธันวาคมปีนั้นบ้านหลังเล้กๆก็เสร็จสมบูรณ์บ้านที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของผมกับเพื่อน ต่อไปที่่นี่คงจะเป็นเรือน

ตายของผม การเดินทาง ความฝัน ความสุข ความทุกข์ การพลัดพรากต่อไปหน้าที่ของผมก็คงเป็นการพยายามใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีค่า

ที่สุดถึงแม้ว่าจะเป็นชีวิตที่โดดเดี่ยวเดียวดายก็ตามที




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2550   
Last Update : 2 ธันวาคม 2550 2:22:23 น.   
Counter : 313 Pageviews.  


รัก,,,,บนสายรุ้งตอนที่ 11



"ต้นน้ำ นายจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองต่อไปดี?" พี่โชคถามผมขณะเรือเช่าลำนั้นจอดสงบนิ่งที่ท่า

วันนี้ทั้งวัน ผมพี่โชคและครอบครัวของกระรอกหลายสิบคนได้นำเอาเถ้ากระดุกของเขาไปโปรย

ลงทะเล ทะเลที่เขาขอร้องให้ผมพาเขากลับมาที่นี่อีกครั้ง

หกเดือนที่ผ่านไปช่างไววะเหลือเกิน ผมตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หลังจากงานศพของกระรอก

ผ่านไปไม่กี่วัน ความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์และความทรงจำต่างๆวนเวียนเข้ามาให้ได้เสียน้ำตาก่อน

นอนทุกค่ำคืนเสมอ

การพลัดพรากจากคนที่เรารักและรักเราช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดจริงๆ

"ผมจะไปอยู่เชียงใหม่สักพักครับ " ผมตอบพี่โชคก่อนที่ก้าวขึ้นรถกลับที่พัก ที่เคยมาเมื่อหกเดือนที่แล้ว

ทุกคนกลับเข้ากรุงเทพกันหมดแล้ว ยกเว้นผม ผมอยากเก็บเอาความทรงจำเก่าๆ วันคืนเก่าๆที่เคยมีที่

นี่ ก่อนที่จะหันหลังให้ทุกสิ่งทุกอย่าง พยายามที่จะมีชีวิตและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีค่าที่สุดต่อไปจนลมหาย

ใจสุดท้าย...

"แน่ใจนะว่านายอยู่คนเดียวได้" พี่โชคถามอย่างเป็นห่วง

"ผมไม่เป็นไรครับ " รอยยิ้มจางๆของผมช่วยทำให้พี่โชคพี่ชายที่แสนดีของผมคลายความกังวลใจลงไปได้

ทะเลยามค่ำคืนที่นี่ดูนิ่งสงบ คลื่นกระทบชายฝั่งบางเบา ฟ้าไกลๆส่งประกายระยิบระยับ พร้อมเสียงคำราม

เบาๆของต้นฤดูฝน

มันช่างเหงาและโดดเดี่ยวซะเหลือเกิน เบียร์สี่ห้ากระป๋องไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาเลย ผ้าม่านหน้าต่างสีขาว

นั้นปลิวตามแรงของลมไหวไปมา เตียงที่เคยคุ้นตา ต่างกันตรงที่ว่าใครบางคนได้ได้จากไปแล้ว จากไปไม่มีวันกลับ

มาและไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหม ในชาติหน้าโน้น

ผมปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น ความอดทน ความเข้มแข็ง ที่ฝืนไว้บัดนี้มันพังทลาย ไม่เหลือหลอ บางทีถ้าผมพ้นผ่านคืน

นี้ไปได้หัวใจของผมอาจจะเข้มแข็งและอยู่ตัวคนเดียวได้ มันคงจะยากแต่วันเวลาคงจะทำให้อะไรๆดีขึ้น

ลาก่อน ความรักที่สวยงามของผม .....

ผมจัดการเรื่องานและธุระสำคัญให้เสร็จสิ้น ข้าวของเครื่องใช้ถูกแจกจ่ายให้เพื่อนๆและคนสนิท ของบางชิ้นก็ขายใน

ราคาถูกๆ จนวันสุดท้ายก่อนเดินทาง ผมก็เหลือแค่กระเป๋าเสื้อผ้าเดินทางใบใหญ่ใบเดียวและกล่องสมุดบันทึกไดอารี่

และหนังสือเล่มโปรดสิบกว่าเล่มกล่องนึง จุดหมายปลายทางของผมคือเชียงใหม่ สถานที่ที่เคยคุ้นเคย และคลุกคลีเกือบ

ห้า ปี ก่อนจบรั้วมหาลัย ที่นั่นอาจจะทำให้ผมพอสบายใจและอาจได้เจอเพื่อนเก่าๆสมัยเรียนสักคนก้เป็นได้

เงินเก็บจากการทำงานมาหลายปี อาจจะพอสำหรับการลงทุนเปิดร้านกาแฟเล็กๆสักแห่ง

วูบหนึ่งในความคิดผมก็คิดถึงหมอเก่ง เพื่อนที่สนิทตอนไปออกค่ายชาวเขาที่ดอยแม่อีล้อ อำเภอปายตอนปี ๒ เราเจอกัน

และรู้จักกันเพราะหน้าที่และการงานแต่ก็สนิทและคบหามานานจนเรียนจบมหาลัย ผมลองค้นหาเบอร์เก่าๆของหมอเก่งจาก

สมุดบันทึกเล่มเก่าๆ จนได้เบอร์มา และกดหาด้วยใจที่เต้นระทึก




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2550   
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2550 1:12:02 น.   
Counter : 278 Pageviews.  


รัก...บนสายรุ้ง ตอนที่ 10




ดึกแล้วกระรอกหลับไปตั้งนานด้วยความเพลีย ดาวพราวฟ้าเป็นสีเงินระยับ ฟ้าไกลๆส่งเสียง
ครืนๆของพายุฝนคลื่นซัดสาดจนหนาว ผมปล่อยตัวเองร้องไห้เบาๆริมชายหาดลำพังอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ เหลือเกินแต่ก็กลัวคนรักจะเสียใจและเห็นความอ่อนแอของตัวเอง
ร่างเล็กบางัวเงียขณะผมเบียดตัวเข้าไปในอ้อมกอดทั้งสองข้าง โมบายพัดดังกรุ๋งกริ๋งขับกล่อมให้ค่ำคืนนั้นไม่เปล่าเปลี่ยวจนเกินไปนัก เป็นไปได้ผมอยากกอดคนที่ผมรักอย่างนี้นานๆตลอดไปคงจะดี

"พี่ต้นน้ำครับ ช่วยพากระรอกมาที่นี่อีกนะครับ "

ชายหนุ่มพึมพำพร้อมกระชับวงแขนของผมให้แน่นขึ้นกว่าเดิมก่อนจะส่งเสียงกรนเบาๆให้ได้ยิน
ทุกอย่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อยอาการของกระรอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงต่างคนต่างอ้อยอิ่งเพื่อที่จะประวิงเวลาให้ได้นานเท่านานเพราะ3-4 วันที่ผ่านไปช่างไวเหมือนโกหก
พี่โชคมารอรับกระรอกกลับบ้านที่สนามบินพร้อมแสดงสีหน้าพอใจที่เห็นกระรอกมีความสุข

"กระรอกกลับบ้านก่อนนะพี่ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่กับพี่อีกตั้งเดือนกว่าๆ

กว่าจะกลับมาจากเที่ยวกับที่บ้านถึงจะได้เจอพี่อีกหรืออาจจะไม่ได้เจออีก"

เขาบอกผมพร้อมซุกมือของเขาไว้ในมือสองข้างของผม

"ไม่หรอก พี่จะรอกระรอกกลับมา" ผมบอกเขา

"เข้มแข็งไว้นะคนดีของพี่" ผมบอกเขาพร้อมดึงตัวเขาเข้ามากอดไว้

รถค่อยๆเลื่อนออกไปอย่างช้าๆค่อยๆไกลอออกไปทุกทีๆ เปลวแดดเต้นระยับพร้อมทั้งไอร้อนของปลายฤดูหนาว
ฤดูกาลใหม่กำลังจะใกล้เข้ามาพร้อมการจากลาของฤดูหนาวผมจะได้เจอกระรอกอีกไหมในเมื่อเวลาที่เหลือสั้นๆเขาต้องอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด
สิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลายถ้ามีจริงขอผมได้เจอเขาอีกครั้งด้วยเถอะสาธุ...
ผมเรียกแท๊กซี่กลับบ้าน ลางานซะหลายวันไม่รู้พรุ่งนี้จะยุ่งแค่ไหน ป่านนี้เรย์คงถึงนิวยอร์คแล้ว หลังจากเจอกันวันนั้นแล้วผมก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย เขาจะโกรธไหมนะที่ไม่ได้เอ่ยคำลาหรือไปส่งที่สนามบิน
เขาจะมาจริงใจอะไรกับผมนักหนาในเมื่อเรารู้จักกันได้ไม่นาน..
ทันที่ทีเปิดประตูห้องเข้ามาผมก็พบซองจดหมายสีขาว ลายมือคุ้นตาของเรย์ถูกสอดเอาไว้ใต้ประตูห้อง เรย์แวะมาหาผมที่นี่ขณะผมไปทะเลกับกระรอกหรือนี่? ผมแกะจดหมายนั้นออกและเปิดอ่านอย่างช้าๆ


"ต้นน้ำครับ ขณะที่คุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ผมคงไม่ได้อยู่ที่เมือง



ไทยแล้ว เพื่อนของคุณบอกผมว่าคุณไปทะเลกับคนที่คุณรักของคุณ



ฟังดูน่าอิจฉาจังเลยนะครับ



ต้นน้ำครับ คุณจำวันแรกที่เราเจอกันในงานเดินแบบของพี่โจที่



สุขุมวิทได้ใช่ไหมครับ ทันทีที่ผมเห็นคุณผมบอกตัวเองเลยว่าผม



ต้องรู้จักคุณให้ได้ และผมก็ได้รู้จักคุณจริงๆ แต่ช่างน่าเสียดายที่ผม



กับคุณได้แค่รู้จักกัน ทานข้าวด้วยกัน เที่ยวด้วยกันไม่สามารถจะ



เป็นอะไรไปได้มากกว่านั้น



ที่ผ่านมาในชีวิตผมแทบไม่ต้องใช้เวลานานในการรู้จักใครหรือจีบ



ใครมีคนผ่านเข้ามาในชีวิตผมเยอะแยะ ผมมักคิดเสมอว่าคงเป็น



เพราะคุณเล่นตัวกับผมมากไปหรือเปล่าทำให้ผมหลงและชอบคุณ



แต่หลังจากกลับมาจากเที่ยวหลวงพระบางคราวนั้นแล้ว ผมมั่นใจ



และเข้าใจตัวเองแล้วหล่ะว่าผมรักคุณจริงๆ



3 ปีนานไปไหมครับคุณว่า? คุณจะลืมผมไหม?ผมคงไม่ได้ติดต่อ



คุณตลอด 3 ปีจากนี้ไป แต่ผมขออะไรคุณได้ไหมครับต้นน้ำ อีก 3 ปี



ข้างหน้าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะกลับมาเจอกันอีกที่ดูโอโม่ของ



เรา เพื่อพิสูจน์ความรักที่ผมมีต่อคุณ คงจะไม่น้ำเน่าเกินไปนะ ผม



แค่อยากมีรักดีดี อย่างที่คุณมีกับคนรักของคุณ



..ดูแลเขาให้ดีดีใน 6 เดือนที่เหลือนะครับ...



แล้วเราจะพบกันครับ



จุนเซ (เรย์)



ปล..คุณคงจำได้นะ ที่ไหน ดูโอโม่ของเรา



















ผมพับจดหมายนั้นเก็บอย่างช้าๆ คิดถึงชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกับรอยยิ้มนั้น อีกตั้ง 3 ปี ตอนั้นคุณคงมีแฟนเยอะแยะแล้วมั้ง สว่นผมยังไม่รู้เลยว่าจะไปอยู่ส่วนไหนของมุมโลก ภาพถ่ายระหว่างผมกับเขาบนยอดภูสีคราวโน้นโผล่พ้นออกมาจากสมุดบันทึกไดอารี่เล่มล่าสุด ผมเก็บมันเข้าที่เดิมพร้อมยัดใส่ไว้ในลิ้นชักพร้อมกับไดอารี่เล่มก่อนๆ
เรย์ครับทั้งคุณและผมสักวันคงไม่ใครก็ใครคงลืมกันไปแล้วก็ได้ เรื่องราวของคุณคงจะจบลงไปพร้อมกับบันทึกหน้าสุดท้ายของไดอารี่ของผมที่เพิ่งจะหมดไป
ผมปล่อยตัวเองหลับด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจและความสับสนต่างๆนานาในหัวใจ
รุจน์คนที่ไม่เคยเข้าใจอะไร เรย์คนที่อยู่ไกลแสนไกล และกระรอกคนที่รักที่สุดกำลังจะลาจากไกลไปตลอดชีวิต หรือว่านี่เป็นบทสรุปสุดท้ายในชีวิตรักของผม รักของชายกับชาย










 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2550   
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2550 0:16:59 น.   
Counter : 321 Pageviews.  


รักบนสายรุ้ง ตอนที่ ๙





















พยาบาลแวะเข้ามาและขอร้องให้เราออกไปข้างนอกเพราะจะรบกวนคนไข้และใกล้หมดเวลาเยี่ยมแล้ว กระรอกหลับไปด้วยความเหนื่อยมือของเขายังกุมมือผมไว้แน่น คราบน้ำตาแห้งเป็นทางยาวผ่านร่องแก้ม
ทำไมนะ ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับกระรอกคนที่ผมรักมากที่สุดได้นึกถึงความสุขสั้นๆผมจะทำวิธีไหนนะให้คนรักของผมมีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

"พี่โชคครับผมอยากพากระรอกไปเที่ยวทะเล พี่โชคพอจะมีวิธีช่วยผมได้ไหมครับ สัก 3-4 วัน"

ผมถามพี่โชคขณะขับรถกลับบ้าน

"ต้องรอดูอาการระยะนี้ไปก่อนครับ ถ้าเขาแข็งแรงขึ้นมาหน่อยพี่จะช่วยหายาต้านปฏิชีวนะและบำรุงให้เขา แค่ 3-4 วันคงไม่เป็นไรมาก" พี่โชคบอก

"แต่พ่อแม่เขาล่ะครับ " ผมถาม

"เอาเถอะ นาอย่างห่วงเลยพี่กับกระรอกสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กๆเราผูกพันธ์เหมือนพี่ชายน้องชายกันจริงๆพี่ก็อย่ากให้เขามีความสุขเท่าที่พี่จะสามารถทำได้"

"ขอบคุณพี่โชคมากครับ "

ผมไหว้เขาขณะก้าวลงจากรถลมหนาวปลายเดือนมกรามันช่างหนาวลึกปวดลึกข้างในใจซะเหลือเกิน

นึกย้อนถึงวันเก่าๆแล้วมองไปยังวันข้างหน้าทำไมมันช่างรู้สึกล้าและหดหู่ใจเช่นนี้



........... ...................


ทันทีที่โผล่พ้นตัวอาคารของที่ทำงานหลังเลิกงานแล้ว สายตาผมก็ปะทะกับร่างสูงโปร่งของเรย์เข้าอย่างบังเอิญ ตั้งแต่กลับมาจากเที่ยวลาวด้วยกันคราวนั้นผมกับเขาก็แทบไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีกเลย

"คุณหายไปเลย" เขาทักผมหน้ายิ้มๆพลางเดินเข้ามาหา ผมยิ้มแทนคำตอบพลางเดินคู่กับเขาไปยังลานจอดรถ

"สบายดีนะครับเรย์" ผมถาม



"ก็ยุ่งๆน่ะครับ เรื่องวีซ่าและที่เรียนที่จะไป"เขาบอกผมก่อนจะเงียบไม่พูดอะไรไปสองนาน



"อาทิตย์หน้าผมก็จะไปแล้วนะครับ " เขาบอกผมเสียงเศ้ราพลางคว้ามือผมไปจับเอาไว้



"มีแต่คนจะจากผมไปทั้งนั้น" ผมพูดได้เท่านั้นพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผมกำลังจะจากไปทีละคนละคน วันคืนที่เหลือคงมีแต่ความเหงาเดียวดายหรอกหรือนี่

"ต้นน้ำครับ บอกผมได้ไหมเกิดอะไรขึ้นกับคุณ "เขาถามผมเสียงเบา

" คุณจะทำยังไงครับ ถ้าคนที่คุณรักมีชีวิตอยู่ได้แค่ 6 เดือน และคนที่รายล้อมคุณกำลังเดินไปจากชีวิตคุณทีละคนสองคน " ผมถามเขาเสียงเครือ

"อย่าเสียใจเลยครับ อย่างน้อยครั้งหนึ่งคุณก้ได้พบรักแท้ มีคนหลายคนอยากเป็นแบบคุณ รวมทั้งผมด้วยที่เฝ้าคอยสิ่งนั้น ทำวันที่เหลือให้มันมีค่าที่สุดดีกว่าครับ "



"เรย์ครับ ผมขอโทษจริงๆ"
ผมร้องไห้โฮพร้อมโอบกอดเขาแน่น



"ผมจะจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรานะครับ ผมเจอคุณช้าไปจริงๆแต่มันคงจะไม่สายนะครับ ที่ผมจะบอกอะไรคุณ" เรย์พูดเสียงเรียบพร้อมโอบกอดผมไว้เบาๆ



...



"ผมรักคุณ "....



ร่างสูงโปร่งค่อยๆเลือนหายไปจากสายตาผมปล่อยโฮยากจะสุดกลั้นไว้ ผมขอโทษจริงๆครับเรย์ที่ไม่สามารถมอบหัวใจให้คุณได้ แต่ผมแพ้คุณครับ แพ้ความดีและอ่อนโยนของคุณขอให้คุณได้เจอคนที่ดีและเหมาะสมเถอะครับ ...อดีตของเราเก็บไว้ในความทรงจำดีกว่า..

เจอกันช้ายังดีกว่าการไม่ได้เจอกัน คุณว่าไหมครับ


อาการของกระรอกดีขึ้นมากหลังจากพี่โชคช่วยดูแล และช่วยเป็นธุระโกหกทางบ้านของกระรอกเรื่องจะไปทะเลกับผมสองคน

"ต้นน้ำ พี่ฝากดูแลกระรอกด้วยนะใน3-4 วันนี้ ถ้าเขาเหนื่อยหอบ พยายามให้เขาอยู่ในที่โล่งและถ้ามีอะไรร้ายแรงรีบโทรหาพี่เลยนะ"

พี่โชคกำชับขณะผมกับกระรอกกำลังจะออกเดินทางโดยเครื่องบินไปกระบี่กัน...

ในที่สุดสิ่งที่ผมและคนรักรอคอยก็สมหวังแต่มันน่าเศร้าตรงที่การเดินทางครั้งนี้มันเป็นครั้งสุดท้ายของเราสองคน
กระรอกจับมือผมแน่นพร้อมยิ้มน้อยๆ ขณะเครื่อิงบินทะยานขึ้นเหนือท้องฟ้าขณะผมเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ถ้าเครื่องบินลำนี้เป็นอะไรไประหว่างเดินทางก็คงจะดีผมกับเขาจะได้ไม่ต้องมีใครหรือใครอยู่โดดเดี่ยวคนเดียวอีกต่อไป
รถลีมูซีนโรงแรมมาบเราที่สนามบิน ผมพลอยอุ่นใจที่อาการของกระรอกไม่น่าวิตกเท่าไหร่นัก

"พี่ต้นน้ำไปเล่นน้ำทะเลกันเถอะ"

เขาชวนผมขณะอยู่ในห้องกันสองคน จริงๆผมอยากนอนกอดเขาไปตลอดบ่ายนี้
มากก่วา

"ยังร้อนอยู่เลย รอให้อากาศเย็นก่อนนะคนดี"

ผมบอกเขาพร้อมกอดเขาให้แน่นกว่าเดิม..

"ขี้โกงนี่"
เขาหน้างอเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากบางคู่นั้นจะถูกประกบด้วยปากของผมอย่างแผ่วเบา

บทเพลงรักเป็นไปอย่างช้าและเบาก่อนจะถาโถมรุนแรงและเงียบลงไปในที่สุด ลมทะเลพัดโชยมาพร้อมกลิ่นไอของความเค็ม โมบายหน้าระเบียงพัดดังกรุ๋งกริ๋งขับกล่อมให้หลับใหล
ร่างเล็กบางหลับพริ้มในอ้อมกอดเปลื่อยเปล่าของผม หยดน้ำตาเล็กๆหล่นแปะไปโดนหน้าผากของเขาโดยบังเอิญ มันช่างเป็นความสุขที่ทุกข์ซะเหลือเกินสำหรับผม

ผมจะต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้คนที่ผมรักเห็นโดยเด็ดขาดในช่วงเวลาสั้นๆที่อยู่ด้วยกัน
อากาศเย็นลงมากแล้ว ผมหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ กระรอกตื่นก่อนผมและนั่งเหม่อมองทะเลอยู่ตรงระเบียงพร้อมสมุดบันทึกเล่มบาง

"พี่ต้นน้ำไปเดินเล่นทะเลกันเถอะ"

กระรอกเอ่ยชวนพร้อมทั้งดึงมือผมไปอย่างรวดเร็ว

"พี่ครับ กลับจากทะเลแล้วผมคงไม่ได้เจอพี่นะเพราะที่บ้านจะพาไปเที่ยวยุโรปเกือบเดือน" กระรอกบอกผมเสียงเศร้า

"พี่คงรู้เรื่องหมดแล้วใช่ไหม" เขาถามผม



"อืมมครับ "ผมพยักหน้า



"กระรอกอยากอยู่กับพี่นานๆนะ แต่ก็คงได้แค่นี้.." ร่างผอมบางนั้นถอนใจ



"พี่รักกระรอกมากรู้ไหม" ผมบอกพร้อมโอบกอดเขาเบาๆ


"พี่ครับ ผมไม่อยากตายเลย" เขาปล่อยโฮพร้อมกอดผมไว้แน่น ไม่มีเสียงอะไรนอกจากน้ำตาและความเศร้าเสียใจของผมกับเขา ท่ามกลางความเวิ้งว้างของท้องทะเลยามเย็น
พระเจ้าหรือสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลายขะมีปาฏิหารย์อะไรเกิดขึ้นบ้างไหมนะ ที่จะทำให้คนรักของผมหายจากโรคร้ายนี้ได้

วันเวลาเอาเข้าจริงๆช่างผ่านไปไวซะเหลือเกิน เราแทบตักตวงเอาอะไรได้ไม่มากพอเลย และจะมีอะไรเลวร้ายไปเท่ากับการสูญเสียหรือจากลาคนที่เรารักไปตลอดกลาอีกล่ะ..














 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2550   
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2550 3:09:24 น.   
Counter : 327 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Bear leader
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ทานตะวัน - ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี

เดินๆ เล่นๆ บนผืนโลก

ในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง
หลังจากหลับไหลมาแสนนาน
ฟ้ากำลังเปล่งสีส้มอ่อน
เมื่อคืนความฝันได้พาผมไป
หลากที่มากมาย..
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด..
ผมสงสัยว่า..
ผมมีชีวิตก่อกำเหนิดขึ้นมาเพื่ออะไร??
เช้าที่แสนมหัศจรรย์ของวันนี้
ผมรู้แล้วหล่ะ
ผมเกิดมาเพื่ออะไร...
..เพื่อ...ได้รู้..ได้เห็น

[Add Bear leader's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com