เดิน เดิน เล่น เล่น บนพื้นโลก
 
 

สวัสดีพระจันทร์




สวัสดีดวงจันทร์ เพลงที่ลุกมาฟังตอนตี หนึ่งกว่าๆ หลังจากดูหนังเรื่อง

ETERNAL SUMMER จบลงอย่างปวดร้าวใจ

ผมคงเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงจริงๆ ที่คอยเผาไหม้ ทุกสิ่งอย่าง

แม้แต่ความรู้สึกที่เรียกว่า รัก ให้มอดไหม้จนไม่หลงเหลืออะไร

ผมรู้สึกรักใครยากขึ้นทุกที ๆ และมองคนที่เคยผ่านเข้ามาเป็นขยะที่เน่า

เหม็นชิ้นหนึ่งเท่านั้น

ดวงจันทร์ที่แสนดี ผมแค่หวังว่าสักวันผมคงได้นอนเอนบนพื้นหญ้านุ่มๆ

ท่ามกลางสีเหลืองนวลหม่น ท่ามกลางหยาดน้ำค้างที่หนาวเย็นในคืนหนาว

เพื่อจะเตือนตัวเองและสำผัสได้ถึงเหน็บหนาวนั่น

ผมคงจะยินดีอย่างยิ่ง ถ้ารับรู้ได้ถึงมัน

ไม่ใช่ร้อนแรงดั่งดวงอาทิตย์ที่คอยเผาใจเช่นทุกวันนี้




 

Create Date : 06 กันยายน 2551   
Last Update : 6 กันยายน 2551 1:34:52 น.   
Counter : 378 Pageviews.  


เที่ยวพม่า ก่อน นากีสน์


18.3o น รถออกจากสถานีมัณฑะเลย์วิ่งฝ่าความมืดไปตลอดทาง เด็กรถเปิดเพลงและหนังพม่าให้ดูให้ฟังบ้างตลอดทาง

พระเอกนางเอกกก็หน้าตาเดิมเพราะดูมา 5-6 เรื่องแล้ว

2 ทุ่มกว่าๆรถจอดแวะข้างทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารตรวจเช็คพาสปอร์ตและวีซ่า ที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดเพราะเส้นทางที่

เราจะไปเป็นรัฐฉานชนกลุ่มน้อยที่พยายามต่อสู้แยกดินแดนออกจากพม่ามีกันอยู่เยอะ เจ้าหน้าที่มองหน้าผมและพูดคำว่า

"สวัสดีครับ " แบบยิ้มๆคงคุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดีมาก่อนแน่ๆ

รถจอดแวะทานข้างด้วยเป็นร้านเดียวโดดๆกับข้าวมี 2-3 อย่างแค่นั้น ข้าวเป็นข้าวคลุกเนยใส่ถั่วเหมือนอาหารอินเดียใส่

ขมิ้นสีเหลืองอ๋อย ก้มหน้าก้มตากินให้พ้นผ่านไปอีกวันหนึ่ง รสชาดก็พอแหลกล่ายครับ อิอิ ก็พยายามอย่าไปนึกถึงมือดำๆ

เลอะๆ ปากแดงๆเคี้ยวหมากหยับๆเวลาเขาทำล่ะกันเดี๋ยวจะกลืนไม่ลงเปลล่าๆ

ดึกแล้วรถโดยสารปีนป่ายขึ้นเขาลงเขาทางคดโค้งน่ากลัวมองฝ่าความมืดออกไปเป็นหุบเหวและเทือกเขาสูง ทางเป็นลูกรัง

ฝุ่นคละคลุ้งนับเป็นหนทางที่ทรหดที่สุดเท่าที่เดินทางมา ก่อนที่รถจะหยุดพักแวะอีกครั้งตอนตี 2 เพื่อให้คนโดยสารได้ดื่มชา

กาแฟเหมือนที่เคยนั่งๆมา

ขอบอกว่าปาท่องโก๋ที่นี่มีแต่ขนาดใหญ่กว่าบ้านเราสามสี่เท่า กินตัวเดียวอิ่มไปเลย

ตี 4 กว่าๆก็มาถึงปากทางเข้าไปทะเลสาปอินเล ต้องต่อรถเข้าไปอีก คงเหมือนผานกเค้าที่ภูกระดึงนั่นแหละ เป็นต้นทางที่ต้อง

ต่อรถสองแถวเข้าไปอีกราวๆ สามสิบนาที

แหม่มชาวสวีเดนขอ join รถไปด้วยต่อรองราคาแท็กซี่ได้คนละ 2000 จั๊ต พร้อมให้คนขับพาไปหาที่พักคืนละ 6-7 เหรียญให้

ด้วย

คนขับวนไป 4-5 ที่แต่ก็เต็มทุกที่ เฮ้อจะเช้าแล้วยังไม่ได้นอนเลย แล้วพรุ่งนี้จะมีแรงเที่ยวไหมนี่

แหม่มขี้เกรงใจกระซิบถามผมว่าควรจะให้เขาเพิ่มอีก 500 จั๊ตดีไหม? เพราะมาไกลและหลายที่เหลือเกิน ผมตอบ No เพราะโตโต้

บอกผมว่าแท็กซี่ราคาแค่3000-4000 จั๊ตเท่านั้น

สุดท้ายผมก็ได้ที่พักชื่อ bright hotel เจ๊เจ้าของบอกว่าเหลืออยู่ห้องเดียวและเป็นห้องใหญ่สุดมี สามเตียง ปกติ 20 เหรียญแต่เจ๊

แกคิดผมกับเพื่อนแค่ 7 เหรียญ เพราะเราต้องเชคเอาท์ตอนเช้าเลยเท่ากับว่าเราใช้ห้องแค่ 3-4 ชั่วโมงเอง ส่วนแหม่มขี้เกรงใจ

ต้องไปหาที่พักอีกเพราะไม่มีห้องราคาถูกกว่านี้

ห้องใหญ่และดูสะอาดดีแต่ไฟดับต้องจุดเทียนเจ๊แกบอกว่าไฟจะมาตอนแปดเก้าโมงเช้า แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ตาจะปิดและเหนื่อยล้า

เต็มที ล้างหน้าล้างตาล้างเท้าได้ก็กระโดดขึ้นเตียงนอนหลับเหมือนตาย

ขอพักเอาแรงไว้ล่องเรือในทะเลสาปอินเลพรุ่งนี้ก่อนดีกว่า

ปล.เพื่อนบอกคืนนี้ผมนอนกรนด้วย ก็เหนื่อยนีหว่าทำไงได้

ตอนเช้าเจ๊เจ้่าของห้องมาปลุกแต่เช้าพร้อมทำอาหารเช้าให้ทานแบบง่ายๆ เป็นไข่ดาวขนมปัง กาแฟร้อนและผลไม้สองสามชิ้น เด็กเรือ

มาเสนอเรือนำเที่ยวให้ในราคา 13 เหรียญ ต่อรองจนได้ราคา 11 เหรียญอะไรๆก็ขอต่อรองไว้ก่อนเถอะ เพราะยังไงเขาก็คิดราคานักท่อง

เที่ยวเอาไว้สูงๆอยู่แล้ว

หมู่บ้านทะเลสาปอินเลดูเงียบสงบกว่าทุกเมืองที่ผ่านมาชาวบ้านแถวนี้ทำนาและปลูกผักเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่รอบๆทะเลสาปแถวนี้

เราต้องรีบตื่นแต่เช้านี้เพราะตอนบ่ายต้องนั่งเครื่องจากทะเลสาปอินเลไปเมืองบากันหรือชื่อที่คนไทยคุ้นเคยคือ พุกาม จากที่นี่ราวๆ 40 นาที

จะมีสนามบินชื่อ แฮโฮ บินไปมัณฑะเลย์ก่อนแล้วค่อยไปพุกาม

ร่างกายผมเริ่มล้าและเหนื่อยเต็มทีสองวันแล้วที่ผมกับเพื่อนต้องกินนอนบนรถทัวร์ในสภาพย่ำแย่ทั้งเบาะนั่งและถนนลูกรังจนตกลงกับเพื่อน

ว่าจะขอนั่งสบายโดยเครื่องบินจากที่นี่ไปพุกามแทนการนั่งรถโดยสารตะลอนกินนอนอีกหนึ่งคืนกว่าๆเหมือนที่ผ่านๆมา

แต่นั่นก็คือเราต้องจ่ายค่าเครื่องคนละ 55 เหรียญแพงใช่ย่อยแต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่รู้ถูกหรือแพงกันแน่เพราะสืบราคาทีหลังบางเจ้าก็ให้ 50

เหรียญเอง แต่บางเจ้าก็บอกราคาซะแพง 80 เหรียญก็มี คงขึ้นอยู่กับสายการบินแต่ละสายกระมัง

คนขับเรือยังหนุ่มแน่นแต่เคี้ยวหมากปากแดงจั๊บๆเร่งให้เราไปที่ท่าเรือเพราระกลัวจะเที่ยวไม่ทั่ว เขาบอกอย่างน้อยต้องใช้เวลาเกือบๆ5-6

ชั่วโมง

ว้า...ทำไมมันรีบอย่างนี้ก็ไม่รู้ กะว่าจะเดินดูบ้านเรือนตอนเช้าๆก่อนซะหน่อย

"ควิกๆ" อ่ะ เจ้านายผมเร่งอีกแล้ว จนผมกับเพื่อนต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ท่าเรือ

ท่าเรือของทะเลสาปเป็นคลองเล็กๆน้ำสีขุ่นเราต้อง นั่งเรือไปปากน้ำของทะเลสาปเกือบครึ่งชั่วโมงจึงจะเห็นทะเลสาปสีครามกว้างสุดลูกหู

ลูกตาพร้อมทั้งน้ำที่ใสแจ๋วจนเห็นสาหร่ายและพื้นดินข้างล่าง

ชาวบ้านบางคนกำลังใช้ขาพายเรือกลับมาจากทะเลสาปอินเล เหมือนภาพที่ปรากฏในโปสการ์ดที่เคยเห็นบนเรือบรรทุก หนอกแหนเต็มลำ

เรือผมถามคนขับเรือว่าเขาเอาไปทำอะไร เจ้านายปากแดงของผมบอกว่าเขาเอาไปถมที่เพื่อเพาะปลูกเพราะที่นี่ไม่มีผืนดินนอกจากต้อง

โกยโคลนจากใต้ทะเลสาปผสมกับจอกแหนใช้เป็นพื้นที่สำหรับเพาะปลูกอีกส่วนหนึ่งเขาเอาไว้เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่



ท่าเรือทะเลสาปอินเล



เรือที่บรรทุกจอกแหนจากทะเลสาป



ภาพวิถีชีวิตของชาวทะเลสาป



เอกลักษ์ของชาวทะเลที่นี่คือ ใช้ขาพายเรือ


สภาพบ้านเรืองสองฝั่งคลอง






 

Create Date : 20 สิงหาคม 2551   
Last Update : 20 สิงหาคม 2551 2:21:00 น.   
Counter : 522 Pageviews.  


เที่ยวพม่า ก่อน นากีสน์

พระมหามุนีเป็น 1ใน 3 สิ่งศักสิทธิ์ของพม่าที่ควรเคารพบูชา

1. คือ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

2. พระธาตุอินทแขวน ทางใต้ของพม่า

3.พระมหามุนี

โตโต้ไกดืพม่าพาผมมาไหว้เป็นที่ต่อมา เราแวะซื้อดอกไม้และฝากรองเท้าเอาไว้ตรงทางเข้า ทุกคนต้องเดินตีนเปล่าเข้าไปข้างใน ผู้หญิงสามารถเข้าไป

กราบไหว้ได้ในส่วนที่กั้นไว้เท่านั้น แต่ผู้ชายสามารถปีนขึ้นไปสัมผัสและปิดทองตัวของท่านได้ด้วยตัวเอง สัมผัสแรกที่เห็นองค์พระมหามุนีผมถึงกับขนลุกซู่

โดยไม่ตั้งใจ ตัวองค์พระพุทธรูปช่างงดงามและเหลืองอร่ามเหลือเกิน เพราะจริงๆแล้วในใจปราถนาอยากมากราบไหว้ท่านสักครั้งในชีวิตและก็สมความตั้ง

ใจซะที โตโต้บอกให้เราปีนเข้าไปใกล้ๆตัวท่านพลางชี้ให้ดูสร้ิอยเพชรนิลจินดาที่ห้อยคอและประดับบนมงกุฏมันเยอะแยะละลานตาไปหมด ทั้งไพลิน ทับทิม

มรกตและทองคำต่างๆของเหล่านี้ชาวบ้านสมัยก่อนมีส่วนร่วมบริจาคถวายเป็นกุศลโดยของทุกชิ้นจะมีชื่อและสกลุจารึกไว้ทุกชิ้น

เสียงวงดนตรีปี่พาทย์กำลังบรรเลงเพราะใกล้ถึงเวลาจะปิดให้มากราบไหว้แล้ว เจ้าหน้าที่วัดยกขันเงินขนาดใหญ่ 3 ใบวางไว้หน้าองค์พระมหามุนีเพื่อเตรียมไว้

สำหรับล้างหน้าเช็ดหน้าให้ท่านทุกๆเช้าตรู่ของวัน

ที่ต้องมีขันใส่น้ำถึง 3 ใบเพราะใบแรกไว้สำหรับล้างหน้า ใบที่สองสำหรับดวงตา ใบที่สามสำหรับปากและฟัน เพราะคนพม่ามีความเชื่อว่าองค์พระมหามุนีมีชีวิต

ดังเช่นคนปกติทั่วๆไป

เย็นมากแล้วเหลืออีกแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆรถก็จะออกแล้วแต่เหลือที่สุดท้ายที่จะไปดูคือ สะพานอูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในพม่าความยาวเกือบ 3 กม.ก่อสร้าง

โดยนายเบ็งเพราะคำว่า อูหมายถึงนาย

เมื่อหลายปีก่อนที่นี่ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง วัดวาบ้านเรือนเสียหายหนัก ต้นไม้ใหญ่หักโค่น นายเบ็งเลยรวบรวมเอาเศษไม้ที่เสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนั้นมา

ก่อสร้างสะพานแห่งนี้ให้คนได้ข้ามสัญจร

ผมว่าแรงกุศลบุญครั้งนั้นของนายอูเบ็งคงจะเยอะเอาการทีเดียว

ชายพิการตาบอดกำลังร้องเพลงและดีดกีตาร์พื้นบ้านอย่างสบายอารมณ์มีชาวบ้านพม่ามุงดูเขาเยอะพอสมควรไม่รู้ว่าเป็นขอทานหรือเปล่าเพราะไม่มีขันวางไว้

เหมือนขอทานในบ้านเรา

คนพม่าที่นี่ก็นิยมมาเดินเล่น ดูพระอาทิตย์ตกตอนเย็นเหมือนกันได้ถ่าบรูปคู่กับพระพม่าองค์หนึ่ง คงเป็นพระพม่าที่หน้าตาดีที่สุดแล้วหล่ะเท่าที่เห็นมา

คนพม่าสว่นใหญ่จะออกคมเข้ม ผิวดำแดงตัวไม่สูงใหญ่เท่าไหร่นัก มีบ้างที่หน้าตาออกไปทางอินเดียเพราะหลายร้อยปีก่อนชาวอินเดียอพยพมาอยู่ที่นี่กันเยอะ

ร้ายขายหมากมีทั้งแบบสำเร็จรูปเคี้ยวให้ปากแดงได้เลย และทั้งแบบทำตอนนั้นกินตอนนั้นคงเป็นเหมือนรถเข็นส้มตำบ้านๆเราหาง่ายและเป็นที่นิยมในท้องถิ่น

โตโต้ไกด์ตัวเล็กแต่แกร่งมาส่งผมที่ท่ารถก่อนรถจะออกครึ่งชั่วโมง เราให้ทิปเขานิดหน่อยเพราะการบริการที่สุดยอดของเขา













พระมหามุนี



การให้บริการโทรศัพย์สาธารณะในพม่าเป็นแบบนี้ครับ



วิถีชีวิตของผู้คนที่สะพานอูเบ็ง





รูปปั้นทหารพม่าที่ริมแม่น้ำอิรวดี





สะพานอูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวเกือบ สาม กม.





ภาพระยะใกล้ขององค์มหามุนี หนึ่งในสามของสิ่งศักสิทธิ์พม่า




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2551   
Last Update : 1 สิงหาคม 2551 0:13:10 น.   
Counter : 497 Pageviews.  


เที่ยวพม่า ก่อน นากีสน์

เราจะอยู่ที่นี่กันแค่วันเดียวเอง ตอนเย็นๆจะหารถต่อไปยังทะเลสาปอินเลต่อ

อย่างแรกเลยคือต้องหาที่อาบน้ำชำระร่างกาย เก็บสัมพาระพักผ่อนและเช่ารถออกไปเที่ยวรอบๆมัณฑะเลย์ก่อนถึงเวลาเย็น ผมได้ชายร่างเล็ก

อายุไม่น่าเกินสามสิบเคี้ยวหมากปากแดงพูดภาษาอังกฤษดีทีเดียวเป็นไกด์ให้ เขาแนะนำตัวเองแบบสุภาพชื่อ โตโต้ เขาคิดราคารเช่ากับค่าไกด์

แค่ 37 เหรียญ จนถึงเวลาเย็น ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว โตโต้สอนวิธีนุ่งสะโหร่งแบบพม่าให้ผม แต่มันก้ไม่ง่ายซะทีเดียว หวิดโป็หลายครั้งหลายครา

เราแวะซ์้อตั๋วตอนเย็นไปทะเลสาปอินเลก่อน ในราคาคนละ 10000 จั๊ต รถออกตอนหกโมงครึ่งตอนเย็นแวะเชคอินโรงแรมเพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า

แวะซื้อตั๋วเครื่องบินจากแฮโฮ ทะเลสาปอินเลไปบากันหรือพุกามของวันมะรืน ตกคนละ 55 us ดูสิโปรแกรมการวางแผนยาวเหยียด ไม่งั้นเท่าเที่ยว

ไม่ครบแน่นอน

หลังจากจัดการอาหารมื้อเช้าเสร็จ โตโต้พาเราไปที่เรือนไม้สักแกะสลักสวยงามที่พระเจ้าสีปอ กษัตริย์องค์สุดท้ายของมัณฑะเลย์รื้อทั้งหลังจากใน

พระราชวังมาไว้ที่วัดแห่งนี้เพื่อรำลึกถึงบิดาที่ตายไปก่อนหน้านั้น

ปกติที่นี่ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 10 us แต่โตโต้ให้เราแค่เดินผ่านๆข้างนอกไม่ต้องเข้าข้างในจะได้ไม่ต้องเสียค่าเข้า เจ้าหน้าที่พยายามเรียกเรา

เข้าไปข้างในแต่ผมส่ายหน้าปฏิเสธ ดูแกทำหน้าตาไม่พอใจที่เรไม่หลงกลแก

แม่ค้าแถววนั้นหันมายิ้มให้และพูดอะไรกับโตโต้ จนผมอดถามไม่ได้ โตโต็บอกผม ว่าผมหล่อดี เหมือนคนพม่าแต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า เหอๆ ชัก

เขินแล้วสิ ชุดสะโหร่งพม่าที่ผมใส่ซื้อใจคนพม่าได้บ้างแล้วสิ

วัดต่อมาที่โตโต้พาไปเป็นวัดที่มีแผ่นบันทึกหินอ่อนเกี่ยวกับพระธรรมคำสั่งสอนครอบไว้ในองค์เจดีย์สีขาวถึง 729 องค์ หรือที่เรียกว่า The biggest

marble book temple เรียงรายสีขาวละลานตาไปหมดแถมเจดีย์และแผ่นหินอ่อนทุกอันยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ลักษณะคล้ายใบเสมาของพระอุ

โบสถแต่มีขาดใหญ่กว่าเกือบเท่านึง

ที่ที่สามเป็น mandalay hill ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ตรงทางขึ้นมีรูปสิงห์คู่สีขาวสูงตะหง่านสวยงามดีทีเดียว รถไต่เกือบถึงยอดต้องใช้เท้าเดินอีกนิดหน่อย

นับว่าสะดวกสบายดีเหมือนกัน

แม่ค้าที่นี่ซุบซิบกันอีกแล้ว โตโต้บอกว่าพวกแม่ค้ากำลังถกเถียงกันว่าผมและเพื่อนเป็นหนุ่มชาวพม่าหรือเปล่า แต่ทำไมพูดภาษาอังกฤษและมีทรงผมประ

หลาดๆกว่าหนุ่มพม่าทั้งหลาย โตโต้แนะให้ผมหาหมากเคี้ยวดีกว่าจะได้หมดความสงสัย เหอๆ



ที่นี่สามารถมองเห็นเมืองมัณฑะเลย์ได้ทั้งหมด แต่วันที่ไปฟ้าหม่นๆเลยเห็นอะไรไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่นัก

รถแท็กซี่วิ่งผ่านพระราชวังมัณฑะเลย์ผมบอกให้เขาหยุดถ่ายรูป มองจากข้างนอกมันช่างยิ่งใหญ่อลังการมากๆ แต่โตโต้บอกว่าข้างในตอนนี้เป็นที่ทำการของ

ทหารพม่า ห่วยแตกและแย่เอามากๆ อันนี้เขาพูดเองนะผมไม่ได้ต่อเติมอะไรเลย แถมเท่าๆที่คุยกันเริ่มสนิทกัน เขายิ่งแสดงท่าทางรังเกียจรัฐบาลพม่าชุด

นี้เอามากๆ ขนาดให้ผมถามอะไรก็ได้ที่อยากรู้เกียวกับรัฐบาลพม่าถ้าเขารู้เขาจะตอบให้ แต่ผมก็ไม่กล้าถามอะไรมากหรอก เดี๋ยวเผื่อเป็นสายลับขึ้นมาล่ะ

แย่เลย ผมยังไม่อยากกินข้างแดงนอนมุ้งสายบัวในประเทศพม่า อิอิ

โตโต้และลุงแท็กซี่พาผมลัดเลาะมาดูบ้านที่ทำทองคำเปลว ที่ผมอยากมาดูเพราะที่แห่งนี้สมเด็จพระเทพเคยเสด็จมาแล้วเมื่อหลายปีก่อนมีหลักฐานเป็นรูป

ของพระองค์ท่านแขวนประดับอยู่หน้าบ้านหลายรูปด้วยกัน ตัวบ้านเป็นไม้สองชั้น มีคนงานชายและหญิง 7-8 คนกำลังขมักเขม้นทำงานกันอยู่ ภายในบ้าน

เป็นที่ขายผลิตภัณฑ์จากทองคำเปลว คุณภาพของแผ่นทองคำเปลวที่นี่ดีที่สุดเพราะใช้เวลาตีนานหลายชั่วโมงมาก และต้องให้แผ่นหนังของกวางรองเวลา

ดีจึงจะได้ทองคำเปลวที่สวยและประณีตที่สุด









สิงห์ขนาดใหญ่ทางขึ้น mandalay hill



เรือนไม้สักแกะสลักสวยงามที่พระเจ้าสีป่อกษัตริย์องค์สุดท้ายสร้างขึ้น





ช่างคำทองเปลวกำลังตีทองอย่างขะมักเขม้น




พระราชวังมณฑะเลย์ล้อมรอบด้วยคูน้ำทั้งสี่ทิศ



ส่วนหนึ่งของทองคำเปลวที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว



วิวมุมสูงมองจาก mandalay hill




ยักษ์พม่าน่าสงสารเพราะต้องถูกขังในกรง





แผ่นจารึกหินอ่อนที่ครอบไว้ในองค์เจดีย์สีขาว 729 องค์ในมัณฑะเลย์





ภาพแม่ชีเด้กเดินเรี่ยไรเงินขณะจะเดินทางไปทะเลสาปอินเล




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2551   
Last Update : 5 กรกฎาคม 2551 22:11:45 น.   
Counter : 1028 Pageviews.  


เที่ยวพม่า ก่อน นากีสน์

เรารีบเชคเอาท์จากโรงแรมก่อนเที่ยง เพราะต้องไปรับตั๋วและขึ้นรถตอนบ่ายสองโมงครึ่ง รถออกจากย่างกุ้งแต่เราต้องไปขึ้น

รถไปมัณฑะเลย์อีกที hight way bus station โดยต้องเสีนยค่าบริการเพิ่มอีกคนละ 1000 จั๊ต

ลุงหม่องคนเดิมที่ขายตั๋ววันนี้แกพยายามจะหัดพูดไทยกับพวกเราแต่ก็ยากจะเข้าใจเหลือเกินจึงได้แต่ยิ้มแหยๆและขอตัว

ฝากกระเป๋าสัมภาระไว้กับแกก่อนจะออกเดินเล่มชมเมืองกับเวลาที่เหลือเกือบๆสามชั่วโมง

สถานีรถไฟฟ้าคล้ายหัวลำโพงบ้านเราแต่จอแจและพลุกพล่านกว่า คนนอนกันกลาดเกลื่อน หญิงขอทานมากับลูกน้อยตื๊กขอ

เงินจนผมใจอ่อนควักให้ 1000 จัตหลังจากนั้นเหล่าสมุนเล็กๆก็พากันเดินตามพวกผมเป็นพรวน เฮ้อคิดผิดจริงๆ จนทำเป็น

ไม่สนใจโน่นแหละ เหล่าสมุนน้อยนั่นถึงล่าถอยไป

ซอยแต่ละซอยขายของหลากหลาย จนหมดแรงเดินจึงแวะร้านอาหารใต้ต้นโพธิ์ วัยรุ่นพม่านั่งกันเยอะ ท่าทางคงอร่อยแน่ๆ

เมนูมีแตภาษาพม่า มี ice tea กับ ice coffe ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เลยชี้ไปที่่ ไอซ์ คอฟฟี่กับน้องผู้ชายวัยสิบขวบ น้องแก

พยักหน้าเหมือนเข้าใจและวิ่งหายเข้าไปในครัว ราวสิบนาที อาหารที่มาเสิร์ฟผมเป็นคล้ายสปาเกตตี้และมีน้ำซุปเคียงมาด้วย

นี่รึ ไอซ์คอฟฟี่ของผม เหอๆ ผมถามเขาว่านี่คืออะไร เขาตอบชัดถ้อยชัดคำว่า บี๊ซี่ อืมม บี๊ซี่ ไอซ์คอฟฟี่ ใกล้เคียงกันป่าวหว่า

ผมพึ่งจะกินข้าวเทียงไป และจะกินหมดไหมนี่ เจ้าสปาเกตตี้พม่าของผม กำ

ได้เวลาออกเดินทางแล้ว hightway bus station อยู่ไกลออกจากตัวเมืองย่างกุ้งราวๆ 1 ชั่วโมง ตัวสถานีดูวุ่ววายคล้ายๆ

ขนส่งตามต่างจังหวัดบ้านเรา ผู้คนพลุกพล่าน เราแวะมานั่งโต๊ญี่ปุ่นเพื่อรอเวลารถออก สั่ง star cola โค้กสัญชาติพม่ามาลองกิน

ดู รสชาดไม่เลวแฮะ ขณะสายตาเฝ้าดูพ่อค้าแม่ค้ามากมาย ยาดมยาหม่อง เม็ดแตงโม นิยาย หนังสือโชคดวง นิทาน หรือแม้แต่แม่ชี

เด็กขอทานเดินเข้าออกร้านจนน่าเวียนหัว

รถออกตอน ห้าโมงเย็นคนเต็มรถ ใช้เวลาเดินทางทั้งคืน กว่าจะถึงมัณฑะเลย์ก็เช้าของอีกวัน รถแอร์ปรับอากาศก็จริง แต่ช่างเย็นน้อย

เหลือเกิน จนต้องเปิดหน้าต่างระบายไอความร้อนจากข้างใน

ราวๆ 1 ทุ่ม รถแวะพักทานข้าวและเข้าห้องน้ำห้องท่า ราคาอาหารที่นี่แพงมากกว่าปกติ ทั้งๆที่สั่งมาไม่กี่อย่าง รถวิ่งไปพักพักก็ต้องหยุด

ข้างทางเพราะต้องซ่อมแอร์และเปลี่ยนล้อ ท่ามกลางความเปล่าเปลี่ยวอากาศค่อนข้างหนาว ดาวพราวระยิบเต็มท้องฟ้่า คิดถึงบ้านจริงๆ คิด

ถึงที่นอนอุ่นนุ่ม ถามใจตัวเองเบาๆว่า หาเรื่องเดือดร้อนใส่หัวตัวเองทำไมว้า มึง

รถซ่อมเสร็จแอร์เริ่มหนาว จนต้องหาเสื้อกันหนาวและผ้าพันคอมาห่ม คนขับจอดเกือบๆทุก 3 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้โดยสารได้ลงไปปล่อยทุกข์

ปล่อยเบาตามริมทาง ก็ดีเหมือนกันนะผมว่าได้ลงมายืดเส้นยืดสายคลายเมื่อยได้ดีทีเดียว

ราวๆตี 4 รถจอดพักให้คนลงไปกินชากาแฟอีกครั้ง เหมือนเป็นการบังคับเป็นนัยๆ เพราะพี่แกเล่นปิดแอร์ปิดไปไล่คนลงและลอคประตูรถเลย

ข้างๆกันรถทัวร์จอดเป็นสิบคัน เก้่อี้ญี่ปุ่นตัวเล้กๆ คนนั่งกันเต็ม เออ น่าแปลกที่ตี 4 ตี 5 ยังจะมานั่งกินไรอีก ง่วงแสนง่วงคนที่นี่กินกันได้ทุก

เวลาจริงๆ ผมเชื่อแล้ว เหอๆ

รถโดยสารเข้าเขตมัณฑะเลย์ตอนเกือบจะ 9 โมงเช้า ผู้โดยสารเริ่มทยอยลงเรื่อยๆ ภายในรถเปิดเทปเสียงสวดมนต์ดังลั่นรถ คล้ายๆจะปลุก

ให้ตื่นให้เตรียมตัวลง สภาพบ้านเมืองดูเงียบสงบกว่าย่างกุ้งมาก




saving private ryan version พม่าคับ



น้องเด็กเสิร์ฟที่ผมสั่งกาแฟเย็นแต่ได้ สปาร์เกตตี้สัญชาติพม่า



พระอกพม่ากับผมใครหล่อกว่ากันคับ อิอิ





นกเค้าในกรง สำหรับไว้ปล่อย



ลาก่อนย่างกุ้ง จะไปมัณฑะเลย์แล้ว



ร้านขายของในสถานีรถไฟย่างกุ้ง



บีซี่ หรือสปาร์เกตตี้สัญชาติพม่า อร่อยดีเหมือนกัน




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2551   
Last Update : 29 มิถุนายน 2551 21:18:09 น.   
Counter : 1070 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Bear leader
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ทานตะวัน - ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี

เดินๆ เล่นๆ บนผืนโลก

ในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง
หลังจากหลับไหลมาแสนนาน
ฟ้ากำลังเปล่งสีส้มอ่อน
เมื่อคืนความฝันได้พาผมไป
หลากที่มากมาย..
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด..
ผมสงสัยว่า..
ผมมีชีวิตก่อกำเหนิดขึ้นมาเพื่ออะไร??
เช้าที่แสนมหัศจรรย์ของวันนี้
ผมรู้แล้วหล่ะ
ผมเกิดมาเพื่ออะไร...
..เพื่อ...ได้รู้..ได้เห็น

[Add Bear leader's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com