" IT'S TIME FOR HAPPY RETURNS "
Group Blog
 
All blogs
 
โลกทั้งใบ :: โลกของผม

ลมพัดแรง ท้องฟ้ามืดครึ้ม ผู้คนคร่าคร่ำยามเย็น ต่างเร่งฝีเท้ากลับบ้าน ไม่ก็คงเป็นที่นัดหมาย
หรือแย่ที่สุด ก็คงเป็นห้างสรรพสินค้าซักแห่ง ที่จะเป็นที่พักหลบสายฝนเย็นที่กำลังจะมาในอีกไม่ช้า


รองเท้าสวยงามคู่แล้วคู่เล่า ที่เดินผ่านหน้าไม่ได้หยุดชะลอฝีเท้า หากหยุดก็เพื่อเบี่ยง และหลบหลีก‘ของ’ ที่เกะกะ ระหว่างทางที่ใช้เดินสวนกันเท่านั้น

..
..

ผมรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็น ‘ของ’ ชิ้นหนึ่งไปตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้ ทุกวันที่ผมมานั่งที่เชิงสะพานข้ามคลองที่เดิม เพื่อขอน้ำใจจากคนเดินผ่านไปผ่านมา มีเพียงบางช่วงเวลา ที่ผมจะรู้สึกถึงความมีตัวตนของตัวเอง มือที่วาง เหรียญบาท เหรียญห้าบาทนั่นไง ที่ทำให้ผมรู้ว่า ผมยังมีลมหายใจ มีเลือดเนื้อ ไม่ใช่เพียงวิญญาณที่ยังไม่หลุดพ้นบ่วงแห่งความทรมาน




ความโชคดีของผม คงไม่ต้องหวังเรื่องการขึ้นเงินเดือนอย่างพนักงานบริษัทที่แต่งตัวโก้หรู และไม่กล้าหวัง ถูกหวยถูกรางวัลเหมือนพวกแม่ค้าที่คุยกันเสียงดังอยู่ทุกเดือน แค่มีมือที่หยิบยื่นข้าวให้อิ่มท้องซักกล่องอย่างตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีแล้ว เพราะนั่นหมายถึง ผมไม่ต้องนั่งนับเศษสตางค์ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อจะรอให้มันพอกับข้าวซักจาน




กระเพราไก่ ไข่ดาว เมนูอาหารง่าย ๆ ที่คนซื้ออาจจะไม่ได้ใส่ใจที่จะเลือกมากมาย แต่มันก็เต็มไปด้วยความหมายสำหรับผม สองมือสั่นรีบเปิดกล่องตักข้าวเข้าปากด้วยความหิวจากท้องที่ว่างตั้งแต่มื้อเช้า ก่อนจะนึกขึ้นได้.. ผมแบ่งข้าวอีกครึ่งกับไข่ดาวใส่กล่องโฟมอีกข้าง เลือกกินเฉพาะด้านที่เป็นผัดกระเพรา แน่นอนว่าผมไม่มีทางกินเหลือซักเม็ด




ทันทีที่ข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก เปิดขวดน้ำขวดเก่าที่ไปกรอกมาจากก๊อกน้ำประปาขึ้นดื่ม เม็ดฝนเม็ดโตร่วงหล่นกระทบผิวหน้า ผมรีบเก็บข้าวส่วนที่เหลือ และแก้วพลาสติกเก่า ๆ ของร้านดังที่มีอยู่เต็มเมืองเข้าย่ามใบเก่ง เทเหรียญบาทเหรียญห้าบาท สองสามเหรียญกำใส่ชายเสื้อเอาหนังยางรัดแน่น




สองเท้าเล็กๆ ที่มากระทบหลังทำให้ผมต้องหันไป ก่อนจะส่งยิ้มแรกของวันไปให้ เจ้าหมาน้อยตัวมอม ๆ ส่ายหางดุกดิก ร้องงี๊ดง๊าด ผมมองตามันแว้บนึง ก่อนหยิบกล่องข้าวที่เก็บใส่ย่ามออกมาอีกครั้ง เอามือบี้ไข่ดาวคลุกกับข้าวแล้ววางลง เจ้าตัวเล็กก้มหน้าก้มตากินอย่างแทบไม่หยุดหายใจ บางทีมันคงจะอดมาหลายมื้อเหมือนผม จึงหิวโซขนาดนั้น เม็ดฝนเริ่มล่วงหล่นหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ แต่เจ้าหมาน้อยยังคงก้มหน้าก้มตากิน ไม่สนใจที่ตอนนี้จะหัวหูเปียกลู่ มันกิน เงยหน้าขึ้นสะบัดเนื้อตัวไล่ละอองฝน แล้วก้มหน้ากิน สลับกันไป




ข้าวเม็ดสุดท้ายหายวับ มันเลียถาดโฟมจนเกลี้ยง ผมเก็บกล่องเปล่านั้นเข้ากระเป๋าย่าม ก่อน อุ้มมันขึ้นแนบอก รีบวิ่งเข้าไปหลบใต้เพิงสังกะสีร้านขายของใกล้ ๆ กับทางเข้าห้างใหญ่ เจ้าหมาน้อย ที่ไม่กลัวน้ำฝนเมื่อกี๊ตอนนี้กลับกำลังตัวสั่นด้วยความหนาว ผมกอดมันแน่นขึ้น เอามือถูตัวมันไปมา มันเงยหน้าขึ้นมองแล้วเลียหน้าผม วินาทีนั้นผมรู้แล้วว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว .. ผมอาจจะไม่ได้เป็นอะไรเลยในโลกของคนอื่น แต่ในโลกของผม ผมมีเจ้าหมาน้อยตัวนี้ ผมมีความสำคัญสำหรับมัน และมันก็สำคัญสำหรับคนที่ไม่มีใครเลย ในโลกใหญ่ ๆ ใบนี้ อย่างผม

...
...


ฝนที่ตกเป็นสาย ทำให้การจราจรของเย็นวันศุกร์แย่เสียยิ่งกว่าแย่ รถติดไม่ขยับอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง ทิวทัศน์สองข้างทางไม่มีอะไรที่ชวนให้ดูในลักษณะที่เรียกว่ารื่นรมณ์ รถติด คนเดินพลุกพล่าน มอร์เตอร์ไซค์เบียดซ้ายเลาะขวา แต่ในความรีบเร่ง ฉันเห็นสิ่งหนึ่งที่แปลกไป

‘เขา’ นั่งอยู่ตรงนั้น นิ่งนาน สายตาที่ทอดยาว หม่นหมอง ว่างเปล่า ราวกับไม่เห็นสิ่งวุ่นวายใดๆ ตรงหน้าแม้แต่น้อย








Create Date : 28 กันยายน 2552
Last Update : 28 กันยายน 2552 18:24:54 น. 33 comments
Counter : 376 Pageviews.

 
"ผมรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็น ‘ของ’ ชิ้นหนึ่งไปตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้....."

ประโยคนี้ใช่เลยค่ะ เวลาเร่งรีบ หรือแม้วันที่ไม่เร่งรีบ คนส่วนมากก็จะเดินผ่านไปโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ตรงสะพานแบบนั้นหรอกค่ะ บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเค้าโดนบังคับมาหรือว่าเค้าตั้งใจมาเอง แต่เราว่าส่วนมากก็น่าสงสารนะคะ คนที่ไม่มีอะไร ไม่รู้จะไปทำอะไร ยิ่งโดนหลอกมายิ่งแย่ใหญ่เลย คิดๆ ไปชีวิตเรายังดีกว่าคนเหล่านี้มากมายเลยที่มีอาชีพ มีที่พักพิง

เขียนบรรยายเก่งนะคะ ซัมเมอร์ไม่ค่อยถนัดเขียนบรรยายอะ นึกไม่ออกแต่ถ้ามีบทสนทนาด้วยก็ยังพอไหวค่ะ


โดย: Summer Flower วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:17:23:50 น.  

 
เอาความจริงของโลกเบี้ยวๆใบนี้มาเขียนอีกแล้วนะครับ
อ่านแล้วเศร้า พี่นี่เขียนเล่นกับอารมณ์คนเก่งชะมัด




ปล. ไม่ได้ตั้งใจเหมือนนะ "โลกทั้งใบ : โลกของผม"
ชื่อเรื่องเหมือนกันเปี๊ยบเลย อิอิ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:17:45:14 น.  

 
เขียนได้เห็นภาพมากๆค่ะ อย่างกับอยู่ในเหตุการณ์จริงๆเลยท

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าตามไปด้วยเลยค่ะ
ชอบบทบรรยายความรูสึกมากเลยค่ะ เก็บรายละเอียดของความรูสึกจนอ่านแล้วคิดตามไปเลยค่ะ



โดย: บุยบุย วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:19:28:05 น.  

 
อ่านแล้ว เห็นภาพ เด็ก นึกถึงเรื่องราวตอนเด็กๆค่ะ
เรื่องของญาติคุณครูที่โรงเรียน ตอนที่เรียนประถม
วันนั้นเป็นวันสอบ แต่เห็นคุณครูวุ่นวายกันมากมาย
เราเป็นเด็ก ก็พยายามฟัง ว่าครูเค้าพูดอะไรกัน
ถึงได้รู้ว่า น้องสาวครู ที่ลูกหาย เจอตัวลูกแล้ว เค้าตามหาลูก เป็นปีๆ
ลูกประมาณ 3 - 4 ขวบ วันนั้น ครอบครัวครู ไปเดินเที่ยวห้าง
แล้วก็ไปหยุดที่สะพานลอย เห็นเด็ก คนนึงนั่งขอทาน แต่แขน หรือ ขา
นี่แหล่ะ ขาด จะมาหาเค้า เค้าก็เห็นและสงสาร มาก เด็กตัวผอม แต่เค้าจ้องหน้ามองดีดี นี่ ลูกเค้านี่ แต่โดนตัดแขน แล้วก็ลิ้นค่ะ เป็นข่าวดังด้วยนะ ตอนนั้น

เนี่ยทำให้หนู ใจหายทุกครั้ง เวลาเจ้าภูมิไปไหนแล้วไม่บอก เวลาไปเที่ยว ก็ต้องติดกันแจ กลัวจนขึ้นสมองเลย


โดย: แม่ภูมิ (Artagold ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:20:15:17 น.  

 
โหฟี่งานเขียนวันนี้ออกแนวกึ่งสารคดีชีวิตเลยนะนี่

แฮ่รอปูเสื่ออ่านที่ฟี่ไปเที่ยวมาอ่า หนุกมั้ยๆ ไปทำไรมาบ้างงิ


โดย: oanotai วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:20:37:23 น.  

 
เขียนออกมาดี๊ดีค่ะ ... อ่านแล้วเป็นภาพตรงหน้าเลย
เพราะว่าภาพจากการบอกเล่าอย่างนี้ ว่าไปแล้วเราเห็นในสังคม
เมืองกรุงแทบจะเรียกว่าทุกสะพานลอยเลยนะคะ ...

เราจำได้ว่าเมื่อก่อนตอนไปเดินห้างแถวๆ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
น่ะคะ จะมีขอทานผู้หญิงด้วย นั่งหมอบอยู่บนสะพานเชื่อมน่ะคะ
แล้วแบบว่าข้างๆ เธอก็จะมีหมาตัวสีขาวมอมๆ ตัวหนึ่ง
หมอบอยู่ด้วย เรียกว่าทั้งเธอและมัน .. หมอบลงอย่างสงบ
เห็นแล้วเป็นที่สลดแก่ความรู้สึกตัวเองไม่น้อยเลยคะ



ทำให้เราคิดถึงความเหลื่อมล้ำของสังคมมากๆ เลย
โอเค คนเรามีรวย จน ปานกลาง ซึ่งแน่นอนว่าสถานะทาง
เงินทองมันก็ห้ามกันไม่ได้เพราะบางคนรวยมาก็
เพราะว่าเค้าทำงาน ขยัน และมีฐานะดีก็เพราะผลพวงของ
การขยัน อดทน แต่ว่าบางจำพวกสิค่ะ รวย มีเงินทองมาได้
ก็เพราะว่าน้ำเงินจากการคอรัปชั่น ... พูดแล้วหมั่นไส้ค่ะ
เพราะคนพวกนี้มีเยอะเหลือเกินในบ้านเมืองของเราเน๊าะ


โดย: JewNid วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:20:48:33 น.  

 
สวัสดีตอนมืดๆครับ..

นี่เป็นความบัดซบอย่างหนึ่งของประเทศไทยครับ..

แสดงถึงความเป็นเกษตรกรของข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

หูก็ไปนา ส่วนตาก็ไปไร่ มือก็รับเงินใต้โต๊ะ พวกเขามีอวัยวะมากมายหลายชิ้น

แต่ไม่มีอวัยวะส่วนใด ที่ใช้ทำงานเลย


ข้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรงแยกพระพรหม มีขอทานจำนวนโหลนึง..

แปลกไหม ที่ไม่มีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ไทยคนใดมองเห็นหรือคิดจะทำอะไรเลย?

อย่างไรไงก็คงอย่างนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง...

นี่แหละ ประเทศไทย...



-------------------------

ฮายยยยยยยยยยยยยยยยยยย...

เรื่องเศร้าจัง..

สงสารหมาน้อยกับเด็กน้อยๆเนอะ..

แต่ผมเลิกให้เงินขอทานแล้วล่ะครับ..

เห็นเค้าว่า มันเป็นการหมุนวงจรค้ามนุษย์

ฟังดูน่ากลัวจัง

เรามันคนขวัญอ่อน เชื่อครับ...

เง้อ....

เศร้า ทำขี้มูกโป่งดีกว่า...


ฟิ้ววววววววววววววววววว...





โดย: นายกสมาคมพ่อค้าจิ้งเหลนเพื่อการส่งออก..แห่งประเทศไทย.. (อสัญแดหวา ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:21:36:31 น.  

 


โดย: U can call me anytime วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:23:10:49 น.  

 
อ่านแล้ว...น้ำตาคลอ...ค่ะ น้องฟี่

เขียนได้ดีมากจริงๆ ไม่รู้จะชมยังไงให้ตรงกับที่ใจรู้สึก

ปกติแล้วนิยายเรื่องยาวๆเล่มหนาๆ หรืออย่างน้อยก็เรื่องสั้น ถึงจะทำให้อ่านแล้วมีอารมณ์ร่วมอย่างมากมาย

แต่นี่..แค่ไม่กี่บรรทัด กลับทำให้รู้สึกกินใจได้ขนาดนี้

เก่งมากๆจ้า...


โดย: walayalai วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:8:02:54 น.  

 
ฟี่ๆๆๆ

พี่แซลลี่อ่านมั่ง มีอารมณ์ร่วมอยู่นะ ชอบตรงบรรยายน้องหมาจังเลย

แต่งงๆ ตอนจบน่ะ ละเขาแปลกไปยังไงหรอ


โดย: แซลลี่ (lazypiggy ) วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:9:46:05 น.  

 
จะรออ่านลมหนาว เย็นๆนะครับ..



โดย: ชายผู้หล่อเหลา..กว่าแย้นิดนึง.. (อสัญแดหวา ) วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:10:54:28 น.  

 

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com



กลับมาแล้วค่ะฟี่

เห็นฟี่เขียนโลกทั้งใบ อิจฉาจัง ตั้งใจจะร่วมโครงการณ์ยังไม่ได้ทำเลย

เอาไว้โอกาสหน้าเป็นเรื่องอะไรเมื่อไหร่คะช่วยแจ้งข่าวด้วยน่ะ

มาติดโครงารณ์ลอยกระทงของแซลลี่อีก อูว์ ธุระเยอะจังอิอิ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:15:19:43 น.  

 
แวะมาทักทายยามบ่ายจ๊ะ


โดย: Summer Flower วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:16:45:22 น.  

 

เห็นไหมล่ะว่า .. ในโลกนี้ เราต่างมีส่วน
แบ่งพื้นที่ไว้หายใจกันคนละนิด แล้วเอามาวางเรียง ๆ กัน

มันไม่ใช่ของใครเลย สักคน ..


ขอบคุณพี่ฟี่ ที่ มองเห็นมนุษย์อีกหนึ่งชีวิต
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกัน
ขอบคุณ ใจ ดี-ดี ฮะ




ปล. มาทวงความคิดถึงฮะ พรุ่งนี้อย่าลืมไปส่งด้วยล่ะ


โดย: inmemoir วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:17:09:35 น.  

 
หวัดดีค่ะ..ฟี่...ที่น่ารัก
แจงมาเก็บลิงค์เสียข้ามวันเลย
อะไรดีๆ อย่างที่ใจคิด หลายคนข้างบนพูดไปแล้ว

อ่านจบแล้วจ้า..
บอกได้คำเดียวว่าแจ่มมากๆๆๆๆๆ
ไม่มีต้องมีพล็อต ไม่ต้องมีไคลแม๊ก..
แค่ฉากๆเดียวมันเล่นกับอารมณ์และความรู้สึกได้ดีจัง
คนอย่างคนๆนั้น..อาจจะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ในสังคม
บางทีเราเดินเห็น เราเดินผ่าน..แต่ก็ไม่ได้มองในมุมที่เขาเป็น
ฟี่สะท้อนความรู้สึกของคนๆนั้นออกมาได้ดีค่ะ..อ่านไป
มันออกแนวเรียบเรื่อยเหมือนเป็นแค่กิจวัตรหนึ่งของเขา..
แต่เล่นเอาคนอ่าน..สะท้อนสะท้าน..หัวใจโหวงเหวงทีเดียวเชียว


โดย: nikanda วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:19:48:19 น.  

 
โลกใบนี้เศร้าจังครับ อ่านแล้วรู้สึกว่าโลกเป็นสีเทาๆทึมๆ

ชีวิตคนเรานี่ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดินเลยนะครับ

อ่านแล้วทำให้รู้สึกรักและขอบคุณ "ชีวิต" ของตัวเองจิงๆเลยครับ


โดย: Unravel วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:21:01:03 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องฟี่

เขียนได้ดี ได้อารมณ์ และเห็นภาพเลยค่ะ อ่านแล้วเศร้าเข้าบรรยากาศฝนตกเลยจ๊ะ

เก่งจังเลยค่ะ เขียนได้หลายแนวดี

นอนหลับฝันดีนะจ๊ะ


โดย: กิ่งลีลาวดี วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:22:22:18 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องฟี่

พี่ก๋ากลับมา
แล้วก็นั่งอ่านโลกทั้งใบของน้องฟี่

บรรยายได้เห็นภาพเลยครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:7:59:13 น.  

 

Have a nice day..
คุณฟี่งานยุ่งอ๊ะเป่าจ๊ะ
พายุจะเข้าอีกแล้ว...
ดูแลสุขภาพด้วยน๊าา...


โดย: I_sabai วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:9:16:53 น.  

 
555+ ต้องเข้ามาอ่านใหม่

พี่แซลลี่ไปโฟกัสตรงน้องหมาแน่ๆเลย มันเลยงงๆไป

จาถักทันม๊ายน๊า อู้งานเลย ฟี่


โดย: แซลลี่ (lazypiggy ) วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:13:44:06 น.  

 
พี่ก่ากำลังงง
ว่าน้องฟี่โดนแบนคำไหนน่ะ 5555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:13:46:28 น.  

 
ทุกๆ คนมีความทรงจำที่ดีกับคนบางคนเป็นเรื่องธรรมดานะคะ แค่แอบมานั่งนึกถึงความหลังในบางวันก็สุขใจค่ะ


โดย: Summer Flower วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:15:30:02 น.  

 
แวะมาทักทายครับ
พี่ฟี่ชอมผมซะตัวลอยเลยครับ
อย่างนี้ค่อยมีกำลังใจเขียนขึ้นมาหน่อย อิอิ
แต่หัวข้อหน้าคงเขียนอะไรที่สั้นๆอ่ะครับ เพราะท่าจะไม่ค่อยมีเวลา

แล้วเจอกันหัวข้อหน้านะครับ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:18:30:13 น.  

 
ฮะๆ ฟี่มีเฟซบุ๊คป่าวอ่า
เค้าไม่ได้เล่นฟาร์มเน้อ แต่เล่น Pet society ล่ะ

เมื่อวานมีโฆษณาของบลิสส่งมาให้ที่บ้าน
หนังสือที่เล็งไว้เพียบเลย
งานหนังสือคราวนี้ตัวเอียงแน่ๆ เจ้า
ว่าแต่ฟี่จะไปงานวันไหนนิ


โดย: oanotai วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:19:53:51 น.  

 
โอเคค่ะฟี่

แม่จะพยายามค่ะ 12 ตค.นี้เจอกันตรงถนนสายมิตรภาพนะคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:22:10:36 น.  

 
อ่านไปเศร้าไป


โดย: Roseshadow วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:00:25 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องฟี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:7:35:01 น.  

 
ตัวอาจจะยืดขึ้นนิดหน่อย
แต่ที่แน่ๆคือผอมลงครับ

หมิงหมิงทานยากมากกกกกกกกกก

ไม่รู้จะดีขึ้นรึเปล่า
เมื่อวานหลานสาวสองคนเดินทางมาจากกรุงเทพ
กินข้าวโชว์ให้หมิงหมิงดู

เค้าเคี้ยวงั่มๆๆๆๆๆๆๆเลยครับ 55555


หวังว่าหมิงหมิงจะเลียนแบบสองสาวบ้างนะครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:8:26:28 น.  

 
หนูจ๋า เที่ยวหนุกป่าว ไม่ให้เล่าให้ฟังบ้างเลย
เอารูปลงให้ดูบ้างซิ
คิดถึงนะ


โดย: ชินโจมายุ วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:16:30:58 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ฟี่
ขอบคุณมากนะคะสำหรับกำลังใจ
และกำลังซื้อ(อิอิอิ)
มีอะไรติชมได้เลยค่ะพี่ยินดีรับฟัง
เล่มแรกอ่านไม่ไหลลื่นมากนักแต่จะพยายามไปเรื่อยๆค่ะ
ตอนนี้เล่มแรกไม่แน่ใจนะคะว่ายังวางขายไหม
เพราะเค้าออกเล่มสองกะสามมาแล้ว
เจ้านายหัวใจกับร้ายนักรักซาตาน
เล่มหลังๆเริ่มมีซาตานค่ะพี่เพราะเค้าขอมา
คืองานตรงนี้ตลาดไม่เหมือนกับนิยายราคาร้อยกว่าถ้าไม่พอใจเล่มไหนก็ไม่ต้องซื้อหาก็ได้นะคะพี่
ของแบบนี้ไม่ว่ากันค่ะ


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:21:12:14 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องฟี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:7:50:50 น.  

 
คุณฟี่ เขียนได้ดีเชียวค่ะ
เป็นโลกทั้งใบแบบที่เรียกได้ว่าเป็นมุมมองที่มองออกไปจากตัวเองเนอะ
มองเห็นโลกทั้งใบผ่านมุมมองของคนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
ซึ่งคนทั่วไปอาจจะมองผ่านเลย

โลกใบนั้นเป็นของใครก็ล้วนอยู่ที่มุมมองที่เราเลือกสนใจโดยแท้
บางนี้โลกเล็กๆ ใบนี้อาจจะมีความมั่นคงและสงบสุขทางใจ
มากกว่าโลกเล็กๆ ที่พรั่งพร้อมไปด้วยลาภยศสรรเสริญสุของใครบางคนก็ได้นะคะ

^^


โดย: BeCoffee วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:22:15:34 น.  

 
สวัสดีค่ะ

พอดีผ่านมา อ่านเรื่องของคุณแล้วรู้สึกว่า สร้างกำลังใจให้เยอะมากๆเลยค่ะ ซึ้งจังเลย อ่านแล้วก็คิดว่า คนบางคนมีสมบัติมากมายล้นโลก แต่ไม่เคยคิดจะเผื่อแผ่เศษเงินไปให้กับคนที่ขาด ในขณะที่คนบางคน ไม่ได้มีเงินหรือของมากมาย แต่ก็เต็มใจมอบสิ่งที่มีให้กับคนอื่นที่ขาดแคลนกว่า

^^^


โดย: amme IP: 125.27.233.241 วันที่: 25 ตุลาคม 2552 เวลา:18:00:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Paulo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เค้าว่ากันว่า " สิ่งดี ๆ นั้นรออยู่และอาจพบเมื่อเราเปลี่ยนแปลง " ข้อความนี้คงจะจริง เพราะไม่ยังงั้น เราจะได้มาเจอกันเหรอ


Blog Update
"Paella ข้าวอบสเปน ที่เจ้านายสอนทำ"


"กุ้ง หอย ปู ปลา @ แดงโภชนา"


"กินลม ชมทะเล @ CHER Resort"


"แม่ปั้นดิน ชวนชิม "ไข่นายก"


"โฮมสเตย์ "แม่ปั้นดิน พ่อทำสวน" @ เชียงใหม่ (ภาค 2 )"

"โฮมสเตย์ "แม่ปั้นดิน พ่อทำสวน" @ เชียงใหม่"

"Anna & Charlie's Cafe"

"เมี้ยววว .. เค้าเรียกป๋มว่า "ลูกลิง"

"กระเป๋าน้องซู (ทรงหอยเชลล์) กับการหัดแอพพลิเคครั้งแรก "

"เงาเสน่หา .. นราเกตต์ "

"หมวกพระ.. บุญในหน้าหนาว "

"ตะลึ่งตึ่งโป๊ะ !!"

"โหมด : รำพัน"

<

Friends' blogs
[Add Paulo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.