Update! • Kenny Keng Web• Activity • Article • Imagine • My ARTWORK • BackPack/Journey • Sketch • All Art • alphafo

alphafoBasic Sketch • • Visit My Work Kenny Keng Blog


ALPHA FO
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]










unique visitors counter







**อันนี้ก็สำคัญครับ กับเรื่องของสิทธิ
คือว่าถ้าหากเพื่อนๆท่านใด
ต้องการนำภาพหรือบทความไปเผยแพร่
กรุณาแจ้งผมด้วยนะครับ

**ขอบคุณครับ**

alphafo

New Article : JAN 2015

Art trip : My Journey
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม"ฮานอย1 เวียดนาม:13/02/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา3 เวียดนาม:31/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา2 เวียดนาม:16/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา1 เวียดนาม:14/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" เดียนเบียนฟู เวียดนาม:09/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" หลวงพระบาง ลาว:07/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ไชยบุรี2 ลาว:26/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียนาม" ไชยบุรี1 ลาว:25/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ปาด แปด 8:23/12/14
• "เริ่มใหม่...ได้ทุกเมื่อ":25/02/14
• "ปั่นคิดที่กองโค":19/12/12
• "12 12 12":12/12/12

• "ลับแล ซะที" :06/08/12

• BEST OF THE BEST:05/03/12

alphafo

• กาแฟสดบ้านหมึกจีน coffee and china's art gallery:16/02/12

Update! • อุปกรณ์การวาด carbon powder
•เทคนิคการทำเฟรมเขียนสีน้ำมัน
•เทคนิคการทำเฟรมสีน้ำมัน
•ปลอกต่อดินสอ EE กรณีดินสอของท่านหดสั้นจุ๊ดจู๋
•การทำสมุดเสก็ตซ์อย่างง่ายและประหยัด
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 1
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 2
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 3





Update!เทคนิค ขั้นตอน การวาดภาพการ์ตูน
• : เทคนิคการวาดภาพผงคาร์บอนพระเจ้าตากสินมหาราช และพระยาพิชัยดาบหัก
• การวาดการ์ตูนล้อเลียน
• พื้นฐานการวาดการ์ตูน
•เทคนิคการวาดภาพคนสีชอล์ก(หลวงปู่แดง)
•เทคนิคการวาดภาพคนเหมือนเต็มตัวสีน้ำมัน
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบหญิง
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบชาย
•เทคนิคการวาด carbon powder
•การวาดสีชอล์กแท่ง พระยาพิชัยดาบหัก
•การแก้ไขภาพสีน้ำมัน landscape
•เทคนิควาดภาพสีน้ำมัน Landscape
•พื้นฐานการวาดภาพสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่(Basic)
•เทคนิคการวาดเส้นหุ่นนิ่ง(Drawing)
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ตา"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "จมูก"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ปาก"
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนด้วยดินสอ EE(drawing portrait-woman)
•เทคนิคการวาดเส้นคนเหมือน (Drawing sketch)
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนภาพสีด้วยสีชอล์กแท่ง(pastel portrait)
•เทคนิคการใช้สีชล์อกแบบ drawing
•เทคนิคการแกะสติ๊กเกอร์แบบปลอกล้วย(จริงๆ)

alphafo ART ARTICLE :
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 6(สุดท้าย): โบนัสพิเศษกับงานศิลปะ
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 5 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 2)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 4 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 1)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 3 : ตามหามุมบันทึก(วาดเส้น)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 2 : ทำไมต้องเป็นถ่าน?
• "เที่ยวไปกับถ่าน" ตอนที่ 1: เด็กน้อยกับฝาบ้าน
**ภาพสเก็ตซ์สีชอล์กน้ำมัน
**เทคนิคประสม...ใคร ??
ศิลป์(ป่ะ) “ต้องเป็นตัวของตัวเองดิ๊” ...

ภาพวาดที่ฉีก: ผมยืนมองภาพพร้อมกับฟังเสียงหล่น..
ANATTA: วันที่ความหดหู่ หดเหี่ยว หรือเหี่ยวจนหด...
alphafo
alphafo

alphafo
alphafo


Sketch crawl ร่วม Sketch กับเพื่อนๆทั่วโลก

alphafo ALPHA FOCUS หนังสือพิชัย เมืองเล็กฯ เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองหน้าด่านของสยามประเทศในอดีต.....
alphafo
โอกาสที่ท่านมุ้ยมอบให้ สิ่งที่ผมเฝ้าศึกษาและสังเกตุ จะมีเรื่องราวและข้อมูลไปพ้องกับใครบางท่านเข้าอย่างจัง...
alphafo

Find more art/painting/Antique like this on facebook Art & Antique Gallery สั่งซื้อคลิ๊กที่นี่เลยครับ


alphafoอยากหาอะไรเพิ่มเติม ก็ช่องนี้เลยครับ

Custom Search

สร้างลิงค์

free counters

Start : 12 -01-2011 Time 10:10 a.m.
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ALPHA FO's blog to your web]
Links
 

 

THE PAINTER -แสงตะเกียงไม่สิ้น กลิ่นน้ำนม - ตอนที่ 1












THE PAINTER - แสงตะเกียงไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

การดำเนินชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนผ่าน การได้อยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญการเปลี่ยนแปลงของวิถีการใช้ชีวิต ความคิด ความรักของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์



จากแสงสว่างที่ได้มาจากไต้ไม้กลายเป็นแสงสีส้มจากตะเกียง ถึงแสงสว่างที่ได้มาจากสารพัดสิ่ง จากการเดินทางเพื่อสื่อสารการส่งสารที่แสนยากลำบาก สู่การส่งสารด้วยรหัสตัวเลขเพียงสองตัวแปรสัญญาณให้กลายเป็นทั้งข้อความภาพและเสียงจากที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ ในอนาคตที่ทะยานสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนยากที่มนุษย์รุ่นก่อนหน้านี้จะจินตนาการถึง  การบันทึกเหตุการณ์ผ่านเรื่องราวของลูกชายผู้คลั่งไคล้งานศิลปะกับแม่ผู้อยู่เบื้องหลังทุกเหตุการณ์พร้อมพ่อผู้คอยกระตุ้นประสบการณ์ให้กับชีวิตในทุกช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญในความรักที่ต่างรูปแบบ ต่างการสื่อสาร ต่างการบอกกล่าวที่เราพร้อมมองผ่านเลยไปหากไร้การสังเกตถึงเรื่องราวบนเส้นเวลาที่ผ่านโพ้น

เราทุกคนล้วนมีอดีตบางช่วงที่เหมือนกันแม้ความฝันและเรื่องราวหลังจากนั้นจะแตกต่างกันตามทางเลือกของตัวเอง อดีตที่ดำดิ่งอยู่ส่วนที่ลึกสุดของก้นบึ้งในจิตใจที่เราต่างไม่อาจลืมเลือน



คงเพราะเราทุกคนล้วนเป็นสิงมีชีวิตที่ต่างมีแม่เป็นของตัวเองแม่ซึ่งเป็นความผูกพันตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตจนลูกชายตัวน้อยผลัดเปลี่ยนเป็นพ่อลูกสาวผู้น่ารักกลายเป็นแม่ สืบต่อกันไปตามวิถีแห่งชีวิตที่หมุนวนเปลี่ยนฉากไปมาไม่รู้จบ



ความเข้าใจในความรักที่แท้จริงถูกส่งผ่านแขกผู้มาเยือนอย่าง ”มะเร็ง” โรคร้ายที่กำลังคร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆในโลกใบนี้  ผู้หญิงสองคนกับความรักสองแบบที่เขารู้จักเป็นทั้งพลังและแรงผลักดันอันส่งให้เขานำพลังแห่งความรักมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ผ่านทางชีวิต การทำงานและภาพเขียนเขาค้นพบถึงสิ่งที่เขามีอยู่ในตัวเอง



บางเรื่องราวของความฝันบางคนอาจทำสำเร็จภายในช่วงชีวิต แต่สำหรับบางคนอาจทำสำเร็จอย่างที่หวังไว้ได้....หลังจากนั้น




KennyKeng


----------------------------------------------------------------


 

----------------------------------------------------------------




-------------------------------------------------------------


1





คลื่นเสียงที่แหวกว่ายผ่านอากาศเลื่อนไหลเข้าช่องหูสู่ระบบประมวลผลในสมองของผมเป็นระยะเข็มวินาทีบนนาฬิกาทรงกลมสัญลักษณ์ขาวดำของลัทธิที่คุ้นตาบนผนัง ขยับตัวไปพร้อมกับผู้คนที่ต่างเคลื่อนตัวกันอย่างช้าๆ


พวกเขาเพ่งส่งสัญญาณจากสายตาเพื่อล็อคเป้าไปยังกรอบสี่เหลี่ยมภาพหนึ่งที่แปะติดอยู่กับข้างผนังนั้น


หลายๆคนเดินผ่านผมไปมาเหมือนผมเป็นเพียงมวลอากาศที่อยู่กลางห้องแล้วหยุดมองบริเวณด้านหน้าของกรอบสี่เหลี่ยมภาพนั้นคนแล้วคนเล่าพวกเขากระซิบผ่านอากาศด้วยอาการที่ราบเรียบในน้ำเสียงที่บางเบา แต่เมื่อกลุ่มคลื่นเสียงนั้นรวมตัวกันกลับดูอื้ออึงเหมือนเสียงสวดมนต์ในวิหารขนาดใหญ่


ในพื้นที่ห้องโถงสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยปริมาตรอากาศประกอบไปด้วยมวลของสิ่งที่มองไม่เห็นมากมายผลักให้เราเดินตามทิศทางของเสียงนั้นเพื่อเข้าสู่โลกที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในแผนที่ โลกที่กุมหัวใจซึ่งควบคุมร่างกายโลกที่หลายๆคนอยากเข้าไปอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร


ไม่มีใครสังเกตจิตรกรผู้สร้างสรรค์ผลงานอย่างผมพวกเขากำลังยืนกอดอก ทิ้งระยะห่างจากภาพที่แขวนบนผนังสีขาวประมาณสองเมตรเพื่อชื่นชมผลงานกันอย่างใจจดจ่อกับภาพเขียนที่ถูกจัดเรียงรายกันอยู่ด้านหน้าหลายภาพซึ่งล้วนต่างมีที่มาที่หลายคนทำกำลงทำความเข้าใจกับมันได้อย่างง่ายดายจากตัวอักษรที่ถูกเรียบเรียงบรรจุไว้ในหนังสือเล่มหนาซึ่งพวกเขาบางคนเดินถือแนบตัวไปด้วย


สมองของสิ่งมีชีวิตที่กำลังสั่งการโดยอัตโนมัติสั่งให้พวกเขาบางคนยกแขนด้านที่ถนัดส่งมือเข้าลูบคางของตัวเองพร้อมส่งสายตาไปที่ภาพนั้น


สิ่งที่อยู่ในนั้นดึงพวกเขาให้ดำดิ่งเข้าสู่อาการเงียบงันภายใต้จักรวาลแห่งความคิดของตัวเองและเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่นาทีเขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจหันหน้าคุยกันและทำท่าทางรูปแบบเดียวกันโดยไม่รู้ตัว

หากไม่มีใครยืนสังเกตถึงอาการที่พวกเขามีอย่างผมที่กำลังยืนเดียวดายอยู่ตอนนี้


มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่กว่าจะมีวันนี้วันที่ผมเข้าใจคำว่าการสร้างผลงานและได้จัดแสดงสิ่งที่ตัวเองได้สร้างขึ้นจากภายในจิตใจโดยมีผู้คนกล่าวถึงเรื่องราวภายในนั้นกันด้วยรอยยิ้มและน้ำที่เริ่มเอ่อคลออยู่ในตาอาจเป็นเพราะบรรยากาศ ตัวอักษรหรือเสียงเพลงบรรเลงเบาๆที่เปิดคลอเคลียไปพร้อมๆกับจินตนาการที่มีอยู่ของพวกเขาเหล่านั้นรวมถึงเรื่องราวบางส่วนที่อาจสอดคล้องกับชีวิตจริงของพวกเขาก็อาจเป็นไปได้


ในอดีตผมเป็นนักวาดภาพที่อาศัยอยู่ในซอกหลืบของโลกใบนี้ที่แม้จะเผยอใบหน้าออกมาอย่างสุดแรงเกิดก็ยังไม่มีใครมองเห็นอาจเป็นเพราะสังคมที่เร่งรีบจนทำให้พวกเขาหลงลืมชีวิตภายในบางส่วนของตัวเองจนมองข้ามงานศิลปะที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมใจระหว่างตัวเองกับความคิดที่อยู่ด้านในก็เป็นได้


ภาพวาดส่วนใหญ่ในชีวิตของผมจึงเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากจำนวนเงินตามความต้องการของตลาดและขนาดของเฟรมผ้าใบหรือจัดสรรราคาตามสัดส่วนการแบ่งพื้นที่ของหน้ากระดาษ


จากกระดาษที่เปื้อนสีประเภทหนึ่งถูกเปลี่ยนเป็นกระดาษที่พิมพ์มาอีกประเภทหนึ่งซึ่งเรียกว่าธนบัตรที่สามารถเปลี่ยนหลายๆอย่างในสังคมปัจจุบันนี้ได้อย่างง่ายดายแม้กระทั่งจิตใจของใครสักคนพวกเขาแบ่งระดับของงานศิลปะไว้อย่างน่าน้อยใจกับผู้ที่พยายามสร้างสรรค์อย่างผมหรือนักวาดภาพหลายๆคนที่ไร้ความสามารถในการยกย่องหรือโฆษณาตัวเองได้มากนักนอกจากผลงานที่กำลังตะโกนด้วยเสียงของมันเอง แต่เสียงตะโกนออกไปนั้นเหมือนลมที่ถูกเบ่งออกจากปอดส่งเสียงเพื่อเรียกหาผู้คนอยู่ภายในมุมมืดกลางป่าใหญ่ที่ไร้ผู้คนไร้การมองเห็น สุดท้ายก็จางหายไปสู่บรรยากาศแห่งความเงียบงันอีกครั้ง


หลายๆช่วงเวลาผมเองก็เป็นเพียงผู้ที่ชมผลงานของผู้อื่นเพื่อหันกลับมามองตัวเองพร้อมกับสงสัยในการค้นหาบางอย่างที่ยิ่งหาคำตอบเจอมากเท่าไหร่แต่ดูเหมือนกลับรู้น้อยลงทุกทีจนกระทั่งไม่รู้อะไรเลยยิ่งค้นหายิ่งสร้างความงุนงงต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จบและเมื่อหยุดการค้นหาการค้นพบสิ่งใหม่ในเรื่องเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้งสิ่งที่ผมได้ทำจึงกลายเป็นเพียงงานศิลปะระดับล่างที่ตอบสนองเพียงความรู้สึกของผู้คนที่ชื่นชมเพียงแรกพบเท่านั้น


งานศิลปะที่หลายคนค้นหาถูกสังคมโยนไปมาลอยคว้างกลางจักรวาลแห่งความคิดถึงสิ่งที่ใช่และตรงกับพวกเขามากที่สุด


ผมเองก็เหมือนกับคนทั่วไปที่ถูกผูกตรวนมัดติดไว้กับแกนกลางที่เรียกว่าสังคมเหวี่ยงสะบัดไปมา ปล่อยตัวตามบ้างฝืนกระโดดออกจากแรงดึงดูดบ้างแต่ก็ไม่สามารถพ้นหลุมดำของสังคมการตลาดได้อย่างลอยตัวมนุษย์ธรรมดาๆอย่างผมซึ่งไม่มีแม้แต่ที่ที่จะยืนในวงการที่ตัวเองรักมนุษย์ที่ได้แต่นอนครุ่นคิดและชื่นชมกับผลงานของตัวเองในห้องอับแคบเพียงลำพังซึ่งมันก็น่าจะสุขใจอยู่หรอกถ้ามันสามารถสร้างเงินได้ทันใจตามความต้องการใช้จ่ายในสังคมที่มีแต่ความต้องการขายของบรรดาพ่อค้าที่มีอยู่


ผมคิดอยู่เสมอว่าศิลปะคือสิ่งที่ใครคนใดคนหนึ่งก็ตามไม่สามารถมาแบ่งแยกความเป็นงานศิลป์ได้เมื่อความงดงามหรือสารพัดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากอารมณ์โดยปราศจากความคิดชี้นำนั่นคืองานศิลปะผมไม่คิดว่าศิลปะจำเป็นต้องมีระเบียบ มีต้นแบบ หรือมีการปรากฏกายอยู่ด้านหน้าเราในงานศิลปะมันเป็นพลังงานแห่งความจริงของใครคนใดคนหนึ่งที่บางครั้งหลบซ่อนตัวอยู่ในหลืบแห่งความทรงจำภายใต้ซอกแห่งความคิดจนเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาจนสามารถสร้างผลกระทบทางใจกับผู้ที่ชมได้นี่แหละคืองานศิลปะที่เราต่างเป็นผู้สร้างสรรค์


การยกย่องและทับถมที่เกินพอดีทำให้ผมรู้สึกเกลียดคำว่าศิลปินอย่างออกนอกหน้าคงเป็นเพราะมันดูดัดจริต ดูเหมือนเป็นผู้ยิ่งใหญ่สูงส่งและดูถูกผู้คนที่มีสติปัญญาด้อยกว่าโดยกระทืบความคิดของผู้อื่นให้แบนติดพื้นอย่างไร้ค่าศิลปินถูกผู้คนที่ขีดเส้นแบ่งทำให้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมนั้นจนดูเหมือนจะเป็นเทพเจ้าที่ทำผิดพลาดไม่ได้เลยในสังคมนี้พวกเขาที่หลงระเริงและคิดไปเองมักทำให้ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาได้รู้นั้นมันถึงที่สุดแล้วพัฒนาสูงสุดแล้วโดยผู้คนต้องมาเรียนรู้ได้จากพวกเขาเท่านั้นบนโลกใบนี้


แต่ในความเป็นกลุ่มชนศิลป์ที่สร้างงานศิลปะกลับถูกพวกเขาเหล่านั้นแบ่งและแยกส่วนผลงานออกจากกันตามความคิดความพอใจ หรือหลักการตลาดที่พวกเขาร่วมกันสร้างมันขึ้นมาเท่านั้นเอง


พวกเขาคือคนสร้างงานศิลปะที่เกิดจากความประทับใจหรือเกิดจากมุมมองของใครบางคนที่ถูกส่งต่อกันมาซึ่งผมไม่มีวันรู้ความเป็นจริงนอกจากตัวของนักวาดภาพคนนั้น รูปแบบของงานศิลปะยังคงเป็นความประทับใจที่ซ้ำกันไปมาในรูปแบบเดิมๆจนหลายๆครั้งผมเองก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าความประทับใจบนโลกมีเหลือให้ดูอยู่เพียงเท่านี้เองเท่านั้นเหรอ


วงการศิลปะที่มีแต่ความซ้ำซากจำเจในสังคมที่มองเห็นงานศิลปะเป็นสิ่งด้อยค่าศิลปะอาจกลายเป็นเรื่องที่เพ้อเจ้อของคนบ้าหรือการเสกสรรปั้นแต่งภาพเขียนธรรมดาให้กลายเป็นของล้ำค่าทางจิตวิญญาณก็ได้


เวลาที่ผ่านมาสำหรับผมซึ่งดูเป็นเหมือนคนที่ไร้จุดยืนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทั้งผลงานทรงผม นิสัยและรูปร่างหน้าตาซึ่งหลายๆครั้งมันก็เข้าหลักเกณฑ์ของการพัฒนาการสู่การวิวัฒนาการตามระบบอัตโนมัติที่เหมือนถูกบางสิ่งตั้งค่าไว้ผมไม่รู้หรอกว่าใครจะชอบอะไรหรือจะเสนอผลงานอะไรเพื่อเอาใจใครผมเพียงแค่เสนอในสิ่งที่ผมเห็นว่ามันสวยและน่าจะเป็นประโยชน์ในมุมมองของผมใครเห็นแบบผมบ้างก็เท่านั้นเอง ซึ่งมันดูเหมือนจะน้อยเต็มที อาจเป็นเพราะทักษะที่ยังไม่ถึงหรือจะจากสาเหตุอะไรก็สุดคาดเดาที่งานของผมไม่โดนใจคนส่วนใหญ่ที่ถูกสังคมกวาดต้อนความคิดมากองรวมกันในโลกที่ดูเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ใบนี้


ภายในความเงียบงันที่ไร้ขอบเขตของตัวเองผมกลายเป็นคนที่หยิ่งเพียงเพราะไม่กล้าที่จะพูดกับใครก่อนคงเป็นเพราะกลัวว่าเขาจะรังเกียจกลัวพวกเขาเข้าใจว่าผมต้องการอะไรจากเขา เพียงผมเข้าไปทักแล้วเขาจำผมไม่ได้เราอาจสนิทรู้จักกันเพียงเพราะพวกเขาเมามายการได้มีโอกาสหัวเราะและทักทายกับคนทั่วไปประดุจเป็นทูตสันติภาพของโลกสุดท้ายพอวันรุ่งขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ปรากฏพวกเขาก็ลืมเรื่องราวเหล่านั้นและผมก็กลายเป็นคนแปลกหน้ายิ่งเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นกับผมบ่อยๆทำให้ตัวผมเองนั้นยิ่งไม่กล้าที่จะทักใครข้อหาความหยิ่งจึงถูกยัดเยียดให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


การเริ่มต้นกับอาชีพที่เกี่ยวกับงานศิลปะของผมจึงเขียนภาพเพื่อเงินมาตลอดและคิดว่านั่นคือจุดสูงสุดในชีวิตผมฝันเล็กๆที่แม้แต่จิ้งหรีดยังยิ้มเยาะแต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตที่แสนพิศวงในช่วงเวลาต่อมา


ตอนนี้ผมรอเธอคนสำคัญที่ไม่มีวันจะปรากฏกายมาให้ผมได้เจอแม้แต่เสียงทักทายให้กำลังใจ


ในโลกที่ซ้อนทับเราล้วนมีเส้นทางของตัวเองที่เต็มไปด้วยความหวังความฝัน เส้นทางแห่งอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะมีจริงแค่ไหน โลกซีเปียแห่งอดีตโลกขาวดำแห่งความทรงจำสะบัดเม็ดสีต่างๆที่สร้างโลกให้สีสันหลุดกระเด็นจางหายไปเสียงผู้คนถามถึงภาพที่อยู่ในกรอบ ภาพวาดที่เป็นเหมือนตัวแทนแห่งอดีตโลกของใครบางคนอยู่ในนั้น การรับรู้อยู่ที่เราเลือกในทุกครั้งที่ผมเดินเข้าไปในภาพผ่านสายตาที่ครุ่นคิดผ่านจิตใจที่ปลดปล่อยให้ลอยล่องเข้าไปในนั้นประสบการณ์แห่งอดีตจะค่อยๆผุดตัวก่อร่างและเชิญชวนให้ผมต้องเข้าไปในนั้นอีกรอบ


อดีตที่ต่างกับปัจจุบันในตอนนั้นซึ่งความแตกต่างในการเข้าสัมผัสณ ช่วงเวลานี้คือเราได้แต่เพียงนั่งมองดูเรื่องราวที่ผ่านไปเหมือนภาพยนตร์เรื่องหนึ่งโดยไม่สามารถแก้ไขบทหรือสิ่งใดได้ในขณะที่มีคนบางกลุ่มกำลังหลงระเริงไปกับสังคมและสิ่งประโลมแต่ก็ยังมีอีกกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ตนรักนั้นให้สำเร็จอย่างตั้งใจหากแต่ความสำเร็จที่เราตั้งใจไว้นั้นเราเคยถามตัวเองหรือไม่ว่ารูปร่างที่แท้จริงของมันคืออะไรมันคือเงินตรา ชื่อเสียง ความสุข ภารกิจแห่งการมีชีวิตหรือทั้งหมด


เวลาที่ผ่านไปกับความทรงจำทำให้ทุกอย่างเหมือนถูกกลืนไปด้วยหมอกสีขาวห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนและภาพวาดกลับว่างเปล่า โล่งเตียน ไร้สรรพเสียงใดๆในตอนนี้คงเหลือแต่ภาพๆหนึ่งที่ตั้งลอยอยู่ด้านหน้าผมภาพวาดด้วยลายเส้นดินสอของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนอนหันหน้าเข้าข้างผนังและหันหลังให้กับผมภาพวาดที่หมุนดึงผมเข้าสู่อดีตลึกลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนคำถามผุดตัวขึ้นซ้อนกันมากมายเราเกิดมาเพื่ออะไร โลกนี้เป็นโรงเรียนหรือเพียงใช้ชีวิตไปวันๆหรือเพียงเพื่อให้ได้รับการสั่งสอนโดยรับบทเรียนกับสันดานที่ยากจะแก้ไขนั้น


เธอกำลังเรียกให้ผมเข้าไปในนั้น...อีกครั้ง


------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลดตัวอย่างอ่าน 




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2559    
Last Update : 20 มิถุนายน 2559 18:52:41 น.
Counter : 156 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.