Update! • Kenny Keng Web• Activity • Article • Imagine • My ARTWORK • BackPack/Journey • Sketch • All Art • alphafo

alphafoBasic Sketch • • 333 STUDIO KENNY KENG Blog


ALPHA FO
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]










unique visitors counter







**อันนี้ก็สำคัญครับ กับเรื่องของสิทธิ
คือว่าถ้าหากเพื่อนๆท่านใด
ต้องการนำภาพหรือบทความไปเผยแพร่
กรุณาแจ้งผมด้วยนะครับ

**ขอบคุณครับ**

alphafo

New Article : JAN 2015

Art trip : My Journey
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม"ฮานอย1 เวียดนาม:13/02/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา3 เวียดนาม:31/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา2 เวียดนาม:16/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา1 เวียดนาม:14/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" เดียนเบียนฟู เวียดนาม:09/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" หลวงพระบาง ลาว:07/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ไชยบุรี2 ลาว:26/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียนาม" ไชยบุรี1 ลาว:25/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ปาด แปด 8:23/12/14
• "เริ่มใหม่...ได้ทุกเมื่อ":25/02/14
• "ปั่นคิดที่กองโค":19/12/12
• "12 12 12":12/12/12

• "ลับแล ซะที" :06/08/12

• BEST OF THE BEST:05/03/12

alphafo

• กาแฟสดบ้านหมึกจีน coffee and china's art gallery:16/02/12

Update! • อุปกรณ์การวาด carbon powder
•เทคนิคการทำเฟรมเขียนสีน้ำมัน
•เทคนิคการทำเฟรมสีน้ำมัน
•ปลอกต่อดินสอ EE กรณีดินสอของท่านหดสั้นจุ๊ดจู๋
•การทำสมุดเสก็ตซ์อย่างง่ายและประหยัด
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 1
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 2
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 3





Update!เทคนิค ขั้นตอน การวาดภาพการ์ตูน
• : เทคนิคการวาดภาพผงคาร์บอนพระเจ้าตากสินมหาราช และพระยาพิชัยดาบหัก
• การวาดการ์ตูนล้อเลียน
• พื้นฐานการวาดการ์ตูน
•เทคนิคการวาดภาพคนสีชอล์ก(หลวงปู่แดง)
•เทคนิคการวาดภาพคนเหมือนเต็มตัวสีน้ำมัน
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบหญิง
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบชาย
•เทคนิคการวาด carbon powder
•การวาดสีชอล์กแท่ง พระยาพิชัยดาบหัก
•การแก้ไขภาพสีน้ำมัน landscape
•เทคนิควาดภาพสีน้ำมัน Landscape
•พื้นฐานการวาดภาพสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่(Basic)
•เทคนิคการวาดเส้นหุ่นนิ่ง(Drawing)
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ตา"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "จมูก"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ปาก"
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนด้วยดินสอ EE(drawing portrait-woman)
•เทคนิคการวาดเส้นคนเหมือน (Drawing sketch)
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนภาพสีด้วยสีชอล์กแท่ง(pastel portrait)
•เทคนิคการใช้สีชล์อกแบบ drawing
•เทคนิคการแกะสติ๊กเกอร์แบบปลอกล้วย(จริงๆ)

alphafo ART ARTICLE :
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 6(สุดท้าย): โบนัสพิเศษกับงานศิลปะ
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 5 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 2)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 4 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 1)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 3 : ตามหามุมบันทึก(วาดเส้น)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 2 : ทำไมต้องเป็นถ่าน?
• "เที่ยวไปกับถ่าน" ตอนที่ 1: เด็กน้อยกับฝาบ้าน
**ภาพสเก็ตซ์สีชอล์กน้ำมัน
**เทคนิคประสม...ใคร ??
ศิลป์(ป่ะ) “ต้องเป็นตัวของตัวเองดิ๊” ...

ภาพวาดที่ฉีก: ผมยืนมองภาพพร้อมกับฟังเสียงหล่น..
ANATTA: วันที่ความหดหู่ หดเหี่ยว หรือเหี่ยวจนหด...
alphafo
alphafo

alphafo
alphafo


Sketch crawl ร่วม Sketch กับเพื่อนๆทั่วโลก

alphafo ALPHA FOCUS หนังสือพิชัย เมืองเล็กฯ เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองหน้าด่านของสยามประเทศในอดีต.....
alphafo
โอกาสที่ท่านมุ้ยมอบให้ สิ่งที่ผมเฝ้าศึกษาและสังเกตุ จะมีเรื่องราวและข้อมูลไปพ้องกับใครบางท่านเข้าอย่างจัง...
alphafo

Find more art/painting/Antique like this on facebook Art & Antique Gallery สั่งซื้อคลิ๊กที่นี่เลยครับ


alphafoอยากหาอะไรเพิ่มเติม ก็ช่องนี้เลยครับ

Custom Search

สร้างลิงค์

free counters

Start : 12 -01-2011 Time 10:10 a.m.
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ALPHA FO's blog to your web]
Links
 

 
แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม / ตอนที่ 9 : ฮานอย 1 เวียดนาม

แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ : ไทย ลาว เวียดนาม
ตอนที่9 : ฮานอย เวียดนาม


6 ชั่วโมงจากซาปามาถึงที่นี่ ฮานอย
ด้วยสภาพผู้โยสารที่นอนเกลื่อนพื้น โดยไม่สามารถมีใครลุกเดินออกจากช่องแคบของตัวเองนั้นไปได้
ทุกช่องทางเดินมีผู้คนนอนเรียงตัวกันไปสุดทาง เอาหัวชนกันบ้าง เท้าชนกันบ้าง

ตีสี่ครึ่งเราเริ่มเดินลงจากรถด้วยอาการงงๆ กับสถานที่ใหม่ของชีวิต
นักท่องเที่ยวต่างสอบถามกันไปมาว่าที่นี่ที่ไหน และจะไปยังที่หมายได้อย่างไรในเวลานี้
ที่สำคัญคือที่พักในช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์จะโผล่โพ้นขอบโลกด้านนี้


ถึงแม้การเดินทางในทริปเล็กๆ จะเปรียบกับการเดินทางใหญ่ของชีวิตได้ยาก
ชีวิตที่เราต่างมีจุดหมายเดียวกัน
ต่างกันตรงะยะทางที่เราใช้นั้นแตกต่างกัน
บางคนเจอเรื่องใหม่ๆไม่ซ้ำเดิม 
บางคนก็เจอแต่เรื่องซ้ำเดิมเป็นปกติทุกวันเหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งค่าไว้อัตโนมัติ


เราเดินทางโรงแรมกันเรื่อยๆ จากมุมโน้น โผล่มุมนี้ เดินสวนทางสลับกันไปมากับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยกัน
ดูๆแล้วทุกคนต่างมีเป้าหมายของตน
Teaheon พาพวกเราตามหาทะเลสาปกลางเมืองก่อนจะมีการเริ่มต้นใดๆ
เพราะนั่นเป็นจุดที่เขาคุ้นเคยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่เดินทางมาวาดภาพเพียงลำพัง

จากราคาห้องพัก 30-40 US เป็น 65 US สำหรับการเดินตามหาโรงแรมภายในเมืองฮานอยแห่งนี้
ในที่สุดเวลาที่ดูเหมือนจะยาวนานออกไปจนถึงเช้าก็หยุดลงด้วยโรงแรมราคา 15 US ทีตั้งอยู่เพียงซอยถัดไป Hanoi Summit Hotel
เราแยกห้องพักผ่อนก่อนนัดลงมาพบกันอีกรอบตอน 9.30 am.




มื้อแรกของที่ Hanoi เริ่มต้นด้วยเฝอราคา 30,000 D ที่อร่อยเอาการ
Yeonju ชี้ให้ดูผงชูรสที่วางอยู่ด้านหน้าที่ผมนั่งพวกเราปฏิเสธคนชายที่จะเติมเจ้าสิ่งนี้ลงไปในอาหารของเรา
ลูกชิ้นหมูที่ถูกบดปนกับผักนิ่มอร่อย ได้รสชาติดีทีเดียว
ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าเขาใส่อะไรลงไปบ้าง แต่ทุกคนก็เดินมากินกันที่ร้านอาหารข้างทางแห่งนี้จนเป็นเรื่องปกติ
มีไม่ปกติคือการเรื่อราวที่มากเกินไป ในห้วงความคิดของเราเองเท่านัน



เมื่อได้รับพลังงานจนอิ่มท้องสบายพุง เราก็ออกเดินทางต่ออย่างไร้ทิศทาง
แต่ไม่ได้ไร้จุดหมาย คงเพราะทุกซอยสามารถทะลุหากันได้หมด จะไปซอยไหนก็ได้
แต่ละที่ล้วนเต็มไปด้วยอาหารที่ผมอยากเดินเข้าไปชิมให้หมดทุกร้าน
จริงๆก็น่าจะเป็นอย่างนันถ้ามีงบประมาณสนับสนุนเรื่องอาหารเกินกว่าที่ตั้งไว้เอง




เราเดินผ่านเสียงดังจากแตรรถ ผู้คน และความคิดที่โหนมกระหน่ำมาอย่างไม่หยุดย่อนทั้งอดีตและอนาคตข้างหน้า
จนกระทั่งเรามาเริ่มที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง คือบริเวณทะสาปกลางเมือง
จุดเริ่มต้นที่เราคุ้นเคย
เหมือนชีวิตเราหลายๆครั้งที่เริ่มหลงทางก็จะหาทางกลับมาที่จุดเริ่มต้นและเริ่มต้นใหม่
พร้อมกับประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 
อย่างน้อยก็เส้นทางที่ไมถูกต้องกับความต้องการ ณ ช่วงเวลานั้น
และเราสามารถเดินกลับมาได้ในอนาคต ถ้าสิ่งนั้นยังอยู่ใหเราหาเจอ



ณ สวนสาธารณะ 11:11 am บริเวณรอบทะเลสาปกลางเมือง
กิจกรรมมากมายเกิดขึ้นที่นี่ซึ่งเป็นเหมือนแหล่งรวมผู้คนสำหรับการเริ่มต้นกิจกรรมของตัวเอง
พวกเราก็เช่นกัน ที่จะเริ่มต้นจากเส้นทางนี้และเดินไปตามแผนที่มุ่งสู่พิพิธภัณฑ์โฮจิมิน







เราใช้แผนที่ที่ได้รับจากทางโรงแรม ออกตามหาสถานที่ท่องเที่ยวภายในนั้นกัน
การเดินทางสอบถามเพื่อพูดคุยยังคงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับความสัมพันธุ์ของมนุษย์
ถึงแม้เราจะมี GPS ใช้ แต่คงเฉพาะตอนจำเป็นหรือแหล่งที่ไม่มีคนพื้นที่อาศัยอยู่เท่านั้น
ผมเห็นนักท่องเที่ยวหลายๆคนเดินไปแล้วก้มหน้าเดินตามเส้นทางที่ GPS แนะ
แน่นอนว่าเราจะถึงที่หมายเหมือนกัน แต่ที่สิ่งที่จะขาดหายไปคือ เรื่องราวและความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่

การพูดคุยทำให้ได้รับคำแนะนำหลายๆอย่างระหว่างเส้นทางที่จะให้เราแวะพัก
เราได้เรียนรู้ถึงการขอบคุณของผู้รับ การให้น้ำใจและความภูมิใจของผู้ให้ 
พวกเรามีรอยยิ้มเสียงหัวเราะและการโบกมืออวยพร ร่ำลา
ซึ่งสิ่งนี้..ไม่มีในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักรกล



เจ้าหน้าที่ชี้จุดสำคัญให้เราได้เห็นและเดินไปอย่างง่ายดายตามเส้นทางหลักของรถไฟที่ผ่านกลางเมือง
ชีวิตในกล่องสี่เหลี่ยมที่วางซ้อนและในพนังห้องร่วมกันยังเป็นหลักพื้นฐานสำหรับการในชีวิตในเขตเมืองหรือเขตชุมชน
ผู้คนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่ ยังคงดำเนินกิจกรรมตามปกติหรือไม่ปกติก็ไม่แน่ใจ
แต่ทุกชีวิตคือการเดินทางในทุกวัน



12 :12 pm เราเดินมาถึงอีกจุดสังเกตุซึ่งเป็นหอคอยเก่าและห้ามขึ้นไปบนนั้น
หลังจากที่เราพยายามหาทางเข้าอยู่หลายมุม
ซึ่งจบด้วยบทสรุปจากการสอบถาม



สิบนาทีต่อมาเราเดินทางข้ามถนนกันมาจนถึงสุสานและพิพิธภัณฑ์โฮจิมิน
ซึ่งได้ปิดทำการไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ 11:00 am 
คงเหลือแต่พิพิธภัณฑ์โฮจิมินซึ่งงจะเปิดทำการอีกรอบตอน 14:00 pm
ซึ่งเป็นเรื่องปกติของที่นี่ที่พวกเราเจอมาตั้งแต่เดียนเยียนฟู
และที่นี่สร้างความมั่นใจให้เราอีกรอบว่ารอบๆบริเวณนี้ตั้งแต่ประเทศลาวจนถึงที่ฮานอยเวียดนามแห่งนี้
ใช้เวลาทำงานและหยุดพักแบบเดียวกัน



Coffee Time !
Yeonju ชี้มาที่นาฬิกาข้อมือบ่งบอกถึงเวลาที่เราต้องใช้กันต่อไปจนถึงเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์
หลังจากที่เธอทำเนียนเป็นกรุ๊ปของคณะทัวร์ชาวเกาหลีและฟังไกด์เกาหลีเล่าประวัติพร้อมสอบถามเวลา
กาแฟเป็นอีกสิ่งที่พวกเราชอบเหมือนกัน และกาแฟเป็นสิ่งแรกที่ทำให้พวกเราได้รู้จักและพูดคุยกัน





เราเดินหาร้านจนได้ร้านที่มีสัญาณ Wifi เพื่อการค้นหาข้อมูลสำคัญของแต่ละคน
กาแฟเป็นสิ่งแรกที่พวกเราสั่ง คงเพราะขาดคาเฟอินกันตั้แต่เช้าจนผมเริ่มมีอาการปวดหัวเล็กๆ
ซึ่งเป็นเรื่องที่คอกาแฟทุกคนรู้ดีว่าวันไหนถ้าขาดกาแฟแล้วจะเป็นอย่างไรและสาหัสแค่ไหน
งบประมาณผมถูกบีบให้ลดปริมาณอาหารกลางวันลง 
จากค่ากาแฟและแซนด์วิช 1 คู่ ในราคา 60,000 D ทำให้ผมจำเป็นต้องอิ่มเพียงแค่นั้น
หลังจากที่เดินกันมาเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะทางและเวลาที่น้อยกว่าซาปามากนัก



เราออกจากร้านมาถึงพิพิธภัณฑ์ก่อนเวลาเปิด 5 นาที
 ผมและ Yeonju เดินไปซื้อตั๋วเข้า Hojimin museum ในราคา 25,000 D
ส่วน Teaheon และ Peter เลือกที่จะนั่งรออยู่ด้านนอกอาคาร เพราะเขาเคยมาสัมผัสที่แห่งนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว




ภายในพิพิธภัณฑ์ ถูกสร้างและออกแบบขึ้นโดยใช้รูปแบบของงานศิลปะสมัยใหม่เข้าผสานกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของที่นี่
ศิลปะทำให้เรื่องราวต่างๆน่าสนใจมากขึ้น ผลงานแต่ละชิ้นได้สื่อถึงอารมณ์และบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าเพียงเอารูปภาพใส่กรอบแปะข้างฝาผนัง
ศิลปะเป็นเครื่องบ่งบอกถึงสภาพสังคมและจิตใจของมนุษย์ได้ดี
ศิลปะเป็นเครื่องมือการสื่อสารที่บอกเล่าส่งผ่านเรื่องราว อารมณ์ความรู้สึกได้ โดยไม่ต้องผ่านเครื่องมือแปลภาษา
ศิลปะเป็นเครืองมือในการพัฒนาจิตใจของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี



ถ้าอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของเมืองไหนให้ดูที่พิพิธภัณฑ์
แต่ถ้าอยากรู้การวิวัฒนาการทางด้านจิตใจของผู้คนให้ดูที่งานศิลปะ
ที่นี่เป็นทั้งสองอย่างที่บ่งบอกถึงอนาคตการพัฒนาและวิวัฒนาการของประเทศแห่งนี้
วิธีการสื่อสารของพวกเขามันมากกว่าตัวอักษรและรูปภาพที่แขวนเพียงประดับบนพนังห้องรอคนไปอ่านเพียงเท่านั้น



ผมกับ Yeonju เดินชมเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์อยู่ชั่วโมงครึ่ง ก็เดินทางกลับมาเจอทะเลสาปที่ยาวและใหญ่อีกด้านกลางเมือง
ผู้คนบริเวณสวนสาธารณะต่างเข้ามารวมกันตามกลึ่มความชอบโดดยเฉพาะการนั่งเล่นเกมส์ที่เหมือนกับหมากรุกกันเป็นกลุ่มๆ
บางกลุ่มก็มีไพ่ เต้นรำ เดินเล่น ถ่ายรูป สารพัดที่ผู้คนที่นี่ใหช้เวลาสำหรับการพักผ่อน

เวลาพักพวกเขาก็พักกันจริงๆ เวลาทำงานพวกเขาก็ทำงานกันอย่างบ้าคลั่ง
วิธีชีวิตของพวกเขาดูแล้วไม่ธรรมดาเลย พวกเขาสุขกับสิ่งที่มีอยู่ และในขณะเดียวกันก็ไม่หยุดที่จะไขว่คว้าอนาคตที่ดีกว่าเดิม
ความเจ็บปวดในอดีตเพียงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา คงสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและชีวิตได้มากโขทีเดียว
เพราะมนุษย์เราจะรู้จักคุณค่าของเวลาและความสะดวกสบายก็ต่อเมื่อเขาผ่านความสาหัสจากเรื่องร้ายมา

เรื่องร้ายที่เรามองว่าร้าย กลับทำให้เรามองเห็นความงดงามและคุณค่าของเวลากับชีวิตและการใช้ชีวิต
ความสุข ความงดงามที่พวกเขามองเห็นได้มากกว่าคนที่ไม่เคยได้เรียนรู้อย่างมากมาย



17:53 pm ฟ้าเริ่มมืดลง ลมอ่อนๆพัดพาเอาอากาศเย็นปะทะร่งผู้คนให้รู้หนาวมากขึ้นกว่าเดิม
Teaheon พาพวกเราเดินหาอาหารเย็นเข้ากระเพาะกันในแหล่งที่ผู้คนนิยมเข้าไปกินกัน
แหล่งที่บรรดานักท่องเที่ยวนั่งกินอาหารกันบนถนน ในทางแยกที่รถแล่นผ่านด้วยม้านั่งทรงต่ำกว่าเขา
อาหารที่นี่ไม่แพงอย่างที่คิด รสชาติดีทีเดียว 
ร้านค้ามากมายบริเวณนี้มีทั้งงานศิลปะและอาหารวางขายอยู่ด้วยกัน




เราวางแผนถึงสถานที่ที่เราจะไปต่อในวันรุ่งขึ้น ซึ่งTeaheon แนะนำทั้งหอศิลป์
และพิพิธภัณฑ์เรื่องราวของสตรีชาวเวียดนาม
พวกเขาให้คุณค่ากับผู้หญิงถึงกับสร้างพิพิภัณฑ์ไว้เพื่อให้มองเห็นถึงความสำคัญของเพศหญิง

แสงสีความสว่างไสวของที่นี่ ทำให้เราเดินชมเมืองกันเพลินจนลืมเวลา
23:53 pm เป็นเวลาที่ผมไดปิดตาลงสำหรับวันนี้เพื่อจะมีเรื่องลุยใหม่ต่อไปในวันพรุ่งนี้
ณ ที่หอศิลป์ของชาวเวียดนาม










ตอนที่ผ่านมาและต่อไป "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ; ไทย ลาว เวียดนาม" 



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2558 5:31:23 น. 0 comments
Counter : 1209 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.