" IT'S TIME FOR HAPPY RETURNS "
Group Blog
 
All blogs
 

ถนนสายนี้มี..ตะพาบ >> หลักกิโลเมตรที่ 5 .. การเดินทางของจดหมายสีฟ้า





กริ๊ง ๆ ๆ ...


“ฝากส่งด้วยนะครับ” ชายหนุ่มหน้าขาว ดวงตายาวรีสีน้ำตาลเข้มรับกับสีผมที่ดำสนิท ดีดกระดิ่งกริ๊ง ๆ มาแต่ไกล


เขารีบจอดรถจักรยานคันเก่งหน้าตู้สีแดง แล้วส่งซองจดหมายสีฟ้าในมือให้กับคุณไปรษณีย์ ที่กำลังเปิดตู้หยิบจดหมายที่มีอยู่ไม่กี่ฉบับออกมาใส่ในกระเป๋าสะพายใบย่อมสีน้ำตาลตุ่น


วันนี้เขามาสายกว่าทุกที น่าจะเพราะยาแก้หวัดที่เขากินไปเมื่อคืนที่ทำให้ตื่นสายกว่าเดิมเกือบครึ่งชั่วโมง และเมื่อต้องแวะไปรับดอกไม้ที่สั่งไว้ที่ร้านเจ้าประจำอย่างที่ทำทุกวัน ก็ทำให้เกือบพลาดที่จะส่งจดหมายถึงเธอซะแล้ว ชายหนุ่มคิด


“ได้เลยพ่อหนุ่ม ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เจอเจ้าของจดหมายสีฟ้าที่ถูกส่งมาทุกวันที่ตู้ใบนี้” คุณไปรษณีย์ร่างท้วมรุ่นราวคราวคุณลุง ส่งยิ้มทักทายชายหนุ่มอย่างเบิกบานใจ


โดยไม่ยอมบอกว่าแอบผิดหวังแค่ไหนเมื่อกี๊ ที่เปิดตู้มาแล้วไม่เจอจดหมายฉบับสีฟ้าที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคย ชื่อจ่าหน้าที่คุ้นตา และลายมือหวัด ๆ ของคนส่ง ที่เพิ่งจะมีโอกาสได้พบหน้าเป็นครั้งแรก


“เอ้า .. ฉันฝากไปให้เจ้าของจดหมายสีฟ้า และเจ้าของดอกไม้ช่อนั้น” คนพูดล้วงผลส้มลูกโตจากถุงผ้าข้างรถจักรยานคันเก่าออกมาส่งให้ หันมาทำตาขยิบไปที่ช่อดอกทิวลิปที่ถูกผูกไว้กับท้ายรถของชายหนุ่มก่อนจะก้าวขึ้นรถและโบกมือลา


“รับรองว่าจดหมายสีฟ้าจะถึงมือแฟนของเธออย่างไม่ช้าไปเลยสักวัน ”



..
..


จดหมายฉบับที่ 364

นิมที่รัก


วันนี้อากาศเย็นลงยิ่งกว่าเมื่อวานนี้อีก ..
คุณคงกำลังเถียงผมในใจตามเคยใช่ไหมว่า
ต้องเรียกว่าเย็นขึ้นสิ ไม่ใช่เย็นลง
เอาเป็นว่า เย็นลงของผมแปลว่าอุณหภูมิลดลงอีกแล้ว
ทำเอาถึงขนาดพูดแล้วมีไอออกมาจากปากเลยนั่นล่ะ
หมอกลงตอนเช้า แบบที่คุณชอบออกมานั่งดู
และรอจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนปีก่อน ๆ
รู้แล้วคุณคงกำลังดีใจใช่ไหม
ผมจำได้ว่าคุณชอบฤดูหนาวขนาดไหน
และอย่างที่คุณรู้ ผมมันคนขี้หนาว
ตอนนี้ที่คุณไม่อยู่ผมเลยแอบเกเร
ไม่ยอมออกไปปั่นจักรยานออกกำลังตอนเช้า ๆ
แบบที่คุณชอบจะลากผมไปด้วยเสมอ
แต่ผมสัญญานะที่รัก คุณกลับมาเมื่อไหร่
ผมจะยอมไปกับคุณในทุก ๆ ที่
โดยที่คุณไม่ต้องออกแรงลากผมเหมือนแต่ก่อนเลย

..

ปล. ผมคงต้องฝากรอยจูบไว้ที่ฝ่ามือน้อย ๆ ของคุณแทนนะจ๊ะวันนี้
อากาศเปลี่ยน ทำเอาผมเริ่มคัดจมูก
และทำท่าเหมือนจะเป็นหวัด เลยไม่อยากให้คุณติดไปด้วย
อ้อ .. อย่าเพิ่งบ่นจ้ะที่รัก ผมไปหาหมอมาแต่เนิ่น ๆ เรียบร้อยแล้ว
ไม่ต้องเป็นห่วง


รัก
ชาลีของคุณ




..
..


ห้องผู้ป่วยพิเศษ 612

“วันนี้แวะมาอ่านจดหมายสายกว่าทุกวันนะคะคุณชาลี” พยาบาลชุดขาวที่เปิดประตูเข้ามาส่งเสียงทักอย่างเป็นกันเองกับชายหนุ่มคนเดิม ที่กำลังกุมมือเล็ก ๆ ของคนบนเตียงแนบอก


หญิงสาวมองดวงหน้าขาวของชายหนุ่มที่แววตายังเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น
ก่อนจะบอกเบา ๆ อย่างเห็นใจ


“เธอยังไม่ตื่น .. เหมือนเดิมค่ะ”


มืออุ่นใหญ่ลูบผมที่ระหน้ามลแผ่วเบา เปิดลิ้นชักของโต๊ะข้างเตียง วางจดหมายฉบับที่เพิ่งอ่านจบลงไปรวมกับจดหมายของวันก่อน ๆ


“ไม่เป็นไรครับ .. บางที.. พรุ่งนี้เธออาจจะตื่น ฤดูที่เธอชอบกำลังพัดมาแล้ว”


..
..

เขาก็แค่รอ .. จดหมายสีฟ้าฉบับต่อไป







** ขอบคุณ BG สีฟ้าจากญามี่






 

Create Date : 13 เมษายน 2553    
Last Update : 14 เมษายน 2553 15:14:53 น.
Counter : 365 Pageviews.  

ถนนสายนี้มี .. ตะพาบ >> หลักกิโลเมตรที่ 3 .. จั๊กแร้ & จั๊กจั่น





แสงสีตระการตาและเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มด้วยท่วงทำนองจังหวะครึกครื้น เร่งเร้าความรู้สึกสนุกสนานของงานวัดประจำปีได้เป็นอย่างดี ผู้คนมากหน้าคุ้นตากันในอำเภอต่างพากันแต่งตัวสวยควงคู่กันมางานอย่างคึกคัก



“เอาอะไรจ๊ะน้ำตาล ไส้กรอกรมควัน หรือหัวใจรมความรัก” ชายหนุ่มด้านข้างส่งยิ้มกว้างถามเสียงหวานทำเอาเธอต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างตาขุ่น แหงล่ะ...ก็เขาไม่ได้ถามเธอนี่


“บ้าพี่จั๊ก .. น้ำตาลเอาไส้กรอกรมควัน 2 ไม้ต่างหาก ” คนตอบ ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จัดว่าหวานยิ่งกว่าชื่อเจ้าตัว ก่อนจะเอียงคอทำท่าคิกขุ ยิงมุกที่คิดว่าน่ารักนักหนา


“แต่ เอ๊ .. ไม้เสียบไส้กรอกเจ้านี้ส่งชิงโชคไปเที่ยวรอบโลกกับคนขายได้บ้างไหมน๊า” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอาย ๆ เสมองป้าย 'จั๊ก...ไส้กรอกรมควัน' ด้านล่างแทน


“อ้วกกกกกกกกกกก....” เสียงไม่ชวนสุนทรีดังขึ้นทันทีที่ประโยคข้างบนจบลง ทำเอาภาพบรรยากาศม่านหมอกสีชมพูจาง ๆ ดอกไม้ดอกเล็กที่กำลังลอยละล่อง กลิ่นไส้กรอกรมควันหอมฟุ้ง และรอยยิ้มหวานเยิ้มของทั้งคู่ชะงักกึก ดับวูบ .. ราวกับถูกเบรคเอี๊ยดด ..ด้วย เบรค ABS



“อ้าว จั๊กจั่น เป็นอะไรจ๊ะ แหม ๆ น้ำตาลตกข่าวที่จั๊กจั่นกำลังจะมีน้องหรือเปล่านี่” สาวหวานประจำอำเภอยังหันกลับมาถามเธอได้ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ต่างจากชายหนุ่มผิวเข้มตัวโตอีกคนที่ทำหน้าเหม็นเบื่อสุดชีวิต หันไปจัดการปิ้งไส้กรอกรมควันของเขาต่อ



“เปล๊า... น้ำตาล แค่อยู่ ๆ ฉันก็เลี่ยน .. เลี๊ยน .. เลี่ยน อะไรหวาน ๆ ชวนคลื่นไส้แถว ๆ นี้ เท่านั้นล่ะ” คนตัวเล็กตอบเสียงดัง จงใจปรายตามอง ‘ของหวาน’ ชวนเลี่ยนอย่างไม่ปิดบัง



“แล้วไป .. ฉันก็ว่ายังงั้นล่ะ ก็หน้าอย่างจั๊กจั่นน่ะ ไม่มีทางที่ใครเขาจะมาเอา เอ้ยย.. ไม่มีทางที่จะให้ใครเขาเอา เอ้ยย .. ไม่มีทางที่จะทำเรื่องอย่างนั้นก่อนจะแต่งงานหรอกเนอะ” คนไม่รู้ตัวทำหน้าใส ๆ ตอบกลับมาแบบที่ทำให้เธอสะอึกเลยทีเดียว ..ร้ายนักนะ



“แหม .. จะว่าไม่มีใครเอาก็ไม่ถูกซะทีเดียวน๊าน้ำตาล คนอยู่ใกล้กันทุกวัน หันหน้ามาก็เจอเนี่ย มันก็เหมือนกับน้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อนนั่นล่ะ ส่วนเรื่อง...นั้นอ่ะ ไม่เคยได้ยินหรือว่า คนจะคลอด หมาจะ อี้ (พี่)จั๊กจั่นจะลงรู วู้ ... มันจะไปห้ามกันได้ยังไง จริงม่ะ โฮ๊ะ ๆ ๆ” คนตอบยืนบิดสะบัดสะบิ้งส่งสายตาหวานเยิ้มมาทางเขา หาเรื่องตอกกลับมั่วไปเรื่อยในความคิดของชายหนุ่ม



กำลังจะหันไปบอกอีกสาวว่าอย่าไปฟังเรื่องไร้สาระเลย สาวสวยประจำอำเภอที่เขาหมายปองก็ร้องกรี๊ด ๆ ปาไส้กรอกรมควันคืนใส่หน้าเขาอย่างแรง ก่อนจะก็วิ่งหนีหายไป ปล่อยให้เขายังยืนอึ้งและเจ็บ..(ที่ไม้ไส้กรอกแทงตาพอดี๊) อยู่อึดใจ ก่อนจะหันมาจัดการตัวต้นเรื่อง



“อีกแล้วนะจั๊กจั่น ทำไมเราจะต้องมาคอยยุ่ง คอยไล่สาว ๆ ของพี่แบบนี้ด้วย” คนตัวโตโมโหจริง ถามอารมณ์เดือดพอ ๆ กับควันจากเตาที่กำลังโขมงกลุ่มใหญ่



“เพราะอะไร .. ก็เพราะหนูรักพี่จั๊กไง เราสองคนอยู่บ้านติดกัน โตก็โตมาด้วยกัน ชื่อก็ชื่อเหมือนกัน เรียนก็ที่เดียวกัน ขายของก็รถเข็นติดกัน พี่จั๊กไม่รู้สึกอะไรกับหนูบ้างเชียวเหรอ”



“ถ้าพี่รู้ว่าทั้งหมดที่พูดมาจะทำให้จั๊กจั่นคิดมากไปเองคนเดียวอย่างนี้ พี่คงย้ายบ้าน ย้ายที่เรียน เปลี่ยนชื่อไปนานแล้ว” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยเสียงเรียบ ๆ แต่บาดลึกถึงใจคนฟัง ก่อนจะหันหลังวิ่งตามสาวที่หมายปอง ปล่อยให้สาวน้อยนามจั๊กจั่นได้แต่ทรุดตัวนั่งปล่อยโฮอยู่หน้ารถเข็นไส้กรอกของเขา



“แล้วถ้าพี่ไม่รักหนู พี่จะรู้มั้ยว่าพี่ควรจะรักกับใคร” หญิงสาวรำพึงรำพันกับกลุ่มควันที่คละคลุ้งก่อนจะหันไปมองป้ายหน้ารถเข็นอย่างหมายมาด “อยากเปลี่ยนชื่อนักใช่ไหม ได้”


...



หญิงสาวปาดน้ำตา ออกแรงเข็นรถเข็นตัวเองข้ามไปขายอีกฝั่งหนึ่ง ตัดใจทิ้งทั้งคน (ที่ยังหายหัว) ทั้งรถเข็น (ที่ยังควันโขมง) อีกคันไว้ที่เดิม ก่อนหันกลับไปมองผลงานตัวเองที่ป้ายหน้ารถเข็นอย่างสะใจอีกครั้ง




‘จั๊กแร้ (ไส้กรอก) รมควัน’












** ขอบคุณ BG สวย ๆ จากญามี่
** ภาพประกอบจาก google ค่ะ






 

Create Date : 15 มีนาคม 2553    
Last Update : 15 มีนาคม 2553 13:31:15 น.
Counter : 518 Pageviews.  

หลักกิโลเมตรที่สอง..ชีวิตนั้น



“แม่จ๋า .. หนูสงสัยจัง
ที่เขาว่าปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า
แล้วจะได้บุญเนี่ย..จริงหรือจ๊ะ”



“หืม..แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
แต่.. แม่ของแม่ของแม่
ก็ได้ยินเขาว่ากันมาอย่างนั้น”



“ได้บุญ ?? .. ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นว่า
นกตัวที่ตัวเองปล่อย
ก็ไม่ได้ยอมบินไปไหนไกล
เต่าปลาที่ตัวเองปล่อย
ก็ถูกเด็กดำน้ำไปจับมาอีกครั้งเนี่ยนะจ๊ะ”



“เด็กโง่ .. เราจะไปรู้ความคิดคนได้ยังไง
คนร้อยคนก็คิดกันร้อยอย่าง
บางคนแค่ได้ปล่อยเขาก็สบายใจแล้ว
อย่าไปคิดมากเลยลูกเอ๋ย ทำหน้าที่ของเราไปเถอะ”




“หน้าที่ของเรา .. คือการถูกขังอยู่ในที่แคบ ๆ แบบนี้
ถูกปล่อยให้โผบิน .. ถูกขัง .. โผบิน .. ถูกขัง ..
ถ้าวันนึงหนูมีลูก .. ลูกของลูกหนูมีลูก
แล้วมันจะต้องเป็นแบบนี้ด้วยหรือแม่”



“.....................................”



“ใครกำหนดให้เราต้องมีหน้าที่แบบนี้
ฟ้ากว้าง ๆ ข้างนอกไม่ใช่ที่ของเราหรือจ๊ะ”



“.....................................”









...

คุยกันท้ายเรื่อง

งานเขียนสั้น ๆ ครั้งที่ 2 สำหรับโครงการถนนสายนี้มีตะพาบ
ที่ได้โจทย์มาแบบไม่หมูอีกแล้วค่ะ
เลือกอยู่นานว่าจะถ่ายทอดออกมายังไง เพราะเป็นเรื่อง
นานาจิตตังที่แล้วแต่จะคิดกันไป เลยได้ออกมาแค่แทนใจ
นกซัก 2 ตัว จากบรรดาอีกร้อยอีกพันตัวที่มีชีวิตในกรงไม่ต่างกัน

ซึ่งโดยส่วนตัว .. ไม่ว่าจะเป็นคนขาย คนซื้อ คนไม่ซื้อ
เป็นนก เป็นปลา หรือเป็นเต่า ฯลฯ นั้น

กรรมจำแนกสัตว์ทั้งหลายให้เป็นไปตามกรรมด้วยกันทั้งสิ้นค่ะ




**ขอบคุณ BG สวย ๆ จากญามี่





 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2553 18:29:49 น.
Counter : 185 Pageviews.  

หลักกิโลเมตรที่หนึ่ง .. คืนนั้น





คืนนี้ไม่มีลมเลย ผมคิด .. มันทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูราวกับหยุดเคลื่อนไหว เสียงที่ได้ยินดังที่สุดกลับเป็นเสียงลมหายใจของตัวเอง


ผมมองเงาที่ทอดยาว กระชับกระเป๋าสะพายด้านข้างให้แนบตัวขึ้น ก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ .. อีก 10 นาที จะเที่ยงคืน


ขณะที่คนกว่าครึ่งกำลังหลับใหล อีกครึ่งกำลังมีความสุขกับการสังสรรค์ เสียงเพลง และการดื่มกิน ผมยังนั่งอยู่ที่ป้ายรถประจำทางที่ไร้ผู้คนแห่งนี้ด้วยท้องที่ว่างเปล่า เพียงเพื่อรีบเร่งทำยอดตัวเลขให้ทันส่งวันจันทร์ ..


ใช่ครับ ผมเป็นพนักงานบัญชี คุณอาจสงสัยว่าเป็นผู้ชายแต่มาทำบัญชีเนี่ยนะ คงดูไม่จืด . ก็ใช่อีกล่ะครับ ผมตัวไม่สูง ใส่แว่นเชย ๆ พูดจาเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง ติดจะเริ่มท้วมนิด ๆ ตามอายุ และผมก็ฟูได้ตลอดเวลา เรียกได้ว่าตรงข้ามกับหนุ่มที่มีเสน่ห์อย่างสิ้นเชิง


และนั่นก็ทำให้ผมต้องทำงานคืนนี้อย่างเดียวดาย ต่างจากคนอื่นที่ต้องรีบกลับไปเตรียมตัวฉลองวาเลนไทน์กับคนรัก ‘ตายแล้ว เจตษ์ยังไม่มีแฟนหรือนี่’ เพื่อนร่วมงานที่กลับบ้านเป็นคนสุดท้ายของวันทำเสียงตกใจเมื่อผมตอบว่าไม่มีโปรแกรมไปไหนกับใครในสุดสัปดาห์นี้


…


“เฮ้ออออ....” ผมหลับตาเอนตัวพิงตะแกรงลูกกรงด้านหลัง ถอนใจยาวอย่างจะอยากให้ความเหนื่อยเบาบางลง ผมเบื่อ เบื่อ .. เบื่องาน เบื่อชีวิตที่ว่างเปล่า เบื่อความเดียวดาย และสุดท้ายเบื่อการรอคอยแบบนี้ ..


“โว้ยยยยยยยยยยยย” ผมลุกขึ้นตะโกนสุดเสียงก่อนจะได้ยินเสียงร้อง ‘ว้าย’ ที่ดังเบา ๆ จากด้านข้าง


“ขะ..ขอโทษครับ ผะ..ผมไม่รู้ว่าคุณมานั่งตั้งแต่เมื่อไหร่” ” ผมขอโทษตะกุกตะกัก หน้าแดงก่ำด้วยความอายหลังจากทำบ้า ๆ ออกไป ไม่รู้ตัวว่าข้างกายมีหญิงสาวสวยนั่งอยู่ด้วย


“ฉันมานั่งได้พักนึงแล้วค่ะ แต่นึกว่าคุณหลับเลยไม่กล้าส่งเสียงดัง” หญิงสาวตอบแบบยิ้มอ่อน ๆ ปาดรอยน้ำตาที่ผมเพิ่งสังเกตเห็น ก่อนรีบเอามือล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาส่งให้เธอที่มองงง ๆ


“รับไว้เถอะครับ ผมยังไม่ใช้”


“คุณใจดีจัง” เธอเอื้อมมือมารับ น้ำตาร่วงลงมาอีกครั้ง ทำเอาผมมือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูก


“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า อยากระบายให้ใครซักคนฟังไหม” ผมถาม เธอส่ายหัวเงียบไปนาน แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจพูดขึ้น สายตามองไปที่ความว่างเปล่าตรงหน้า


“ฉันรักผู้ชายอยู่คน เขาเคยดีกับฉันมาก เขาหล่อ หน้าที่การงานดี รักฉัน และเรากำลังจะแต่งงานกัน แต่ฉันเพิ่งรู้..ทุกอย่างที่เขาทำ เขาก็แค่ใช้ฉันเป็นบันไดให้ตัวเองไต่ได้สูงขึ้น มั่นคงขึ้น..ทั้งหมดเพื่อผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งกับลูกชายวัยสามขวบ .. น่าขำนะคะ 7 ปีที่ฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อน 7 ปีที่ฉันไม่เคยมองคนอื่น ..สุดท้าย....” เสียงเธอขาดหายไปอย่างคนเจ็บปวด เรื่องของเธอเศร้า และผมกำลังคิด..คนไม่เคยมีคนรักจะปลอบคนที่ผิดหวังเพราะคนรักยังไงดี


.. “แต่ฉันขาดเขาไม่ได้ ฉันรักเขามากเกินกว่าจะปล่อยเขาให้ผู้หญิงคนไหนได้ เขาต้องอยู่กับฉัน .. อยู่กับฉัน” หญิงสาวชุดขาวข้างกายยกมือปิดหน้า คู้หลังร้องไห้กระซิกอีกครั้ง


“ถ้าเป็นผม ผมจะปล่อยเขาไป” ผมพูดขึ้น


“ฉันทำไม่ได้”


“แม้ความรักของเขาจะไม่ใช่ของคุณนั่นเหรอ”


“ค่ะ แม้ความรักของเขาจะไม่ใช่ของฉัน แต่มันก็จะไม่ใช่ของใครอีกเลย ..
เขา ..ตายแล้ว ความรักเขา...ตายไปแล้วค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงแผ่วขาด ๆ หาย ๆ


“ตายแล้ว ..ยังไง ผมไม่เข้าใจ” เธอไม่ตอบเอาแต่กอดกระเป๋าใบโตบนตักแน่น โยกตัวอย่างใช้ความคิด ผมพูดต่อ


“อยู่ด้วยกันทั้ง ๆ ที่ไม่รัก ผมว่ามันคงเจ็บปวดกว่าการต้องอยู่คนเดียวไปตลอดทั้งชีวิตเลยนะ คุณยังสาวยังสวย ยังเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกหลายต่อหลายครั้ง อย่าเอาเขาไปผูกไว้กับชีวิตที่เหลือของคุณเลย ปล่อยเขาไปเถอะ”


“ฉันเริ่มต้นใหม่ได้จริงหรือคะ ไม่สายไปนะคะ” เธอหันมามองหน้าผมอย่างมีความหวัง


และเมื่อผมพยักหน้าเธอก็ยิ้มลุกขึ้นเดินไปที่ถังขยะใบสีเงินวาว ผมเพิ่งสังเกตเห็น ..กระโปรงสีขาวของเธอมีลวดลายเป็นจุดสีแดงเป็นริ้วเป็นทางที่ไม่เข้ากันอย่างร้ายกาจ


…
…


“คุณว่า ถ้าฉันจะทิ้งเขาไว้ตรงนี้ เขาจะว่าฉันไหมคะ ..หญิงสาวยิ้ม.. กับของในถุงที่หยิบออกมา











คุยกันท้ายเรื่อง

กับครั้งแรกของโครงการถนนสายนี้มีตะพาบค่ะ ^^
ในอีกแนว..ที่อาจดูไม่คุ้นตาของคนอ่าน และของคนเขียนเอง (ฮา)
ก็ด้วยโจทย์ที่เป็นรูปนี้ กับคำบังคับ ตายแล้ว ตายแล้ว และ ตายแล้ว
ที่คนเขียนพยายามหามุมจะให้มันหวานอยู่นานตามคอนเซ็ป
ก้ม ๆ เงย ๆ ทั้งใต้ที่นั่งรอของป้ายรถเมลล์ ทั้งในถังขยะ
ทั้งพยายามจะบิ้วให้มันเป็นฟีล 'ตายแล้ว ฉันลืมบอกหรือคะว่าฉันรักคุณ'
ก็กลัวจะไปไม่รอดค่ะ .. สุดท้ายเลยพิมพ์กันแบบดุ่ม ๆ แบบนี้ล่ะค่ะ







 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2553 11:16:11 น.
Counter : 218 Pageviews.  


Paulo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เค้าว่ากันว่า " สิ่งดี ๆ นั้นรออยู่และอาจพบเมื่อเราเปลี่ยนแปลง " ข้อความนี้คงจะจริง เพราะไม่ยังงั้น เราจะได้มาเจอกันเหรอ


Blog Update
"Paella ข้าวอบสเปน ที่เจ้านายสอนทำ"


"กุ้ง หอย ปู ปลา @ แดงโภชนา"


"กินลม ชมทะเล @ CHER Resort"


"แม่ปั้นดิน ชวนชิม "ไข่นายก"


"โฮมสเตย์ "แม่ปั้นดิน พ่อทำสวน" @ เชียงใหม่ (ภาค 2 )"

"โฮมสเตย์ "แม่ปั้นดิน พ่อทำสวน" @ เชียงใหม่"

"Anna & Charlie's Cafe"

"เมี้ยววว .. เค้าเรียกป๋มว่า "ลูกลิง"

"กระเป๋าน้องซู (ทรงหอยเชลล์) กับการหัดแอพพลิเคครั้งแรก "

"เงาเสน่หา .. นราเกตต์ "

"หมวกพระ.. บุญในหน้าหนาว "

"ตะลึ่งตึ่งโป๊ะ !!"

"โหมด : รำพัน"

<

Friends' blogs
[Add Paulo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.