Group Blog
 
All blogs
 
เล่ห์ลวงใจ บทที่ 2

แนะนำ
สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++


บทที่ 2


อะไรกันน่ะ อาการวูบวาบ เดี๋ยวก็ร้อนเดี๋ยวก็หนาวแบบนี้...

ธีระคิดขณะแทรกคนในร้านไปจนถึงทางเข้าห้องน้ำบนชั้นสอง พอผลักประตูเข้าไปได้ก็เดินไปที่อ่างล้างมือแล้ววักน้ำขึ้นลูบหน้า อุณหภูมิของน้ำทำให้สมองเขาแจ่มใสขึ้นนิดหน่อย กระนั้นแรงกระตุ้นที่แผ่ลามไปตามร่างกายก็ทำให้แขนขาอ่อนเปลี้ยจนแทบยืนไม่อยู่

หรือว่าเครื่องดื่มเมื่อกี้ใส่อะไรไว้ เขาโดนวางยางั้นหรือ?

ธีระคิดพลางพยายามสะบัดศีรษะที่เริ่มตื้อ เมื่อครู่มีผู้ชายที่ไม่รู้จักเดินเข้ามาทักทายเขาที่นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่คนเดียว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะก็เคยมีคนแปลกหน้าพยายามเข้ามาทำความรู้จักเขาอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่สมัยที่ยังเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนฝูง แต่เพราะครั้งนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยเล่นจึงไม่ได้สนทนาด้วยมากนัก ผู้ชายคนนั้นจึงขอเลี้ยงเครื่องดื่มสักแก้วในโอกาสที่ได้รู้จักกันแล้วก็จะกลับไปหาเพื่อนๆ เขาก็เลยตอบตกลงเพื่อตัดบทโดยกำชับว่าต้องไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ แต่ไม่คิดจริงๆ ว่าม็อคเทลสีสวยแก้วนั้นจะมีอะไรผิดปกติ

คงเพราะมัวแต่ใจลอยก็เลยไม่ทันสังเกตว่าถูกใส่ยาในแก้ว แบบนี้ไม่ดีแน่...รีบไปบอกซันกับเมธให้พากลับดีกว่า...

ธีระรับรู้ได้ว่าสมองเริ่มมึนงง สวนทางกับแรงกดดันในกายที่ทวีความพลุ่งพล่าน จึงพยายามวักน้ำเย็นขึ้นลูบหน้าและตามลำคอมากขึ้นเพื่อประคองสติไว้ เขารู้ว่าต้องรีบลงไปหาเพื่อนๆ ให้เร็วที่สุด จึงไม่ได้สนใจเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออก และเพียงใช้มือยันผนังเพื่อประคองตัวเองเดินออกไปโดยไม่ให้ชนกับผู้มาใหม่ แต่แล้วก็สะดุ้งเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็ยื่นมือมาจับต้นแขน

“บังเอิญจัง ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลย ให้พี่ช่วยดูไหมครับว่าเป็นอะไร”

ธีระขนลุกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาเงยหน้าขึ้นและจำได้ทันทีว่านี่คือเสียงของผู้ชายที่เพิ่งมาขอเลี้ยงเครื่องดื่มเมื่อไม่กี่นาทีก่อน รอยยิ้มบนใบหน้านั้นถูกปั้นให้ดูนุ่มนวล แต่มันกลับไม่ต่างจากรอยแสยะยิ้มของปิศาจร้ายภายใต้แสงสลัว

ความรู้สึกร้อนวูบวาบแผ่พุ่งจากบริเวณต้นแขนที่ถูกจับ ธีระกำหมัดแน่นเพื่อบังคับร่างกายไม่ให้โผเข้าหาอีกฝ่ายและทำอะไรที่ร่างกายสั่งให้ทำเพื่อปลดเปลื้องความอึดอัด ลมหายใจของเขาหอบถี่ขณะพยายามขืนตัวหนีอย่างอ่อนแรง

"ไม่ต้อง"

“หืมม์? ไม่สบายไม่ใช่เหรอครับ? ให้พี่ช่วยดีกว่านะ”

ลมหายใจอุ่นๆ ระบนใบหูเมื่ออีกฝ่ายดึงเขาเข้าไปในห้องน้ำด้านในสุดและกดล็อค ธีระรับรู้ได้ถึงความวาบหวิวที่แล่นเป็นริ้วเมื่ออีกฝ่ายพยายามจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและล้วงมือเข้าใต้เสื้อ ขณะเดียวกันก็รู้สึกขยะแขยงจนคลื่นไส้

“...สารเลว! ปล่อยนะ!!”

“ไม่เอาน่า ยิ่งฝืนก็ยิ่งอึดอัดไม่ใช่เหรอ เวลาเป็นแบบนี้แล้วไม่ทำให้หายมันทรมานมากนะ”

เสียงปลอบโยนนั้นแสนจะรื่นหูราวเคลือบด้วยน้ำเชื่อม ทว่าธีระยังพยายามฉุดรั้งสติไว้ ต่อให้อีกฝ่ายไม่บอกเขาก็รู้อยู่แก่ใจ เพราะร่างกายกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งให้เลิกต่อต้านเพื่อจะได้เป็นอิสระจากความไม่สบายตัวเสียที แต่ศักดิ์ศรีก็ทำให้เขาไม่อยากยอมแพ้ให้กับคนที่ใช้วิธีสกปรกมาทำให้ต้องโอนอ่อนทั้งที่ปฏิเสธอย่างชัดเจนไปแล้ว

พี่รงค์...ถ้าหากตอนนี้พี่รงค์ยังอยู่ด้วย พี่รงค์จะมาช่วยตี้ไหม...

ความคิดอันหม่นหมองช่วยเหนี่ยวรั้งปราการในใจของธีระ การตระหนักรู้ว่าตอนนี้ไม่มีใครช่วยเขาได้นอกจากตัวเองทำให้เด็กหนุ่มแสร้งหยุดต่อต้านและพยายามเลื่อนมือสะเปะสะปะไปตามผนังห้องน้ำ เขาเบี่ยงหน้าหนีคนที่พยายามจะก้มลงจูบจนริมฝีปากอีกฝ่ายเพียงเฉียดผ่านแก้ม กระทั่งเมื่อปลดล็อคประตูห้องน้ำได้สำเร็จ เขาก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย แทงเข่าขึ้นไปกลางหว่างขาคนที่ยืนคร่อมเต็มแรงแล้วโผออกจากห้องน้ำทันที

“อุ๊บ!”

ธีระส่งเสียงเมื่อสะดุดฝีเท้าหน้าทิ่มไปชนใครบางคน เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปเพื่อทรงตัวขณะเงยหน้าขึ้น และพบว่าตนอยู่ในอ้อมแขนของชายแปลกหน้ารูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง เนื่องจากอีกฝ่ายก้มมองเขาโดยมีหลอดไฟส่องจากด้านหลัง ทำให้ใบหน้านั้นอยู่ในความสลัวจนเห็นเครื่องหน้าไม่ชัด

วูบหนึ่งธีระนึกอยากให้คนตรงหน้าเป็นคนที่เขาคาดหวังว่าจะมาช่วยเหลือเกิน แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ อย่างน้อยการได้เห็นคนอื่นในสถานการณ์เช่นนี้ก็ทำให้อุ่นใจขึ้น

"ขอโทษครับ ช่วยด้วย ผมโดนวางยา"

“เฮ้ยนี่!...”

คนที่กระชากประตูห้องน้ำตามออกมาชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนอยู่ด้วย ความตกใจทำให้ผู้ชายคนนั้นยืนเก้ๆ กังๆ ครู่เดียวก็รีบเดินเบี่ยงตัวหนีไปที่ประตูห้องน้ำใหญ่ แต่ก่อนออกไปก็ยังไม่วายเหลียวกลับมามองธีระด้วยความเสียดาย จนเมื่อมั่นใจว่าหมอนั่นออกไปพ้นห้องน้ำแน่นอนแล้ว เด็กหนุ่มก็ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกโต

รอดแล้ว...

เหตุการณ์ชวนใจหายใจคว่ำเมื่อครู่ทำให้ธีระลืมอาการเรียกร้องของร่างกายไปชั่วขณะ แต่แล้วความต้องการอันรุนแรงระลอกใหม่ก็ปะทุจนเขาตัวงอ ความต้องการอันเกรี้ยวกราดแล่นพล่านทั่วกายจนต้องจิกมือลงบนแขนของคนที่ช่วยประคองแน่น

แข็งใจไว้นะตี้...อย่าเผลอตัวทำอะไรบ้าๆ กับคนไม่รู้จักอีกนะ...

“...ขอบคุณนะครับ แล้วก็ขอโทษด้วย”

ธีระเอ่ยเสียงพร่าขณะพยายามถอยตัวออก พลันเด็กหนุ่มก็ส่งเสียงอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ แขนที่ประคองเขาไว้กลับดึงรั้งตัวเข้าไปหา นัยน์ตากลมโตกะพริบถี่ด้วยความมึนงง แต่แล้วเมื่อถูกรั้งต้นคอให้เงยหน้าขึ้น ริมฝีปากที่ประทับลงมาก็ราวกับการเปิดทำนบเขื่อนที่กำลังเชี่ยวกรากให้หลั่งทะลัก

ฝืนไม่ไหวแล้ว...

“อืม...ฮึ...”

ความยับยั้งชั่งใจของธีระปลาสนาการไปในทันที ริมฝีปากที่เผยออยู่แล้วดุจจะเชิญชวนให้อีกฝ่ายฉกฉวยความหอมหวานโดยไม่ต้องเปล่งเสียง ร่างกายปรีเปรมดิ์กับรสสัมผัสจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีก และดึงดูดให้เขาได้แต่พยายามบดเบียดร่างเข้ากับร่างสูงใหญ่เพื่อระบายความรุ่มร้อนในกาย วูบหนึ่งเขานึกกลัวที่ฤทธิ์ยาที่ได้รับรุนแรงขนาดนี้ แต่ความคิดนั้นก็หายไปในเวลาอันรวดเร็วเมื่อถูกมือใหญ่เลื่อนลงกอบเนินสะโพก

คอแห้งจังเลย...

ลำคอที่แห้งผากทำให้ธีระโน้มคออีกฝ่ายลงดูดดุนปลายลิ้นเพื่อหาความชุ่มชื้น รสชาติวิสกี้อ่อนจางยิ่งทำให้เด็กหนุ่มเตลิดจนสอดมือเข้าลูบไล้ผิวแกร่งใต้เสื้อยืด หูเขาได้ยินเสียง “อุ้ย” แว่วๆ จากหน้าประตู แต่เสียงดนตรีที่ดังจนชวนหูอื้อในร้านก็อาจทำให้เขาหูเฝื่อนไปเองก็ได้

“ไปที่อื่นกันดีกว่า”

เสียงทุ้มห้าวเอ่ยกระซิบขณะที่ธีระปรือตาขึ้นอย่างงุนงง ที่อื่นงั้นหรือ? ที่ไหนกันล่ะ? เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตนกำลังถูกเพลิงปรารถนาเผาผลาญราวกับตัวเองเป็นปลาในลำธารอันแห้งขอด จึงไม่ขัดขืนเมื่อถูกโอบกึ่งประคองออกจากห้องน้ำไปทางบันไดหนีไฟ แหล่งแสงที่มาจากป้ายทางออกเหนือประตูเท่านั้นทำให้บรรยากาศในช่องบันไดแคบๆ ยิ่งมืดสลัวมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ปลุกความฮึกเหิมในใจให้พลุ่งพล่าน

ในเมื่อเขาหลีกเลี่ยงเพราะฤทธิ์ยาไม่ได้แล้ว ก็ให้มันจบที่นี่ไปเลยก็แล้วกัน

"อื๋อ?"

กฤตภาสส่งเสียงอย่างแปลกใจเมื่อถูกธีระดันหลังไปติดผนังบนชานพักบันได จากนั้นเด็กหนุ่มก็โถมตัวเข้ากอดเขาไว้แล้วรั้งคอลงจูบอย่างเร่งร้อน มือที่พยายามทึ้งเสื้อของเขาและการพยายามจะบดเบียดกายเข้าหาทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไร

"แน่ใจเหรอว่าจะทำตรงนี้?"

ถึงแม้แสงจะสลัวจนแทบไม่เห็นหน้ากัน กระนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าคนในอ้อมแขนพยักหน้าและพยายามจะจูบแผ่นอกของเขา การรุกเร้าอันเร่งรีบทำให้เขาเกิดความคิดสองอย่าง หนึ่งคือยาที่อีกฝ่ายโดนเข้าไปจะต้องมีฤทธิ์กระตุ้นรุนแรงมาก ส่วนอีกอย่างคือเด็กคนนี้นอนกับใครก็ได้ไปทั่ว

และความคิดอย่างหลังก็ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาถนัดใจ

"อื้มมมม"

จู่ๆ ธีระก็เป็นฝ่ายถูกดันหลังให้ชนกำแพง ชายหนุ่มแปลกหน้าเชยคางเขาขึ้นแล้วบดจูบบนริมฝีปากอย่างแรงจนเด็กหนุ่มแยกไม่ออกระหว่างความสุขสมและเจ็บปวด ท่ามกลางสติที่พร่ามัวเพราะหมอกแห่งความปรารถนา เสี้ยวหนึ่งเขาเกิดความสงสัยว่าทำไมผู้ชายคนนี้จึงต้องทำท่าเหมือนโกรธเขาด้วย

แต่ที่แน่นอนอย่างหนึ่งก็คือ พวกเขาสองคนคงจะบ้าไปแล้วที่มาทำแบบนี้กันตรงนี้...

"อึ๊!!...ฮะ..."

หลังจากการเล้าโลมที่กินเวลาไม่นาน ธีระก็ถูกชายหนุ่มแปลกหน้ารั้งขาทั้งสองขึ้นให้เกาะเกี่ยวเอวเจ้าตัวไว้ จากนั้นความเจ็บแปลบก็แล่นวาบมาจากบริเวณที่อีกฝ่ายใช้ความแข็งแกร่งล่วงล้ำเข้ามา แต่ฤทธิ์ยาที่ยังไม่สร่างทำให้ความเจ็บถูกแทนที่ด้วยความสุขสมอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากพวกเขาอยู่ในทางหนีไฟที่แม้จะแทบไม่มีคนใช้ในเวลาปกติ แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ว่าจะไม่มีคนมาพบ กฤตภาสจึงตัดสินใจไม่ถอดเสื้อผ้าของทั้งคู่ออกจนหมด เพียงแต่ร่นเสื้อและกางเกงในส่วนที่สะดวกแก่การ ‘ประกอบกิจ' เท่านั้น โชคดีที่เสียงดนตรีดังกระหึ่มในร้านช่วยกลบให้เสียงครวญครางของคนในอ้อมแขนเขาไม่อาจหลุดไปด้านนอกได้มากนัก

"อ๊ะ...อ๊ะ..."

เสียงหอบเครือหวานล้ำดังชิดริมหูเมื่อกฤตภาสเพิ่มการกระแทกกระทั้นมากขึ้น สรีระที่กะทัดรัดของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มสามารถอุ้มเด็กหนุ่มเข้าเอวได้อย่างไม่มีปัญหา ยิ่งเขาออกแรงมากขึ้นเท่าไหร่ คนในอ้อมแขนก็ยิ่งบิดกายและส่งเสียงครางดังขึ้นจนเขาต้องคอยจูบเพื่อไม่ให้เสียงนั้นเล็ดลอดออกไปดึงความสนใจของคนอื่นได้

ธีระหลับตาแน่นเมื่อรับรู้ได้ถึงระลอกคลื่นแห่งความสุขสมที่กำลังสาดซัด เด็กหนุ่มจิกมือบนไหล่กว้างจนเกิดรอยเล็บเพราะความหฤหรรษ์ที่ได้รับ แต่เสียงกรีดร้องของเขาก็ถูกริมฝีปากอุ่นดูดกลืนจนเหลือเพียงเสียงอู้อี้ในคอ

น้ำหอมกลิ่นนี้...

อาจเพราะตอนอยู่ในห้องน้ำเมื่อครู่มีแต่กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศจึงทำให้เขาไม่ทันสนใจ แต่เมื่อได้อยู่ใกล้กันในที่ที่อากาศไหลเวียนน้อย กลิ่นโคโลญจน์ที่อีกฝ่ายใช้จึงกระสาเข้าจมูกของธีระโดยไม่อาจเลี่ยง แม้จะเป็นเพียงกลิ่นอ่อนจาง แต่กลับมีฤทธิ์ขับความต้องการของเขาให้ทะยานลิ่วอย่างเข้มข้น

ร่างผอมเพรียวหอบหายใจหนักหน่วงเมื่อความสุขสมอันบ้าคลั่งหอบสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอย มือทั้งสองขยุ้มเสื้อบนไหล่กว้างขณะที่สองขาเกร็งหนีบเอวสอบแน่น จวบจนเมื่อพายุอารมณ์พัดผ่านและความอ่อนล้าเริ่มไต่ไปตามกล้ามเนื้อบนร่าง สติของเขาจึงได้กลับคืนมาจากความรู้สึกล่องลอยเหมือนอยู่บนที่สูงทีละน้อย เช่นเดียวกับการรับรู้ว่าร่างกายของเขายังคงแนบชิดกับผู้ชายที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

นี่เขายังเหลือศักดิ์ศรีในตัวให้ภูมิใจอยู่อีกไหม...

กฤตภาสซบหน้าลงหอบหายใจกับซอกคอของคนในอ้อมแขน มือหนึ่งเขายังกอดอีกฝ่ายไว้ขณะที่มืออีกข้างยันฝาผนังเพื่อช่วยทรงตัว น่าแปลกที่แม้เด็กหนุ่มจะมีเหงื่อผุดซึมออกมาทั้งร่าง กระนั้นกลิ่นกายอ่อนๆ กลับยิ่งดึงดูดให้อยากฝังจมูกลงสูดดมไม่รู้เบื่อ เขาจึงไม่ฝืนความต้องการและก้มลงเลาะเล็มซอกคอและติ่งหูนิ่ม ทำให้ได้ยินเสียงครางแผ่วหวานที่ยิ่งได้ยินแล้วก็อยากจะได้ยินซ้ำ

มือทั้งสองข้างที่กำไหล่เขาอยู่ค่อยๆ คลายออกและเลื่อนขึ้นประคองหน้าชายหนุ่มไว้ กฤตภาสเงยหน้าและสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นจัดที่ระลงบนริมฝีปาก นัยน์ตาที่เริ่มชินกับความสลัวทำให้เขามองเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้น และภาพนัยน์ตากลมโตที่มีหยาดน้ำขังคลอเต็มหน่วยตาก็ทำให้เขาขมวดคิ้ว เพราะแววตาอันเลื่อนลอยคู่นั้นกำลังจ้องหน้าเขา แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนกำลังมองไปยังใครบางคนที่อยู่แสนไกลจนเกินจะเอื้อมมือคว้า

"พี่รงค์..."

เสียงเล็กสั่นเครือก่อนที่มือซึ่งแนบอยู่บนหน้าเขาจะตกผล็อยลง เช่นเดียวกับศีรษะของอีกฝ่ายที่โน้มมาข้างหน้า อาการแน่นิ่งทำให้กฤตภาสรู้ว่าเด็กหนุ่มหมดสติไปแล้ว กระนั้นคิ้วของเขาก็ยังขมวดมุ่นเมื่อคิดถึงชื่อของคนที่ลอยเข้าหู

พี่รงค์...เป็นใคร?


++---TBC---++





Create Date : 05 กันยายน 2556
Last Update : 6 กันยายน 2556 9:49:03 น. 6 comments
Counter : 1292 Pageviews.

 
น้องตี้วิบากครั้งนี้จัดหนักแต่ต้นเรื่องเลยนะ. คุณกฤตหาเหตุถือสาลูกไก่หรือเปล่าเนี่ยะ


โดย: JIRA IP: 182.52.224.92 วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:0:29:19 น.  

 
คุณ JIRA ไม่รู้คุณกฤตแกจะหาเรื่องลูกไก่วิธีไหนเหมือนกันค่ะ พวกพูดน้อยต่อยหนักนี่เดาใจย้ากยาก ><


โดย: bellbomb (Applebee ) วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:12:24:49 น.  

 
กรรม น้องตี้ พูดชื่อพี่รงค์ออกมาซะงั้น


โดย: จุ๋ม IP: 49.230.133.229 วันที่: 13 ตุลาคม 2556 เวลา:23:13:25 น.  

 
ใจของน้องตี้ผูกพันอยู่กับคนนั้นมาก่อนน่ะค่ะ แหะๆ


โดย: bellbomb (Applebee ) วันที่: 14 ตุลาคม 2556 เวลา:19:52:35 น.  

 


น้องตี้ที่น่าสงสาร โดนจัดหนักตั้งแต่ต้น แล้วกว่าจะจบเรื่องจะโดนรังแกไปถึงไหน

สงสารน้องบ้างน่ะ คุณชาย


โดย: ภัทร IP: 110.169.249.230 วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:12:02:50 น.  

 
คือ....... เอิ่ม.......




สองคำ..... "ลุ้นเกิ๊น"


โดย: aew IP: 192.99.14.34 วันที่: 3 มีนาคม 2558 เวลา:13:07:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Applebee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]






ลายปากกา



~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ~
ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมดหรือส่วนใดไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!

Friends' blogs
[Add Applebee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.