Group Blog
 
All blogs
 
เล่ห์ลวงใจ ตอนพิเศษ: แสงแรกแห่งปีใหม่


สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็ชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมรื่องแนว Boy's Loveดังนั้นหากไมชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ



++------++



เล่ห์ลวงใจ ตอนพิเศษ: แสงแรกแห่งปีใหม่


คืนวันที่ 31 ธันวาคม ภายในวัดประดับประดาไฟนีออนหลากสีไปจนถึงบริเวณลานจอดรถ ในส่วนของงานวัดมีซุ้มเกมชิงรางวัลและร้านอาหารมากมาย ธีระกับครอบครัวก็อยู่ท่ามกลางผู้คนที่มางานวัดในคืนสิ้นปีนี้

"อ้ำๆ"

"อ้าม ค่อยๆ กินนะครับน้องฟลุ๊ค"

ธีระตักขนมถ้วยป้อนหลานชายตัวน้อยซึ่งนั่งอยู่ในรถเข็น วันนี้เขามางานวัดกับพ่อ แม่ แล้วก็พี่หมูซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ส่วนสามีของพี่หมูอยู่เฝ้าบ้านเพราะว่าปวดท้อง

"กลับมาแล้วจ้า ห้องน้ำคิวยาวเลยรอนานมากเลย"

เด็กหนุ่มหันไปยิ้มให้พี่หมู หญิงสาวเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาโดยลำดับญาติ แต่พ่อกับแม่รับมาเลี้ยงตั้งแต่เขายังไม่เกิดเพราะเคยนึกว่าคงไม่มีลูกกันแล้ว ทั้งสองจึงโตมาเหมือนเป็นพี่น้องกันจริงๆ

"พี่หมูอยากเดินดูอะไรอีกรึเปล่า?"

"อืม พี่กำลังคิดว่าจะซื้อกับข้าวไปให้พี่ฮิม เผื่อดึกๆ เขาหายปวดท้องแล้วหิวขึ้นมา ตี้จะไปกับพี่มั้ย? หรืออยากแยกไปเดินเล่น?"

"ไปด้วยกันก็ได้ ตี้ก็ไม่ได้อยากดูอะไรเป็นพิเศษ"

เขาช่วยพี่หมูเข็นรถเข็นเด็กไปฝั่งร้านค้าที่ขายอาหาร ระหว่างรออีกฝ่ายซื้อของก็มองไปทางมุมเครื่องเล่นซึ่งอยู่ไม่ห่าง ที่ริมรั้วมีชิงช้าสวรรค์ตั้งอยู่ พอเห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าอยากชวนกฤตภาสมาเดินงานวัดบ้าง แต่แค่นึกว่าฝ่ายนั้นจะทำสีหน้าแบบไหนถ้าถูกชวนขึ้นชิงช้าสวรรค์ เขาก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วมองไปรอบตัวแทน

คืนส่งท้ายปีแบบนี้มีแต่คนมาทำบุญและเดินงานวัดเป็นคู่ หรือไม่ก็มากับเพื่อนวัยเดียวกันเป็นกลุ่มใหญ่ คงมีแต่เขานี่ล่ะที่ต้องมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะเพื่อนสนิทล้วนแต่กลับบ้าน

"ได้กระเพาะปลากับลูกชิ้นปิ้ง แค่นี้ก็น่าจะพอ ว่าแต่พี่อยากพาน้องฟลุ๊คกลับแล้วล่ะ ตี้จะเอาไง ให้พี่ขับรถไปส่งที่บ้านไหม หรือจะอยู่สวดมนต์ข้ามปีกับพ่อกับแม่ที่วัด?"

"ตี้กลับกับพี่หมูดีกว่า แต่ขอไปบอกพ่อกับแม่ก่อน"

"โอเค งั้นพี่ไปด้วย"

ทั้งสองเข็นรถเข็นเด็กซึ่งมีพ่อหนูน้อยนอนหลับไปทางศาลาวัด ธีระสอดส่ายสายตาท่ามกลางผู้คนที่มานั่งสวดมนต์ข้ามปี เมื่อเห็นพ่อกับแม่ก็คลานเข่าเข้าไปหา

"พ่อ แม่ เดี๋ยวตี้จะกลับบ้านแล้วนะ พี่หมูจะขับรถไปส่ง"

"ได้ ดึกแล้วหมูขับรถระวังด้วยล่ะ จำไว้ว่าถึงเราไม่เมา คนอื่นอาจจะเมาก็ได้ เวลาขับก็อย่าไปแซงใคร รู้มั้ย"

"จ้าพ่อ หนูไม่ขับซิ่งอยู่แล้ว"

"ตี้ล็อคประตูหน้าต่างดีๆ ด้วยนะลูก ถ้ามีอะไรก็โทรมา พรุ่งนี้พ่อกับแม่คงกลับบ้านช่วงสายๆ"

คุณธาริณีหันมาย้ำกับลูกชายบ้างหลังสามีเตือนลูกสาวบุญธรรมไปแล้ว ธีระพยักหน้าก่อนจะตามญาติผู้พี่ออกจากศาลาวัดไปทางลานจอดรถ

"ว่าแต่ตี้จะกลับไปเฝ้าบ้านคนเดียวเหรอ มานอนบ้านพี่ก็ได้นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่ค่อยไปส่ง"

"ไม่เป็นไรพี่หมู รบกวนเปล่าๆ อีกอย่างอยู่บ้านคนเดียวเดี๋ยวตี้ก็เล่นเกมหรืออ่านการ์ตูนก็ได้ ไม่เหงาหรอก"

"อืม...น่าเสียดายเนอะที่แฟนตี้ติดงานช่วงปีใหม่ ไม่งั้นคงได้ไปเที่ยวเค้าท์ดาวน์กันแทนที่จะกลับมาเฝ้าบ้านแบบนี้"

ธีระยิ้มหงอยๆ แต่ไม่ตอบ เขาเอ่ยขอบคุณญาติผู้พี่ที่มาส่งถึงหน้าบ้าน จากนั้นก็เดินตรงขึ้นห้องนอนชั้นบนแล้วเปิดสวิทช์ไฟ

เงียบจัง...

ธีระคิดขณะงับประตูห้อง เด็กหนุ่มเปิดพัดลมแล้วหยิบไอแพดมานั่งเล่นบนเตียง พอล็อกอินเข้าเฟซบุ๊คก็ได้เห็นเพื่อนแต่ละคนอัพเดทภาพหรือสเตตัสที่บ่งบอกว่ากำลังเตรียมฉลองวันขึ้นปีใหม่ที่ไหนสักแห่ง หลังกดเลื่อนหน้าจอลงมาเรื่อยๆ สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับภาพของผู้คนซึ่งกำลังเตรียมนับถอยหลังในลานกว้างแห่งหนึ่ง เขารีบคลิกเข้าไปดูรูปใหญ่เมื่อเห็นว่าคนที่อัพโหลดรูปนั้นคือวีณา

รุ่นพี่ของเขาโพสต์รูปจากเวทีจัดงานฉลองปีใหม่ที่ใหญ่ที่สุดกลางกรุงเทพฯ ปีนี้บริษัทของกฤตภาสได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดงาน พนักงานทุกคนจึงไม่ได้หยุดพักและต้องร่วมกันดูแลงานนี้ให้ลุล่วง นอกจากวีณาแล้วยังมีรูปจากอรรณพ รวมทั้งรุ่นพี่คนอื่นที่ธีระรู้จักตั้งแต่ตอนไปฝึกงานและได้แอดกันไว้ด้วย

เด็กหนุ่มใจเต้นเมื่อคลิกดูรูปไปเรื่อยๆ แล้วเห็นว่าบางรูปก็ถ่ายติดกฤตภาสจากระยะไกล น่าเสียดายที่รูปเหล่านี้เห็นหน้าเจ้าตัวไม่ค่อยชัด ความจริงแล้วกฤตภาสก็มีเฟซบุ๊ค แต่เจ้าตัวแทบไม่เข้าไปอัพเดท ส่วนมากจะอัพเดทใน Linkedin ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียของวัยทำงานมากกว่า ดังนั้นหากธีระอยากรู้ว่าเจ้าตัวทำอะไรระหว่างที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็มีแต่ต้องอาศัยดูจากแอคเคาท์ของคนอื่นเท่านั้น

'สู้ๆ นะครับ อีกนิดเดียวก็ปีใหม่แล้ว :)'

ธีระพิมพ์ข้อความใต้รูปที่เห็นกฤตภาสค่อนข้างชัดที่สุดแล้วกดเอนเทอร์ คอมเม้นต์ของเขาเป็นเพียงหนึ่งในหลายสิบคอมเม้นต์ที่เรียงกันลงมาด้านล่าง แต่เขาก็หวังว่ากฤตภาสอาจจะได้อ่าน หรืออย่างน้อยก็มีคนไปบอกว่าเขามาโพสต์ให้กำลังใจ

เด็กหนุ่มพับฝาจอไอแพดแล้วเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเดินออกมาอีกครั้งก็เห็นเข็มนาฬิกาชี้เวลาห้าทุ่ม

ใจจริงก็อยากรอถึงเที่ยงคืนแล้วโทรไปสวัสดีปีใหม่อยู่หรอก แต่ช่วงนั้นพี่กฤตคงวุ่นจนรับสายไม่ได้แน่เลย...

ธีระคิดพลางเดินไปที่หน้าต่าง ด้านนอกมีคนจุดพลุแล้ว เสียงร้องคาราโอเกะปนกับเสียงเพลงงานวัดลอยมาจากที่ไกลๆ เขาปิดม่านในห้องแม้จะกันเสียงไม่ได้ จากนั้นก็ปิดไฟแล้วเดินไปทิ้งตัวบนเตียง

ถ้าเป็นไปได้...ก็อยากใช้เวลาในคืนวันขึ้นปีใหม่กับพี่กฤต แต่เอาไว้ปีหน้าก็คงได้ละมั้ง...

เด็กหนุ่มหลับตาลง วันนี้เขาค่อนข้างเพลียเป็นทุนเดิมเพราะตื่นนอนแต่เช้า ไม่ช้าก็ถูกความง่วงงุนฉุดรั้งสติจนดิ่งลึกสู่ห้วงนิทรา


++-------++


เอกอี้เอ้กเอ้ก.....

ธีระรู้สึกตัวตื่นเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไก่ขันจากโทรศัพท์ เด็กหนุ่มควานมือเปะปะหาแล้วหยิบเครื่องมาดูขณะที่สัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง แสงสว่างจัดจากหน้าจอทำให้ต้องหยีตาดูชื่อคนที่โทรเข้า

เอ๊ะ? พี่กฤต?

"ฮัลโหล?"

"ยังนอนอยู่เหรอ?"

"อื้อ...พี่กฤตเสร็จงานแล้วเหรอ?"

เวลาบนจอโทรศัพท์บอกให้รู้ว่าตีห้าแล้ว เด็กหนุ่มยันตัวขึ้นจากเตียงอย่างสะโหลสะเหล แต่ความดีใจที่กฤตภาสโทรหาทำให้ความง่วงจางหายอย่างรวดเร็ว

"อืม เหลือแค่เก็บงานนิดหน่อยก็เลยฝากพวกเด็กๆ ดูต่อแล้วขับรถมานี่ จะกลับด้วยกันเลยไหม? มานอนต่อในรถก็ได้นะ"

ธีระกะพริบตาถี่ เขาเลิกผ้าห่มจากตัวแล้วรีบออกจากห้อง เมื่อลงบันไดไปชั้นล่างก็เห็นรถสีดำคุ้นตาจอดอยู่หน้ารั้ว เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขณะผลักประตูรั้วออกและได้เห็นกฤตภาสยืนอยู่ตรงหน้า

"พี่กฤต"

ร่างเพรียวโผเข้ากอดเอวคนที่ยืนรอ เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานเมื่อถูกยีผม ไหล่ทั้งสองข้างผ่อนคลายเมื่อได้สูดกลิ่นโคโลญจน์เจือบุหรี่อันแสนคุ้นเคย

"ขอโทษที กำลังหลับสบายเลยสินะ?"

"ไม่เป็นไร ได้ยินเสียงพี่กฤตตี้ก็ตื่นแล้ว"

ธีระยิ้มแล้วซุกหน้าลงกับอกกฤตภาสอีกครั้ง ที่จริงแล้วเขาตั้งใจว่าวันนี้ช่วงบ่ายจะกลับกรุงเทพฯ เพื่อไปทานข้าวเย็นด้วย ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะมาหาก่อนถึงที่บ้านตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น

"พ่อกับแม่ล่ะ?"

"ไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดทั้งคู่เลย ตี้อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว"

"เหรอ...งั้นจะโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนไหมว่าจะกลับกรุงเทพฯ? หรือกลับถึงห้องแล้วค่อยบอก?"

"พี่กฤต..." ธีระเงยหน้าขึ้น เขารู้ว่ากฤตภาสคงเหนื่อยจากการทำงานข้ามคืนแล้วยังขับรถมารับเขาถึงที่นี่อีก ถ้าปล่อยให้ขับกลับกรุงเทพฯ ทันทีคงไม่ดีแน่ ต่อให้เจ้าตัวไม่บ่นหรือแสดงอาการว่าเหนื่อยก็เถอะ

"แวะนอนสักตื่นก่อนมั้ยพี่กฤต ฟ้ายังไม่สว่างเลย พี่กฤตจะได้พักด้วย"

"ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้ง่วง"

"นอนเถอะ ตี้ยังอยากนอนต่ออีกหน่อย นะ กว่าพ่อกับแม่จะกลับก็สายๆ เผื่อจะได้กินข้าวด้วยกันสี่คน"

เด็กหนุ่มเห็นกฤตภาสเบ้ปากก็ได้แต่กลั้นยิ้ม เขารู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ชอบกฤตภาสนัก ส่วนกฤตภาสก็ไม่ใช่คนที่จะพยายามเข้าหาผู้ใหญ่เหมือนกัน แต่ให้เจอกันบ่อยๆ เพื่อสร้างความเคยชินย่อมดีกว่าต่างคนต่างอยู่ เพราะจะให้เขาเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็คงไม่ได้

ดูเหมือนน้ำเสียงกับแววตาออดอ้อนจะได้ผล เพราะหลังจากทำสีหน้าชั่งใจอยู่ชั่วครู่ กฤตภาสก็พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้แล้วกดรีโมทล็อกรถ

"เอาเถอะ นอนพักสักตื่นก็ดีเหมือนกัน ยังไงวันนี้ก็ไม่ได้ต้องรีบไปไหน"

ธีระส่งเสียงในคออย่างดีใจ เขารีบจูงกฤตภาสเข้าบ้าน พอเดินขึ้นไปถึงห้องก็แปลกใจที่จู่ๆ ก็ถูกรั้งไหล่ให้หันไปหา

"พี่...?"

เด็กหนุ่มไม่มีโอกาสเรียกชื่อให้จบเพราะกฤตภาสก้มลงปิดเสียงด้วยริมฝีปาก เสียงครางแผ่วหลุดจากลำคอเมื่อถูกดันให้ถอยจนหงายหลังลงบนเตียง เขาปรือตาขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ตามขึ้นมาคร่อมอยู่ด้านบน ประกายวิบวับในแววตาบ่งบอกจุดประสงค์ชัดเจน

"พี่กฤตไม่อยากนอนแล้วเหรอ?"

ธีระกระซิบถามโดยไม่ละสายตาจากอีกฝ่าย แต่มือทั้งสองข้างค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อตัวเองจนเผยแผ่นอกเรียบตึง คำถามอันขัดกับท่าทางยั่วยวนเรียกเสียงหัวเราะจากคนที่กำลังปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงลง

"จะนอนเมื่อไหร่ก็นอนได้ แต่ตอนนี้ถ้าไม่ได้เสียเหงื่อซักหน่อยคงนอนไม่หลับ"

เด็กหนุ่มหัวเราะบ้างเมื่อถูกดึงกางเกงเอวยืดออกจนพ้นขา จากนั้นเสียงหัวเราะก็เปลี่ยนเป็นเสียงครางเมื่อกฤตภาสโน้มตัวลงจนไออุ่นห่อหุ้มผิวเปลือยเปล่า ไม่มีใครเอ่ยคำหลังได้สัมผัสกันและกัน ในห้องมีเพียงเสียงหอบหายใจ เสียงการเสียดสีจากการเคลื่อนไหวของร่างทั้งสอง และเสียงเรียกชื่อแหบพร่าแทรกเสียงครางเป็นระยะ

ที่ด้านนอกหน้าต่าง...แสงเงินแสงทองจากพระอาทิตย์เริ่มทอทาบแนวขอบฟ้า นกตัวแรกโผบินจากรังเพื่อออกหาอาหารในเช้าวันใหม่



++---End---++



A/N: ตอนแรกก็นึกว่าคงไม่มีตอนพิเศษมาฉลองปีใหม่แล้ว ปุบปับดันปิ๊งไอเดียระหว่างกินข้าวกับเพื่อนเลยรีบพิมพ์ใส่มือถือเลย คงช่วยแก้คิดถึงตากฤตกับน้องตี้ได้บ้างนะคะ สุขสันต์วันปีใหม่ค่า ^^



Create Date : 01 มกราคม 2559
Last Update : 1 มกราคม 2559 20:56:06 น. 0 comments
Counter : 1529 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Applebee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]






ลายปากกา



~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ~
ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมดหรือส่วนใดไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!

Friends' blogs
[Add Applebee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.