Group Blog
 
All blogs
 

มีความสุขทุกวันได้ไหมเนี่ย โดย วานวาน



ไม่ได้เขียนรีวิวหนังสือเสียนาน คราวนี้ต้องบอกว่าฤกษ์งามยามดี เพจ wanwan.th จัดกิจกรรมแจกตุ๊กตาให้คนที่เขียนรีวิวหนังสือเรื่องนี้ลงบล็อก 5 คน ไอ้เราก็แฟนหนังสือวานวานเหนียวแน่น ตามสะสมจนครบทุกเล่มนี่นา อีกอย่างชอบอยู่แล้วค่ะเล่นเกมที่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างนี้ ว่าแล้วก็หาเรื่องอัพบล็อกไปเลยแล้วกัน

สำหรับ "มีความสุขทุกวันได้ไหมเนี่ย" เป็นการรวมเรื่องราวที่วานวานซึ่งเป็นบล็อกเกอร์ดังของไต้หวันได้เขียนเล่าประสบการณ์และมุมมองส่วนตัว เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน การรับมือกับความล้มเหลวในเรื่องต่างๆ การจัดสรรเวลา การรู้จักประหยัด และเรื่องอื่นๆ ที่อ่านไปก็อมยิ้มไปได้ทั้งเล่ม เหมือนเวลาอ่านผลงานทุกๆ เล่มที่วานวานเขียน

สิ่งที่เราชอบในเล่มนี้คือ หลังจากจบเนื้อหาแต่ละบท จะมีการปิดท้ายบทด้วยประโยคที่สรุปใจความของบทนั้นๆ อาจไม่ใช่คำคมเชิงปรัชญาสูงส่ง แต่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ที่สำคัญ มันทำให้เราเข้าใจตัววานวานมากขึ้นด้วยว่าเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก และหามุมมองที่ดีให้กับเรื่องไม่คาดฝันได้อยู่เสมอ นี่เป็นตัวอย่างประโยคปิดท้ายบทที่ชอบเป็นการส่วนตัวค่ะ:


"ความสุขไม่ได้มาจากการมีมากกว่าใคร แต่มาจากการอยากได้น้อยกว่าเขา"


"ความล้มเหลวทำให้บาดเจ็บแค่นิดหน่อย แต่มันโค่นคุณไม่ได้ ให้โอกาสตัวเองบุกฝ่าไปอีกนิดสิ"


"อยากให้คนอื่นมารัก ต้องรู้จักรักตัวเองให้ดีก่อน"


"อย่าถ่อมตัวว่าเดินช้า อย่างน้อยคุณก็เดินเร็วกว่าคนที่ไม่คิดจะก้าว"


"ทุกสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้จะไม่มีวันไร้ความหมาย เพราะมันจะกลายเป็นต้นทุนของชีวิตในอนาคต"



ส่วนตัวเราเอง บทหนึ่งที่อ่านแล้วโดนใจที่สุด มีชื่อบทว่า สเต็กกับของหวาน ซึ่งประเด็นหลักของบทนั้นไม่ใช่เรื่องของกิน แต่เพราะว่าพอวานวานเริ่มมีชื่อเสียงระดับหนึ่ง มีครั้งหนึ่งนักข่าวมาสัมภาษณ์และถามถึงงานของวานวานว่าทำไมไม่วาดภาพสไตล์สวยหรู เนื้อหาลึกซึ้งเหมือนนักเขียนดังอีกคนของไต้หวัน (ซึ่งเรารู้ว่าหมายถึงใคร ผลงานของเขาคนนั้นก็มีแปลเป็นภาษาไทยหลายเล่ม) วานวานตอบสัมภาษณ์ไปว่าจะพยายามเรียนรู้ แต่มาคิดใคร่ครวญได้ทีหลังว่าเรื่องสไตล์การเขียนนี้เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว เราไม่สามารถนำสไตล์ของใครมาตั้งเป็นมาตรฐานได้ แต่มองว่ามันเป็นความแตกต่างเหมือนสเต็กกับของหวานดีกว่า เพราะก็รสอร่อยทั้งคู่ คนอ่านจะได้เลือกกินอะไรที่หลากหลายด้วย เราในฐานะที่เขียนนิยายอยู่บ้าง แล้วก็เคยโดนคอมเม้นต์เปรียบเทียบกับงานคนอื่นมาแล้ว เลยคิดว่าเข้าใจความรู้สึกของวานวานตอนโดนถามด้วยคำถามนี้ ก็แหม...ถ้าเกิดวานวานดังตั้งแต่ต้นเพราะเขียนงานที่คล้ายกัน ก็คงไม่พ้นโดนหาว่าลอกเลียนแบบจริงไหม อีกอย่างสิ่งที่ทำให้งานของวานวานเข้าถึงคนอ่านได้ทุกเพศทุกวัยก็เพราะรูปที่วาดง่ายๆ เนื้อหาที่ทำให้รู้สึกเหมือนอ่านเรื่องของตัวเองหรือของเพื่อนนี่แหละ ดังนั้นเนื้อหาบทนี้ นอกจากจะอินแล้ว เรายังรู้สึกเห็นด้วยกับวานวานมาก เพราะเป็นประสบการณ์ตรงของตัวเองนี่ล่ะค่ะ


"สไตล์การเขียนนั้นนำมาเปรียบเทียบได้ยากยิ่งนัก เหมือนสเต็กกับของหวาน กินเนื้อรสอร่อย แล้วตามด้วยของหวานสักหน่อยไม่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าหรือ"


คาดว่านักอ่านในเมืองไทยที่ไม่รู้จักวานวานคงมีน้อย เพราะอย่างน้อยก็ต้องเคยผ่านตาตัวการ์ตูนหัวโล้นไม่ใส่เสื้อ มีผมหยิกม้วนหนึ่งเส้นกันมาบ้างตามเว็บบอร์ดต่างๆ หรือตามร้านหนังสือ แต่บางคนอาจไม่เคยอ่านไดอารีคอมิคของวานวานสักเล่ม อยากบอกว่าเป็นหนังสือที่อ่านคลายเครียดได้ดี อ่านได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ นะ (ส่วนตัวเราชอบอ่านก่อนนอน) สำนวนคนแปลคือคุณเบียร์ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี และคุณก้อย พัณณ์ชิตา ธนวีร์กิตติโชติก็ทำให้อ่านแล้วรื่นไหล น่ารักเข้ากับบุคลิกของหนังสือด้วย ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอ่านงานของวานวานจากเล่มไหนดี เริ่มจากเล่มนี้ก่อนเลยก็ได้ค่ะ




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2556 20:08:56 น.
Counter : 961 Pageviews.  

เสี่ยงหัวใจพลิกไพ่รัก โดย นับดาว

เสี่ยงหัวใจ พลิกไพ่รักเสี่ยงหัวใจ พลิกไพ่รัก by นับดาว

My rating: 3 of 5 stars

เรื่องย่อ: ฟ้าลิขิตหรือจะสู้ หัวใจกำหนด...เมื่อ "ความรัก" เรียกร้อง ฟ้าก็ฟ้าเถอะ!...

"อมาวสี" หญิงสาวที่เกิดในวันพระจันทร์ดับ ต้นตระกูลเป็นโหราจารย์ชื่อดัง มีความเชื่อตกทอดมาว่า ชื่อของคู่แท้จะซ่อนอยู่บนร่างกายของหญิงสาวทุกคนในตระกูล!

...และแล้วยิปซี สาวก็ได้พบ ‘"นื้อคู่ตุนาหงัน"..."หมอปู" ชื่อที่อยู่ปรากฏบนเรือนกาย

ไม่ได้ด้วยเล่ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา หล่อนจำเป็นต้องอาศัย "ตาหมีโหด" เพื่อนบ้านเป็นสะพานไปหาสัตวแพทย์หนุ่ม แต่ที่ไหนได้ "สะพาน" ไม่กลับยอมซะอย่างงั้น


คอมเม้นต์: ไม่ใช่หนังสือใหม่เพราะออกมาได้สองสามปีแล้ว แต่เพิ่งได้เอามาอ่าน เป็นเรื่องที่อ่านได้เพลินๆ มีความน่าสนใจของวงการสัตวแพทย์และโหราศาสตร์มาให้ทึ่งกับความช่างเก็บข้อมูลของนักเขียนที่ไม่รู้สึกว่าเฝือหรือยัดเยียด แม้จะต้องยอมรับว่าหลายครั้งก็เหวอเพราะความล้นของนางเอก ด้านมุกจิกกัดระหว่างพระนางในเรื่องมีเยอะแบบไม่ต้องกลัวเบื่อ ชนิดที่ถ้าเอาไปทำละครนี่คนเขียนบทสามารถดึงบทสนทนาในเรื่องไปใช้ได้เลย แต่ข้อด้อย (ในความคิดเรา) คือฉากไหนที่บรรยากาศน่าจะหวานก็ดันมีเหตุการณ์อะไรโผล่ขึ้นมาขัดจังหวะประจำ ช่วงที่พระนางหวานกันจริงๆ เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ออกไปทางโล่งใจที่นางเอกยอมรับความจริงได้เสียทีมากกว่า


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชอบคู่รองกว่ามากๆ จนรู้สึกว่าหมอปูกับชนาภาน่าจะถูกเขียนเป็นคู่หลักไปเสียเลย เพราะปมขัดแย้งในใจที่สั่งสมกันมานานหลายปี แล้วยังความเป็นผู้ใหญ่ของชนาภาที่มองความรู้สึกคนอื่นทะลุปรุโปร่ง แต่เวลาจะแขวะนางเอกทีนี่ปากคมยิ่งกว่ากรรไกร ชอบบุคลิกแบบนี้มากกว่าเปิ่นๆ เป๋อๆ แบบนางเอกน่ะค่ะ




View all my reviews




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2555 10:29:24 น.
Counter : 481 Pageviews.  

ด้วยรักดุจหทัย โดย หิมวันต์

ด้วยรักดุจหทัยด้วยรักดุจหทัย by หิมวันต์

My rating: 3 of 5 stars

เรื่องย่อ: เรื่องราวความรักระหว่าง 'ราชาวัณณุวรรธน์' แห่งแคว้นโปษัณกับ 'เจ้าหญิงธิษณามตี' แห่งแคว้นเมธัส เรื่องราวเริ่มต้นจากพิธีเลือกคู่ที่ถูกจัดขึ้นอย่างฉุกละหุกและยิ่งใหญ่ ณ แคว้นโปษัณ เทียบเชิญถูกส่งถึงกษัตริย์หลากแคว้นที่ต่างเต็มใจส่งเจ้าหญิงเข้าประชัน ความงดงามเพื่อช่วงชิงตำแหน่งพระชายา ทว่าเรื่องราวไม่ได้ลงเอยสวยงามเฉกเช่นที่ควรเป็น เมื่อคนที่ราชาวัณณุวรรธน์ทรงเลือกคือเจ้าฟ้าหญิงแสนพยศ ผู้มิได้สมัครใจเดินทางมาเพื่อร่วมพิธีคลุมถุงชนแต่แรก

"โปษัณมีอะไรน่ารังเกียจฝ่าบาทถึงปฏิเสธนัก" ทรงกระแทกถ้วยพระสุธารสชากับพื้นโต๊ะเสียแทบร้าว พระพักตร์ดุดันน่ากลัว

"เปล่าเพคะ"

"แล้วเพราะอะไร"

"ฝ่าบาทกับหม่อมฉันยังไม่รู้จักกันดีพอ ปล่อยหม่อมฉันไปเถอะ หม่อมฉันอยากกลับบ้าน"

"ไหนทรงเล่าว่าโปรดการท่องเที่ยว ทรงคิดเสียสิว่ากำลังเสด็จประพาส"
"จะให้หม่อมฉันคิดได้ยังไงในเมื่อไม่ใช่"

"เมื่อคืนทุกคนรับทราบแล้วว่าหม่อมฉันเลือกฝ่าบาท งานอภิเษกจะมีขึ้นในไม่ช้า จะเสด็จไหนไม่ได้ทั้งนั้น ต่อไปนี้ที่นี่คือบ้านของฝ่าบาท เข้าพระทัยตามนี้ไว้ด้วย"

คอมเม้นต์: ถ้าเทียบกับจักรวรรดิรัก และจักรวรรดิหัวใจ ซึ่งผู้เขียนเขียนขึ้นก่อน เรื่องนี้จะเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพระเอก คือ ราชาวัณณุวรรธน์ ที่เพิ่งขึ้นครองราชย์แห่งแคว้นโปษัณ กับเจ้าหญิงธิษณามตีจากแคว้นเมธัส ซึ่งถูกตบแต่งเป็นพระชายา โดยที่ต่างยังไม่ได้รักใคร่กัน เนื่องจากที่พระราชาทรงยอมอภิเษก ก็เพราะรำคาญคณะเสนาบดีที่พากันกราบทูลให้รีบมีพระมเหสีและรัชทายาท (แม้จะมีพระอนุชาคือเจ้าชายหรรษธรเป็นพระยุพราชอยู่แล้ว) องค์ราชาก็เลยยอมจัดงานเลี้ยงและเชิญเจ้าหญิงจากแคว้นต่างๆ มาร่วมงานเพื่อให้ได้ทรงเลือก จะได้แต่งงานให้ตัดปัญหาที่เหล่าเสนาบดีกลัวกันซะว่าถ้าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเดี๋ยวแผ่นดินจะไม่มีผู้สืบทอด แล้วนางเอกซึ่งก็คือเจ้าหญิงธิษณามตีนี่นอกจากจะต้องพระทัยตรงที่ดูจะพยายามหลบพระองค์ในงานเลี้ยงเพราะไม่อยากโดนเลือกแล้ว ก็คิดว่าคงเพราะรูปโฉมของเจ้าหญิงด้วย เพราะจากที่บรรยายก็ดูเหมือนจะทรงพระสิริโฉมและบอบบางน่าทะนุถนอมน่าดูทีเดียว ยังไงผู้ชายก็ต้องมองผู้หญิงที่หน้าตาก่อนแหละนะ (ฮา)

เล่มนี้ไม่มีปมเรื่องความไม่สงบในแผ่นดินจากผู้คิดคด แต่เป็นความริษยาจากคนที่ “รู้สึก” ไปเองว่าโดนแย่งความรักความเอาใจใส่ กับอีกคนที่ถึงตัวอยู่ไกล แต่ฉันก็ยังอยากตามรังควาน ประสาพวกไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองได้รับ สำหรับเจ้าหญิงธิษณามตีนี่ก็เข้าข่ายเกือบๆ จะเป็นสโนว์ไวท์ เพราะกำพร้าพระมารดาแต่เล็ก เสด็จพ่อก็อภิเษกกับคนอื่น แล้วยังเป็นพวกหัวโบราณคือคิดว่าบทบาทผู้หญิงควรถูกจำกัด ถึงจะรักพระธิดาก็ไม่แสดงออก อ่านแล้วขัดใจเสด็จพ่อ แต่ก็ขัดใจเจ้าหญิงเองด้วย ตรงที่แสนดีไปหน่อย เจอคนเจอสัตว์อะไรน่าสงสารก็จะรับอนุเคราะห์ไปหมดโดยไม่เฉลียวพระทัย แต่ก็พยายามเข้าใจว่าคนที่ปกติไม่คิดร้ายกับใคร ก็คงไม่คิดว่าจะมีใครคิดร้ายกับตัวเอง บางครั้งอันตรายที่เกิดขึ้นก็เลยพูดได้คำเดียวว่า “ทำตัวเองแท้ๆ”

สำหรับองค์ราชาวัณณุวรรธน์ สารภาพว่าส่วนตัวค่อนข้างหมั่นไส้มาตั้งแต่สมัยเป็นพี่ชายหวงน้องสาวในเล่มสอง (อินมาก 555) พอมาเล่มนี้ที่เป็นพระเอกเต็มๆ ก็เลยไม่ค่อยเอาใจช่วยเท่าไหร่ แอบอยากให้ทรมานใจเยอะๆ กว่านี้ด้วยซ้ำ ยิ่งตอนที่นึกว่าพระชายาไปมีใจกับคนอื่นจนแสดงวิธีหึงแบบไม่เข้าตาเนี่ย แต่ก็รักแรกของแต่ละฝ่ายล่ะนะ ยังดีที่องค์ราชาทรงนึกถึงคำสอนของพระมารดาสมัยยังทรงพระชนม์ชีพได้ว่าหลักประคับประคองชีวิตคู่ควรทำอย่างไร ไม่งั้นองค์ราชาที่แสนไม่ประสีประสากับความรักอาจได้เผลอทำอะไรให้เจ้าหญิงเสียพระทัยยิ่งกว่าเดิม ตรงนี้ต้องชมคนเขียนที่ถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี ว่าจากที่ไม่รู้สึกอะไรกันมาก่อน แต่ละคนเริ่มมีใจให้ต่อกันได้อย่างไร แต่กลายเป็นว่ายิ่งอ่านเล่มนี้จบไป เรายิ่งอยากอ่านเรื่องที่เจ้าชายหรรษธรเป็นตัวเอกในเล่มต่อเข้าไปใหญ่เลย รู้สึกว่าเป็นตัวละครที่มีบุคลิกน่าค้นหา เพราะเป็นคนที่ภายนอกดูเหมือนยิ้มแย้มใจเย็น คอยไกล่เกลี่ยคนนั้นคนนี้ประสาลูกคนรองหรือ Wednesday Child ตลอดเวลา พอถึงตอนมีความรักเองบ้างจะจัดการยังไง ท่าทางเล่มของเจ้าชายหรรษธรน่าจะบทบู๊เยอะซะด้วยสิ (เท่าที่อ่านตอนต้นๆ ในเว็บมานะ)




View all my reviews




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2555 21:21:11 น.
Counter : 418 Pageviews.  

จักรวรรดิหัวใจ โดย หิมวันต์

จักรวรรดิหัวใจจักรวรรดิหัวใจ by หิมวันต์

My rating: 4 of 5 stars

เรื่องย่อ: 'ผู้หญิงน่าเบื่อน่ารำคาญ'

ประโยคผลักไสเจ้าหญิงโฉมงามแห่งแคว้นโปษัณ กลายเป็นสิ่งย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ 'เจ้าชายเขมินท์' ผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาให้ต้องรวดร้าวและร้อนรน หลังทราบว่า 'นาง' ที่ทรงเผลอไผลสลักรักไว้กลางหทัยแต่ต้องตัดใจ บัดนี้หาใช่คู่หมั้นพระเชษฐาอีกต่อไป ทว่า...เมื่อหัวใจหนึ่งจากลา หนีหน้าด้วยแรงเกลียดชังเพราะความเข้าใจผิด อีกหัวใจหนึ่งจึงต้องตามไขว่คว้าเพื่อให้ได้นางกลับมาแนบชิดเชยชม


"ถ้าฝ่าบาทสัญญาว่าจะไม่ร้อง หม่อมฉันถึงยอมปล่อย" เจ้าชายเขมินท์ทรงแกล้งรัดอ้อมพระพาหาแน่นขึ้น พลางรับสั่งสุรเสียงหวานข่มขู่ "ว่าอย่างไร หรือสมัครพระทัยจะประทับอยู่เช่นนี้"

เท่านั้น พระอาการดิ้นรนลดลงจนหยุดสนิท เจ้าหญิงอินทุภาลาวัณย์ทรงข่มพระทัย พระพักตร์งามสะบัดหนีเฉียดปลายพระนาสิกโด่งเพียงนิด นั่นเพราะพระพักตร์หล่อเหลาดุจเจ้าแห่งรัตติกาลจงใจก้มลงมาชิด

เมื่อเจ้าชายผู้บุกรุกทรงยอมคลายพระกรอย่างสุดแสนเสียดาย กระแสรับสั่งแหวจึงดังขึ้นทันควัน

"ฝ่าบาทมีสิทธิ์อะไรเข้ามาในห้องนอนหม่อมฉัน"

"สิทธิ์ของความห่วงใย ได้ยินว่าทรงประชวร หม่อมฉันก็แค่อยากเห็นด้วยตาว่าทรงทุเลาหรือยัง"

เจ้าหญิงชะงักพระองค์นิ่ง คำว่าห่วงใยจากเจ้าชายสั่นพระทัยแง่งอนได้พอสมควร แต่ทำไมจะต้องแสดงให้รับรู้ พักตร์งดงามเชิดรับสั่ง

"พรุ่งนี้หม่อมฉันจะทูลฟ้องทูลหม่อมพ่อ คุกของโปษัณคงได้ถวายการต้อนรับฝ่าบาทอย่างดี"

"เอาเลย ทูลฟ้องให้พอพระทัย ให้รู้กันให้ทั่ว คิดกันให้เลยเถิดว่าหม่อมฉันเข้ามาห้องนอนฝ่าบาททำไมทั้งคืน"


คอมเม้นต์: เรื่องนี้เป็นเล่มต่อของจักรวรรดิรัก เรื่องราวย้ายสถานที่หลักจากแคว้นธันยามาเป็นแคว้นโปษัณ บ้านเกิดของเจ้าหญิงอินทุภาลาวัลย์ นางเอกของเรื่องนี้แทน ในจักรวรรดิรักนั้นเจ้าหญิงเคยเดินทางไปแคว้นธันยาและเข้าพิธีหมั้นหลอกๆ กับเจ้าชายอนาวิล เพื่อช่วยพิสูจน์ใจของพันดาราว่ารักเจ้าชายจริงหรือมองเป็นเพียงสะพานข้ามไปสู่การแก้แค้น แต่ที่เจ้าหญิงไม่รู้ คือเผลอทำให้เจ้าชายเขมินท์ พระอนุชาขององค์อนาวิลเข้าใจผิดว่าคงไม่มีหวังจะไขว่คว้าเจ้าหญิงอีกแล้ว ก็เลยพยายามผลักไสด้วยท่าทางและคำพูดเย็นชา จากที่ปกติก็เป็นคนยิ้มยากและขึ้นชื่อเรื่องไม่ชอบความวุ่นวายของผู้หญิง เจ้าหญิงอินทุภาก็เลยเสด็จกลับแคว้นเพราะน้อยพระทัยและตั้งใจจะไม่กลับมาธันยาอีกเลย

(รู้สึกตัวเองพยายามใช้คำราชาศัพท์น่าดู 5555)

เล่มนี้จะเป็นเรื่องหลังจากที่ความจริงกระจ่าง เจ้าชายอนาวิลที่ขึ้นเป็นองค์ราชาแล้วก็เลยแต่งตั้งเจ้าชายเขมินท์ขึ้นเป็นเสนาบดีต่างประเทศ เพื่อจะได้ตามไปง้อเจ้าหญิงที่แคว้นโปษัณได้สะดวก และเสด็จแม่ของเจ้าหญิงก็เป็นพระปิตุลาของเจ้าชายทั้งคู่อยู่แล้วจึงไม่มีอะไรติดขัด ฝ่ายเจ้าหญิงจะมีพระเชษฐาอยู่สองพระองค์ซึ่งหวงน้องสาวมาก แต่เจ้าชายวัณณุวรรธน์ที่เป็นองค์โตจะหวงแบบออกนอกหน้าขณะที่เจ้าชายหรรษธรซึ่งเป็นองค์รองจะดูเหมือนยิ้มๆ แต่จริงๆ ก็หวงน้องพอกัน แต่เพราะต่อมาเกิดเหตุการณ์แย่งชิงพระราชบัลลังก์จากขุนนางในแคว้น ทำให้เจ้าชายเขมินท์ได้มีโอกาสอยู่ช่วยปกป้องเจ้าหญิงและราชวงศ์ เนื่องจากแคว้นธันยาจะชำนาญการสู้รบกว่าแคว้นโปษัณที่เป็นเมืองท่า รักแท้ของเจ้าชายก็เลยได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ได้รักแต่เจ้าหญิง แต่ต้องการปกป้องบ้านเกิดของพระองค์ด้วยจะได้อยู่อย่างมีความสุข ก็ได้ใจชาวเมืองไปเต็มๆ แต่กว่าจะได้ทรงอภิเษกกันจริงๆ ก็ยังมีเรื่องหยุมหยิมยิบย่อยให้เก็บตกพอให้ลุ้นส่งท้าย ซึ่งเราชอบค่ะ ไม่ใช่ว่ากราฟอารมณ์ของเรื่องพอถึงจุดพีคแล้วก็ตกฮวบเลย แต่ยังมีปมเล็กน้อยให้ได้ตื่นเต้นกันต่อบ้าง

โทนเรื่องของเรื่องนี้จะออกหวานน้ำผึ้งหยดกว่าเล่มแรก เพราะว่าปมขัดแย้งในใจพระนางไม่ค่อยเยอะ เจ้าชายนี่จากที่เคยบอกว่าเกลียดผู้หญิงก็กลายเป็นคนปากหวาน ทำอะไรให้เจ้าหญิงก็หวานไปหมด ถึงจะยังติดนิสัยทำอะไรรวดเร็วตามใจอยู่ก็ตาม แต่ส่วนตัวเราก็ยังชอบบุคลิกผู้ใหญ่ช่างคิดแบบองค์อนาวิลมากกว่า กับเจ้าชายเขมินท์นี่ให้อารมณ์น่าเอ็นดูเหมือนน้องชาย (เพราะตัวเองก็เป็นพี่คนโตมั้ง เลยนิยมพระเอกขรึมๆ หน่อย) ยิ่งตอนพิเศษช่วงท้ายที่เจ้าชายเขมินท์ทำหน้าบูดเพราะอิจฉาเสด็จพี่ที่มีพระราชโอรสก่อน จนองค์อนาวิลต้องปลอบให้อารมณ์ดีขึ้นนี่ทำเอาแทบขำก๊าก นึกหน้าออกเลยว่าคงเป็นเจ้าชายที่บางแง่มุมก็ยังติดนิสัยเด็กๆ อยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะพระเชษฐาชอบให้ท้ายด้วย

ถึงแม้ในคำนำจะบอกว่าไม่ต้องอ่านเล่มแรกมาก่อนก็อ่านเล่มนี้เข้าใจ แต่เราว่าอ่านเล่มแรกมาก่อนจะดีกว่าค่ะ เพราะจะเข้าใจพื้นเพในเรื่องและสายสัมพันธ์ของสองพี่น้อง และซึ้งกับความเฉียบแหลมขององค์อนาวิลมากขึ้นว่าที่ส่งพระอนุชาไปแคว้นโปษัณ นอกจากเพื่อให้เจ้าชายเขมินท์ได้ทำตามหัวใจ ก็เพื่อจะได้สมบัติของบ้านเมืองที่เคยมอบให้แคว้นโปษัณกลับคืนมาด้วย ที่ติดใจองค์อนาวิลมากกว่าเจ้าชายเขมินท์ก็ตรงความเจ้าเล่ห์ ร้ายลึก ช่างวางแผนและมองการณ์ไกลนี่แหละ ประมาณว่าก็ห่วงความสุขของน้องชายนะ แต่ถ้ายิงปืนตัวเดียวได้นกสองตัวก็ย่อมคุ้มกว่าอยู่แล้ว จะเป็นองค์ราชาที่ควบคุมแคว้นอันเกรียงไกรได้อยู่หมัดก็ต้องช่างคิดหลายซับหลายซ้อนแบบนี้แหละ




View all my reviews




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2555 12:51:08 น.
Counter : 470 Pageviews.  

จักรวรรดิรัก โดย หิมวันต์

จักรวรรดิรักจักรวรรดิรัก by หิมวันต์


My rating: 4 of 5 stars

เรื่องย่อ: หญิงพรหมจรรย์หนึ่งร้อยคน ถูกส่งเข้าพระราชวังหลวงทุกปี ในฐานะ 'รัตนกัลยา' นางในแห่ง"เจ้าชายอนาวิล"

ปม แค้นในอดีตผลักดันให้ "พันดารา" ยอมเข้าถวายตัวหวังปลิดชีพอริให้สิ้น ทว่า...เมื่อไฟแค้นราแรงแปรเปลี่ยนเป็น 'รัก' เพราะหัวใจอนาวิล เธอจักทำฉันใด

"ท่านหลอกฉัน!"

"พี่ยอมให้เธอทำโทษอย่างไรก็ ได้ พอใจไหม" พระองค์รีบดึงร่างอ้อนแอ้นประทับพระอุระ พันดาราต้องแข็งใจแทบแย่กว่าจะสามารถสบพระเนตรคมซึ้ง กราบบังคมทูลด้วยน้ำเสียงเย็นชาเต็มพิธีการ

"หม่อมฉันขอพระราชทานราชานุญาตกลับบ้านนะเพคะ"

"ไม่อนุญาต!" พระสุรเสียงแข็งแล้วทอดอ่อน "ไหนว่ารักพี่ แล้วทำไมถึงจะหนีกลับ"

"จะทรงเสียสัตย์หรือเพคะ ไหนว่าให้ทำโทษอย่างไรก็ได้"

"ยกเว้นไปจากพี่"

"ถ้าอย่างนั้น หม่อมฉันขอกลับไปอยู่พระตำหนักนางแก้วตามเดิมนะเพคะ"

"ยกเว้นอยู่ห่างจากพี่!"



คอมเม้นต์: สารภาพว่าไม่ถนัดอ่านแนวเจ้าชายเจ้าหญิง เพราะส่วนตัวกริ่งเกรงการอ่านราชาศัพท์เอามากๆ (ความหลังสมัยมัธยมยังหลอน) เคยลองพยายามอ่านเรื่องแนวนี้มาก่อนแล้วไปได้ไม่ถึงสามบทก็ยอมแพ้ แต่เพราะอ่านรีวิวดีๆ ของเรื่องนี้มา ก็เลยคิดว่า เอาฟะ ลองอีกที และก็สนุกจนอ่านจบได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถึงแม้บางทีจะขมวดคิ้วบ้างเวลาเจอคำศัพท์ไม่คุ้น ก็อาศัยเดาๆ ไปจนอ่านจบแบบไม่ขลุกขลักนัก

เรื่องนี้ พระเอกกับนางเอกได้เจอในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นใจ คือพระเอกโดนลอบทำร้ายแล้วนางเอกก็ช่วยชีวิตไว้ด้วยความสามารถทางการแพทย์ ความใกล้ชิดทำให้เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กันจนกระทั่งต้องจากลา โดยที่นางเอกไม่รู้เลยว่าพระเอกเป็นถึงรัชทายาทอันดับหนึ่งของแคว้น แต่ก็เพราะตำแหน่งรัชทายาทนี่แหละที่ทำให้ชีวิตขององค์อนาวิลอยู่ในอันตรายตลอดเวลา เพราะแก่นในเรื่องนี้นอกจากความรักแล้วก็มีเรื่องทางการเมือง การประหัตประหารแย่งชิงอำนาจด้วย และยังความแค้นของนางเอกที่เป็นเหตุสำคัญให้ใจสองดวงซึ่งผูกพันกันแล้วต้องห่าง เพราะนางเอกเข้าวังมาถวายตัวเนื่องจากมีปมความแค้นที่ต้องการชำระ แม้ไม่ใช่กับตัวรัชทายาทเอง แต่ก็เป็นคนที่พระองค์ใกล้ชิดผูกพันมากจนยากจะทำใจ

ชอบพระเอกเรื่องนี้ตรงที่มีใจรักมั่นคงมาก ไม่เคยรักใครมาก่อนจนเจอนางเอก พอหลังเจอและฝังใจรัก แม้ตอนที่พระราชบิดาจะบังคับให้ต้องรับรัตนกัลยาทั้ง 100 คนเป็นนางใน ก็ไม่สนใจล่วงเกินคนไหนเลยทั้งที่มีสิทธิ์เต็มที่ แต่พอเจอคนสุดท้ายว่าคือพันดารา หญิงสาวที่เคยช่วยชีวิตตัวเองและเป็นคนที่กุมหัวใจไว้ ก็ยินดีและแสดงออกถึงความคะนึงหาและรักใคร่ผูกพันแบบไม่มีเก็บท่าทีหรือถือศักดิ์ว่าเธอเป็นสามัญชน แถมให้ข้าราชบริพารเรียกว่าเป็นพระชายาทันทีก่อนจะแต่งตั้งหรือกราบทูลเสด็จพ่อเสียอีก

นอกจากส่วนของการแสดงความผูกพันระหว่างพระนาง ที่เราชอบในเรื่องนี้คือผู้เขียนย้ำความสำคัญของครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ลูกหรือพี่น้องไว้อย่างเข้มข้น อย่างพระเอก หลังระแคะระคายว่าคนที่พยายามลอบปลงพระชนม์คือหนึ่งในน้องชายต่างพระมารดาสองคน ก็เจ็บปวดพระทัยเวลาเจอทั้งคู่ก่อนที่จะรู้ว่าคนไหนเป็นคนทำ หรือการที่พระเอกยังอาศัยพระตำหนักของพระมารดาที่เสียไปและบรรทมในห้องนอนนั้นเพราะนึกถึงความอบอุ่นของพระองค์ก็เป็นคาแรกเตอร์ที่ไม่ค่อยเจอในนิยายทั่วไป ที่สำคัญคือถึงแม้คนอ่านจะรู้ว่าคนร้ายเป็นใครตั้งแต่ต้น แต่ก็ยังได้ลุ้นว่าความจริงจะเปิดเผยวิธีไหน แถมในเรื่องก็มีปมย่อยเต็มไปหมดซึ่งพอถึงตอนจบก็คลี่คลายทุกข้อ แถมความจงรักภักดีของราชองครักษ์แต่ละคนก็กินกันไม่ลงจริงๆ จะสงสารก็ตัวละครเล็กๆ อย่างโยธินซึ่งเป็นราชองครักษ์ขององค์รัชทายาทอันดับสองที่มักใหญ่ใฝ่สูง ถึงบทจะน้อย แต่ก็สะท้อนให้ได้คิดว่าต่อให้มีความมุ่งมั่นและจงรักภักดี แต่ได้นายที่คิดชั่วก็พานทำให้ชีวิตมืดมนไปด้วยเท่านั้นเอง

ที่ชอบเกี่ยวกับพระเอกอีกอย่างก็คงเป็นเรื่องความสามารถทางการทูตนี่แหละค่ะ คือในบรรดารัชทายาททั้งสาม เจ้าชายอนาวิลเลือกจะรับงานด้านการทูตแทนด้านทหารทั้งที่มีความสามารถทางการรบไม่ต่างจากพระอนุชาทั้งสอง หรือแม้กระทั่งรัชทายาทอันดับสามที่เป็นพระเอกในเล่มต่อไปก็ยังทรงงานเป็นราชเลขานุการของเสด็จพ่อ ขณะที่รัชทายาทองค์รองหรือผู้ร้ายในเรื่องคือผู้ที่กุมกำลังด้านกลาโหม ซึ่งเราว่ามันสะท้อนความแหลมคมทางความคิดของผู้เขียนว่าการเป็นพระเอกไม่จำเป็นต้องรักการสู้รบหรือป่าเถื่อนใช้แต่กำลังเสมอไป แต่การฉลาดใช้ความคิดวางแผน และใช้งานคนให้ถูกทาง รวมทั้งการมีความสามารถทางการเจรจาเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์สิถึงจะน่าเคารพยำเกรงกว่า ยิ่งบุคลิกนุ่มๆ สุภาพอ่อนโยนแต่ก็มีความเจ้าเล่ห์นี่แหละ เราว่ามีเสน่ห์กว่าพวกเจ้าชายนักรบที่เอะอะก็เสื้อเปื้อนเลือดแต่คิดอะไรซับซ้อนไม่ค่อยเป็นเป็นไหนๆ แต่องค์อนาวิลนี่เรียกได้ว่ามองการณ์ไกลจริง คือถ้าเป็นเรื่องที่เกิดในยุคปัจจุบันก็คงเป็นประธานบริษัทที่ทำธุรกิจข้ามชาติมูลค่าหลายแสนล้านได้แบบไม่ขัดเลย ส่วนฉากหวานและทรมานจิตใจพระนางก็มีพอดีๆ เรียกได้ว่าสัดส่วนลงตัวระหว่างเรื่องความรัก การเมืองและความขัดแย้ง อ่านแล้วเพลินดี ตัวละครเสริมทุกตัวก็มีมิติและมีการปูพื้นให้อยากอ่านเรื่องราวต่อไปทุกตัวเลยค่ะ






View all my reviews




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2555 15:25:33 น.
Counter : 722 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

Applebee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]






ลายปากกา



~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ~
ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมดหรือส่วนใดไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!

Friends' blogs
[Add Applebee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.