....OUR FAMILY'S JOURNEY....
กราบหลวงพ่อพระใสแล้วไปเที่ยวท่าเสด็จ



กราบหลวงพ่อพระใสแล้วไปเที่ยวท่าเสด็จ



วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 52 เราไปทอดผ้าป่าที่วัดนอกเมืองขอนแก่น เสร็จแล้วก็ชวนกันว่า อาทิตย์นี้เรายังไม่มีแผนจะไปเที่ยวที่ไหนเลย หลังจากนึกภาพถึงที่เที่ยวใกล้ๆแล้ว หาไม่เจอว่าตรงไหนที่ยังไม่ได้ไป ก็นึกถึงเพลงของหนูมิเตอร์ "รักข้ามโขง" (ที่เอามาประกอบนี่แหละ) ได้

ก็ตกลงกันในบัดนั้นว่าไปก็ไป ไปไหว้หลวงพ่อพระใสกันดีกว่า เพราะว่าผ่านไป แล้วก็ผ่านมาบ่อยครั้ง ไม่เคยแวะกราบท่านซักครั้ง... จึงเป็นที่มาของทริปนี้ครับ







ก่อนเข้าหนองคายแวะซื้อผลไม้ข้างทาง



จากขอนแก่นไปหนองคายก็ประมาณ 170 กม. ทางสี่เลนส์ทันสมัย แต่ตำรวจทางหลวงเยอะไปหน่อย.... เยอะๆน่ะจริงๆแล้วดี ถ้ามีไว้อำนวยความสะดวกสำหรับการสัญจร และรถราตลอดจนจราจรที่มีปัญหา แต่จริงๆแล้วไม่ได้ทำแบบนั้นหรอก... บ่นนี่ไม่ได้มีปัญหากับเขานะ แต่อยากเห็นอะไรที่มันพัฒนาไปมากกว่านี้.

ขับไปก่อนถึงหนองคาย จะมีซุ้มขายผลไม้ข้างทางอยู่เยอะแยะไปหมด ส่วนมากจะขายผลไม้ตามฤดูกาล แต่ที่มีประจำแถวนั้นคือมะพร้าวน้ำหอมครับ







ลูกอะไรเอ่ย



ข้างบนนี่ชาวบ้านเขาเรียกว่า "หมากพี้พวน" (ถ้าเขียนผิด ท่านผู้รู้ช่วยแนะด้วยนะครับ) ผู้คนทางอีสานมักจะมีคำนำหน้าพวกผลไม้ ว่า "หมาก" หรือ "บัก" เช่น หมากเขียบ หรือบักเขียบ (น้อยหน่า) หมากสีดา หรือ บักสีดา (ฝรั่ง) เป็นต้น คล้ายๆว่าจะเป็นเภทผู้อะไรประมาณนั้น เจ้าหมากพี้พวนนี่รสจะออกหวานอมเปรี้ยว เกิดมาเพิ่งลองวันนี้แหละ .... ที่ซื้อเพราะมีน้องที่ทำงานของคนที่นั่งข้างๆอยากทาน ซื้อทั้งสามรุ่นเลยวันนั้น คือดิบ (สีเขียว) ห่าม (เหลือง) และสุก (แดง)

น้องเขาบอกว่าผลดิบๆ เอาไปจิ้มน้ำพริกอร่อย...











ซุ้มประตูเมืองที่อยู่ตรงสี่แยกใหญ่ (ขวาจะไปนครพนม โพนพิสัย ดูบั้งไฟพญานาค..ซ้ายไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว) เขาทำเป็นรูปพญานาคพันไว้กะซุ้มหรือโครงสร้าง ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของเมือง..

ผ่านตรงนี้ไปก้เข้าเมืองหนองคาย ซึ่งตั้งอยู่ติดริมโขง.... เราแวะเข้าไปไหว้หลวงพ่อพระใสที่วัดโพธิ์ชัยก่อน ซึ่งวันนั้นคนค่อนข้างเยอะ แต่เราสามารถนำรถไปจอดในบริเวณวัดได้ครับ..








วางดอกไม้ธูปเทียนและไหว้พระที่ศาลานี้ก่อน





ประวัติหลวงพ่อพระใส

เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น"









โบถส์ที่เข้าไปไหว้หลวงพ่อ






การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ)








ด้านหน้าพระอุโบสถ








องค์หลวงพ่อบนสุด (เสียดายไม่ได้เอาเลนส์ซูมได้เข้าไป)







ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯและอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"

ที่มา : www.itti-patihan.com











ด้านบนน่าจะเป็นด้ายสายสิณญ์ (หรือฝ้ายมงคล)










ข้างบันไดจะมีสัตว์ป่าหิมพานต์เฝ้าอยู่ทุกด้าน








บริเวณวัด











ท่าเสด็จ


ท่าเสด็จ ท่าเทียบเรือและด่านพรมแดน (เก่า) ของจังหวัดหนองคาย ปัจจุบันนี้ย้ายออกไปทำการที่ " ด่านสะพานมิตรภาพ " แล้วครับ ชื่อท่าเสด็จนั้นได้มาจากในวันเปิดใช้ท่าเรือ " พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน " พร้อมด้วย " สมเด็จพระบรมราชินีนารถ " ได้พระราชดำเนินเสด็จมาเปิดด่านแห่งนี้ด้วยพระองค์เอง ชื่อ " ท่าเสด็จ " จึงมีที่มาอย่างนี้แหละครับ

ในปัจจุบันการเดินทางข้ามไปยังฝั่ง " ส.ป.ป.ลาว " โดยการใช้เรือเป็นพาหนะอนุญาตให้เฉพาะกับพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นเท่านั้น ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางข้ามพรมแดนต้องใช้บริการรถเมล์และรถตู้ข้ามที่ด่านสะพานครับผม








ริมโขง (ย้อนแสง) เห็นสะพานมิตรภาพลิบๆอยู่ทางตะวันตก







จากการที่ท่าเสด็จต้องลดระดับความสำคัญลงมาเป็นเพียงด่านท้องถิ่นนั้น ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของที่นี่ต้องลดน้อยถอยลงประการใด อันที่จริงน่าจะเป็นการดีเสียอีกเพราะจะเป็นการลดความคับคั่งของการใช้งานของด่านนี้ อีกทั้งถนนหนทางที่ค่อนข้างแคบ ไม่สะดวกในการให้การบริการแก่นักท่องเที่ยวคราวละมากๆก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทางการมองเห็นถึงปัญหา ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนจังหวัดนี้ยังนิยมมาเยือนท่าเสด็จอยู่ก็คือ " ตลาดสินค้าข้ามแดน " เรียกให้โก้หรูอย่างนั้นแหละครับ ความจริงมันก็คือตลาดสินค้าหนีภาษีนั่นเอง เป็นสินค้าที่นำเข้ามาจาก " จีนแดง " และ " เวียดนาม " เสียเป็นส่วนมาก จำพวกเครื่องกระเบื้องหรือเซรามิค เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าไหมผ้าฝ้ายเป็นต้น ราคาก็สมกับฝีมือละครับ และสินค้าจำพวกอาหารแห้ง อาหารกึ่งแปรรูปและของป่าจากฝั่งนู้นก็พอมีให้เห็นอยู่ประปราย บ้างก็เป็นสินค้าผ่านแดนที่มาจากประเทศมาเลย์เซีย สิงค์โปร์ จำพวกขนมขบเคี้ยว ขนมปังเป็นต้น








ริมโขงอีกด้าน






ที่ท่าเสด็จแห่งนี้จะมีอีกอย่างที่คนทั่วไปค่อนข้างจะรู้จักดีเป็นพิเศษ เป็นร้านอาหารเวียดนามครับ ที่ขึ้นชื่อติดอันดับใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะทาน " แหนมเนือง " ร้านอาหารแดงแหนมเนืองแห่งท่าเสด็จครับ เป็นหมูย่าง รับประทานกับเครื่องแนมต่างๆและผักสด ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเฉพาะตัว

ที่มา : Visit Nongkhai - 2001













แม่น้ำโขงตรงท่าเสด็จเดี๋ยวนี้ทำเขื่อนกันน้ำเซาะตลิ่ง และทำทางเดินสวยงามทีเดียว... จากแม่น้าโขงเข้ามาเป็นราวเหล็กกั้น และลานทั้งหญ้าและซีเมนต์พร้อมปูกระเบื้อง ส่วนในเข้าไปอีกเป็นทางเดิน ก่อนที่จะเป็นระเบียงร้านอาหาร... จขบ เห็นว่าเป็นการออกแบบที่ดีครับ ไม่บดบังบรรยากาศริมโขงสำหรับการพักผ่อนของผู้คน แม้จะมีเรือนแพอยู่ในน้ำโขงบ้าง แต่ก็ไม่บดบังทัศนียภาพมากนัก..









เรือนแพ










ร้านอาหารริมโขง














ในตลาดอินโดจีน จัดเป็นทางเดินของนักท่องเที่ยวเป็นระบบดี มีหลังคาให้เสร็จ แม้จะแคบไปนิด แต่ก็คงเหมาะกับบางวันที่คนไม่มากนัก.... ตลาดอินโดจีนที่หนองคายนับว่าใหญ่มาก เมื่อเทียบกับที่อื่น มีของให้เลือกมากมาย ทั้งของที่ข้ามมาจาก จีน เวียตนาม และงานฝีมือจากฝั่งไทยเอง..








ของที่ระลึก














สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมาหนองคายแล้วจะต้องหาซื้อกลับบ้านเสมอคือ หมูยอ หมูยอหนองคายนี่ขึ้นชื่อติดชาร์ทเลยล่ะครับ.... อีกอย่างที่เห็นคือแหนมมะยม ที่ห่อด้วยใบตองรองด้านในด้วยใบมะยม อันนี้ก็อร่อยเหมาะมากสำคับนักดื่ม








แหนมมะยม หมูยอ












ขนมปังฝรั่งเศส หรือแป้งจี่ อันนี้ไม่ต้องไปไกลถึงเวียงจันทร์ ที่ตลาดอินโดจีนนี่ก็มีขายเหมือนกัน ส่วนรสชาดเป็นแบบไหนก็ต้องลองดูนะครับ..









ขนม














ข้าวจี่ ซึ่งเอาข้าวเหนียวปั้นแบบที่เห็นใช้ไม้เสียบเป็นที่สำหรับจับ ทาด้วยไข่ไก่และเกลือพอประมาณ แล้วเอาไปย่าง (จี่) บนเตาถ่านพอเกรียมๆรสชาติอร่อยดี แถมได้ความร้อนจากการการจี่ข้าวด้วย.... จิ้มกะแจ่วบอง หรือทานกับเนื้อทอดอร่อยดีนัก.... ฟาสฟู๊ดทางอีสานเลยล่ะ













ปลาเผา สั่งจากตรงนี้แล้วเข้าไปนั่งทานในร้านด้านในซึ่งสามารถมองออกไปชมทิวทัศน์แม่น้ำโขง หรือฝั่งลาวได้เลย.....
แม่ค้าบอกไปนั่งในเรือนแพก็ไม่เสียตังค์เพื่มค๊า....










รองเท้าผ้า









ตุ๊กตา









บริเวณ
















สิ่งหนึ่งที่ จขบ. ชอบมากคือเครื่องจักสานนี่แหละ ซึ่งเขาทำเป็นที่สำหรับ ใส่ส่ / วาง ของหลายอย่าง
เช่น ถาดใส่ผลไม้ ที่เสียบปากกา ดินสอ ตลอดจนกระติ๊บข้าวเหนียว เป็นต้น

วันนั้น จขบ. ก็ซื้อมาหลายชิ้นเหมือนกัน ราคาก็ไม่แพงครับ









เครื่องจักสาน










กระเป๋าทำจากผักตบชวา









ศิลปินเพื่อชีวิต (ตัวจริง)













ไวน์และน้ำผลไม้ (จากไทย) ร้านอยู่ตรงป้ายท่าเสด็จ เลือกไวน์จากเขาใหญ่สองขวดหลังจากชิมไปหลายอึก....











ลากันด้วยป้ายเทศบาลครับ เท่ห์มากๆ ตอนไปนั่งถ่ายภาพอยู่คนมองเยอะ
เหมือนกัน สงสัยคิดว่าหมอนี่เพี้ยน...... แต่ชอบนี่ครับ ชอบไอเดียเขา

เราเดินตลาดและนั่งชมทัศนีย์ภาพแม่น้ำโขงจนตะวันคล้อย แล้วก็ขับกลับ
บ้านานพร้อมด้วยหมูยอเมืองหนองคายห่อใหญ่.


ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ






_________ END _________












Create Date : 02 ตุลาคม 2552
Last Update : 25 สิงหาคม 2556 22:10:38 น. 26 comments
Counter : 5075 Pageviews.

 
สวัสดีครับเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกท่าน.....

ขอลัดคิวจากเมืองโบราณสมุทรปราการ
มาเที่ยวเมืองหนองคาย
เมืองบั้งไฟพญานาคก่อนนะครับ

เพราะใกล้เทศกาลออกพรรษา
เพื่อนๆหลายท่าน คงแวะไปที่นั่น
เผื่อนึกอะไรไม่ออก.... บล๊อกนาย wicsir อาจพอช่วยได้บ้าง

เที่ยวให้สนุก แต่อย่าลืมความปลอดภัย
ของท่านและหมู่คณะ
ต้องขับรถอย่างระวังด้วยนะครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดีมีความสุข
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ตลอดมาครับ



โดย: wicsir วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:5:24:44 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


สวัสดีเช้าวันศุกร์ค่ะคุณ wicsir
ร่างกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใสตลอดวันนะค่ะ

ตอนนี้หลาย ๆ คนมุ่งหน้าสู่หนองคาย
เพื่อฉลองเทศกาลออกพรรษา
และชมบั้งไฟพญานาค
ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติที่มวลมนุษย์อยากรู้
ปีนี้คงเป็นอีกปีหนึ่งที่ยังนั่งดูหน้าโทรทัศน์ค่ะ
มีเวลาเฉียดไปหนองคายคราวทีไร
ได้ไปแค่ท่าเสด็จ ซื้อของตัวเบาเท่านั้น
ไม่มีโอกาสได้ชมบั้งไฟซะที
ชอบขนมปังฝรั่งเศสที่สุดค่ะ
กินอันเดียวคุ้มเป็นวันเลย


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:7:38:39 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาสุขสันต์วันศุกร์จ้า
เมื่อ 20 ปีก่อนไปกราบมาแล้ว คนยังไม่เยอะขนาดนี้เลยนะ



โดย: หอมกร วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:9:09:53 น.  

 
สวยมากครับ สุด ๆ อ่ะ


โดย: นายหัว (nindhua ) วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:9:29:51 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ wicsir
ขอตามมากราบองค์หลวงพ่อพระใสด้วยคนค่ะ

หนองคายเป็นอีกจังหวัดนึงที่ยุ้ยอยากไปมากๆ
ยิ่งนี่ใกล้เทศกาลออกพรรษาด้วยแล้ว
ความอยากไปชมบั้งไฟพญานาคกับเค้าสักครั้งนึงยิ่งมากขึ้นอีกโขเลยค่ะ

ปีนี้ก้อคงเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
คงนั่งเฝ้าชมสบายๆอยู่หน้าจอทีวี

พรุ่งนี้ได้หยุดกันอีกแล้ว
Have a nice weekend na ka !!


โดย: nLatte วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:9:46:39 น.  

 
ชอบ ลูกหมากพี้พวน มากเลยค่ะ สวย สีสดใส ดีจัง


โดย: tonpor (kosak ) วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:9:48:48 น.  

 
เห็นแล้วอยากไปกิน เอ้ยไม่ใช่ เที่ยวจังเลยค่ะ อิอิ


โดย: lovelydear วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:11:29:26 น.  

 
ตอนเราไปซื้อ คลิบลิ้งมาด้วยค่ะ ร้อยกว่าบาทมั้ง แต่ตกสีค่ะ

ชอบแหนมใบมะยมด้วย

หมาก .... พี้พวน เคยเห็นครั้งแรกในชีวิต

หมูยอไม่กล้าซื้อค่ะ บางทีก็อร่อยบางทีก็เหมือนเป็นแป้ง
ร้นแดงแหนมเนืองร้านเขาใหญ่จริง ๆ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:12:13:17 น.  

 
ชอบจัง ถ่ายรูป อย่างนี้
เราก็ชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน
พึ่งไปเชียงราย-น่านมา
อยากรู้ว่า ถ่ายรูปด้วยกล้องกี่ล้านพิกเซลอ่ะ


โดย: poopy IP: 10.40.21.142, 202.60.203.236 วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:13:10:23 น.  

 
หวัดดีครับ คุณ poopy

กล้อง Nikon D80 ...... ประมาณ 10 ล้านพิกเซล
กล้องพอใช้ได้...
แต่ฝีมือยังอนุบาลครับ

ขอบคุณที่แวะมานะครับ


โดย: wicsir วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:13:31:38 น.  

 
เพลงเพราะครับ


โดย: uk perspective วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:16:42:03 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ wicsir มากราบหลวงพ่อพระแก้วใสด้วยคนนะค่ะ..
ท้องฟ้าใสสวยจังเลย แสดงว่าเมืองไทยฝนเริ่มซาลงแล้วใช่ไหมค่ะ..
..
บริเวณในวัดก็ร่มรื่นสวยงามมาก ๆ
แต่ที่สะดุดตา คือของกิ๋นที่หลากหลาย มีทั้งแหนม หมูยอ ปลาย่าง
ดูไปกลืนน้ำลายไปด้วย.. น่าทานทุกอย่างเลยค่ะ..
หมากพี้พวน ก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันค่ะ รสชาติตอนดิบ ๆ คงจะเปรี้ยวน่าดูเลย เอามาจิ้มพริกเกลือคงจะอร่อยมากๆ
ป้ายภาพสุดท้ายเหมือนทางยุโรปเลยค่ะ..
..
สวยงามทุกภาพแจ่มมากๆ ..สุขสันต์วันศุกร์นะค่ะ..


โดย: Prettymaew วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:17:37:11 น.  

 
ดูรูปภาพแล้ว ฟ้าสวยเชียว ทำให้นึกถึงเมื่อตอนข้ามไปลาวค่ะ มีโอกาสไป จ.หนองคายเป็นครั้งแรก หนึ่งคืนค้างที่นั่น ได้ไปไหว้หลวงพ่อพระใสด้วย เดินท่าเสด็จ แล้วก็ทานอาหารแหนมเนืองร้านนั้นเป๊ะเลย

เสียดายตอนไปคราวนั้น ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปไว้ค่ะ


โดย: รัชชี (รัชชี่ ) วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:21:26:29 น.  

 
จากเรื่องมันบด...เป็นแม่บ้านแม่เรือนก็ต้องมีเชิงหน่อยซิฮะ คุ้ณ

พูดเหมือนสามีเราพูดเลยค่ะ มันต้มก็อร่อยแล้ว


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:23:38:05 น.  

 
ตอนนี้ที่นี้เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วค่ะ..
อากาศจะไม่ค่อยดี จะเย็น ๆ และมีฝนตก..
..

..



นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะค่ะคุณwicsir


โดย: Prettymaew วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:1:05:47 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ


โดย: babyL' วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:13:49:21 น.  

 
สุยังไม่เคยไปหนองคายเลยค่ะ

อยากลองไปสักครั้งเหมือนกัน

หมากพี้พวน หน้าตาแปลกจังเลยค่ะ สุเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ

ว่าแต่รสชาติมันเหมือนอะไรคะ พอจะอธิบายได้มั้ย

แหนมมะยมสุก็ชอบค่ะ สุชอบกินใบมะยม

ยิ่งกินกับส้มตำ อร่อยสุดๆ ค่ะ


โดย: นู๋สุ วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:15:54:34 น.  

 


ตามคุณwicsir เที่ยวทีไรก็สนุกได้บรรยากาศแถมภาพสวยๆ ทุกครั้งค่ะ
วาบอกพักบลอคนะคะคุณwicsir
ไม่ได้มาบ่อยๆ แต่คิดถึงกันเสมอค่ะ






โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:16:12:37 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะ..

เกือบจะได้ไปกราบหลวงพ่อพระใสแล้วเชียว
แต่ก็มีเหตุทำให้ไม่ได้ไป
ขอกราบหลวงพ่อผ่านทางนี้แล้วกันค่ะ..

หวังว่าสักวันเราจะได้ไปเยือนนะคะ....


โดย: chenyuye วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:21:22:13 น.  

 
สวัสดีตอนดึก ๆ ของเมืองไทยค่ะคุณWicsir
ไปทำบุญออกพรรษาหรือเปล่าค่ะ..
เมื่อวานไปทำบุญที่วัดไทยใกล้บ้านมาค่ะ..
วันนี้ก็พระจันทร์เต็มดวงสวยเด่นดีจัง..
..
สุขสันต์วันออกพรรษานะค่ะ..


โดย: Prettymaew วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:2:09:57 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


ทักทายกันยามเช้าวันจันทร์
เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยความสดใส และความสุขตลอดวันนะค่ะคุณwicsir




โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:6:56:32 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันวันจันทร์หลังวันออกพรรษาจ้า
รูปสวยๆ ดูกี่รอบก็ไม่เบื่อนะ
ป.ล. ไม่สบายใจเรื่องบ้านเมืองไปท่องเที่ยวให้เพลินใจก้ดีนะ



โดย: หอมกร วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:7:23:17 น.  

 
สวัสดีเช้าวันออกพรรษาครับพี่น้อง....

จันทร์คืนวานนี้ สวย ใส งามตามากๆ
ไปเวียนเทียนทำใจให้สงบกัน
พร้อมกลับเข้ามารับหน้าที่ในวันจันทร์ที่แสนสดชื่น...

สายหมอก ลมเย็น (ไม่ถึงกะหนาว) กำลังมาเยือน
ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกับการท่องเที่ยวนะครับ

ขอบคุณไมตรีจิตที่มีให้กันด้วยดีเสมอมา...


โดย: wicsir วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:8:08:39 น.  

 


สวัสดียามเช้าค่ะ คุณ wicsir

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความสดใสนะคะ

เอ..ว่าแต่เมื่อวานวันออกพรรษา
คุณ wicsir จะพาไปไหว้พระทำบุญที่ไหนรึเปล่าคะเนี่ย

HappY MondaY na ka !!


โดย: nLatte วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:8:55:34 น.  

 


เอาดอกไม้มาฝากคร่า

พย.นี้ จันทร์จาไปเที่ยวหนองคายพอดีเรย ต้องแวะไปแล้วค่ะนี่





โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:9:11:52 น.  

 
กราบสวัสดีพี่ๆทุกท่าน
ผมแค่เเวะมาบอกว่า
รูปผลไม้สีแดงที่บ้านผมเลือกว่า (หมากพี้ผ่วน)
มันคือผมไม้ชนิดหนึ่ง
อย่าว่าเป็นผลไม้ชนบทหน่ะ
เพราะมันเป็นผมไม้เศรษฐกิจของเมืองฮิโรจิม่า
ประเทศญี่ปุ่น
ชื่อของมันคือ
.........โกจิเบอรี่.........ครับ


โดย: เด็กท่องเที่ยวหนองคาย IP: 117.47.131.112 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:17:09:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
2 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.