....OUR FAMILY'S JOURNEY....

++ ณ โอซาก้า ++









อ่าน Romantic Japan 10 : พาชมวัดโทไดจิ นารา




ล๊อกก่อนหน้านี้เราพาท่านไปชมวัดหลวงพ่อโต หรือ วัดโทไดจิ เมืองนารา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นก่อนหน้าเกียวโต .... หลังจากเดินทางกลับโดยรถไฟมาถึงสถานี Bentencho ซึ่งเป็นสถานีในวงแหวนโอซาก้าลูปไลน์ (Osaka Loop Line) และตรงสถานนี้เดินต่ออีกร้อยกว่าเมตรบนอาคารก็ถึงโรงแรมที่พัก Hotel Osaka Baytower

เราลงไปล้างหน้าล้างตาเก็บสัมภาระที่เราซื้อมาจาก ฮิเมจิ และนาราที่ห้องพักก่อน ลงไปขึ้นรถแท๊กซี่สู่ย่าน Namba ย่านช้อปปิ้งชื่อดังของโอซาก้ากัน เพราะเย็นนี้เรามีนัดกับน้องไกด์ (น้องแซน) ตอนประมาณ 19.30 น ว่าให้เธอพาไปทานปูกัน






วิวโอซาก้ายามค่ำคืน




หมดค่าแท๊กซี่จากโรงแรมที่พักถึง Dotonbori ย่านนำบะ หรือนามบะ ประมาณ 19xx เยน ใช้เวลาไม่นานมาก ... ชอบใจแท๊กซี่ญี่ปุ่นตรงที่เขาตรงไปตรงมา คือเปิด GPS วิ่งตามนั้น การแต่งกายเขาเรียบร้อย ใส่สูทสวมถุงมือสีขาว เวลารับสะตังค์จากเราเขาก็มีถาดมารับและทอนผ่านถาดนั้นเช่นกัน ไม่ส่งตรงๆใส่มือเรา มารยาทดีมาก รถแท๊กซี่ที่นั่นจะมีระบบเปิดปิดประตูจากคนขับครับ สะดวกดี

ถึง Dotonbori หรือ Shinsaibashi ลงจากแท๊กซี่เราเดินเข้าไปในถนนคนเดิน (เรียกเอง เพราะมีแต่คน) ส่วนชื่อถนนจำไม่ได้แล้ว ร้านรวงเต็มไปหมด โดยเฉพาะร้านอาหาร








เดินชมแสงสีย่าน Dotonbori



เรานัดกันที่ร้านปู Kani Doraku ใกล้ๆป้าย Glico โคยนัดน้องเขาบริเวณนั้น ถึงที่เราก็ส่ง Line บอกว่าเรามารอแล้ว ไม่นานมากก็เจอกัน เริ่มร้านแรกเขาบอกว่าที่นั่งเต็ม ต้องรอคิว เราเลยเดินไปร้านสาขาอื่น (ที่ Dotonbori นี้มีร้านกินปูของ Kani Doraku อยู่ 3 สาขา) ร้านนี้ก็เต็ม เราเดินต่อไปร้านสาขาสามใกล้ถนนใหญ่ เที่ยวนี้โอเคเลย






หน้าร้าน Kani Doraku มีรูปอาหารจากปูเป็นเซทโชว์พร้อมราคา






ชื่อร้าน



ในร้านเขาจัดให้เรานั่งบนที่นั่งกับพื้นแบบญี่ปุ่น เอาเมนูมาให้เราเลือก ซึ่งเขาขายเป็นเซท (ชุด) ใหญ่ กลาง เล็ก ... เราเลือกเอาแบบเซทขนาดกลาง ราคาน่าจะ 3500 - 4000 เยนประมาณนั้น (ไม่แน่ใจ) ไปกัน 4 คน สั่ง 4 เซท และเซทเล็กๆแบบเป็นอย่างๆ เช่นขาปู ให้กับน้องไกด์เราด้วย ... ตบท้ายด้วยขนมหรือของหวานญี่ปุ่น

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเบียร์ญี่ปุ่น ... มึนจนจำไม่ได้ว่าสั่งแบบญี่ห้อที่ขายในบ้านเราหรือเปล่า...เขาเสริฟอุปกรณ์กินปู มีทั้งตะเกียบและไม้ที่ตรงปลายแบนงอ (ดูที่ภาพ) เราก็งงว่าเจ้าไม้นี้เขาเอามาทำอะไร เจ้าของร้านเห็นคนหลังเขาอย่างเรางง เขาเลยมาอธิบายว่าใช้ขูดเนื้อปูออกจากส่วนต่างๆกิน เช่นขูดจากขาปูที่เขาผ่ามาให้แล้วเป็นต้น..อืมคิดดีๆ









บางส่วนของเซทที่เราสั่ง



นั่งทานไปโดยใช้เวลาพอสมควร หมดเบียร์ไปหลายขวดเหมือนกัน อันไหนอยากลองก็ลอง แต่อธิบายได้ไม่หมดครับ คือไม่ถนัดแนวอาหารหรือปู (ปกติไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะขี้เกียจแกะ) บิลออกมาก็ใช้ได้เลยล่ะ 3x,xxx เยน เวลาสั่งอาหารที่ญี่ปุ่นอย่าลืมเผื่อ VAT 8% ด้วยนะครับ ...
มีรีวิวเรื่องทานปูที่พันทิพน่าอ่าน http://pantip.com/topic/30832817






เจ้าป้าย Glico หรือที่เรารู้จักกันว่า กุลิโกะ นี้เขาบอกว่าจะมีการเปลี่ยนใหม่ในปีนี้ เวลามีการเปลี่ยนป้ายใหม่ผู้คนเขาก็จะแห่มาดูกันมากมาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งขาเที่ยวญี่ปุ่นเขารู้เรื่องนี้ดี น้องไกด์เราบอกว่าเผลอๆ รู้ดีกว่าคนท้องถิ่นเสียอีก ว่าเขาจะเปลี่ยนป้ายนี้เมื่อไหร่ เวลวไหน...ป๊าด

วันเราไปเจอวันที่เขาเปลี่ยนป้ายพอดี ผู้คนจึงมากมายมหาศาล ดูเหมือนจะมี concert ด้วยล่ะ "ป้ายไฟนีออน Glico Man ของบริษัทขนมยักษ์ใหญ่ Ezaki Glico หรือที่เรารู้จักกันดีในนามว่า กุลิโกะ เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโอซาก้าที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจดจำได้มากที่สุด"

ป้ายไฟนีออน Glico Man รุ่นที่ 1 เริ่มใช้ปี 1935
ป้ายไฟนีออน Glico Man รุ่นที่ 2 เริ่มใช้ปี 1955
ป้ายไฟนีออน Glico Man รุ่นที่ 3 เริ่มใช้ปี 1963
ป้ายไฟนีออน Glico Man รุ่นที่ 4 เริ่มใช้ปี 1972
ป้ายไฟนีออน Glico Man รุ่นที่ 5 เริ่มใช้ปี 1998

เจ้าป้ายนีออน glico นี้จะเปลี่ยนสีไฟไปเรื่อยนะครับ





ซื้อของฝาก พวกขนมและของกิน




อิ่มจากร้านปูยักษ์ Kani Doraku เราออกเดินช้อปต่อ คราวนี้ไปหาซื้อของฝากพวกถั่ววาซาบิ หนวดปลาหมึก และขนมต่างที่ร้านที่เห็นในภาพ เพราะร้านนี้สามารถรีฟันด์แท็กได้ด้วย ร้านอยู่ติดกับคลองน้ำ ห่างจากเจ้าป้ายนีออน glico ไม่มากนักหน้าร้านหันเข้าหาคลองน้ำ ... ได้ของสมอยากแล้ว คราวนี้เราลองขึ้นรถไฟกลับโรงแรมกัน ก็ไม่ยากเท่าไหร่สะดวก รวดเร็วกว่านั่งแท็กซี่ด้วยซ้ำ แถมจ่ายน้อยกว่าอีกตั้งเยอะ








ราตรีในโอซาก้า



วันนี้เดินทางไปหลายที่ด้วยรถไฟ เพราะเป็นวันที่ทีมเราต่างแยกย้ายกันเที่ยว เด็กๆไปเที่ยว Universal Studio (ครั้งก่อนเรามาโอซาก้าในปี 2008 เคยไปเข้าคิวซื้อบัตรที่ Universal Studio รอนานมากๆ) ผู้ใหญ่บางท่านไปช้อปปิ้ง ส่วนเราไปเที่ยวชมปราสาทฮิเมจิ และวัดโทไดจิที่เมืองนารามา.

คืนนี้เราต้องเตรียมตัวแพ๊คของเพื่อย้ายโรงแรมโดยพรุ่งนี้จะเป็นอีกคืนที่เราจะนอนที่โอซาก้า แต่จะเป็น Hotel Niko Kansai Airport ที่สนามบิน ... แต่ว่าพรุ่งนี้เรายังจะมีที่ไปชมอีกแห่งคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kaiyukan ซึ่งว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ... แต่วันนี้ขอนอนพักเอาแรงก่อนครับ





ตื่นแต่เช้าตามระบบทัวร์คือ 6, 7 และ 8 คือตื่น 6 โมงเช้า ทานมื้อเช้า 7 โมงเช้า และล้อหมุน 8 โมงเช้า ใครที่ไปกับทัวร์บ่อยๆจะจำระบบนี้ได้ดี ... วิธีการที่จะเก็บเกี่ยวเอาประโยชน์จากการไปทัวร์ให้มากที่สุดคือ การทำเวลาให้ตรงตามตาราง แล้วสิ่งที่ตามมาคือเราจะได้ไปครบตามโบรแกรมครับ ... แม้ว่าคราวนี้จะเป็นทัวร์แบบที่เราจัดกันเอง คือเลือกสถานที่ไปแล้วให้บริษัททัวร์ Manage เรื่องที่เหลือให้ก็ตาม แต่เราทุกคนยังคงรักษาระบบนัดหมายอย่างเคร่งครัดเช่นเดิม

ห้องอาหารเช้าที่ Hotel Osaka Baytower เขาจะจัดไว้ที่ชั้น 51 ซึ่งอยู่สูงกว่าที่เราพัก คือเราพักชั้น 40 น่ะครับ ... จุดมุ่งหมายคืออยากให้ผู้มาพักได้ชมวิวทิวทัศน์จากอ่าวโอซาก้าครับ เพราะฉะนั้นแถวนั่งที่ติดหน้าต่างจะถูกคนที่ตื่นเช้ากว่าจองเกือบเต็มทุกวัน







วิวโอซาก้าจากชั้นที่ 51 โรงแรม โอซาก้าเบย์ทาวเออร์




คนญี่ปุ่นคิดมากไปซะเกือบทุกเรื่อง อย่างเช่นการเข้าไปทานอาหารในร้าน ตัวอย่างคืออาหารเช้าที่โรงแรมนี้ พอเราบอกห้องเจ้าหน้าที่ด้านหน้าเสร็จ เขาจะแจกป้ายๆหนึ่งให้ เจ้าหน้าที่จะนำพาเราไปนั่งพร้อมป้ายนั้น พอเราทานเสร็จ (อิ่ม) เราจะต้องคืนป้ายให้เจ้าหน้าที่ในนั้นอีกครั้ง นี่เป็นสัญญาณบอกว่า พร้อมให้เก็บโต๊ะได้ .... แต่บางร้าน เช่นตอนที่เราไป Arashiyama ในป้ายจะเขียนบอกว่า ให้คว่ำป้ายเมื่อทานเสร็จ เป็นต้น คือไม่ต้องพูดกันมากเพียงใช้วิธีการง่ายๆแบบนี้ ก็เป็นที่รู้กันครับ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เรานั่งรถไฟไปที่ Kaiyuka Aquarium ซึ่งหลังจากเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่นั่นแล้ว เราจะไปช้อบต่อที่ Dotonbori บ่ายๆหรือเย็นๆบางกลุ่มก็จะนั่งรถไฟไปต่อที่ Hotel Niko Kansai Airport แต่เราจะกลับไปที่โรงแรมเดิม เพื่อเชคสัมภาระและเดินทางไปพร้อมกับรถตู้






Kaiyukan Aquarium, Osaka




เห็นระเบียบวินัยของเขาแล้ว ก็ได้แต่ฝันว่าไทยแลนด์แดนสไมล์น่าจะทำได้ไกล้เคียงกับเขาบ้าง เช่นการเข้าคิว (การรอคอย) การปฏิบัติตามกฏหมาย หรือกฏระเบียบต่างๆ .... แต่ที่เห็นในปัจจุบันมนุษย์ป้าเยอะแยะไปหมด อยากให้รณรงค์จริงๆนะครับ เพราะจำนวนประชากรของเราที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ความเป็นระเบียบจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง อีกอย่างสถานที่เที่ยว สถานที่สำคัญๆของเรายังเท่าเดิม การยื้อแย่งจะมีมากขึ้น ถ้าเผื่อเรารู้จักรอคอยบ้าง ให้เกียรติและโอกาสแก่คนที่มาก่อน สิ่งเหล่านี้น่าจะเป้นที่ประทับใจของผู้มาเยือนยิ่งขึ้นครับ

เมื่อไม่นานมานี่มีรถชนคนเสียชีวิตที่ทางม้าลายย่านสุขุวิทบ้านเรา นี่ถ้าเป็นในยุโรป เจ้าคนขับรถคันนั้นสงสัยติดคุกหัวโตพร้อมใช้เงินแก่เจ้าทุกข์มากมาย ... ผู้เขียนเคยไปที่อินน์บรู๊ค ออสเตรีย พอรถวิ่งมาใกล้ทางม้าลาย เขามองเห็นคนที่รอข้ามทางม้าลายอยู่ เขาจอดให้ทันทีโดยไม่มีไฟแดง ในญี่ปุ่นก็เช่นกัน ผู้คนที่ใช้ทางม้าลายจะรู้สึกปลอดภัยมากๆ อยากให้บ้านเราเป็นแบบนั้นจัง






เด็กๆกำลังเดินเข้าชมสัตว์น้ำในพิพิธภัณฑ์




มีอีกอย่างที่อยากแชร์คือ เห็นเด็กๆญี่ปุ่นที่มาเที่ยวช่วงปิดเทอมเขาจัดระเบียบดีมาก คือคุณครูเขาจะเรียกเด็กๆมาทำความเข้าใจก่อนว่าสถานที่ที่จะเข้าไปเป็นอย่างไร แล้วให้เด็กเล็กๆเหล่านั้นเดินไปเป็นคู่ โดยให้จับมือกันไว้ (คงบอกด้วยว่าอย่าปล่อยมือกันนะ เพราะเห็นตอนเดินอยู่ด้านในเขายังจับมือกันไว้ตลอด) เด็กๆก็จับมือกันแบบนั้น จนกลับออกมาเลยล่ะครับ ดีมาก







เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเช็คบัตรเข้าชม เมื่อเราเดินผ่านช่องเข้าไปจะเจอเจ้าปากปลาฉลามยักษ์ ก่อนที่จะผ่านเข้าด้านใน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถูกสร้างให้ละม้ายสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติของมหาสมุทรแปซิฟิค สัตว์น้ำที่ถูกเลี้ยงไว้ให้ชมที่นี่มีทั้งสิ้นราว 580 ประเภท รวมเป็นจำนวนกว่า 30,000 ตัว ปลาฉลามวาฬยักษ์ขนาดราว 12-13 เมตรสองตัว ตามมาด้วยปลาโลมาขาวแปซิฟิค ฯลฯ ซึ่งว่ายวนไปมาในแทงค์น้ำ "มหาสมุทรแปซิฟิค" บริเวณที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของที่นี่



ตามมาด้วยแทงค์น้ำรูปอุโมงค์ ซึ่งมีปลาในเขตร้อนชื้นอาศัยอยู่ และแทงค์ "ขั้วโลกใต้ " ซึ่งเจ้าฝูงนกเพนกวินใช้เป็นที่พำนักอาศัย อาคารทั้งหมดของพิพิธภัณฑ์ Kaiyukan เป็นสัญญลักษณ์แสดง "วงแหวนแห่งชีวิต"

ผู้เข้าชมจะขึ้นไปที่ชั้น 8 ก่อน แล้วค่อยๆเดินลงมาตามสโลปชั้นล่างสุด ระหว่างทาง ท่านจะได้ชมปลา และสิ่งมีชีวิตในน้ำต่างๆรวม 10 ภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ที่ "Fua-fua Kurage-kan" มีแมงกะพรุนหลายร้อยชนิดจัดแสดงไว้

สำหรับท่านที่ประสงค์จะใช้เวลาที่นี่นานๆ สามารถเข้าออกได้หลายครั้งด้วยตั๋วเข้าชมใบเดิม และหากเข้าชมหลัง 5 โมงเย็น จะมีโอกาสชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์น้ำในยามค่ำคืนด้วย


ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (เกินกว่า 16 ปีขึ้นไป) 2,000 เยน เด็กประถมและมัธยมต้น 900 เยน เด็กต่ำกว่า 4 ขวบ 400 เยน

ที่มา : http://www.osaka-info.jp/th/sightseeing/_kaiyukan.html






เพนกวินจากขั้วโลกใต้






เจ้าปลาฉลามวาฬยักษ์...ซึ่งเป็นไฮไลท์






ปูยักษ์






มุมแมงกะพรุน







กลับไปช้อปที่ Dotonbori อีกครั้ง



หลังจากที่ชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kaiyukan แล้วเราก็ขึ้นรถไฟไปที่ Dotonbori เพื่อช้อปอีกรอบตามคำเรียกร้อง ใครพลาดอะไรตั้งแต่เมื่อคืนหรือวานนี้ ก็ให้โอกาสแก้ตัว จขบ. ตั้งเข็มไว้ว่าจะไปที่ Big Camera เพื่อสอยเจ้าเลนส์ไวด์ของ Nikor ก็สมใจหมาย ได้ตัง 10 -24 มม. ได้ลดอีกต่างเมื่อใช้บัตรเครดิต Visa แถมทำ Tax refund ที่ร้านได้เลย ราคาน่าจะได้ถูกกว่าบ้านเรา 3xxx ครับ

เรากลับไปที่ Hotel Osaka Baytower เพื่อนำสัมภาระขึ้นรถตู้ไปที่ Hotel Niko Kansai Airport แต่มีบางกลุ่มยังช้อบต่อแล้วจะนั่งรถไฟไปเจอกันที่โรงแรม






จากโรงแรม Niko Kansai Airport



หลังอาหารเช้าที่โรงแรมเราเอาสัมภาระใส่รถเข็นข้ามสะพานลอยเข้าสู่สนามบิน มีของบางอย่างที่เราจะห่อเพิ่ม เสร็จสัพเราก็เข้าคิวเพื่อรอเช็คอิน (ถ้าไปเองต้องเผื่อเวลานะครับ) ก่อนที่เข้าไปตรวจพาสปอร์ต ซึ่งที่สนามบินคันไซช่วงนี้คนเยอะมาก อดคิดถึงสภาพที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปีที่ผ่านมาไม่ได้ คนเยอะแบบนี้เหมือนกัน

เวลา 11.45 น เที่ยวบินที่ TG645 ก็พาเราเหินฟ้าสู่กรุงเทพฯอย่างปลอดภัย โดยถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอน 15.35 ตามเวลาในเมืองไทย.



ทริปเพื่อนพ้องน้องพี่ในญี่ปุ่นคราวนี้มีหลายรสหลายแบบ หลายอายุ แต่ข้อดีคือเราคุยกันได้ เพราะไปกันเอง ทุกข์สุขอย่างไรก็เอออกันไปจนจบการเดินทาง หวังว่าคงมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้าง อย่างน้อยๆก็ชมรูปภาพล่ะ ... ส่วนเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เดินทางไปด้วยกันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ หวังว่าพวกเราคงได้ร่วมทางกันอีกนะครับ


ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านซี่รี่เที่ยวญี่ปุ่นในชุด "โรแมนติกเจแปน" ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึงตอนนี้ซึ่งเป็นตอนที่ 10 นะครับ ... ทริปต่อไปจะไปไหนคอยพบกันที่นี่ครับ







A-380 เที่ยวบินที่ TG 645 พร้อมแล้วที่จะบินกลับสุวรรณภูมิ






ลาทริปนี้ด้วยภาพเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ร่วมทริปด้วยกัน ภาพนี้ครับ








_______________









 

Create Date : 12 มกราคม 2558
12 comments
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 21:04:57 น.
Counter : 2349 Pageviews.

 

เราชอบไคยูคังค่ะ

มาเที่ยวด้วยคน เห็นแล้วคิดถึงโอซาก้า แฮ่...

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 12 มกราคม 2558 11:31:39 น.  

 

สวยมากๆๆ จริงๆ ค่ะพี่
ทั้งบ้านเมือง ของเค้า และ อาหารการกิน

 

โดย: kwan_3023 12 มกราคม 2558 12:05:29 น.  

 

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
ตั้งใจแวะมาส่งกำลังใจให้คุณวิกเลยเชียว


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
wicsir Travel Blog ดู Blog

 

โดย: หอมกร 12 มกราคม 2558 16:27:09 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังด้วยนะคะ

กายแข็งแรง ใจเข้มแข็ง มีสติกับทุกเรื่องที่จะเข้ามานะคะ


ที่นี่สวยจริงค่ะ ถ้ามีโอกาสก็ลองไปพักดูเนาะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 12 มกราคม 2558 17:02:58 น.  

 

ตามมาเที่ยวโอซากาด้วยคนค่ะ
บรรยากาศคึกคักมากทั้งกลางวันกลางคืนเลย
แต่ไปโอซกาต้องไม่ลืมกินปูใช่ไหมคะ ^_^

เรื่องความช่างคิดต้องยกให้คนญี่ปุ่น
เรื่องความมีวินัยต้องยกให้เค้าอีก น่าจะเป็นชาติที่มีวินัยที่สุดในโลกเลยมังคะ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kaiyukan เห็นแล้วกรี้ดดเลย
เป็นไม่กี่แห่งในโลกนะคะที่มีฉลามวาฬ

 

โดย: AdrenalineRush 12 มกราคม 2558 18:06:12 น.  

 

wicsir Travel Blog
อยากพาโมเสสไปดูอควาเรี่ยมยักษ์อย่างนั้นบ้างค่า

 

โดย: mariabamboo 12 มกราคม 2558 20:21:08 น.  

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 13 มกราคม 2558 3:20:18 น.  

 

แท๊กซี่บ้านเราเมื่อไหร่จะได้ครึ่งของแท๊กซี่บ้านญี่ปุ่นนะครับพี่ แท๊กซี่สิงคโปร์ก็สุดยอด เคยนั่งแล้วประทับใจ

ภาพแจ่มรีวิวละเอียดยิบยิบเช่นเคย เก็บเป็นคัมภีร์ไว้ตามรอยในอนาคตเผื่อมีโอกาสได้เดินทางไปบ้างได้เลย

 

โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา 13 มกราคม 2558 16:34:46 น.  

 

สวัสดีค่า ^^
มาเที่ยวโอซาก้าด้วยค่ะ
ภาพแรกโอซาก้ายามค่ำคืนแสงไฟเยอะมากจริงๆ
สวยค่ะ ภาพสวยมากๆ

แท็กซี่บ้านเค้าดีจังเลย จะว่าไปญี่ปุ่นนี่อะไรก็เป๊ะหมดเลยนะคะ
ดูเหมือนจะดีแต่บางทีก็ดูเหมือนคนบ้านเค้าเร่งรีบ แข่งขันเหมือนบ้านเรา
แต่ออกจะกดดันกว่าอีกต่างหาก หรือเพราะค่าครองชีพก็ไม่รู้

อยากไปเห็นเพนกวิน ปูยักษ์ ฉลามวาฬจัง
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆค่า

 

โดย: lovereason 14 มกราคม 2558 0:32:10 น.  

 

ภาพถ่ายสวยงามเต็มตา ปูยักษ์น่าทาน อควาเรียมน่าชมมากค่ะคุณวิค
นับถือในความมีระเบียบที่ชาวญี่ปุ่นปลูกฝังคนของเค้าเลยนะคะ
การเข้าคิว ทำให้รู้จักรอคอยตั้งแต่เล็กๆ
เรื่องความสุภาพอ่อนน้อมของพนักงานอีกอย่างค่ะ น่าประทับใจ
โหวตให้คุณวิคค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

wicsir Travel Blog ดู Blog

.............................

นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ

 

โดย: Sweet_pills 14 มกราคม 2558 0:38:08 น.  

 

เดี๋ยวนี้บ้านเรา การเข้าแถวรอตามคิว เยอะขึ้นแล้วนะคะ ใครไม่ทำ ยังเสียมารยาทแทรก ก็อาจจะโดนสายตามองแบบประณามจากคนที่ยืนรออยู่ก่อนได้ค่ะ

วิวมุมสูงถ่ายลงมาสวยดีค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
wicsir Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 14 มกราคม 2558 16:10:33 น.  

 

ขอบคุณคุณวิคที่แวะค่ะ
ถ้าบ้านอยู่ใกล้ๆ ต้องนำไปให้คุณวิคชิมแน่ๆค่ะ
นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ

 

โดย: Sweet_pills 15 มกราคม 2558 23:09:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.