....OUR FAMILY'S JOURNEY....
เที่ยวตามเส้นทาง โขงเจียม - อุบลฯ









อ่านเรื่องเกี่ยวกับอุบลราชธานี

วันสบายๆ..ที่ทอแสงโขงเจียมรีสอร์ท (ที่นี่)
แกรนด์แคนยอนสยาม 3000 โบก (ที่นี่)
รุ่งอรุณที่เขื่อนสิรินธร (ที่นี่)
ไหว้หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง (ที่นี่)
อุบล ปากเซ วัดพู (ที่นี่)





ต่อเนื่องจากบล๊อกที่แล้วครับ.. ความหลากหลายทางธรรมชาติตลอดจนความเป็นอยู่ของผู้คนในแถบนั้น ทำให้การเดินทางไปเที่ยวเมืองอุบลในคราวนี้ จากที่คิดว่าจะไม่ค่อยมีอะไรมากนัก จุดหมายหลักๆเราก็แค่ ทอแสงโขงเจียมรีสอร์ และสามพันโบก ที่อ. โพธิ์ไทร.... แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มีหลายอย่างเข้ามาเพิ่มในโปรแกรมเรา เช่นตามเส้นทางจากโขงเจียม ไปอุบลฯ...ในตอนต่อไปนี้


วัดถ้ำคูหาสวรรค์

เราออกจากทอแสงรีสอร์ท เลี้ยวขวาเพื่อข้ามสะพานข้ามแม่น้ำมูลไปทาง โขงเจียม หลังจากจอดถ่ายภาพแถวๆสะพาน สองสามภาพ เราก็เข้าตัวตลาด และขับวนซ้ายขึ้นเขา (ถ้าตรงไปจะไปทางผาแต้ม) ... ที่ซ้ายมือจะเห็นโบถส์สีเงิน และเจดีย์ยอดสีทองอร่าม นั่นคือวัดถ้าคูหาสวรรค์

วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงอำเภอโขงเจียม ประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2521 โดย "หลวงปู่คำคนิง จุลมณี" ซึ่งใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจำพรรษา ปัจจุบันท่านได้มรณภาพแล้ว แต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย บรรดาลูกศิษย์ได้เก็บร่างของท่าน ไว้ในโลงแก้วเพื่อบูชา บริเวณวัดมีจุดชมวิว สามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขง และฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน









ภาพมุมกว้างของวัด







หลวงปู่คำคนิง จุลมณี เกิดวันพุธ เดือนสี่ ปีกุน ที่บ้านหนองบัว แขวงคำม่วง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บิดาชื่อ คิน ทะโนราช มารดาชื่อ นุ่น มีพี่น้อง 5 คน หลวงปู่เป็นคนที่ 3 เมื่ออายุได้ 18 ปี ได้แต่งงาน มีบุตร 2 คน ต่อมาได้ขอภรรยาไปบวชเณร เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา บวชได้ไม่นาน ก็ลาสิกขาออกมาเลี้ยงลูกเมีย จนลูกโตพอที่จะดูแลตนเองได้ จึงกลับเข้าบวชเป็นพระภิกษุ ที่วัดอีด่าง เขตจำปาสัก ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์นั้น ท่านได้บวชเป็นชีะขาว ออกธุดงค์ตามป่าเขาเป็นเวลา 15 ปี ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หลังจากอุปสมบทแล้ว ได้จำพรรษาอยู่หลายวัด หลายสิบพรรษาสงฆ์ จนวาระสุดท้าย ได้เข้ามาจำพรรษาที่ถ้ำควาย บ้านด่านใหม่ ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยความศรัทธาของชาวโขงเจียม และบุคคลทั่วไป ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อก่อสร้างถาวรวัตถุทางพุทธศานา ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม ประกอบพิธีทางศานาของพระภิกษุสงฆ์และฆราวาส โดยได้ตั้งชื่อว่า "วัดถ้ำคูหาสวรรค์" ซื่งหลวงปู่ได้จำพรรษาที่วัดแห่งนี้จนถึงวันมรณภาพ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2528 สิริอายุ 91 ปี (พรรษา 46 พรรษา) บรรดาศาสนุศิษย์ได้รวบรวมปัจจัยจัดทำโลงแก้ว ประดับเพชรเทียมเป็นที่เก็บรักษาร่างของท่านไว้จนถึงปัจจุบันนี้










พระใหญ่











โบถส์สีขาว











ศาลาด้านขวามืออยู่ตรงทางเข้าวัด











พระพุทธรูปในถ้ำ











โรงแก้วหลวงปู่ คำคะนิง











รูเหมือนหลวงปู่











กล้วยไม้ป่า











ทิวทัศน์แม่น้ำโขง จากจุดชมวิวที่วัด















ออกจากวัดถ้ำคูหาสวรรค์ เราก็แวะเข้าชมเขื่อนปากมูลที่กักน้ำในแม่น้ำมูลไว้ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง เขื่อนแห่งนี้มีตำนานแห่งความขัดแย้ง ต่อสู้ มากมาย..... เราจึงอยากแวะเข้ามาเห็นว่าเป็น อย่างไร









สันเขื่อนปากมูล







ตัวเขื่อนตั้งอยู่ที่บ้านหัวเห่ว ห่างจากปากแม่น้ำประมาณ 6 กม. เป็นเขื่อนคอนกรีตอัดแรง กั้นแม่น้ำมูลโดยเก็บกักน้ำไว้แค่เต็มตลิ่ง และใช้ประโยชน์ทั้งผลิตกระแสไฟฟ้า และการเกษตร










ร่องน้ำใต้เขื่อนปากมูล






เราใช้เวลาที่นี่ไม่นานนัก จึงได้ภาพที่ส่วนมากจะเป็นตัวเขื่อน และด้านล่างของเขื่อน..... นอกจากนี้ บริเวณใกล้ๆกัน จะเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ แก่งตะนะด้วย..









น้ำตกใต้เขื่อน






ดูเขาทำฆ้องที่ตำบลทรายมูล

ระหว่างทางก่อนเข้าเขตแก่งสะพือ อ.พิบูลฯ เห็นเขาแขวนฆ้องขาย อยู่หลายบ้าน เลยแวะเข้าไปดุเขาผลิตกัน ว่าทำอย่างไรบ้าง ซึ่งการทำฆ้องที่นี่ ก็เป็นการขึ้นรูป และผลิตแบบชาวบ้าน คือใช้แรงงานในครัวเรือน หรือญาติพี่น้อง









ฆ้องที่ ตำบลทรายมูล






กรรมวิธี เริ่มจาก

- การเชื่อมเหล็กแผ่น หรือ แผ่นทองเหลืองเป็นวงกลม มีขอบ
- วัดขนาด แต่ละส่วน แล้วเขียนมาร์คเป็นวงไว้
- ใช้ฆ้อนหัวเหล็ก เคาะ (หรือตี) ลงในแบบไม้ที่ทำเป็นร่อง / หลุมไว้
- พอขึ้นรูปเสร็จก็นำมาระบายสีให้สวยงาม เพื่อนำออกจำหน่าย








เริ่มจากเหล็กที่เชื่อมเป็นรูปแบบนี้











เคาะขึ้นรูปด้วยแรงงานคน









เขียน- ระบายสี





แก่งสะพือ

ขับไม่นานนัก ก็ข้ามสะพานแม่น้ำมูล สู่ตัวอำเภอ พอลงสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายออกไปก้จะถึงจุดชมวิว แก่งสะพรือ....ถ้าขับตรงไปถึงสามแยก เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง 217 เป็นถนนสี่เลน ก็จะเข้าตัวเมืองอุบลฯ..

เลี้ยวซ้ายไปทางตะวันออกของสะพานข้ามแม่น้ำมูลประมาณ 500-600 เมตรจะเป็น แก่งหินที่เมื่อก่อนขึ้นชื่อมา ถ้าใครมาที่เมืองนี้ต้องมาแวะโดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ประมาณ มกราคม - พฤษภาคม แต่วันที่เราไปน้ำเกือบท่วมหมดแล้ว แต่ยังพอมองเห็นโขดหินอยู่บ้าง








สะพานข้ามแม่น้ำมูลที่พิบูลฯ






แก่งสะพือ เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า "ซำพืด" หรือ "ซำปื้ด" ซึ่งเป็นภาษาส่วยที่แปลว่า งูใหญ่ หรืองูเหลือม แก่งสะพือ จะมีหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน กระแสน้ำไหลผ่านกระทบหิน แล้วเกิดเป็นฟองขาวมีเสียงดังตลอดเวลา ริมแก่งจะมีศาลาพักร้อนตั้งอยู่ สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งชมทัศนียภาพของแก่ง

ตรงหัวสะพานนี้ จะมีร้านขายซาลาเปาอยู่ หลายๆคนลงความเห็นว่าซาลาเปาที่พิบูลฯนี้อร่อยมากครับ....

หลังจากได้ซาลาเปาใส้ถั่ว 2 กล่องแล้ว เราก้ขับเลยออกไปที่สามแยก เพื่อเลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง 217 ก่อนพักทำธุระส่วนตัวที่ปั๊ม ปตท.(ซึ่งห้องน้ำ สะอาดกว่าที่อื่น ในแถวนั้น) ....แล้วขับเข้าเมืองอุบลฯ เพื่อไปรับลูกชายที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลฯ ตอนหลังเที่ยง เพื่อเดินทางไปชม "สามพันโบก" ที่อำเภอโพธิ์ไทร ในตอนบ่าย.









ลากันด้วยภาพแม่น้ำมูลที่พิบูลฯครับ






ปล. บล๊อกนี้ได้หายไปตอนทำการเคลื่อนย้ายบล๊อกเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2554 และได้ re-entry ใหม่หมด แต่รักษาเนื้อหาไว้เหมือนเดิม....
Blog created 21 July 2009




ขอบคุณที่ตามอ่านครับ




_____________ END _____________




Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 28 กรกฎาคม 2556 22:18:29 น. 2 comments
Counter : Pageviews.

 

แวะซื้อซาลาเปาเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวจะมาไม่ถึง พิบูลมังสาหาร



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:27:54 น.




คห.ที่2


น้องลีแปดขวดนี่ช่วยกันทานค่ะ เพราะต้องไปส่งเพื่อนคนหนึ่งที่จักราชก่อน แล้วมาซ้ำอีกที....มีคนขับไปส่ง สบายค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:30:57 น.




คห.ที่3


สวัสดียามบ่ายค่ะ
ขอตามมาเที่ยวไหว้พระด้วยคนค่ะ
ถ่ายภาพได้ งดงามมากค่ะ
ขอให้มีความสุขนะค่ะ



โดย: iamorange วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:29:06 น.




คห.ที่4


มีบางแห่งที่เคยไปมาเหมือนกันค่ะ แต่คุณ wicsir ถ่ายรูปได้สวยกว่ามากกเลยค่ะ



โดย: nLatte วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:25:23 น.




คห.ที่5


ขอบคุณ คุณตุ๊ก..... คุณ iamorange..... คุณ nLatte.

ที่แวะเข้ามาเยี่ยมครับ



โดย: wicsir วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:26:44 น.




คห.ที่6


ขอบคุณที่ไปเที่ยววัดพระธาตุศรีจอมทอง กับตุ๊ก...ตุ๊กทัวร์ค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:00:09 น.





โดย: wicsir วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:49:50 น.  

 
..เป็น คนอุบล แท้ ๆ แต่ ยังเที่ยว ไม่ทั่วถึง เลยค่ะ ตะเวณ เที่ยว ที่อื่น ..ซะนี่
ตาม มารำลึก ค่ะ แก่ง สะพือ แก่ง ตะนะ ไปตั้งแต่เรียน อยู่ มัทธยม .. หน้าสงกรานต์ คนจะไปเล่นน้ำ เยอะมาก ตัวเองก็ไป สนุกดี ..
เขื่อนปากมูล สร้างไปแล้ว เหรอ ท่ามกลาง ความขัดแย้ง ..ดู ข่าว ทีวี บ้านเรา ใกล้จะเหมือนอียิป เข้าไปเต็ม ทีฮึ่ม ๆ กัน ทุกวันอยู่ที่ว่า ใครจะลงมือก่อน ..หุหุ..
ส่งความสุข อีกรอบค่ะ


โดย: tifun วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:54:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
2 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.