....OUR FAMILY'S JOURNEY....

++ อินเทอร์ลาเค่นในวันอำลา....มุ่งหน้าสู่ฝรั่งเศส ++








อ่านเรื่อง: ต้นฤดูร้อนที่ เยอรมัน...ออสเตรีย...สวิส ในบล๊อก
อ่านเรื่อง: อินเทอลาเค่น..เย็นจริงๆ
อ่านเรื่อง: ยุงเฟรา....หนาวจนสะท้าน






ต่อเนื่องจากบล๊อกที่แล้วที่เราพาคุณๆไปชมความงามของ Jungfrau ที่แสนสวยกันมา แล้วเดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานี เลาเธอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) ก่อนจะนั่งรถบัสลงจากเขามาสู่เมือง Interlaken ถึงเมืองประมาณตอนเย็นๆ ซัก 16 โมงเศษๆครับ.... บล๊อกนี้เลยจะพาท่านเดินชมและซื้อของในเมืองกันครับ







ที่สนามหญ้ากลางเมือง Interlaken





ที่กลางเมืองมีสนามหญ้าเขียวขจี ค่อนข้างกว้างขวาง มีผู้คนออกมาเดินเล่น ทั้งจูงสุนัข และเดินออกกำลังกาย บนท้องฟ้ายังมีนักเล่นพารามอเตอร์เหินเวหากันอยู่ ซึ่งก็น่าอยู่หรอกเพราะอากาศดีขนาดนั้น อากาศบ่ายวันนั้นน่าจะต่ำกว่า 10 องศานิดหน่อย...แต่ก็หนาวสำหรับเรา







มองผ่านช่องเขาออกไปเห็น Jungfrau อยู่ระหว่างกลาง





รถมาจอดส่งเราที่ข้างๆสนามหญ้าตรงข้าม Interlaken, Grand Hotel Victoria ทางด้านหัวมุม (ในภาพอยู่ทางขวามือสุด) เราเดินข้ามถนนไปทางฝั่งโรงแรม และเข้าไปซื้อของในร้าน (จำชื่อร้านไม่ได้) ซึ่งมีมากมายให้เราเลือกตั้งแต่ราคาไม่กี่สวิสฟรังก์ไปจนเป็นหมื่นๆ...

เรารีบจัดการซื้อในสิ่งที่เราอยากได้เรียบร้อย พร้อมขอคืนภาษีเป็นเงินสด และทางร้านเขาจะออกใบ Tax Refund ให้เราเพื่อนำไปสแต้มป์ก่อนออกจากประเทศเขา โดยจะต้องเอาหมายเลขบัตรเครดิตการันตีไว้ (ถ้าลืมสแต้มป์เขาก็จะหักเงินที่เขาให้เราไปจากบัตรที่การันตีไว้) จากนั้นก็ออกเดินสำรวจเมืองต่อ







โรงแรม Interlaken, Grand Hotel Victoria ระดัยหรูในเมือง





นอกจากลูเซิร์นแล้ว ที่นี่ก็มีร้านนาฬิกามากมาย เรียงรายกันตามมถนนเส้นนี้ มีทุกแบรนด์ของสวิสให้เลือก ส่วนเราเองก็มีความสุขกับการได้ช้อบริมหน้าต่าง เพราะของบางอย่างราคามันคงไม่เหมากะเราแน่ๆ







ร้านนาฬิกา





เมื่อคืนที่มาถึงที่นี่ทางทัวร์เขาแจกบัตรให้คนละใบให้ไปแลกช้อนที่ร้านบุคเคอเรอร์ (Bucherer) เราจัดการเรียบร้อยโรงเรียนสวิสตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว (เป็นช้อนกาแฟปั๊มตราสวิสไว้ น่ารัก)....จำได้ว่าตอนไปที่เมืองลูเซิร์น (Luzern) เมื่อครั้งที่มาสวิสคราวก่อน เราก็ได้รับแจกแบบนี้เหมือนกัน ดูท่าจะเป็นเทคนิคการตลาดของบุคเคอเรอร์กระมัง ที่ต้องการดึงนักช้อบชั้นแนวหน้าของโลกอย่างไทยเข้าร้าน









เมืองอินเทอร์ลาเค่นยามใกล้ค่ำ








คนละฝั่งกับ Grand Hotel Victoria มีอีกโรงแรม...ด้านหลังเป็น Jungfrau




เมืองอินเทอร์ลาเค่น ถึงไม่ใหญ่โตเหมือนที่อื่น แต่ก็มีเสน่ห์และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสวิส เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น ยอดเขายุงเฟรา (Jungfrau) ยอดเขาเมินช์ (Monch) และยอดเขาไอเกอร์ (Eiger) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงามทั้งนั้น ฉะนั้นสิ่งที่ตามมาของที่นี่คือกิจการโรงแรม รีสอร์ท ร้านขายของที่ระลึก และสินค้าแบรนด์ดังของสวิส ซึ่งคุณๆสามารถเลือกหาได้จากที่นี่เช่นกัน






มองออกไปอีกด้านหนึ่งของสนาม








โต้ลมหนาวกลางสนาม







ร้านนาฬิกาบุคเคอเลอร์ (Bucherer) ขายโรเล็กซ์










เราเดินไปเรื่อยๆ เพื่อชมเมืองและสินค้า แนะนำว่าถ้าจะซื้อช้อคโกแลตละก็ มีร้านโคอ๊อฟอยู่บนถนนเส้นนั้นแหละ ไม่ไกลจากร้านนาฬิกาบุคเคอเรอร์มากนัก ของจะถูกกว่าที่อื่น







มีร้านขายเบียร์ริมสนามด้วย







Casino Kursaal มีศูนย์ประชุม และร้านอาหารด้านข้าง




หลังจากเดินชมตลาดและซื้อของฝากเช่นช้อคโกแลต นาฬิกาแล้ว เราก็ถึงเวลาไปเติมพลังให้ตัวเอง วันนี้เรามีโปรแกรมไปทานอาหารพื้นเมืองของสวิสที่ Casino Kursaal ซึ่งมีร้านอาหารอยู่ในนั้น พร้อมกับดูโชว์พื้นเมืองของสวิส เรียกว่าทานมื้อเย็น-ชมวัฒนธรรมของสวิสไปด้วยกัน

เขานำการละเล่นหลายอย่างมาโชว์ เช่นการร้องเพลงและเต้นรำ การเป่าแอลป์ฮอร์น หรืออัลป์ฮอร์น การโชว์การเล่นดนตรี โดยเฉพาะเพลงที่เล่นโดยแอคคอเดียน (ที่บ้านเราเกือบไม่เห็นกันแล้ว) อีกอย่างหนึ่งที่เขาโชว์คือเอาเหรียญไปกลิ้งในชามดินเผา (หรือจะเรียกว่าโถดีหนอ?) เราเพียงขยับชามเบาๆเหรียญก็จะกลื้งไปรอบๆไม่ยอมหยุด เสียดายกล้องตัวเล็กถ่ายมาแล้วเบลอ ... โชว์ทุกอย่างเขาจะเชิญแขกขึ้นไปแจมด้วย วันนี้โต๊ะญี่ปุ่นโดนหนัก







ทานอาหารพื้นเมือง ฟองดูว์ (Fondue)




ฟองดูว์ (Fondue)

ฟองดูว์ (Fondue) เป็นอาหารที่ชาวสวิสฯ นิยมกินกันในฤดูหนาว โดยเป็นการนำเอาชีส 2 ตัว คือ Emmental และ Gruyere มาตั้งไฟและหลอมละลายรวมกับไวน์ขาว และก็จะมีส้อมหรือเหล็กแหลมเสียบขนมปังแล้วจุ่มชีสร้อนๆ กินกัน เพื่อเสริมสร้างพลังงานและให้แคลอรีที่สูงมากๆ

ฟองดูว์ที่คนไทยนิยมรับประทานคือ Fondue Bourguignon (ฟองดูว์บัวร์กินยอง) หรือเรียกว่าฟองดูว์น้ำมันเป็นจิ้มจุ่มสไตล์สวิสที่มีความพิเศษอยู่ตรงที่จะจุ่มในน้ำมันพืชร้อนๆ พร้อมกับให้เลือกเนื้อสัตว์ได้ตามใจชอบที่จะเอามาจุ่มกินกัน มีเนื้อและอาหารทะเลชนิดต่างๆ มากมาย (ทั่มา : www.meetawee.com)







มีโชว์ดนตรีพื้นเมืองหลายอย่าง..อันนี้เรียกว่า Alphorn





หลังจากทานฟองดูว์กันแล้วหลายๆคนมีความเห็นว่า จิ้มจุ่มบ้านเราน่าจะเวอร์คกว่า....ก็ลองไว้ใช่ว่านะครับ เห็นโต๊ะข้างๆเขาสั่งเบียร์ เราเลยเอากะเขาบ้างโดยเลือกเอาเบียร์พื้นเมือง ราคาตกแก้วละ 5 CHF (สวิสฟรังก์)

"ถามว่าทำไมเงินสวิสถึงย่อเป็น "CHF" ทำไมไม่เป็น "SWF" หรืออย่างอื่น ?"

รหัส CHF เป็นอักษรย่อแทนสกุลเงินสวิสฟรังก์ ซึ่งใช้กันในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ (อยู่ติดกันทางตะวันออกของสวิส) ออกโดยธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์.... อักษร CH ที่นำมาซึ่งความสงสัย เป็นอักษรย่อของชื่อเต็มของประเทศในภาษาละติน คือ Confoederatio Helvetica (CH) หรือ Swiss Confederation ในภาษาอังกฤษ และที่เราคุ้นหูในชื่อ "สมาพันธ์รัฐสวิส" นั่นเอง อย่างไรก็ตาม บางครั้งเงินสวิสฟรังก์ก็ถูกกล่าวถึงสั้นๆ โดยใช้อักษรย่อ Fr. หรือ Sfr







ปิดท้ายด้วย ช้อกโกแลตร้อน




CHF ต่อ....สวิสมีเงินตราเป็นของตัวเอง เพราะยึดมั่นในความเป็นกลางของประเทศ (สวิสไม่ได้เป็นสมาชิก EU) จึงยังคงใช้เงินสกุลสวิสฟรังก์นี้อยู่ และสวิสฟรังก์ก็เป็นสกุลเงินที่มีเสถียรภาพของโลกอีกสกุลหนึ่งด้วย ถ้าคุณๆใช้เงินยูโรที่นี่ ก็จะไดรับเงินทอนเป็นเงินสวิสฟรังก์ ซึ่งว่ากันไปแล้วเราจะเสียเปรียบในการแลกเปลี่ยนถึง 2 ต่อนะครับ อันแรกแลกเงินบาทเป็นยูโร และต่อมาแลกยูโรเป็นฟรังก์...ขณะอยู่ในสวิสพยามใช้เหรียญให้หมด เพราะตอนแลกคืนเหรียญเขาจะไม่ค่อยรับ (เหมือนกันเกือบทุกที่ในโลก)

ตอนที่ผมใช้เงินเหรียญให้หมด ผมทำแบบนี้ครับ คือซื้อของในร้าน (วันนั้นเป็นเป็นพวกของที่ระลึกและช้อคโกแลต) แล้วจ่ายเป็นเหรียญที่มีอยู่จนหมด ไม่พอก็เติมด้วยบัตรเครดิต ซึ่งเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร .... ทางที่ดีใช้บัตรเครดิตนั่นแหละครับ




คืนนี้เรากลับถึงที่พักและเข้านอนด้วยความหนาว จัดแจงเตรียมแพ๊คของใส่กระเป๋าเพื่อเดินทางไกลในวันรุ่งขึ้น ซึ่งจะต้องไปไกลเกือบ 1000 กม. .... ฉะนั้นต้องรีบนอนแล้ว





เช้ามืดที่ทะเลสาบ Brienze หน้าที่พัก




วันที่ 17 ตุลาคม 2012 วันนี้เราต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพื่อเดินทางข้ามประเทศ จาก Interlaken ผ่านด่านที่ Basle (หรือ Basel) เข้าพรมแดนฝรั่งเศสและเดินทางต่อไปเมือง Strasbourg (สตราสบวร์ก)...โดยเรามีกำหนดการออกจากที่พัก 7:30 น. วันนี้ทางโรงแรมเลยต้องตื่นมารับแขกเเช้าหน่อย







เตรียมขึ้นรถเพื่อเดินทางไกลสู่ฝรั่งเศส







เจ้าหน้าที่โรงแรมมายืนส่งเราที่หน้าโรงแรม




สิ่งหนึ่งที่เห็นจากการได้มาสวิสครั้งนี้คือการต้อนรับขับสู้ของชาวสวิส มีความรู้สึกได้เลยว่า พวกเขาเป็นเจ้าบ้าน (หรือ Host) ที่ดี ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าพักที่นี่ จนกระทั่งผ่านไป 2 คืน เราได้รับการบริการที่ดีจากพวกเขา....นี่จึงไม่แปลกที่ใครๆก็อยากไปเที่ยวสวิสกัน เพราะมันมีความรู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทย อีกอย่างเรื่องฉกชิงวิ่งราว ที่นี่มีประวัติน้อยมากเมื่อเทียบกับอิตาลีและฝรั่งเศส







แผนที่เส้นทางที่เราจะไปในวันนี้




เส้นทางที่รถบัสเราจะผ่านวันนี้ ก็จะไปตามเส้นทางหมายเลข E25 ในสวิส โดยออกจากอินเทอร์ลาเค่น ผ่านเบิร์น และเข้าบาเซิลที่ชายแดน 3 ประเทศ (สวิส ฝรั่งเสส และเยอรมัน) ระยะทางประมาณ 150 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

หลังจากนั้นเมื่อเข้าเขตประเทศฝรั่งเศสแล้ว เราก็ยังจะใช้เส้นทางเดิมคือ E25 หรือ A35 ในฝรั่งเศส โดยรถจะแล่นเลียบชายแดนไป ระยะทางประมาณ 141 กม. ใช้เวลาเดินทาง ชั่วโมงครึ่งครับ







ผ่านหมู่บ้านที่ Interlaken เห็นบ้านแบบชาเลต์ตามเส้นทาง




บ้านชาวสวิสในแถบเทือกเขาแอลป์มักทำเป็นแบบที่เราเรียกว่า ชาเลต์ (Chalet) ที่หน้าต่างมีการปลูกต้นดอกไม้เรียงรายไว้ ส่วนหน้าต่างเริ่มจากด้านนอกสุด จะเป็นบานเกร็ด (Louver) ตามด้วยหน้าต่างกระจก และในสุดจะเป็นผ้าม่านลวดลายสวยงาม ถ้านึกภาพไม่ออกลองหลับตาคิดถึง "พระตำหนักดอยตุง" นะครับ






บ้านแบบชาเลต์ (Chalet) ในแถบสวิสแอลป์







เห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ....ถ่ายเก็บไว้ เพราะจากนี้ไปจะไม่เจอแบบนี้แล้ว







ทิวสนริมข้างทาง..สวยงาม







บางช่วง ผ่านทะเลหมอก







บ้านเรือน ชาวสวิสที่ปลูกอยู่ตามที่ราบและชายเขาทางเหนือ







พบเจอแม่น้ำมากขึ้น





เราถึงเมืองบาเซิลในช่วงเช้า รถวิ่งผ่านเมืองข้ามแม่น้ำไรน์ (Rhine) เพื่อไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ชายแดนฝรั่งเศส

Basel เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 3 ของสวิสเซอร์แลนด์ รองลงมาจาก ซูริค และเจนีวา บาเซิลมีพื้นที่เขตเมือง 23.91 ตร.กม. มีประชากร 170,635 คน (สถิติเมื่อเดือนมีนาคม 2012) มีแม่น้ำ Rhine ไหลผ่าน บาเซิลอยู่ตรงจุดรอยต่อพรมแดน 3 ประเทศคือ ฝรั่งเศสทางตะวันตกเฉียงเหนือ และเยอรมันทางทิศเหนือ มีสนามบินนานาชาติ ซึ่งใช้ร่วมกันทั้งสามประเทศ







รถวิ่งผ่านเมืองบาเซิล (Basel)




นอกจากเมืองนี้จะมีโรงละครหลายแห่ง และมิวเซียมดังๆแล้ว บาเซิลยังเป็นถิ่นกำเนิดของนักเทนนิสชื่อดังระดับโลก โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ (Roger Federer) ยอดนักเทนนิสมือวางอันดับสองของโลกขณะนี้ และเป็นเจ้าของสถิตินักเทนนิสที่ครองมือหนึ่งของโลกยาวนานที่สุด อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแชมป์รายการแกรนด์สแลมมากที่สุดในโลกขณะนี้อีกด้วย ฯลฯ









ที่ด่านชายแดนฝรั่งเศส





ตรงด่านชายแดนนี้ เขาอนุญาตให้เราลงไปใช้ห้องน้ำได้ โดยเวลาข้ามถนนจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้ความสะดวกอีกต่างหาก... ตรงนี้ ใครที่ซื้อของมาจากสวิตเซอร์แลนด์จะต้องมายื่นรายการ Tax Refund เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ตม.เขาประทับตราว่าเราออกจากประเทศนี้พร้อมสิ่งของที่ซื้อไปจริง เอกสารบางส่วนจะถูกส่งกลับไปแจ้งให้ร้านค้าที่เราซื้อว่าเราออกจากประเทศเขาไปแล้วจริงๆ การการันตีด้วยหมายเลขบัตรเครดิตก็เป็นอันสิ้นสุด..

ส่วนของที่คุณๆซื้อมาจากประเทศอื่นที่อยู่ในสหภาพยุโรปยังไม่ต้องแสดงตอนนี้ เก็บไว้ไปประทับตราออกที่ประเทศสุดท้ายครับ







ถัดจากนี้ไปคือดินแดนฝรั่งเศส





จากนี้ไปเราจะต้องนั่งรถผ่านเข้าประเทศฝรั่งเศสตามถนนหมายเลข A35 เลียบชายแดนฝรั่งเศส-เยอรมัน อีกประมาณ 141 กม. ใช้เวลาประมาณ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปทานมื้อกลางวันที่ Strasbourg (สตราสบวร์ก) ชื่อเหมือนเป็นเมืองในเยอรมัน แต่เป็นของฝรั่งเศสครับ หลังจากนั้นเราก็จะขึ้นรถไฟความเร็วสูงเข้าสู่ปารีสกัน

บล๊อกนี้ใส่ภาพเพื่อให้เพื่อนๆชาวบล๊อกแก๊งค์ได้ชมมากมาย เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวการเดินทางเมือมีโครงการจะไป...ใส่มากจนบล๊อกอืด เลยต้องจากกันดื้อๆแบบนี้เลยนะครับ







ลาด้วยภาพสีสันในชนบทของฝรั่งเศส ภาพนี้ครับ







ENGELBERT HUMPERDINCK - Lady of The Night.



____________





 

Create Date : 15 มกราคม 2556
24 comments
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2558 18:54:40 น.
Counter : 15410 Pageviews.

 

สวัสดีครับ
เป็นการท่องเที่ยวที่สวยงามมากครับ
วิวสวยจริงๆครับ ขอบคุณที่นำภาพสวยๆมาฝาก

 

โดย: จิรโรจน์ 15 มกราคม 2556 7:29:59 น.  

 

มาเที่ยวด้วยค่ะ สถานที่สวยจัง
ภาพก็สวยมาก ชมเพลินค่ะ

 

โดย: mambymam 15 มกราคม 2556 9:21:26 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณวิก

ตามมาดูความฝันของตัวเองต่อค่ะ .. อิอิ..

เห็นแต่ละรูปแล้วอยากไปเห็นกะตาตัวเองบ้างจังเลย

นกจะวิ่งๆๆ กรี๊ดๆๆ .. ฮ่าๆๆ คิดแล้วเหมือนคนบ้าเลย

แสนสอง กินดีอยู่ดี โอ้ย..เก็บตังค์ๆๆ ด่วน

 

โดย: Nongpurch 15 มกราคม 2556 10:38:58 น.  

 

สวัสดีตอนบ่ายๆ ครับคุณ wicsir .....

วิวทิวทัศน์แต่ละภาพของสวิตเซอร์แลนด์ สวยงามเหมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ แค่เห็นผ่านภาพถ่ายยังขนาดนี้ ถ้าได้ไปเห็นของจริง คงจะสวยใจละลายกว่านี้อีกเยอะ .....

 

โดย: NET-MANIA 15 มกราคม 2556 13:56:46 น.  

 

สวย ๆๆๆ ค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 15 มกราคม 2556 16:12:43 น.  

 

สงบ เย็น สวยงามมากค่ะคุณวิค
ขอบคุณสำหรับภาพสวยที่นำไปฝากต๋าด้วยนะคะ
คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


 

โดย: Sweet_pills 15 มกราคม 2556 21:35:24 น.  

 

อ่านเพลิน จบไม่รู้ตัวค่ะ
ไม่รู้สึกว่าภาพเยอะจนกระทั่งมาถึงตอนท้าย
ที่คุณวิคบ่นว่า"ใส่ภาพเยอะจนบล็อกอืด"
ได้ครบทุกอรรถรสค่ะ ภาพสวย เนื้อหาดี ได้ความรู้เยอะมาก
คุณวิคเก็บทุกรายละเอียด ไม่มองข้ามแม้แต่เรื่องอักษรย่อของสกุลเงิน
เวลาเขียนบล็อกท่องเที่ยวอยากเขียนให้ได้ดีแบบนี้บ้างจัง
รู้สึกเลยว่า ความเชี่ยวเรื่องท่องเที่ยวของตัวเองยังห่างกับคุณวิค
และเพื่อนๆอีกหลายคนที่เขาทำบล็อกท่องเที่ยวเก่งๆ เยอะเลยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ

 

โดย: ฝากเธอ 16 มกราคม 2556 10:21:30 น.  

 

อ่านๆ ตอบๆ คอมเม้นท์เพื่อนๆอยู่
อยู่ๆก็เป็นเมนูโหวตขึ้นมาที่หน้าบล็อก อ่ะฮ้า!
โหวตซีซั่น 9 เริ่มแล้ว ประเดิมให้เป็นรายทีสองของซีซั่นเลยค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tayya tatar Food Blog ดู Blog
wicsir Travel Blog ดู Blog



 

โดย: ฝากเธอ 16 มกราคม 2556 11:24:19 น.  

 

สวยอีกแล้วค่ะ ถ่ายจากบนรถมือนิ่งเลยนะคะ

เพลงเพราะเช่นเคยค่ะ สรรหาจริงๆ


สวัสดีวันครูค่ะคุณ wic


 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 16 มกราคม 2556 18:01:09 น.  

 

ตามคุณWICมาชมอินเทอลาเค่นค่ะ
สวยงามไม่ซ้ำกันจริงๆ ในแต่ละสถานที่
ขอบคุณที่นำภาพสวยๆมาให้ชมกันนะคะ
ทักทายคุณWICยามเย็นค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ^_^

 

โดย: andrex09 16 มกราคม 2556 18:30:03 น.  

 

สวยมากเลยค่ะ เกินบรรยายเลย

 

โดย: sawkitty 16 มกราคม 2556 18:45:15 น.  

 

แวะมาชมภาพสวยๆอีกครั้งค่ะคุณวิค
ราตรีสวัสดิ์นะคะ

 

โดย: Sweet_pills 16 มกราคม 2556 23:30:51 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณวิก

ขอบคุณค่ะ ที่เอาความฝันไปฝากที่บล็อค ทำให้นกฮึกเหิมมากค่ะ
วันก่อนนก ก็เปรยๆ กับคนข้างๆ ว่าอยากไป

รีบสวนกลับมาเลยว่า "อีกนานอ่ะ ..แพง" งี้เลยอ่ะค่ะ ..

ดับฝันซะ..

แต่ไม่เป็นไรค่ะ นกก็ยังจะรอ อีกนานนกก็จะรอ ..นกจะไปๆๆ..

 

โดย: Nongpurch 17 มกราคม 2556 11:36:16 น.  

 

สวัสดีครับ
ไว้อับบล๊อกแล้วไม่ตามด้วยนะครับ อยากไปต่างประเทศด้วย

 

โดย: จิรโรจน์ 17 มกราคม 2556 14:04:53 น.  

 

เห็นรูปคุณอ๊อดแล้ว ใจอยากจะไปสวิสอีกจังค่ะ
รูปสวยชวนเที่ยวมากๆ ค่ะ เห็นทั้งหิมะขาว บวกสีสัน
ปีนี้วาก็พลาดไปแล้วรอปีหน้าวาอยากไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีบ้างค่ะ

 

โดย: Sweety-around-the-world 17 มกราคม 2556 15:52:43 น.  

 

แวะมาทักทายคุณWICยามเย็นค่ะ
มีความสุขมากๆนะคะ ^_^

 

โดย: andrex09 17 มกราคม 2556 17:15:46 น.  

 

ภาพสวยงาม สอาดสงบน่าท่องเที่ยวมากค่ะ
ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง จะได้ท่องเที่ยวไปนานๆมีภาพสวยๆมาแบ่งปัน

 

โดย: พรไม้หอม 17 มกราคม 2556 18:31:10 น.  

 

ขอบคุณมากค่ะคุณ wic

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 17 มกราคม 2556 19:23:18 น.  

 

แฮร่ ปีหน้ายังไม่รู้ชะตางานเลยค่ะคุณอ๊อด
แต่ได้ไม่ได้ ก็ยังไง ก็วนๆ แว่บๆ ที่บล๊อกนี่หล่ะคะ

 

โดย: Sweety-around-the-world 17 มกราคม 2556 20:09:51 น.  

 

ขอบคุณคุณวิคที่แวะทักทายต๋าเช่นกันค่ะ
พักผ่อนอย่างมีความสุขในวันนี้
ตื่นมาสดชื่นรับวันศุกร์นะคะ

 

โดย: Sweet_pills 17 มกราคม 2556 22:34:03 น.  

 

หวัดดีค่าคุณวิค

สนามหญ้าและภูเขาสีสวย เป็นวิวขั้นเทพจริงๆค่า
เห็นแล้วบอกว่าได้กำไรไปเต็มๆ
กับบรรยากาศและทิวทัศน์อย่างนี้
คุณวิคเก็บภาพมาให้ชมได้เต็มอิ่มจริงๆ

ฟองดูว์ นี่ตอนนี้รู้สึกที่ไทยจะเห็นตามร้านผับบาร์ ร้านไวน์ด้วยค่า
ของเพื่อนที่เปิดมา เมนูนี้จัดมาทันที อิอิ






 

โดย: Rinsa Yoyolive 17 มกราคม 2556 23:06:25 น.  

 

มาเที่ยวด้วยคนค่ะ

ใครว่ารูปไม่สวยคะ นี่ก็สวยมากแล้วล่ะค่ะ

เขียนเหมือนได้ไปเที่ยวเองเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แล้วจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ ค่ะ

 

โดย: Sai Eeuu 18 มกราคม 2556 17:16:50 น.  

 

สวยจังเลยค่ะ

 

โดย: tuang IP: 1.2.132.248 16 มีนาคม 2556 19:26:43 น.  

 

อ้อ เพลงก็เพราะด้วยค่ะ

 

โดย: tuang IP: 1.2.132.248 16 มีนาคม 2556 19:27:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
 
มกราคม 2556
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
15 มกราคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.