หนี้ ไม่มีใจ ไม่มีจ่าย
วันก่อนเห็นข่าว  นักการเมืองเขาพูดว่า เพราะรัฐบาลไม่ดี ทำให้ึคนจนลง จนไม่มีเงินไปจ่ายคืนเงินกู้กยศ.  ฟังแล้วก็ขำๆว่า ช่างเอาไปรวมกันได้  ทั้งที่ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย

ฉันมีลูกจ้างอยู่คนหนึ่ง  จบ ป.ตรีมาได้ด้วยเงินกู้กยศ.  ตอนที่เริ่มมาทำงานที่ร้าน  พ่อนางเกษียณอายุแล้ว  มีเงินบำนาญกินทุกเดือน  ไม่มีภาระผ่อนบ้านผ่อนรถ  นางอยู่บ้านกับพ่อ 2 คน ไม่มีครอบครัว
ทุกปี  ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็จะมีข่าวเกี่ยวกับ กองทุน กยศ.  ส่วนใหญ่ก็เป็นข่าวทำนองว่า กู้แล้วไม่ค่อยคืน  ทำให้คนค้ำประกันเดือดร้อนไปด้วย
นางเห็นข่าว ก็เล่าให้ฟังว่า นางเองตอนเรียนจบมาใหม่ๆ  ก็ไม่ได้จ่ายเหมือนกัน  ไม่มีเงิน  จนโดนดำเนินคดี  ฟังดูน่ากลัวใช่มั้ย  แต่ผลจากการดำเนินคดีมีแค่ว่า มางไปศาลไปรับสารภาพ  ศาลมีคำสั่งให้ชำระหนี้  และให้กองทุนหยุดคิดดอกเบี้ย  แค่นั้น
แค่นั้นจริงๆ ไม่มีบทลงโทษใดๆ  แถมยังมีบทช่วยเหลือมาอีก
นางเล่าต่อว่า นางก็จ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง  ซึ่งจริงๆควรจะไปจ่ายทุกเดือน
ยังเล่าดวยว่า มีอยุ่ครั้งหนึ่ง จ่ายไป 500 บาท เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่า ดีแล้ว  บางคนมาจ่ายแค่ 100 - 200 บาท  มากน้อยไม่ว่าขอให้มาจ่าย
นางมาเริ่มทำงานประมาณปี 54  เห็นนางคุยๆ  ฉันก็เข้าใจว่า นางจ่ายคืนเงินกู้ประจำ  ก็ไม่ได้ถามอะไร  ทำงานครบรอบปีทุกปี  ฉันมีเงินพิเศษให้  ก็กำชับทุกครั้งให้เอาไปจ่ายหนี้  จะได้หมดเร็วๆ นางก็ตอบทุกทีว่า ค่ะ
จนวันหนึ่ง  มีข่าวเรื่องนี้อีก  ฉันลองถามดูเล่นๆว่าหมดหนี้หรือยัง  นางตอบว่า ยัง  ตอนนั้น ปี 58
ฉันสงสัยว่า เป็นหนี้อยู่เท่าไหร่แน่ ถามมาง นางก็อ้ำๆอึ้งๆ  ฉันจึงใช้สิทธิ์ความเป็นนายจ้าง  เอาเลขปัตรประชาชนกับวันเดือนปีเกิด ไปเช็คยอดหนี้ในเวบไซต์
ข้อมูลที่ฉันเจอคือ  ยอดหนี้ 18,000 กว่าบาท  ปีที่ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายคือ ปี 48
คุณพระ...จิตสำนึกอยู่ที่ไหน  ตัวเองก็ไม่ได้ใช้หนี้  ยังฟังข่าวได้เฉยๆ  ไม่มีความละอายแก่ใจบ้างเลยหรือ
แต่ฉันละอายใจ อดรนทนไม่ได้  จึงใช้วิธีหักค่าแรงไว้  1,000บาท บอกให้ไปจ่ายหนี้  เอาใบเสร็จมาให้ดู  จะคืนเงินให้  นางก็เงียบ  ไม่ว่าอะไร  แต่ไม่เอาใบเสร็จมาให้  แปลว่า ก็ยังไม่ยอมไปจ่าย
ฉันหักเงินเดือนต่อไปไว้อีก รวมกับเงินพิเศษ ได้ 5,000บาท เอาไปจ่ายหนี้ให้เอง  ได้ใบเสร็จมาให้นางดู  ถามนางว่าจะเอายังไง  จ่ายก้อนใหญ่แบบนี  โดนดอกเบี้ยไปสามพันกว่า หักต้นได้แค่พันกว่าบาท  แต่ถ้าจ่ายเดือนละพัน ได้หักต้นเ้าร้อยกว่า ดอกแค่ไม่กี่สิบบาท  จะไปจ่ายเองทุกเดือน  หรือจะให้รวบรวมไปจ่ายนานๆทีแล้วโดนหักดอกเยอะๆ
นั่นแหละ นางถึงได้ยอมไปจ่ายทุกเดือน  จนหมดเมือ่ปีที่แล้ว
ฉีันโหดไปมั้ย  ยืนยันเลยว่า ไม่
นางมาทำงานด้วยรถมาร์ช  ในรถนางมีที่คลุมเบาะ ที่หุ้มเกียร์ ที่หุ้มพวงมาลัย และที่หุ้มเข็มขัดนิรภัยเป็นเซ็ตโดเรมอน  มีมือถือ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งเอาไว้โทร. อีกเครื่องเอาไว้เล่นเน็ต
ตอนนั้นจ่ายค่าเน็ตแบบรายเดือนด้วย เพราะต้องมีเน็ตตลอดเวลา  ทั้งที่ไม่ได้มีกิจการงานอะไร  ไม่ได้ขายของ  แต่ต้องมีไว้เพื่อติดต่อกับเพื่อนได้ตลอดเวลา  นัดเพื่อนกินบุฟเฟต์แทบทุกอาทิตย์
ไม่ได้ลำบากยากจน  ไม่มีบัญชีเงินออม
พูดง่ายๆว่า  มีเงินใช้จ่าย แต่ไม่มีเงินใช้หนี้และไม่มีเงินเก็บ
หรือพูดได้อีกอย่างหนึ่งวง่า ระเบียบวินัยทางการเงินแย่
ไม่ได้ไม่มีเงินพอใข้หนี้  แต่ไม่มีใจจะแบ่งเงินไปใช้หนี้
คนแบบนี้  มีเยอะเสียด้วย

พี่สาวฉันให้เพื่อนยืมเงิน  ไม่มากอะไรนัก ตกลงกันว่าจะใช้คืนเดือนละ 500 บาท
ผ่านไปหลายเดือนก็ไม่คืนเสียที  ถามไปก็บอกว่า หมุนไม่ทัน
เพื่อนพี่สาวเปิดร้านอาหาร  พี่สาวแวะไปกินข้าว  สามีเขานั่งดื่มน้ำอัดลม
พี่สาวถามเขาว่า ทำไมไม่คืนเงิน  แค่เก็บวันละ 20 บาท  หยุดกินน้ำอัดลมก็มีเงินเหลือมาคืนได้แล้ว  คำตอบที่ได้คือ ความเงียบ

เวลาเห็นข่าวเจ้าหนี้โหดใช้กำลังทวงเงินลูกหนี้  แล้วเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ  ก็มักจะกลายเป็นผู้ร้าย เป็นจำเลยสังคม  ทั้งๆที่ก็ไม่ได้บังคับให้ใครมากู้เงิน  แล้วยังเป็นที่พึ่งยามยาก  ได้เงินใช้ทันใจทันเวลา  ไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบเอกสาร ไม่ต้องเช็คเครดิตบูโร  ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ฉันก็อดจะเห็นใจเจ้าหนี้ไม่ได้  ก็ถ้ากู้แล้วใช้คืนกันดีๆ  เจ้าหนี้ที่ไหนจะอยากเปลืองเงินไปจ้างนักเลงมาทวงหนี้
ป้าข้างบ้านฉัน  พอมีเงินเหลือเก็บ  แม่คต้าแถวนั้นก็มาขอกู้  แกก็ให้ไปเพราะเห็นว่าเป็นคนใกล้ๆกัน  เดือดร้อนมาก็ช่วย  ปรากฏว่า ตกลงว่าจะคืนรายวัน  ไปกี่วันๆก็ไม่คืนให้  ไม่รู้จะทำไง  แกเลยถือชามไปตักโจ๊กที่แม่ค้าขายทุกเช้า  เอามาวันละถ้วย  ถือว่าทดแทนเงินกู้  ก็เลยต้องกินโจ๊กที่ก็ไม่ได้อร่อยมากมายนักอยู่เป็นนานสองนาน

ล่าสุดนี้  เจอกับตัวเอง
ลูกค้าที่ร้าน  เป็นลูกค้ากันมานานเกือบ 10 ปี  อายุอานามก็เลยวัยเกษียณไปหลายปีอยู่
วันนั้นแกโทร.มาร้องไห้  ไม่ม่เงินจ่ายค่าเช่าบ้าน  รอเด็กที่มาเรียนพิเศษเอาเงินมาจ่าย พ่อแม่เขาก็ขอผัดไปเหมือนกัน  ไอ้ฉันก็สงสารเห็นว่าอายุมากแล้ว  ตกลงให้ยืม
แกมาเอาเงินที่ร้าน  เสร็จแล้วก็หยิบเงินที่เพิ่งได้ไปจากฉันนั่นแหละ  จ่ายค่าอาหารกระต่าย  อาหารนั้น  ราคากิโลกรัมละ 332 บาท
ฉันมองแบบอึ้งๆ  เข้าใจล่ะ ว่ากระต่ายมันเคยกินแต่แบบนี้  แต่ถ้าถึงขนาดไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน  มันยังต้องกินของแพงขนาดนี้เหรอ....แต่นางไม่สนใจสายตาฉัน
ส่วนฉันก็รู้ได้ในบัดดลนั้นว่า ไม่มีทางได้เงินคืนแน่ๆ

ถ้าลำบากยากจนจริงๆ  พยายามจัดระเบียบการเงินแล้วอย่างไรก็ยังไม่พอ  ก็เข้าใจและน่าเห็นใจอยุ่
แต่ถ้าเป็นพวกประหยัดไม่เป็น  เก็บเงินไม่อยู่  แล้วไม่มีเงินไปใช้หนี้  ไม่น่าสงสารเลย
ไม่ตั้งใจจะชำระหนี้  ก็เท่ากับ ตั้งใจโกง
ถ้าทำอยู่  รู้ไว้ด้วยนะ  มันบาป



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2563 22:55:43 น.
Counter : 818 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
No. 924 เราปรับตัว แบบไหนดี...? ไวน์กับสายน้ำ
(9 ต.ค. 2563 05:20:11 น.)
เจ๊นงค์ Sea Food - - เพชรบุรี nonnoiGiwGiw
(9 ต.ค. 2563 17:09:53 น.)
หนุ่มออฟฟิศ เป็นสิ่งมีชีวิตChic Chic จันทราน็อคเทิร์น
(6 ต.ค. 2563 16:44:41 น.)
Food For Fun : Hot Wok Return #52 : อลหม่านจานใหม่(* ﺐ *)ชาบูเนื้อน่องลาย nonnoiGiwGiw
(6 ต.ค. 2563 10:00:28 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Wallaya.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#16



วัลยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด