พอดี ที่ใคร ที่มัน
เคยต้องเข้ารับการผ่าตัด  และข้อหนึ่งในการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดคือ ห้ามยกของหนัก
เปิดร้านขายของ  ต้องยกของทุกวัน  กังวลเล็กๆว่า แค่ไหนยกได้  แค่ไหนไม่ควรยก
ลองค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก้ไม่เจอว่า แค่ไหนคือ หนัก
ถามคุณหมอใจดีในคลินึกออนไลน์  ได้คำตอบว่า  ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของแต่ละคน  บอกไม่ได้
เอาเป็นว่า ได้เท่าที่ไม่ต้องออกแรงเยอะ  ถ้ารู้สึกว่าต้องออกแรงเยอะก็ให้ลากเอา
สรุปคือ  ก็ต้องไปพิจารณาเอาเองนั่นแหละว่า ตัวเราเองมีกำลังแค่ไหน

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคำว่า one size fits all  เป็นสิ่งที่หลายๆคนก็คงอยากให้เป็นอย่างนั้น  เพราะมันดูง่ายและก็ยุติธรรมดี
แต่เอาเข้าจริงๆ  อะไรที่ออกแบบมาให้เป็นแบบนั้น  ก็เหมือนเสื้อ ฟรีไซส์  ที่ชื่อบอกว่าใครๆก็ใส่ได้  แต่ก็ไม่ใช่  มันอาจจะเหมาะกับคนส่วนใหญ่  แต่ยังไงก็ไม่มีวันเข้ากัน  พอดีกันกับทุกๆคนไปได้
และเป็นความจริงด้วยว่า สิ่งที่ดีสำหรับคนส่วนใหญ่  ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

ไม่รู้ใครออกความคิดว่า สาวอายุ 18 เป็นวัยเรียนไม่ใช่วัยมีลูก  ท้องขึ้นมา  ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่วนใหญ่ก็จะฟันธงว่า จะเลี้ยงลูกยังไงได้  และ แร่ด
ทั่งๆที่ในยุคสมัยหนึ่ง  การมีลูกสำหรับสาว 18 เป็นเรื่องปกติ  เพราะช่วยกันในครอบครัวทำมาหากินเป็นกันแล้ว  เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัวได้  มีลูกตั้งแต่อายุเท่านั้น  มันคือการเพิ่มโอกาสให้มีลูกที่แข็งแรงและมีได้หลายคน
คิดขำๆว่า คนโบราณเขาก็คงรู้ด้วยแหละว่า เวลานั้น  ของมันแรง เครื่องฟิต  สตาร์ทติดง่าย  ห้ามไม่ให้สปาร์กกันก็คงยาก  ยาคุม ถุงยางก็ไม่มี  กันไม่ให้ท้อง ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
แทนที่จะห้าม  ก็เลยสนับสนุนให้แต่งงานมีลูกไปเสียเลย
หลายสิบปีมานี้  โดนระบบการศึกษาครอบไว้  ให้อยู่ในกรอบ  กำลังเรียน ไม่ควรมีแฟน ไม่ควรมีลูก
มีคู่ช้า ก็มีลูกช้า  จำนวนลูกก็น้อยตามลงไปด้วย  นานๆไปกลายเป็นว่า คนเกิดน้อยกว่าคนตาย
วันข้างหน้า  เราจะมีคนที่เลยวัยทำงานมากกว่าวัยแรงงาน  จนทำให้เกิดความวิตกเรื่องการขาดแคลนแรงงาน
คิดขำๆตามประสาฉัน  แทนที่จะสอนเรื่องท้องไม่พร้อม  ก็เปลี่ยนไปสอนให้เตรียมตัวให้พร้อมท้อง
โรงเรียนก็ไม่ต้องตกใจ  จัดหลักสูตรไว้ให้คนท้องเรียนได้  แล้วก็ควรมีนโยบาย อายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดฟรี  ห้ามแม่ตี ห้ามพ่อด่า
ฉันว่า เราคงได้ประชากรเพิ่มมากกว่าแจกธาติเหล๊กและโฟลิกแน่ๆ

ถอยมาดูเรื่องเบาๆอย่างเรื่องสัตว์เลี้ยงในบ้าน  ฉันขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมาหลายปี  จึงเจอหลายกรณีที่สัตว์เลี้ยงกับคนเลี้ยงไม่พอดีกัน  เนื่องด้วยหลายสาเหตุ
เจอบบ่อยๆก็  มาให้เลี้ยงแบบไม่ได้ตั้งใจ  กับ ไม่ได้คิดอะไรเลี้ยงไปตามแฟชี่น
แบบแรก  ถ้ามาเพราะไปช่วยมา  หรือมันเข้ามาให้ช่วย ทิ้งไม่ลง  ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่
แต่มีแบบที่ลูกน้อยอยากได้  แล้วพอ่แม่ตามใจ  ทั้ืงที่ตัวเองไม่พร้อมเลี้ยง  และ ลูกก็เด็กเกนกว่าจะดูแลสัตว์ชนิดนั้นๆได้  ความรู้  ข้อมูล เรื่องเกี่ยวกับตัวสัตว์ก็ไม่มี  พ่อแม่บ้านไหนใจดี  สัตว์มาถึงบ้านแล้ว  มาทืี่ร้าน  มาถามหาข้อมูล  และพยายามดูแลก็ดีไป  บ้านไหนพ่อแม่ไม่เอา  ก็แทบกลายเป็นปัญหาครอบครัวกันเลยทีเดียว  ที่ร้านฉันยังต้องช่วยอุปการะไว้หลายตัวเพราะสุดท้าย พ่อแม่เลี้ยงไม่ได้และลูกก็เลิกเห่อแล้ว  บางทีเพราะความไม่รู้  ไม่ใส่ใจ  สัตว์เกิดลูกง่ายอย่าง กระต่าย แมว หนูแฮมสเตอร์  มันก็พากันเกิดลูกมากมายจนเลี้ยงไม่ไหว  ชะตากรรมต่อจากนั้น  ถ้าหาคนเลี้ยงต่อไม่ได้  ก็ไม่พ้น  ถูกทิ้ง

เลี้ยงตามแฟชั่น  ก็มาอีกแบบ  ชอบเพราะกำลังเป็นที่นิยม  ข้อมูลครบ พร็อพเยอะ  ในSocial มีอะไร  ที่บ้านมีหมด  แต่ไม่ได้ดูเลยว่า  ตัวที่ตัวเองเลี้ยงอยู่  เป็นอย่างไร  ที่ทำไป  มันชอบมั้ย
ถึงจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน  ก็ไม่ได้หมายความว่า  จะทำเหมือนๆกันได้  เห็นเขาทำแบบของเขา  กับของเขาดูน่ารัก  ก็เอามาทำกับของเรา  คาดหวังว่าต้องน่ารักเหมือนของเขา  พอไม่น่ารักอย่างนั้น  ไม่ตรงใจกับที่ต้องการ  ก็ทิ้งกันง่ายๆ  เพราะจริงๆก็ไม่ได้รักมาตั้งแต่แรก
แล้วตอนหามาเลี้ยงตามเขา  ก็เพราะเห็นความน่ารัก  ไม่ได้ไปดูว่า  เขาทำอย่างไร จึงได้น่ารัก  แล้วเวลาไม่น่ารัก  อย่างตอนไม่สบาย  เกเร อาละวาด  ต้องทำอย่างไร  ไม่ได้ดูไว้  พอมีปัญหา...
ไม่ถูกส่งต่อ  ก็  ถูกทิ้ง

ก็แค่อยากให้เปิดใจให้กว้าง  พิจารณาแบบไม่เข้าข้าง  เพราะสิ่งที่พอดีกับเรา  แม้ไม่พอดีกับคนอื่น  แต่มันก็จะทำให้เรามีความสุขแน่ๆ  ตรงกันข้าม  สิ่งที่พอดีกับคนอื่นๆมากมาย  แต่มันไม่พอดีกับเรา  ถ้ารับเอามาแค่เพราะคนเขาว่ากันมา  มันจะสร้างความลำบากให้เราได้

เพราะ พอดี ไม่ได้แปลว่า เท่ากัน นะจ๊ะ ทุกคน

 



Create Date : 06 มีนาคม 2563
Last Update : 8 มีนาคม 2563 20:27:47 น.
Counter : 522 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
No. 927 ยุ่ง ๆ ไปทางนี้ดีกว่ามั้ง...? ไวน์กับสายน้ำ
(19 ต.ค. 2563 05:33:06 น.)
ทำไม?ไม่ใช้หลักรัฐศาสตรนำมาแก้ปัญหาก่อนจะใช้หลักนิติศาสตร์ ธนูคือลุงแอ็ด
(18 ต.ค. 2563 03:53:33 น.)
No. 926 โรงละครแห่งความฝัน (ตะพาบ) ไวน์กับสายน้ำ
(16 ต.ค. 2563 04:53:36 น.)
โรงละครแห่งความฝัน อาจารย์สุวิมล
(16 ต.ค. 2563 20:57:01 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Wallaya.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#16



วัลยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด