ใจของหมา
ขอย้ำก่อนเลยว่านี่ เรื่องจริง
เรื่องของหมาตัวหนึ่ง  ตัวดำปิ๊ดปี๋  ป้าข้างบ้านซึ่งเป็นคนเก็บนางมาเลี้ยง  จึงตั้งชื่อมันว่า ดำ
ดำเป็นหมาตัวเมีย  เกิดในสวนสาธารณะ  ป้าไปออกกำลังที่นั่นทุกวัน  เอาข้าวไปเลี้ยงแม่มันทุกวัน  จึงได้เห็นดำมาตั้งแต่เกิด  ดำมีพี่น้องหลายตัว  มีคนเอาไปเลี้ยงบ้าง  ตายไปบ้าง  จนเหลือดำอยู่ตัวเดียว  ป้าเห็นวิ่งไปวิ่งมา  กลัวว่าจะถูกรถชน  ก็เลยเอามันกลับบ้าน
แต่ว่า...
ป้ามีหมาที่เลี้ยงอยู่ในบ้านอยู่แล้ว 3 ตัว  ป้าเป็นสาวโสด  อยู่ตัวคนเดียว  วันที่ป้าเอาหมามาที่บ้าน  ป้าลอกฉันว่า  สงสาร  ไม่มีใครเอามัน  ก็เลยอามา  ช่วยไว้ก่อน  แค่ช่วย  ไม่เลี้ยงหรอก
แล้วแกก็ผูกมันไว้  ตรงประตูหน้าบ้าน  บ้านป้าเป็นบ้านแถวอยู่ริมถนน  ประตูบ้านเป็นเหล็กยืด  ดำก็อยู่ตรงนั้น  ตรงหน้าบ้าน  ไม่ได้เข้าไปนอนข้างใน  ป้าปูผ้าให้นอน  มันก็อยุ่ตรงนั้น
และพอมีใครถาม  ป้าก็บอกว่า ไม่ใช่หมาเรา  เราไม่ได้เลี้ยง  ช่วยไว้แค่นั้น
คุยกันอยู่หน้าบ้าน  ดำก็อยู่หน้าบ้าน  คงได้ยินบ่อย

ตอนเด็กๆ  ก็ดูจะเป็นหมาที่รู้อยู่ดี  โตพอคุยกันรู้เรื่อง  ป้าก็เลิกล่าม  ปล่อยตามสบาย  แต่ดำก็ไม่ไปไหนไกล  เช้าๆป้าเดินไปตลาด  มันก็เดินตามป้าไปทุกวัน  ใหม่ๆก็ไปกลับพร้อมกัน  ผานไปสักพัก  เริ่มไปพร้อมกัน  แต่ต่างคนต่างกลับ  ป้าบอกว่า  มันไปถึงตลาดแล้วก็ไปเวียนอยู่แถวรถขายไก่ทอด หมูปิ้ง  ก็มีคนใจดีซื้อให้กินเรื่อย  มันเลยไม่สนใจป้า
บ้านฉันเป็นร้านขายอาารสัตว์เลี้ยง  อยุ่ติดกับบ้านป้า  จึงได้ยินป้าบ่นอยู่เรื่อยๆ  แกมาซื้ออาหารเม็ดให้ดำ  ป้าว่า  มันกลับมาบ้านก็เอาให้  แต่มันไม่ค่อยกิน  ดูก็รู้ว่าแกเป็นห่วง  แต่รู้นิสัยกันอยู่  ฉันจึงทักไปเล่นๆว่า ก็เอามันเช้าบ้านสิ  จะได้เห็นว่ามันกินอะไรบ้าง  จะได้ไม่ห่วง  แกก็พูดคำเดิมว่า มันไม่ใช่หมาป้า ป้าไม่เอาหรอก

ดำกลับมานอนหน้าบ้านป้าทุกวัน  ตอนกลางวัน  ถ้าดำไม่ไปไหน  บางที  ป้าก็เรียกดำเข้าไปในบ้าน  ลูบหัวลูบตัว คุยกับมันอยุ่นานสองนาน  แต่พอตกเย็น  ป้าก็ให้มันไปอยู่หน้าบ้านเหมือนเดิม
พออายุได้ 4 เดือน  ป้าก้พามันไปทำหมัน  ช่วงที่ต้องกินยา  ดูแลแผล  ป้าเอามันเข้าไปนอนในบ้าน  พอหายแล้ว  ป้าก็ให้มันไปอยุ่นอกบ้านตามเดิม  ปูผ้าให้  อาบน้ำให้  ทำข้าวไว้เผื่อมันจะกลับมากิน  และ  บอกใครๆว่า ดำมันไม่ใช่หมาเรา
ป้าบอกว่าถ้ามันไปกัดใคร  ก็ไม่รับผิดชอบหรอกนะ  ไม่ใช่หมาเรา
อยู่กันมาแบบนี้  จนคนละแวกนั้น  รู้กันหมดว่า ดำเป็นหมาบ้านไหน    

ฉันเดาเอาว่า  ดำคงจะฟงรู้เรื่องว่ามันไม่ใช่หมาของป้า  มันจึงใช้ชีวิตแบบหมาไม่เจ้าของ  เช้ามาก็เดินไปตลาด  สายๆก็ไปวัด  บายๆเย็นๆก็ไปอยู่แถวหน้าร้านสะดวกซื้อ  หากินของมันเอง ไม่มาง้อป้า  ค่ำๆจึงจะกลับมานอน  ไปๆมาๆ  กลายเป็นว่า  ป้าเป็นคนไปคอยเดินถามคนนั้นคนนี้ว่า เห็นดำมั้ย  จนวันหนึ่ง  มันโดนรถชน  ไม่เจ็บหนักหนา  แต่ก็ทำให้เส้นเสีย  กลายเป็นหมาพิการเดินโขยกเขยก  แต่ดำก็ยังคงใช้ชีวิตด้วยการหากินเองเหมือนเดิม  แม้จะไม่ได้ไปไกลๆอย่างแต่ก่อน
ดำมาวนเวียนที่หน้าร้านฉันบ่ยอๆ  ลูกค้าฉันก็เป็นคนรักสัตว์อยู่แล้ว  เห็นเดินเป๋ไปเป๋มา  ก็อดสงสารไม่ได้  ซื้ออาหารบ้างขนมบ้าง  ให้ดำ จนบางทีถ้าเป็นลูกค้าที่สนิทกันก็ต้องบอกเขาว่า ไม่ต้องแล้วก็ได้  คนให้กินเยอะแล้ว
อีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้น  ดำป่วยหนักด้วยโรคไข้หัด  และก็เหมือนทุกที  ถ้าสบายดี  ดำก็ไปลั้ลลาตามประสา  ป่วยเข้าก็กลับมาให้ป้ารักษา  ป้าก็พยายามป้อนข้าวป้อนน้ำอยุ่หลายวัน  แต่คราวนี้  ดำอาการหนักมาก  ถึงขึ้นร้องโหยหวนทั้งวัน  จนป้าคิดว่า ยังไงก็คงไม่รอดแล้ว  ป้าสวดมนต์ให้มันฟัง  ขอให้มันได้ขึ้นสวรรค์  แต่  ดำไม่ตาย  รอดมาได้อย่างไรก็ไม่รู้  ได้ความพิการมาเพิ่มอีกนิดหน่อย  คือ หัวสั่นด๊อกแด๊ก  ควบคุมไม่ค่อยได้
พอมันใกล้หายดี  ทำท่าจะออกไปหากินเองอีก  ป้าตัดสินใจขังมันไว้ในบ้าน  ไม่ให้ออกไปไหนอีก  คราวนี้  ป้าคงจะให้มันเป็นหมาของป้าจริงๆแล้ว  แต่ดำคงฝังใจกับคำพูดของป้า  มันจึงแอบหนีออกจากบ้านทุกครั้งทีี่มีโอกาส  ออกไปทั้งที่เป๋ๆสั่นๆนั่นแหละ

จะว่าไป  ถ้าดำเป็นคน  คงถูกด่าเละไปแล้ว  ที่ไม่มีความกตัญญูรู้คุณเอาเสียเลย  ป้าช่วยมาเท่าไหร่  ไม่เคยรักใคร่ใยดีป้า  เห็นป้านเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน  เจ็บป่วยก็ซมซานมาให้รักษา  พอสบายดีก็เปิดตูดไปอีกแล้ว  หรือมันจะประชดป้าก็ไม่รู้  ที่เที่ยวไปบอกใครๆว่าไม่ใช่หมาเรา

แรกๆที่ดำหนีออกจากบ้าน ปาเที่ยวเดิมตามถามหาด้วยความเป็นห่วง  แต่พอผ่านไปสักพัก  ก็ไม่ต้องถามแล้ว  ถ้าหนีอีก  ก็รู้เลยว่า ไปอยู่บ้านนี้
บ้านที่ว่า  ต้องเดินข้ามไปอีก 2 ถนน  บ้านนั้นมีหมาตัวผู้  และเจ้าของบ้านก็รู้จักคุ้นเคยกับป้าดี  รู้ว่าบ้านป้าอยุ่ตรงไหน
ป้าเล่าว่า  แรกๆที่ดำไปบ้านเขา  เขาก็นึกว่ามาเที่ยวเล่น  เพราะบ้านเขาอยู่ใกล้ตลาด  เห็นดำมาเดินอยู่บ่อยๆ  หมาที่บ้านเขาเองก็ชอบเล่นกับดำ  เขาจึงไม่ว่าอะไรที่ดำเข้าไปนอนไปเล่นบ้านเขาบ่อยๆในตอนกลางวัน  พอค่ำจะปิดบ้าน  ก็เรียกให้ดำออกไป  เจ้าตัวก็ยอมออกแต่โดยดี
ออกมาแล้ว  ดูเหมือนช่วงแรกๆก็กลับมาบ้านป้า  แต่ผ่านไปสักพัก  มันยอมออกมา  แต่ไม่ไปไหน  นอนอยู่หน้าบ้านเขานั่นแหละ  แต่เจ้าของบ้านไม่เห็น
จนวันหนึ่ง  ดำก็ทำเนียน  เจ้าของบ้านเรียกให้ออกก็ไม่ออก  ทำไม่รู้ไม่ชี้  เขาก็เลยปล่อยให้นอนในบ้านคืนหนึ่ง เช้าจึงพามาส่งบ้านป้า
ป้าพยายามขังมันอีก  แต่ดำพยายามมากกว่า  หนีออกไปจนได้  แล้วก็ไปบ้านเดิม  ไปหาผู้ชายตัวเดิม  แต่คราวนี  เจ้าของผู้ชายเริ่มไม่ชอบแล้ว  เขาโทรศัพท์หาป้า  ให้มาพาหมากลับบ้าน
ป้าไปตามมันพร้อมกับโซ่เส้นใหญ่  ตอนที่ฉันเห็นคือ ป้ากำลีงเดิมมาใกล้จะถึงบ้าน  มีเจ้าดำอยู่ในโซ่โดนลากถูลู่ถูกังมา  เพราะมันไม่ยอมเดินดีๆ
เป็นครั้งแรก  ที่ได้ยินป้าดุดำว่า บ้าผู้ชาย

อย่าเลย  อย่าคิดว่า  สาวใจเด็ดอย่างดำจะยอมแพ้  เคยได้ยินส่ิงนี้มั้ย

ความรักเหมือนโคถึก
กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป
บ่ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง

ดำหนีไปเฝ้าผู้ชาย  แล้วโดนป้าลากกลับมาบ้านอยุ่หลายครั้ง  มันก็ไม่เคยละความพยายาม  ทั้งๆที่ตอนหลังๆ  เจ้าของผู้ชายก็คงรำคาญ  เลยไม่ให้เข้ามาเล่นด้วยกันอีก

หลังจากนั้นไม่นาน  ฉันเห็นดำนอนอยู่ในบ้านบ่อยๆ  นอนนิ่ง  เหม่อลอย  ไร้ชีวิตชีวา
ป้าบอกว่า ผู้ชายที่ดำไปหา ไปเดินตามตัวเมียตัวอื่น  ไม่สนใจมัน  ที่ไปเฝ้าอยู่หน้าบ้าน
ตอนนั้น  ฟังขำๆว่า  ทำตัวยังกับคนอกหัก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ  ดำในวัยที่  ถ้าเที่ยบกับคน  ก็อยุ่ในช่วง 30ยังแจ๋ว  เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ  มันอยู่แต่ในบ้าน  ปล่อยให้ป้าทำอะไรกับมันทุกอย่างโดยไม่ขัดขืน
ดำอ่อนแอลงเรื่อยๆ  เหมือนคนตรอมใจ  สุดท้ายมันก็ตายอยู่ในบ้านป้า
ป้าเอาดำไปฝังตรงที่ดินว่างๆใกล้ๆบ้าน  วางดอกไม้ให้  สวดมนต์  แล้วก็ขอให้มันได้ขึ้นสวรรค์

สำหรับฉัน  เรื่องของดำกับป้า  เหมือนเรื่องในนิยาย  คนสองคนทีี่รักกัน  แต่ไม่ยอมรับกัน  และดึงดันที่จะเป็นตัวของตัวเองให้ถึงที่สุด  พอนึกว่าไม่น่าทำ  ถึงกลับตัวได้  ก็แก้ไขอะไรไม่ได้เสียแล้ว

คิดไปคิดมา  เลยนึกไปถึง  คนที่ชอบบอกว่า รักแะ  แต่ไม่อยากแต่งงาน
มันฟังคล้ายๆ รักนะ  แต่ไม่อยากดูแล  ด้วยเหตุผลคลาสติค คือ ไม่พร้อม
จริงๆ  มาฟังตอนอายุ 40 กว่าๆ  รู้สึกว่า ไม่ใช่ไม่พร้อมหรอก
กลัว ตางหาก
ถ้าไม่รักมากพอจะทะลุกรอบของตัวเองออกมาได้ละก็
ปล่อยเขาไปเถิด
อย่าเอาความรักครึ่งๆกลางๆอย่างนั้นไปผูกกันไว้เลย
มันเจ็บ
 



Create Date : 04 มกราคม 2563
Last Update : 5 มกราคม 2563 11:10:13 น.
Counter : 940 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 263 "โรงละครแห่งความฝัน" toor36
(16 ต.ค. 2563 00:01:25 น.)
No. 926 โรงละครแห่งความฝัน (ตะพาบ) ไวน์กับสายน้ำ
(16 ต.ค. 2563 04:53:36 น.)
153/2563 ร่วมกิจกรรมตะพาบ 263 "โรงละครแห่งความฝัน" (เที่ยวสมุยตอนที่ 4) เริงฤดีนะ
(16 ต.ค. 2563 09:14:43 น.)
บางที...เราไม่ควรมารู้จักกัน sunny-low
(12 ต.ค. 2563 12:21:54 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Wallaya.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#16



วัลยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด