ปลายทางที่สุดทาง
เพราะต้องหาอะไหล่แท้ให้ note book ที่อยู่ๆก็เดี้ยง

ฉันตัดสินใจบินเดี่ยวเข้าเซียร์รังสิต

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเหยียบรถเข้ากรุงเทพตามลำพัง

เพียงแต่ในทุกครั้งที่ผ่านฉันเคยมี "คนปลายทาง"

 

ออกจากบ้านเช้ามืดถนนว่างปลอดดีแท้ ฉันขับมาสบายสบายประหยัดน้ำมัน

เข้าเขตลพบุรีรถเริ่มเยอะ ไม่เป็นไร ถนนหกช่องทางขับง่ายกว่าช่องทางเดียว

รถแกว่งต้องขับช้าลง กังวลแล้ว.. ยางรถคงอ่อนไม่ได้ดุลย์ถ่วง

หาทางเข้าปั๊มพ์ ไม่มีสมาธิสักเท่าไหร่ เริ่มกระสับกระส่าย

สายหน่อยเลยโดนบีบเข้าช่องซ้ายไม่รู้ตัว

 

ความตั้งใจเดิมจะเข้าจอดที่ลานจอดรถเซียร์

แต่โดนบีบ โดนปัดเป๋ไปเป๋มาเข้าเลนโน้นออกปาดเลนนี้

ที่สุดก็ไปจอดสงบได้แค่หน้าโรงเบียร์เยอรมัน

โชคดีที่มีร่มไม้ให้พักพิง เห็นร่มหน่อยจอดพักหลับไปนานเลย

ไม่รู้จะวกออกสายหลักยังไง หลงทิศแล้ว ขึ้นไปตุหรัดตุเหร่อยู่ในเซนทรัลรังสิต

 

ปิแอร์การ์แดงลดราคา 50%จากราคาป้าย ฉันนึกถึง "คนสุดทาง"

ควานหาโมบายเครื่องเดิมที่เธอยื่นส่งให้วันที่ยังมีฝันร่วมกัน

กดเรียกพร้อมแจ้งข่าว "หลงทางอีกแล้ว"

เหมือนทุกครั้ง สิ้นเสียง.. เธอคนเดิมก็มายืนอยู่ตรงหน้า

 

หลังมื้อเที่ยงคนสุดทางพาฉันเลือกหาอะไหล่ notebook เจ้าปัญหา

ปลายนิ้วที่เกาะเกี่ยว สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของความห่วงใยที่มีให้กันสม่ำเสมอ

ฉันรู้..ไม่ว่าจะอย่างไร เรายังเหลือความเป็นมิตรแท้ให้แก่กัน

บ่ายแก่แก่ จึงเสร็จธุระ ได้ของฝาก "พี่สาว" ดีใจไม่อยากได้อะไรอีก

 

คนสุดทางพาออกมาส่งที่สายหลักอย่างมั่นใจว่าดิ่งไปก็ถึงบ้านแน่นอน

เหอะ..ใครจะรู้ อาการเซอะเบ๊อะของฉันปรากฏอีกครั้ง..ยังไม่แก่เลย..

หลงเข้าสระบุรี นึกได้อีกทีย้อนกลับหาประตูออกอยุธยา

โดนดุจากปลายสาย " บอกแล้วให้สังเกตป้ายดีดี "

 

ยามโพล้เพล้ เลนซ้ายสุดเจ้าของถนนครอบครอง สิบล้อ รถพ่วง และวัตถุไวไฟ

ในความเร็วปกติบนเลนขวา ยังไม่วายถูกไฟกระพริบไล่ที่

เวลาถนนมืดฉันไม่ถนัดใช้เลนซ้าย จึงไม่หลบให้แม้จะพ้นช่วงสิบล้อแล้ว

คันที่จ่อมาติดติด ไม่เลี่ยงเข้าซ้ายเช่นกัน ยังคงกระพริบไฟไล่

โธ่ว๊อย..ในความเร็วขนาดนั้น หลบไปหลบมากับพวงมาลัยเบาเบา

ฉันก็จะได้ลงไปสวัสดีปีใหม่กับดอกหญ้าและกอบัวน่ะซี

 

เร่งความเร็วอีกนิด ตีคู่รถพ่วง แล้วเปิดไฟขวา

ตั้งใจจะบอกว่า คุณเจ้าขา..เลนซ้ายไม่ว่างเจ้าค่ะ..

แต่สงสัยคุณเจ้าขาจะแปลเจตนาเป็น "เมิงมีปัญญาเมิงก้อแซงไปดิ"

ทันทีที่พ้นรถบรรทุกคันหน้าสุด คุณเจ้าขา ทะยานมาตีคู่ ทำท่าจะเบียดฉัน

ฉันแค่ชีวิตเดียว ปรายตาเห็นคนเต็มรถ..เสียวหลังเหมือนกัน

อยากแปลงรถเป็นรีมูซีนติดกระจกนิรภัย ..เอาน่ะ เค้าว่า..ไก่แก่ หนังเหนียว..

 

เพิ่มความเร็วอีกนิด ข้างหน้ามีป้อมตำรวจ..งิงิ..รอดแล้วเรา..

เข้าขวาได้ จอดพรืดหน้าป้อมตำรวจ .จอดทำไม(ฟร๊ะ).โทรศัพท์งัย..

โทรไปไหนเหรอ เบอร์ใครที่ไหนเคยรับสายฉันเวลาป่านนั้น

ฉันโทรเข้าบ้านที่มีแต่จิ้งจกสิบเอ็ดตัว..

 

โฟลวีลล์สี่ประตูที่ทะยานแข่งกันมาเมื่อครู่โฉบผ่าน

รีบก็ไปก่อนเหอะ..ฉันไม่รีบ ถึงถิ่นฉันแล้ว..ข้างหน้ามีตรวจจับความเร็ว.

พ้นวิกฤตไปอีกหนึ่ง..อีกสักสองโค้งจะถึงที่พักดีใจเหยียบสุดสุด....

อะไรกลมกลมป้อมป้อมโผล่จากโสลพเกาะกลางถนนปะทะมุมหน้าขวา

แล้วกระดอนกลับกลิ้งหลุนๆ โธ่ว๊อย..ไฟตัดหมอกแตกกระจาย..

ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านมาจอดปากอ่าวไทย โอ้ว..เจ้ายอด มันจ๊อดมาก..

 

ดีเลยถือโอกาสเคลมมันทั้งสองดวงแถมยกกระจังหน้าอีกต่างหาก

คราวหน้าฉันจะขับคร่อมเลนกลางให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย...

..เซอะเบ๊อะ.

.

 


 

  

 


 


 


 

"A person who lives right, and is right, has more power in their silence
than another has by words."
- - Phillips Brook - -
บุคคลที่มีชีวิตอยู่อย่างถูกต้องและเหมาะสมแม้อยู่ในความเงียบก็แลมีอำนาจกว่าผู้อื่น





Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 31 มกราคม 2553 12:44:22 น.
Counter : 410 Pageviews.

0 comments
ขอบคุณมากนะคะสำหรับสายสะพายปี ๒๕๖๕ haiku
(29 ม.ค. 2566 10:45:48 น.)
ขอรักคืน สมาชิกหมายเลข 7221829
(28 ม.ค. 2566 20:22:25 น.)
วิ่งข้างบ้าน 24 มกราคม 2566 สองแผ่นดิน
(24 ม.ค. 2566 20:48:59 น.)
: รู้จักใจตน : กะว่าก๋า
(23 ม.ค. 2566 04:46:31 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Peakroong.BlogGang.com

Peakroong
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด