:::สายหมอก ดอกไม้บาน:::

 

  




เคยมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นมดง่ามตัวจ้อยที่อยู่ในสายตาอาละดิน
วันที่เหมือนอยู่ในสายตาของใครบางคน ที่พร้อมเสมอที่จะหยิบยื่น
วันที่อยากทำบทเรียนแอนนิเมชั่น อยากต่อยอดเว็บไดนามิค
วันที่อยู่ๆก็มีหนังสือแจ้งเข้ารับการอบรม Macromedia Flash
วันนั้นฉันได้ทำบทเรียนอิเล็กทรอนิกผ่านเว็บไซต์เหมือนฝัน

วันที่ขับรถผ่านสถาบันเดิม..มองจากภายนอกสวยสง่างาม เป็นเกียรติภูมิยิ่ง..
อยากเข้าไปเดิน ไปนั่ง ไปยืน ที่ที่เคยเป็นถิ่นของตัวเอง ..
กลับไปเจอหนังสือแจ้งเปลี่ยนสถานที่อบรมมาที่ที่ฉันกระสันถึง..
ประมาณว่า..ปู่กระสันถึงไก่ไก่ก็มา..สามวันนั้นบนตึกไอทีกับบรรยากาศเก่าๆ 
 

กลิ่นอายอดีตยังหอมอวลใจ ต้นไม้ริมสระบัว นนทรีย์ กฐินณรงค์  เสลา แคฝรั่ง
แนวสักที่เคยเก็บดอกเล็กๆสีขาวร้อยก้านดอกหญ้าคา มงกุฎช่อชัยพฤกษ์ แหวนดอกหญ้า
อินทนิลน้ำดอกโตสีม่วงแกมขาวอ่อนหวานเหมือนกล้วยไม้ ที่เคยวิ่งไล่ทัดหูกันหลังเรือนพยาบาล

บางใครที่คอยส่งขึ้นรถกลับบ้านที่ป้ายรถเมล์ บางใครที่มาตามหาทุกเวลาพักเที่ยง
บางคนที่ให้ข่าว"รุ้งเหรอ..ไม่แคนทีนก็หอสมุด" แล้วเธอก็ตามหาฉันจนเจอ..






เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นั่น ทำไมฉันมองเห็นตัวเองชัดเจนนัก
หรือเพราะทองหลางด่าง..ปาริชาติที่กล่าวกันว่าใครได้กลิ่นก็จะระลึกชาติ ..
ฉันพยายามระลึกชาติ..ใครอีกคนที่ปล่อยให้รอนานนักหนานั้นเล่าอยู่ไหนกัน..
ฉันมองทะลุสำนักหอสมุดที่มีป้าแก่ๆผมขาวโพลนเดินเข็ญรถจัดเก็บหนังสือ
ป้าคนที่บอก"ไม่ต้องอายหรอกหนู ป้าหกล้มกลางตลาดป้ายังไม่อายเลย"
วันที่ฉันทำหนังสือเล่มใหญ่ร่วงจากชั้นเสียงดังโครมคราม..
เข้าใจแล้วค่ะ..หลายวันต่อมาคนสวยทำโก๊ะได้แบบไม่อายออกจะบ่อยไป..

เวลานั้นยิมนาสติคมาแรงมาก แต่คงไม่มีใครใช้ท่าร่างได้งดงามเท่าฉัน..
วันที่ถลาร่วงจากฟุตปาทเพราะเหยียบขวดกลมกลิ้งบนพื้น
แรงโน้มถ่วงของโลกในระติจูดนั้นเล่นเอาคนสวยหน้าคะมำเลย
มองซ้ายมองขวาไม่มีใคร ค่อยยังชั่ว..ใครว่าความลับไม่มีในโลก..
หลังจากวันนั้นฉันเลิกใช้รองเท้าส้นตึก หันมาใช้รองเท้าส้นแหลม!

แล้ววันดีคืนดีระหว่างเดินลงบันได ส้นแหลมนั่นก็มีอันแหย่พรวดเข้าชายกระโปรงบานพริ้ว
หากคว้าราวบันไดไม่ทันฉันคงบินลงมาสบายๆเลยห้าขั้นรวด ไม่เจ็บ! แต่เกรงใจน้องคนนั้นจัง..
เธอต้องวิ่งเก็บลูกเทนนิสสำรองที่ร่วงจากกระเป๋าแล้วเด้งดึ๋ง..ดึ๋ง..ไปบนพื้นเกือบลงคู..
แล้วยังต้องรีบมาดูฉันที่นั่งพับเพียบแปร้บนพื้น แกะส้นรองเท้าออกจากชายกระโปรงที่พันม้วน
"เป็นอะไรมั้ยครับ?" อ๊อย ..อยากเป็นนินจา..

วันนั้นเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นาน กลิ่นความหลังยังกรุ่นอยู่ทุกหนแห่ง..
ที่ต่างไปจากเดิมนอกจากอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อมสวยงาม ความสงบเงียบเรียบง่ายหายไป
ครูบาอาจารย์เปลี่ยนชุดไปเกือบหมด บางท่านที่ยังเดินสวนอยู่ก็พร้อมจะเกษียณตัวเอง
อาจารย์บางท่านเหมือนจะแก่กว่าฉันไม่กี่ปี ก็ได้เวลาปลดประจำการแล้ว
ฉันคงต้องใช้ประโยคเดิมๆที่เคยฟังมาตลอดชีวิต"เวลาผ่านไปเร็วจัง"
บุคลากรคุณภาพกลุ่มนี้มีผลงาน เกียรติประวัติมากมาย สร้างทรัพยากรบุคคลมารุ่นแล้วรุ่นเล่า
มาถึงวันหนึ่งก็จะได้เวลาหยุดทุกอย่าง(หรือเปล่า)








ฉันค้นบันทึก "ปลายฝน..ต้นหนาว" นี้มารื้อใหม่ในบ่ายจัดวันร้อนกลางเดือนเมษา
เพียงแค่คิดถึงคนวัยเปลี่ยนเส้นทาง
ฉันคิดถึงคนวัยเกษียณมากมาย ฉันคิดถึงตัวเองด้วย
อีกสักสิบปีข้างหน้าฉันจะลำบากไหม เมื่อชีวิตการทำงานหยุดลง
แต่ชีวิตประจำวันยังคงดำเนินต่อไป ถึงวันนั้นแล้วฉันจะเหงาไหม
"คนเหงาคือคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง" ก็ฟังมาอย่างนี้
แล้วถ้าอย่างนั้นฉันจะคิดถึงอะไรได้เล่า ..
อะไรทำให้ฉันคิดถึงพ่อ..

ถ้าพ่อยังอยู่ป่านนี้พ่อจะทำอะไร ในวัยเกษียณของพ่อม่ายรูปหล่อ?
ถ้าพ่อยังอยู่ป่านนี้พ่อจะมีผู้จัดการชีวิตแล้วมั้ย?
เธอจะดีและเหมาะสมเหมือนที่พวกเราวาดไว้หรือเปล่า?
ฉันนึกไม่ออกสุภาพบุรษแสนดีของฉันจะใช้วิชาอะไรเลือก"คู่ชีวิต"?
พ่อที่แสนจะคลาสิคของฉันจะเลือกศิลป์และศาสตร์แขนงไหนมาคัดสรรนางแก้วที่จะมาดูแลกัน
ในบั้นปลายชีวิตของพ่อน่าจะมีชีวิตที่สะดวกสบายมีคุณค่า เป็นดอกผลที่ตรากตรำมาค่อนชีวิต
ฉันคิดไปถึงคนอื่นๆในกรณีเดียวกัน คนวัยเกษียณ..

ขณะที่วงจรชีวิตของคนเรายืนยาวขึ้นจากพัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า
ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกันอย่างเพียงพอในบั้นปลายของชีวิต คนส่วนหนึ่งจะทำอย่างไร
ชีวิตจริงไม่ได้จบลงที่การเกษียณอายุ ทำนองเดียวกับชีวิตจริงไม่เหมือนนิยาย
ชีวิตจริงไม่ได้จบลงด้วยการแต่งงานเหมือนนิยาย เช่นเดียวกับการเกษียณอายุราชการ
หากนั่นคือการเริ่มต้นในอีกเส้นทางหนึ่งต่างหาก ฉันกำลังจินตนาการถึงชีวิตหลังเกษียณ
ฉันพบเส้นทางหลังเกษียณของผู้ใหญ่หลายๆคน และมองเห็นความแตกต่างของการดำเนินชีวิต

ในมุมมองของฉันแล้วฉันคิดว่า ในช่วงที่เรายังมีเรี่ยวแรง ยังมีหน้าที่การงานทำ ยังมีสังคม
เราก็น่าจะมีโอกาสได้สร้างรากฐานให้ตัวเอง สร้างกุศล บารมี สร้างมิตรมากกว่าศัตรู
รู้จักที่จะเลือกให้อย่างจริงใจ ไม่ใช่ให้เพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่า
รวมถึงคนเคยมีอำนาจจะรักษาสภาพไว้อย่างไรไม่ให้เสื่อมตามกาลเวลา
ที่สำคัญสร้างภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านได้สารพัดโรคสายพันธุ์ต่างๆทั้งจากจุลินทรีย์ ชีวภาพและกายภาพ

การดำเนินชีวิตในทุกวันคงไม่ใช่การใช้ชีวิตไปวันๆ แล้วละมัง
วันนี้ได้เวลาฉันต้องคิดวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณของตัวเองแล้วซี
หากฉันจะใข้ชีวิตท่องไปในโลกกว้างจำเป็นต้องมีเงินก้อนเอาไว้ใช้ ฉันจะต้องประหยัด..
สไตล์การเก็บออมเพื่อใช้ในยามเกษียณของฉันหน้าตามันเป็นอย่างไร
ฝนหยุดๆตกๆอย่างนี้มันจะไปถึงปลายฝนมั้ย ? ฝนจะตกรางไปก่อนหรือเปล่า!

แต่ไม่ว่าฤดูกาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร สุดท้ายของต้นทางก็คือปลายทาง
ฤดูฝน จะช้าเร็วก็มีปลายทางที่ปลายฝน ฤดูหนาวมีปลายทางที่ปลายหนาว
มนุษย์น้อยมีอำนาจเหนือธรรมชาติเสียที่ไหนกัน ทุกชีวิตยังดำเนินไปตามวัฎรจักร
เธอ..คนดีของฉัน..เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทุกฤดูกาลหรือยัง?


...











เขียนถึงเธอ..คนดี..อีกครั้งวันที่เดินอยู่บนเส้นทางสายหมอก
ฉันกำลังปฏิบัติการวางผังชีวิต ใช่.. ฉันกำลังวางแผนชีวิตหลังเกษียณ..
ไม่ใช่เตรียมเกษียณแบบฝึกการปลดเกียร์ว่าง..เธอไม่ได้คิดอย่างนั้นใช่มั้ย?
ก็เธอคนออกจะรอบคอบขนาดนั้น..เธอกำลังเตรียมตัวเกษียณเหมือนกันใช่หรือเปล่า..
คนดีของฉัน..ในช่วงที่เรายังมีเรี่ยวแรง ยังมีหน้าที่การงาน มีสังคม
เราก็น่าจะได้สร้างรากฐานให้ตัวเอง สร้างกุศล บารมี
เธอทำได้ไหม? สร้างมิตรมากกว่าศัตรูอย่างที่แปลนไว้
เธอทำได้ใช่ไหม? รักษาความเชื่อถือศรัทธาไว้ไม่ให้เสื่อมตามกาลเวลา
เธอทำได้อยู่แล้ว..สร้างภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านได้สารพัดโรคสายพันธุ์ต่างๆ

วันนี้..ฉันจะใช้ชีวิตสุขก่อนเกษียณอย่างที่ประกาศไว้วันปฐมนิเทศ
วันนี้..ฉันกำลังดำเนินชีวิตระหว่างวันอย่างที่ได้รายงานตัวและตั้งปณิธานไว้
โชคดีของฉันเสมอที่พบเจ้านายแสนดีท่ามกลางบริบทงดงาม
สุขของคนเรามีอะไรยิ่งไปกว่าทำทุกอย่างได้ตามความปราถนา
อีกครั้งที่พบอาละดินจากตะเกียงวิเศษโดยไม่ต้องถูทา
วันนี้ความรู้สึกยังคงเหมือนเดิมฉันยังอยู่ในสายตาของอาละดิน
เพียงแต่ไม่ใช่มดง่ามตัวจ้อยอีกต่อไปแล้ว

ฉันในสายตาอาละดินเป็นอะไรแล้วไม่รู้ รู้แต่เราสบตากันจังจัง
ทุกเรื่องราวในทุกมุมมองของฉันยังมีความหมาย
ฉันมีมือที่มองไม่เห็นอยู่รอบตัวและโอบอุ่่นมาเสมอ
ฉันมีห้องทำงานเป็นวิมานแก้วมองทะลุถึงสระบัว
กลางลานพักผ่อนร่มรื่นประดับกล้วยไม้สารพัดสี
ฉันมีเพื่อนร่วมงานที่มีความคิดอ่านไปในทิศทางเดียวกัน
มีผู้จัดการชีวิตที่เข้าใจอยู่รอบรอบตัว

ฉันกำลังเรียนรู้วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของคนต่างความเห็น
ไม่กังวลเลยกับคนหน้าสวยหยาดเยิ้มแต่พฤติกรรมหยาดหยอง
เมื่อความคิดได้รับการสนับสนุนได้ทำงานทุกงานที่ออกแบบเอง
ชีวิตฉันสุขเกินเหตุหรือเปล่านี่? ชีวิตเธอสุขเกินเหตุไหม?
นะ..การดำเนินชีวิตในทุกวันไม่ใช่การใช้ชีวิตไปวันๆ
วันนี้ฉันเริ่มคิดวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณของตัวเอง
ฉันเตรียมตัวใข้ชีวิตท่องไปในโลกกว้าง ฉันจะต้องประหยัด..
สไตล์การเก็บออมเพื่อใช้ในยามเกษียณของฉันชัดเจนแล้ว
ไม่มีปลายฝน ไม่มีต้นหนาว ทุกวันชีวิตยังดำเนินปกติ
ข้างนอกหมอกควันจากฝีมือมนุษย์ทำให้บรรยากาศอึมครึม
แต่รอบตัวฉันเย็นฉ่ำ มีดอกไม้บาน
เธอสัมผัสได้ถึงความสุขของฉันแล้วไหม?
นะ..ฉันแบ่งให้เธอ..








เพลงประกอบ เส้นทางนี้ : เจี๊ยบ วรรธนา



Create Date : 13 เมษายน 2555
Last Update : 15 มกราคม 2556 16:52:52 น.
Counter : 721 Pageviews.

0 comments
ทริปไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์สุวิมล
(25 ม.ค. 2566 18:12:23 น.)
ปีใหม่เดอะแก้งค์ 2566 nonnoiGiwGiw
(23 ม.ค. 2566 13:23:07 น.)
โจทย์ตะพาบ ... จันทร์เจ้าขา ... tanjira
(23 ม.ค. 2566 13:53:06 น.)
วิ่งข้างบ้าน 22 มกราคม 2566 สองแผ่นดิน
(22 ม.ค. 2566 21:43:07 น.)

Peakroong.BlogGang.com

Peakroong
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด