ระลึก วันทำงานวันแรก



ใช่แล้ว 6 พฤษภาคม เมื่อ 17 ปีที่แล้ว คือวันแรกเข้าทำงานของเราเอง

เพื่อนๆ ออกใจแปลกใจไม่น้อย ที่เราทำงานที่เดียวมาได้ตลอดระยะเวลา 17 ปี
ไม่เคยเปลี่ยนสถานที่ำทำงาน
เราเริ่มต้นชีวิตการทำงาน เรียนรู้การทำงานในชั้นตอนต่างๆ
ตั้งแต่การจัด-เก็บเอกสาร การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ
การติดต่อ ประสานงาน กับคนในองค์กร กับลูกค้า กับผู้มารับบริการ กับผู้เช่าอาคาร
การจดและทำรายงานการประชุม การทำรายงานประจำสัปดาห์ จนกระทั้งการทำรายงานประจำเดือน
จากแค่เตรียมข้อมูล ก็กลายมาเป็นคนชงเรื่อง และเกือบจะกลายเป็นคนตัดสินใจไปเองในหลายๆ เรื่อง

นาย 2 คนก่อน ตำหนิเราเหมือนกันตรงที่ ตอบคำถาม MD แทนนาย
นั่นทำให้เรารู้ตัวเอง ..เรารู้ตื้นลึกหนาบางบางอย่างมากไป..
เราควรจำกัดให้ัตัวเอง รู้แค่กรอบของแผนกเราเอง

แต่มาถึงตอนนี้ การเปลี่ยนนายและการเปลี่ยน MD
มันทำให้เราต้องกลับกลายมาเป็น คนที่รู้ทุกเรื่องในแผนก อีกแล้ว

แต่มันน่าเบื่อก็ตรงที่ รู้แล้ว เคยทำแล้ว และบอกไปแล้ว เ้ค้าไม่เชื่อ
และดันทุรังให้เราทำให้สิ่งที่เราเองรู้อยู่ว่า มันจะไปต่อไม่ได้
พอไม่สำเร็จ อย่างที่เราเคยพูดไว้ ดันกลายเป็นว่า ..เราทำงานไม่เต็มที่

มาถึงปัจจุบันนี้ อาการเบื่่่อและอาการทนทำงาน ยังคงอยู่ในใจ ในสมอง อย่างเต็มเปี่ยม
แต่ปัจจัยแวดล้อมหลายๆ อย่าง ทำให้เราต้อง "ทน"ทำงานต่อไป
สิ่งหนึ่งนั้นก็คือ "ความผูกพัน"

เราผูกพันกับเืพื่อนร่วมงาน ..เพราะเป็นเพื่่อนร่วมงานเดิมๆ ที่เห็นหน้ากัน ทำงานด้วยกัน มาตลอด
เราผูกพันกับ "วิถีชีิวิต" ของผู้คนแวดล้อมที่สถานที่นี้
เราผูกพันกับ "รูปแบบธุรกิจ" แต่ทว่า..ด้วยนโบบายใหม่ รูปแบบที่ว่านี้ กำลังจะเปลี่ยนไป
ค่อยๆ เปลี่ยนไป จนเราพอจะมองเห็นแล้วว่า มันจะเป็นรูปแบบไหน

คำตอบคือ กลายเป็นรูปแบบที่เรารับไม่ได้

ไม่ใช่ว่า เราไม่ปรับเปลี่ยนตัวเองนะ ...และวิธีการคิดนโบบายแบบนั้น
เรารับไม่ได้จริงๆ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ เอาเปรียบคู่ค้า..
และมองผลประโยชน์เพียงทางเดียว ..

ระยะเวลา 17 ปีของเรา คงไม่สำคัญสำหรับเขาหรอก ...
เดิมเราคิดว่าจะทำงาน 20 ปี..แล้วลาออก
ไม่ทำงานประจำอีกต่อไปแล้ว

แต่ระยะเวลาที่เหลืออีกเพียง 3 ปีนี้ ...เราจะยัง "ทน" ได้นานแค่ไหน
หลายคนบอกให้ "ทน" ไปก่อนสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ "ทนได้ก็ควรทน"
ก็พยายาม "ทน" นะ...ทำงานไปวันๆ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ใช่ิวิธีทำงานของเราเลย
หาเวลาไปเที่ยว หรือทำอะไรที่ชอบให้มากขึ้น
จะได้ไม่คิดถึงเรื่องราวที่ทำงานมากเกินไป

พยายามอยู่ ...อีก 3 ปีเองนะ
ย้ำกับตัวเองไว้ ให้ทนต่อไปก่อน



Create Date : 06 พฤษภาคม 2553
Last Update : 6 พฤษภาคม 2553 7:32:40 น.
Counter : 650 Pageviews.

4 comments
My first trip to Lord Buddha's Place Day 5; 1 Feb 2019 Yasa Stupa ; Sarnath mcayenne94
(18 มิ.ย. 2562 19:33:17 น.)
งานตะพาบ ครั้งที่ 230 โจทย์..ความกลัว.. คนผ่านทางมาเจอ
(15 มิ.ย. 2562 19:51:00 น.)
เยาว์ชนที่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตของลุงแอ็ด สมาชิกหมายเลข 4365762
(15 มิ.ย. 2562 07:15:52 น.)
Gen Y Insignia_Museum
(14 มิ.ย. 2562 14:34:43 น.)
  
อืมม
การ ทน อาจจะทำให้ รู้สึกว่า แย่มากเกินไป

เปลี่ยนเป็น .. ลอง ปรับใจ ดีไหมฮะ

ถ้าปรับไม่ไหว จะอย่างไร ก็ว่ากัน

เอาใจช่วยฮะ
โดย: U can call me anytime วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:55:00 น.
  
คุณนัทธ์เขียนมา ทำให้เราคิดถึงช่วงเวลา
ของการทำงานอันน้อยนิดของเราค่ะ และมันถือว่า
เป็น ปสก. ที่ดีเลยแม้ว่าจะเป็นแค่ช่วงระยะ
เวลาสั้นๆ แต่ว่ามันทำให้เรามองเห็นว่า
"การทำงาน ถ้าหากว่าสิ่งแวดล้อมมันเปลี่ยน"
มันย่อมไม่ดีแน่ แต่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจว่า
การเปลี่ยนแปลงมันย่อมมี เพราะฉะนั้นทางที่ดี
มันก็อยู่ที่ตัวเองต้องปรับตัว


แต่สำหรับกรณีของคุณนัทธ์ 17 ปี นานพอควร
และก็นานพอจะรู้ความรู้สึกของตัวเองกับการเข้าใจ
ทน .. และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ...
เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าบางช่วงเราคิดว่าเราเร่ง
เกินไป ก็พักหน่อยก็ดีคะ่ ประมาณว่าหาเวลา
เที่ยวเยอะๆ เจอเพื่อนฝูง แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็น
เหตุผลแห่งการกำจัดทุกข์ของการทำงาน
แต่มันก็ช่วยบั่นทอนเวลาแย่ๆ ของการงานที่บั่นจิตใจ
ลงได้นิดๆ หน่อยๆ คะ่ ...


สู้ๆ นะค่ะ
โดย: JewNid วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:29:41 น.
  
คุีณ U can call me anytime >> ขอบคุณค่ะ พยายามกัดฟัน ทน ต่อไป

คุณพู่ >> ขอบคุณค่ะ

คุณหาแฟนฯ >> สวัสดีค่ะ
โดย: นัทธ์ วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:00:07 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bookkii.BlogGang.com

นัทธ์
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]

บทความทั้งหมด