บริจาคเลือด...ครั้งแรก...ที่รอมานานมาก
เมื่อครั้งที่เราเรียนอยู่ชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต
ศูนย์บริการโลหิตจัดเจ้าหน้าที่มารับบริจาคที่ตึกกิจกรรมนักศึกษา
เพื่อนๆ ก็ชวนกันไป ...เราตามเพื่อนไป ...ทำอะไรเป็นกลุ่ม...ความกล้าจะเยอะกว่าปกติ 

อันดับแรก...ชั่งน้ำหนักก่อนเลย ...ก้าวเท้าเหยียบตาชั่ง...ใจเต็นระรัว 

"น้ำหนักน้อยไปค่ะ ต้อง 45 กิโลขึ้นไปนะคะ น้อง" 

อดซิคะ ....

จากวันนั้น ผ่านมาถึงเดือนสิงหาคม 2558 ....เมื่อไปตรวจร่างกาย
ก้าวเท้าเหยียบตาชั่ง  ตัวเลจดิจิตอล หยุดนิ่งที่ "46 กิโลกรัม" 
แว๊บแรกที่ผ่านเข้ามาในสมองคือ "อ้วนขึ้น" 
แต่แล้วอีกแว๊บต่อมาก็คือ "เฮ้ย ....เราไปบริจาคเลือดได้แล้วนี่"

เท่านั้นแหละ ...มุมลบ กลายเป็น มุมบวกทันที 

จัดการหาที่ตั้ง อ่านข้อมูลเตรียมก่อนบริจาค ประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้ 

ช่วงเวลาที่ตั้งใจไปบริจาคคือ วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2558
หลังหมดประจำเดือนหนึ่งสัปดาห์ และหลังวันบริจาคเราก็ลงสมัครวิ่งไม่ทันทั้ง 2 รายการ
แปลว่า ...วันที่ตั้งใจไว้ สามารถไปบริจาคได้ 

พอวันศุกร์ ...นายเดินมาบอกว่า "วันเสาร์เข้ามาประชุมด้วยนะ" 
อ้าว....ไอ้ที่จะไปแต่เช้า เพราะกลัวคนจะเยอะ ก็ต้องเลื่อน
ที่จะพาแม่ออกจากบ้านด้วย ...เป็นอันต้องยกเลิกไป 

เช้าวันเสาร์  จัดแจงกินข้าวเช้า ...ไม่เป็นอาหารมันมาก - ตามคำแนะนำ 
แล้วไปนั่งประชุม ครึ่งวัน ...โชคดีที่เสร็จตามเวลานั้น 
แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มุ่งหน้า "ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ" ....



ขั้นตอนไม่มีอะไรมาก
1. กรอกใบสมัครผู้บริจาคโลหิต  และวัดความดัน
2. นำใบสมัครไปยื่นออก "บัตรประจำตัวชั่วคราวผู้บริจาคโลหิต
3. เจ้าหน้าที่ซักถามข้อมูล เช่น 
- เมื่อคืนนอนกี่โมง (ต้องนอนหลับให้สนิท 6 ชม.ขึ้นไป) 
- อาหารมื้อล่าสุดกินอะไร (ต้องไม่เป็นอาหารที่มีไขมันมากๆ )
จากนั้นก็เจาะเลือด ตรวจความเข้มข้นของเลือด ...ว่าจะบริจาคได้หรือไม่  >>> ต้องลุ้นอีกแล้ว 
OK ... ผลที่ได้ คือ "บริจาคได้ค่ะ" ..... โล่งใจ ไม่เสียความตั้งใจ  
และเราบริจาคครั้งแรก เจ้าหนาที่ก็เลยต้องเจาะเลือดทดสอบกลุ่มเลือด - - เช็คให้ชัวร์อีกที 
อ้อ  เจ้่าหน้าที่จุดนี้ จะจัดธาตเหล็กมาให้ 1 ถุง ซึ่งต้องกินวันละเม็ด หลังบริจาคจนหมด 
4. เข้าไปพบแพทย์  ซักประวัติเพิ่มเติม  
5. ไปดื่มน้ำสะอาด 4-5 แก้ว  เพื่อให้เลือดไหลเวียนสะดวก 

จากนั้นก็ขึ้นไปห้องบริจาคที่ชั้น 2 ...กดบัตรคิว รอเรียก 
คนมาบริจาคในวันเสาร์ช่วงบ่าย  ก็เยอะอยู่ เตียงเต็ม 
เรานั่งรอและมองดูบรรยากาศ ค่อนข้างผ่อนคลาย  ห้องสว่าง สะอาดสะอ้าน 
พอมีเตียงว่าง  เจ้าหน้าที่ก็เรียกไปขึ้นเตียง ...จะให้เจาะซ้ายหรือเจาะขวา ...ก็เลือกเอา 
จากนั้นเจ้าหน้าที่มาเตรียมอุปกรณ์ที่ข้างเตียง ...แล้วพยาบาล จึงมาแทงเข็ม 
เราก็นอนบีบอุปกรณ์ไปมือ ....รู้สึกตึงๆ ที่บริเวณที่เจาะ ขึ้นเรื่อยๆ 
ประมาณ 15 นาที ก็ได้ปริมาณที่รับได้  เจ้าหน้าที่ก็มาเก็บเลือด....ปิดแผล 
ให้เรานั่งพัก จนแน่ใจว่าปกติดี ถึงลงจากเตียง เดินไปห้องพักฟื้น 
รับของว่าง นั่งพักไปเรื่อยๆ  ไม่มีอาการอะไรผิดปกติ ก็กลับบ้าน 




เป็นอันว่า ... ความตั้งใจแต่เนิ่นนานของเรา ...ก็สัมฤทธิ์ผล 
แม้จะใช้เวลายาวนาน และน้ำหนักที่เพิ่มมาก็ไม่ได้ตั้งใจแต่อย่างใด 
เพียงแต่มันเป็นไปตามช่วงอายุเท่านั้นเอง ....





เราจะพยายามรักษาน้ำหนักให้ได้ประมาณนี้ เพื่อที่จะได้บริจาคต่อเนื่อง 
และไม่ทำให้ตัวสั้นๆ ของเราดู "อ้วน"  

พบกันใหม่อีก 3 เดือนข้างหน้า ...





Create Date : 08 สิงหาคม 2558
Last Update : 8 สิงหาคม 2558 19:46:22 น.
Counter : 1266 Pageviews.

1 comments
Diary Family บ้านน้อยกลางนา 2 FreakGirL
(16 พ.ค. 2562 15:22:05 น.)
My first trip to Lord Buddha's Place Day 4 ; 31 Jan 2019 Ramabhar stupa มกุฏพันธนเจดีย์ mcayenne94
(16 พ.ค. 2562 19:54:11 น.)
KYUSHU KINGDOM OF LIGHT : Kusasenri, Yufuin village ผู้ชายในสายลมหนาว
(13 พ.ค. 2562 13:31:57 น.)
No. 785 เที่ยว Japan แล้วมาดูบ้านเรา... ไวน์กับสายน้ำ
(13 พ.ค. 2562 05:41:09 น.)
  
เราก็เป็นเหมือนคุณนัทธ์เลยค่ะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย มีรถรับบริจาคโลหิตมาที่คณะ ก็ตามๆไปกับเพื่อน แต่บริจาคไม่ได้ เพราะ น้ำหนักตัวไม่ถึงเกณฑ์เช่นกันค่ะ

และมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เลยค่ะ

ดีใจกับคุณนัทธ์ด้วยค่าที่ในที่สุดก็ได้ทำสมความตั้งใจ
โดย: pichayaratana วันที่: 9 สิงหาคม 2558 เวลา:16:53:56 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bookkii.BlogGang.com

นัทธ์
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]

บทความทั้งหมด