เห่เรือครองราชย์ 60 ปี


เห่เรือครองราชย์ 60 ปี




หนึ่งในหลายงาน ที่รัฐบาลกำหนดให้มีในการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยมอบหมายให้กองทัพเรือ จัดขบวนเรือพระราชพิธี เส้นทางท่าวาสุกรี-วัดอรุณราชวราราม ในวันที่ 12 มิถุนายน 2549 เวลา 17.30 น.


รวมทั้งให้กองทัพเรือจัดเตรียม หอประชุมกองทัพเรือ เป็นสถานที่ที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชกรณียกิจ 60 ปี และจัดเตรียม
อาคารราชนาวิกสภา เป็นสถานที่จัดถวายพระสุธารสชา แก่พระราชอาคันตุกะ และเสด็จประทับทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธี


ในงานนี้ กองทัพเรือใช้เรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนเรือพระราชพิธี ทั้งสิ้น 52 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และยังมีเรือพระราชพิธีลำอื่นๆอีก 48 ลำ โดยใช้กำลังพลจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ จำนวนทั้งสิ้น 2,082 นาย เป็นฝีพายเรือในพระราชพิธี







“ ...สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

นารายณ์ทรงสุบรรณบิน ลินลาศฟ้าอ่าอวดองค์

อนันตนาคราช งามผุดผาดวาดแวววง

อเนกชาติภุชงค์ ลงเล่นน้ำงามเลิศลอย...”



ในขบวนเรือพระราชพิธีนี้ สำหรับบทเห่เรือ ได้มีผสมผสานกันระหว่างบทเห่เรือใหม่ กับบทเห่เรือเก่า เกิดเป็น


'กาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี'


ที่มีความไพเราะงดงาม โดยผู้ที่มาทำหน้าที่เห่เรือ ในงานพระราชพิธีครั้งนี้ คือ เรือเอก ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ หนุ่มไฟแรง ผู้ผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำการเห่เรือมานานนับสิบปี ปัจจุบัน รักษาราชการ หัวหน้าแผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ




เรือเอก ณัฐวัฏ เข้ามาอยู่ใน กรมการขนส่งทหารเรือ ตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งเป็นปีที่มีการเตรียมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เขาเริ่มต้นด้วยการฝึกเป็นฝีพาย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เพื่อเป็นฝีพายในงานกระบวนพยุหยาตรา ที่เสด็จ ณ ปริมณฑลท้องสนามหลวง เมื่อขณะที่ฝึกฝีพายก็ได้ฝึกหัด ร้องเห่เรือไปด้วย


จนกระทั่งในปี 2539 เขาก็ได้ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่ง พนักงานขานยาว และพนักงานเห่สำรอง จนกระทั่งในปี 2549 จึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นพนักงานเห่เรือตัวจริง เสียงจริง



"ผมเริ่มร้องเห่จริงๆ จังๆ ก็ช่วงตอนที่มาเป็นครูฝึกฝีพายในปี 2530 เราอยากให้ลูกศิษย์เรา หรือฝีพายที่เราฝึก ให้เขาอยากฝึก หมายถึงว่าถ้าเราร้องส่งเดชไป เขาก็ไม่อยากฝึกกับเรา เราจึงต้องพยายามร้องให้มันดี" เรือเอก ณัฐวัฏ กล่าว


ในส่วนของการฝึกซ้อมการเห่เรือนั้น เรือเอก ณัฐวัฏ อาศัยการฟังจากครูท่านอื่นๆก่อน ตั้งแต่สมัยยังเป็นฝีพาย จนกระทั่งมาฝึกอย่างจริงจังกับ อ.สุจินต์ สุวรรณ์ และ อ.มงคล แสงสว่าง โดยอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน จะคอยแนะนำว่าต้องลากเสียงยังไง ค่อยๆ แต่ง ค่อยๆ ติกันไป เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนชอบร้องเพลงอยู่แล้ว รวมถึงจำเนื้อได้อย่างขึ้นใจ ก็ยิ่งทำให้การเห่ง่ายขึ้น


"สำหรับเสียงของผมนั้น อาจารย์กับเพื่อนๆ จะบอกว่า ผมเสียงหวาน ซึ่งในเรื่องของน้ำเสียงมันคงแก้ไขกันลำบาก คนเสียงแบบไหนก็ต้องเสียงแบบนั้น แต่ว่าการเอื้อน การปรับแต่ง ทำให้มันเพราะขึ้น มันปรับกันได้ ส่วนเวลาร้องก็จะมีลูกคู่รับ ซึ่งลูกคู่จริงๆ แล้วก็คือฝีพาย”


“เช่นตอนเกริ่นโคลง พนักงานเห่ จะเกริ่นคนเดียว แล้วก็ ชะละวะเห่ ฝีพายจะเริ่มพาย แล้วก็ร้องรับไปด้วย เป็นลูกคู่ไปด้วย ส่วนมูลเห่ฝีพายนี่ เขาจะร้องรับ ชะๆ หะๆ เห่ๆ อะไรก็รับไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปสวะเห่ ก็จะเป็นลูกคู่รับไปด้วย ฝีพายก็จะรับแบบสบายๆ" เรือเอก ณัฐวัฏ กล่าว




ทั้งนี้ การร้องเห่เรือแต่ละครั้ง ต้องใช้เวลาติดต่อกันนานเป็นชั่วโมงๆ ดังนั้นทั้งฝีพาย และพนักงานเห่ จำเป็นที่จะต้องมีร่างกายแข็งแรง ซึ่งเรือเอก ณัฐวัฏ ได้ฝึกฝนด้วยการ ต้องออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อที่จะทำให้สามารถร้องกาพย์เห่เรือได้ดังใจ รวมทั้งสามารถร้องได้นานๆ


พอร้องบ่อยๆ ก็จะจำบทได้เอง และตนเองเป็นคนที่จำอะไรแม่นอยู่แล้ว กลอนก็เป็นบทที่คล้องจองสัมผัสกัน ทำให้จำได้ง่ายขึ้น แต่ถึงวันจริงต้องเปิดตำราดูเพื่อกันพลาด เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ดังนั้นจะพลาดไม่ได้


สำหรับขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้ เรือเอก ณัฐวัฏ คือผู้ทำหน้าที่เป็นพนักงานเห่เรือ โดยประจำอยู่ที่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งเขาได้กล่าวถึงความรู้สึก ที่ได้ร่วมในงานอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ อย่างภาคภูมิใจว่า




"ผมภูมิใจและดีใจมากที่ได้เห่เรือถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้เป็นตัวแทนของคนไทยคนหนึ่ง ที่ได้มีส่วนแนะนำวัฒนธรรมประเพณีไทย อนุรักษ์ประเพณีไทย ผมพอใจและภูมิใจมากๆ ในความเป็นไทย"




พ.จ.อ. เฉลิม รอดดี พนักงานขานยาว กับเสียงห้าวๆ ให้จังหวะ





“……วัดวาทุกอาวาส พุทธศาสน์ธรรมทอแสง

น้ำใจจึงไหลแรง ไม่เคยแล้งจากใจไทย…..”



นอกจากการขับขานบทเห่เรืออันไพเราะแล้ว เสียงขานให้จังหวะสอดรับกัน ระหว่างการเห่กับฝีพาย ก็ถือเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน


สำหรับผู้รับหน้าที่นี้ คือ พ.จ.อ.เฉลิม รอดดี พนักงานขานยาวประจำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่ง พ.จ.อ.เฉลิม ได้เข้ารับราชการมาตั้งแต่ปี 2530 และได้คลุกคลีอยู่กับการพายเรือและการเห่เรือมาตลอด จนในปี 2545 ที่มีการเปิดหลักสูตรการเห่เรือขึ้นมา โดยเขาติดหนึ่งในสามของพนักงานเห่เรือ


พ.จ.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นคนชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กแล้ว แนวเพลงลูกทุ่งจะชอบมาก โดยเฉพาะนักร้อง ชาย เมืองสิงห์ ชอบมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะเสียงเขาดี ร้องง่าย เสียงไม่สูงมาก ไม่ต่ำมาก


มีอยู่วันหนึ่งตอนกำลังร้องลิเกเล่นกับเพื่อนๆ บังเอิญครูมงคล (แสงสว่าง)มาได้ยินเข้า จึงได้ชวนให้มาเห่เรือ ระหว่างนั้นก็ฝึกตัวเองอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เมื่อครูมงคลเรียกไปทดสอบเสียง ท่านจึงบอกให้มาอยู่ที่แผนกเห่เรือก็แล้วกัน


"พนักงานเห่ จะมีบทบาทในเรื่องของการเห่ เสียงของคนเห่ จึงอาจจะต้องมีความหวาน ส่วนการขานยาวเป็นการให้จังหวะ สุ้มเสียงจึงจำเป็นต้องดัง และออกห้าวหาญนิดๆ"




"การขานยาวก็เป็นการเห่ อย่างหนึ่ง เพื่อให้ฝีพายได้ผ่อนคลายอิริยาบถ เมื่อฝีพายเริ่มพายไม่พร้อมเพรียงกัน เริ่มไม่สวยแล้ว ผมก็จะขานยาวทีหนึ่ง อาจจะสัก 3 นาที 5 นาทีเว้นไป แล้วก็ขานใหม่ไปเรื่อยๆ เพราะคำว่า เยิ้ว! ของฝีพายที่เขารับเนี่ย เขาจะไปหยุดนิ่งอยู่ในจังหวะที่สี่….


ตรงนั้นพอเสร็จปุ๊บ ต่อไปเขาจะลงมาพร้อมกัน ทีนี้คำที่เขารับ จะเรียกว่า สร้อย เป็นการโต้ตอบระหว่างพนักงานขานยาวกับฝีพาย ลักษณะของการขานยาวเขาจะมีแบบ เยิ้ว (เสียงยาว) อะไรอย่างนี้ แล้วฝีพายเขาก็จะรับว่า เยิ้ว (เสียงสั้นๆ) ……


มันจะมี 2 อย่าง คือ กาบขวากับกาบซ้าย ….


อย่างกาบขวา ผมจะขึ้นมาว่า เยิ้ว....(เสียงยาวๆ) ฝีพายเขาก็จะรับห้วนๆ เยิ้ว!! แล้วก็ ขวา..พายสิพ่อ พายสิพ่อ พายสิพ่อ...


ถ้าเป็นทางกาบซ้าย ก็จะเป็นในลักษณะเดียวกัน แต่จะเปลี่ยนเสียงเป็น ซ้าย....พายสิพ่อ...แทน แบบนี้คือการขานยาว"




พ.จ.อ.เฉลิมเล่าต่อว่า คนที่จะเข้ามาเป็นพนักงานเห่ หรือพนักงานขานยาวก็ตาม ต้องมีพื้นฐานของการพายเรือพระราชพิธีได้ เนื่องจากจะได้รู้จังหวะ จับจังหวะให้เข้ากับทำนองได้ และต้องเป็นผู้ที่มีเสียงดี วิธีการร้องและอักขระอะไรต่างๆ ต้องชัดเจน ถูกต้อง เวลาฝึกก็ต้องฝึกกับฝีพาย เพราะเราเป็นครูฝึกของเขาด้วย คือฝึกเขาไปแล้วเราก็เห่ไปด้วย เหมือนได้ฝึกตัวเอง ฝึกให้ทำนองการเห่การพาย เขาก็รับด้วย เท่ากับเรามีลูกคู่ เป็นการฝึกฝนตัว และฝึกฝนเสียงไปในตัว


สำหรับงานครั้งแรกที่ พ.จ.อ.เฉลิม ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ ก็คือ งานฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2530 ซึ่งขณะนั้นรับหน้าที่เป็นฝีพายในเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากนั้นก็ได้มาเป็นครูฝึก จนมาได้ลงเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ในตำแหน่งพนักงานขานยาว


"ผมภูมิใจทุกครั้งที่มีกระบวน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำถวาย องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราทำด้วยความเต็มใจ ต้องยอมทำทุกอย่างอยู่แล้วครับ ยอมทุกอย่างถึงแม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากบ่น เหงื่อหยดเข้าตายังไงก็สู้ครับ ทุกคนสู้หมดใจ ภูมิใจมากครับ" พ.จ.อ.เฉลิม กล่าวอย่างปลาบปลื้ม




นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ผู้ปิดทองหลัง กาพย์เห่เรือ






“ ...วังทิพย์คือท้องทุ่ง ม่านงามรุ้งคือเขาเขิน

ร้อนหนาวในราวเนิน มาโลมไล้ต่างรสสุคนธ์

ย่างพระบาทที่ยาตรา ยาวรอบหล้าฟ้าสากล

พระเสโทที่ถั่งท้น ถ้าไหลรวมคงท่วมไทย......”



นี่คือบทหนึ่ง ในบทเห่เรือที่ นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ประทับใจและมักจะเอื้อนเอ่ยให้คนอื่นฟังเสมอ


สำหรับนาวาเอกทองย้อยแล้ว เขาเปรียบเสมือนผู้ทำหน้าที่ ปิดทองหลัง กาพย์เห่เรือ เพราะมีไม่กี่คนที่จะรู้ว่า นาวาเอกทองย้อย คือผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรืออันไพเราะงดงาม


ซึ่งเขาได้ฝากฝีไม้ลายมือ การประพันธ์กาพย์เห่เรือ มาตั้งแต่ กระบวนพยุหยาตรา(ใหญ่)ทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในปี พ.ศ.2539




สำหรับในครั้งนี้ นาวาเอกทองย้อย ได้ประพันธ์ บทเห่เรือส่วนหนึ่งขึ้นมาใหม่ และนำไปผสมผสานกับบทเห่เรือเก่า เกิดเป็น “กาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี” ที่ในวันที่ 12 มิถุนายน.นี้ กาพย์เห่เรือบทนี้จะฝากความงามของภาษาไว้ให้กับผู้ที่ได้รับฟังประทับใจไปอีกนานแสนนาน


“ส่วนใจของคนที่ชมขบวนเรือ จะมุ่งเน้นไปที่หัวใจ 4 ห้องของขบวนเรือ นั่นก็คือ ความงดงามวิจิตรของเรือแต่ละลำ ความสวยงามของรูปขบวนเรือ ท่วงท่าทำนองของฝีพาย เสียงเห่อันไพเราะเพราะพริ้ง โดยละเลยที่จะรับรู้ถึงเนื้อหา และภาษาของกาพย์เห่เรือไป ….ซึ่งผมถือว่ากาพย์เห่เรือ คือ หัวใจห้องที่ 5 ของขบวนเรือพระราชพิธี”


นาวาเอกทองย้อย ที่ปัจจุบันเป็นนายทหารนอกราชการ สังกัดกองทัพเรือ พูดถึงความสำคัญของกาพย์เห่เรือ ก่อนที่จะเท้าความถึงความเป็นมาว่า เหตุไฉนจึงมาจับงานทางด้านนี้


“สมัยเด็ก ผมคิดว่าถนัด หรือชอบในทางนี้ แต่ว่าการศึกษาของผมในสายสามัญมีน้อย เพราะเป็นคนบ้านนอก(ชาวอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี )ที่รู้เพียงแต่ว่า อ่านออกเขียนได้ ก็พอแล้ว ผมจึงเรียนจบแค่ ป.4 ทั้งๆที่อยากจะเรียนต่อ แต่ไม่มีทุน แต่เพราะความที่ชอบอ่านหนังสือ ผมจึงอ่านดะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรืออะไรที่เป็นกระดาษมีตัวหนังสือก็อ่านหมด แม้กระดาษห่อปลาทูก็ยังอ่าน……


และโดยส่วนตัวผมก็ชอบในทางกาพย์กลอน โดยเฉพาะนิราศนรินทร์ ที่แต่งเป็นโคลง 4 สุภาพ อ่านแล้วจะติดใจ ชอบมากๆ เลยไปหาสมุดเก่าๆ มาเล่มหนึ่ง แล้วก็ลอกด้วยลายมือตั้งแต่คำแรกจนถึงบทจบ เพราะไม่มีเงินจะไปซื้อหนังสือนิราศนรินทร์มาอ่าน ทั้งที่เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ราคาไม่กี่บาทเท่านั้น”


นาวาเอกทองย้อยรำลึกอดีต ก่อนที่จะเล่าต่อว่า หลังจบ ป.4 ก็ได้ไปบวชเป็นสามเณร เมื่อ พ.ศ.2504 และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แล้วสำเร็จการศึกษาจากสำนักเรียน วัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี ชั้นเปรียญธรรม 9 ประโยค ก่อนที่จะได้เทียบวุฒิ เรียนปริญญาตรี และสมัครเข้ารับราชการในกาลต่อมา


ด้วยความที่มีความรักในบทกวีไทยเป็นสายเลือด นาวาเอกทองย้อยจึงได้แต่งอะไรเรื่อยมา พอมีอายุประมาณ 18 ปี ก็ได้ส่งบทกลอนไปยังหนังสือชัยพฤกษ์ เป็นนิตยสารในเครือของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิชย์ โดยมีอาจารย์เปลื้อง ณ นคร เป็นบรรณาธิการ ก็มักได้ลงอยู่บ่อยๆ โดยบางกลอน อาจจะได้รับการแก้ไขเล็กน้อย และยังเคยได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดวรรณกรรม วรรณคดี จากมูลนิธิจอห์น เอฟ เคเนดี้ แห่งประเทศไทยมาด้วย


“หลังจากที่ได้แต่งบทกลอนอยู่เรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2538 กองทัพเรือรวมทั้งหน่วยราชการอื่น ๆ เตรียมโครงการที่จะฉลอง ปีกาญจนาภิเษก ในปี 2539 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ได้มีการประกาศให้แต่งกลอนเข้าประกวดว่า




“ขอเชิญท่านผู้มีความรู้ความสามารถ แต่งกาพย์เห่เรือประกวด เพื่อจารึกไว้ในแผ่นดิน”



ใช้คำว่า "จารึกไว้ในแผ่นดิน" ซึ่งคำๆนี้กระทบตาดีมากเลย แต่เนื่องจากผมไม่ค่อยมีเวลา เพราะขณะนั้นกำลังเรียนโรงเรียนนายทหารอาวุโส ที่มีหลักสูตรที่ค่อนข้างเข้มงวด จึงไม่ได้นึกจะแต่งกลอนส่งประกวด ทั้งๆที่ชอบในเรื่องการแต่งกาพย์กลอนอยู่แล้ว” นาวาเอกทองย้อยกล่าว


แต่ก็ดูเหมือนว่าฟ้าได้ลิขิต นาวาเอกทองย้อย ให้มาเดินในเส้นทางสายนี้


เพราะไม่นาน เขาก็ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาว่า ให้แต่งกาพย์เห่เรือเข้าประกวด ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ในระบบทหาร เมื่อมีผู้บังคับบัญชาสั่ง ก็ต้องทำ


นาวาเอกทองย้อยเลยต้องใช้เวลาบนรถไฟ ที่นั่งจากบ้านที่ราชบุรี ไปเรียนที่ศาลายา เป็นระยะเวลาไป-กลับ 4 ชั่วโมง แต่งกาพย์เห่เรือไปในตัว เขาแต่งอยู่ประมาณ 2 เดือนจึงเสร็จ และเมื่อส่งเข้าประกวด ผลที่ประกาศออกมาก็คือ นาวาเอกทองย้อยได้รับรางวัลชนะเลิศ


และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทำหน้าที่ ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือ โดยหลังจากนั้น เขาก็ได้รับหน้าที่เรื่อยมา ซึ่งในกระบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้ก็เช่นกัน


โดย “กาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี” ในครั้งนี้
นาวาเอก ทองย้อย ได้แต่งไว้ 3 บท คือ





บทที่ 1 สรรเสริญพระบารมี
ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสรรเสริญพระบารมีพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นบทเด่น


บทที่ 2 ชมเรือกระบวน
ที่กล่าวถึงความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธี


และบทที่ 3 ชมเมือง
ที่พูดถึงความงามของบ้านเมืองในยุคนี้ และความงามของแม่น้ำเจ้าพระยา



“วิธีการของผม คือ เอากาพย์เห่เรือตั้งแต่ปีกาญจนาภิเษก มาคลี่ดู ว่าของเดิมแต่งไว้อย่างไร และส่วนที่จะใช้ในปีนี้ มีบทไหนที่ยังใช้ได้ อย่างชมเรือนี่ ใช้ได้แน่นอน เพราะเป็นเรือชุดเดิม ชมบ้านชมเมืองเราก็พูดถึงวัฒนธรรมประเพณี นิสัยใจคอน้ำจิตน้ำใจของคนไทย ก็ยังใช้ได้ ส่วน สรรเสริญพระบารมี ก็ยังใช้ได้อยู่เหมือนกัน…..


แต่ต้องพูดถึง ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีด้วย อันนี้ถือว่า ถ้าจะเอาแต่ของเก่าทั้งหมดก็ไม่ใช่ แต่งใหม่ทั้งหมดก็ไม่ใช่ เพราะว่าเรามีการตัดออก เสริมแต่งเข้าไปใหม่ จนกระทั่งเหมาะสำหรับใช้งานในปีนี้…..


ทุกครั้งที่ผมแต่งผลงานเสร็จแล้ว ผมจะไป “บ่ม” ผลงานอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งก็คือการปล่อยงานทิ้งไว้โดยไม่สนใจเลย เพื่อให้เราลืม ก่อนที่จะลงมือขัดเกลาแก้ไขอีกทีหลังจากนั้น”


“การแต่งกลอนของผม จะมีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 ส่วน คือ ฉันทลักษณ์ หลักภาษา และจินตนาการ โดยนำเอาฉันทลักษณ์กับหลักภาษามารังสรรค์ขึ้น ให้เกิดเป็นจินตนาการอย่างมีอรรถรส ซึ่งหากแต่งแบบไม่มีจินตนาการ งานมันจะออกมาทื่อๆ ไม่กินใจ และผมได้นำหลักนี้มาแต่งบทสรรเสริญพระบารมี แล้วดูว่า ถ้าเราจะสรรเสริญในหลวงของเรา ซึ่งหากผมคัดเอาโครงการในพระราชดำริมาเล่า จากท่าวาสุกรีไปจนถึงวัดอรุณฯ เล่าแค่โครงการเดียวก็หมดเวลาแล้ว ส่วนอีกร้อยพันโครงการก็ไม่ได้พูดถึง


ฉะนั้นผมจึงไม่สามารถเอารายละเอียดโครงการมาเล่าได้หมด จึงเลือกใช้วิธีการเล่าในเชิงจินตนาการ


ผมเลยแต่งว่า “คือแสงทิพย์ที่ส่องไทย คือสายใยแห่งทวยสยาม ยิ่งยาววันยิ่งแวววาว ยิ่งยาวยามยิ่งร่มเย็น”




“แรงบันดาลใจที่ฝังใจมา ตั้งแต่สมัยบวชเป็นพระก็สำคัญ เพราะหลังจากที่สอบเปรียญธรรม 6 ประโยคได้ ผมต้องเข้าไปรับพระราชทานประกาศนียบัตรพัดยศ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่วังไกลกังวล สมัยนั้นคนไปหัวหิน ในความรู้สึกของคนทั่วไป เขาคิดว่าไปเที่ยว ไปสูดโอโซน ไปนั่งกระดิกขาจิบเบียร์ริมทะเล สบาย…..


แต่วันที่เราไปรับพระราชทานประกาศนียบัตรพัดยศ สองพระหัตถ์ที่ยื่นผ้าไตร ส่งประเคนมาให้เรา ดูที่หลังพระหัตถ์นั้นเห็นเส้นเอ็นขึ้นชัดเจน ซึ่งเห็นชัดว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักมาก…..


ผมจึงอยากขอบอกว่า ในหลวงไม่ได้ไปเที่ยวหรอกนะ ท่านไปทำงาน ท่านทำงานมานานหลายสิบปีแล้ว มาจนบัดนี้ 60 ปีที่ท่านครองราชย์ ท่านก็ยังทรงงานหนักเหมือนเดิม และนี่ก็คือแรงบันดาลใจที่ฝังติดตัวมาโดยตลอด”


“การได้แต่งกาพย์เห่เรือในครั้งนี้ มันเป็นเกียรติยศอย่างสูง ซึ่งผมรู้สึกว่ามันอิ่ม เราได้ยินเขาซ้อม เขาเห่ แล้วก็มีผู้มีเกียรติ มียศ มีผู้หลักผู้ใหญ่ไปดู ผมดีใจมาก ส่วนผมจะไปซุ่มเงียบๆ อยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ต้องมาสนใจผม ไม่ต้องมาเชิญผมไป ผมชอบอยู่เงียบๆ ชอบกินโอเลี้ยงอยู่ที่มุมโต๊ะมืดๆ แล้วก็ดูการร้องกาพย์เห่เรือ ที่ผมแต่งถวายแด่ในหลวง เท่านี้ผมมีความสุขแล้ว”




“กาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี”

บทที่ 1

สรรเสริญพระบารมี






ยอกรเหนือเกศก้ม กราบยุคล

แทบบาทองค์ภูมิพล ผ่านฟ้า

หกสิบวัสสานุสนธิ์ เสวยราชย์

เชิญเทพอวยชเยศหล้า โลกพร้องพรถวาย





ยอกรขึ้นเหนือเกศ กราบบทเรศองค์ภูมิพล

หกสิบวัสสาดล เป็นมงคลครองแผ่นดิน

เดชะพระบารมี เจริญศรีจำเริญสิน

เย็นจิตอยู่อาจิณ ทุกธานินทร์เทิดพระนาม

คือแสงทิพย์ที่ส่องไทย คือสายใยแห่งทวยสยาม

ยิ่งยาววันยิ่งแวววาม ยิ่งยาวยามยิ่งร่มเย็น

หัตถ์ทิพย์แห่งท่านไท้ กำจัดไข้กำจัดเข็ญ

ถอนทุกข์ขุกลำเค็ญ เย็นทั่วหน้ามาทุกฉนำ

แผ่นดินที่ทรงครอง แผ่นดินทองแผ่นดินธรรม

คราวเข็ญเข้าครอบงำ ทรงดับเข็ญทุกคราวครัน

เหน็ดเหนื่อยนั้นหนักนัก ทรงงานหนักอเนกอนันต์

วันพักเพียงสักวัน ก็แสนน้อยดูนานเกิน




วังทิพย์คือท้องทุ่ง ม่านงานรุ้งคือเขาเขิน

ร้อนหนาวในราวเนิน มาโลมไล้ต่างรสสุคนธ์

ย่างพระบาทที่ยาตรา ยาวรอบหล้าฟ้าสกล

พระเสโทที่ถั่งท้น ถ้าไหลรวมคงท่วมไทย

ทรงธรรมโดย“ทรงทำ” พระทรงนำอเนกนัย

ยึดรอยยุคลไคล ย่อมคว้าชัยให้โลกชม

ยามภัยพิบัติเบียน จำจนเจียนจวนจ่อมจม

ทรงเสกชีวิตตรม ให้กลับฟื้นขึ้นยืนตน

ถิ่นโหยระหายหิว ที่เหือดแห้งทุกแห่งหน

ย่อมชื้นด้วยหยาดชล ที่ทรงชุบให้ฉ่ำทรวง

คือธารเมตตาธรรม อันลึกล้ำทะเลหลวง

เอิบอาบกำซาบปวง ทุกลมปราณด้วยปรานี




แผ่ผายข่ายการุณย์ เบิกบัวบุญพระบารมี

คุ้มครองป้องธาตรี ให้บานชื่นรื่นเริงชนม์

ทศธรรมล้ำสถิต ทศทิศไร้ทุกข์ทน

พระเดชอดุลย์ดล ทั้งสากลจึงเกริกไกร

ข้าเจ้าเหล่านาวิน ข้าแผ่นดินสำนึกใน

น้อมธรรมที่นำไทย ถวายชัยธิราชา

ศีลสัตย์คือสายสร้อย บรรจงร้อยแทนมาลา

บุญผองบำเพ็ญมา น้อมบูชาเป็นราชพลี

เดชะพระไตรรัตน์ พระปรมัตถบารมี

เทวาทุกราศี อัญเชิญช่วยอวยชัยถวาย

ขอจงทรงพระเจริญ พระชนม์เกินร้อยปีปลาย

อาพาธพินาศหาย ภัยพาลพ่ายพระภูมิพล

จงพระเสวยสวัสดิ์ พูนพิพัฒน์ผองศุภผล

พระหฤทัยไกลกังวล ทุกทิพาราตรีกาล

พระประสงค์ทุกสิ่งเสร็จ แม้สรรเพชญพระโพธิญาณ

ดำรงรัชย์ชัชวาล ดั่งเวียงสวรรค์นิรันดร์เทอญ.




บทที่ 2

ชมเรือกระบวน






ลอยลำงามสง่าแม้น มณีสวรรค์

หยาดโพยมเพียงหยัน ยั่วฟ้า

สายชลชุ่มฉ่ำฉัน เฉกทิพย์ ธารฤๅ

ไหลหลั่งโลมแหล่งหล้า หล่อเลี้ยงแรงเกษม




เรือเอยเรือพระที่นั่ง พิศสะพรั่งกลางสายชล

ลอบลำงามสง่ายล หยาดจากฟ้ามาโลมดิน

สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

นารายณ์ทรงสุบรรณบิน ลินลาศฟ้าอ่าอวดองค์

อนันตนาคราช งามผุดผาดวาดแวววง

อเนกชาติภุชงค์ ลงเล่นน้ำงามเลิศลอย




กระบี่ศรีสง่า งามท่วงท่าไม่ท้อถอย

เรือครุฑไม่หยุดคอย ยุดนาคคล้อยลอยเมฆินทร์

อสุรวายุภักษ์ ศักดิ์ศรีคู่อสุรปักษิน

พายยกเพียงนกบิน ผินสู่ฟ้าร่าเริงบน

เรือแซงแข่งเรือดั้ง พร้อมสะพรั่งกลางสาบชล

เรือชัยไฉไลล้น ยลเรือกิ่งพริ้งเพราตา

ยักษ์ลิงกลิ้งกลอกกาย แลลวดลายล้วนเลขา

รูปสัตว์หยัดกายา พาโผนเผ่นเป็นทิวแถว




เรือน้อยลอยน้ำไหล ล้อมเรือใหญ่ไหววับแวว

พร่างพราวราวเพชรแพรว พายพลิ้วกวักพรักพร้อมพาย

งามริ้วทิวทางแถว ธงเพริศแพร้วแผ่วปลิวปลาย

งามเรือเหลือลวดลาย คล้ายเทพทิพย์หยิบลายผจง

อาภรณ์ผ้าแพรพรรณ สวยสีสันสวมทรวดทรง

พลพายพายเรือลง ทิวธงถ้วนล้วนเฉิดฉัน

เสนาะศัพท์ขับเพลงเห่ เสียงเสน่ห์น้ำสนั่น

เพลงทิพย์ไป่เทียมทัน กลั่นจากทรวงปวงนาวี

ศิลปกรรมล้ำเลิศเหลือ ลวดลายเรือล้วนโสภี

ท่อนไม้ไร้ชีวี มีชีวิตคิดเหมือนเป็น

นาวาสถาปัตย์ ช่างเชี่ยวชัดชาญเชิงเช่น

ยิ่งยลยิ่งเยือกเย็น เห็นสายศิลป์วิญญาณไทย

สมบูรณ์สมบัติชาติ ควรประกาศเกียรติเกริกไกร

ฝีมือลือเลิศใคร ไม่เทียบเทียมเยี่ยมนิยม

ควรสืบควรรักษา ควรคู่ค่าควรเมืองสม

ควรเชิดควรชื่นชม ควรภูมิใจไทยทั้งมวล

แม้นสิ้นจากถิ่นไทย ห่อนเห็นใครมาคู่ควร

แบบบทหมดกระบวน ล้วนเลิศแล้วแพรวพริ้งพราย

ขวัญเอยเป็นขวัญเนตร ศิลป์พิเศษยังสืบสาย

ลูกหลานวานอย่าวาย อย่าดูดายศรีแผ่นดิน

ฝากโลกให้รู้จัก ฝากศรีศักดิ์วิญญาณศิลป์

ฝากชื่อลือธรณินทร์ ฝากศิลป์ซับไว้กับทรวง

เห่เอยเห่เรือสวรรค์ เพลงคนธรรพ์ลั่นลือสรวง

ฝากหาวเดือนดาวดวง อย่าลับล่วงอยู่นิรันดร์เทอญ.







บทที่ 3

ชมเมือง



สยามเอยอุโฆษครื้น คุณขจร

สุขสถิตสถาพร ผ่านฟ้า

ไตรรงค์ลิ่วลมสลอน อวดโลก

ตราบเมื่อนี้เมื่อหน้า เมื่อโน้นนิรันดร์เกษม





สยามเอย สยามรัฐ งามร่มฉัตรทัดเทียมโพยม

กิตติศัพท์ขับประโคม โครมครืนครั่นลั่นหล้าคง

สุโขทัยไกลสุด ถึงอยุธยายง

ธนบุรีลอยฟ้าลง ทรงศักดิ์ฟื้นคืนคุณขจร

รัตนโกสินทร์ศิลป์ สืบระบินอันบวร

แม่นแม้นแดนอมร ถอนจากฟ้ามาเมืองดิน

เจ้าเอย เจ้าพระยา ถั่งธารามาเรื่อยริน

ทวยไทยได้อาบกิน ลินลาศลุ่มขุมกำลัง

งามเอย งามระยับ แวววาววับวัดเวียงวัง

ย่ำค่ำย่ำระฆัง วังเวงหวานซ่านซึ้งเสียง

เจดีย์ศรีสูงเหยียด เสียดยอดท้าฟ้ารายเรียง

ปรางค์ยอดทอดเงาเคียง เลี้ยงตาเมืองเรื้องเรืองรมย์

พืชพันธุ์ธัญญาผล เลี้ยงชีพชนดลอุดม

นาสวนชวนชื่นชม ร่มรื่นรมย์ร่มพฤกษ์ไพร

เจ้าเอย เจ้าพระยา ถั่งธารามานานไกล

เอิบอาบกำซาบใจ หล่อเลี้ยงไทยแผ่นดินทอง

รวงทองเหลืองท้องทุ่ง แดดทอรุ้งเหนือเขื่อนคลอง

ข้าวปลามาเนืองนอง เรือขึ้นล่องล้วนเริงแรง

วัดวาทุกอาวาส พุทธศาสน์ธรรมทอแสง

น้ำใจจึงไหลแรง ไม่เคยแล้งจากใจไทย

พิสุทธิ์พุทธศาสน์ ธรรมประกาศมานานไกล

ถึงถิ่นแผ่นดินไทย ประจักษ์ใจว่าสัจจริง

ทรงภพอุปถัมภก ทรงยอยกเป็นยอดยิ่ง

เผ่าไทยได้พักพิง จึงผุดผ่องผองภัยพาล

ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ เฉกร่มฉัตรรุ่งเรืองฉาน

เป็นถิ่นแห่งศีลทาน ทุกหย่อมย่านจึงร่มเย็น

ดินแดนแห่งกาสาว์ คือสมญาโลกย่อมเห็น

ศีลธรรมที่บำเพ็ญ ช่วยดับเข็ญทุกคราวครัน

บัวบุญจึงเบ่งบาน อยู่กลางธารหทัยธรรม์

รอยยิ้มย่อมยืนยัน ถึงน้ำใจและไมตรี

นบไหว้พระไตรรัตน์ บำรุงศาสน์บำรุงศรี

วิหารลานเจดีย์ ล้วนรุ่งโรจน์โบสถ์ศาลา

พระแก้วอยู่เหนือเกล้า ทุกค่ำเช้าเฝ้าบูชา

ศีลทานสานศรัทธา เปรมปรีดาด้วยความดี

ราชันขวัญสยาม ปิ่นเพชรงามปักธานี

ร่มพระบารมี ศรีไผทฉัตรชัยชน

ไตรรงค์ธงชัยโชค ลอยอวดโลกโบกลมบน

ขวัญฟ้าขวัญตายล ล้นเลิศหลักศักดิ์ศรีสยาม

เมื่อนี้ตราบเมื่อหน้า คงคู่หล้ากล้าเกียรติงาม

ใครบุกรุกเขตคาม ตามหาญหักรักษ์แผ่นดิน

ฟ้าเอย ฟ้าสยาม งามกว่าฟ้าทุกธานินทร์

เพลงสยามทุกยามยิน วิญญาณปลื้มดื่มด่ำใจ


ห้ารอบเสวยราชย์ ประชาชาติถวายชัย

ร้อยรักภักดีไท้ เทิดทูนไว้จักรีวงศ์

เทพไทถวายทิพย์ พระเลิศลิบลุประสงค์

เกษมสุขทุกพระองค์ ขอจงทรงพระเจริญเทอญ.




นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย : ผู้ประพันธ์







โดย yyswim




Create Date : 07 มิถุนายน 2549
Last Update : 7 มิถุนายน 2549 17:53:53 น. 45 comments
Counter : 2527 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ สมบูรณ์มากเลยค่ะ บทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับคนอีกไม่น้อย ที่ต้องการได้ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่นี้

หมายเหตุนิดนึงนะคะ
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปกับขบวนเรือด้วยในครั้งนี้ จึงไม่เรียกว่า "ขบวนพยุหยาตราชลมารค" ให้เรียกว่า "ขบวนเรือพระราชพิธี" เฉยๆ ค่ะ


โดย: ริมยมนา วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:17:29:59 น.  

 
พระราชพิธีแบบนี้ ควรแก่การจัดขึ้นเพื่อนพระมหากษัตริย์ เท่านั้น

หาใช่ จัดขึ้นเพื่อเอาใจแขกบ้านแขกเมือง อันไม่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ แต่ก็ยังมีคนที่มีอำนาจ จัดขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ แขกบ้านแขกเมืองชื่นชม ผู้นำได้หน้า
....
บางทีอาถรรพ์ก็มีจริง บ้านเมืองเลยวิปริต ไปแบบนี้งัย


ครั้งนี้ มีพระราชพิธีเห่เรืออีกครั้ง น่าชื่นชมยินดี ที่เป็นไปเพื่องานสมโภชโดยแท้



ข้อความจุลบได้ ถ้าเห็นว่าไม่ควร แต่จุ คิดแบบนี้ค่ะ


โดย: กระจ้อน วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:17:52:07 น.  

 

คุณริมยมนา……โชคดีต่อผมครับ ที่มีคุณช่วยกรุณาแนะนำ คำที่ถูกต้องให้

เพราะคำเดิม ผมเขียนว่าขบวนพยุหยาตราชลมารค และเปลี่ยนเป็นคำที่ถูกต้องเป็น ขบวนเรือพระราชพิธี ตามที่คุณแนะนำแล้ว

ไม่งั้นผมหน้าแตก แน่…..ขอขอบคุณ ขอขอบคุณครับคุณริมยมนา


คุณจุ……โอยยยย ใครจะกล้าไปลบคอมเมนต์ของเพื่อนได้

คิดแตกต่าง มองต่างมุม มีเหตุผลแบบนี้ จขบ.ชอบครับ

โชคดีครับที่วันนี้ ผมไม่ไปว่ายน้ำ คือเมฆฝนมันครึ้มอยู่บนหัว ไปก็ไปออกกำลังกายแบบไม่ค่อยสนุก ก็เลยนั่งตอบเมนต์ซะเลย

กินข้าวเย็นกะอะไรครับ?
ยอดข้าว เหอ เหอ เหอ
งั้น กินกับข้าวด้วยซิ ….รักษาสุขภาพน๊า



โดย: yyswim วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:18:18:29 น.  

 
หุหุ แต่จุชอบมากถ้าฝนตก แล้วไปว่ายน้ำในสระ เหมือนปลาพะยูนเกยตื้น เนื่องจากคนน้อย 5555


ช่วงนี้จุถือศิลค่ะ ยังไม่กินยอดข้าวช่วงนี้


โดย: กระจ้อน วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:19:13:01 น.  

 
ไม่มีโอกาสได้ไปดูซักทีเลยค่ะ และก็ไม่รู้ว่าปีไหนจะได้ไป

ถ้าคุณได้ไปดูเผื่อเราด้วยนะคะ เก็บภาพมาฝากคนไกลได้ยิ่งดีเลยค่ะ


โดย: Malee30 วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:22:54:19 น.  

 
เดือนดาวดูดาดาษ...........นภา
เท่าทวยราษฎร์ประชา....นับล้าน
มีจักรวาลนั่นหนา...........โอบกอด
เปนพระภูวดลท่าน........ท้าวไททรงเจริญ


โดย: ดนย์ วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:23:04:09 น.  

 
ชอบบทความนี้ค่ะ

ได้ความรู้ดีมากๆ



โดย: พีช IP: 58.8.168.130 วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:23:17:40 น.  

 
เป็นประโยชน์มาก ๆ ครับ
ผมอยากทำบล็ฮกแนวนี้มั่งจัง
แต่ลองหลายครั้งแล้วก็ทำไม่ได้

เฮ้อ สงสารตัวเองจังครับ


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:0:51:48 น.  

 
ขอบคุณครับ
ได้ทั้งความรู้ และความประทับใจ...
เป็นบุญจริงๆที่เกิดเป็นคนไทย


โดย: แร้ไฟ วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:1:28:30 น.  

 
ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย
แต่เสียใจที่คนไทยไม่สามัคคีกัน
คิดแต่จะให้ร้ายกัน
ประชุม APEC รัฐบาลขอพระราชทานฯ ไม่ได้ใช้อำนาจอย่างที่เข้าใจ (ทำดีกลับกลายเป็นชั่วร้ายในพริบตา)
ผู้นำประเทศและชาวโลกได้รู้จักประเทศไทยมากชึ้น(นอกจากพัทยา)

ไปตากฝนดูตอนซ้อม ประทับใจและซาบซึ้งมาก ไม่รู้ว่าน้ำฝนหรือน้ำตามันปนกันจนทำให้ไม่รู้สึกเขินเลย
วันจริงจะดูอีกครั้ง ไปด้วยกันนะครับ


โดย: U2 IP: 61.90.184.202 วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:10:35:49 น.  

 
เป็นความรู้มากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่นำมาให้อ่านกัน


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:10:53:03 น.  

 

คุณจุ……คนถือศีลในช่วง ในหลวงครองราชย์ครบ60ปี ถือว่าทำถวายเป็นพระราชกุศลน่ะครับ

ช่วงนี้ เพื่อนผมก็กำลังบวชอยู่ที่วัดเบญจมบพิตร บวชไม่นานหรอก ทางแบ๊งค์ที่ทำงานของเพื่อน รับภาระดำเนินการให้ทั้งหมด เพื่อนผมไม่ต้องจ่ายเลย ขนาดผมอยากทำบุญ เพื่อนผมยังบอกว่าไม่ต้อง

ตอนนี้ก็เลยยังไม่ได้ทำบุญสักบาทเดียว เออ บวชช่วงนี้ ช่างดีพร้อมไปหมด

เอ คุณจุ …..แต่การดูบอลรอบดึก เขาต้องรินแก้วกันไม่ใช่เหรอ? โฮะโฮะ


คุณน้ำฝน……ผมเพิ่งไปดูมาครับ ดูวันซ้อมครับ
กลับมาก็มานำเสนอเรื่องนี้ในBlog แหละครับ

ในวันพระราชพิธีจริงๆ พวกเราจะไปดูกันได้ยาก ต้องเส้นใหญ่จริงๆครับ เพราะสถานที่ให้นั่งดู มีจำนวนจำกัด

เรื่องรูปภาพ ผมก็หวังอย่างคุณน้ำฝน คือ เดี๋ยวพวกช่างภาพที่มีฝีมือดีในพันติ๊บ คงจะเข้ามาโพสต์ พวกหนังสือพิมพ์เขาก็นำมาโพสต์ในเวปของหนังสือพิมพ์ครับ

พวกเรารอเซฟเก็บไว้ คงจะดีกว่าไปถ่ายเอง




โดย: yyswim วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:11:16:18 น.  

 

ดนย์…….ขอบคุณที่มามอบกลอนไพเราะให้ในBlogผม
คงจะแต่งเองมังครับ


น้องพีช……เห็นเมนต์ของน้องพีชแล้วชื่นใจ

ถ้าอยากจะฝากรูปที่น้องเธียรถ่ายไว้ ลงในBlogนี้

เด๋ว น้องพีชส่งมาให้ทางเมล์ของพี่ แล้วพี่จะรีบนำลงเผยแพร่ให้ทันที เอามั๊ย?
รูปสวยๆ นำมาเผยแพร่กันเถอะ



โดย: yyswim วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:11:17:38 น.  

 

ดำฮา……Blog เขียนแนวนี้ ทำได้นะครับ ทำได้ไม่ยากด้วย เพียงแต่ขยันมองหาข้อมูล และมองหารูปภาพจากหลายๆที่ แต่นายก็ถ่ายเองได้สวย(หากมีเวลา)

ผมเอง ยังถ่ายไม่เป็นเลย กล้องก็เก่าโกโรโกโสมาก เลยต้องเซิร์สหารูปอยู่เรื่อยๆ


แร้……ขอบคุณที่เข้ามาช่วยอ่านครับ



โดย: yyswim วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:11:19:18 น.  

 

U2……เออ สงสัยจะไปดูวันที่6 วันเดียวกัน วันฝนตกพอดี ข้านั่งดูแถวศิริราช ในร้านแบลค แคนยอน

วันนั้น ในร้านคนเต็ม ต้องจองล่วงหน้าจึงจะเข้าได้ อาหารในร้านขายเป็นเซ็ท คิดว่าน่าจะแพง อาจจะหลักพันบาทต่อคน (พอดี ไม่ได้จ่ายเงิน) เพราะทางร้านจัดอาหารดีดีให้กินทั้งนั้น กาแฟเย็น ชาดำเย็น ก็เสริฟให้ไม่อั้น มีเติมตลอด ชอบอาหารผัดกระเพราปลาแซลมอน กับต้มยำกุ้ง รสแรงถูกปากดี

ดูจบ ทางร้านมีแจกชีทข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีในครั้งนี้(ชีทนี้ พิมพ์ 4สี) พร้อมกับแจกพัดกระดาษ แก่ทุกคน ข้าได้พัดรูปเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ(พิมพ์สวยมาก) น้องสาวได้เป็นรูปเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ลองถามผู้จัดการร้านว่า พัดอันละเท่าไหร่ ที่ไปซื้อมาแจกลูกค้า เขาบอกประมาณอันละ 40บาท
แบบนี้แสดงว่าทางร้านเตรียมการเพื่องานนี้มาเป็นอย่างดี

กลับมาถึงบ้าน ข้าจึงได้ไอเดียค้นเรื่อง เห่เรือพระราชพิธี (ที่จริงตอนแรกกะว่าจะนำเรื่อง องคมนตรี มาลงในBlog ในช่วงเวลานี้)

เออ พักหลัง ข้าเจ็บหลังและร้าวไปที่ขาทั้งสองว่ะ เจ็บทั้งยามนั่ง ยืน และยามนอน ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร? เจ็บไปถึงปลายเส้นประสาทเลย

ก็ไม่แน่ ข้าอาจจะหยุดเขียนBlog ในหลายเดือนหน้าก็ได้


คุณอินทรีทองคำ……คนไปนิวยอร์ค เข้ามาช่วยอ่าน
ขอบคุณนะครับ




โดย: yyswim วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:11:23:31 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ค่ะ จะติดตามถ่ายทอดสดทางทีวีค่ะ


โดย: erina วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:13:06:16 น.  

 
บทความมีคุณค่าอย่างสูงเลยค่ะ

น้ำฟังบางส่วนจากทางโทรทัศน์ ไพเราะมาก
วันนี้ได้อ่านที่คุณสินเขียน จึงได้ทราบเพิ่มเติมว่า
กาพย์อ่านยากมาก ถ้าไม่ชำนาญจริงจริง คงแย่ค่ะ

ขอเก็บไว้เป็นทีระลึกนะคะ


โดย: mda IP: 203.159.0.14 วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:14:52:21 น.  

 
ชอบมากๆ ครับบล๊อกวันนี้ นั่งอ่านละเอียดเลย

วันจันทร์ผมคงดูถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านอะครับ
อาจจะไม่ได้อารมณ์เท่าของจริง แต่ก็รู้สึกปลื้มและเป็นบุญที่ได้ดู

บทกาพย์เห่เรือใช้ถ้อยคำงดงามมากๆ เลยนะครับ ผู้ประพันธ์เป็นอัจฉริยะจริงๆ
นับวันตั้งตารอดูปรากฏการ์สำคัญครั้งนี้เลยครับผม


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:15:18:17 น.  

 
ขอบคุณครับ ได้ความรู้เรื่องนี้อีกเยอะเลย
เคยคิดแว๊บ ๆ เหมือนคุณกระจ้อนเหมือนกันครับ ว่าพระราชพิธีอยู่ ๆ มาจัดแสดงให้แขกเมืองชมเฉย ๆ มันยังไง ๆ อยู่ แต่พอมาคิดว่า ตูเองก็ยังอยากดูเลยนี่นา แถมเป็นพระราชพิธีที่หาชมได้ยาก เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมใจของชาวไทยทั้งประเทศ ก็เลยได้แต่ดูด้วยความชื่นชมและยินดีในความเป็นไทยของเรา

ผมคงทำงานตามที่คุณ yyswim สงสัยนะครับ


โดย: 90210 วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:15:30:04 น.  

 
เพิ่งกลับมาค่ะคุณสิน เข้าบล้อกคุณก่อนใครเลย เพราะคิดว่าต้องได้อ่านเรื่องที่ถูกใจ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะเรื่องเรือเรื่องน้ำนี่ชอบมาก แล้วคุณสินก็หาข้อมูลได้ละเอียดเหลือเกิน
เป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจมากที่ไทยเรามีมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ควรร่วมกันรักษาไว้ น่าชื่นชมคนเห่เรือคนใหม่ด้วยค่ะ ตอนดูจากทีวี ยังคิดว่า เอ..เสียงเห่เรือทำไมไม่เหมือนคนเก่า เลยได้รู้เรื่องราวละเอียดในวันนี้ บทเห่เรือฉลองสิริราชสมบัตินี่ชอบมาก งดงามทุกถ้อยคำ น่าประทับใจ คุณสินเก่งและขยันมากค่ะที่หาข้อมูลดี ๆ มาให้เพื่อน ๆ ขอบคุณค่ะ
แต่ว่าเป็นห่วงสุขภาพคุณสินจัง ยังไงพักผ่อนบ้างนะคะ


โดย: ซออู้ วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:21:16:23 น.  

 
คุณสินคะ เห็นมีสาวสวยรออยู่หลังไมค์ค่ะ อิ...อิ...


โดย: ซออู้ วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:21:26:26 น.  

 


โดย: โสมรัศมี วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:21:34:51 น.  

 
พี่สินเขียนเรื่องได้ละเอียด ดีมากครับ ผมชอบอ่านเรื่องของพี่ทุกเรื่อง


โดย: basbas วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:0:18:52 น.  

 
อ่านข้อมูลของท่าน สิน มาเรื่อยๆ ในใจก็นึกว่า เท่าที่จำได้ ว่าเรารู้สึกว่าจะเคยมีพิธีเห่เรือ มา 2 ครั้ง (หรือว่า 3 ครั้ง) ครั้งแรกก็เมื่อ สมโภชกรุง... เมื่อเกือบๆ 30 กว่าปีก่อน ครั้งนั้นยังเด็กพ่อกับแพขึ้นมาดูถึง กทม.กันเลย ยังมีคนบอกให้ได้ยินเลยว่า พิธีแบบนี้หาดูได้ยาก ไม่ใช่จะมีให้ดูกันได้ง่ายๆ พยายามนึกอยู่ว่า ครั้งที่ 2 นี่มันไม่นานมาเองนี่ เนื่องในโอกาสอะไรน๊า พอมาอ่านเม้นต์ที่ 2 ของกระจ่อน เลยนึกออกเลย แถมด้วยความที่ไม่ค่อยชอบบุคคลที่มีเหลี่ยมๆ ท่านนั้นอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย เลยอดคิดไปตามเม้นต์นั้นไม่ได้ ... แต่อยากจะรู้ว่า เมื่อตอนเห่เรือ ล่าสุดที่ผ่านมา (เห่โชว์แขกบ้านแขกเมือง) เค้าได้มีการแต่ง กาพย์เห่เรือ ด้วยไหมครับ? แค่อยากรู้เอาเป็นข้อมูลใส่สมองอันน้อยนิดน่ะครับ

เคยดู tV เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้ข้อมูลมาว่า จริงๆแล้ว การฉลองครบรอบการฉลองสิริราชสมบัติ ตามสากลแล้ว เค้าจะจัดกันทุก 25 ปี (เข้าใจว่าน่าจะใช้หลัก ควอเตอร์ คือ 25-50-75-100) ซึ่งทาง รัฐบาลเห็นว่าอีก 15 ปี ยังมีเวลาอีกนานไป ก็เลยได้จัดขึ้นมาก่อน ถ้าเช่นนั้นเมื่อตอน ครบรอบการฉลองสิริราชสมบัติ 50 ปี ได้มีพิธีเห่เรือ ไหมครับ? ผมพยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออก ถ้ามีก็แสดงว่า ผมได้มีโอกาสดูพิธีเห่เรือนี้ ถึง 3 ครั้งแล้ว (แต่ดูจริงๆ แค่ครั้งแรกเท่านั้น)

ปล. ที่ถามผมว่าผมเรียนทาง survey มาจากแถวไหน ก็ขอตอบว่า ผมจบ ปวช. ช่างสำรวจ (รุ่นที่2) จาก วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ตรง ซ.ระนอง2 หรือที่ใครๆเรียกกันว่า ก่อสร้างดุสิต(กสด) มาครับ พอ ปวส. ผมก็ข้ามแผนกมาเรียน โยธา (ภาคบ่าย) ที่เดิม จบปวส. ทำงานพักหนึ่งก็เรียน การจัดการ.. ที่พระนางเรือล่ม

ตอนนี้ก็เริ่มงานที่ใหม่เรียบร้อยแล้ว ดีว่าเป็นงานที่ถนัด (แต่ไม่ใช่งานที่ชอบ) เลยปรับตัวแค่แป๊บเดียว ครับ ถ้าเป็นแถวบ้านผมเค้าเรียกว่า แค่นี้ของหมูๆครับ

ปล. 2 ขอบคุณสำหรับการเป็นห่วงและคำแนะนำครับ หยุดหลายวันไม่ไปเที่ยวไหนเหรอครับ ของผมปิดตั้งแต่วันนี้โน่นแหละ เปิดอีกทีก็วัน พุธ


โดย: merf1970 IP: 124.120.4.140 วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:8:29:06 น.  

 


โดย: Tahannam วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:9:59:17 น.  

 


ถึงจะเลียนแบบทหารน้ำ แต่ผมก็รักในหลวงจริง ๆ นะ


โดย: นายนพ (i_am_np ) วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:18:57:19 น.  

 
ขอบคุณครับ ยังไม่ได้มีโอกาสดูซ้อมเห่เรือเลยสักรอบ คงได้ดูจากการถ่ายทอดสดเป็นแน่ครับ


โดย: ตงเหลงฉ่า วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:20:29:40 น.  

 
ขอบคุณคุณสินค่ะที่ให้ข้อมูลเรื่องงานวันที่ 9 - 11 มิ.ย.
แต่คงไม่ได้เข้า กทม.แล้ว เพราะเมื่อวานต้องแต่งชุดขาวไปร่วมพิธีกับเขา เลิกสองทุ่มครึ่งแล้ว
เขียนเรื่องใหม่เสร็จ เยอรมันก็มาหาถึงบ้าน ต้องเชียร์สุดใจ เลยไม่เดินทางไปไหน
วันนี้ซ้อมเท้าค่ะ พรุ่งนี้จะไปร่วมขี่จักรยานเฉลิมพระเกียรติกับคณะของผู้ว่าฯ
ถ้าคุณสินสุขภาพดีขึ้นแล้ว ฝากคุณสินไปดูคนตรีไทยเพราะ ๆ และพลุสวย ๆ ให้ด้วยไดไหมคะ ซออู้จะรออ่านในบล้อกค่ะ
ขอบคุณคุณสินล่วงหน้า


โดย: ซออู้ วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:8:34:35 น.  

 
ปีนี้ผมคงจะชมพิธืผ่านทางโทรทัศน์เพราะปัญหาสุขภาพกำลังกำเริบ น่าเสียดายช่วงเวลาอันเป็นมงคลเช่นนี้จริงๆ

ยังไงก็ขอบคุณคุณสินมากๆนะครับที่เอาข้อมูลดีๆเช่นนี้มาให้ได้อ่าน อ่านแล้วก็ปลื้มใจแทนคุณทหารที่ท่านได้ทำหน้าที่ตรงนั้น


โดย: นายเบียร์ วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:11:12:13 น.  

 

คุณerina……..ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับ

วันที่12มิถุนายน 2549 ซึ่งเป็นวันจริง ผมก็นั่งรอดูถ่ายทอดเช่นเดียวกับคุณ


คุณMDA……ชื่อ น้ำ เหรอ? เพิ่งจะทราบ

กาพย์เห่ ไพเราะจริงๆด้วยครับ ผมไปฟังเสียงเห่มาแล้วเมื่อวันซ้อมใหญ่
ทั้งคนแต่ง ทั้งคนเห่ เก่งมาก



โดย: yyswim วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:18:35:23 น.  

 

พลอั้น……..ใจตรงกันเลยพลอั้น จะคอยชมถ่ายทอดสดที่บ้าน เหมือนกัน


90210…….ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน

ขบวนเรือในพระราชพิธี คนไทยทุกคนชื่นชม เพราะนานๆจึงจะได้ดู…เช่นเดียวกับพระราชอาคันตุกะได้ดู เพียงแต่คนไทยได้ดูถ่ายทอดสด เพราะที่นั่งมีจำกัด

เออ แต่นายถ่ายรูปเก่งมาก น่าจะเป็นข้อยกเว้น ได้เข้าไปถ่ายรูป



โดย: yyswim วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:18:39:31 น.  

 


คุณซออู้…….ผมอ่านเมนต์ของคุณทั้ง 3 เมนต์แล้ว ขอขอบคุณครับ

ผมไม่ค่อยเก่งเรื่องดนตรีหรือเรื่องเพลงหรอก สู้คุณไม่ได้ ยิ่งถ้าต้องไปเบียดดูกับคนอื่น คงจะไม่ไปดู หากมีถ่ายทอดก็คงจะดีนะครับ แต่คิดว่างานนี้ไม่มีถ่ายทอด เรื่องนี้ ผมจึงแน่ใจว่า ไม่ได้เขียน

เมื่อคืน ผมก็นอนดึก เข้านอนตีสี่ ดูทั้งคู่เยอรมัน และคู่โปแลนด์
คืนนี้ ก็ดูอีก คู่อังกฤษซะด้วย


คุณโสมรัศมี…….ขอบคุณนะครับที่เข้ามาเยี่ยม



โดย: yyswim วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:18:41:06 น.  

 

น้องBass……โฮะโฮะ เรื่องหน้า จะไม่ให้น้องอ่านล่ะ

จะให้ดูรูปแทน


Merf……นายจำแม่น นิ
ครองราชย์ 25 ปี คือ งานรัชดาภิเษก มีสร้างถนนด้วย
ครองราชย์ 50 ปี คือ งานกาญจนาภิเษก มีสร้างหลายอย่าง
ครองราชย์ 60 ปี คือ งานฉลองครองราชย์ครบ 60 ปี ในครั้งนี้

งานแต่ละงานจัดยิ่งใหญ่ แต่ผมจำไม่ค่อยแม่น เขียนอะไรไม่ได้ครับ เพราะลืม

เรื่องขบวนเรือในพระราชพิธี คิดว่ามี 2 ครั้ง ครั้งนี้กับ ครั้งเอเปก
ส่วนขบวนพยุหยาตราชลมารค ก็มีนานๆครั้ง ในหลวงเสด็จทอดพระกฐินที่วัดอรุณ หรือเสด็จทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญ ซึ่งผมก็จำไม่ค่อยได้อีก

งานที่ผมทำ หยุดยาว 5 วันเลย เท่ากันกะนาย
แต่แปลก สระว่ายน้ำของทางราชการปิดสระด้วย 5 วัน
ก็ ต้องหาสระเอกชนซิ ตอนนี้
แต่ส่วนใหญ่ ก็นอนกินเมืองตอนกลางวัน มานั่งดูลูกกลมๆถูกเตะไปมาตอนกลางดึก




โดย: yyswim วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:18:42:23 น.  

 

ตะหานน้ำ…..เมื่อวาน วันที่9 ดูถ่ายทอดสดตั้งแต่เช้า ปลื้มเลย มีคนรักในหลวงมาก


นายนพ……ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม
ผมก็ใส่เสื้อเหลืองเหมือนกัน



โดย: yyswim วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:18:44:03 น.  

 

ตง…….คงจะคอยดูถ่ายทอดสดเหมือนกัน เพราะในวันซ้อมใหญ่ ไม่มีโคมลอย ไม่มีพลุ ไม่มีกระทงสาย


นายเบียร์……ไม่ค่อยสบายช่วงนี้เหรอ? งั้นก้อเหมือนกัน

ของผม ผมปวดตรงข้อของกระดูกสันหลัง(ข้อเดียวเอง) แต่มันเจ็บร้าวไปที่สะโพก ที่ต้นขาด้านหลัง ที่ข้อพับหัวเข่า และที่น่อง

ช่วงนี้ เริ่มกินยามาได้2วันแล้ว ก็ทุเลาลงเยอะ



โดย: yyswim วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:18:45:08 น.  

 
พี่สินไม่สบายมากไหม เป็นอะไรเปล่าครับ ผมเป็นห่วงพี่ครับ


โดย: basbas วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:13:26:56 น.  

 
เย็นนี้ ฝนตก และ....อากาศยังร้อนอยู่

คิดไปคิดมา ไปว่ายน้ำเล่นดีกว่า....

เป็นปลาพะยูนเกยตื้นนนนน


โดย: กระจ้อน วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:17:04:57 น.  

 

น้องBass…….ขอบคุณน้องชายที่เป็นห่วง

ผมปวดหลังตรงข้อของกระดูกสันหลัง หมอให้ยามากินครับ ตอนนี้บรรเทาลงแล้ว คิดว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงนี้ ผมไม่สามารถPublishเรื่องใหม่ได้ เพราะlog in ไม่ได้
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร


คุณจุ……คิดว่าคงว่ายเวลาเดียวกัน
แต่ที่กรุงเทพมีแดดครับ ช่วงที่ผมอยู่สระ



โดย: yyswimไม่ได้log in IP: 203.151.140.117 วันที่: 12 มิถุนายน 2549 เวลา:8:47:46 น.  

 
หุหุ พันติ๊บ เจ๊งอ่ะดิ แต่ตอนนี้ล็อคอินได้แล้วนี่คะ

เมื่อวานไปว่ายน้ำ ปรากฏว่า มีหนุ่มๆ เล็งแล พอจุว่าย มันก็ว่าย และมันก็ไปยืนรอขอบสระอีกฝั่งก่อนจุทุกที ตอนแรกไม่เอ๊ะใจ ตอนหลัง อีตาคนนี้ ไม่ไปว่ายที่อื่นฟ่ะ มาว่ายรอตรูอยู่นั่นเอง แล้วเขาว่ายเร็วมาก กว่าจุจะตะกายไปถึงอีกฝั่งได้ หอบเป็นหมาหอบแดด มันว่ายแป๊บเดียว ( ว่ายขวางสระอ่ะคะ)

ไม่ชอบเลย เวลาว่ายน้ำแล้วมีหนุ่มๆ มาเล็งแล ถ้าเล่นกีฬาอย่างอื่นยังพอว่า จะขึ้นจากสระก็ไม่กล้า กลัวเห็นหุ่นปลาพะยูน แต่เขาก็ทำได้แค่นั้นแหละ ส่งสายตาอย่างเดียว โอ๊ะ โอ.... รุ่น(ป้า)นี้แล้ว กล้าๆ หน่อย มาคุยกันเล๊ยยย 55555 ทีจุยังแอบมองสรีระเขาเลย หุหุ หุ่นดีโคตรๆ

5555555 แล้วจุมาเขียนไรในบล็อกนี้เนี่ย

เห็นว่าเจ้าของบล็อกชอบว่ายน้ำ สงสัยไปเล็งแลสาวๆ เหมือนอีตาคนนี้เปล่า


โดย: กระจ้อน วันที่: 12 มิถุนายน 2549 เวลา:11:00:15 น.  

 

คุณจุ…..คร้าบ เพิ่งจะล๊อคได้ ช่ายครับ
ผมเลยรีบ ส่งเรื่องใหม่ลงBlog ดองไว้ซะหลายวัน

โฮะโฮะ ใครหน๊อ …ไม่รู้จักรักชีวิต
มาจีบเพื่อนเราในสระได้ เด๋ว จะเบิ๊ดกาโหลก อ่ายหนุ่มให้
….มันตัวเล็กมั๊ยล่ะ?

วันนี้ดูถ่ายทอดทางทีวีทั้งวัน ตอนดึกก็บอลกลมๆ
พรุ่งนี้บ่าย จึงค่อยไปออกแรง



โดย: yyswim วันที่: 12 มิถุนายน 2549 เวลา:20:15:42 น.  

 
ดีจังเลย


โดย: ฟไ IP: 203.113.62.4 วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:22:13:47 น.  

 
เรารักในหลวง


โดย: เลิศชาย IP: 203.209.99.148 วันที่: 24 มิถุนายน 2549 เวลา:21:27:53 น.  

 
สุดแผ่นดิน แผ่นฟ้ามหาสมุทร
ได้น้อมเกล้าฯกราบ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ขอน้อมเกล้า น้อมกระหม่อม
ถวายความจงรัก และภักดีตลอดกาล


โดย: ออม IP: 125.26.207.230 วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:20:40:50 น.  

 
ทรงพระเจริญ


โดย: ทศพล IP: 172.16.1.173, 203.114.112.210 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:17:43:13 น.  

 
อยากได้รูปเรือวาสุกรีหรือ เรือรูปนาค และ เรือสรมุข


โดย: อ้อม IP: 125.26.128.254 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:10:29:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.