* * * * ชาวประมงกับนักลงทุน * * * * บล็อกที่ 1041





Mexico






ชาวประมงกับนักลงทุน




Mexico







Mexico







Mexico








บล็อกวันนี้ ขอนำข้อเขียนความคิดดีๆ ที่มีผู้เผยแพร่ต่อเนื่องกันเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว เผยแพร่อยู่ในเว็บต่างๆ และส่งผ่านทาง Forward Mail มาให้อ่าน ข้อเขียนนี้ไม่มีใครทราบชื่อผู้เขียนต้นฉบับ บางท่านอาจจะเคยเซฟเก็บไว้บ้างแล้ว แต่อาจจะเพราะมีการล้างเครื่องก็อาจจะอันตรธานหายไป แต่บางท่านอาจจะยังไม่เคยอ่านมาก่อนเลยก็ได้ จขบ.จึงถือโอกาสขอนำมาเผยแพร่อีกครั้ง




เป็นข้อเขียนแนวเปรียบเทียบ ลักษณะแบบทุนนิยมกับลักษณะแนวเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งดีไปคนละแบบ หากมุ่งจะได้ชื่อเสียง เงินตรา ก็เรียนสูงๆ ทำงานให้หนัก หาอาชีพที่ได้เงินเดือนสูงๆ ไปขุดทองในต่างประเทศ หรือไต่เต้าขึ้นเป็นเจ้าของกิจการตัวเองซะเลย แต่หากจะเดินดินกินง่ายๆ ไปไหนไม่มีใครรู้จัก มุ่งความสุขอยู่กับธรรมชาติไปวันๆ แบบนี้ไม่ต้องเรียนสูงก็ได้ ทำสวนแบบผสมผสาน เป็นสวนที่จะมีผลผลิตออกทุกเดือนหมุนเวียนสลับกันไป ไม่อดตาย แต่ก็ไม่ได้เป็นนายหัวหรือเป็นพ่อเลี้ยง




ชีวิตเป็นของเราเอง คนอื่นที่เขามองเรา เขาจะมองเรา 3 อย่าง คือ ชื่นชม นินทา และเฉยๆ แต่คนอื่นก็ไม่มีใครจะนำเงินมาหาเลี้ยงเรา จะมีก็แค่ลมปากของเขากับเราไปวันๆ ฉะนั้นไม่ต้องไปใส่ใจมากนัก ชีวิตเป็นของเรา มองชีวิตให้ออกว่าจะเอาเงินจะเอาชื่อเสียง หรือจะเอาความสุขเรื่อยๆสบายๆ





El Arco de Cabo San Lucas, Mexico







El Arco de Cabo San Lucas, Mexico







El Arco de Cabo San Lucas, Mexico







El Arco de Cabo San Lucas, Mexico







Cabo San Lucas Street







Mexican Dance








นักลงทุนชาวอเมริกันนายหนึ่งยืนอยู่บนท่าเรือของชายฝั่งหมู่บ้านเม็กซิกันแห่งหนึ่ง ขณะที่มีเรือประมงลำหนึ่งแล่นเข้ามาจอด แล้วเขาก็ได้เห็นปลาโอครีบเหลืองตัวโตๆ กองอยู่บนเรือลำนั้น ชาวอเมริกันเอ่ยชมชาวประมงท้องถิ่นที่จับปลาได้เก่ง ก่อนจะถามว่า “คุณใช้เวลาในการจับปลาพวกนี้นานไหม?”


A boat docked in a tiny Mexican fishing village. A tourist complimented the local fishermen on the quality of their fish and asked ... how long it took him to catch them.




ชาวประมงตอบว่า “ครู่เดียวเท่านั้นแหละครับ”


"Not very long." He answered.




“อ้าว ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่อยู่นานอีกหน่อยเพื่อจะได้ปลามากกว่านี้ล่ะ?”


"Why didn't you stay out longer and catch more?"




คนถูกถามตอบเรียบ ๆ “นี่ก็พอเลี้ยงครอบครัวในวันนี้แล้วครับ”


The fishermen explained that their small catches were sufficient to meet their needs and those of their families.




นักลงทุนผู้มาเยือนถามใหม่ “แล้วคุณเอาเวลาที่เหลือไปทำอะไรล่ะ?”


"But what do you do with the rest of your time?"




“ผมก็ยุ่งทั้งวันแหละครับ นอนตื่นสายๆ จับปลาวันละนิดหน่อย เล่นกับลูกๆ นอนพักกลางวันกับภรรยา เดินเล่นในหมู่บ้าน จิบไวน์ เล่นกีต้าร์กับเพื่อนฝูงในตอนเย็น ”


"We sleep late, fish a little, play with our children, and take siestas with our wives. In the evenings, we go into the village to see our friends, have a few drinks, play the guitar, and sing a few songs. We have a full life."




คนอเมริกันจึงพูดอย่างกระหยิ่มว่า “ผมจบเอ็มบีเอจากฮาร์วาร์ด สามารถให้คำแนะนำคุณได้นะ อันดับแรกก็คือ คุณน่าจะจับปลาให้เยอะกว่านี้ เพื่อที่จะได้ซื้อเรือลำโตๆ ผลจากการมีเรือลำโต ก็จะทำให้คุณมีเงินมากพอที่จะซื้อเรือเพิ่มขึ้น จากนั้นคุณก็นำปลาที่จับได้ไปขายให้โรงงานโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอย่างในตอนนี้ หรือไม่ก็สร้างโรงงานเสียเอง ซึ่งคุณก็จะสามารถควบคุมได้ทั้งหมด นับตั้งแต่กระบวนการผลิต ผลผลิต ตลอดจนการจัดจำหน่าย ถึงตอนนั้นคุณก็สามารถย้ายจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆแห่งนี้ ไปอยู่ที่เมืองเม็กซิโกซิตี้ จากนั้นก็ขยับขยายย้ายไปแอลเอ แล้วไปยังนิวยอร์ก ที่ซึ่งคุณจะสามารถขยายกิจการให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น”


The tourist interrupted, "I have an MBA from Harvard and I can help you! You should start by fishing longer every day. You can then sell the extra fish you catch. With the extra revenue, you can buy a bigger boat." "With the extra money the larger boat will bring, you can buy a second one and a third one and so on until you have an entire fleet of trawlers. Instead of selling your fish to a middle man, you can then negotiate directly with the processing plants and maybe even open your own plant. You can then leave this little village and move to Mexico City , Los Angeles , or even New York City! From there you can direct your huge new enterprise."




เมื่อฟังมาถึงตอนนี้ ชาวประมงก็ถามว่า “แล้วทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาสักกี่ปี”


"How long would that take?"




“20 ถึง 25 ปี”


"Twenty, perhaps twenty-five years." replied the tourist.




“จากนั้นล่ะ”


"And after that?"




คนอเมริกันหัวเราะร่วนและบอกว่า “ทีนี้ก็จะถึงช่วงสำคัญที่สุดในชีวิตล่ะ เมื่อโอกาสเหมาะ คุณก็ควรจะทำหนังสือชี้ชวนขายหุ้น เพื่อขายหุ้นทั้งหมดแก่สาธารณะ แล้วคุณจะกลายมาเป็นมหาเศรษฐี อาจทำเงินได้เป็นล้านๆ เหรียญเลยก็ได้นะ”


"Afterwards? Well my friend, that's when it gets really interesting, " answered the tourist, laughing. "When your business gets really big, you can start buying and selling stocks and make millions!"




“เป็นล้านๆ … แล้วยังไงล่ะ?”


"Millions? Really? And after that?" asked the fishermen.




คนอเมริกันแจกแจงต่ออย่างเพลิดเพลิน “จากนั้นคุณก็ค่อยเกษียณตัวเอง ย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ นอนตื่นสายๆ ตกปลาวันละเล็กๆ น้อยๆ เล่นกับลูกๆ นอนพักกลางวันกับภรรยาที่บ้าน แล้วตอนเย็นก็เดินเล่นในหมู่บ้าน จิบไวน์ และเล่นกีต้าร์กับเพื่อนฝูง”


"After that you'll be able to retire, live in a tiny village near the coast, sleep late, play with your children, catch a few fish, take a siesta with your wife and spend your evenings drinking and enjoying your friends."




"น่าสนใจดี ก็ผมทำมันอยู่ นี่ไง!"


“That’s what I am doing now” Replied the fisherman.





Cabo San Lucas, Mexico







Cabo San Lucas, Mexico







Cabo San Lucas, Mexico






ขอขอบคุณที่ติดตาม



จาก สิน yyswim



บล็อกนี้อยู่ในสาขา Topical Blog หากจะกรุณาโหวตให้ ขอขอบคุณครับ






 

Create Date : 14 มิถุนายน 2556
5 comments
Last Update : 14 มิถุนายน 2556 18:58:59 น.
Counter : 5023 Pageviews.

 

ฉุกคิดเลยครับพี่สิน ^^

ของบางอย่างเราไม่ต้องขวนขวายมันก็มีอยู่ตรงหน้าแล้วนะครับ

 

โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา 14 มิถุนายน 2556 10:17:37 น.  

 

น่าคิดครับคุณสิน บางช่วงชีวิตผมก็เคยชินกับความพอเพียง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป การใช้ชีวิตแบบนั้นก็หายไปเป็นบางครั้งบางคราว เมื่อนึกได้ก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครับ

yyswim Topical Blog

 

โดย: Insignia_Museum 15 มิถุนายน 2556 11:55:02 น.  

 

ท้องฟ้า กับน้ำทะเล สีสด สวยมากๆเลยค่ะ


ชีวิตหลังเกษียณ
แค่ได้อยู่กับชีวิตที่พอเพียง
และเรียบง่าย ก็มีความสุขแล้วนะคะ

 

โดย: fonrin 15 มิถุนายน 2556 14:23:15 น.  

 

ชอบเรื่องนี้ครับพี่สิน
ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าในหนังสือหลายเล่ม
จนไม่ทราบที่มาเหมือนที่พี่สินเขียนไว้เลยครับ
กลายเป็น Forward mail ด้วย

ผมเคยใช้นิทานเรื่องนี้เล่าให้เด็กหนุ่มคนนึงฟังครับ
เค้ากำลังเริ่มขายประกันและขายสินค้าขายตรง
มานั่งขายสินค้าให้ผมฟัง
ผมเลยเล่านิทานเรื่องนี้ให้เขาฟังครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 15 มิถุนายน 2556 16:33:33 น.  

 

ได้ข้อคิด ดีครับ

 

โดย: ทวี จินะเสนา IP: 58.11.172.70 15 มิถุนายน 2556 22:21:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2556
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
14 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.