มิถุนายน 2553

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
หมดความหวังกับระบบการศึกษาไทย
เรื่องที่จะพูดถึงเป็นความเห็นส่วนตัวกับกรณีใกล้ตัวที่เกิดขึ้น

นอกจากข่าวที่ว่าครูสอบวิทย์-คณิตที่สอบประเมินความรู้ตกระนาวแล้ว จนเป็นเรื่องน่าใจหายสำหรับผู้ปกครองที่ไม่รู้ว่าจะฝากความหวังไว้กับครูรุ่นใหม่อย่างไรดี

ยังมีอีกเรื่องที่เราเองในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษายังรู้สึกทดท้อ และหดหู่ใจเหลือเกิน

วันนี้มีเด็กสองคนที่ถูกรีไทร์ไปแล้ว แต่งชุดนักศึกษาเดินกลับเข้ามาในห้องภาค เราถามว่า "เอ้า ยังอยู่นี่อีกหรือ? เรียนอะไร? ใครรับเข้ามา?" คำตอบคือ อยู่ครับ เรียนที่เดิม (หมายถึงคณะและสาขาเดิม) และมหาวิทยาลัยรับเข้ามาใหม่โดยประกาศแจ้งให้เด็กที่รีไทร์ไปแล้ว กลับเข้ามาเรียนใหม่ได้!!! โดยไม่ต้องผ่านการสอบคัดเลือก หรือสัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ (แล้วจะมีเด็กอีกกี่คนในคณะอื่นๆ)

แล้วการวัดผลที่ผ่านมามันจะมีค่าอะไร??? มาตรฐานอยู่ตรงไหน????

ตลกมั้ยคะ เด็กที่สอบแอดมิชชั่นมาแทบตายต้องแย่งที่เรียนกัน แต่คนที่ไม่ตั้งใจเรียนจนโดนรีไทร์กลับได้ที่เรียนโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการอะไรเลย

แล้วเราจะฝากความหวังอะไรอีกกับการศึกษาระดับนี้ จริงอยู่เราควรให้โอกาสเด็ก แต่ควรให้โอกาสไปเรียนที่อื่น ไม่ใช่ที่เดิม

เราไม่รู้นโยบายนี้คิดมาได้อย่างไร ไม่มีการปรึกษาคณะแต่อย่างใด เคยถามอาจารย์ผู้สอนหรือไม่ ว่าทำไมถึงไม่รับเด็กเก่ากลับมาเรียนก่อนหน้านี้
นี่เป็นการตัดสินจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยเพียงฝ่ายเดียวใช่มั้ย สถาบันต้องการคุณภาพทางการศึกษาแต่มาทำแบบนี้แล้วมันได้อะไร วัดจากไหน วัดจากการให้โอกาสเด็กถูกรีไทร์มาเรียนใหม่เรื่อยๆหรือ? มันไม่ใช่ถอยหลังลงเหวหรอกหรือ? บรรดาอาจารย์จะต้องเอาเวลา เอาความรู้ ความสามารถมามอบให้กับเด็กกลุ่มนี้ซ้ำๆซากๆ ไม่ต้องพัฒนาตัวเองไปไหนเลยใช่มั้ย?

สำหรับผู้สอนแล้ว มันเจ็บปวดใจเหลือเกินที่เห็นวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเช่นนี้ คิดว่านี่คือวิธีการบริหารธุรกิจการศึกษาชัดๆ ขอให้มีปริมาณนักศึกษามากไว้ก่อน จะดีจะเลวอย่างไรไม่ต้องสนใจ คุณภาพเป็นเรื่องไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว เราจำได้ว่าเมื่อสองปีก่อน เราเคยตั้งคำถามกับอธิการฯ มหาวิทยาลัยของต้องการปริมาณหรือคุณภาพมากกว่ากัน เขาตอบว่าควบคู่กัน แต่วันนี้สะท้อนให้เห็นชัดแล้วว่า ต้องการปริมาณมากกว่าคุณภาพ

ไม่แน่ใจว่าเป็นนโยบายที่ทางกระทรวงศึกษาธิการให้มาหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ขอไว้อาลัยกับระบบการศึกษาไทย อย่าไปคิดทำ TQF ให้เสียเวลาเลย แค่เอกสารสวยงามหรูหรา ถ้อยคำดูดี แต่ทุกอย่างเป็นเปลือกทั้งสิ้น

ถ้าต้องการเก็บรักษาเด็กทุกคนทุกประเภทเอาไว้เพื่อเลี้ยงไข้ไปเรื่อยๆ โดยสูบเงินจากผู้ปกครองหรือกยศ. ก็ขอให้บอกกันตรงๆ เราจะได้ลดความมาตรฐานของตนเองลง และจะไม่แจกเอฟ ไม่มีรีไทร์ ให้ผ่านทุกคนไปเลย เราเองก็จะได้ไม่เหนื่อยที่จะต้องสอนซ้ำ เด็กก็ไม่เกลียดด้วย

...ก็ได้แต่เศร้าใจว่าคุณค่าของปริญญาถูกตีค่าลดลงจากนโยบายสุดพิสดารของผู้บริหารการศึกษา จนมิสมควรให้สถาบันสูงสุดสละเวลาอันมีค่ามาพระราชทานปริญญาบัตรให้เลย



น่าจะทำป้ายบ้างว่า "รับเด็กถูกรีไทร์ ถามกรูหรือยัง"



Create Date : 14 มิถุนายน 2553
Last Update : 15 มิถุนายน 2553 10:31:01 น.
Counter : 922 Pageviews.

3 comments
  
ผมว่าคุณต่างหากที่เป็นปัญหาของสังคม
จริงอยู่เด็กบางคนที่เค้าไม่ตั้งใจเรียน เค้าโดนรีไทร์
แต่เค้าไม่ได้ทำผิดขนาดว่าฆ่าคนตาย
ถ้าวันนึงเค้าคิดได้คนให้โอกาสก็ดีอยุ่แล้ว
แต่คุณกลับตัดสินว่าไม่ใช่ไม่ควร
คุณเป็นคนที่ เผด็จการ
ผมไม่รู้จะพูดว่าอะไร
แต่ถ้ามีแต่คนแบบคุณอยู่ในโลกนี้
โลกคงจะมีแต่คนเห็นแก่ตัว


ผมเองก็หมดหวังกับอาจารย์แบบคุณ
ระบบการศึกษาไม่ใช่สอนแต่ให้ความรู้
ผมเองเรียนจบแล้วก็ได้รู้ว่า
การทำงานกะการเรียน บางทีไม่ได้มีประโยชน์เลย
เหมือนเรียนเพื่อมีใบเบิกทางในการทำงานเท่านั้น
โดย: น่าผิดหวัง IP: 72.14.176.176 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:41:55 น.
  
เก่งค่ะ มาสอนเองเลยมั้ยล่ะ

โอกาสมีให้กับคนที่พร้อมเท่านั้น
โดย: Alex on the rock วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:28:02 น.
  
คนที่ถูกรีไทร์ เค้าควรปรับปรุงตัวมากกว่านะ
เรียนนานขนาดโดนรีไทร์นี่ มากไปมั้งที่จะให้กลับมา
เรียนจบปริญญาเพราะมีตังค์จ่ายค่าเทอม อย่าเรียนดีกว่า
เดี๋ยวนี้ค่าปริญญาตรีน้อยลงๆ กลายเป็นว่าใครๆก็จบได้ไปแล้ว
ยั่งงี้เรียนไปจะมีประโยชน์อะไรล่ะ
โดย: NWzephyr วันที่: 11 มกราคม 2555 เวลา:22:33:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com