..สีสันของความหลากหลาย อาจทำให้ความหมายของชีวิตแปรเปลี่ยน แต่ความเป็นเพื่อนยังคงหมุนเวียน สับเปลี่ยนอยู่ในตำแหน่งของความผูกพัน..
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
แบกเป้เที่ยวเมืองผู้ดีอังกฤษของ 3 สาว 2 วัย (ตอนที่ 5 # Edinburgh ในวันฝนพรำ)





วันที่ 3 ที่เอดินเบอระ ฝนตกพรำ ๆแต่เช้า แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแก่พวกเราแต่อย่างใด เพราะฝนที่อังกฤษประเทศที่เป็นเกาะแห่งนี้ ฝนไม่ตกเทมาจั๊กๆ  แบบบ้านเรา จนออกไปไหนไม่ได้ ตกมาแค่หยิมๆหากมีร่มสักคัน หรือเสื้อกันหนาว(พร้อมกันฝน) ที่มีฮู๊ด ก็เพียงพอแล้ว


เพราะฉะนั้นเมื่อจัดการภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินต่อกันค่ะ จะว่าไปมาเอดินเบอระครั้งนี้ แทบจะไม่ได้ใช้บริการรถสาธารณะกันเลยเพราะที่เที่ยวแต่ละแห่ง ก็ไม่ได้ไกลกันเท่าไหร่ อากาศเย็นๆ ดี ๆ สดชื่นแบบนี้เหมาะกับการเดินเล่นเป็นที่สุด แม้จะเดินนานแค่ไหน ไกลแค่ไหน ก็ไม่มีเหงื่อสักหยด


เนื่องจากวันนี้ฝนตกเป้าหมายของเราจึงเป็น  NationalMuseum of Scotland พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ จะไม่เสียค่าเข้าชมแต่ให้บริจาคคนละ 4 - 5 ปอนด์ดูที่ตู้บริจาคก็ไม่เห็นจะมีคนบริจาคสักเท่าไหร่ ขนาดฝรั่งเองยังไม่ค่อยมีจะมีใครบริจาคเลย แล้วเรา 3 คนซึ่งมีเงินมาเพียงน้อยนิด ก็เลยไม่บริจาค แฮ่ะๆ...


National Museum of Scotland กว้างขวางใหญ่โตพอสมควร เนื่องจากวันที่เราไปเข้าชม เป็นวันอาทิตย์จึงมีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หอบลูกจูงหลาน บ้างก็นั่งรถเข็นเด็กมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันเต็มไปหมด เห็นคุณพ่อ คุณแม่ อธิบายเรื่องราวต่างๆให้หนูน้อยแก้มแดงที่กำลังตั้งใจฟัง ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้ อยากเห็น กับสิ่งที่เธอเห็นอยู่เบื้องหน้าเป็นภาพที่น่ารักมากๆ เลยค่ะ...น่าอิจฉาเด็กฝรั่งเนอะ ที่มีพิพิธภัณฑ์ดีๆ แบบนี้เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด บ้านเรามีแต่ศูนย์การค้า...เฮ้อ...



































ตอนแรกกะว่าจะใช้เวลาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ไม่นานแต่พวกเราก็เพลิดเพลินอยู่ในนั้นจนลืมเวลาไปเลยทีเดียว จนท้องร้องจ๊อกๆ แต่ว่าเมื่อมาแถวนี้แล้ว อย่ากระนั้นเลย แวะไปเยี่ยมเจ้า Bobby กันก่อนดีกว่า





ภาพนี้ จากอินเตอร์เนตค่ะ



Bobby คือใครมีความสำคัญอย่างไร Bobby คือสุนัขพันธ์สกายเทอร์เรียร์ ที่อุทิศตนเองเพื่อเจ้านาย และกลายมาเป็นสุนัขในตำนานที่ชาวสกอตยกย่องชื่นชมในความจงรักภักดีของมัน ด้วยการสร้างรูปปั้นไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์อยู่ใจกลางเมืองEdinburgh เมื่อจอน เกรย์,เจส และจอน จูเนียร์ สามชีวิตพ่อแม่ลูกย้ายจากชนบทเข้ามาอยู่ในเอดินเบอระ (Edinburgh) ในปี 1850 จอนหางานทำสวนอย่างเดิมไม่ได้จึงไปสมัครเป็นตำรวจทำหน้าที่พลตระเวนกลางคืน

ทุกคืนทีออกตรวจ จอนจะมีหมาตัวเล็กๆพันธุ์สกาย เทอร์เรียร์ ชื่อ บ็อบบี้ ตามไปด้วยไม่เคยห่างกายจนกระทั่งกลายเป็นภาพคุ้นสายตาของผู้คน คืนแล้วคืนเล่า ปีแล้วปีเล่าไม่ว่าฝนตกฟ้าร้องหรือหิมะโปรยปรายจนกระทั่งจอน เป็นวัณโรคตายในปี 1858 เขาถูกนำไปฝังที่สุสาน Greyfriars Kirkyard ที่นี่เองที่ตำนานของGreyfriars Bobby เริ่มขึ้น


เจ้าบ็อบบี้ เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นคนเฝ้าหลุมฝังศพของนายวันแล้วคืนเล่าไม่ยอมห่าง ถึงเวลาเที่ยงวันก็ออกไปนอกสุสานไปกินอาหารที่ผู้ใจบุญจัดหาให้ พนักงานสุสานจะพยายามไล่อย่างไร ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งแม้จะ “อุ้ม” ไปทิ้งไกลๆ เจ้าบ็อบบี้ก็ไม่ยอมลดละ หาทางกลับมานั่งอยู่กับนายจนได้ จนกระทั่งคนยอมแพ้ต้องจัดเพิงหมาแหงนให้มันพักติดกับหลุมศพของจอน เกรย์ นั่นเอง

ในปี 1867 เมืองเอดินเบอระ ออกเทศบัญญัติให้สุนัขทุกตัวมีเข้าของและทำป้ายแขวนคอท่านเซอร์วิลเลียม เชมเบอร์ ตำแหน่งเป็นลอร์ด โปรโวสต์แห่งเอดินเบอระ ก็กรุณาซื้อบัตรและทำป้ายแขวนคอให้เรียบร้อยว่า "Greyfriars Bobby from theLord Provost 1867 licensed"

เจ้าบ็อบบี้ เฝ้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมันแก่ตายตามนายไปในปี 1872รวมเป็นเวลาที่มันเฝ้าอยู่นานถึง 14 ปี

       BaronessAngelia Georgina Burdett-Coutts สตรีผู้ทรงศักดิ์ประทับใจในความจงรักภักดีของบ็อบบี้จึงขออนุญาตเทศบาลสร้างน้ำพุพร้อมทั้งรูปปั้นของบ็อบบี้อยู่ข้างบนสร้างเสร็จและเปิดผ้าคลุมเมือเดือนพฤศจิกายน 1873 ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวที่นั่งรถชมเมืองเอดินเบอระจะต้องนั่งผ่านและฟังมัคคุเทศก์บรรยายถึงเจ้าบ็อบบี้ ซึ่งมีอนุสาวรีย์อยู่ข้างถนนไม่ห่างจากสุสานของนายเท่าใด เจ้าหมาน้อยยืนสง่า อยู่ ณ ที่นั้นกว่า 150 ปีแล้ว



ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์บทความโดย ปราโมทย์ นาครทรรพ วันที่ 22 กันยายน 2547


คำจารึกที่อนุสาวรีย์เขียนว่า "Greyfriars Bobby - died 14th January 1872 - aged 16 years - Let his loyalty and devotion be a lesson to us all".





เป็นคำจารึกที่ลึกซึ้งกินใจมากเลยทีเดียว


เมื่อพวกเราไปถ่ายรูปอนุสาวรีย์เจ้าบ๊อบบี้สุนัขที่ซื่อสัตย์กันแล้ว เลยแวะเข้าไปดูในสุสาน Greyfriars Kirkyard ซึ่ง เจ เค โรลริ่งผู้แต่งนวนิยาย เรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ นำชื่อผู้ตายในสุสาน มาตั้งเป็นชื่อตัวละครในนวนิยายของเธอ พวกเรา 3 คน ก็เดินท่อมๆ ไปตามหลุมศพต่าง ๆ เพื่อหาชื่อตัวละครที่คุ้นเคยแต่เนื่องจากฝนตกปรอยๆ อีกอย่างท้องก็เริ่มร้องหนักเข้าเพราะเลยเวลามานานแล้ว ก็เลยไปหาข้าวกินดีกว่า






















เราไปกินบุฟเฟต์อาหารจีนราคาคนละ 7 ปอนด์กว่าๆ ก็อร่อย ใช้ได้ค่ะดีกว่ากินอาหารฝรั่งจืดๆ มาหลายมื้อแล้ว เพราะเราได้กินข้าว ความจริง ณ ตอนนั้น ข้าวคลุก พริกน้ำปลา ก็อร่อยแล้ว 










หลังจากนั้นก็กลับที่พักเพราะคงเดินไปไหนไม่ได้ไกลเพราะน้องน้ำฝนที่ยังไม่ยอมหยุด พอถึงโรงแรมที่พัก น้องเมย์ก็ยังอยากไป Greyfriars Kirkyard อีกรอบ เพราะยังหาชื่อตัวละครในเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ไม่เจอ เลยลากป้าออกไปเป็นเพื่อน ไม่รู้สองคนนี่ เอาพลังมาจากไหนพอกลับมาโรงแรมในช่วงค่ำ บอกว่าไปเจอ Gost Tour ด้วยที่นี่จะมีพาเที่ยวในลักษณะนี้เยอะค่ะ เพราะเป็นประเทศเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์มีตำนานเล่าขานมากมาย พาไปตามป่าช้า พาเข้าออกตรอก ซอก ซอยโน่นนี่ ที่เค้าเรียกกันว่า CLOSE พร้อมเล่าเรื่องราวสยองขวัญให้นักท่องเที่ยวฟัง...







เข้าไปไกลแค่นี้แหล่ะ...กลัวเดินๆ ไป มีใครออกมา say hello จะวิ่งกันป่าราบ อิอิ









บล๊อกหน้าจะพาไป iNVERNESE ค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่แวะมา...




Create Date : 16 มิถุนายน 2558
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2559 13:28:11 น. 5 comments
Counter : 619 Pageviews.

 
สวัสดีตอนเย็นๆค่ะพี่เปี๊ยก
มาเดินเที่ยวท่ามกลางสายฝนกับพี่เปี๊ยกด้วยคนค่ะ
เห็นรูปแล้วคิดถึงหนังพิพิธภัณฑ์มีชีวิตจังค่ะ
ทำได้สนุกมาก ตอนกลางคืนพวกสัตว์หรือรูปปั้นต่างๆจะมีชีวิตขึ้นมา
ออกมาเดินเล่นกันสนุกสนานน่าดู
ปล.ได้รับการ์ดสวยๆจากแดนไกลแล้วนะคะพี่เปี๊ยก
ขอบคุณมากๆเลยค่ะพี่ที่คิดถึงน้องคนนี้
ได้รับสดๆร้อนเมื่อวานนี้เองค่ะ
ขอบคุณนะคะพี่


โดย: phunsud วันที่: 17 มิถุนายน 2558 เวลา:17:11:52 น.  

 
พิพิธภัณฑ์ ที่นั่นสวย.. สอาดไม่มืด น่าไปเที่ยว
นะครับคุณเปี๊ยก..ที่พม่าไปดู 2 แห่งมืดตึ๊ดตื๋อ..เก่า
ไม่น่าดู..

แต่ที่อังกฤษ จะให้ไปเที่ยวป่าช้า..ข้อยไม่เอาเน่อ
555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 19 มิถุนายน 2558 เวลา:15:49:56 น.  

 
คริคริท่านพี่เรา หนีไปเที่ยวเพลินเชี๊ยะนะ


โดย: พันคม วันที่: 21 มิถุนายน 2558 เวลา:16:58:17 น.  

 
ของเราไม่ค่อยพาเด็กเข้า Museum เท่าไหร่ จริงๆ บ้านเรามีเยอะนะครับ

ฝรั่งก็ประหยัดเหมือนกันนะ เราเห็นเค้าทำก็เลยทำตามบ้าง อิอิ

ที่ญี่ปุ่นก็มีตำนานสุนัขเหมือนกัน ทุกที่ก็มีตำนานของแต่ละที่นะ

อาหารจีนเพื่อนชาวยุโรปที่ผมรู้จักหลายคนตอนไปเรียนที่จีน เค้าพูดเลยว่า เป็นอาหารที่มีราคาถูก (ในประเทศของเค้า) พวกรู้สึกขอบคุณคนจีนในส่วนนี้ แถมรสชาติถูกปากด้วย จะว่าไปประเทศเราก็ได้รับวัฒนธรรมหลายๆ อย่างมาจากจนแม้กระทั่งเรื่องอาหาร ยังไงรสชาติถูกลิ้นเรามากกว่าอาหารทางยุโรปเยอะ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 มีนาคม 2559 เวลา:11:25:10 น.  

 
อาหารจีน buffet นี่ เราไปกินกันหลายมื้อเลย ทั้งที่ Edinburgh และ ลอนดอน เพราะเขาจะมีสลัด หรือสลัดผลไม้ไม่อ้ันให้ด้วยค่ะ คุ้มค่าผลไม้นี่แหละ เพราะราคาผลไม้ที่โน่นค่อนข้างแพง ซื้อทีละลูก (ไม่สะใจ) ไม่ได้กินกันเป็นกิโลเหมือนบ้านเราค่ะ


โดย: payaichow (สมาชิกหมายเลข 1920579 ) วันที่: 23 มิถุนายน 2564 เวลา:10:46:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




"ตั้งใจว่า...ทำบล๊อกนี้ขึ้นมาเพื่อบันทึกเรื่องราว ความทรงจำดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากจะทำ และไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ ในทุกสิ่งที่ได้ทำ นอกจากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มิตรภาพและความจริงใจจากเพื่อนๆ เท่านั้น"











# เริ่มทำบล๊อกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 #


ไปหลังบ้านทางนี้เน้อ
Friends' blogs
[Add พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.