<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
8 กันยายน 2553

:: ถนนสายนี้..มีตะพาบ กม.15 - ผีหลอก วิญญาณหลอน หรือเพราะแค่กรรม ::







แม้ว่าประสบการณ์นี้จะผ่านมานานแค่ไหน ... แต่ผมก็ไม่ลืม
ผมยังจำได้เสมอ แม้ว่า .. แม้ว่าจะอยากลืมแค่ไหนก็ตาม

.
.
.



“ตี๋ ฟื้นนะลูก .. พ่อแม่เป็นห่วง ...”

ผมได้ยินเสียงของแม่ ... เสียงของแม่ที่ผมพยายามจะตอบแม่แต่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ผมเจ็บ ผมปวด ผมไม่ไหวแล้วกับทุกสิ่ง แม้กระทั่งจะเปิดเปลือกตา ผมยังแทบจะทำไม่ได้เลย ผมนอนนิ่ง ได้ยินเสียงรอบตัว นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมอยู่อย่างนี้


ผมจำได้ว่า ก่อนผมจะรู้สึกตัวอย่างนี้ ผมขับรถไปกับเพื่อน ... วันนั้นเราไปฉลองความสำเร็จที่ไอ้ต้นเพื่อนของผมเจรจาธุรกิจได้ ... เราเมากันมาก แต่ว่าไอ้เปิ่นเพื่อนผมอีกคนไม่ได้เมา มันบอกว่ามันจะเป็นคนขับรถส่งพวกเรากลับบ้านทีละคน ... และเราก็ตกลงกันตามนั้น ทุกคนเมาได้ยกเว้นไอ้เปิ่น ...

เราสนุกเฮฮา .. ไปกันเรื่อยๆ เหมือนไม่เมาไม่เลิก ไอ้เปิ่นก็สนุกไปกับเราด้วยแต่เปิ่นไม่ดื่ม .. เรานั่งกันนานแค่ไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าคงได้เวลากลับกันแล้วเพราะเด็กเสิร์ฟบอกว่าร้านกำลังจะปิดแล้ว เราไม่เกี่ยงงอนตามประสาคนเมาที่ยังพอมีมารยาท เราเช็คบิลแล้วก็กลับกันโดยมีผม ... นั่งไปข้างหน้าคนขับ ไอ้ต้น ไอ้สน และไอ้ปรก นั่งอยู่เบาะหลังและแน่นอน พลขับคือเปิ่น โดยเป้าหมายคนแรกที่จะต้องไปส่งก็คือ ผม ... เพราะบ้านอยู่ใกล้ที่สุด ...


ก่อนจะถึงบ้านผมสัก 3 กม. ก็จะต้องขับผ่าน รพ. ร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นี่มีประวัติหลากหลายมาก ผมเอาเองก็ได้ยินได้ฟังมาหลายทางแต่ก็ไม่ใส่ใจอะไรมากว่ามันจะจริงเท็จแค่ไหนกับเรื่องความอาถรรพ์ เพราะรู้แต่ว่าผมเองก็กลัวไม่น้อยเวลาขับรถผ่านทางนี้ เพราะด้วยลักษณะของตึกรามภายใน รพ.แห่งนี้มันก็น่าชวนขนลุก เพราะมันเป็นตึกเก่า โทรม ที่เค้าสร้างมาหลายปีดีดัก แถมยังมีไฟฟ้าจำกัดเสียด้วยเพราะไฟฟ้าใน รพ. ดูอึมทึม เพราะแสงสว่างส่วนใหญ่ที่ได้ทำให้เราได้เห็นหน้าตาของตึกเก่านั้นก็มาจากแสงไฟที่ถนนรอบนอกเท่านั้นเอง

“ไอ้เปิ่น ข้าว่าจอดรถลงเดินเล่นท้าทายใน รพ.นี้หน่อยเป็นไง”

จู่ๆ ไอ้ต้นผู้ซึ่งปกติไม่ค่อยจะเปิดปากกลับอยากลองดี ... ผมเองได้ยินอย่างนั้นก็สะดุ้งเพราะผมเองถึงจะไม่เชื่อสนิทใจกับเรื่องราวของ รพ. แต่ก็ไม่อยากจะลองอะไรแบบนี้เลย อย่างน้อยๆ คิดไปว่ามันดึกแล้ว กลัวไปทำความเดือดร้อนให้คนอื่น เลยบอกไอ้ต้นว่าอย่าหาเรื่องดีกว่า .. เดี๋ยวคนอื่นเค้าจะว่าเอา แต่ก็ได้รับการปฏิเสธว่าอยากลองแถมได้เสียงจากคนเมาอีก 2 คน คือ ไอ่สนและไอ้ปรก ...

“เอาน่า .. ลองดูเป็นไรไป ใครเค้าว่าจะรู้ได้ยังไงว่ามันเฮื้ยนจริงไม่จริง มันต้องลองเอง”



ไอ้ปรกสนับสนุน ... ซึ่งนี่ก็เหมือนกัน ตอนปกติไม่เมาก็นิ่งๆ สุขุม พอเหล้าเข้าปากแล้วเมาก็เก่งแท้ ผมเองไม่เก่ง ไม่หยองแต่ว่าพอได้ยินว่าพวกเพื่อนมันเอาจริงก็กลับนิ่ง เหงื่อแตกซิกๆ .. เพราะใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ไอ้เปิ่นก็ดีใจหาย คงนั่งนับเสียงโหวตลงคะแนน .. 3 เสียงกินขาดต่อ 1 เสียงของผม มันเลยจอดรถหน้า รพ.ทันที ... ส่วนผมก็แช่งชักหักกระดูกไอ้เปิ่นมัน เพราะคิดว่ามันจะไม่จอดก็ได้แต่ก็ดันจอดรถสนองความอยากของเพื่อน

หลังจากที่เราลงจากรถแล้ว ไอ้ต้นก็เดินนำหน้าไปเลยบอกว่า .. ข้าขอเดินดูรอบๆ บริเวณก่อนนะ มืดดี แต่ขอไปคนเดียวแล้วกัน .. ส่วนไอ้ปรกและไอ้สน ... ก็เดินเข้าไปยังตัวตึกไม่พอมันยังหันมาเรียกผมให้เข้าร่วมขบวนไปกับพวกมันด้วย ซึ่งตอนแรกผมก็จะเนียนๆ ทำทีว่าไม่ไปจะรอกับไอ้เปิ่นที่รถ แต่ที่ไหนได้... ผมกลับถูกเรียกให้ร่วมเดินไปด้วย จะปฏิเสธก็กลัวได้รับการดูถูกดูแคลนก็เลยต้องเดินตามพวกมันไป โดยทิ้งให้เจ้าเปิ่นยืนเฝ้ารถอยู่ที่ทางเข้า รพ.


ผมไม่รู้ได้ว่าป่านนี้ไอ้ต้นจะเป็นยังไง แต่ไม่ห่วงเท่าไหร่เพราะว่าถ้ามีอะไรมันคงวิ่งโวยวายกลับมาที่รถได้ หรือว่าไม่ไอ้เปิ่นก็คงได้ยินเสียงแล้ววิ่งไปช่วยทัน แต่ไอ้ผมนี่สิจะช่วยคุณชายสองคนนี่ทันหรือเปล่าเท่านั้นเอง ที่สำคัญถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม .. แล้วผมจะทำยังไง วิ่งหนี เอาตัวรอดไม่คิดถึงเพื่อนอีกสองคนที่เดินมาด้วย โอ๊ย ... สารพัดจะคิดจริงๆ ไม่ไหว ..เดินๆ ไปสักรอบให้มันจบๆ ไปแล้วกันแล้วค่อยกลับ

บรรยากาศในตัวตึกมันช่างวังเวงจริงๆ เคยดูหนังผีมาก็มากมายแต่มันก็ไม่ชวนให้ผมเสียวสยองได้กับตอนนี้เลยจริงๆ ตึกสีขาวที่เคยสะอาดเมื่อหลายปีก่อนมาตอนนี้เป็นสีอมเหลือง หยากไย่ ฝุ่น คละคลุ้งไปหมด แสงไฟที่พอจะมีอยู่บ้างจากด้านหน้าตึกตอนนี้ก็เหลือแค่แสงไฟจางๆ มองมัวซัว ขณะที่เดินไปเรื่อยๆ นั้น ... ผมเองก็รู้สึกเย็นยะเยือกด้านต้นคอ เหมือนจะมีใครมาเป่าลมพ่นใส่ แต่ไม่น่าผมคงคิดไปเองหรอก ..



“ข้ารู้สึกเย็นๆ หว่ะ ... มันจู่ๆ หนาวยะเยือกยังไงก็ไม่รู้” ... จู่ๆ ไอ้ปรกก็พูดออกมา ซึ่งมันช่างตรงกับความรู้สึกของผมจริงๆ ...

“ใช่ .. ข้าก็รู้สึก .. เรากลับเหอะ” ผมพูดกับไอ้ปรกไป แต่ไอ้สนกลับหันมา จู๊ปากเบาๆ บอกให้เงียบแล้วเดินต่อ



เราเดินกันไปนานกี่นาทีผมไม่รู้ รู้แต่ว่าความหนาวยะเยือกของผมมันเพิ่มขึ้นทุกขณะ และแล้วผมก็รู้สึกชาที่ขา ... เหมือนจะเดินต่อไปไม่ได้ ผมบอกเพื่อนทั้งสองคนว่า เดินช้าลงหน่อยตอนนี้เหมือนขามันชาๆ จะเดินไม่ไหว เพื่อนที่เคารพทั้งสองก็แสดงความห่วงใยผมเหลือเกินเลยบอกว่าให้ผมนั่งรอที่นี่ก่อน ... เดี๋ยวมันสองคนจะเดินไปต่อแล้วจะวกลับมาหา .. โอ้ววววววววววว ผมควรจะขอบคุณมันใช่ไหม ที่มันใจดีจะเดินทิ้งผมไว้ตรงนี้แล้วแวะมารับกลับ แต่ขณะนั้นผมไม่มีแรงแม้แต่จะพูดหรือปฏิเสธอะไรกับเพื่อนอีกแล้ว เลยเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ 1 ตัว ที่แน่นอนว่าฝุ่นคลุ้งจับหนาเชียว ...


ขาผมไม่มีแรง ผมพยายามบีบนวดให้มันรู้สึกให้ได้ ... เพราะยังไงก็ยังคิดว่าถ้ามันดีขึ้นผมคงเดินออกไปหาไอ้เปิ่นที่รถได้ ... จังหวะที่ผมคิดอยู่นั่นเอง ผมรู้สึกว่ามีลมพัดหน้าผมไปวูบหนึ่ง มันเหมือนมีคนเดินผ่านผมไป ใจหนึ่งก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะมันก็คงจะเป็นลมธรรมดานี่ล่ะมั้ง และแล้วลมที่ว่าธรรมดามันก็กลับพัดมาอีกและดูเหมือนว่าจะแรงกว่าเดิม แถมยังพิเศษไม่พอ ผมรู้สึกว่าผมได้กลิ่นเหม็นเน่าๆ ลอยมาอีกต่างหาก ... ผมรู้สึกหนาวเยือกแต่เหงื่อกลับออกมาแทบจะทุกรูขุมขน ขนแขนตัวเองก็พร้อมใจกันลุกซู่อย่างไม่มีเหตุผม ตัวผมสั่นเทาแต่ผมไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย คิดอยากวิ่งก็วิ่งไม่ออก ... คิดอยากจะหลับตาก็เหมือนจะทำไม่ได้ เพราะว่าตาผม ตาผม .. มองเลยไปข้างหน้า ... ผมเห็นภาพผ้าสีขาวๆ พาดอยู่ที่ต้นไม้ ปลิวไหว พร้อมกับเห็นอะไรพริ้วๆ สีดำๆ กลืนอยู่กลับความืดแต่ว่ามันเลื่อมๆ ยังพอดูออกแล้วก็คิดไปว่ามันเหมือนเส้นผมคน .. ความรู้สึกที่ผมมีอยู่ ณ ตอนนั้นผมไม่สามารถบอกได้ว่าผมรู้สึกยังไง ... กลิ่นเน่าที่ผ่านมาแตะจมูกเมื่อกี้มันกลับรุนแรงกว่าเดิมนัก ผมพยายามจะตะโกนเรียกเพื่อนทั้งสองให้กลับมา แต่ผมไม่สามารถเปล่งเสียงได้เลย กลิ่นเหม็นสาบ เหม็นเน่า .. ทวีขึ้นกว่าเดิมมาก ผมไม่ไหวแล้ว ผมไม่ไหวแล้ว .. มันเหมือนกับลำคอผมตีบตัน เหมือนถูกบีบคอ ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ...


หลังจากนั้นไม่นาน .. ทุกอย่างก็หายวับ สติผมดับวูบไป ผมไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ... มารู้ตัวอีกทีก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในรถ เห็นหน้าไอ้เปิ่นเป็นคนแรก


“เกิดอะไรขึ้นว่ะ” .... ผมถามไอ้ต้นทันที ....

“แกไม่รู้เลยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น” ...

ไอ้ต้นย้อนถามผมมา ผมก็เลยเล่าให้มันฟังในช่วงที่สติผมจะดับวูบลงไป หลังจากนั้นเปิ่น .. ไอ้ต้น สนและไอ้ปรกก็เล่าให้ผมฟัง ซึ่งเรื่องราวรวมๆ มันก็คือว่า ทุกคนได้ยินเสียงผมตะโกนร้องโหวกเหวก เรียกว่าแทบจะสุดคอหอย ทุกคนตกใจก็วิ่งมาตาม สิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ ผมนั่งเอามือบีบคอตัวเองนัยย์ตาเบิกโพลง เหงื่อแตกซิกๆ ทุกคนเห็นเหมือนกันเลยพยายามเข้ามาดึงมือผมที่กำลังบีบคอตัวเองอยู่ แต่ดูเหมือนว่าผมแรงเยอะมาก ทุกคนก็ยังสงสัยว่าทำไมผมแข็งแรงขนาดนั้น กว่าจะดึงมือผมออกและจับตัวผมให้นิ่งได้ก็ใช้เวลาพอประมาณ แต่ก็ไม่สามารถยั้งตัวผมได้ จนเมื่อเสียงผมที่ร้องโหวกเหวกดังขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยมีคนวิ่งเข้ามาจากด้านหน้าตึก ... ซึ่งคนๆ นั้นก็คือ ลุงแดง ... ผมเห็นลุงแดงยืนอยู่นอกตัวรถ ผมลุกนั่งแล้วก็ยกมือไหว้ลุงแดงก่อนเลย


“พวกเอ็งทำอะไรไม่เข้าท่า .. รู้อยู่ว่า รพ.เค้ามีเรื่องเล่าก็ยังจะกล้ากันนัก ... พวกเพื่อนๆ เอ็งข้าอบรมสั่งสอนมันไปแล้ว แต่ว่าเอ็งน่ะเพิ่งฟื้น ... ข้าจะบอกให้นะว่าเอ็งน่ะจะตายเอา เพราะว่าเอ็งมันคงจิตไม่แข็ง อะไรที่มันกระทบได้ง่ายมันก็จะทำให้เอ็งเป็นแบบนี้”


ลุงแดงพูดแทบจะไม่หายใจ พร้อมทั้งมองหน้าผม ... ผมเองก็ยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น ... ก็เลยจ้องตอบกับลุงแดงแล้วถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ลุงแดงก็เลยบอกเล่าเก้าสิบให้ฟังว่า

“เอ็งคงจิตอ่อนกว่าเพื่อน มันเลยเหมือนว่าอะไรสั่งได้ง่าย แกเลยได้รับอะไรแบบเหมารวมคนเดียว ก็อย่างว่านะตึก รพ.เก่าๆ น่ะมันก็ต้องมีประวัติเป็นธรรมดา คนก็เลยกลัวไม่ได้มาใช้บริการก็นานแล้ว รพ. ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะ คนไม่รักษา เงินไม่มี รพ.ก็ต้องปิดธรรมดา แล้วคนไข้ที่อยู่ก็เป็นคนไข้อนาถาอีกต่างหาก พอมันเป็นอย่างนี้มากเข้ามันก็มีเรื่อง”

... คนไข้ที่ว่าลุงแดงบอกว่าเป็นผู้หญิงชื่อ เดือน ... อายุยังน้อย ลุงแดงไม่รู้จักเธอมากแต่ว่าก็ได้พูดคุยกับเธอบ้าง เดือนได้รับการตรวจว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงแถมยังท้องอีกต่างหาก แต่ไอ้คนที่ทำเธอท้องน่ะมันก็ทิ้งเธอไปก่อนหน้านี้หลังจากที่เธอบอกว่าเธอเป็นโรคร้ายและกำลังตั้งท้อง เธอคงสิ้นหวังกับทุกๆ อย่างเธอเลยมาผูกคอตายทีต้นฉำฉาหน้าเก้าอี้ที่ผมนั่งนี่ล่ะ หลังจากที่ได้ฟังลุงแดงอธิบายอะไรแล้ว ลุงแดงก็เลยบอกว่ารีบกลับบ้านซะ แล้วก็ค่อยทำบุญให้เดือน ... อย่างน้อยเธอคงจะมาขอส่วนบุญน่ะนะ ... แล้วก็คงอยากไปผุดไปเกิดสักที เลยแวะมาส่งข่าวให้กับผม ...


สำหรับเพื่อน 3 คน ไอ้ต้น สน ปรก .. หลังจากที่มันเข้ามาเห็นสภาพของผมแล้ว เหมือนมันจะฟื้นตัวสร่างเมากันเต็มที่ สภาพที่เห็นมันคงหายเมาเป็นปลิดทิ้ง พร้อมกับขอโทษผมที่พวกมันเป็นต้นเหตุให้เกิดแบบนี้ ... ผมไม่ว่าอะไรนอกจากบอกเปิ่นว่าช่วยขับรถไปส่งบ้านผมที ผมเหนื่อยและเหมือนจะหมดแรงแล้ว ... เจ้าเปิ่นไม่พูดมาก พยักหน้าเสร็จแล้วก็ขับรถไปทันที ผมเองไม่รู้จะทำอะไร มองออกไปยัง รพ. แล้วยกมือไหว้ 1 ครั้ง ... แล้วเหลือบมองไปยังหน้าเปิ่นอีกครั้ง แต่ว่าคราวนี้ทำเอาผมช็อคไป เพราะผมเห็นหน้าไอ้เปิ่นซีด แล้วเหงื่อตก ผมถามเปิ่นว่เป็นอะไรหรือเปล่า แต่เปิ่นก็ตอบว่าไม่เป็นไร คงเหนื่อย


ในรถ เราทุกคนต่างก็เงียบ ผมไม่รู้ว่าเพื่อนๆ กำลังคิดอะไรอยู่ ... แต่ผมเหนื่อยเกินกว่าจะเอ่ยปากถาม บรรยากาศในรถเงียบสนิทแม้ว่าเปิ่นจะเปิดวิทยุเอาไว้แต่มันก็ไม่ได้แว๊บเข้าโสตประสาทของผมเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเปิ่นก็ร้องเอะอะโวยวายขึ้นมา


“ฉิบหายล่ะ !!!! ...........” เสียงของเปิ่นก้องอยู่ในหัวของผม พร้อมกับเสียงของเพื่อนอีก 3 คนที่นั่งเบาะหลัง ที่ส่งเสียงออกมาไม่เป็นผู้คน ... ผมจับใจความไม่ได้รู้แต่ว่าเสียงมันดังมาก ... พร้อมกับความรู้สึกที่ดับวูบ + เสียงโครมครามดังสนั่น ที่นั่นเองเป็นเสียงที่ผม ได้ยินเป็นครั้งสุดท้าย

.
.
.



“ตี๋ ... ตี๋ฟื้นแล้วเหรอลูก ..... คุณพยาบาลค่ะ ลูกชั้นฟื้นแล้วค่ะ” .... ผมได้ยินเสียงแม่อีกรอบ ... ผมได้ยินเสียงแม่ และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผม ... ที่ผม เอ่ยปากพูดออกมา

“แม่ ... แม่ ผมเป็นอะไร” ผมพูดได้เท่านั้น ... แม่บอกว่าพักก่อนเดี๋ยวรอให้คุณพยาบาลเรียกหมอมาตรวจก่อนแล้วค่อยว่ากัน ...


ผมทำอะไรไม่ได้มาก เพราะรู้สึกเจ็บปวดไปทุกส่วน แถมหัวยังปวดเหมือนมันแทบจะระเบิด ... ผมคอยให้คุณหมอตรวจนั่นเช็คนี่ไปก่อน ใช้เวลาพอประมาณ คุณหมอพูดกับแม่ผมอย่างไรก็ไม่สามารถได้ยินแต่รู้ว่าแม่โล่งอก หลังจากที่ขอบคุณและรอให้คุณหมอออกไปจากห้องพัก แม่ก็เดินมาหาผม



“ ดีแล้วตี๋ ... โชคดีจริงๆ นะที่ตี๋ไม่เป็นอะไร ...” แม่พูดกับผมและแม่มีน้ำตารื้นๆ


“ผมเป็นไรเหรอแม่ ... แม่บอกผมได้ไม๊” ...เสียงสั่นๆ ของผม แม่คงรุ้ว่าผมคงยังงงกับเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ... แม่นิ่งไปอึดใจ แล้วก็ค่อยๆ เล่าให้ผมฟัง


แม่บอกว่า .. ก็หลังจากที่ผมกับเพื่อนๆ ไปเจอเหตุการณ์ต่างๆ มาที่ รพ. แถวบ้านแล้ว พวกผมก็นั่งรถกลับบ้านกัน เปิ่นเป็นคนขับรถ .. จังหวะที่ถึงหัวโค้งถนนที่แทบจะไม่อันตรายอะไรเลย เปิ่นขับรถมาจู่ๆ ก็เห็นคนเดินข้ามถนนแบบตัดหน้ารถ ... เปิ่นเลยหักหลบ รถก็เลยลงข้างทางอย่างแรง ทุกคนบาดเจ็บพอได้แผล ผมนั่งข้างหน้าหัวกระแทกสลบไป ส่วนเพื่อนที่นั่งด้านหลังก็พอได้แผลกันเล็กน้อย แล้วผมถามถึงเปิ่นว่าเป็นคนขับรถเป็นยังไงบ้าง ... แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ล่ะ อาการเป็นยังไง



“ ทุกคนก็ไม่เป็นอะไรมาก มีแต่เรานั่นล่ะสลบไปนานกว่าเพื่อนเลย เป็นอาทิตย์ ต้น สน ปรก ออกจาก รพ. ไปเมื่อ 2 วันก่อน เราก็เพิ่งฟื้น ที่โชคร้ายที่สุดนั้นคงจะเป็นเปิ่นนะ เพราะว่าเสียชีวิตคาที่ แล้วที่แปลกเลยคือ เพื่อนๆ มาเล่าให้แม่ฟังว่า ... ก่อนเปิ่นจะตาย เปิ่นยังพอมีสติแล้วเรียกชื่อ เดือน..... เสียงดังลั่นเลย ...เล่าถึงตรงนี้เพื่อนๆ ลูกก็เงียบกันหมด แล้วบอกว่าเดี๋ยวรอให้ลูกฟื้นก่อนแล้วเค้าจะมาเยี่ยมแล้วเล่าให้ฟัง” แม่เล่าให้ผมฟังด้วยน้ำเสียงแทบจะไม่หายใจ


หลังจากนั้น 1 วัน เพื่อนๆ แวะมาเยี่ยมผม .. ที่ รพ. ไอ้ต้นเป็นคนเล่าให้ผมฟังถึงเหตุการณ์วันนั้นเหมือนที่แม่เล่า .. และบอกเล่าให้ฟังอีกเพิ่มเติมเรื่องของเปิ่นและคนชื่อ เดือน ... ที่มันตะโกนก่อนมันจะตายว่า ที่แท้แล้วนั้น เดือนที่ผมได้เจอวิญญาณหรืออะไรก็ตาม ที่ รพ. ร้างแห่งนั้น เรื่องเล่าของเดือนที่ลุงแดงเล่าให้ฟัง มันก็คือ เดือน หญิงสาวที่ไอ้เปิ่นเคยคบหาด้วย แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากที่บ้าน เพื่อนๆ ผมสงสัยเรื่องนี้อยู่ก็เลยเค้นถามพ่อแม่เรื่องนี้ว่า เปิ่นรู้จักผู้หญิงที่ชื่อเดือนไหม ... พอพ่อแม่เล่าให้ฟังเท่านั้นล่ะ เพื่อนๆ ผมก็ตกใจกับเหตุการณ์นี้กันหมด พร้อมกับว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม ... สำหรับผมแล้ว ... คิดว่าคงไม่ใช่เหตุบังเอิญหรอก แต่มันเห็นเหตุที่มันจะต้องเกิด ...


ถ้าไอ้เพื่อนขี้เมาผม ... ไม่เอ่ยปากอยากลองดี
ถ้าไอ้เปิ่นไม่จอดรถเอาใจเพื่อนขี้เมาลองดี
ถ้าไอ้เปิ่นรู้ว่าแฟนเก่าที่คบหาฆ่าตัวตายเพราะความผิดหวังของตัวเอง



ถ้า **** ทุกอย่างมันไม่มีเหตุ มันก็คงไม่มีผลตามมาอย่างนี้หรอก ...




หลังจากผมออกจาก รพ. แล้ว ผมไปงานศพไอ้เปิ่น ... แล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลให้กับวิญญาณของเดือน ที่มาทำให้เราได้เจอ ทำให้เราได้รู้เรื่องราวและเรื่องเล่าของเธอ ... ผมหวังว่าเธอจะอโหสิให้เพื่อนผม และก็ได้ไปผุดไปเกิดสักที ...



ผมคิดว่า .. ความเจ็บปวดที่พวกเราต่างต้องเผชิญ มันเป็นเรื่อง ก ร ร ม เมื่อมันเกิดมันก็ผลตามมา ไม่ว่าจะยังไงเราทุกคนล้วนดำเนินชีวิตด้วย กรรมที่เราทำมา ไม่มีใครแก้กรรมได้เพราะเราต่างต้องรับผลกรรมนั้น .... ทุกคน .....




..............


ขอคุย : ต้องเอ่ยปากเลยค่ะว่า โจทย์นี้ตั้งแต่วันแรกที่ได้ยินแนวทางงานเขียนของคุณก๋า จะต้องกุมขมับปรับจิตสักเล็กน้อยเพราะว่าจะเขียนอะไรดี พอมารับโจทย์ กม.14 โอ๊ย อยากเอาหัวเขกพื้นเพราะว่าเป็นแนวผีๆ วิญญาณหลอนๆ ไม่ถนัดอย่างแรงค่ะแม้วาจะชอบดูหนังผีแต่ว่าก็ไม่ถนัดในพล็อตเขียนเพราะมันห่างไกลตัวเองอยู่ งานนี้เลยมั่วไปเรื่อยๆ ค่ะ เขียนไปคิดกันไปมันก็ได้เท่านี้ล่ะค่ะ


โจทย์นี้ตอนแรกว่าจะอัพไม่เกิน 9 โมง ... คุณเป็ดหวันมาก่อนเลยบอกว่าเค้ารอดตัวแล้วสำหรับงานชิ้นนี้ ต่อมา คุณก๋าก็เข้ามาบอกว่า

"เป็ดหวันรอด กะว่าก๋ารอด แล้วของคุณพู่ล่ะ ???"

ฮาๆ เรียกว่าประโยคนี้ประโยคจึ๊กในใจเลยค่ะ เพราะว่ามันยังเขียนไม่เสร็จอ่ะจิ ไม่เป็นไรถือว่าเสร็จเมื่อไหร่เมื่อนั้น และแล้วก็ด้นกันได้จนเสร็จ ถ้าหากว่าอ่านไปแล้วมันเฝือๆ ฝืดๆ แล้วอ่านไม่อินก็ไม่แปลกค่ะ เพราะว่าตัวเองอ่านแล้วยังคิดว่าถ้าให้เวลาต่ออีก 3 เดือนคงขัดเกลาให้มันนิ่มได้กว่านี้ (รึเปล่า) แต่ว่าเขียนได้ประมาณนี้ก็เนียนว่ามันโอเคแล้วนาแม้ว่าจะฝืดไปนิดหน่อย ไม่น่ากลัวอีกต่างหาก แต่เห็นว่ามันยาวดีค่ะ


ไม่เคยได้เขียนอะไรยาวๆ แบบนี้เลยค่ะ เป็นเรื่องสั้นได้หรือเปล่าค่ะแบบนี้ ?? เอาว่าถ้าอ่านจบก็เก่งเลย ถ้าอ่านไม่จบ .. ก็ทักทายกันเจ๋ยๆ ก็ได้ค่ะเพราะว่ามันยาวจริงๆ คนเขียนยังรู้สึกเลยค่ะ เพราะฉะนั้นคาดว่าบล็อกนี้แปแปะเอาไว้สัก 1 อาทิตย์ดีไม๊ค่ะนี่ เพราะมันยาวเกินกว่าจะเปลี่ยนบล็อกด่วนจ๋า (ฮาๆ ข้ออ้างฟังดูดีนะค่ะ) ...


เอาว่าตั้งใจเขียนค่ะ แม้ว่าจะตั้งใจแบบสั้นๆ เบลอๆ แต่ว่าเต็มที่ค่ะท้าทายกับเรื่องผีๆ ที่ไม่ถนัดอย่างแรง ยังไงก็เจอกันใหม่กับงานโครงการหน้านะค่ะ ...



เย้ๆ รอดตัวไปอีก 1 งาน






Create Date : 08 กันยายน 2553
Last Update : 8 กันยายน 2553 12:04:49 น. 62 comments
Counter : 759 Pageviews.  

 
อ่านจบค่ะ
เคยสงสัยว่าทำไมเห็นอะไรที่ผะอี๋ ต้องเห็นผ้าขาว ๆ แหะ แหะ
....
เขียนแบบนี้ ไม่เบลอแล้วคะ
ผูกเรื่องได้สมเหตุผลเนอะ
กรรมคือผลของการกระทำคะ
บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะเดือน
แต่เพราะความรู้สึกผิดในใจ
ทำให้เหม่อลอย
กับการขับรถคะ
....
แต่..จะสมใจมีมอม ถ้าเปลี่ยนเป็นให้ข้อคิดว่า เมาไม่ขับ อิอิ

นอกเรื่องซะได้



โดย: MeMoM วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:12:25:48 น.  

 
เขียนได้น่าติดตามมากค่ะ อ่านจนจบเลย
ว่าแต่...โรงพยาบาลนี่ คงไม่มีจริงใช่มั๊ยคะ จะได้ไม่ไป


โดย: kapeak วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:13:23:19 น.  

 
อ่านจบแล้วต้องบอกว่า

ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมันครับ เหตุผลที่บางครั้ง เราก็คาดไม่ถึง

อ่านแล้ว นึกถึงโรงบาลร้างที่ระยองครับ

ที่นั่น เป็นโรงบาลร้างที่เฮี้ยนที่สุดในประเทศนี้เลยครับ

บรึ๋ยยยยยยย



โดย: มนุษย์กินเห็ด... (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:13:47:59 น.  

 
ตามมาอ่านโครงการถนน มีตะพาบจ้า
อ่านจนจบเลยแหละตะเอง
คิดว่าคุณเปิ่นอาจจะกลัว และหลอนที่ได้รับรู้เรื่องของเดือนอีกครั้ง เลยทำให้ขับรถโดยประมาท


โดย: Sang Sang Ja วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:14:12:10 น.  

 
สรุปคือคนที่โชคร้ายกลับกลายเป็นนานเปิ่นสะงั้น ^ ^'

เหมือนได้ดู 1 ตอนของหนังผีไทยค่ะ อิอิ
สมแล้วที่เป็นคุณพู่ เอาตัวรอดไปได้อย่างสวยงาม
ไม่เสียแรงที่เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังผี ฮิฮิ





โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:14:16:52 น.  

 
ทีแรกนึกว่าจะจบ...ตั้งแต่ลุงแดงเล่าให้ฟังจบ...

มีต่ออีก..อย่างเหลือเชื่อ ใกล้ตัวมากอย่างบังเอิญ

ก็สนุกดีค่ะ ปกติเป็นคนไม่ชอบเรื่องแนวหลอนๆ แต่เรื่องนี้เหมือนเป็นเรื่องของกรรมนะคะ

ที่แน่ๆ ถ้าเป็นเรา ไม่ขอลองแน่นอนค่ะ ไม่่ว่าจะเมาหรือไม่เมา...คนเค้าเล่ามาน่าจะมีมูลเนาะ...


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:15:11:22 น.  

 
อ่านแล้วก็ต้องบอกว่า
ตายเพราะปากจริงๆเลยนะครับคุณพู่

แว๊บเข้าไปซ่อมเราเตอร์มานานสองนานครับ

อ่านจบแล้ว
แต่ยังไมไ่ด้เม้นท์ครับ

ตอนนี้เราเตอร์ยังอาการทรงๆทรุดๆ
แต่กลับมาเม้นท์ก่อนครับ อิอิอิ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:16:26:45 น.  

 
ตามมาตะพาบด้วยคนค่ะคุณพู่
แงๆ ๆ โดนพี่ก๋า หลอกอ่ะค่ะ ไหนบอกว่า เค้าตะพาบไม่หลอน เน้นฮาไง
ไหงเป็นงี้ล่ะ .. หลอนกันจริง
นี่ทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้วค่ะ ดีที่ฟ้ายังไม่มืดนะ
ปล่อยหนิงนั่งอ่านคนเดียว ง่ะ

อ่านจนจบเลยค่ะ .. ลื่นไหลมาก แอบลุ้นๆ อยู่ ว่าจะจบยังไง
แบบนี้ จะเรียก happy ending ก็ไม่ได้เนอะ
เอ แต่ว่าตัวเอกก็รอดนี่นา .. แบบว่า จบโดยให้คนอ่านคิดต่อเนื่อง
เรื่อง "กรรม" ทุกคนต้องเผชิญนะคะ
ได้อ่านหนังสือของคุณดังตฤณ แล้วเห็นด้วยมากๆ เลย
ชื่อเรื่อง "ผิดตั้งแต่เกิด" .. ก็การที่เรากลับมาเกิดอีกครั้ง
นั่นเพราะว่าเรามีกรรม .. ต้องกลับมาชดใช้ คือว่ามันผิด เลยต้องเกิด ไงคะ ..


หวา .. เอาแต่บ่นเรื่องเครียด .. ขอผ่านดีกว่าค่ะ
วันนี้รอดตัวจากตะพาบผีๆ แล้ว รออ่านตะพาบครั้งหน้านะคะ สู้ๆ ค่ะ


โดย: ThaMN วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:17:09:31 น.  

 
คุณพู่ขา ว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้อ่านตอนดึกๆ
เเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านซะหน่อย
แต่..กลัวว่าถึงเวลาแล้วจะเผลอหลับไปซะก่อนน่ะสิคะ อิอิ
เรื่องอย่างนี้ไม่เชื่อยุ้ยก็ไม่ลบหลู่นะคะ

จำได้ว่าตอนเด็กๆไปนอนบ้านคุณยาย
นอนกันกับลูกพี่ลูกน้องทั้งหมดสามคน
อยู่ๆพวกเราก็ลุกขึ้นตื่นตอนรุ่งเช้าพร้อมๆกัน
แ้ล้วก็มองไปที่สนามหญ้า
เห็นเด็กกำลังปั่นจักรยานวนเป็นวงกลม
แล้วก็นอนกันต่อไม่ได้สนใจอะไร
พอตื่นมาก็เลยไปถามคุณยายว่ามีเด็กที่ไหนมาบ้านเราอีกเหรอคะ
คุณยายบอกไม่มีนะลูก
โตขึ้นมาถึงได้รู้ว่าเป็นพี่กุมารทองค่ะ
แบบว่าถ้าไม่เจอด้วยตัวเอง
เรื่องอย่างนี้ยุ้ยก็คงไม่มีวันเชื่อเเหมือนกันนะคะ


โดย: nLatte วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:17:25:22 น.  

 
อ่านโหมโรงไปหน่อย แล้วก็ไล่ลงมาเม้นท์ก่อนค่ะคุณพู่

ตอนนี้กำลังโพล้เพล้....ปกติถ้าพักโรงแรมคนเดียวจะจิตหลอนหน่อยๆ
แต่โรงแรมนี้อยู่จนเป็นบ้านไปแล้วก็เลยไม่มีอาการ

ึถึงยังไงก็ขอเก็บไว้อ่านต่อพรุ่งนี้เช้าต่อ
คงจะสู้คุณยุ้ยไม่ได้หรอกค่ะที่จะเก็บเอาไว้อ่านคืนนี้ต่อ


โดย: narellan วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:17:45:33 น.  

 
ตั้งแต่อ่านมาเรื่องนี้น่ากลัวสุด ๆ เลยค่ะตั้งแต่อ่ามมา9yh


โดย: magic-women วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:17:52:16 น.  

 
อ่านต้นๆไปนิดๆ แล้วลากยาวมาอ่านที่คุณนิดเขียนไว้ตอนจบเลยค่ะ แฮ่ๆๆๆ มะชอบอ่่านอะไรหลอนๆค่ะ


โดย: pim(พิม) วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:19:34:08 น.  

 
ไม่เฝือดไม่ฝือเลยค่ะคุณพู่ ในเรื่องสั้น ๆ นี้คุณพู่สามารถบรรจุเรื่องราวให้ผูกพัน ซับซ้อน หลายปม เข้ามา ให้น่าติดตาม .... ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่เนาะ ... ส่วนตัวคิดว่าวิญญาณเป็นสสารอย่างหนึ่งมังคะ คือถ้าจะว่าไม่มีเลย ... แต่หลาย ๆ คนในโลกนี้ก็พูดถึงผี สัมผัสกับผี ก็คงต้องมีอะไรซักอย่าง ?? เนาะ


โดย: Tristy วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:20:07:34 น.  

 
วันนี้มาแนวน่ากลัวเลยนะคะ แบบนี้สาวก็หลบไปทำใจนิดนึง ไว้มาอ่านอีกรอบค่ะ...ฝันดีค่ะพี่พู่


โดย: sawkitty วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:20:49:42 น.  

 
เออะๆ น่ากลัวจัง อ่านแล้วขนลุก แต่ผีไม่น่ากลัวเท่าคนหรอก ผีทำบุญกรวดน้ำไปให้ก็จบ แต่เจอคนหลอกนี่สิ..จี๊ดดด เจ็บใจ


โดย: คล้ายดาว วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:20:49:47 น.  

 
เรื่องสั้นแนวผีๆ จากปลายนิ้วคลิ๊กอันยอดเยี่ยม มาแอบอยู่ตรงนี้เอง

ถ้าเขียนส่งไปนิตยสารแนวผีๆ ได้ตังค์กินหนมนะเนี่ย

ไม่เบา ๆ (อย่าบอกว่าหนักนะ 555)


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:20:52:27 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะ..


โดย: poongie วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:21:00:56 น.  

 
ลืมตอบคำถามนี้ไปค่ะ ... หารสองค่ะ ...
คือ คนถือเงินต้องอายุเกินกว่า 18 เท่านั้นน่ะค่ะ

.
.


แบบนี้ไม่ต้องทะเลาะกันครับ
เพราะมีพ่อเอด้าคนเดียวเท่านั้นที่อดครับ 555555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:21:46:26 น.  

 
อ่านเเล้วเครียดมากๆๆครับ
กลัวจังรีบลงเวรดีกว่า

วันนี้มาชวนไปบรื๊อออ..... ครับ



โดย: Sleeping_prince วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:22:28:55 น.  

 
อ่านเรื่องผะผียามมืดๆ ได้บรรยากาศดีแท้ อิอิ

เขียนได้น่ากลัวดีค่ะคุณพู่
ค่อยๆไล่อ่านทีละบรรทัดๆ
เหมือนเอามือเปิดตาดูหนังผะผีเลยค่ะ

จบลงด้วยคนที่คนอ่านคาดไม่ถึงต้องถึงฆาต
กรรมคือการกระทำ




โดย: อิ่ม_Aim วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:22:29:23 น.  

 
คุณพู่นะคุณพู่ มาหลอกคนกันเองซะงั้น
กำลังนั่งอ่านเพลินๆ

มาชวนกันกลัวซะได้ อิ อิ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:22:59:41 น.  

 
สรุปว่าคุณเปิ่นไปอยู่กับคุณเดือนรึเปล่าคะ

นั่น นั่น ยังยาวไม่ถึงใจ5555



แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:23:01:08 น.  

 

SA-WAT-DEE-KA ..*.^
+゚☆゚+。 ゚¨゚゚・*:..。o○☆゚+。*Miss *(´Д`)ノyou!
> > ღ
> > *ღღღHavE a NiCe DaY & GD Night NaJaღღღ<<<

.★ * ★..
.*★ *. *..*    ★
★           *
★          ★’
‘*.        *
  ‘★    ★
     ‘*..★'
> > (¯`v´¯)
> > `.¸.♥´ mastana….mastana <<<
>>*♥´¨)
¸.-´¸.-♥´¨) ¸.-♥¨)
(¸.-´ (¸.-` ♥♥´¨) ♥.-´¯`-.- ♥>♥


งานคุณพู่ยาวมากเรยอ่ะ....เหะ
ไปเพิ่มพลังแระจามาอ่านต่อน๊า


โดย: mastana วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:23:54:14 น.  

 
กื๋ยยยย ขนลุกกลางดึก
แต่งดีมากเลย
กลัว....


โดย: REX-REX วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:1:12:17 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่พู่
มาทักทายที่บ้านนี้ หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน
แต่ขอตัวกับงานชิ้นนี้นะคะ ไม่ได้อ่านค่ะ
ขึ้นต้นแล้วก็กลัว อยู่คนเดียวด้วย กลัวผีค่ะหนู
เลยขอแวะมาส่งข้อความไว้ให้เฉย ๆ แล้วกันนะคะ
ว่ายังคิดถึงกันอยู่เสมอค่ะพี่พู่ :)


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:1:33:21 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณพู่


เมื่อคืนฝนตกหนักจนไม่ได้เปิดคอมเลยครับ
แถมยังไฟดับอีกด้วย

นี่เช้านี้ฝน็ยังตกอยู่เลยครับ
ไม่รู้ส่งท้ายชุดนี้แล้ว
จะเริ่มหนาวเลยรึเปล่านะครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:5:48:05 น.  

 
อ่านจนจบเลยค่ะ สยองมากๆ แอบลุ้นว่าตอนจบจะจบยังไง อิอิ น่ากลัวกว่าที่คาดไว้ซะอีก



โดย: is_ninja วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:6:51:49 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ
อ่านรวดเดียวจบตั้งกะเมืื่อคืนค่ะ แต่อุบอิบมาเม้นตอนเช้า แฮ่
ขนาดบอกว่าเขียนมั่วๆปั่นๆนะนี่ยังยาวเลยแถมมีสาระสอนใจด้วย
แจ่มค่ะ แต่โจทย์หน้าสิคะ มึนเลย


โดย: ท่านหญิงน่าเกลียด วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:7:43:09 น.  

 
แหงะ เราทั้งไม่ถนัดเขียนแนวนี้และอ่านแนวนี้ด้วยค่ะคุณพู่ เพราะงั้นบล็อกนี้ขอผ่านอ้ะ


ก็ถือว่าอาหารเช้าโอในระดับหนึ่งค่ะ แต่ก็ไม่เท่าโรงแรมอื่นๆ ที่ดีๆ กว่านี้อะนะคะ แหะๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:9:32:17 น.  

 
เอิ่ม --- ขอเวลานิชคุณซ้อมร้องกีตาร์หน่อยนะครับ
สองปีมาแล้วที่ได้แต่วิ่งไล่จับพญาลิง
จนไม่มีเวลาจับกีตาร์เลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:10:20:21 น.  

 
นางฟ้าเป็นคนกลัวผี แต่ก็ชอบอ่านเรื่องผีค่ะ คุณพู่

นั่งอ่านจนจบ ตอนนี้รู้สึกหนาว ๆร้อน ๆขึ้นมาบ้างแล้ว...
ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนนางฟ้าหรือปล่าว

ว่าแล้วขอไปเปิดไฟอีกดวงก่อนนะ...


โดย: นางฟ้าของชาลี วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:10:29:29 น.  

 
ต้องยอมรับค่า ว่าโจทย์ของอ้ายทั้งสอง ยากมาก
แรกๆ หนิงก็พยายามอยู่นะคะ แต่ว่ามาหลังๆ ตั้งแต่เปิดเทอมก็ไม่ได้เขียนอีกเลย
เสียดายอยู่ค่ะ เพราะเป็นการฝึกให้ได้คิดอะไรใหม่ๆ
สมองจะได้มีความสร้างสรรค์ อิอิ


รอบหน้าก็จะมาคอยตามอ่านกันค่ะ
ตอนนี้ก็พยายามแวะๆ ไปอ่านบ้านเพื่อนๆ พี่ๆ คนอื่น
หลอนกันบ้าง ฮากันบ้าง แหมๆ เก่งๆ ทั้งนั้นเลย


โดย: ThaMN วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:10:34:43 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ

กลิ่นผียังไม่จางเลยนะเนี่ย

ชอบกล่องคอมเม้นท์มาก ใบไม้ผุกับแมลงเต่าทอง ศิลปะสุดยอดจร้า


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:10:56:05 น.  

 
จากบล๊อก......


สวัสดีค่ะแม่อ้วน ...

วันเวลาผ่านไปนะค่ะ รวดเร็วปานจรวดแท้ๆ เลย
อากาศก็ร้อนอีกต่างหาก... ยังไงแม่อ้วนก็
รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ .. อย่าให้เจ็บ ให้ป่วย
เลยเชียว ไม่งั้นเดี๋ยวแม่อ้วนไม่สบาย
เรื่องคิดมากเยอะแยะจะยิ่งหายช้า ...

ไม่ได้ค่ะไม่ได้ แอบมาส่งกำลังใจและรอยยิ้ม
ให้บ่อยๆ ค่ะ (แอบหวานไปมะเนี่ย)

^
^
^หวานรับได้ชุ่มคอชื่นใจจ่ะหนูพู่


โดย: แม่อ้วนคนสวย วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:10:57:54 น.  

 
โจทย์ตะพาบงวดนี้ ยากจริงๆ ค่ะ
อารมณ์เดียวกันเลยว่า ต้องรอองค์ลงก่อนถึงจะ
เขียนน่ะค่ะ งานนี้ยากเพราะว่าจินตนาการไม่ถูกใจคะ
แม้ว่าจะชอบดูหนังผี แต่ว่าก็ไม่สามารถเขียนได้
เราเลยคิดว่าตัวเองมีจินตนาการค่อนข้างจำกัด
และเขียนอะไรที่มันสัมผัสไม่ได้ หรือว่าไกลตัวยากมาก
แต่ว่าก็ท้าทายดีค่ะ ทำให้องค์ลงทันเวลาเขียนซึ่ง
ถูกกดดันจากสองหนุ่มคนตั้งโจทย์ร่วมนี่ล่ะคะ่
แวะมาบอกว่ารอดตัวในขณะที่เรายังไม่รอด มันเลย
ต้องเชิญองค์ลงเร็วๆ หน่อย ดีว่ากว่าจะเสร็จครึ่งวัน
พอดีเลยค่ะ

ลากมาจากบล็อกคุณลิ้งค์ครับ...

ด้วยเหตุผล ผมอยากตั้งโจทย์บ้าง แต่ตอนนี้ต้องขอแรงสนับสนุนจาก 2 หนุ่มก่อน ถ้าเขาเห็นด้วย ก็เป็น 3 หนุ่ม 3 มุม แต่ที่ผมคิดไว้นะ แนวเรื่อง..อ่านแล้ว องก์น่าจะลงมากกว่าแนวไหนๆ 555

โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึก


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:11:40:16 น.  

 
ถ้ารู้ก็คงไม่เกิดเหตุการณืแบบนี้

สนุกดีครับ เป็นเรื่องผีแบบออกแนวเวรกรรมมีจริง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:11:46:56 น.  

 
อ่านจบนะ

เขียนดี... และเห็นด้วยกับความเห็นที่ 36

บางทีพี่ไม่เคยกระทำเรา แต่เราดันวิ่งเข้าไปหาผีเอง


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:12:08:46 น.  

 
555 มีคนนึกถึงขาขาว ๆ ของสาวชาติอื่นไปเสียได้
ชอบเม้นท์ค่ะ
ทะเล๊ ทะเลดี
ไปทะเลกันมั่งมั้ยคะ


โดย: MeMoM วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:12:09:21 น.  

 
สุดยอดครับ ทุกอย่างมีเหตุผล มีที่มา มีที่ไป

ผมกะลังปั่นอยู่ครับ องค์เริ่มมาแล้ว..

ยากจริง ๆๆๆ


โดย: CEO นิ้วก้อย วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:12:53:48 น.  

 
แวะมาเยี่ยมบ่ายๆท่ีฝนตกกระหน่ำ..

ขออย่าให้ราคาสินค้าเกษตรตกลงไปด้วยเลย
โอม..เพรี้ยงงง




โดย: Little Knight วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:13:55:24 น.  

 
สวัสดีครับคุณพู่ครับ

ผมก็ทำนองเดียวกันกับคุณพู่นั่นแหละครับ

ฮ่าๆ

ชอบความกดดัน ถึงจะคิดออกครับ



โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน... (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:14:23:15 น.  

 

วันนี้อากาศร้อน แต่อารมณ์ห้ามร้อนนะคะ ^.^
ทีหลังห้ามสนใจเลยนะคะ อย่าใส่ใจ เราไม่ได้ขอใครกิน แต่ถ้าอยู่แล้วเสียสุขภาพจิต ก็ออกเลยดีกว่า อิอิ


โดย: ป้าโบราณ วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:14:44:15 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณพู่^^
555 ดีใจค่ะที่เข้ามาตอนกลางวัน อ่านแล้ววาบๆเล็กน้อย เพราะเป็นคนไม่กลัวผี แต่ก็ไม่เคยท้าทาย
ที่ไม่กลัวเพราะไม่เคยเจอน่ะค่ะ อย่านะอย่าถามว่าอยากเจอรึเปล่า บรื๊ออ

เปลี่ยนโหมด ยิ่งรู้สึกว่าตัวบวมยิ่งต้องชั่งค่ะ
ชั่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย จะได้ปรับปรุงตัวถูก ลองเริ่มจากลดข้าวในแต่ละมื้อลงทีละทัพพีก่อนก็ได้ค่ะ
ขนมก็ลดให้น้อยลง ที่สำคัญเลิกเสียดายของค่ะ เทเป็นเท ทิ้งเป็นทิ้ง
เก็บใส่ท้องก็ค้างอยู่ในพุงเราสถานเดียว
และถ้าพอมีเวลาพี่หมีขอแนะนำให้ลองขยับแขนขวา ว้ายขวาบ้างค่ะ

ลุยกะเจ้าไขมันเลยนะคะ
//แอบซุบซิบ ชวนคุณก๋าหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเลยค่ะ เรื่องลดพุง 555


โดย: หมีสีชมพู วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:14:48:38 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะคุณพู่ บีเคยเจอเหตุการณ์คนเข้าใจผิด แล้วรุมว่าเราค่ะ ตอนแรกก็เครียดๆแต่พอเราคิดบวก แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรนะคะ ไปๆมาๆกลายเป็นเรือ่งตลกมากกว่าค่ะ การคิดบวกบางทีทำให้เรายิ้มออก แทนที่มัวแต่เครียดดีไม่ดีเป็นไมเกรนเอาเปล่าๆเนอะ ช่วงนี้บียังวุ่นๆกับร้านเก่า และร้านใหม่ ว่างมาอัพบล็อกแต่ยังหาเวลาทักทายเพื่อนๆ ไม่ค่อยได้ค่ะ ฝนตกบ่อยๆคุณพู่ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: no filling วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:15:22:24 น.  

 
คริ คริ เรามาหิวผักกันไม่เป็นเวลาก็ดีนะคะ
อืมมม คุณแม่คุณพู่พูดเหมือนใครสักคนเคยพูดกับพี่ต้องเลย ตอนนั้นเป็นตอนที่ทานมังฯ น่ะค่ะ
....
ว่าแล้ว เด๋วไปหาส้อมก่อน




โดย: MeMoM วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:15:32:29 น.  

 
โห...คุณพู่เขียนเก่งมากค่ะ
ยิ่งรู้ว่าเขียนสดๆ ก็ยิ่งนับถือค่ะ

ชอบตรงวกกลับมาเรือ่งกรรม ได้อีก เจ๋งมากเลยค่ะ
เซอร์ไพรส์นิดๆว่าคนตายคือเปิ่น
ฮืมๆ ดีใจที่ไม่ใช่เรื่องจริงค่ะ


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:15:37:00 น.  

 
ไชโยเขียนเสร็จจนได้เหมือนกัน

หืดขึ้นคอเลยครับผม..


โดย: CEO นิ้วก้อย วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:17:06:02 น.  

 





หัวข้อตะพาบนี้ บอกเพื่อนๆ ทุกคนว่าขอผ่านนะคะ
ไม่ว่าเรื่องจะมีหักมุม หรือเกี่ยวข้องกับ
พลังงานรูปหนึ่ง รูปนั้นไหม น่ะคะ
แต่ตะพาบครั้งต่อมารับรองว่าไม่พลาดค่ะ
ช่วงนี้มียุ่งๆ ค่ะแต่ไม่มากค่ะคุณพู่
เดี๋ยวกลางเดือนจะมีหายๆ ไปบ้างนะคะ
คุณพู่ละคะเป็นยังไงบ้างเอ่ย





โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:19:28:31 น.  

 


เรื่องแบบนี้ กลัวก็กลัว อยากอ่านก็อยากอ่านนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:19:49:46 น.  

 
หวัดดีจ๊าพู่ ...
วันนี้ฝนตก..พี่เลยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
หลังจากสมองบูด..หัวใจบวมอยู่หลายวัน
..เวลาผ่านไป..
เรื่องราวมันก็จางๆ ไป
ถึงไม่คลี่คลาย แต่ก็ดีขึ้นแล้ว
ขอบคุณนะจ๊ะที่เป็นห่วงกัน...
ว่าแต่..วันนี้บ้านนี้มีผรเหรอ?


โดย: mutcha_nu วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:19:55:10 น.  

 
คิคิ .. เฉลยแล้วจ้า..


โดย: poongie วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:21:04:38 น.  

 
แล้วชอบน้ำสลัดแบบไหนคะ
พี่ต้องชอบหลายอย่าง ทาวด์ซันฯ พริกไทย โยเกิร์ต แบบญี่ปุ่นก็ชอบ ทั้งแบบงา และแบบวาซาบิ
หุหุ

....
แต่วันนี้ยังไม่ได้ทานข้าวเย็น หิวมั่งแล้วอ่ะ



โดย: MeMoM วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:22:43:27 น.  

 
เรื่องของพี่ จิ๋วนิด นี่ น่ากลัวจริงๆๆครับ

อ่านรอบสองยิ่งหลอนเข้าไปในทรวง

มีคำถามมาถามเล่นๆๆ เกี่ยวกับต้นไม้ครับ



โดย: Sleeping_prince วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:2:26:32 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณพู่

ครึ้มมาเลยนะครับ
สำหรับเช้าวันนี้ที่เชียงใหม่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:6:39:17 น.  

 
เวรกรรมมันมีจริง.... ^^



อ่านจบครับคุณพู่




อรุณสวัสดิ์นะครับ ^^


โดย: พระจันทร์ของขวัญ (Great_opal ) วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:7:17:06 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพู่
แวะมากอดก่อนไปชงกาแฟ
คุณพู่หมดไปกี่แก้วแล้วคะ

อิอิ

คิดถึงและกอดกันเสมอ จุ๊ฟๆๆ นะคะ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:7:55:21 น.  

 
นางฟ้ามาอีกรอบค่ะ คุณพู่

คราวที่แล้วลืมขอบคุณ สำหรับคำตอบเรื่องเลนส์นะคะ
คิดอยู่เหมือนกันว่าต้องเป็นเลนส์นั้น

แต่จะว่าเลนส์ดีอย่างเดียวก็ไม่ได้ ฝีมือคนถ่ายเองก็สำคัญค่ะ
นางฟ้าชอบฝีมือคุณพู่ค่ะ...


โดย: นางฟ้าของชาลี วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:7:57:46 น.  

 
ฝากดูแลบ้าน พร้อมตักแกงส้มให้ทาน 1 ถ้วยจร้าคุณชมพู่ อิ อิ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:8:07:40 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับป้า...


ทำงานที่คาเฟ่เสร็จก็แวะมาเยี่ยมป้าเลย
อิอิ..แวะไปคาเฟ่ก็อยากกินนั้นโน่นนี่ ตามไปด้วยเลย


ว่าแล้วหิวๆๆ แต่เมื่อคืนเสร็จงานดึกผมซัดมาม่าไป2ซอง
เช้านี้ยังอิ่มๆอยู่เลย 555+


มีความสุขมากๆนะครับป้า



โดย: Little Knight วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:8:13:27 น.  

 
ถ่ายภาพผมถือว่าจิ๊บๆ
แต่ที่เทพมากๆคือ พี่เบิร์ทถ่ายภาพหมิงหมิงตอนวิ่งได้ด้วยครับ 5555

เดี๋ยวจะเอาภาพมาให้ดูกันครับ
ว่าพี่เค้าเก่งจริงๆ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:10:23:13 น.  

 
ทักทายสวัสดีกันช่วงพักทานข้าวมื้อกลางวัน อิ่มๆ อร่อยๆ ครับ

มาอ่านเรื่องราววิญญาณแบบนี้แล้ว ชวนให้อ่านกันจนจบเลยล่ะครับ


โดย: ถปรร วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:12:25:42 น.  

 
อ่านจนจบเลย.....

ตกลงผีมีจริง
กรรมมีจริง..



โดย: ไกลเกินใจสายเกินแก้ วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:6:08:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

JewNid
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]




[Add JewNid's blog to your web]