Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
30 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
เบื้องหน้า เบื้องหลัง และเบื้องลึก MISS UNIVERSE 2005



MISS UNIVERSE 2005 Presented By SINGHA



Magazine for member of Boon Rawd Brewery





ความสำเร็จของการประกวด MISS UNIVERSE 2005 ที่ผ่านมา นอกจากประเทศไทยจะได้ประชาสัมพันธ์ให้โลกได้รับรู้ถึงความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมแล้วเรายังได้แสดงให้โลกเห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นเจ้าภาพระดับโลกอีกครั้ง ซึ่งผลที่ได้รับกลับมานั้นประเมินเป็นมูลค่าแล้วมากมายมหาศาลเหลือเกิน



เบื้องหน้าและเบื้องหลังของความสำเร็จในการทำงานครั้งนี้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก (Presenting Sponsor) ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้งานดำเนินไปได้ด้วยดี ซึ่งผู้ที่มีส่วนร่วมทำงานระดับโลกครั้งอย่างใกล้ชิดในส่วนของ บริษัท บุญรอดฯ คือ คุณ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหาร คุณ รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และคุณ ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ฝ่ายการตลาด ซึ่งจะมาให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนกระบวนการทำงานต่างๆ และอุปสรรค์ที่เกิดขึ้น


คุณ ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์
กับบทบาทหน้าที่ ในตำแหน่ง Project Leader

เบื้องหลังในการเป็นสปอนเซอร์

"เริ่มจากทาง บริษัท ดีทีซี ผู้จัดการประกวด ได้เข้ามาเสนอโปรเจ็คต์นี้ไปยังผู้สนับสนุนรายอื่นๆด้วยแต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากติดขัดในเงื่อนไขบางประการ ต่อมาเมื่อเราทราบถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการประกวด ก็ได้มีการประชุมร่วมกันกับฝ่ายต่างๆ คือ ฝ่ายตลาด ฝ่ายการขาย ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ และ ฝ่ายต่างประเทศ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะสนับสนุนการประกวดครั้งนี้ เนื่องจากเป็นโอกาสที่ดีที่จะประชาสัมพันธ์ตราสิงห์คู่สู่ตลาดต่างประเทศแล้วยังช่วยตอกย้ำความเป็นอินเตอร์ของสิงห์กับตลาดในประเทศอีกด้วยเราจึงรีบนำโปรเจ็คต์นี้เสนอต่อผู้บริหารระดับสูง เพื่อขออนุมัติซึ่งทางผู้บริหารก็ให้ความเห็นชอบและกำชับว่าโปรเจ็คต์นี้ไม่ใช่เป็นแค่การประกวดนางงาม



แต่เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ประชาสัมพันธ์สิงห์ สู่สายตาชาวโลก ผ่านเวทีการประกวด MISS UNIVERSE โดยมีทูตความงามจาก 81 ประเทศทั่วโลกเป็นผู้นำเสนอ และอย่างที่บอกไว้ในตอนต้นก็คือ เราทราบว่าโปรเจ็คต์นี้ก็มีผู้สนับสนุนรายอื่นสนใจอยู่ เมื่อได้รับการอนุมัติจากผู้บริหาร เราก็รีบตอบตกลงทางดีทีซีทันที โดยใช้เวลาในการตัดสินใจทั้งหมดเริ่มจากการประชุมกับฝ่ายต่างๆ จนถึงเสนอผู้บริหารอนุมัติแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง นับได้ว่าเป็นการตอบตกลงการสนับสนุนกิจกรรมขนาดใหญ่ที่สุดในเวลาอันรวดเร็วที่สุดตั้งแต่เราเคยทำมา และก็พิสูจน์ให้เห็นในวันนี้แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุดเช่นกันตอนที่เราตอบตกลงกันดีทีซี เราเหลือเวลาเตรียมงานเพียงแค่ 30 วันเท่านั้น นี่เป็นโจทย์ที่ใหญ่สำหรับทีมงานเลยทีเดียวว่าเราจะจัดสรรงาน จัดสรรคน จัดสรรงบประมาณกันอย่างไรในเวลาที่จำกัดขนาดนี้

เราเริ่มแก้ไขโจทย์นี้ด้วยการหาข้อมูลที่เกี่ยวกับการประกวด MISS UNIVERSE ครั้งที่ผ่านๆมา จากการพูดคุยกับผู้จัดการประกวด จากใน Website ตลอดจนนั่งดูเทปการประกวดครั้งก่อนๆ ทีมงานเราพบประเด็นที่น่าสนใจคือ การประกวด MISS UNIVERSE ไม่ใช่เป็นการจัดงาน Event แต่เป็นการทำรายการทีวีแบบเรียลลิตี้โชว์ คือการนำเสนอภาพชีวิตของผู้เข้าประกวดจากทั่วโลกเรากำลังสร้างรายการทีวี ให้กับคนทั่วโลกชม ดังนั้นทุกๆสถานที่ ที่ผู้เข้าประกวดไปทำกิจกรรม จึงเปรียบเสมือนห้องส่ง ตากล้องคือ นักข่าว และเราคือ โปรดิวเซอร์ ที่ต้องทำรายการให้ผู้ชมสนใจดูสนุกและน่าติดตามขั้นตอนต่อมาเราพิจารณาดูว่า ผู้เข้าประกวดเป็นใคร เพื่อที่จะได้ออกแบบกิจกรรมหรือรูปแบบรายการให้เหมาะสมและและเป็นที่น่าสนใจ ซึ่งสรุปโดยรวมก็คือ ผู้เข้าประกวดมีอายุอยู่ระหว่าง 18-20 ปี ชื่นชอบความสนุกสนาน ยังมี Life style แบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป เป็น Hip Hop Generation และส่วนใหญ่เป็นนางแบบอาชีพ

ดังนั้นกิจกรรมที่จะให้ผู้เข้าประกวดทำ จะต้องเป็นสิ่งที่พวกเขาชอบ หลากหลาย เพื่อที่จะทำให้มีเนื้อข่าวมากขึ้นและนำเสนอได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นก็ได้จัดวางโลโก้สิงห์ให้อยู่ในจุดต่างๆเพื่อให้รับมุมกล้องที่ต่างกัน ออกไป เราจึงต้องมั่นใจว่าไม่ว่าช่างภาพจะถ่ายภาพจากมุมไหนจะต้องเห็นโลโก้สิงห์ทุกมุมเพราะงานแบบนี้ไม่มีโอกาสครั้งที่2ถ้าพลาดแล้วก็พลาดเลย อุปสรรคในการทำงานแม้จะมีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี แต่เมื่อปฏิบัติงานจริงปัญหาต่างๆ ก็เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้ตื่นเต้น และต้องแก้ไขสถานการณ์ “ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความแตกต่างของวัฒนธรรมการทำงานระหว่างทีมงานกองประกวดจากต่างประเทศกับทีมงานไทย ทีมงานฝรั่งจะรักษากฎกติกาอย่างเคร่งครัด ตึงไม่มีหย่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการรักษาความปลอดภัยของผู้เข้าประกวด



ถ้ามีคิวอะไรที่ไม่มีในกำหนดที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หรือมีอะไรที่เข้ารู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ เขาจะยกเลิกงาน พาผู้เข้าประกวดกลับทันที ในมุมมองของเราก็รู้สึกว่า เรื่องบางอย่างก็ "เรื่องมาก" เกินไปยกตัวอย่างบางเรื่องเช่น ทีมงานไทยและฝรั่งรวมถึงนักข่าวช่างภาพทุกคนต้องไปลงทะเบียนทำบัตรประจำตัว และต้องไปทำด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่มีข้อยกเว้นให้ใคร คนที่มีบัตรเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมถ้าไม่มีบัตรไม่ว่ากรณีใดๆก็เข้าร่วมงานไม่ได้ แค่เรื่องบัตรเรื่องเดียวก็เป็นเรื่องปวดหัว ตั้งแต่วันแรกเลย เมื่อ คุณเจนนิเฟอร์ ฮอกกินส์ MISS UNIVERSE 2004 มาถึงเมืองไทยกองประกวดก็เลยจัดแถลงข่าวที่โรงแรมดุสิตธานี มีนักข่าวมากมายทั้งไทยและเทศ ซึ่งนักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่ไปลงทะเบียนทำบัตรเรียบร้อยแล้วก็เข้างานได้ ส่วนนักข่าวไทยซึ่งส่วนใหญ่จนเกือบจะเรียกได้ว่าทั้งหมดยังไม่มีบัตร ทางทีม รปภ. ของฝรั่งไม่อนุญาตให้เข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย แม้กระทั่งช่างภาพช่อง7



ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานด้วยก็เข้าไปไม่ได้ ทีมงานไทยขอให้ผ่อนผันอย่างไรก็ไม่ยอม อ้างเรื่องความปลอดภัยอย่างเดียว ภาพที่ออกมาวันนั้นก็คือ ในห้องแถลงข่าวที่จุคนได้เป็นร้อยคนมีคนเข้าได้ไม่ถึง20คน และเป็นนักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่ส่วนนักข่าวไทยก็ต้องรออยู่ด้านนอกเป็นร้อยคน ก็เกิดการไม่พอใจมองว่าต้อนรับไม่เท่าเทียมกันเอาใจแต่นักข่าวต่างชาติ ทีมงานกองประกวดไทยถูกด่ากันยับ และเราในฐานะสปอนเซอร์หลักก็โดนด้วย รุ่งขึ้นในส่วนของสิงห์ เรารีบแก้ปัญหาโดยการชี้แจงให้นักข่าวทราบถึงกฎกติกาของกองประกวด อธิบายให้ชัดเจนว่าเราพยายามที่จะอำนวยความสะดวกให้กับนักข่าวทุกคน ก็ต้องขอให้เข้าใจวัฒนธรรมฝรั่ง เขาก็มีกฎกติกาแบบนั้น ทางเราจะช่วยพานักข่าวที่ยังไม่ได้ทำบัตรไปทำบัตรให้เรียบร้อย นอกจากนี้ สิงห์จะมีรถนักข่าว1คัน อำนวยความสะดวกให้กับสื่อมวลชนไทยโดยเฉพาะ รถคันนี้จะช่วยรับส่งนักข่าวไปสถานที่ที่นางงามไปทำกิจกรรม เราจะส่งตารางทำกิจกรรมของนางงามให้กับนักข่าวทุกวันและถ้าใครไปไม่ทันหรือพลาดข่าวอะไร ในรถคันนี้ก็จะมีข้อมูลไว้ให้ตลอด รวมถึงการจัดหารูปภาพกิจกรรมของนางงามไว้ให้ด้วย ซึ่งการแก้ไขในจุดนี้ก็ช่วยปรับความเข้าใจกับสื่อมวลชนได้ดีในระดับหนึ่ง งานทุกอย่างต้องผ่านการคิดและออกแบบไว้ล่วงหน้า เพื่อภาพทุกภาพที่นำเสนอให้คนทั่วโลกนั้นต้องน่าสนใจ และต้องมีโลโก้สิงห์ ปรากฏอยู่ทุกเฟรม

ยกตัวอย่างเช่น ในงานเลี้ยงอาหารมื้อเย็นให้กับผู้เข้าประกวดที่ร้านอาหาร ดีริเวอร์ โดยสิงห์เป็นเจ้าภาพงาน ทีมงานเราจิตนาการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวัน รายละเอียดโดยจิตนาการในมุมมองของช่างภาพว่าเขาต้องการรูปจากมุมไหนฉากหลังเป็นอะไร ภาพลักษณ์ไหนที่น่าสนใจเป็นข่าวได้ เราเริ่มตั้งแต่ผู้เข้าประกวดเดินเข้ามาในงาน เราเตรียมการละเล่นลาวกระทบไม้ให้ผู้เข้าประกวดเดินผ่านทีละคน ซึ่งภาพที่ออกมาก็ดูน่ารัก สนุกสนาน ที่สำคัญเป็นภาพสาวงามในกิริยาที่ดูแตกต่างจากภาพทั่วไปที่เคยเห็น และแน่นอนฉากเบื้องหลังผู้เข้าประกวดก็มีโลโก้สิงห์อยู่ไม่ว่าคุณจะถ่ายภาพจากมุมไหนก็จะติดสิงห์อย่างแน่นอน พอเข้ามาในงานเราก็เตรียมซุ้มกิจกรรมไทยๆ ให้ผู้เข้าประกวดได้ร่วมสนุก เช่น ซุ้มทำขนมไทย ซุ้มร้อยมาลัย ซุ้มสานปลาตะเพียน หรือซุ้มส้มตำเป็นต้น

ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในวันนั้น คือ อากาศร้อนมากนางงามซึ่งมีกิจกรรมซ้อมเต้นมาตลอดทั้งวัน ก็มีอาการอ่อนเพลียไปหลายคน และยังไม่ได้ทานอาหารเย็นพอมาเจอแขกของเราซึ่งทุกคนก็อยากถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยก็เลยเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมไป 3 คน ตอนนั้น รปภ.ฝรั่งจะให้นางงามทั้งหมดขึ้นรถกลับอย่างเดียว พูดอย่างไรก็ไม่ฟัง อ้างว่าควบคุมไม่อยู่ เราเลยต้องขู่ว่าถ้ายูพานางงามกลับ ไอไม่จ่ายเงิน ถึงจะยอมฟัง ยอมคุยกันกับทีมงานกองประกวดไทย สุดท้ายเราก็แก้ปัญหาโดยให้ผู้เข้าประกวดไปนั่งพักที่ตึกด้านหลังซึ่งเป็นห้องแอร์ แล้วจัดอาหารไปให้ทานบนห้อง จากนั้นก็ให้ออกมาร่วมงานกับแขกครั้งละ 20 คนสลับกันไปปัญหาเฉพาะหน้านี้เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของการประกวด 1 เดือน ซึ่งการแก้ปัญหาบางครั้งก็ต้องอ่อนตาม แต่บางครั้งก็ต้องแข็ง”




ผลตอบแทนและภาพรวมในแง่การตลาด

“ ผลตอบแทนในรูปแบบของสื่อประชาสัมพันธ์นั้น เฉพาะหนังสือพิมพ์อย่างเดียวก็คิดเป็นมูลค่าได้ประมาณ 55 ล้านบาท ซึ่งสื่อบางอย่างมีเงินก็ซื้อไปไม่ได้ เช่น วันที่มีพาเหรดเปิดตัวนางงามครั้งแรก รุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับมีรูปผู้เข้าประกวดกับโลโก้สิงห์ขึ้นหน้า1กันหมด ส่วนสื่อทางทีวีเฉพาะที่ได้จากช่อง 7 ก็ประมาณ 51 ล้านบาท ยังไม่ได้นับรวมสื่อจากทางช่องอื่นๆและสื่อประเภทอื่นๆซึ่งภาพข่าวที่ถูกนำมาเสนอไปนั้นเป็นข่าวไปทั่วโลกนับว่าคุ้มมากๆในส่วนของการตลาด งานหลักของเราคือ สร้างและตอกย้ำ Brand สิงห์ ว่าเป็น Brand ไทยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเป็นอย่างดี ที่สำคัญเราดีใจที่ได้ทำงานนี้ คุณจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่ได้ทำงานระดับนี้ ร่วมกับคนขนาดนี้ และด้วยงบประมาณขนาดนี้ โอกาสนี้ไม่ได้มีบ่อยถึงเหนื่อยแค่ไหนก็จะทำ คุณได้ทำงานกับคนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกได้เห็นได้ฟังวิธีการคิดที่แตกต่าง ดีใจที่ได้ทำ ประทับใจที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ เป็นความสำเร็จที่คนทั่วโลกมองเห็นคิดว่าเราได้ใส่เต็มที่แล้ว เราใสเต็มพลังสุดตัว ถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปทำงานนี้อีก สิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นก็คือ เราทำงานง่ายกว่าเดิมเท่านั้น”





คุณรังสฤษฏ์ ลักษิตานนท์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินชุดประจำชาติ


มุมมองในภาพรวมกับการจัดงานครั้งนี้

“ ในแง่ของบุญรอดฯ เราคิดว่า การจัดประกวดครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากทั้งในส่วนของสิงห์เองและประเทศชาติ ซึ่งภาพที่ออกมาได้เห็นสถานที่สวยงาม และภาพที่นางงามเดินทางไปสถานที่ต่างๆ สำหรับในส่วนของบุญรอดนั้น การที่เราได้คุยไว้คุณต้องมีโลโก้สิงห์นบเวทีนี่คือจุดประสงค์ที่เราซื้อแพ็คเกจนี้ ถ้าไม่มีก็ไม่ทำ ซึ่งตอนนี้ทั่วโลกก็ได้เห็นสิงห์สองตัวอยู่บนเวทีก็คิดว่าเราประสบความสำเร็จ”

มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกุศโลบายสร้างความเป็นใหญ่

“ ผมว่าเป็นกุศโลบาย สร้างความเป็นใหญ่ ถ้ามีรปภ. มาคอยคุม นี่คือนโยบายสร้างความเป็นใหญ่ อย่างเวลา ไทเกอร์ วู้ดมา ก็จะมีการ์ดคอยคุม 4 คนนี่คือการสร้างภาพให้เขาดูใหญ่ สำหรับผมแล้วไม่ถือว่าเป็นปัญหา รปภ. ก็ทำตามหน้าที่ แต่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจอาจจะถือว่ากวน แต่ถ้าเข้าใจก็ไม่มีอะไร



เรื่องชุดประจำชาติเจ้าปัญหานั้น คุณรังสฤษฏ์ บอกว่าเป็นเรื่องของการตัดสินไปตามวัตถุประสงค์ และเป็นประเพณีของเจ้าภาพที่ควรได้รับรางวัลนี้เป็นสิ่งตอบแทน

“ ชุดประจำชาติมีคนพูดกันมาว่าไม่แฟร์ ผมเป็นกรรมการและเลือกให้คะแนนก็คือ ไทย เกาหลี อินเดีย อินโดนีเซีย คือเราต้องตอบโจทย์ชุดประจำชาติว่าอะไรที่มองแล้วสื่อถึงความเป็นชาติของเขา อย่างไทยก็มองรู้ว่านี่คือชุดไทย จะว่าชอบน้อยไม่ได้เพราะมองรู้ว่านี่คือชุดประจำชาติ เราก็ให้คะแนนประเทศอื่นด้วยอย่าง อินเดีย อินโดนีเซีย ผมก็ให้ แต่นี่เขาทำเพื่อประเทศเจ้าภาพ อย่างน้อยถ้าไม่ติด1ใน10 คุณก็ควรมีสิทธิ์ขึ้นบนเวที อยู่บนเวทีที่ถ่ายทอดสดในประเทศไทย เพื่อให้คนทั่วโลกดู ซึ่งผมก็โอเค และคิดว่ามันไม่ได้น่าเกลียดอะไรขนาดนั้น ก็เป็นแบบไทยๆ ส่วนประเทศอื่นเข้าก็สวยอลังการ แต่ในความอลังการนั้นไม่ได้มองออกเลยว่าเป็นประเทศไหน เพราะว่าเป็นชุดแฟนซี่งผมคิดว่าผิดวัตถุประสงค์จึงไม่ได้คะแนนจากผม”

ในฐานะที่ได้ใกล้ชิดนางงาม เรื่องราวน่ารักๆและสนุกสนานที่ยังไม่มีใครรู้ในมุมมองของผู้บริหารท่านนี้

“ โดยส่วนตัวผมว่านางงาม โครเอเชีย น่ารัก แต่ทั้งหมดทุกคนเขาก็เก่ง เป็นเด็กๆทั้งนั้น แต่คล่องแคล่วมาก เขาก็จะพยายามทำเช่น ยกมือไหว้ อะไรแบบนี้ ส่วนนางงามแคนนาดาที่ได้เป็นนางงามจักรวาล



เขาชอบข้าวเหนี่ยวมะม่วงมาก ส้มตำก็กินนะนางงามทุกคนจะไม่เสแสร้งคือถ้ากินได้ก็กิน ทำได้ก็ทำ แต่ถ้าไม่ทำก็คือไม่ทำ ส่วนเจนนิเฟอร์ MISS UNIVERSE 2004 เขาอยากดื่มเบียร์มาก แต่เป็นกฎว่าดื่มไม่ได้ เราก็เลยส่งไปให้ที่ห้อง ดื่มไม่ให้ใครเห็น นางงามทั้งหมดต้องใช้ความอดทน คือ เก่งนะ มาอยู่เป็นเดือนๆก็ต้องอยู่ในกติกา ห้ามผิดกฎ ซึ่งก็ถือว่าเก่งกันมากๆ วันที่หลุดๆก็มีอย่างตอนที่กลับจากโรงงาน นางงามนั่งเรือกลับ ในเรือก็มีคาราโอเกะ ก็ร้องเพลงกันสนุกสนาน เรือมาถึงแล้วร้องเพลงยังไม่จบ ก็ต้องปล่อยเรือให้เลยไปก่อน แล้วค่อยกลับมา ส่วนเรื่องเศร้าๆถ้าเห็นนางงามร้องไห้ ก็เห็นนางงามอิตาลีนั่งร้องไห้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร”

MISS UNIVERSE 2005 กับแผนงานของบุญรอด

“ เราอาจจะนำนางงามจักรวาลคนล่าสุดมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เรา และก็อาจให้นางงามอีก 10-20 คนมาด้วย แต่ก็คุยๆกันไว้ ซึ่งเขาก็ดีใจว่าจะได้มาเมืองไทยอีก คิดว่าประมาณสิ้นปีแต่ตรงนี้ก็เป็นแค่คุยๆกันเท่านั้น”






คุณ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี
กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหาร
บริษัท บุญรอดบริเวอรี่ จำกัด


ภาพรวม และความพึงพอใจกับงานที่ผ่านมา

“ คิดว่าการจัดการในครั้งนี้ ภาพกว้างๆออกมาค่อนข้างดี ส่วนตัวผมคิดว่า90% ตัวงานก็ออกมาดี ภาพออกมาดีมากๆ ผมคิดว่าทีมงานและคนที่เข้าไปร่วมจัดมีความสามารถสูงสามารถทำงานระดับโลกและในสายตาของต่างประเทศมองว่าคนไทยมีภาพลักษณ์ดีมากๆ ส่วนเรื่องของสิงห์เอง ภาพพจน์ออกมาดี ออกมาในลักษณะที่เรียกได้ว่ามีระดับ จากการที่ทีมของบุญรอดเองจัดกิจกรรมเสริมตลอดเวลา ผมคิดว่าผู้เขาประกวดแฮปปี้และเราเองก็แฮปปี้ การเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด MISS UNIVERSE นั้นไม่สามารถจะเข้าร่วมกิจกรรมใดๆได้เลย เพราะเป็นกฎของกองประกวด ผมทราบเรื่องซักประมาณ 3-4 อาทิตย์ก่อนที่งานจะเริ่มหลังจากที่ทางทีมงานสรุปกันแล้ว สุดท้ายมาลงเอยที่ผม คือเขาอาจจะพิจารณาจากสปอนเซอร์หลักก่อน ผมรู้สึกว่าเป็นงาน มีสื่อหลายสื่อมาถามนะว่าเคยผ่านการตัดสินการประกวดอะไรมาบ้าง ผมเองก็เคยเป็นกรรมการนางงามไม่กี่ครั้ง แต่ในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ ไม่รู้สึกซีเรียส แต่รู้สึกว่าเป็นเกียรติ มองว่าเราสวมหมวกเป็นตัวแทนประเทศ เรื่องกฎระเบียบของกองประกวดค่อนข้างจะเคร่งครัดมากโดยเฉพาะความโปร่งใส และเรื่องที่ว่าจะไม่ได้เปรียบเสียเปรียบจากกรรมการ ความรู้สึกโดยรวมแล้วก็อึดอัดบ้าง ที่ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมเลย”

อะไรคือสิ่งที่จะชี้ชัดถึงผลการตัดสินการประกวด MISS UNIVERSE

“เขาให้พิจารณาทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็บอกว่าความสวย แต่ไม่ได้เป็นความสวยอย่างเดียว มันต้องมีความสมส่วน การวางตัว การแสดงออก ความมีน้ำใจ มีหลายอย่างแต่ไม่ได้แยกเป็นเปอร์เซ็นต์ สุดท้ายแล้วก็คือความสมบูรณ์แบบนั้นเอง ส่วนของคณะกรรมการก็ร่วมสังสรรค์กันบ้าง แต่ในช่วงเวลาถ่ายทอดสด เขาไม่ให้ภาพออกไปว่าเราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หรือผมหันไปคุยกับญาติสนิทมิตรสหายที่นั่งอยู่ คือต้องรักษากฎระเบียบที่เขาบอกกับเราไว้”





งานในวันถ่ายทอดสด

“ ก่อนหน้านั้นประมาณ 2 วัน มีงานทุกคืน กินข้าวกันบ้าง ได้คุยกันบ้าง แต่พอวันงานเขาปลุกตีสี่กว่าสำหรับคณะกรรมการผู้หญิง เพราะต้องแต่งหน้าทำผม เขาก็จะมีทีมงานแต่งหน้าทำผมให้ เพราะกรรมการบางท่านก็เป็นซุปเปอร์โมเดล ส่วนผมตื่นตีห้าเพราะต้องออกจากโรงแรมก่อน 6 โมง พอไปถึงที่อิมแพค ก็มีแต่งหน้าทำผมเล็กน้อย แล้วก็ไปเก็บตัวในห้องกรรมการสักครู่เดียว ก็เริ่มงานเลย ในการคุยกันเรื่องคะแนน ตามหลักแล้วคะแนนต่ำสุดคือ 0.00 -9.99 ซึ่งมีการคัดเลือก 15 คนสุดท้ายมาให้ แล้วเราก็มาตกลงกันว่าในกรรมการชุดของเราคะแนนต่ำสุดและสูงสุดของเราคือ 7.00-9.99 ซึ่งเป็การตกลงกันภายใน รายละเอียดในการตัดสินการตอบคำถามนั้นประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตอบถูกหรอผิด แต่ภายใต้ความกดดันมากมายเขามีความมั่นใจแค่ไหน เพราะจริงๆแล้วสำหรับคนที่ได้ตำแหน่งต้องไปเจอกับคนระดับโลกอีกมากมาย ต้องดูที่ความมั่นใจในการตอบ และการตัดสินใจต่างๆประกอบด้วย



ส่วนเรื่องการกดปุ่มให้คะแนนได้มีการสอนก่อนหน้านี้แล้ว เขาจะให้เวลาแค่ 30 วินาที ช่วงนั้นเราสามารกดได้ หลังจาก 30 วินาทีแล้ว แล้วก็จะมีไฟสีส้ม เตือนว่าเหลืออีก 10 วินาทีนะ แต่ถ้าเรากดไม่ทันก็ล็อคเลย แล้วเขาก็เอาคะแนนไปเฉลี่ยกันโดยตัดคนที่ไม่ได้ให้คะแนนออกไปไม่นำมาคิดเฉลี่ย ก่อนการตัดสินเขาก็มีแฟ้มประวัติสั้นๆ มาให้แล้วว่าคนนี้เป็นใคร เรียนอะไร ชอบอะไร ซึ่งเราก็อ่านมาก่อนล่วงหน้าแล้ว ในรอบ 5 คนสุดท้าย เป็นการกดให้ตำแหน่งเลย คือใครจะได้ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า คนที่เดินขึ้นมาเราอยากให้เขาได้ที่เท่าไหร่ก็กดเลย สำหรับผมก็ตรงกับความคิดส่วนรวม แต่มีสลับตำแหน่งที่สามและสี่

ทำไมคณะกรรมการจึงตัดสินใจให้นางงามแคนาดา ได้รับตำแหน่ง MISS UNIVERSE 2005

“ ผมคิดว่าอย่างที่บอกเวลาอยู่บนเวทีแล้วค่อนข้างชัด ยิ่งมายืนเปรียบเทียบกัน 5 คนก็ชัดมากเลย ทุกคนสวยหมด แต่สายตาของนางงามแคนาดาคมเฉียบ เขามันใจในตัวเขาเอง ซึ่งเด่นชัดกว่าคนอื่นมาก และเขาสามารถสื่อสารทางสายตาให้เห็นถึงความมั่นใจที่มีอยู่ได้ คะแนนจึงเป็นของนางงามแคนาดา”



นี่คือเบื้องหน้า เบื้องหลัง และอาจเป็นเบื้องลึกที่ยังไม่เคยมีใครทราบมาก่อน ถ่ายทอดผ่านสามผู้บริหารของบริษัทบุญรอดฯกับงานการปะกวด MISS UNIVERSE 2005 ที่เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของประเทศไทยที่ทุกคนได้ร่วมกันจารึกไว้


ขอบคุณ คุณ นางงามติดทะเล จาก t-pageant.com/



Create Date : 30 กันยายน 2551
Last Update : 30 กันยายน 2551 23:02:14 น. 0 comments
Counter : 4769 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ลูกโป่งลอยฟ้า ชิงช้าสวรรค์
...ติดตามข่าวสารนางงามและเรื่องน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่...
ติดต่อลูกโป่งหรือแอดมาคุยได้ที่ balloon_chingcha@hotmail.com hi5.com, twitter, facebook
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.