Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
สู้ด้วยปัญญา... คาราเต้ ฉบับ'นฉัตร'



"...คาราเต้ใช้ป้องกันตัวได้จริงเหมือนมวยไทยค่ะ แต่ต้องมีสติควบคู่กันด้วย ต่อให้เป็นนักกีฬาทีมชาติ จะเก่งแค่ไหน ถ้าขาดสติก็จบ..."

มีคำกล่าวไว้ในตำราฝึก "คาราเต้ หรือ คาราเต้-โด" ว่า "คาราเต้ฝึกท่านให้เหนือคน หรือท่านเพียงฝึกตนให้เป็นคาราเต้ ฝึกคาราเต้เพื่อเหนือผู้อื่น แต่คาราเต้กลับสอนให้เหนือใจตนเอง การฝึกที่แท้จริงของคาราเต้ หาใช่เพียงการต่อสู้อย่างเดียวไม่...."

เป็นจริงดังว่าหรือไม่ คงไม่อาจล่วงรู้ได้หากเพียงใช้สายตาสัมผัส เพราะคาราเต้ หรือ วิถีแห่งการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ต้องอาศัยการฝึกฝนทักษะ เพื่อไต่ระดับความสามารถ ซึ่งถ้าจะบอกว่าผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศคนล่าสุด "นฉัตร" วัลเณซ่า เมืองโคตล ผ่านความพยายามนั้นมาด้วย "หัวใจนักสู้" ไม่น้อยไปกว่าเส้นทางโรยก้อนกรวดกว่าจะคว้ามงกุฎอันทรงเกียรติจากเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 พ่วงตำแหน่งสาวหุ่นดี มิสท็อปโมเดล และนางงามเพื่อสังคม ก็พอจะได้

ในวันแห่งความปลื้มปีติ นฉัตรตื่นขึ้นมาพร้อมกับพบว่าชีวิตเปลี่ยนไปแล้ว เธอใช่เพียงนักศึกษาปี 2 คณะมนุษย์ศาสตร์ รั้วพ่อขุน แต่ยังแบกรับอีกหนึ่งความหวังของคนไทยบนเวทีมิสเวิลด์ที่จะเดินทางไปประชันกับเพื่อนสาวงามนานาชาติกว่าร้อยประเทศ เป็นงานหนักแต่สามารถสำหรับสาววัย 20 ปีคนนี้ ด้วยอย่างที่บอกเธอไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และมีกิจกรรมยามว่างจากกีฬาคาราเต้-โด เป็นพื้นฐานที่จะผลักให้ไปสู่จุดหมาย....

"รู้จักและอยากเล่นคาราเต้ตั้งแต่ชั้น ม.1 ที่สตรีภูเก็ตค่ะ จริงๆ อยากเรียนตั้งแต่ชั้นประถมด้วยซ้ำ แต่คุณแม่ยังหาที่เรียนให้ไม่ได้ พอเข้ามัธยมปุ๊บก็จะมีชมรมให้ลงเป็นกิจกรรมเสริม ก็สมัครเข้าชมรมคาราเต้ เพราะเรียนแล้วสนุกดี พอเริ่มคุ้นเคยก็คิดต่อว่าน่าจะไปสมัครเรียนจริงๆ จังๆ เลยดีกว่า แล้วพอฝีมือระดับหนึ่งก็มีโอกาสไปคัดเป็นนักกีฬาจังหวัด ระดับเขต แล้วขึ้นมาเป็นระดับประเทศ เป็นทีมเยาวชนค่ะ" สาวปักษ์ใต้โดยสัญชาติ เพราะ คุณแม่ปัทมาวดี เมืองโคตล พื้นเพเป็นชาวมุกดาหาร คุณพ่อเป็นชาวเยอรมัน (เสียชีวิตไปแล้ว) เล่ามูลเหตุของความสนใจกีฬาต่อสู้แบบญี่ปุ่น

แม้วันนี้นฉัตรจะห่างหายจากวิถีการต่อสู้ด้วยมือเปล่า และเป็นจังหวะเดียวกับการได้รับโอกาสที่ดีในชีวิตครั้งสำคัญ ทว่าเมื่อว่างเว้นจากคิวงาน (ซึ่งช่วงนี้รัดตัวเอามากๆ) เจ้าตัวมักหวนคิดถึงกีฬาโปรด และพยายามพาตัวเองเข้าไปสัมผัสรสชาติของคาราเต้เสมอ โดยยอมรับว่าหลงเสน่ห์ของท่วงท่าลีลาและเหนืออื่นใดคือ "คมความคิดในการต่อสู้"

"คาราเต้ จะสอนให้ใช้ความคิดในการต่อกรกับคู่ต่อสู้ไม่ใช่แค่ใช้กำลังห้ำหั่นเท่านั้น เวลาในการลงแข่งเพียง 2 นาที ระหว่างนี้เราจะทำอย่างไรให้ได้แต้ม แล้วจะต้องตั้งรับอย่างไรให้เจ็บตัวน้อยที่สุด คือต้องมีสมาธิมากๆ เขาเขยิบหัวไหล่แล้วพร้อมจะชก เราต้องรู้ว่าจะป้องกันแบบไหน อย่างไปแข่งที่ฮ่องกงรายการหนึ่งไปเจอที่หนึ่งในสายจากประเทศญี่ปุ่น เรารู้แล้วว่าชื่อชั้นฝีมือเป็นรอง จะแก้เกมอย่างไร ก็ต้องหันมาป้องกันตัวเองมากกว่าจะเป็นฝ่ายรุก อย่างน้อยไม่ให้คะแนนห่างมาก ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง เพราะบางครั้งถ้าบาดเจ็บหนักขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ" นักต่อสู้มีดีกรีรับประกันความงามรายล่าสุด เผยกลยุทธ์

ครั้งสุดท้ายที่วางมือเธอสำเร็จได้ขั้นสายน้ำตาลปลายดำ ซึ่งขั้นของคาราเต้-โด จะเริ่มตั้งแต่ขาวปลายเหลือง เหลืองปลายเขียว เขียวปลายฟ้า ฟ้าปลายน้ำตาล น้ำตาลปลายดำ แล้วก็มีดั้งหนึ่ง ดั้งสองไปเรื่อยๆ ประมาณหนึ่งหรือหนึ่งปีครึ่งก็จะมีการสอบเลื่อนสายครั้งหนึ่ง แล้วแต่ขั้นของสาย ถ้ายิ่งสูงขึ้นก็จะใช้เวลานานขึ้นในการสอบ



ว่าแล้วนฉัตรในใบหน้าขึงขัง และอยู่ในชุดเตรียมพร้อมก็วาดลีลาคาราเต้-โด มือเปล่าให้ชื่นชมอย่างทะมัดทะแมง เท่านั้นยังไม่พอเธอยังเตรียมอุปกรณ์ประกอบการต่อสู้ที่ซื้อหามาเองจากญี่ปุ่นเรียกว่า "ไซ" ลักษณะเป็นเหล็กสามง่ามขนาดเหมาะมือออกมาโชว์ เพิ่มความเร้าใจให้กับผู้ชมกีฬาประเภทนี้ยิ่งนัก โดยบางจังหวะเจ้าตัวเล่าว่าช่วงที่เป็นนักกีฬาจังหวัด หลังเลิกเรียนซ้อมอย่างหนักทุกวัน ยิ่งช่วงไหนมีแข่งขันก็ต้องนอนที่โรงยิมเลย ตื่นตีห้าวิ่งอบอุ่นร่างกายแล้วไปโรงเรียน กลับมาก็ซ้อมอีกจนมืดค่ำ เป็นการซ้อมอย่างหนักเพื่อเป้าหมาย

"ทัวร์นาเม้นท์ที่ประทับใจที่สุด ก็รายการไทยแลนด์โอเพ่นที่ภูเก็ตค่ะ เป็นครั้งแรกที่แม่มาเชียร์ด้วยเพราะแข่งในบ้าน ปกติจะไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ซึ่งท่านคงตามไปเชียร์ไม่ไหวเพราะติดงาน รอบแรกรอบสองก็ผ่านสบายๆ พอมารอบสามก็ยังโอเคชนะ 10 ต่อ 0 รอบต่อไปปรากฏว่า เตะคู่ต่อสู้แล้วหน้าแข้งเราแตก คุณแม่เห็นก็เลยวิ่งเข้ามาในสนาม เหมือนจะบอกกรรมการให้ห้ามได้แล้ว ลูกฉันๆ ตัวเองก็บอกแม่ว่าไม่ได้นะ เขาห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา ก็เลยทำให้รู้สึกว่าแม่รักเรานะ สัญชาติญาณความเป็นแม่อยากปกป้องลูก ก็ปลื้มและประทับใจ สรุปวันนั้นได้เหรียญเงินค่ะ" อดีตนักคาราเต้สาวตาคม ฟื้นความทรงจำดีๆ

แต่ถึงจะเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวจนได้ดี และคว้าเหรียญรางวัลมามากมาย ก็ใช่ว่าจะย่ามใจใช้ชีวิตบนความเสี่ยง ซึ่งเธอได้รับการปลูกฝังจากคุณครูผู้ถ่ายทอดกีฬาคาราเต้อีกทั้งคุณแม่ที่มักสอนว่า ชีวิตจริงไม่เหมือนบนสนามแข่ง การก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ดังนั้นจึงต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ

"ชอบการต่อสู้นะคะ แต่บางครั้งนะ อยู่ที่สถานการณ์มากกว่า คุณแม่มักเตือนสติว่าห้ามไปหาเรื่องใครก่อน แต่ถ้าเขามาถึงขั้นลงไม้ลงมือก็ต้องสู้นะห้ามหงอ ถ้าเราไม่ผิด แต่ถ้าแค่มาว่าก็ให้อดทนอย่าไปมีเรื่อง เพราะมันไม่ทำให้เราเจ็บตัว คาราเต้ใช้ป้องกันตัวได้จริงเหมือนมวยไทยค่ะ แต่ต้องมีสติควบคู่กันด้วย ต่อให้เป็นนักกีฬาทีมชาติ จะเก่งแค่ไหน ถ้าขาดสติก็จบ สมมติดื่มเหล้าแล้วไปมีเรื่อง ถามว่าจะสู้ไหวไหม ขนาดยืนยังจะไม่อยู่เลย อันนี้ต้องคิดให้มากค่ะ" สาวมีดีกรี ให้มุมมอง

อีกหนึ่งประโยชน์ที่ดูเหมือนจะแฝงมาพร้อมๆ กับชื่อเสียงเกียรติยศของกีฬาประเภทนี้ เจ้าตัวบอกว่าช่วยฝึกให้มีความมั่นใจ จากเมื่อก่อนเป็นคนขี้อาย บุคลิกไม่ดี ไม่ค่อยกล้าแสดงออก หลังจากเล่นคาราเต้มาเรื่อยๆ สังเกตว่าตัวเองมีบุคลิกดีขึ้น เดินหลังตรง ส่งต่อมาถึงการเป็นนางแบบและนางงามด้วย เพราะเป็นงานที่ต้องใช้บุคลิก เดินตัวตรง และจังหวะเท้าที่ดี

และก่อนจะขอตัวไปออกแรงกับกีฬาโปรด เธอยังฝากให้ติดตามการประกวดมิสเวิลด์ 2012 ที่จะมีขึ้นที่มองโกเลียช่วงกลางปีนี้ด้วยว่า ถึงแม้จะมีคำครหาว่าเป็นสาวไทยแต่ใบหน้าฝรั่งจะเอาความเป็นไทยแบบไหนไปอวดต่างชาติ เรื่องนี้เจ้าตัวอยากให้คนไทยเปิดใจ และไม่อยากให้มองแค่รูปลักษณ์ภายนอก

"นางงามในความคิดของหนูไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยอย่างเดียว แต่ต้องมีความคิด มีการเรียนรู้ รวมถึงให้ความรู้คนอื่นด้วย ตั้งแต่เกิดแม่จะปลูกฝังเรื่องความมัธยัสถ์ รู้คุณค่าของเงิน ความเป็นกุลสตรี ทำอาหาร โดยเฉพาะความคิดส่วนใหญ่จะเหมือนเด็กไทย และได้ข้อดีของความเป็นลูกครึ่งคือความตรงต่อเวลา ความมีระเบียบวินัยสูง ที่สำคัญคุณแม่ชอบพาไปวัดทำบุญตักบาตร และปฏิบัติธรรม เข้าวัดแล้วรู้สึกสบายใจค่ะ...เพราะฉะนั้นข้างในหนูเป็นคนไทยหมดเลย ไม่เคยเคยคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนไทยค่ะ" นฉัตร ย้ำหนักแน่น

นั่นคือ คมความคิดของอดีตนักคาราเต้-โด เจ้าของตำแหน่งผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศเวลานี้ ที่อยากส่งผ่านไปยังคนไทยทั้งประเทศ.....

ที่มา
คมชัดลึก


Create Date : 01 เมษายน 2555
Last Update : 1 เมษายน 2555 12:11:05 น. 0 comments
Counter : 1899 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ลูกโป่งลอยฟ้า ชิงช้าสวรรค์
...ติดตามข่าวสารนางงามและเรื่องน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่...
ติดต่อลูกโป่งหรือแอดมาคุยได้ที่ balloon_chingcha@hotmail.com hi5.com, twitter, facebook
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.