Group Blog
 
All blogs
 
เรื่องสั้น : ยามเมื่อตะวันทอแสง

***ยามเมื่อตะวันทอแสง***

ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล


ทุกๆ เช้าตรู่ ฉันกับสามีต้องรีบออกจากบ้านสังกะสีผุๆใต้ทางด่วน ฉันมีหน้าที่ต้องพาสามีไปร้องเพลงตามสถานที่ต่างๆที่ผู้คนแออัด เช่น ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า ทางลงรถไฟใต้ดิน สะพานลอย หน้ามหาวิทยาลัย และที่อื่นๆที่ทำให้สามีฉันสามารถหลบแดดหลบฝน และสามารถเอาเสียงเพลงแลกเงินได้ หลังจากฉันส่งสามีเสร็จ ฉันก็หางานทำแถวๆนั้น บริเวณที่ใกล้สามีฉันมากที่สุด ในโลกนี้คงไม่มีใครสมัครงานบ่อย อย่างฉันอีกแล้ว เพราะฉันต้องหางานทำทุกวัน ล้างจาน เก็บกวาดขยะ งานอื่นๆอีกสารพัด ฉันทำได้หมด ฉันและสามีต้องช่วยกันทำมาหากินเพราะลำพังสามีฉันคนเดียวรายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว เงินที่ได้ก็หามาเพียงใช้ไปวันๆเท่านั้น ไม่พอเหลือทำอย่างอื่น ยังโชคดีที่เราสองคนไม่มีลูก ทั้งๆที่อยากมีใจแทบขาด

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันต้องเห็นภาพเดิมๆเหมือนกันทุกวัน หากฉันเขียนเล่าเหตุการณ์วันนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ วันอื่นฉันคงไม่ต้องเล่าให้ฟัง เพราะมันไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไรนัก ทุกๆครั้งที่ฉันพาสามีฉันเดินไปถึงริมถนนใหญ่ สามีก็ทำท่าทำทางให้ฉันรู้ตลอดว่า มีเสียงดังมากๆ ทำให้เขาอารมณ์ไม่ดี ความจริงเขาไม่อยากมาร้องเพลงในที่คนเยอะๆเพราะมันเสียงดัง ทำให้เขาไม่มีสมาธิ แต่เขาเลือกไม่ได้ ถ้าไปร้องที่ไม่มีคน ใครจะฟัง และคงไม่ได้เงินมายังชีพ อีกภาพหนึ่งที่ฉันเห็นตลอดก็คือ คนที่มีอาชีพเดียวกับสามีฉัน ก็กำลังหาทำเลเหมาะๆในการใช้ความสามารถแลกเงินเช่นกัน แต่คนพวกนี้มีที่อยู่ดีกว่าฉัน และบางคนยังมีอาชีพประจำ สาเหตุที่เขามาทำอาชีพนี้คงเพราะอยากหารายได้เพิ่มหรือไม่ก็พวกเป็นศิลปินใต้ดินอะไรทำนองนั้น ส่วนใหญ่ก็ร้องเพลงเพื่อชีวิตกันแต่สำหรับสามีฉัน แตกต่างจากคนพวกนี้ ที่ต่างกันอย่างมากๆคือสามีฉันตาบอด ฉันจำเป็นต้องพาสามีเดินไปทุกๆเช้าเพราะสามีฉันไปด้วยตัวเองไม่ได้ และขณะที่ฉันเดินคู่ไปกับสามี เขาก็จะทำท่าทางให้ฉันรับรู้เสมอว่ามีอะไรที่เขาสัมผัสได้ด้วยหูบ้าง ฉันก็จะรับรู้ถึงอารมณ์ขณะนั้นของเขาผ่านทางสายตาของฉัน ฉันมองออกว่าเขามีความสุขในขณะที่เขาทำท่าทางเหมือนเล่าเรื่องยาวๆให้ฉันฟังทุกๆเช้า และทุกวันฉันจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งสีซออยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆกับทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า ชายผู้นี้ตาบอดแต่ดูท่าทางเขามีความสุขดี และสามีฉันก็จะทำท่าบอกว่าเพลงที่ชายคนนี้เล่นไพเราะมากและเป็นเพลงทางเหนือ ฉันดีใจเพราะฉันรับรู้ได้ว่าสามีฉันมีความสุข ถึงแม้ว่าตลอดชีวิตที่เกิดมาฉันจะไม่เคยได้ยินเพลงเหนือเลยก็ตาม ฉันเดินผ่านชายคนนี้ไปเพราะจะให้สามีฉันนั่งตรงนี้คงไม่ได้ เดี๋ยวจะแย่งหนทางทำกินกันเปล่าๆ ฉันเดินต่อไปได้ไม่ไกลนัก เจอผู้ชายอีกคนหนึ่ง เขาไม่ได้ตาบอดไม่ได้พิการอะไร แต่เขาก็มีหัวใจศิลปินฉันเห็นเขายืนร้องเพลงพร้อมกับกีตาร์ ดูการแต่งตัวก็รู้ว่าเป็นแนวเพลงเพื่อชีวิต และก็พอจะมองออกว่าเขาร้องเพลงของใครเพราะเขาแต่งตัวเลียนแบบนักร้องเพื่อชีวิตชาวปักษ์ใต้ชื่อดัง สามีฉันก็ทำท่าทางบอกเสมอว่าชายผู้นี้ร้องเพลงใต้ ไพเราะมาก เขาทำท่าทางบอกว่านักร้องคนนี้ร้องดีกว่าเขาอีก แต่เขาเก่งกว่าเพราะเขาร้องเพลงได้หลายแนวและเพลงทุกภาคเขาร้องได้หมด เขาทำท่าบอกฉันและพลางยิ้ม ฉันก็ได้แต่ยิ้มตอบ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยได้ยินเพลงปักษ์ใต้ ที่เขาบอกว่าไพเราะก็ตาม

ฉันพาสามีฉันเดินไปจนกระทั่งถึงที่ที่เคยใช้ทำมาหากินทุกวัน วันนี้มีวงดนตรีตาบอดวงใหญ่เครื่องดนตรีมากมายมาตั้งอยู่ข้างๆ เสียงดังมาก สามีฉันไม่ชอบเสียงดนตรีแบบนี้มันอึกกระทึกครึกโครมเกินไป สามีฉันไม่ยอมทำท่าทางให้ดูว่าเขาเล่นเพลงอะไร เขาเดินนิ่งแต่พอครู่หนึ่งเดินผ่านวงดนตรี เขาก็เริ่มอมยิ้มและทำท่าทางบอกกับฉันว่า มีเสียงแคลนไพเราะมากเป็นเพลงอีสานโบราณ ฉันก็แปลกใจมาก ในเมื่อเขาเคยบอกฉันว่าวงดนตรีแบบนี้ดังมากจนหนวกหู แต่เขากลับได้ยินเสียงดนตรีที่เขาชื่นชอบ ฉันจึงมองหาเสียงที่เขาบอก และฉันก็เห็นชายตาบอดผู้หนึ่งนั่งเป่าแคนและขยับขาตามจังหวะ ฉันมองดูแล้วชายคนนี้ท่าทางมีความสุขมาก แต่ฉันก็ยังงงกับเพลงที่สามีฉันบอกว่าเป็นเพลงอีสานโบราณ เพราะฉันไม่เคยได้ยินเพลงแบบนี้เลยตั้งแต่เกิด แต่ดูจากการทำไม้ทำมือของสามีฉัน มันคงเป็นเพลงที่ไพเราะสนุกสนานมากๆ และฉันก็แปลกใจกับชายเจ้าของเสียงแคนว่าทำไมถึงกล้านั่งอยู่ตรงนี้ข้างวงดนตรีวงใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรจึงเดินต่อไป จนไปถึงป้ายรอรถเมล์ ฉันจึงตัดสินใจให้สามีนั่งตรงนี้ หลังจากหาที่นั่งได้ ฉันก็ลาสามีไปหางานทำ

ฉันเดินหางานทำตามร้านขายของข้างทางอย่างน้อยได้ล้างจานแลกข้าวก็ยังดี แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะพูดบอกคนอื่น มีหลายครั้งที่ฉันใช้เวลานานมากในการขอเขาทำงาน บางร้านไม่เข้าใจที่ฉันพยายามบอกก็มี บางร้านก็เข้าใจแต่เขาก็มีลูกจ้างประจำอยู่แล้ว แต่ยังโชคดีที่วันนี้ฉันหางานได้ไม่ห่างจากสามีฉันเท่าไรนัก ฉันตั้งใจทำงานให้เจ้าของร้านทั้งวันจนเวลาเย็น วันนี้ฉันทำงานได้เงินมา 50 บาท และก๊วยเตี๋ยวอีก 2 ถุง ฉันต้องกลับไปรับสามี เขาคงหิวแย่เพราะที่ตัวมีน้ำอยู่ขวดเดียวส่วนฉันยังพอได้กินที่ร้าน ฉันรีบเดินไปโดยเร็วพอฉันไปถึง ฉันก็พบสามีนั่งอยู่กับชายผู้หนึ่ง ซึ่งตาบอดเหมือนกัน ในมือของสามีฉันถือขลุ่ยอยู่และชายคนนั้นนั่งร้องเพลงด้านหน้าของเขา 2 คนมีขันใบเดียว แต่มีเศษเหรียญเยอะมากกว่าทุกวัน ฉันมองดูแล้วขันนี้เป็นของสามีฉันแน่นอน ฉันตรงเข้าไปหาสามีฉันและจับบ่า เขาก็รับรู้ได้เลยว่าเป็นภรรยาคนที่เขารักมากๆมารับเขากลับบ้านแล้ว เขาทำท่าแนะนำเพื่อนเขาให้รู้จักเขาพยายามสื่อความหมายบอกกับฉันว่าเขาทั้งสองคนรู้จักกันและทำมาหากินร่วมกันได้เพราะเสียงดนตรี เขาทำท่าทางบอกว่าขลุ่ยในมือเป็นเครื่องดนตรีภาคกลางใช้เล่นเพลงพื้นบ้านมีเสียงไพเราะ ฉันเห็นดังนั้นก็พึงยิ้มตอบทั้งๆที่เขาไม่เห็นลอยยิ้มฉันก็ตาม สามีฉันให้ฉันแบ่งเศษเหรียญในขันให้กับเพื่อนของเขา ฉันจัดแจงแบ่งเรียบร้อยและเขาทั้งสองคนก็ร่ำลากันกลับบ้าน ระหว่างทางยังมีเรื่องประทับใจอีกมากมายฉันรวมรายได้ของฉันและสามีแล้วประมาณ 120 บาทกว่าๆ ทุกๆเย็นฉันและสามีฉันจะมีโอกาสทำบุญทำทานโดยนำเศษเหรียญที่ได้บริจาคให้กลับผู้อื่นต่อไปวันละประมาณไม่ต่ำกว่า 20 บาท ส่วนใหญ่ก็จะเป็นขาประจำหน้าเดิมๆ อาจมีคนบอกว่าเราสองคนบ้าทั้งๆที่ไม่มีจะกินยังจะเอ็นดูคนอื่น แต่เราไม่รู้สึกอะไรเพราะเราไม่มีภาระอะไรที่ต้องรับผิดชอบนอกจากร่างกายที่มีชีวิตของฉันและสามีคนที่ฉันรัก วันนี้ฉันและสามีกลับถึงบ้านอย่างมีความสุขถึงแม้ว่าวันนี้ฉันจะพาสามีเดินหกล้ม ตอนนั้นสามีฉันทำท่าเหมือนจะโมโหแต่คงเป็นเพราะเกรงใจที่ฉันดูแลเขา จึงทำให้เขาไม่กล้าบ่นอะไร แต่คำพูด ที่ฉันอยากจะบอกเขามากคือ “ฉันขอโทษ” แต่ฉันคงไม่มีโอกาส เรื่องบางเรื่องฉันเสียใจที่ฉันไม่ได้พูด เพราะฉันพูดไม่ได้ฉันเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิด แต่ฉันก็ยังโชคดีที่มีคนๆหนึ่งสื่อสารกับฉันได้ทุกๆเรื่องของความรู้สึกที่ฉันมี ท่าทางที่สามีทำให้ฉันดูทุกเช้าทุกเวลาจนชินตาฉันมองแล้วมีความสุข เสียงดนตรีที่ฉันรับรู้ไม่ได้เลยถึงความไพเราะและจนทุกวันนี้ฉันก็ไม่อาจเข้าใจว่าความไพเราะของเสียงดนตรีเป็นอย่างไรแต่ฉันเข้าใจว่าสามีฉันฟังแล้วสามีฉันมีความสุข บางครั้งฉันรู้สึกว่าสามีฉันมีความสุขกับการใช้ชีวิตบนโลกนี้มากกว่าฉันด้วยซ้ำไป แต่ฉันเชื่อว่าฉันอยู่กับผู้ชายคนนี้ฉันมีความสุขมากกว่าอยู่กับคนอื่นๆแน่นอน ไม่ว่าจะอย่างไรทุกๆเช้าที่สามีฉันไม่เคยเห็นแสงตะวันแต่สามีฉันได้ยินเสียงอันไพเราะเสนาะหูเขามีความสุขกับมันเสมอ ในขณะที่ทุกครั้งที่ตะวันทอแสงฉันก็มีความสุขกับมันเพราะมันเป็นแสงสว่างยามเช้าที่คอยบอกเวลาและส่องทางให้ฉันและสามีได้ไปทำมาหากิน แต่สิ่งหนึ่งในชีวิตที่ฉันเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เราทั้งสองคนมีความสุขคือการที่ฉันและสามีได้เดินไปด้วยกันทุกๆเช้าและเย็นในขณะที่ตะวันยังคงทอแสง...เรื่องราวต่างๆในแต่ละวันของฉันจะวนเวียนอยู่อย่างนี้ สิ้นสุดและเริ่มต้นใหม่ทุกๆครั้ง ยามเมื่อตะวันทอแสง



Create Date : 28 ตุลาคม 2550
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 9:21:43 น. 5 comments
Counter : 595 Pageviews.

 
แวะมาทักทายก่อน
แล้วจะมาอ่านนะ


โดย: ตาพรานบุญ (ตาพรานบุญ ) วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:22:33:42 น.  

 
แวะมาทักทายแล้ว กลับมาอ่านด้วยนะ ช่วยเสนอแนะด้วยจ้า


โดย: ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล (ศิลป์ใจ ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:09:42 น.  

 
อยากเขียนเป็นบ้างจัง ซึ้งดีนะ ชอบๆเนื้อหาดูอบอุ่นสะเทือนอารมดี


โดย: พบ IP: 125.25.160.210 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:47:28 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่เขียนให้อ่าน


โดย: พริ้ม IP: 124.121.99.41 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:56:34 น.  

 
ชอบมากเรื่องนี้ ทั้งแนวคิด และวิธีการดำเนินเรื่อง
ถ้าคะแนนเต็ม 10 ก็ให้ 8
ที่ขาดไปสอง มาจากว่า สำนวนในเรื่องสวยงามเกินกว่าที่จะเป็นสำนวนของผู้หญิงที่หาเช้ากินค่ำพูดกัน แต่ความจริง เค้าพูดไม่ได้นี่นะ เอิ้กๆๆๆๆๆๆๆๆ



โดย: พูไทเกอร์ IP: 124.157.202.234 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:15:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ศิลป์ใจ
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




******###@###*****
...เรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต แต่เลือกเรื่องเล็กๆที่เป็นช่องว่างของสังคม มา ตัด เสริม เติม แต่ง ซึ่งอาจเหลือความจริงเพียงน้อยนิด และเรื่องราวเหล่านี้อาจทำให้ใครหลายคนก้าวเข้าไปถึง ช่องว่างที่ใครหลายคนอาจไม่เคยเห็น...
*******************
*****###@###******
...งานเขียนใน Weblog นี้เป็นของ ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗...
*******************
Friends' blogs
[Add ศิลป์ใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.