Group Blog
 
All blogs
 
เรื่องสั้น : ในวันที่ควายยังถูกจูง

***ในวันที่ควายยังถูกจูง***


หลังการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านจบลง จ้อย หนุ่มผู้ที่มีการศึกษาสูงสุดในหมู่บ้านได้รับการเลือกตั้ง โดยการสนับสนุนและมีฐานเสียงที่ดี จากลุงจวนอดีตผู้ใหญ่บ้านผู้ที่เสียตำแหน่งไปเมื่อสมัยที่แล้ว ผู้เป็นพ่อของจ้อยเอง วันนี้ลุงจวนกลับมาพร้อมกับตัวแทนที่ภาคภูมิใจที่สุดในครอบครัว และสามารถดึงอาชีพหลักของครอบครัวกลับมาได้

บ้านจ้อยมีอาชีพเสริมที่ไม่เคยจะได้เห็นเงินเลย นั่นคือการเลี้ยงควาย บ้านจ้อยเลี้ยงควายไว้เกือบห้าสิบตัว เป็นฝูงใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน พ่อของจ้อยไม่เคยขายควายเลยแม้แต่ตัวเดียว และจ้อยเองก็เดินเลี้ยงควายมาตั้งแต่เล็ก โดยมีลุงเทพเป็นลูกจ้างของพ่อ คุมฝูงควายออกไปเลี้ยงทุกวัน เมื่อครั้งจ้อยเป็นเด็ก ก็พาเพื่อนตามฝูงควายไป ช่วยต้อน ช่วยไล่ ไปริมหนองอีโดน ติดเชิงเขา ด้วยเหตุเพราะเป็นควายฝูงใหญ่ ทำให้ไม่สามารถพาควายเล็มหญ้าบริเวณหมู่บ้านได้ ฝูงควายต้องถูกต้อนไปริมหนองอีโดนทุกวัน บริเวณนั้นมีทุ่งกว้าง สามารถเลี้ยงควายได้ตลอดปี

ลุงเทพแกเป็นคนที่คลุกคลีอยู่กับควายมาทั้งชีวิต ก่อนเข้านอนแกต้องมานั่งก่อกองไฟ แล้วสุมด้วยหญ้าแห้งชื้น ให้เกิดควันไล่ยุง ไล่เหลือบ ไม่ให้กวนฝูงควาย และบางเวลาแกก็พูดคุยกับเหล่าควายในฝูงได้ระยะเวลาหลายนาที ควายในฝูงจะมีตัวเด่นๆมีชื่อเรียกขานไม่กี่ตัว ด้วยเพราะเป็นควายฝูงใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ “ไอ้เผือก” ควายหนุ่มสีเผือกแปลกตา เป็นที่มาของชื่อเรียก ตั้งแต่ลุงเทพเข้ามาเลี้ยงควายฝูงนี้ แกก็สนใจควายตัวนี้มาก อยู่ด้วยกันไม่ห่าง ไปไหนมาไหน ลุงเทพก็จะจูงควายเผือกตัวนี้ไปด้วย แกบอกกับจ้อยว่า ควายตัวนี้สามารถที่จะเป็นจ่าฝูงได้ จ้อยเอง ด้วยเห็นฝูงควายนี้มานาน หลังจากที่จ่าฝูงตัวเดิมแก่เฒ่าและตายไปนั้น จ้อยก็ไม่เห็นจะมีควายตัวไหน ขึ้นมาเดินนำหน้าฝูง ไปหากินที่หนองอีโดนอีกเลย จนกระทั่ง ลุงเทพมาเป็นลูกจ้างของพ่อ เรื่องจ่าฝูงก็ผุดขึ้นมาในฝูงควายอีกครั้ง ตอนแรกที่ลุงเทพมาใหม่ๆ จ้อยต้องช่วยไล่ ช่วยต้อน ไปจนถึงหนองอีโดน พาเหนื่อยหอบ ด้วยกันทั้งคู่ ผ่านไปได้ประมาณหนึ่งเดือน ลุงเทพแกก็มาบอกว่าไม่ต้องไปช่วยต้อนแล้ว แกบอกว่า “ไอ้เผือก” เป็นจ่าฝูงได้แล้ว จ้อยได้ยินดังนั้นก็ไม่ช่วยต้อนฝูงควายไปหนองอีโดนอีก และภาพที่สังเกตได้คือ ลุงเทพจะจูง “ไอ้เผือก” นำหน้าฝูงควายนี้ไป ควายในฝูงทุกตัวก็เดินตาม ไม่แวะออกนอกลู่นอกทาง อาจมีบ้างบางตัว แต่พอลุงเทพแกหันมาเห็น ก็ส่งเสียงตะโกน ตะหวาดเสียงดัง คำที่แกตะโกน มันก็ภาษาคนธรรมดานะ แต่ทำไมควายฟังแกรู้เรื่อง เรื่องนี้จ้อยยังเก็บมาคิดทุกวันนี้

หลังจากได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้นำหมู่บ้าน หน้าที่สำคัญที่สุดคือการเสนอชื่อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สองคน เรื่องไม่น่าเชื่อว่าจะเกิด ก็เกิดขึ้น มีการทุ่มเถียงกันระหว่างสองพ่อลูก เสียงดังจนบ้านใกล้เรือนเคียงได้ฟัง ได้รับรู้ และ เล่าลือกันหนาหู เรื่องผู้ใหญ่ใหม่ กับพ่อ ขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

คนแรก ที่สองพ่อลูกจะเสนอชื่อเป็นผู้ช่วยก็ไม่ใช่ใครห่าง คือน้องชายแท้ๆ ของพ่อนั่นเอง ซึ่งทั้งคู่ก็เห็นดีเห็นงามตรงกัน แต่อีกหนึ่งคน จ้อย ต้องการเสนอให้ “น้อย” เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม เป็นผู้ช่วย แต่พ่อเอง ก็อยากให้เสนอชื่อ ผู้ช่วยคนเดิม เพื่อนรุ่นน้องของพ่อเช่นกัน จ้อยคิดไม่ตกกับเรื่องนี้ เพราะว่าจ้อยกลัวทำงานร่วมกับเพื่อนของพ่อไม่ได้ ด้วยความกังวลใจจึงเดินหนีพ่อ ลงจากบ้านไปที่คอกควาย เมื่อเดินไปถึงก็ได้ยินเสียง ลุงเทพนั่งคุยกับควายเผือกอยู่

“ไอ้เผือก เอ็งเป็นไงบ้างเมื่อได้เป็นจ่าฝูง”
…ไอ้เผือกไม่ได้ตอบ…
“เอ็งไม่ต้องมาทำเฉย ข้ารู้ว่าเอ็งก็แอบภูมิใจ เอ็งรู้หรือเปล่าว่าทำไมข้า เลือกเอ็งมาฝึกเป็นจ่าฝูง”
…ไอ้เผือกเงียบ…
“ก็แค่เอ็งเป็นควายที่ไม่เหมือนตัวอื่น ยังเป็นควายหนุ่ม ฝึกเอ็งไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเอ็งเป็นได้ เอ็งก็เป็นได้หลายปี ไม่ต้องหาจ่าฝูงตัวใหม่บ่อยๆ ที่สำคัญนะสีเอ็งไม่เหมือนตัวอื่น ข้าจะได้จดจำง่ายๆ”
…ไอ้เผือกหันหน้าหนี…
“ลุงเทพ คุยกับมันรู้เรื่องด้วยหรือ”
“อ้าว ไอ้นี่ถามแปลก ถ้ามันพูด มันฟัง ภาษาคนรู้เรื่องนะ มันคงลงสมัครเลือกตั้ง แข่งกับเอ็งแล้ว จ้อย เอ๊ย”
“แล้วมันจะหาเสียง สู้ผมได้รึลุง” จ้อยพูดพลางยิ้ม
“ควาย มันไม่ได้โง่อย่างที่เอ็งคิดนะ มันจะไปหาทำไมเสียงน่ะ มันเสียเวลา มันรู้ ถ้ามันแข่งกับเอ็งนะ ยังไงชาวบ้านก็เลือกมัน”
“ทำไมล่ะลุง ?!?”
“ก็ชาวบ้านที่นี่ เขาเลือกควายมาเป็นผู้ใหญ่ไง เอ็งไม่รู้เรื่องเลยหรอ”

พูดจบลุงเทพก็ลุกเดินหนี ปล่อยจ้อยนั่ง งง ครู่หนึ่งจึงลุกขึ้นเดินตามลุงเทพเข้าไปในห้อง ข้างคอกควาย พลางสงสัยว่าทำไมลุงเทพ มากล่าวหาว่า “เป็นควาย”
ขณะที่เดินเข้าไปในห้องก็เห็นลุงเทพกำลังจะเข้ามุ้ง
“ลุงๆ เดี๋ยวก่อน มาคุยกันให้รู้เรื่อง เมื่อกี๊ลุงหมายความว่าไง ผมไม่เข้าใจ”
“ไอ้นี่ ก็เอ็งเป็นควาย จะเข้าใจได้ไงวะ”
“ไหนลุงบอก ควายไม่โง่ไง”
“เออ ลุงผิดเอง ควายมันก็เหมือนคน มีรู้มาก มีรู้น้อย หรือบางเรื่องก็ไม่รู้”
“ลุงบอกมาตรงๆ ผมอยากรู้”
“ถ้าอยากรู้ เอ็งไปนอน แล้วพรุ่งนี้ไปเลี้ยงควายกับลุง”
“ลุงผมเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ จะให้ไปเลี้ยงควายได้ไง ผมต้องดูแลลูกบ้าน”
“ถ้างั้นก็เรื่องของเอ็ง เรื่องในบ้านตัวเองยังจัดการไม่ได้ แล้วจะไปดูแลลูกบ้าน ไอ้เผือกน้อย เอ๊ย”
พูดจบลุงเทพก็มุดเข้ามุ้งไป ส่วนจ้อยก็หันหลังเดินออกจากห้อง เดินท่อง “ไอ้เผือกน้อย” , “ไอ้เผือกน้อย” ไปจนถึงบ้าน
คืนนั้นจ้อยนอนหลับทั้งที่ยังนอนก่ายหน้าผาก และยังนอนคิดนอนสงสัยว่า “ไอ้เผือกน้อย” ลุงเทพแกหมายถึงอะไร

รุ่งเช้า กาเหว่า เจ้าส่งเสียงบอกเวลาทุกวันเป็นกิจวัตรอยู่ที่ยอดไผ่ นั่นก็กะรอกวิ่งไต่ตามกิ่งไม้ ที่โคนต้นมะพร้าวก็แลเห็นกิ้งก่า หัวมันเหมือนถูกทาด้วยสีฟ้า มันผงกหัวอยู่เหมือนท้าทายจ้อยที่นั่งอยู่หน้าบ้าน แต่สิ่งที่หายไปคือ ภาพฝูงควายที่เดินผ่านหน้าบ้าน ทำให้จ้อยต้องออกมายืนชะเง้อดู ไม่มีวี่แวว ได้ยินแต่เสียงควายเริ่มส่งเสียงร้องดังลั่นคอก เวลานั้นพ่อของจ้อยกลับมาจากตลาดพอดี

“จ้อย วันนี้เอาควายไปกินหญ้าด้วย ลุงเทพแกไปธุระที่ไหนก็ไม่รู้ แกแวะมาบอกตั้งแต่เช้ามืด”
“ครับ”
หลังจากรับปากแล้วจึงเดินตรงไปที่คอกควาย แล้วเปิดคอกออก ควายต่างก็เร่งรี่ ดันกันออกมาจากคอก เพราะตอนนี้มันเลยเวลามากแล้ว ส่วน “ไอ้เผือก” อยู่ในสุด มันเดินออกจากคอกเป็นตัวสุดท้าย
“จ่าฝูง หึ หึ” จ้อยส่ายหัว

จ้อยจูง “ไอ้เผือก” เดินเบียดฝูงควายออกไป เขาดึงจนรั้งจมูกไอ้เผือก รีบดึง รีบจูงจนในที่สุด เขาก็พาไอ้เผือกไปอยู่หน้าสุดของฝูง และเขาก็ผ่อนคลายลง ระหว่างทางที่เดินไป ลูกบ้านก็ตะโกนทักทายยามเช้า “ผู้ใหญ่ไปเลี้ยงควายเองเลยนะวันนี้” , “อ้าว ลุงเทพไปไหน ทำไมถึงมาเลี้ยงเอง” , “ผู้ใหญ่ ไปหนองอีโดน ถูกหรือเปล่า” ชาวบ้านบางคนไม่เคยเห็นจ้อยไปเลี้ยงควายเลยตั้งแต่เรียนปริญญาก็ทักทายกันไปตามประสา และก็มีบ้าง คนเฒ่า คนเก่า คนแก่ ประจำหมู่บ้านก็ยังอดเรียกติดปากว่า “ไอ้จ้อย” แทนที่จะเรียกว่า “ผู้ใหญ่” เดินไปไม่สักพักก็ผ่านคลองประปาที่ทอดยาวเข้ามาในหมู่บ้าน ควายช่วงกลางฝูงก็เริ่มเลี้ยว ลงไปริมคลอง เริ่มแวะเล็มหญ้าตามข้างทาง จ้อยจึงต้องละจากไอ้เผือกมา ต้อนควายทางด้านหลังของฝูง แต่หันกลับไปอีกที ไอ้เผือกก็เดินลับหายไปที่ข้างทางเหมือนกัน หลายตัวก็เดินตามไอ้เผือกไป อีกหลายตัวก็เล็มหญ้าโดยไม่สนใจไอ้เผือก แม้แต่น้อย ที่สำคัญทุกตัวแทบไม่สนใจเสียงตะโกนก้อง ตะหวาดลั่น ของจ้อยเลยแม้แต่นิด จ้อยพยายามวิ่งไล่ วิ่งต้อน วิ่งซ้าย วิ่งขวา ก็ไม่เป็นผล จนแลไปเห็น เด็กสี่ห้าคนบนยอดหว้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จ้อยจึงรีบวิ่งไปเรียก และรับปากว่าจะให้เงินไปกินขนม หากมาช่วยต้อนควายไปส่งที่หนองอีโดน จ้อยและเด็กๆก็พากันต้อนควายไปที่หนองอีโดนอย่างทุลักทุเล กว่าจะไปถึง พาเอาชาวบ้านบ่นกันระงม ว่าผู้ใหญ่จ้อย พาเด็กๆมาเล่นอะไรเสียงดังแต่เช้า

หลังจากเข้าเขตหนองอีโดน ที่เป็นทุ่งกว้างไม่มีบ้านผู้คน จ่ายสตางค์ให้เด็กๆเรียบร้อย จ้อยก็จูงไอ้เผือกเหมือนเดิม หมายจะพาฝูงควายเข้าไปให้ลึกติดหนองน้ำริมชายเขา เดินเข้าไปครู่หนึ่ง จ้อยก็แลเห็นร่างหนึ่งเดินตรงเข้ามาหา เขามองจนแน่ใจแล้วว่าต้องเป็นลุงเทพแน่ๆ จึงละจากสายที่สนตะพายไอ้เผือก แล้วยืนท้าวเอว ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ลุง มาทำธุระอะไรที่นี่ครับ”
“ก็มารอเอ็งสิ”
จ้อยเกาหัวแล้วเดินเข้าไปที่โขดหินริมหนองน้ำ ที่นั่นมีต้นฉำฉาขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขากว้าง ให้ร่ม ให้เงา ยามเมื่อตะวันส่องลง ลุงเทพเดินตามไปติดๆ
“ลุงมารอผมทำไม”
“เอ็งจูงควายมาเอ็งรู้อะไรบ้าง ?”
“รู้สิ รู้ว่าไอ้เผือกมันเป็นจ่าฝูงไม่ได้ มันไม่เหมือนไอ้เฒ่าตัวที่ตายไปเลยแม้แต่นิด ไอ้เฒ่ามันอาจเชื่องช้านะ แต่ผมก็จูงมันมาเรื่อยๆ ควายตัวอื่นก็ไม่เคยแตกฝูง”
“แปลกนะ ที่เอ็งก็เคยจูงควาย มาเลี้ยง จูงควายกลับบ้านเหมือนกัน แต่เอ็งไม่รู้อะไรเลย”
“ขากลับ ผมไม่เคยจูง แค่ไล่หลังฝูงมันก็กลับบ้านเอง ไอ้เฒ่าก็เดินนำไป”
“เอาอย่างนี้ ลุงถามเอ็งหน่อยนะ ว่าควายในฝูง มันตามไอ้เฒ่า หรือมันตามเอ็ง ?”
ไม่มีคำตอบจากจ้อย เขามองหน้าลุงเทพแล้วส่ายหัว
“ควายมันตามเอ็งมากกว่ามั้ง”
“แล้วเมื่อกี๊ทำไมมันไม่ตาม”
“เอ็งไม่ได้เลี้ยงควายฝูงนี้มากี่ปีแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น ควายมันก็ไม่ได้ตามไอ้เผือกสิลุง แล้วทำไมลุงมาบอกว่ามันเป็นจ่าฝูงได้ล่ะ”
“แล้วเอ็งจะให้ลุงไปบอกว่า ลุงเป็นจ่าฝูงได้แล้วงั้นรึ ลุงเห็นมันแปลก ลุงก็เอามันมาจูง ควายบางตัวมันเห็นทุกวัน มันก็มีบ้างที่เดินตาม แต่ก็มีหลายตัวที่ไม่เดินตาม ลุงก็ใช้ไม้ ใช้แซ่ ไล่ตีมันบ้าง ตะหวาด มันบ้าง จนมันรู้ว่าจะโดนอะไรเมื่อแตกฝูง”

จ้อยหวนคิดเมื่อครั้งเด็กๆ จ้อยก็ทำคล้ายๆแบบนี้ แทบไม่แตกต่างอะไร อาจมีบ้างบางวันที่เพื่อนๆมาเดินไล่หลังให้ ลุงเทพเงียบลง นั่งมองหน้าจ้อย อยู่ครู่หนึ่ง จนจ้อยเอ่ยขึ้น

“มีอะไรหรือลุง”
“ใครหาเสียงให้เอ็งตอนเลือกตั้ง”
“พ่อ !”
“ลุงรู้นะ ว่าเอ็งเถียงกับพ่อ เรื่องแต่งตั้งผู้ช่วย เอ็งคิดถึงควายฝูงนี้นะ คิดว่าไอ้เผือกต้องมีผู้ช่วย เอ็งคิดว่าไอ้เผือกจะเลือกตัวไหน”
“อ้าว ผมจะรู้ได้ไงล่ะลุง ผมไม่ใช่ไอ้เผือก มันก็คงเลือกๆมาสักตัวในฝูงนี้ล่ะมั้ง”
“ถูก มันก็เลือกในฝูงนี่ล่ะ เพราะมันคงจะเอาผู้ช่วยมาจากฝูงอื่นไม่ได้หรอก ก็เหมือนคน คงไม่มีใครไปเลือกคนอื่นซึ่งไม่รู้จัก มาทำงานด้วย มันทำงานยาก เอ็งก็อยากได้เพื่อน พ่อก็อยากได้เพื่อน จนลุงงงว่าตกลงใครมันเป็นผู้ใหญ่บ้าน”
“ถ้าอย่างนั้นลุงมาเป็นผู้ช่วยผมเอาไหม ?”
“ไม่เอาหรอก ลุงไม่อยากรับภาระเพิ่ม ที่เลี้ยงอยู่นี่ก็เกือบห้าสิบตัวแล้ว เลี้ยงไม่ไหว”
“ว่าผมอีกแล้วนะลุง ผมไม่ใช่ควายนะ!”
“ถ้าเอ็งไม่ใช่ควาย ลุงจะแนะนำให้เอาไหม ไอ้เชิด เอ็งจำมันได้ไหม ลองเอามาเป็นผู้ช่วยดูสิ พ่อเอ็งก็รู้จัก จะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกัน”
“โอ๊ย จะไม่รู้จักได้ไงล่ะลุง ก็พี่เชิดเป็นลูกลุง แนะนำไป แนะนำมา ก็ไม่หนีเพื่อน หนีไม่พ้นญาติพี่น้อง”
“เออ ถ้างั้นเอ็งจะเอาใครมาเป็น คนไทยมันก็ถือว่าเป็นญาติกันทั้งนั้น ใครเป็นก็เหมือนกัน ไอ้เผือกดีไหม ให้มันเป็นผู้ช่วย เอาไหม” ลุงเทพเริ่มเสียงดัง
“พอเหอะลุง ผมว่าลุงจูงควายเลี้ยงก็เหมาะสมกับลุงแล้ว ลุงไม่ต้องมาสอนผมหรอก ผมฉลาดพอ ที่จะรู้ว่าจะทำอะไร จะให้ใครเป็นผู้ช่วย ผมคิดเองได้”
“แล้วเอ็งล่ะ เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นไอ้เผือกน้อย ให้คนอื่นจูง เหมาะสมแล้วหรือยัง เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็ก กล้าตัดสินใจหน่อย”
“แต่นั่นพ่อผมนะ !”
“เออ ก็พ่อเอ็งไง ไม่ใช่พ่อลุง ข้อนี้เอ็งต้องไปคิดเอง ช่วยไม่ได้แล้ว”
พูดจบลุงเทพก็เดินไปหาไอ้เผือก
“ไปคุยกับมันอีกแล้ว จะรู้เรื่องไหม”
“แล้วลุงคุยกับเอ็งรู้เรื่องเมื่อไรวะ ก็คุยกับใคร กับตัวไหน ก็เหมือนกัน”

จ้อยได้ยิน ก็นึกขำ วันๆโดนแต่ลุงเทพหลอกด่า ทั้งคู่อยู่ที่หนองอีโดนจนพลบค่ำ และลุงเทพก็จูงไอ้เผือกนำหน้าฝูงกลับบ้าน โดยมีจ้อยเดินรั้งท้ายฝูง เดินไปได้ครึ่งทาง พอจะเลี้ยวเข้าบ้านจ้อยจึงรีบวิ่งไปหาลุงเทพ
“ลุงขอผมจูงมันหน่อย ลุงก็ทำเหมือนผมเป็นควายให้ผมไปเดินรั้งท้าย ปนกับพวกมันในฝูง อยู่ได้”
“ยังดีที่ลุงไม่จูงเอ็งคู่กับไอ้เผือก”

หลังจากเอาฝูงควายเข้าคอกเสร็จ จ้อยก็เดินดิ่งเข้าไปในบ้าน พกพาเอาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ตั้งใจว่า วันนี้จะเป็นผู้นำอย่างเต็มตัวเสียที จะไม่ใช่ไอ้เผือกน้อยอย่างที่ลุงเทพว่าอีกต่อไปแล้ว

“พ่อ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเอาเพื่อนผมเป็นผู้ช่วย”
“เออ เอ็งเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่พ่อ แต่ปีหน้าเอ็งก็หาเสียงเองแล้วกัน”
“ครับพ่อ ! ถึงวันนั้นผมก็ไปหนองอีโดนด้วยตัวเองได้แล้ว…”




Create Date : 11 ตุลาคม 2552
Last Update : 11 ตุลาคม 2552 14:29:48 น. 31 comments
Counter : 1064 Pageviews.

 
โช๊ะเด๊ะ ไอ้จ้อยนายแน่มาก

ไม่ต้องถูกใครจูงอีกแล้ว มันคุ้นคล้ายชึวิตนักการเมือง

บางคน ตบปากตัวเองหนึ่งที ไม่เอาไม่พูด แล้วยกนิ้วช้

ส่ายไปมาตรงหน้า ส่ายเอวนิดนิด อิ อิ

จบไปหนึ่งเรื่อง

คุณรู้เรื่องหนังสือทำมืออะยัง สนใจไหมละคะ

เขาอยากได้เรื่องสั้น ไปลงหนังสือทำมือ

รายได้จากการขายหนังสือ เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อย

โอกาส สนใจไปอ่านรายละเอียดในบ้านอาคุงกล่อง

เจ้าของบ้านลาบวช หน่าบ้านคงยังแปะอยู่


ชอบมากเลยนะ ว่างๆจะมาอ่านใหม่

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ


แอมอร



โดย: peeamp วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:14:59:45 น.  

 
ผู้ใหญ่จ้อย บล๊อคคุณสายลมอิสระ พี่ลืมบอก

เธอเป็นเจ้าภาพ ขอโทษที หาเจอยังจ๊ะ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:17:16:57 น.  

 
..คลิกที่นี้..


ออกไปข้างนอกมาเจอคำว่าลิงค์ให้ผมด้วย

ลิงค์เป็นก็ทำไปแล้ว จะลองดูนะ เพิ่งจะหัดทำเมื่อวาน

น้องเมเปิลสอนให้ ไม่รับปากนะ หนึ่ง สอง ซ้าม


โดย: peeamp วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:22:47:46 น.  

 
ชอบจังเลยค่ะ :) ขอบคุณมาก ๆ


โดย: salanare (salanare ) วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:0:29:57 น.  

 


ตามมาจากบล็อคคุณร้อยคำฯ ค่ะ
มาอ่านเรื่องสั้นดีดีนะคะ



โดย: พธู วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:11:43:39 น.  

 
จ๊าก ๆ มาเจอยัยคู่เป็ด เก่งนิ !! - -

อิอิ คลิ๊กที่นี่ ได้ด้วย ..

หวัดดีค่ะ พ่อผู้หญ่าย ..
ฝากโครงการประกันราคาด้วยจิ ..

เอิ๊กกกส์

สองพี


โดย: ทูพี (SongPee ) วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:23:45:55 น.  

 
ไม่สำเร็จจ๊ะยัยเป็ดพีพี

ตามชั้นมาถึงนี่ได้งัย

.......

ต๊าย ตาย นึกว่าบ้านตัวเอง


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:21:52:25 น.  

 
ขออนุญาตฝากกิจกรรมเล็กๆ






อยากชวนเพื่อนๆ บล็อกมาร่วมสนุก กันเล็กๆ น้อยๆ
แค่ชวนมาคิดและจินตนาการแบบไร้กรอบรับปลายฤดูฝน
กับคำถามว่า

"ถ้าฝนที่ตกจากฟ้า ไม่ใช่หยดน้ำใสๆ คุณจะให้ฝนตกเป็นอะไรดีเอ่ย?"

(ฝนตกมาเป็นลูกอม,คางคก,รถไฟฟ้า,หนุ่มหล่อๆ หรือเงินทอง)
๒ คำตอยที่ถูกใจ
มอบที่คั่นหนังสือจากลำตะคอง ส่งให้ถึงบ้านเลยค่ะ
ร่วมสนุกถึง ๒๕ ตุลาคม นี้นะคะ

(คลิกไปอ่านรายละเอียดที่รูปค่ะ)
ขอบคุณค่ะ


ปล. เรื่องที่ถามเกี่ยวกับหนังสือทำมือ ในท่วงทำนองเดียวกัน - ช่วยเลือกผลงานที่คิดว่าถูกใจตัวเองแล้วส่งเป็นไฟล์เวิร์ดมาให้ด้วยนะคะ (เราไม่มีถูกหรือผิด ทุกคนมีสิทธิ์ร่วมในโครงการนี้) เมล์เรานะคะ windy_poo@hotmail.com


โดย: สายลมอิสระ วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:28:49 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเพื่อนร่วมถนนครับ


โดย: xrobin IP: 202.139.223.18 วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:15:05:29 น.  

 
สวัสดีครับ

ขอโทษด้วยนะครับที่ห่างหายไปเสียนาน เนื่องจากเมามันส์ในการทำงานและกิจกรรมต่างๆ น่ะครับ

ขอบคุณมากนะครับที่แวะเข้าไปเยี่ยมเยือนและทักทายกัน

เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหมครับ

ยิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน...ดีจั๊ดนักครับ


โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:20:00:49 น.  

 
หวัดดีค่ะ

ขยันอ่านให้มาก หัดเขียนให้บ่อย ๆ อีกหน่อยก็เก่งและแกร่งยิ่งกว่านี้ สิ่งที่หวังที่ตั้งใจขอให้ประสบผลสำเร็จ อุปสรรคถือเป็นแรงผลักดัน และอีก 3 คนเบื้อหลังคือกำลังใจที่แสนดี และอบอุ่น สู้ ๆ นะ


โดย: ระหว่างทางที่ก้าวเดิน IP: 19.232.204.152, 136.8.1.100 วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:12:50:46 น.  

 
เจ๋งดีค่ะสำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ ชอบๆ


โดย: parinnada วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:16:24:35 น.  

 
อ่านเรื่องสั้นเราแล้วเป็นไง วิจารณ์ได้นะคะ


โดย: สายลมอิสระ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:01:01 น.  

 
ผู้ใหญ่ส่งเรื่องยังง่ะ
วันที่สิบวันสุดท้ายนะจ๊ะ




แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:44:16 น.  

 
อยากเขียนเรื่องสั้นเก่งๆ จัง ลองเขียนดูแล้วแบบมือสมัครเล่นไปอ่านได้นะที่
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&group=59
ขอบคุณครับ


โดย: scimovie วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:52:54 น.  

 
นี่หรือ...
คือเรื่องสั้น

T^T


โดย: บุคคลนิรนาม IP: 110.49.143.34 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:39:32 น.  

 
วันอาทิตย์ว่าบ่ายจะออกไปหาอะไรอร่อยกินกัน
เมื่อวานก็อาหารฝรั่งไปแล้ว
ไม่รู้ว่าวันนี้จะญี่ปุ่นหรืออีสานดี
แวะมาที่นี่ซะหน่อย
สุขสดชื่นนะคะผู้ใหญ่

แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:55:12 น.  

 
พี่จ้อย จะเป็นผู้นำเเล้วนะ
อิอิ
ยืมตังพันนึงดิพี่จ้อย
ลูกบ้าน ไม่มีกะตัง
...


โดย: yopathum วันที่: 18 ธันวาคม 2552 เวลา:14:03:16 น.  

 
ดีจ้าสินใจ
เรื่องควายกับการเลือกตั้งนี่ พี่ขอติดไว้ก่อนนะ
กลัวอ่านแล้วจะเครียด 555
สุขสันต์วันคริสมาสต์ และปีใหม่ล่วงหน้าจ้า


โดย: pumpond วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:15:39:55 น.  

 
สวัสดีปีใหมุ่คุณศิลป์ใจครับ มาส่งบัตรอวยพรจากเพื่อนๆ ชาวลายปากกาครับ


ลายปากกา

แค่ก้อนหินที่อยากบินได้

เฒ่าสายลับ

ธาร นาวา

น้ำตาค้างฟ้า

Bellbomb

BestChild

ปลายอ้อย

พรายทราย

เหมือนพระจันทร์

พิญาดา

วรบรรณ

พิธันดร


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:13:32:36 น.  

 
ไม่ได้อ่านทุกตัวนะ อ่านแบบสแกนเร็วมาก
เห็นแต่ ควาย ควาย ควาย
เลยรู้สึกเหมือนแรงอะไรบางอย่างมากระแทก
เลยไม่อ่านละเอียด


โดย: pumpond วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:54:03 น.  

 
แวะมาอ่านอะไรเรื่อยเปื่อย
แวะมาทักทายกันค่ะ ผู้ใหญ่เรื่องที่เขียนน่ะส่งสำนักพิมพ์บ้างยัง
ตีพิมพ์แล้วไปส่งข่าวมั่งเน้อ




แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:8:36:44 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:53:08 น.  

 
เยี่ยมชมอีกครั้งหนึ่ง


โดย: scimovie วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:22:19:13 น.  

 
MERRY CHRISTMAS & HAPPY NEW YEAR 2011 TO YOU



แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:22:22:28 น.  

 
สวัสดีค่ะผู้ใหญ่







เดี๋ยวนี้พี่พัฒนาแล้วนะคะ
ลิงค์ชักจะคล่อง
แล้วนี่ทิ้งบล็อกไปเลยเหรอ



แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:22:25:27 น.  

 
สวัสดียามมืดค่ำค่ะ

เจอมาแปะทักทายไว้ที่บ้าน รีบเข้ามา
เพราะบล็อกนี้ จุดประกาย ทำให้อยากเขียนเรื่องสั้น
และรู้สึกสนุกมากมาย
ทำให้วันเวลามีความหมายขึ้นมาค่ะ

ขอบคุณมากจริงๆ
ยังไงก็จะแวะมาเสมอๆค่ะ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:19:56:33 น.  

 
ถึงพี่กรุงที่รัก

น้ำรู้ว่าพี่กรุงไม่ต้องการน้ำแล้ว รู้แล้วว่าพี่มีความสุขดีโดยที่ไม่มีน้ำ

แต่พี่กรุงจำได้หรือเปล่าว่า เราเคยมีความสุขกันมากขนาดไหน และน้ำรู้ว่าพี่ไม่พอใจที่น้ำกลับมาหาพี่

ถึงแม้ว่าที่ผ่าน ๆ มา น้ำจะทำไม่ดีกับคนอื่นมา แต่น้ำอยากให้รู้ว่า น้ำแค่ใช้เป็นทางผ่านเพื่อมาหาพี่กรุงให้ได้เท่านั้น
เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน น้ำอยากให้พี่กรุงรู้เอาไว้ว่า น้ำจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจและตัดใจจากพี่กรุงเด็ดขาด

ถึงแม้ผู้ใหญ่ของพี่จะพยายามผลักดันน้ำให้ออกห่างจากพี่กรุงมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่น้ำไม่แคร์ !!!
ถึงแม้ใครจะด่าน้ำว่าหน้าด้าน เบื่อน้ำ เกลียดน้ำก็ตาม น้ำก็จะไปอยู่กับพี่กรุงให้ได้ พี่กรุงคอยดูก็แล้วกัน

จาก ... น้องน้ำ (อดีตรักของพี่กรุง)

ป.ล. ฝากบอกอินังทรายด้วยว่า น้ำไม่ยอมง่าย ๆ หรอก ...


อ่านสนุกๆสู้น้ำท่วมค่ะ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:20:54:02 น.  

 
แวะมาเป็นกำลังใจให้นักเขียน


โดย: pumpond วันที่: 11 ธันวาคม 2554 เวลา:23:33:35 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

สุขสดชื่นสมหวัง
เปี่ยมด้วยพลังทั้งกายและใจค่ะ


แอมอร



โดย: peeamp วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:22:12:24 น.  

 
สุขสันต์วันปีใหม่ครับ.




โดย: เจียวต้าย วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:14:07:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ศิลป์ใจ
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




******###@###*****
...เรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต แต่เลือกเรื่องเล็กๆที่เป็นช่องว่างของสังคม มา ตัด เสริม เติม แต่ง ซึ่งอาจเหลือความจริงเพียงน้อยนิด และเรื่องราวเหล่านี้อาจทำให้ใครหลายคนก้าวเข้าไปถึง ช่องว่างที่ใครหลายคนอาจไม่เคยเห็น...
*******************
*****###@###******
...งานเขียนใน Weblog นี้เป็นของ ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗...
*******************
Friends' blogs
[Add ศิลป์ใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.