Group Blog
 
All Blogs
 

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย....นักการเมือง

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย....นักการเมือง
  โดยหลักการ นักการเมืองคือผู้ที่ตั้งใจอาสาเข้ามาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชน โดยมั่นใจในความสามารถของตนเองว่า จะทำประโยชน์แก่ประเทศชาติได้ นี่เป็นหลักการและเราจะได้ยินนักการเมืองอ้างเรื่องเหล่านี้เสมอ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมีนักการเมืองน้อยมากๆที่ทำได้ตามนั้น และหรือตั้งใจทำอย่างนั้นจริงๆ นักการเมืองมีช่องทางหาประโยชน์มากมาย ไม่ว่าทางสว่างหรือทางมืด นักการเมืองสามารถเข้าไปอิงกลุ่มผลประโยชน์ได้ทุกรูปแบบ และทำหน้าที่เปิดทางและเอื้อให้กลุ่มธุรกิจต่างๆสามารถดำเนินไปได้ ในรูปแบบออกกฎหมาย จัดงบประมาณและผ่านการจัดจ้างของหน่วยงานราชการต่างๆ ตลอดจนประสานกับภาคธุรกิจในท้องถิ่น และเริ่มมีธุรกิจของตนเองในรูปแบบต่างๆ นักการเมืองมีบทบาททางสังคม สามารถแสดงออกผ่านสื่อต่างๆ ในการเรียกร้องหรือชี้นำให้สังคมเห็นตาม เพื่อนำไปสู่การออกกฎหมายหรือนโยบายภาครัฐที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ถ้ากลุ่มธุรกิจใดไม่ประสานประโยชน์ต่อฝ่ายการเมือง ก็อาจเจอการต่อต้านและคัดค้านอย่างรุนแรง และแสดงออกผ่านสื่อทำให้สังคมคล้อยตามได้ไม่ยาก กลุ่มนักการเมืองจึงเป็นกลุ่มที่ทรงอำนาจในสังคมไทย โดยเฉพาะนักการเมืองอาชีพ
    นักการเมืองอาชีพคือผู้ที่มีลักษณะเด่น มีทุกอย่างที่นักโต้วาทีมี และยังเป็นนักประสานผลประโยชน์ นักสร้างภาพ และนักป้ายสีที่เก่งในเวลาเดียวกัน จึงเห็นช่องทางการแสวงหาประโยชน์จากการเป็นนักการเมือง นักการเมืองอาชีพมีอยู่ในทุกพรรค ในอดีตทุกพรรคการเมืองจะเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน การโต้กันไปโต้กันมาเป็นการแสดงทั้งสิ้น แต่จริงๆแล้วหลังฉากมีการเอื้อประโยชน์กันในทุกพรรคทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล นักการเมืองอาชีพย้ายพรรค และเป็นฝ่ายค้านบ้างฝ่ายรัฐบาลบ้าง มีความไม่แน่นอนตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองใหญ่ที่สุดของไทยคือพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่และมีนักการเมืองอาชีพมากที่สุด และอยู่กันแบบมั่นคงยาวนาน หัวหน้าพรรค 3 คนที่ผ่านมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมืองอาชีพ และแกนนำของพรรคที่ส่วนมากเป็น สส. ภาคใต้เกือบทั้งหมด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมืองอาชีพทั้งสิ้น บทบาทที่แสดงออกตลอดเวลาที่ผ่านมาจึงเป็นการแสดงแบบนักการเมืองอาชีพ มีความครบเครื่องในแบบที่กล่าวมาแล้วอย่างโดดเด่น ที่ผ่านมากว่า30ปีก็อยู่อย่างสบายๆไม่มีปัญหาเป็นฝ่ายค้านบ้างฝ่ายรัฐบาลบ้างแบ่งปันกันกับพรรคการเมืองอื่นๆอย่างลงตัว และแสดงได้สมบทบาทมาก แต่มาเกิดปัญหาตอนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้และพรรคไทยรักไทยเข้ามา และนายกทักษิณเข้ามาทำการเมืองในรูปแบบใหม่ นำระบบการจักการแบบธุรกิจมาใช้กับการบริหารประเทศ และจัดระบบพรรคในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย มีการจักระเบียบการเอื้อกลุ่มผลประโยชน์และจัดการรวมผลประโยชน์ที่ได้จากทุกทิศทางแบบรวมศูนย์ และปันผลประโยชน์นั้นๆอย่างมีมาตรฐานและเท่าเทียบกันในพรรค ไม่เอื้อให้ต่างคนต่างไปหาแบบในอดีตที่ผ่านมา นักการเมืองอาชีพเคยชินกับแบบเดิมๆ ที่ไม่ยอมรับรูปแบบใหม่นี้ก็เผยตัวออกมาให้เราได้เห็น ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น กลุ่มคนเหล่านั้นก็เห็นอยู่เรื่อยๆตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ภายนอกพรรคเอาแล้วไงนายกทักษิณประกาศกร้าวจะทำพรรคไทยรักไทยให้เป็นสากล เป็นองค์กรที่แข่งแกร่งและจะเป็นรัฐบาลไปต่อเนื่อง และเป้าหมายคือเป็นรัฐบาลพรรคเดียว เอาแล้วไงนักการเมืองอาชีพทั้งหลาย เริ่มมองเห็นทางอันมืดมนในวันข้างหน้า ที่ถ้าเป็นฝ่ายค้านต่อเนื่องยาวนานมีแต่ตายกับตาย เพราะไม่มีบทบาทนำในการแสวงหาประโยชน์แบบที่ผ่านๆมา การจะคิดจัดระบบและลงทุนมหาศาลแข่งด้วยก็ไม่มีใครกล้าเอาเงินจำนวนมหาศาลมาทุ่มทุน เพื่อสร้างพรรคสู่กับไทยรักไทยอย่างอดทน ไม่มีใครทุ่มเทจริงๆ ยิ่งนานมีแต่คนถอยห่างกลุ่มทุนต่างๆหดหาย การไม่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้เพราะเงินหมด ไม่มีเงินพันล้านมาใช้ในการเลือกตั้ง ไม่เยอะหลอกลองคิดดูส่งลงเขต 400 เขต คนละ 3 ล้านก็ปาเข้าไปพันกว่าๆล้านแล้ว เงินหมดและรู้แล้วว่าลงไปก็สู้ไทยรักไทยไม่ได้ และนายกทักษิณประกาศอีกว่าแก้รัฐธรรมนูญแล้วอีก 1 ปียุบสภาเลือกใหม่อีก ตายกันพอดีทั้ง ปชบ ชาติไทย ไม่มีใครบ้าเอาเงิน2-3 พันล้านมาให้กับพรรคที่ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลหรอก เมื่อเห็นดังนั้นหนทางข้างหน้าจึงมืดมนเต็มที ทุกกลุ่มในพรรคก็มาคุยกันแล้วคิดทางออกได้ทางเดียวคือ ทำยังไงก็ได้ต้องล้มนายกทักษิณให้จงได้ จะต้องแลกด้วยอะไรก็ยอมหมด นักการเมืองอาชีพน่าจะต้องรักและหวงแหนการเมืองแบบประชาธิปไตยเหนือสิ่งอื่นใด เพราะนักการเมืองอาชีพอยู่ได้เพราะการหาประโยชน์จากระบอบการปกครองแบบนี้ทั้งสิ้น แต่งานนี้ถึงกับกล้าทำลายระบอบการปกครอง โดยทำทุกวิถีทางเพื่อล้มล้างนายกทักษิณให้จงได้ นี่คือนักการเมืองอาชีพของประเทศไทย




 

Create Date : 21 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:41:59 น.
Counter : 355 Pageviews.  

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย....นักธุรกิจ

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย....นักธุรกิจ   แต่ไหนแต่ไรมาคนกลุ่มนี้ไม่ค่อยเข้ามาเล่นการเมืองโดยตรงมากนัก ส่วนมากจะอยู่หลังฉากอยากได้อะไรก็เสนอผ่านนักการเมืองอาชีพและ ข้าราชการ นักธุรกิจจะจัดผลประโยชน์ให้พรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง ตลอดจนข้าราชการอย่างไม่เปิดเผย ในรูปแบบต่างๆอย่างมีระบบ โดยทำให้ถูกกฎหมาย นักธุรกิจแต่ละกลุ่มจะไม่ค่อยขัดแย้งกับใคร เข้ากับได้ทุกกลุ่มการเมือง คนที่ทำธุรกิจแบบตรงไปตรงมาโปร่งใส่ ก็ต้องส่งผลประโยชน์ให้กลุ่มการเมือง เพื่อเอื้อประโยชน์หรือไม่ให้เกิดปัญหาที่มากระทบต่อธุรกิจของกลุ่มตน แต่นักธุรกิจที่ทำธุรกิจสีเทาคือจะถูกก็ไม่เชิง จะผิดก็ไม่ชัดเจน จะต้องให้ผลประโยชน์ต่อนักการเมือง และหน่วยงานราชการ เพื่อการหลบหลีกหรือเปิดทางให้ธุรกิจนั้นๆ มีช่องทางดำเนินไปได้ เมื่อเกิดปัญหาในข้อกฎหมายขึ้น ก็ใช้เงินเปิดทางให้รอดพ้นข้อหา หรือผ่อนหนักเป็นเบาเรื่อยมาในอดีต โดยที่ภาครัฐก็รู้ทั้งรู้แต่ก็มีน้อยรายเหลือเกินที่ถูกจับดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพราะทุกขั้นตอนในขบวนการทางกฎหมายมีช่องโหว่มากมาย ให้ผู้กระทำผิดสามารถหลุดพ้นไปได้ ภาครัฐไม่เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามนัก มีปัญหาทีก็ล้อมคอกทีไม่มีการป้องกันในเชิงรุก  นักธุรกิจบางกลุ่มจึงทำธุรกิจแบบอิงฝ่ายการเมืองโดยเอื้อผลประโยชน์ซึ่งกันและกันเรื่อยมา โดยมีคนกลางทำหน้าที่ประสานผลประโยชน์ให้อย่างลงตัว
   พอรัฐบาลชุดนี้เข้ามาหัวหน้าพรรคเป็นนักธุรกิจเต็มตัวมาก่อน รู้ซึ้งถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆในเมืองไทย ใครทำธุรกิจแบบโปร่งใสก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่นักธุรกิจกลุ่มสีเทา เกิดปัญหาขึ้นเพราะรัฐบาลนายกทักษิณไม่รับการต่อรองใดๆ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ภาครัฐสนับสนุนการทำงานของฝ่ายสอบสวน เมื่อพบหลักฐานความไม่ถูกต้อง ภาครัฐก็ปล่อยและสนับสนุนองค์กรตรวจสอบต่างๆ ให้ทำงานเต็มที่โดยไม่เข้าไปแทรกแซง ธุรกิจใดที่ประสบบัญหาแต่อดีตถ้าไม่มีอะไรแอบแฝงภาครัฐก็เข้าไปเป็นตัวกลางช่วยแก้ปัญหา แต่ถ้าธุรกิจใดตรวจสอบดูแล้วว่าไม่ชอบมาพากล ก็ไม่เข้าไปอุ้ม ใครมาล๊อบบี้อย่างไรก็ไม่ช่วยเหลือ สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มธุรกิจและนักการเมืองที่อาสาทำหน้าที่ประสานงาน จนมากๆเข้าก็เริ่มทุ่มทุนและร่วมมือกับกลุ่มอิทธิพลอื่นๆที่เสียผลประโยชน์จากรัฐบาลนี้ ทำการล้มล้างรัฐบาลนายกทักษิณให้จงได้...




 

Create Date : 21 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:44:46 น.
Counter : 489 Pageviews.  

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย...รัฐวิสาหกิจ

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย...รัฐวิสาหกิจ    พนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นกลุ่มคนที่ทำงานให้ประชาชนได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน เป็นกลุ่มคนที่สร้างประโยชน์ให้คนในประเทศมาอย่างมากมาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาภาครัฐเป็นนายทุนใหญ่ของรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้ให้งบประมาณและจัดหาเงินกู้ภายใต้ความรับผิดชอบของภาครัฐ และบริหารรัฐวิสาหกิจแบบกึ่งธุรกิจกึ่งผูกขาด ทำเพื่อประชาชนและพนักงานก็ได้สวัสดิการอย่างคุ้มค่าเสมอมา ไม่ว่าบางรัฐวิสาหกิจจะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ภาครัฐก็ต้องเข้ามาอุ้มและจ่ายผลตอบแทนแก่พนักงานอย่างเต็มที่ เราคิดว่ารัฐวิสาหกิจต้องถูกเข้าไว้ ขาดทุนก็ไม่เป็นไรเพราะประชาชนทุกคนต้องใช้ จะมีราคาแพงไม่ได้ขาดทุนภาครัฐก็ต้องอุดหนุน ด้วยแนวคิดเช่นนี้ทำให้รัฐวิสาหกิจของไทยหลายหน่วยงานเช่น รถเมล์ รถไฟ ขนส่ง ขากทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐก็อุดหนุนมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนรัฐวิสาหกิจมีมีกำไรงามๆ เช่น โทรศัพท์ ไฟฟ้า ประปา ก็มีการแจกสวัสดิการแก่พนักงานอย่างเต็มที่ เหลือแล้วค่อยส่งกำไรเข้าคลัง พอโลกมันเปลี่ยนแปลกระบบเสรีเข้ามามีบทบาททั่วโลก เราเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ และภาระงบประมาณก็มีปัญหาด้านการจัดการ การที่รัฐต้องอุ้มรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา และปล่อยให้รัฐวิสาหกิจที่มีกำไรใช้เงินกำไรแบบไม่โปร่งใสก็เป็นเรื่องที่ต้องจัดระเบียบ รัฐบาลก่อนหน้านี้เริ่มจะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยคิดว่าการให้รัฐวิสาหกิจที่แข็งแรงเข้าสู่ระบบมหาชน มีการจัดการด้านการเงินอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้และมีผู้ถือหุ้นให้ต้องรับผิดชอบ แต่ก็เป็นไปตามคาดได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจนไม่สามารถทำได้
  รัฐบาลทักษิณเข้ามาก็เข้าใจดีว่าต้องจัดการแปรรูป และทำให้เป็นมหาชนเพื่อการตรวจสอบ รัฐบาลนี้ไม่กลัวแรงเสียดทานทนน้ำทนไฟ มีแรงต่อต้านก็ชี้แจงและมั่นคงไม่กลัวแรงกดดัน และเดินหน้าแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่แข็งแรงให้เป็นมหาชน และห้าปีที่ผ่านมารัฐบาลทักษิณได้เดินหน้าแปรรูปสำเร็จไปแล้วหลายหน่วยงาน และที่ยังมีแรงต่อต้านรุนแรงที่สุดคือ กฟผ รัฐบาลก็พยายามแปรรูปให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถแข่งกับนานาประเทศในโลกได้ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด มีการปลุกระดมจากทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน ให้ต่อต้านการแปรรูป โยงการแปรรูปเข้ากับเรื่องขายชาติ เข้ากับเรื่องซื้อประเทศ ป้ายสีให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง หลังๆการต่อต้านมาจากภายนอกมากกว่าภายในเพราะพนักงานโดยรวมเริ่มเข้าใจความจำเป็นที่ต้องแปรรูป และรู้แล้วว่ารัฐบาลมีความจริงใจแปรรูปเพื่อส่วนรวม และเพื่อความสามารถแข่งขันได้ขององค์กร ไม่ใช่แบบที่มีผู้พยายามใส่ร้ายรัฐบาล แต่ประเด็นการแปรรูปก็เป็นอีกหนึ่งจุดตายที่ทำให้ ขบวนการล้มล้างรัฐบาลทักษิณนำมาเป็นประเด็นให้เกิดความเกลียดชังและปลุกระดมให้เกิดการต่อต้าน เพื่อจุดมุ่งหมายเพื่อล้มล้างรัฐบาลนี้ให้จงได้....




 

Create Date : 20 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:46:34 น.
Counter : 393 Pageviews.  

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย...ข้าราชการ

  ข้าราชการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่ตามนโยบายของฝ่ายการเมือง เป็นกลุ่มคนที่ใหญ่มากๆในสังคมไทย มีระบบการบริหารที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบและชัดเจน คนไทยจำนวนมากอยากเข้ารับราชการเพราะคิดว่าเป็นงานที่มั่นคงและสวัสดิการดี ระบบราชการไทยก็เป็นอย่างที่เราเห็นๆมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะมีกฎระเบียบทางราชการอย่างเคร่งคัด ขุมกำลังการโยกย้ายก็มีการจัดสรรปันส่วนกัน ระหว่างฝ่ายการเมือง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อย่างค่อนข้างลงตัวและไม่ค่อยมีข้อขัดแย้งรุนแรงให้เห็นว่าขัดผลประโยชน์กัน การทุรจิตหรือเรื่องใดๆที่เป็นประเด็นก็มีการตัดตอนอย่างเป็นระบบ มีเรื่องที่ไรก็มีข้าราชการชั้นผู้น้อยในระดับล่างรับผิดไปเสมอ แทบจะไม่มีหลักฐานมาถึงข้างบนหรือฝ่ายการเมืองเลย ข้าราชการอยู่กันอย่างมีระเบียบยึดถือวัยวุฒิ และยอมรับในเส้นสายของกลุ่มต่างๆ ใครมีโอกาสดีกว่าอยู่ในสายที่มีบทบาทสูง ก็ได้โอกาสก้าวหน้ากว่าสายอื่นๆ แต่ผู้ที่ก้าวหน้าได้ดีกว่าก็ไม่มีการก้าวร้าวคนอื่นที่อยู่คนละสาย อยู่กันแบบประสานผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว ข้าราชการที่ถึงแม้จะมีจำนวนมากในประเทศ แต่กลับไม่ค่อยมีข่าวการขัดแย้งรุนแรงให้เป็นข่าวมากนัก ฝ่ายการเมืองเมื่อเข้ามากำกับก็ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงการวางกำลังพลมากนัก ข้าราชการก็อยู่กันสงบสุขมาตลอดเวลาที่ผ่านมา
   พอรัฐบาลทักษิณเข้ามา ด้วยการที่ต้องการแก้ปัญหาของประเทศอย่างรวดเร็วและเห็นผล นายกทักษิณเห็นระบบราชการที่มีกำลังพลอยากมากมาย มีสายงานทับซ้อนมากมาย ทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมาเป็นเงินเดือนของข้าราชการเป็นจำนวนมาก รัฐบาลนี้จึงจัดระบบยุบย้ายกระทรวง ทบวง กรม อย่างขนานใหญ่ มีการชักจูงให้ข้าราชการออกก่อนกำหนด และนำระบบแบบธุรกิจมาปรับใช้กับการวัดมาตรฐานคุณภาพข้าราชการ มีการจัดสายการบังคับบัญชาและระบบการเลื่อนตำแหน่งซะใหม่ สร้างความอึดอัดแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ไม่ถึงกับไม่พอใจเพียงแต่อึดอัดและรู้สึกเหมือนถูกประเมินว่าไม่คุ้มค่าจ้างที่ได้รับ ทั้งๆที่ข้าราชการก็คิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกตนได้ทำงานทุ่มเทเพื่อประเทศชาติมาอย่างเต็มที่โดยตลอด การที่รัฐบาลต้องการบริหารจัดการงบประมาณให้ลงตัวจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ระบบนี้ในการจัดการ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าต้องการเพียงจัดระบบเท่านั้น แต่ไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะเข้ามาแทรกแซงการจัดกำลังพลแต่อย่างไร ยังคงปล่อยให้ระดับบนทำการโยกย้ายระดับล่างตามปกติ ความขัดแย้งจึงดูมีไม่มาก แต่ก็สร้างความอึดอัดและไม่พอใจให้กับข้าราชการกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงกับนโยบายของรัฐบาล เช่นการต้องการให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบไปบริหารจัดการงบประมาณเอาเอง การย้ายคุณครูไปอยู่ในการดูแลของท้องถิ่น ล้วนแล้วแต่สร้างความไม่พอใจต่อข้าราชการที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ยังดีที่รัฐบาลนี้ไม่ยุ่งกับระบบการโยกย้าย ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะถูกต่อต้านมากกว่าที่เห็น ถึงเช่นนี้ก็ยังมีกลุ่มข้าราชการที่ได้รับผลกระทบ ก้าวออกมาทั้งอย่างเปิดเผย และสนับสนุนอย่างเงียบๆให้มีการล้มล้างรัฐบาลนี้ เพราะเชื่อว่าถ้าไม่มีทักษิณก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาแตะต้องระบบราชการหรอก....




 

Create Date : 20 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:48:27 น.
Counter : 354 Pageviews.  

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย…เอ็นจีโอ

  ตอนเด็กๆเคยได้ยินแต่คำว่านักอนุรักษ์ เป็นคำที่สวยหรูและดูน่าจะเป็นคนกลุ่มที่น่าได้รับคำยกย่อง ตอนเด็กๆผมคิดว่าคนกลุ่มนี้น่าจะเป็นความหวังของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีอาชีพเกษตรกรรม คนหาเช้ากินค่ำ และคนมีการศึกษาน้อยในประเทศไทย แต่ตั้งแต่ผมเรียนป.6 ถึงปัจจุบัน เวลาผ่านมากว่า 30 ปี คนกลุ่มนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ให้ผมได้เห็นเลยว่าได้ทำอะไรอันเป็นการยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนส่วนใหญ่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างตน ไม่มีผลงานที่เด่นชัดถึงแม้เวลาจะผ่านมานานมากๆกว่า 30 ปี คนกลุ่มนี้อ้างว่าพวกตนอาสาทำหน้าที่เป็นปากเสียงและปกป้องผลประโยชน์ของคนยากคนจน ทำหน้าที่เรียกร้องผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของคนยากคนจน อันเกิดจากผลกระทบทั้งจากภาครัฐและเอกชน ดูเหมือนจะดีเลยนะผมว่า แต่มันเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น เวลาผ่านมาจนแมวที่บ้านผมยังชราภาพมากแล้ว สังคมคนจนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศก็ยังมีคุณภาพชีวิตแบบเดิมๆ มีอัตราความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานของสังคมโดยรวม กลุ่มเอ็นจีโอไม่ได้แก้ปัญหาให้คนยากคนจนแบบยั่งยืนเลย ดีแต่แนะนำในทางที่ผิดๆ แก้ปัญหาหรือให้เรียกร้องแต่เรื่องเฉพาะหน้า และบางครั้งใช้ประชาชนมาเป็นข้ออ้างเพื่อต่อรองหาผลประโยชน์ใส่ตัว รัฐบาลที่ผ่านๆมาแก้ปัญหาคนยากคนจน โดยการแนะนำของกลุ่มเอ็นจีโอ และมักจะช่วยเป็นเรื่องๆแบบให้ผ่านๆไปเมื่อเอ็นจีโอ พาประชาชนมาเรียกร้องในเรื่องนั้นๆ แบบให้ผ่านไปเป็นปีๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกปีแบบไม่มีวันจบสิ้น ไม่รู้ว่าเอ็นจีโอจะทำการช่วยเหลือแบบซ้ำๆแบบนี้ไปทำไม และเห็นเอ็นจีโอออกมาขวางการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะสร้างเขื่อน สร้างถนน สร้างที่อยู่ และอะไรอีกมากมายถ้ารัฐบาลไหน ไฟแรงกล้าเสนอนโยบายแก้ปัญหาคนจนแบบที่เอ็นจีโอ ไม่เห็นด้วยจะโดนการปลุกฝูงชนมาต่อต้านเสมอ โดยอ้างเรื่องผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนมาอ้างเสมอ รัฐบาลก่อนๆก็ต้องล้มเลิกแผนงานที่ดูน่าจะแก้ปัญหาแบบยั่งยืนได้ แต่เอ็นจีโอก็จะออกมาขวางเสมอ แรกๆผมก็คิดว่าเอ็นจีโอก็อาจจะหวังดีจริงๆ เพราะผมคิดว่าเอ็นจีโอคัดค้านไปก็ไม่น่าจะมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง แต่พอโตขึ้นได้ข้อมูลอะไรมากขึ้นก็เริ่มรู้เลยว่า จริงๆแล้วเอ็นจีโอ มีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีเงินสนับสนุนจากกองทุนระหว่างประเทศ มาต่อเนื่องทุกปีอย่างสม่ำเสมอ การคัดค้านบางเรื่องเมื่อมองลึกๆลงไปจะพบว่ามีกลุ่มผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังในหลายๆกรณี ที่ผ่านมา และเข้าใจแล้วว่าทำไมความยากจนของประชาชนถึงไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีจากเอ็นจีโอ มีเพียงแก้ไขเฉพาะหน้าเป็นเรื่องๆ ซ้ำๆทุกปี
   ผมเห็นเอ็นจีโอระดับหัวแถวหลายคน เข้าทำงานในบริษัทมหาชนแทนที่จะทำงานเต็มที่ให้ธุรกิจเจริญไปข้างหน้า เขากลับบริหารธุรกิจแบบเอ็นจีโอ ทำแต่เรื่องสร้างภาพให้ตัวเองดูดี แต่ธุรกิจเจ๊งไม่เป็นท่า ผู้ถือหุ้นเดือดร้อน แต่ตัวเองดูดี แล้วสุดท้ายทิ้งธุรกิจที่ตัวเองรับผิดชอบดื้อๆ ไปลงสมัคร สว. ธุรกิจมหาชนที่ตนรับผิดชอบพังไม่เป็นท่า แต่ตนเองสบายได้เป็น สว. และสังคมก็ยกย่องว่าเป็นคนดี รักษาสิ่งแวดล้อม และมีคุณธรรม และเอ็นจีโอ ส่วนใหญ่ก็ได้รับการย่องย่องคล้ายๆกันโดยสร้างตัวจากการสร้างภาพให้สวยงามแต่เพียงเปลือกนอก เอ็นจีโอรวมกลุ่มกันและสร้างอำนาจต่อรองกับกลุ่มอื่นๆของสังคม โดยใช้คนยากคนจนมาเป็นเครื่องมือ และเป็นบันไดไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ซ้ำร้ายยังนำมาแอบอ้างเพื่อต่อรองผลประโยชน์จากทั้งภาครัฐและเอกชนในรูปแบบต่างๆ
โดยที่ภาครัฐต้องโอนอ่อนตาม ถ้าไม่ต้องการมีปัญหากับคนยากจนที่ตกเป็นเครื่องมือของเอ็นจีโอ
   จนมาถึงรัฐบาลของนายกทักษิณ ที่เห็นเอ็นจีโอมาตั้งแต่เด็กแล้วเช่นกัน รู้ซึ้งถึงรูปแบบมือไม่พายเอาเท้าลาน้ำ และผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มเอ็นจีโอเป็นอย่างดี จึงเข้ามาตัดตอนและวางนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้หมดไปอย่างยั่งยืน และส่งความช่วยเหลือแบบยั่งยืนและทำให้หมู่บ้านแข็งแรงและพึ่งพาตนเองได้ เช่น กองทุนหมู่บ้าน โครงการ30บาท การยกระดับการศึกษา หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และการกระจายอำนาจ และถึงกับประกาศว่าจะทำให้ความยากจนหมดไปจากประเทศไทย นายกทักษิณตัดตอนโดยข้ามกลุ่มเอ็นจีโอ ส่งตรงไปยังคนยากจนเลย และพูดแบบไม่เชื่อน้ำยา และกล้าพูดกระทบผลประโยชน์ทับซ้อนของเอ็นจีโออย่างตรงไปตรงมาแบบไม่กลัวเกรง จึงเป็นเหตุให้กลุ่มเอ็นจีโอ ไม่พอใจและต้องการแสดงให้สังคมเห็นถึงพลังอำนาจของกลุ่มตน ด้วยการร่วมมือกับกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารประเทศของนายกทักษิณ ทำการล้มล้างนายกรับมนตรีคนนี้ให้จงได้....




 

Create Date : 19 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:50:39 น.
Counter : 424 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.