Group Blog
 
All Blogs
 
ลุงถินผู้ไม่เคยชนะ

ลุงถินผู้ไม่เคยชนะ  ผมนั่งรถบัสไม่มีแอร์มาจากอุบลฯ ลงรถด้วยความหงุดหงิดที่ท่ารถ อ.พิบูลมังสาหาร หงุดหงิดเรื่องระยะทางเพียง 40 กม แต่ต้องเสียเวลากว่า 2 ชม รถแดงออกจากอุบลฯ วิ่งเนิบๆมาแค่ 10 กม ก็ถึง อ.วารินชำราบ แล้วจอดแบบไร้เหตุผลกว่า 30 นาที ก่อนที่จะวิ่งเนิบๆเปิดเพลงเสียงดังมาสุดสายที่ อ.พิบูลฯ ระยะทางนิดเดียวเสียเวลาน่าดู ลงรถแล้วผมก็เดินทำหน้าบอกบุญไม่รับขึ้นสองแถวที่จะไปช่องเม็ก อีก 15 นาทีรถถึงออก ผมเข้าไปนั่งเกือบในสุด มีลุงแก่ๆตัวเล็กๆนั่งอยู่ในสุด แกมองหน้าผมผมไม่สนใจคนยิ่งหงุดหงิดอยู่ นั่งลงแล้วผมก็หยิบหมวกมาใส่ เพราะเดี๋ยวรถออกต้องสู้ลมหนาวเดือน12 แน่นอน ลุงแกก็เอาหมวกไอ้โม่งแกมาใส่บ้าง ผมเริ่มหงุดหงิดยิ่งขึ้น นี่แกเลียบแบบคนหล่อหรือเปล่า ซักพักผมก็เอาแว่นดำมาใส่ แกมองหน้าผมอีก ผมมองแกบ้าง คิดในใจไม่มีแว่นดำจะเรียบแบบละสิ แกมองแล้วก็หันไปหาของในย่ามเก่าๆบ้าง ก้มลงหาในถังพลาสติกที่แกเอาขึ้นมาด้วย1ใบ หาแบบที่ผมต้องนั่งขยับออกมานิดเพื่อให้แกคุ้ยได้สะดวกขึ้น แต่ผมก็คิดในใจแบบหงุดหงิดว่า จะหาอะไรนักหนา คนจะนั่งให้หายหงุดหงิดซักหน่อย นี่ก็กว่า15นาทีแล้วรถก็ยังไม่ออก แกก็มองหน้าผมอีก ผมเลยดูตาแกผ่านแว่นว่าแกจะอะไรนักหนา
   แกชื่อลุงถิน เป็นคนหมู่บ้านเล็กๆใน อ.ตระการพืชผล พื้นเพเป็นชาวนา ตอนเด็กๆแกขี้เกียจเรียนหนังสือมากๆ กว่าจะผ่าน ป.6มาได้ ครูใหญ่ต้องเรียกพ่อแกไปถาม ว่าจะให้แกไปเรียนต่อในอำเภอหรือเปล่า พ่อแกบอกว่ามันไม่ยอมเรียน และไม่มีหัวสมองที่จะเรียนหนังสือได้หรอก ให้อยู่บ้านดีกว่า ครูใหญ่ได้ฟังดังนั้น จึงยอมให้แกจบ ป.6 แบบอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ สูตรคูณได้แค่แม่หนึ่ง พอแกเลิกเรียนก็เล่นอยู่บ้านไปวันๆไม่เป็นเรื่องเป็นราว พออายุได้ 18 ก็แต่งงานและช่วยที่บ้านทำนา แกเริ่มกินเหล้าและสูบบุหรี่ ทำนาแบบขอไปที อยู่ไปวันๆ พ่อแม่ก็เอือมเต็มทีแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร พออายุ 25 เมียแกก็ทนไม่ไหวหนีตามญาติไปอยู่กรุงเทพ ใครจะไปทนแกไหวกินเหล้าทั้งวัน เมียแกหนีไปแกก็ไม่สน กินเหล้าลูกเดียว ดีนะแกเป็นหมันไม่มีลูก พออายุ30 พ่อแกก็เสียชีวิตไป แม่ก็ทำงานไม่ค่อยไหว แกเลยต้องรับภาระทำนาที่เช่าเขามา แกก็คงเส้นคงวามากวันๆกินแต่เหล้า ไม่มีแรงทำนารอแต่ให้น้ำมันท่วมแล้วรอเงินช่วยเหลือจากรัฐ ค่าเช่านาไม่มีจ่ายเยอะๆเข้า เจ้าของที่นาก็ไม่ให้แกเช่า และไล่แกออกจากที่นาไป แม่แกก็ไปอยู่กับญาติที่ช่องเม็ก ช่วยเขาขายของแกก็ไปด้วย แต่ก็เช่นเดิมช่วยงานอะไรไม่ได้ แถมยังขโมยเงินไปซื้อเหล้าประจำ จนญาติแกเหลืออดไล่แกไปอีก แม่แกจึงพาไปฝากครูใหญ่ที่ให้แกจบ ป.6 ที่ตอนนั้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประจำอ.พิบูลฯ ครูใหญ่จำแกได้ดีและเสียใจที่ตอนนั้นไม่สอนแกให้ดี จนเป็นปัญหาในวันนี้ และรับแกเข้ามาเป็นภารโรงที่โรงเรียน ตอนนั้นแกก็ย่าง 40 แล้ว เป็นภารโรง แกก็เหมือนเดิมกินเหล้า หนีงาน ไม่รับผิดชอบ จนครูทุกคนเอือมแก แต่ ผ.อ ขอไว้ให้ช่วยๆแกหน่อย แกจึงเป็นภารโรงที่นี่ได้จนอายุ 50 ปี แบบที่ไม่น่าจะอยู่ถึง จนเร็วๆนี้ ผอ คนใหม่ต้องคัดคุณภาพคนในโรงเรียน จึงไม่มีทางเลือกต้องให้แกออก แกจึงไม่มีงานทำตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แกไม่มีเงินซื้อเหล้า ซื้อบุหรี่ อาศัยบ้านภารโรงที่ไม่เต็มใจให้แกอยู่หลอก แต่จำใจมากกว่า เจ้าหนีที่แกติดเงินค่าเหล้าก็มาทวงทุกวัน จนแกประสาทเสียไปหมด สุดท้ายแกเลยคิดจะกลับไปช่องเม็ก ไปพึ่งญาติฝ่ายแม่ แกจึงพาร่างอันอิดโรยและขาดเหล้ามากว่า 10 วันแล้วมาขึ้นรถสองแถวคันเดียวกับผมนี่แหละ....
   รถทำท่าจะออกผมเซ็งจนหายเซ็ง รถเริ่มวิ่งผมมองกลับไปหาแก อ่าวแกหายไปไหนมองไปที่พื้น แกลงไปนั่งพับเพียบคอตกไปกองอยู่ใต้เก้าอี้แถวกลาง ผมนึกว่าเอาอีกแล้วแกจะหาอะไรของแกอีก ผมหงุดหงิดขึ้นอีกแต่รอซักอึดใจ สะดุ้งด้วยความตกใจรีบถอดแว่นดำ แล้วคว้าคอเสื้อแกขึ้นมา ที่รีบกระชากแกขึ้นมาเพราะกลัวว่าแกพับท่านั้นจะหายใจไม่ออก แล้วรีบเอื้อมมือไปกดกริ่ง คนขับเบรกแบบงงว่า เพิ่งมาได้ 50 เมตรใครจะลง ลุงแกสำลักอะไรซักอย่างออกมา คนอื่นๆในรถเริ่มรู้แล้ว ผมถามว่าโรงพยาบาลอยู่ไหน ผู้หญิงคนหนึ่งตอบว่าอยู่ใกล้ๆนี้เอง ผมเคาะกระจกบอกคนขับว่าโรงพยาบาล คนขับพยักหน้าแล้วขับออกไป ผมกระชากคอเสือแกแน่นให้แกอยู่ในท่านั่ง แต่คอแกจะพับอยู่ตลอด ผมกลัวแกชักแต่แกนิ่งตัวแกเย็นมาก ผมทำได้แค่กระชากแกให้นั่งและระวังไม่ให้หัวไปโขกโต๊ะแถวกลาง รถวิ่งราว 5 นาทีก็ถึงโรงพยาบาล โชคยังดีที่เพิ่งออกมาได้ 50 เมตรยังไม่ผ่านโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลขึ้นมา 1 คน คนขับทำหน้าเฉยเมิย ขึ้นมาช่วยจับลุงแกลงจากรถ แกยังไม่ได้สติ ผมช่วยพาแกลงมาและบุรุษพยาบาลเข็นแกเข้าข้างใน ผมตามเข้าไปและวิ่งออกมาบอกคนขับว่าแกมีถัง 1 ใบ และย่าม 1 ใบ คนขับก็เอาลงจากรถเดินเข้าไปข้างใน ผมตามเข้าไปเห็นคนขับวางที่ข้างประตู แล้วไม่บอกใครเดินออกมาเลย ผมก็คิดว่าแล้วใครจะรู้ว่าของลุงแกว๊ะ ก็เลยเข้าไปบอกพยาบาลว่านั่นของลุงแก เห็นพยาบาลจับลุงแกนอน แล้วทำท่าจะตรวจอาการแก ทันใดนั้นแกก็ลุกขึ้นมาทันที ทำท่าจะไปต่อ ผมบอกลุงของลุงอยู่ตรงโน้นไม่ต้องเป็นห่วง แกลืมตาแต่ตาแกไม่มีแววเลย แกไม่แม้กระทั้งจะมองหน้าผม พยาบาลดุด้วยเสียงอันดังว่านอนลง ไม่ต้องไปแล้วของเอาลงมาไว้ให้แล้ว แกรับรู้หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ แต่พยาบาลพูดจบก็ดึงแกลงนอนต่อ ผมเลยคิดว่าหมดหน้าที่ผมแล้ว เข้าห้องน้ำล้างมือแล้วไปขึ้นรถไปช่องเม็กต่อ และหันมามองโรงพยาบาลแล้วบอกลาลุงแกว่า ....นอนซักพักเถอะลุง ชีวิตของลุงไม่มีอะไรต้องรีบอีกแล้ว.....


Create Date : 28 มกราคม 2549
Last Update : 5 มกราคม 2557 18:08:09 น. 1 comments
Counter : 278 Pageviews.

 
เติมความสุขวันละนิด เติมความหวานวันละหน่อย ดูแลหัวใจกันบ่อย ๆ นะคะ

Happy Valentine's Day ค่ะ



โดย: Susie วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:00:12 น.  

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.