Group Blog
 
All Blogs
 
อาจารย์ออง…

อาจารย์ออง…  ผมเข้าเทพศิรินทร์มาตอน ม.1 พอราว ม.2 ก็รู้จักอาจารย์ออง ซึ่งตอนนั้นสอนอยู่ชั้นม.4 อาจารย์อองสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่รู้จักอาจารย์อองเพราะอาจารย์อองสนิทกับอาจารย์ประจำชั้นตอน ม.2ของผม แรกๆก็ไม่มีอะไรมากมาย พอ ม.2 เทอมสองภาษาอังกฤษผมอ่อนพอควร อาจารย์ประจำชั้นของผมเลยบังคับให้ผมมาแต่เช้า แล้วมานั่งเรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์อองวันละ 30 นาที อาจารย์อองก็เอ็นดูผม สอนภาษาอังกฤษผมทำให้พอลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้บ้าง และผมก็ได้รับความกรุณาจากอาจารย์อองเรื่อยมา พอผมขึ้นม.4 ผมก็ไม่ได้เรียนห้องที่อาจารย์อองสอน ได้แค่มาขอความกรุณาให้อาจารย์สอนให้ตอนเช้าวันละ 30 นาทีเช่นเดิม เรียนก็ไม่ได้เรียนห้องที่อาจารย์อองสอน แต่อาจารย์อองก็กรุณาสอนสั่งผมเสมือนผมเป็นนักเรียนในความรับผิดชอบของอาจารย์อองเอง และผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิชาภาษาอังกฤษส่วนที่ผมทำได้ และทำให้สามารถสอบติดได้นั้น มาจากการชี้แนะของอาจารย์อองเป็นสำคัญ จากม.2-ม.6 กว่า 5 ปีที่ผมรู้จักอาจารย์ออง มาแบบที่ว่าไม่เคยได้เรียนห้องที่อาจารย์อองสอนเลย แต่การเจอกันแค่ช่วงเช้า และการได้เจออาจารย์อองนอกเวลาเรียนนั้น ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยกับอาจารย์ออง และอาจารย์อองก็รับรู้ความเป็นตัวผมมาตลอด ตลอดเวลากว่า 5 ปี ผมได้เห็นอาจารย์อองในอิริยาบทต่างๆ อาจารย์ออง สูงราว 155 ซม ตัวเล็กแต่ไม่ถึงกับผอม เป็นผู้หญิงไทยแท้ ตาโต หน้าสามเหลี่ยม บางครั้งจะดุมาก ปากร้าย บ้างครั้งใจดี พูดจาไพเราะ ทำอะไรรวดเร็วคล่องแคร่ว มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เป็นอาจารย์ที่เอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะห้องที่อาจารย์อองประจำชั้นด้วยแล้ว อาจารย์อองยิ่งดูแลเป็นพิเศษ เหมือนนักเรียนเป็นลูกแท้ๆของอาจารย์อองเอง อาจารย์อองมีลูกล่อลูกชนกับนักเรียน ใครที่ว่าเจ๋งๆมาเจออาจารย์อองเป็นอันเสร็จอาจารย์อองหมด และเด็กนักเรียนที่โดนอาจารย์อองกำหราบนั้น ต่อมาภายหลังล้วนรักอาจารย์ออง ทั้งสิ้นกลับมาหาอาจารย์อองกันบ่อยๆ ส่วนนักเรียนที่มีแววมีความสามารถอาจารย์อองก็ชีแนะแนวทางให้ตามความถนัดของเด็กแต่ละคน  พอผมจบม.6 จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ไป ตอนเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ผมได้มีโอกาสได้เจออาจารย์อองบ้างเป็นบางครั้ง เจอทีไรอาจารย์อองก็ยังถามไถ่ผมด้วยความเป็นห่วง และชี้แนะผมเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ อาจารย์อองมีความสามารถพิเศษอีกอย่างที่ผมชื่นชมคือ อาจารย์อองจะชี้แนวทาง และแนะให้ทำในเรื่องที่มองเห็นภาพได้ชัดเจน สามารถนำไปปฎิบัติได้จริง เช่นเรื่องสำคัญที่สุดที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของผมกว่า 15 ที่ต่อมา เดิมนั้นผมมีความสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้เพียงน้อยนิด อาจารย์อองนั้นแหละเป็นผู้จุดประกาย และเริ่มต้น วางรากฐาน และมีส่วนสำคัญทำให้ผมสามารถเริ่มต้นทำได้อย่างจริงจัง แทบจะกล่าวได้เลยว่า ถ้าไม่มีอาจารย์อองเป็นผู้เริ่มให้ในช่วงนั้น ก็คงไม่มีผมในวันนี้ในแบบที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน จากช่วงนั้นเป็นต้นมาอาจารย์ออง เป็นผู้มีบทบาทและเป็นผู้ชี้แนะแนวทางต่างๆที่ดีๆให้ผมเสมอ จะทำอะไรนั้นผมจะตัดสินใจช้า และไม่แน่ใจ อาจารย์อองเป็นผู้ชี้แนะ ให้แนวทาง และเสนอวิธีการให้ผมในเรื่องต่างๆ ทำให้สามารถกล้าตัดสินใจทำ ด้วยมีแรงสนับสนุนและการชี้ทางให้มั่นใจจากอาจารย์อองเป็นส่วนสำคัญ นอกเหนือจากนั้นอาจารย์อองยังมีใจกรุณาและมีน้ำใจให้ผมเสมอมา ผมได้กินข้าวฝีมืออาจารย์อองอันแสนอร่อยบ่อยครั้ง โรงเรียนมีของที่ระลึกอะไรออกมา อาจารย์อองก็เอามาฝากผมเสมอ ห้องทำงานจะติดแอร์ก็อาจารย์อองชี้แนะ ปูเสื่อน้ำมันอาจารย์อองก็จัดการให้ รถคันแรกอาจารย์อองก็เป็นคนบอกว่าซื้อได้แล้ว ขับรถกระบะเก่าๆอยู่ได้ อาจารย์อองไปดูบ้านผมก็ชี้แนะว่าห้องนอนผมตู้เยอะเกินไปทำให้เล็กอึดอัด เรื่องเหล่านี้และอีกหลายๆเรื่องอาจารย์อองเป็นผู้จุดประกายหรือชี้นำ พาเดิน จัดการให้ทั้งสิ้น ผมก็ทำได้แค่คิดแล้วทำตามคำชี้แนะดีๆเหล่านี้ เรื่องเดียวที่ผมยังไม่ได้ทำ ทั้งที่อาจารย์อองชี้แนะมากว่า 5 ปี แล้วคือเรื่องแต่งงาน อาจารย์อองบอกแต่งได้แล้ว บอกมากว่า 5 ปีแล้วแต่ผมยังไม่ได้มีโอกาสได้ทำ
  ผมไม่เคยเป็นนักเรียนในประจำชั้นของอาจารย์ออง ไม่เคยเรียนห้องที่อาจารย์อองสอน อาจารย์ยังมีความกรุณา และมีเมตรากับผมขนาดนี้ ยิ่งนักเรียนหลายคนที่เป็นศิษย์รักของอาจารย์ออง ท่านยิ่งดูแลเอาใจใส่ยิ่งกว่าผมหลายเท่า และผมก็เห็นอาจารย์ออง เสมอต้นเสมอปลายกับนักเรียนทุกรุ่นกว่า 28 ปี อาจารย์อองถือเป็นปูชนียบุคคนที่ทำประโยชน์ให้กับโรงเรียน และมีส่วนสร้างนักเรียนของโรงเรียนเทพศิรินทร์ให้เป็นคนดีมีความสามารถมาแล้วอย่างมากมาย ผมมั่นใจว่ามีศิษย์เก่าอีกมากมาย ที่ระลึกถึง เคารพ และซาบซึ่งในคุณความดีที่อาจารย์ออง ได้ทำให้รุ่นแล้วรุ่นเล่ากว่า 28 ปีที่ล่วงเลยมา หลังๆนี้อาจารย์ยังช่วยทำงานของโรงเรียน ทำกิจการสหกรณ์โรงเรียนควบคู่ไปกับการสอนหนังสือ ทำอย่างไม่เห็นแก่ความเด็ดเหนื่อย
   จนมาถึงต้นเดือนเม.ย 51 มีข่าวที่ทำให้ผมรู้สึกตกใจและ ไม่สบายใจเป็นอย่างมากเมื่อทราบข่าวว่าอาจารย์อองไม่สบาย มีก้อนเนื้อที่มดลูก และปวดสะโพกมากต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ผมโทรไปถามไถ่อาจารย์ออง ท่านก็บอกว่าไม่เป็นอะไรมาก นอนพักมากๆเดี๋ยวก็หาย ก้อนเนื้อหมอก็บอกว่าไม่ต้องผ่าฉีดยาสลายเอา ได้ฟังดังนั้นผมก็สบายใจขึ้น จนเข้ากลางเดือนเม.ย ผมก็ทราบข่าวว่า อาจารย์ออง ปวดสะโพกมากขึ้น และมีเลือดไหลจากมดลูกไม่หยุด จะเข้ามาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลกลาง ผมจึงไปหาอาจารย์อองที่โรงพยาบาลกลาง หมอก็ให้อาจารย์อองเข้าเป็นผู้ป่วยใน เข้ารักษาที่โรงพยาบาล เจออาจารย์อองตอนนั้นท่านปวดสะโพกมาก เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ลำบากมากในตอนนั้น ผมเห็นอาจารย์ปวดจนนั่งหรือยื่นแทบจะไม่ได้เลย ต้องนอนคว่ำถึงจะพอทุเลาอาการปวด ส่วนอาการเลือดออกที่มดลูกนั้น หมอกำลังวิเคราะห์อย่างเร่งด่วน จากวันนั้นผมก็ไปเยี่ยมอาจารย์อองเสมอๆ อาการอาจารย์อองก็ยังไม่ดีขึ้น และเริ่มกินได้น้อยลงเรื่อยๆทำให้ผอมลงไปมาก แต่พออาจารย์อองเจอผมก็ยังพยายามฝืนพูดคุยอย่างอารมณ์ดี ตอนต้นพ.ค ผมไปลาอาจารย์บอกจะไปแม่ฮ่องสอนซักอาทิตย์ อาจารย์อองยังบอกว่านาอิจฉานะที่ได้ไปที่อากาศดีๆ ผมยังบอกอาจารย์อองเลยว่า หายเร็วๆนะสิ้นปีไปแม่ฮ่องสอนกัน ตอนนั้นได้รับข่าวร้ายเพิ่มเติมแล้วว่า ตรวจพบมะเร็งในกระดูกและอีกหลายส่วนในตัวอาจารย์ออง ข่าวนี้สร้างความกังวลใจให้กับลูกศิษย์ของอาจารย์อองทุกคน มีลูกศิษย์มาเยี่ยมอาจารย์อองจำนวนมากมาย จนต้องงดเยี่ยมอาจารย์อองฝากบอกว่า ขอบใจทุกคนที่มาเยี่ยมครูแต่ครูไม่อยากให้พวกเราเห็นครูในสภาพนี้ พอเข้าปลายเดือน พ.ค 51 ก็ตัดสินใจย้ายจากโรงพยาบาลกลาง มายังโรงพยาบาลวชิระ เพื่อเข้ารับการรักษามะเร็งในระยะสุดท้าย อาจารย์อองฉายแสงไป 2 ครั้ง อาการก็ยังไม่ดีขึ้น กินอาหารได้น้อยมาก ทำให้อาจารย์อองผอมลงอย่างน่าใจหาย ผมยอมรับเลยว่า หลังๆผมไปเยี่ยมอาจารย์ออง ผมจะนั่งอยู่ข้างนอก ไม่อยากเข้าไปพบอาจารย์อองในสภาพนี้เลยจริงๆ จนคืนวันที่ 9 ส.ค 51 ผมก็ได้เข้าไปพบอาจารย์อองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่อาจารย์อองจะจากไปในเช้าวันที่ 10 ส.ค 51 นับเป็นการศูนย์เสียครั้งใหญ่อีกครั้งสำหรับชาวเทพศิรินทร์ อาจารย์อองจากพวกเราไปก่อนเวลาอันควร ทิ้งไว้เพียงความทรงจำ ความอาลัยอาวรณ์ ซาบซึ้งในบุญคุณ ตลอดจนการรำลึกถึงความดีที่อาจารย์อองได้ทำไว้ให้เราชาวเทพศิรินทร์อย่างหาที่เปรียบมิได้ อาจารย์อองเป็นอาจารย์ที่เราชาวเขียว-เหลือง ยอมรับว่าไม่ใช่เป็นเพียงอาจารย์ที่ได้รับหน้าที่มาสอนที่โรงเรียนนี้เท่านั้น แต่ยังมีสายเลือดและความเป็นลูกแม่รำเพยอย่างเปี่ยมล้น ....ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง แด่ อาจารย์ สุฌาณี แก้วบรรดิษฐ์ 10 ส.ค 51


Create Date : 10 สิงหาคม 2551
Last Update : 5 มกราคม 2557 14:32:01 น. 0 comments
Counter : 364 Pageviews.

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.