สาระน่ารู้เกี่ยวกับ แอร์บ้าน และระบบไฟฟ้าในบ้าน
Group Blog
 
All blogs
 

ขนาดเท่าไหร่จึงจัดเป็นเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน

มีหลายท่าน ได้สอบถามผู้เขียน ถึงเรื่องการแยกประเภทของเครื่องปรับอากาศที่ใช้กันภายในครัวเรือน(บ้านพักอาศัย) กับเครื่องปรับอากาศที่ใช้กันในเชิงพาณิช

ซึ่งผู้เขียนขอจัดแยกประเภทเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในครัวเรือนและเชิงพาณิชตามความเหมาะสมในการใช้งาน โดยแบ่งตามขนาดทำความเย็น ดังต่อไปนี้

เครื่องปรับอากาศที่ใช้ภายในครัวเรือนหรือบ้านพักอาศัย (Residential Product)
เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนหรือติดหน้าต่าง ที่มีขนาดทำความเย็นเป็น BTU./Hr (บีทียู/ชั่วโมง) ขนาดตั้งแต่ 6,000 BTU./Hr. - 40,000 BTU./Hr. ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้กับระบบไฟฟ้าในบ้านพักอาศัยที่เป็น ระบบ 1เฟส (1PH./220V.)




เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชหรือเพื่อการพาณิช

เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชหรือเพื่อการพาณิชยังสามารจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชขนาดเล็กถึงกลาง (Light Commercial Product) เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน มีขนาดทำความเย็นตั้งแต่ 40,000 BTU./Hr ไปจนถึงขนาดประมาณ 150,000 BTU./Hr. เป็นเครื่องปรับอากาศที่มีใช้กันภายใน อาคารสำนักงาน ส่วนจัดแสดงสินค้า และร้านค้าขนาดกลางจนถึงศูนย์การค้า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ขนาดทำความเย็นตั้งแต่ 40,000 BTU./Hr ไปจนถึงขนาดประมาณ 150,000 BTU./Hr. โดยทั่วไป จะใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า แบบ 3 เฟส (3PH./380V.)




เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะเป็นเครื่องปรับอากาศแบบชิลเลอร์ มีขนาดทำความเย็นตั้งแต่ 150,000 BTU./Hr ขึ้นไป ซึ่งการติดตั้งและการวางระบบต้องอยู่ในความดูแลของวิศวกรด้านเครื่องทำความเย็นและทีมช่างผู้ชำนาญ เป็นเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ที่มีใช้กัน ภายในห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนต์ โรงพยาบาล อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ หรือ โรงแรม ฯลฯ ในส่วนของระบบไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ จะเป็นระบบ 3 เฟส (3PH./380V.)





สำหรับบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ และภายในบ้านมีระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส (3PH./380V.) รองรับ ก็สามารถเลือกใช้เครื่องปรับอากาศแบบ 3 เฟสได้ ซึ่งล้วนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน

ทั้งนี้ ผู้เขียนขอชี้แจงให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า Blog ของผู้เขียน สามารถให้คำแนะนำได้เพียงในเรื่องของ เครื่องปรับอากาศที่ใช้ภายในครัวเรือนหรือบ้านพักอาศัย เพราะผู้เขียนได้ร่ำเรียนมาในสายของวิศวกรรมไฟฟ้า ผู้เขียนไม่ได้เรียนเจาะลึกลงไปในเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิช เหมือนสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ผู้เขียนจึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในเรื่องเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิช แบบละเอียดได้ แต่ให้คำปรึกษาได้เพียงหลักการทำงานเบื้องต้นเท่านั้น




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2553 23:21:36 น.
Counter : 3565 Pageviews.  

ล้างแอร์เก่าให้เย็นแบบเมื่อครั้งซื้อมาใหม่

เคยได้ยินโครงการ ล้างแอร์ช่วยชาติ ไหม การล้างแอร์ช่วยให้ การไหลเวียนของอากาศดีขึ้น แผงคอยล์สะอาด ทำให้การถ่ายเทความร้อนดี จะช่วยให้ได้ความเย็นมากขึ้น อาจจะถึง 10-30% การล้างแอร์ยังช่วยลดเชื้อโรคที่หมักหมม เป็นผลดีกับสุขภาพ แผงคอยล์ร้อนที่เครื่องระบายความร้อน มักจะมีฝุ่นหรือผงดินจับ โดยเฉพาะเมื่อตั้งกับพื้นดิน จึงควรทำความสะอาดด้วยการล้างแอร์


เครื่องปรับอากาศ(แอร์) เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ชนิดหนึ่งที่ต้องการ การเอาใจใส่และบำรุงรักษาในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อรักษาและคงประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้อย่างสมบูรณ์สุดเท่าที่จะทำได้ บทความฉบับนี้ผมขอกล่าวในเรื่องของการล้างแอร์ให้สะอาดแบบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้แอร์ของคุณมีความสะอาด ทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยประหยัดไฟได้ การล้างแอร์ในระยะเวลาที่เหมาะสมคือ ปีละ2ครั้ง ระยะเวลาครั้งละ6เดือน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยบ้านเรา ซึ่งเป็นเมืองร้อนมีมลภาวะอย่างฝุ่นและควันจำนวนมาก แอร์จึงสกปรกเร็ว





ในส่วนแอร์บางแบบ ที่อาจจะสวยแต่รูป จูบไม่หอม เพราะจะล้างแอร์แบบสะอาดทุกซอกทุกมุมนั้น"ทำได้ยากมาก" นั่นก็คือแอร์แบบฝังฝ้าหรือแอร์แบบฝังชนิดติดเพดาน



เพราการล้างแอร์ชนิดนี้มีข้อจำกัดหลายประการ จะล้างโดยการฉีดน้ำให้สะอาดย่อมทำได้ยาก เพราะหากน้ำไปโดนฝ้าเพดานก็จะเป็นการสร้างความเสียหายแก่บ้านงามๆ สิ่งที่ทำได้ในการล้างคอยล์เย็นของแอร์พวกนี้คือการถอดเฉพาะบางชิ้นส่วนออกมาล้างข้างนอก หรือไม่ก็เอาน้ำยาล้างคอยล์เย็นฉีดด้วยกระป๋องฉีดน้ำแบบอัดลม ฉีดเบาๆไปที่ครีบฟิลในคอนเย็น และใช้แปรงขนนุ่มๆปัดๆฝุ่นออก ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ แถมราคาแอร์แบบฝังเมื่อเทียบกันแล้วในขนาดทำความเย็นเท่ากัน แอร์แบบตั้งแขวนหรือติดผนังถูกกว่าเป็นเท่าตัว



สำหรับบ้านของเศรษฐี สถาปนิกมักจะออกแบบให้ใช้แอร์ฝัง เพื่อให้สวยงาม โดยหารู้ไม่ว่า เป็นการสร้างปัญหาให้กับระบบปรับอากาศ และเจ้าของบ้านในอนาคต แอร์ฝัง ติดตั้งยาก ล้างยาก ฝ้าเพดานที่ฝังรั่วทำให้แอร์รั่ว ฝ้าเพดานร้อนทำให้แอร์ไม่เย็น ท่อน้ำทิ้งแอร์รั่วก็ทำให้ฝ้าเพดานพัง ท่อแอร์รั่วการซ่อมแซมหากเป็นฝ้าฉาบเรียบในกรณีใต้ฝ้าไม่มีฝื้นที่ปฏิบัติงานหรือไม่มีช่องเซอร์วิสก็ต้องกรีดฝ้าเพดาน งบประมาณบานปลาย และที่สำคัญคือแอร์สกปรกล้างยากทำให้เกิดเชื้อโรค และทำให้เจ้าของบ้านเป็นโรคภูมิแพ้ แอร์ติดผนังหรือตั้งแขวนสมัยนี้ ออกแบบมาสวยงามหลายแบบไม่ใช่สมัยก่อนที่แอร์เป็นตู้เหล็กสี่เหลี่ยมทื่อๆ ติดแอร์แบบตั้งแขวนหรือติดผนังตามที่เขานิยมใช้ทั่วไปดีที่สุด


แอร์ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจในการดูแลความสะอาด เมื่อแอร์สกปรกมากๆ ซึ่งจะมีสัญญาณเตือนออกมาหลายๆอย่าง เช่น

น้ำหยด --- ปัญหานี้อาจจะเกิดจากสิ่งสกปรกที่อุดตันแผงฟิลเตอร์หรือแผงครีบฟิลของคอยล์เย็น ทำให้แอร์ไม่สามารถดึงลมเข้าและเป่าลมออกได้เต็มที่ ความเย็นที่ออกมาจากตัวคอยล์เย็นไม่สามารถพัดออกมาได้เต็มที่ ทำให้เกิดการควบตัวกับความชื้นในอากาศกลายเป็นน้ำแข็งเกาะที่คอยล์เย็น เมื่อน้ำแข็งละลาย อาจจะหยดไม่ลงถาดน้ำทิ้งหรือระบายออกทางถาดน้ำทิ้งไม่ทัน ทำให้มีน้ำหยดออกมา อาจจะสร้างความเสียหายให้กับเอกสารหรือเฟอร์นิเจอร์ที่วางอยู่ใต้คอยล์เย็น หรือถ้าคุณนอนใต้คอยล์เย็น มันก็อาจจะหยดใส่หัวคุณได้



น้ำล้น --- ถ้าไม่ได้ใส่ใจล้างแอร์นานๆ อาจจะมีเมือก เกิดขึ้นในท่อน้ำทิ้ง ทำให้ระบบท่อน้ำทิ้งอุดตัน ปัญหานี้แก้ได้โดยการใช้พัดลม โบลเวอร์เป่าท่อน้ำทิ้งจากท่อด้านในออกมา

ลมแอร์ออกไม่เต็มที่ --- ปัญหานี้อาจจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ไม่ได้ล้างแอร์เป็นเวลานาน เพราะฝุ่นละอองที่เกาะจับตรงบริเวณแผงฟิลเตอร์หรือแผงครีบฟิลของคอยล์เย็น เมื่อสะสมเป็นเวลานานฝุ่นละออกพวกนี้จะหนาขึ้นเรื่อยๆจนอุดตันทางเข้าของลมในที่สุด ทำให้แอร์ไม่สามรถดึงลมเข้าและเป่าลมออกได้เต็มที่ และจะเกิดปัญหาแอร์เป็นน้ำแข็งและน้ำหยดในที่สุด รวมทั้งในส่วนใบพัดลมใพรงกระรอก หากมีฝุ่นจับที่ใบพัดจำนวนมาก ก็จะเป็นอุปสรรค์ในการพัดพาความเย็นเช่นกัน



แอร์ทำความเย็นไม่เต็มที่ --- กรณีนี้เป็นกรณีที่แอร์ทำความเย็นออกมาได้ไม่เต็มที่เนื่องจากมีสิ่งสกปรกจับแน่นที่ครีบระบายความร้อนของตัวคอนเด็นซิ่งยูนิด(คอยล์ร้อน) สิ่งสกปรกที่จับแน่น เปรียบเสมือนสิ่งกีดขวาง ที่คอยขวางไม่ให้แอร์ระบายความร้อนได้เต็มที่ น้ำยาแอร์เมื่อไม่ได้รับการระบายความร้อนที่ดี ก็จะเปลี่ยนสถานะได้ไม่หมด ทำให้ส่งผลต่อการเกิดความเย็นที่ทำไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้อุณหภูมิห้องตามที่กำหนด แต่การระบายความร้อนได้ไม่ดี ทำให้การเกิดความเย็นทำได้ไม่เต็มที่ แอร์เย็นช้า เปลืองไฟ และคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักส่งผลต่อประสิทธิภาพระยะยาวและอายุการใช้งานที่สั้นลง



กลิ่นเหม็นจากแอร์ --- แอร์ที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดเป็นระยะเวลานาน ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และสาเหตุของโรคในระบบทางเดินหายใจ



ซึ่งปัญหาเบื้องต้นสามารถแก้ใขได้โดยการใส่ใจดูแลล้างทำความสะอาดแอร์ สำหรับแอร์ที่ใช้งานเป็นประจำ ควรล้างแอร์อย่างน้อยปีละ2ครั้ง


การล้างแอร์ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายถ้าคุณไม่มีความรู้ความชำนาญ เพราะต้องถอดชิ้นส่วนต่างๆออกมาล้างในวิธีที่เหมาะสม


สำหรับใครที่คิดว่า ตัวท่านสามารถล้างเองได้ อุปกรณ์ต่างๆก็มีดังนี้



ถังน้ำ - ผ้า - แปรงทาสีขนนุ่มปานกลาง - แปรงแข็ง - ผงซักฟอก - น้ำยาล้างคอยล์เย็น - กระป๋งฉีดน้ำชนิดอัดลม - ถาดรองน้ำ - ผ้าใบปูพื้น - ถุงพลาสติก - ฟองน้ำ - กาน้ำมัน

และสิ้งที่ขาดไม่ได้



ปั๊มน้ำแรงดันสูง - โบลเวอร์เป่าลม - สายปลั๊กพ่วง

ขั้นตอนการล้าง (ใครให้ช่างแอร์มาล้างควรดูขั้นตอนของเขาว่าล้างสะอาดไหม)


เริ่มจากถอดส่วนฝากครอบคอยล์เย็นออกมา และถอดชิ้นส่วนอื่นๆแช่น มอเตอร์พัดลม ไปพัดโพรงกระรอก แผงฟิลเตอร์ ถาดน้ำทิ้ง ฯลฯ





การล้างทำความสะอาดในส่วนแผงครีบฟิลของคอยเย็นไม่ว่าแอร์ตั้งแขวนหรือแอร์ติดผนัง ก่อนอื่นต้องทำการป้องกันพื้นที่รอบๆบริเวณที่ปฏิบัติงานโดยการ นำถาดรองน้ำมารองรับน้ำและสิ้งสกปรกและควรนำผ้าใบมาปูบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน จากนั้นใช้แปรงทาสีขนนุ่มปลานกลางแปรงสิ่งสกปรกออกก่อน ในส่วนขั้นตอนการล้างทำความสะอาดทำโดยใช้หัวฉีดของปั๊มแรงดันสูง ปรับแรงดันน้ำให้พอดี เพราะแรงเกินไปครีบฟิลจะล้ม ฉีดตามซอกของครีบฟิล และใช้แปรงทาสีจุ่มน้ำผงซักฟองแปรงตามแนวร่องซอกของครีบฟิลแล้วฉีดน้ำต่อ จำไว้เสมอว่าก่อนที่จะฉีดน้ำควรห่อหุ้มในส่วนวงจรไฟฟ้าด้วยถุงพลาสติกเสียก่อน หากกรณีพื้นที่ไม่อำนวยต่อการล้างแบบฉีดน้ำ ต้องใช้การฉีดน้ำยาล้างคอยเย็นด้วยกระป๋องฉีดน้ำและฉีดน้ำสะอาดล้างอีกครั้ง เมื่อล้างเสร็จต้องเป่าลมให้แห้ง





ใบพัดลมโพรงกระรอก ถอดออกมาล้างโดยการฉีดน้ำแล้วใช้แปรงทาสีจุ่มน้ำผงซักฟอกแปรงอย่างเบามือแล้วฉีดน้ำให้สะอาด เป่าให้แห้ง หลังจากล้างและเป่าเสร็จ ควรวางส่วนของใบพัดลมโพรงกระรอกในบริเวณที่เหมาะสม ไม่ควรวางใบพัดในแนวยืนหากไม่จำเป็น เพราะตัวพัดลมอาจจะล้มกระแทกทำให้ซี่ฟันใบพัดแตกหัก เป็นผลทำให้ใบพัดไม่ได้ศูนย์เกิดเสียงดังและการสั่นสะเทือน





ชิ้นส่วนอื่นๆที่ถอดออกมา ก็นำมาล้างและฉีดน้ำให้สะอาด และเป่าลมให้แห้งแล้วจัดวางให้เป็นระเบียบ หมายเหตุ...ในกรณีที่มอเตอร์พัดลมถูกถอดออกมาล้างพร้อมใบพัดโพรงกระรอก ต้องหุ้มมอเตอร์ด้วยถุงพลาสติกเพื่อป้องกันน้ำเข้าเสมอ และการเป่าลมควรเป่าเน้นในส่วนพัดลม แคปรัน และขั้วต่อสายให้แห้งสนิท ถ้าหากเป็นการล้างแอร์ตั้งแขวนแบบมีบานสวิงอัตโนมัติหรือแอร์ติดผนัง ในกรณีที่ถอดถาดรองน้ำทิ้งและบานสวิงออกมาล้าง ในการเป่าลมควรใช้มือจับอย่าให้บานสวิงเคลื่อนไหวตามแรงลมจากโบลเวอร์ เพราะจะทำให้ชุดเฟืองมอเตอร์บานสวิงซึ่งเป็นพลาสติกชิ้นเล็กๆแตกหักหรือบิ่นได้ และควรเป่าลมเน้นในส่วนมอเตอร์บานสวิงและซ็อกเก็ตเสียบสายให้แห้งสนิท





ในส่วนของแกนมอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นรวมทั้งบูทหรือแหวนรองรับส่วนที่เคลื่อนไหว หลังจากล้างเสร็จและเป่าให้แห้งแล้ว ใช้กาน้ำมันหยอดหล่อลื่นด้วยนะครับ





แผงฟิลเตอร์เป็นชิ้นส่วนที่ผู้ใช้สามารถถอดมาล้างเองโดยไม่ต้องรอช่าง ซึ่งแนะนำว่าควรถอดมาล้างอย่างน้อย2สัปดาห์ต่อ1ครั้ง



หลังจากล้างชิ้นส่วนของคอยล์เย็นเสร็จแล้ว ให้เป่าท่อน้ำทิ้งด้วยโบลเวอร์เพื่อกำจัดเมือกหรือสิ้งที่ก่อให้เกิดการอุดตันในท่อ จากนั้นนำชิ้นส่วนที่ล้างเสร็จและเป่าแห้งแล้ว มาประกอเข้าดังเดิม


มาล้างคอยล์ร้อนกันต่อ



ขั้นตอนการล้างคอยล์ร้อน

- ถอดฝาครอบออก นำไปล้างให้สะอาด และเป่าให้แห้ง
- ถอดน็อตยึดใบพัดของพัดลมระบายความร้อนออก
- ถอดขายึดมอเตอร์พัดลมระบายความร้อนออก
- ใช้กาน้ำมันหยอดน้ำหล่อลื่นที่แกนมอเตอร์
- นำใบพัดของพัดลมระบายความร้อนไปล้างทำความสะอาด
- เป่าเศษฝุ่นละอองขยะหรือไยแมงมุมในส่วนขั้วต่อของสายไฟ
ขั้วต่อคอมเพรสเซอร์ ขั้วต่อสายของแคปพัดลมและแคปคอมเพรสเซอร์
- ใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูงฉีดทำความสะอาดในส่วนแผงครีบระบายความร้อน
และใช้แปรงทาสีจุมน้ำผงซักฟอง แปรงตามร่องครีบอย่างเบามือ
จากนั้นฉีดน้ำล้างให้สะอาด เป่าครีบระบายความร้อนให้และส่วนระบบ
ไฟฟ้าซึ่งอาจจะโดนละอองน้ำในระหว่างฉีดทำความสะอาด ให้แห้ง
- ประกอบเข้าดังเดิม
- ลองเดินเครื่อง เช็คกระแส LRA. และ FLA. รวมทั้งต่อเกจวัดระดับน้ำยา
ด้านท่อทางดูด




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2552    
Last Update : 16 สิงหาคม 2555 19:32:15 น.
Counter : 30362 Pageviews.  

ตารางแสดงขนาดห้องที่เหมาะสมกับขนาดของเครื่องปรับอากาศ

รายการตามตารางแบบสำเร็จรูป นี้เป็นรายการที่ห้องมีเพดานสูงไม่เกิน3เมตร และอยู่ในสภาวะปกติ




------------------------------------------------------



ตารางสำหรับนำไปหาพื้นที่ของเครื่องปรับอากาศด้วยตนเองแบบละเอียด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากวิธีประมารการตามความเหมาะสม





ปล. ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลของห้องในสภาวะปกติของที่พักอาศัย




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2552    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2556 4:26:54 น.
Counter : 6490 Pageviews.  

แนะนำ การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน



เครื่องปรับอากาศ (Air Conditioner) หรือนิยมเรียกสั้นๆว่า..."แอร์" เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทหนึ่ง ที่ถือว่าจำเป็นในชีวิตประจำวันของมนุษย์ยุคปัจจุบัน เพราะอากาศบนโลกของเราร้อนขึ้นทุกวัน รวมถึงประเทศไทยของเราก็จัดว่าเป็นเมืองร้อน จึงมีความจำเป็นและความต้องการที่จะใช้เครื่องปรับอากาศ ในจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ 

เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการความสบายแก่ร่างกาย การสร้างสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิรอบตัวในระดับที่ให้ความสบายแก่ร่างกาย สามารถทำได้โดยการใช้เครื่องปรับอากาศ มาทำให้อุณหภูมิในพื้นที่รอบๆตัวมีความเย็นสบายเหมาะสมต่อร่างกาย และมีความชื้นในระดับที่เหมาะสม

เครื่องปรับอากาศที่ดี จึงต้องสามารถปรับอุณหภูมิในห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามที่ต้องการได้ รวมทั้งการรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ และยังต้องรักษาระดับความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อร่างกายด้วยเช่นกัน






ระบบปรับอากาศเพื่อความสบายประกอบไปด้วย

1. การปรับอุณหภูมิ (Temperature) ร่างกายคนเราโดยเฉลี่ยแล้ว จะมีอุณภูมิร่างกายปกติ อยู่ที่ประมาณ 36.6 องศาเซลเซียส ในการปรับอากาศให้เหมาะสมแก่ร่างกายของมนุษย์ ตามหลักจะอยู่ที่ประมาณ 22.2 องศาเซลเซียส 

แต่ในมาตรการของรัฐบาล และกระทรวงพลังงาน ได้มีการรณรงค์ให้ปรับอุณภูมิของเครื่องปรับอากาศ เพื่อการประหยัดพลังงาน ที่ระดับอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมแก่ร่างกาย

2. การปรับความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ในห้องปรับอากาศ ระดับความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสมแก่ร่างกายของคนเรา ซึ่งเป็นระดับที่ให้ความสบาย และไม่ส่งผลเสียต่อน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ผิวมากเกินไป ควรมีค่าความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่ปริมาณ 50 - 55% ซึ่งหากมีความชื้นสัมพัทธ์มากเกินไปจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และเอื้อประโยชน์ในการเติบโตของเชื้อรา แต่ถ้าหากมีปริมาณความชื้นสัมพัทธ์น้อยเกินไปก็จะทำให้สูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงในชั้นเซลล์ผิวหนังมากเกินไป จนทำให้ผิวแห้ง แตกลอก รู้สึกไม่สบายตัว






ความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ

สภาพอากาศในประเทศไทย ที่เป็นเมืองร้อน ประกอบกับภาวะโลกร้อนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ต่อชีวิตของผู้คนในเมืองสมัยใหม่ ที่ต้องดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว และยังมีมลภาวะอีกเป็นจำนวนมาก หากจะหวังพึ่งพาการถ่ายเทอากาศตามธรรมชาติคงจะไม่พอ และด้วยสภาพความเป็นอยู่ในสังคมเมืองที่มีตึกสูงรายล้อม การจะเปิดประตูหน้าต่างให้ลมธรรมชาติพัดผ่านเหมือนตามบ้านเรือนในชนบท ย่อมเป็นไปได้ยาก ด้วยปัจจัยที่ว่ามานี้ ทำให้เครื่องปรับอากาศจัดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความจำเป็นต่อวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก










ราคาของเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เครื่องปรับอากาศได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากราคาของเครื่องปรับอากาศที่ปรับลดลงจนสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งหากมองย้อนกลับไปในอดีต เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้วหลายๆคนก็คงทราบกันดี ว่าเครื่องปรับอากาศในสมัยนั้นเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย และมีราคาจำหน่ายที่สูงถึงสูงมาก จนผู้คนทั่วไปยากที่จะเข้าถึง 

ซึ่งผู้เขียนขอยกตัวอย่าง เครื่องปรับอากาศที่วางจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2528 ซึ่งตัวอย่างที่หยิบยกขึ้นมานั้น เป็นเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU ยี่ห้อ Daikin (ไดกิ้น) ซึ่งในตอนนั้นมีราคาอยู่ที่ประมาณเครื่องละ 38,000 บาท ซึ่งราคาในระดับนี้ ถ้าเทียบกับเงินเดือนรายได้ของผู้คนส่วนใหญ่ในยุคนั้น ถือว่าเป็นราคาที่จัดว่าเกินกำลังทรัพย์ของผู้คนทั่วๆไป

และเมื่อนำเอาราคาขายของเครื่องปรับอากาศในยุคนั้น มาเทียบกับราคาขายของเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน ก็จะเห็นได้ชัดว่าราคาที่วางขายในปัจจุบันเป็นราคาที่ถูกลงมากพอสมควร เรียกได้ว่าในยุคปัจจุบันนี้มีเงินไม่ถึงหมื่นบาทก็สามารถซื้อเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่มาใช้งานได้ไม่ยาก และเมื่อมองไปในอนาคต ผู้เขียนก็คาดว่าราคาเครื่องปรับอากาศ ก็จะยิ่งลดลง เพราะอันเนื่องมาจากความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศที่มีมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันกันภายในวงการเครื่องปรับอากาศเทคโนโลยีใหม่ๆที่ถูกจับเอามาใส่ รวมทั้งการแข่งขันกันตัดราคาของผู้ผลิตทำให้ราคาเครื่องปรับอากาศถูกลงเรื่อยๆ ซึ่งก็ถือเป็นผลดีที่ตกมายังผู้บริโภค

และอีกเหตุผลที่ทำให้ราคาขายแอร์ถูกลงจากเดิม ก็มาจากการงดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยเดิมทีได้มีการเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศ 15% จนเมื่อช่วงประมาณปี พ.ศ. 2552 ทางคณะรัฐมนตรีได้ประการงดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กที่ใช้กันภายในครัวเรือนนี่จึงทำให้ราคาเครื่องปรับอากาศถูกลงมาอีกในระดับหนึ่ง 





การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

เนื่องจากเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กที่ใช้กันตามบ้านเรือน ก็ไม่ได้มีมูลค่าราคาที่ถูกๆ แถมยังเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก และเมื่อได้ซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งแล้ว ก็ใช่ว่าจะจ่ายครั้งเดียวจบ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่ตามมาตลอดอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในการลงทุนซื้อ ค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต้องจ่ายในขณะใช้งาน รวมถึงค่าใช้จ่ายรายปีสำหรับการล้างทำความสะอาดในระยะเวลาที่เหมาะสมคือล้างทุกๆ 6 เดือนหรือปีละ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่ว่ามาข้างต้นนี้ยังไม่รวมไปถึงกรณีที่ใช้เครื่องปรับอากาศด้อยคุณภาพ มีปัญหากวนใจตามมาเสมอ ส่งผลให้ต้องจ่ายเงินค่าบริการซ่อมแซมไม่รู้จบ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศ ควรพิจารณาในหลายๆเรื่องเพี่อที่จะได้ความเย็นสบายตามความต้องการ บนความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปนั่นเอง




รูปแบบเครื่องปรับอากาศ

ก่อนที่จะซื้อเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่สักเครื่อง อันดับแรกต้องดูรูปแบบ และขนาดของห้องที่ต้องการใช้เครื่องปรับอากาศ เพื่อนำมาพิจารณาเลือกเครื่องปรับอากาศรูปแบบที่เหมาะสมกับการใช้งาน และตรงตามความต้องการของคุณ เพราะเครื่องปรับอากาศในท้องตลาด ที่วางขายกันในปัจจุบัน ทางผู้ผลิตได้มีการออกแบบรูปทรงดีไซด์ ที่หลากหลาย ตามความต้องการและพื้นที่ในการติกตั้งแต่ละแบบ หากลองมองย้อนกลับไปในสมัยก่อนจะเห็นรูปแบบเครื่องปรับอากาศที่มีหน้าตาเหมือนๆกันไม่แตกต่างกันมาก รูปแบบในอดีตส่วนใหญ่ก็จะมีมีรูปทรงเป็นตู้เหล็กเหลี่ยมๆสีเรียบๆ ต่างกับรูปแบบและดีไซด์ของเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน ที่ได้มีการพัฒนาให้สวยงามลงตัวกับการตกแต่งภายในอาคาร แตกต่างจากในอดีตโดยสิ้นเชิง








เครื่องปรับอากาศแบบต่างๆที่ใช้กันภายในครัวเรือน

 



1. เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ (Portable Type) 

เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ หรือแอร์เคลื่อนที่ เป็นเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก มีขนาดทำความเย็นให้เลือกอยู่ ประมาณ 6,000 - 15,000 BTU โดยตัวเครื่องจะรวมเอาอุปกรณ์ทุกชิ้นส่วนให้อยู่ในชุดเดียวกัน

ข้อดี
- ใช้งานได้ทันที หลังจากที่ซื้อมา เพียงเสียบปลั๊กก็เปิดใช้ได้เลย ไม่ต้องติดตั้ง
- เหมาะสมที่จะใช้งานในพื้นที่ที่ไม่อณุญาติให้ทำการดัดแปลงตัวอาคารหรือเจาะรูเพื่อติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เช่น การใช้งานในหอพัก
- ใช้เป็นแอร์สำรองในกรณีแอร์หลักเสีย
- ใช้สำหรับงานภาคสนาม เช่น เตนท์พักค้างแรม,งานพิธีหรือ ส่วนแสดงสินค้า

ข้อเสีย
- มีขนาดทำความเย็นน้อย
- ต้องหาที่ระบายความร้อนโดยการต่อท่อนำความร้อนออกไปทิ้ง
- ต้องคอยถอดกล่องระบายน้ำทิ้งไปทิ้งด้วยตนเอง
- การกระจายความเย็นที่ทำได้เฉพาะจุด
- เสียงค่อนข้างดัง เพราะมีการรวมเอาคอมเพรสเซอร์ไว้ในชุดเดียวกัน


___________________________________________________




2.เครื่องปรับอากาศแบบติดหน้าต่าง (Window Type)

เป็นเครื่องปรับอากาศที่ได้รับความนิยมในอดีต รูปแบบและข้อดีข้อเสียจะคล้ายคลึงกับเครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ เพราะมีการรวมเอาอุปกรณ์ทุอย่างไว้ในชุดเดียวกัน แต่ต่างกันที่เครื่องปรับอากาศแบบติดหน้าต่างจะติดตั้งยึดไว้กับวงกบหน้าต่างแล้วหันด้านท้ายซึ่งเป็นด้านลมร้อนและด้านระบายน้ำทิ้งออกนอกอาคาร 

มีขนาดทำความเย็นที่ 6,000 - 24,000 BTU ปัจจุบันได้ลดความนิยมใช้ลงไปมากเพราะข้อด้อยในหลายๆด้าน ซึ่งหลักๆที่ไม่นิยมก็เพราะว่ามันมีเสียงดังขณะทำงาน


___________________________________________________



3. เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type)

เป็นเครื่องปรับอากาศระบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันเพราะมีการแยกเป็น ส่วนหลักๆ คือ 

ส่วนคอยล์ร้อน เป็นส่วนที่ถูกติดตั้งไว้ด้านนอกอาคาร เพราะมีต้นเหตุของเสียงดังอย่างคอมเพรสเซอร์รวมอยู่ในส่วนนี้ การนำไปวางไว้ภายนอกอาคารจึงเป็นทางออกที่ดีในการหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน ซึ่งในคอยล์ร้อนจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ ได้แก่ คอมเพรสเซอร์, แผงควบแน่น และ พัดลมระบายความร้อนแผงควบแน่น

ส่วนคอยล์เย็น เป็นส่วนที่อยู่ภายในอาคารจะ ประกอบไปด้วย อีวาปอเรเตอร์(แผงเย็น) และพัดลมโบลเวอร์ของอีวาปอเรเตอร์ 

ทั้งสองส่วนนี้จะเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน โดยมีท่อนำสารทำความเย็น (ท่อน้ำยา) ซึ่งนิยมใช้เป็นท่อทองแดง เชื่อมต่อระบบให้ถึงกันและมีการเดินท่อน้ำทิ้งจากคอยล์เย็นออกไปทิ้งนอกอาคาร และสำหรับเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ยังมีการผลิตออกมาหลายรูปแบบเพื่อเอื้อประโยชน์สำหรับพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเช่น








3.1 เครื่องปรับอากาศแยกส่วน แบบติดผนัง (Wall Type)

ข้อดี
- ทำงานเงียบ
- ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย
- น้ำหนักเบา
- มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 6,000 - 38,000 BTU
- รูปทรงสวยงามและมีให้เลือกหลากหลาย
- มีฟังชั่นการทำงานและลูกเล่นเยอะ

ข้อเสีย
- การติดตั้งทำได้เฉพาะบนผนังเท่านั้น
- การส่งลมไม่ไกลและกระจายแรงลมน้อย เนื่องจากใบพัดมีขนาดเล็ก


___________________________________________________




3.2 เครื่องปรับอากาศแยกส่วน แบบตั้ง-แขวน (Floor/Ceiling Type)

ข้อดี
- เย็นเร็ว เพราะ การกระจายลมเย็นทำได้ไกลและทั่วถึง
- เลือกที่จะติดตั้งโดยแขวนแพดานหรือตั้งพื้นได้ตามสะดวก
- เหมาะกับห้องขนาดใหญ่เพราะมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 12,000 ถึง 60,000 BTU
- ถาดรองรับน้ำทิ้งขนาดใหญ่ ระบายน้ำได้ดี

ข้อเสีย
- มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
- มีฟังชั่นการทำงานน้อย ลูกเล่นไม่มาก
- ใช้อุปกรณ์จับยึดที่ต้องรับน้ำหนักได้มากๆและใช้พื้นที่ติดตั้งมาก
- มีเสียงลมดังกว่า



___________________________________________________




3.3 เครื่องปรับอากาศแยกส่วนแบบติดเพดาน (Cassette Type)


ข้อดี
- รูปทรงสวยงาม ทันสมัยเนื่องจากมีส่วนโผล่ออกมาใต้ฝ้าเพดานเพียงแค่ฝาครอบบางๆ
- เหมาะกับการตกแต่งภายในที่ไม่ต้องการให้เห็นตัวเครื่องปรับอากาศ
- กระจายลมได้4ทิศทาง


ข้อเสีย
- มีราคาสูง
- การติดตั้งทำได้ยาก
- ต้องติดตั้งโดยช่วงผู้ชำนาญ
- ระบบระบายน้ำทิ้งใช้ปั๊มระบายออก เสี่ยงต่อกรณีปั๊มไม่ทำงานน้ำล้นออกมา ฝ้าเพดานงามๆได้รับความเสียหาย
***แต่รุ่นใหม่ๆในปัจจุบัน หลายยี่ห้อมีฟังก์ชั่นไฮเทคขึ้นเพื่อช่วยป้องกันความเสียหายจากปั๊มน้ำทิ้งไม่ทำงาน กล่าวคือเมื่อปั๊มน้ำทิ้งทำงานผิดพลาดหรือไม่ทำงาน เบื้องต้นระบบจะสั่งการให้เครื่องปรับอากาศหยุดการทำงานก่อนที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงจนล้นเป็นการป้องกันความเสียหาย***
- การบำรุงรักษาเช่นการล้างการซ่อม ทำได้ยาก
- หากท่อแอร์มีปัญหา กรณีที่เปิดฝ้าหรือขึ้นไปบนฝ้าไม่ได้ต้องกรีดฝ้าเพดาน งานบานปลาย
- ค่าบริการสำหรับการติดตั้ง, การล้าง และการซ่อมบำรุง ย่อมแพงกว่าแอร์แบบธรรมดาทั่วไป



___________________________________________________


3.4 เครื่องปรับอากาศแยกส่วน แบบคอยล์เปลือย (Concealed Type)

ข้อดี
- ซ่อนในฝ้าเพดานเพื่อความเรียบร้อย สวยงาม ดูทันสมัย หรูหรา
- ออกแบบติดตั้งให้เข้ากับการตกแต่งภายในได้ทุกรูปแบบ

ข้อเสีย
- มีราคาสูง
- การติดตั้งทำได้ยาก
- ต้องติดตั้งโดยช่วงผู้ชำนาญ
- ต้องมีการวางแผนงานติดตั้งแอร์และงานตกแต่งภายในให้รอบคอบชัดเจนในระหว่างติดตั้ง
- การบำรุงรักษาเช่นการล้างการซ่อม ทำได้ยาก
- หากท่อแอร์มีปัญหา กรณีที่เปิดฝ้าหรือขึ้นไปบนฝ้าไม่ได้ต้องกรีดฝ้าเพดาน งานบานปลาย
- ค่าบริการแพงกว่าแอร์แบบทั่วไป



___________________________________________________



4. เครื่องปรับอากาศแบบชีลเลอร์ (CHILLED TYPE)

เป็นเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ใช้ในระบบทำความเย็นระดับอุตสาหกรรม รวมถึงระบบปรับอากาศขนาดใหญ่เพื่อการพานิช เช่น ห้างสรรพสินค้า, โรงภาพยนตร์ หรือ โรงแรม 

ระบบชิลเลอร์นั้นเป็นแอร์ขนาดใหญ่ ใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำและอากาศ ต่างจากแอร์แบบที่เราใช้กันในครัวเรือนซึ่งจะใช้เพียงอากาศเป็นตัวระบายความร้อน ระบบชิลเลอร์นั้นมีการทำความเย็นจากตัวเครื่องส่วนกลาง แล้วจึงใช้การปั๊มน้ำเย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส ส่งไปทางท่อน้ำเย็นเข้าสู่จุดกระจายความเย็นในบริเวณต่างๆของอาคาร ซึ่งเครื่องปรับอากาศแบบชีลเลอร์เป็นเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ต้องใช้วิศวกรด้านเครื่องกลเป็นผู้ออกแบบระบบ



___________________________________________________


การคำนวณหาขนาดทำความเย็น ให้เหมาะสมกับขนาดห้องที่จะติดตั้ง 

ขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ มีหน่วยเป็น BTU = BTU/hr.(บีทียู/ชั่วโมง)

ขนาด 1 ตันความเย็น =12,000 BTU 

ซึ่งค่า BTU เป็นค่าที่บอกถึงความสามารถที่เครื่องปรับอากาศ จะสามารถนำพาความร้อนออกจากห้องได้ในเวลา 1 ชัวโมง

การคำนวณหาขนาดเครื่องปรับอากาศที่สามารถทำได้ด้วยตนเองมีหลักการอยู่หลายวิธี เช่น การนำพื้นที่ห้อง(ตร.ม.) x ขนาดทำความเย็นตั้งแต่ 700 - 1000

หรือหากจะใช้เป็นวิธีที่ค่อนข้างละเอียดก็สามารถคำนวนได้ตามตารางแบบฟอร์มข้างล่าง



___________________________________________________



หากเราทราบโหลดปริมาณความร้อนในห้องจำพวกน้ำหนักของสสาร อุณหภูมิแตกต่าง ความร้อนจำเพาะ รวมทั้งหมดโดยการคำนวนออกมาเป็น BTU/hr. และมีการเผื่อขนาดไว้อีก 10% เราสามารถนำค่าที่คำนวณออกมาไปใช้เป็นขนาดเครื่องปรับอากาศได้ทันทีแต่ในการคำนวณด้วยวิธีนี้ถือว่าเป็นเรื่องของวิธีการเฉพาะทางของช่างหรือผู้ออกแบบซึ่งเป็นสิ่งที่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป จึงมีการกำหนดวิธีง่ายๆออกมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถคำนวณเองได้ง่ายๆ โดยการนำขนาดของห้องหน่วยเป็นตารางเมตรมาคูณกับค่าตัวแปร ผลที่ได้ก็จะทำให้ได้ทราบถึงขนาดของเครื่องปรับอากาศโดยประมาณที่มีความเหมาะสมในการใช้งาน โดยสามารถนำขนาดพื้นที่ห้อง มาคูณกับตัวคูณแบบต่างๆเพื่อหาขนาดของเครื่องปรับอากาศโดยวิธีง่ายๆ






ตัวคูณ(ขนาดทำความเย็นใน 1 ตร.ม.)สำหรับนำมาหาขนาดเครื่องปรับอากาศ แบบง่ายๆ

700 x พท.(ตร.ม.) สำหรับห้องนอน
750 x พท.(ตร.ม.) สำหรับส่วนพักผ่อน หรือห้องนอน ที่มีแดดส่อง
800 x พท.(ตร.ม.) สำหรับห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่นที่มีแดดส่องไม่มาก
850 x พท.(ตร.ม.)สำหรับห้องทำงานที่มีแดดส่องค่อนข้างมากหรือห้องรับแขก
900 x พท.(ตร.ม.) ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ที่มีแดดส่องมาก
1,000 x พท.(ตร.ม.)สำหรับบริเวณห้องที่ร้อนมากหรือมีผนังกระจกหลายด้าน

ซึ่งการใช้ตัวแปรคูณหาขนาด อาจจะไม่ตรงแบบที่กล่าวมาข้างต้นเนื่องจากกรณีให้ช่างหรือผู้ออกแบบประเมินขนาดจะประเมินโดยความเห็นสมควรและปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำความเย็น

หรือเปรียบเทียบได้จากตารางพื้นฐานในการเลือกเครื่องปรับอากาศ Click


ปล. ข้อมูลเบื้องต้นเหมาะสมกับห้องในสภาวะปกติ ที่มีจำนวนคนอยู่ไม่มาก และเพดานสูงไม่เกิน 3 เมตร



การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศดูที่การรับรองอะไรบ้าง

สิ่งแรก ควรดูที่การรับประกันในวัสดุ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์พร้อมทั้งพิจารณาในเงื้อนไขของการรับประกัน
และควรดูในเรื่อง มาตรฐานต่างๆ เช่น มอก. , สมอ., ISO
ในส่วนฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นการรับรองประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในกรณีแอร์ขนาดใหญ่อาจจะไม่ได้รับฉลากเบอร์ 5 เพราะไม่เข้าตามมาตรฐานนั่นเอง



และไม่เพียงแต่สังเกตุเฉพาะฉลากประหยัดไฟเบอร์5อย่างเดียว

ควรดูที่ค่า EER (Energy Efficiency Ratio) ซึ่งเป็นค่าประสิทธิภาพพลังงานซึ่งคำนวณโดยการเอาค่าบีทียูมาหารด้วยจำนวนวัตต์ หากค่า EER น้อยเกินไปแสดงว่ากินไฟมาก

จำนวนของค่า EER ยิ่งสูง ก็ยิ่งแสดงว่าแอร์เครื่องนั้นประหยัดพลังงานมาก



ช่วงเวลาในการซื้อเครื่องปรับอากาศ

หลายคนมีความคิดที่ว่า "ซื้อแอร์หน้าหนาว ราคาถูกกว่า"นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเสมอไป ซึ่งราคาก็ไม่ได้แตกต่างกันมากอาจจะถูกกว่ากัน ไม่กี่บาทเพราะเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีล็อตการผลิตที่ไม่เหมือนกันแล้วแต่ผู้จำหน่ายสต็อกสินค้าเอาไว้เครื่องปรับอากาศเรียกว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขายได้ตลอดปีเพราะปัจจุบันฤดูกาลในประเทศไทยเปลี่ยนไปมาก ฤดูร้อนก็ร้อนจัด ฤดูฝนก็ไม่ค่อยมีฝน ฤดูหนาวก็ไม่หนาวมากแบบอดีตแต่จะขายได้มากน้อยในช่วงใด อยู่ที่กำลังซื้อของผู้บริโภคมากกว่า





แต่ถ้าใครคิดจะติดแอร์ใหม่สักเครื่องส่วนตัวแนะนำว่าซื้อช่วงฤดูร้อนจะดีที่สุดเพราะผู้จำหน่ายต่างงัดกลยุทธในการเรียกลูกค้าด้วยโปรโมชั่นต่างๆ อาจจะแถมบริการล้างฟรีแถมฟรีค่าติดตั้ง แถมพัดลม แถมหมอน หรือแถมอะไรก็ตามแต่ที่เขาจัดรายการการต่อรองราคาก็ทำได้ง่ายกว่าซื้อนอกเหนือจากฤดูร้อน

ส่วนจะซื้อยี่ห้อไหนหรือรุ่นไหนก็ให้ศึกษาก่อนที่จะซื้ออาจจะศึกษาจากเสียงของผู้ใช้ คำแนะนำของช่างหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่ละตัว เอาราคา ความชอบ และ ข้อมูล มาชั่งน้ำหนักหักล้างกันเพื่อจะได้เครื่องปรับอากาศที่คุ้มค่าต่อเงินที่จ่ายไปทำความเย็นได้ตามต้องการและถูกใจในการใช้งานเพราะอย่าลืมว่าการลงทุนซื้อเครื่องปรับอากาศแต่ละครั้งมันจะต้องอยู่กับเราไปอีกนาน โดยไม่งอแงหรือมีปัญหากวนใจบ่อยๆ

เมื่อเลือกยี่ห้อและรุ่นที่ต้องการได้แล้วควรทำการเช็คราคาจากร้านใกล้ๆบ้านเพื่อได้ทราบราคาที่เป็นที่น่าพอใจที่สุดเลือกร้านที่มีหน้าร้านและดูน่าเชื่อถือหรือซื้อจากร้านแอร์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการของแอร์แบรนด์ที่ต้องการเพื่อที่คุณจะได้รับคำแนะนำที่ดีและได้รับการบริการหลังการขายมาตรฐานศูนย์บริการไม่แนะนำให้ซื้อแอร์ในห้างดังๆทั้งหลายเพราะคุณอาจจะไม่ได้แอร์ในรุ่นที่คุณต้องการ พนักงานขายจะหลอกหลอนคุณคอยเน้นย้ำและเชียร์รุ่นที่คุณไม่ได้สนใจและไม่ได้เก็บข้อมูลทำให้คุณไขว้เขวและในที่สุดก็ตกในภวังค์ของพนักงานขาย ได้รุ่นที่ไม่ต้องการกลับมาแล้วมานั่งเสียใจอยู่ภายหลัง รวมทั้งราคาในห้างที่ไม่สามารถคุยต่อรองกันได้ต่อให้ป้ายในห้างเขียนว่าถูกแค่ไหน เมื่อลองออกมาเที่ยบกับร้านแอร์ใหญ่ๆข้างนอกจะพบว่า คำว่า...ถูก หรือ ลดกระหน่ำ ที่ห้างติดป้ายไว้ ยังคงแพงกว่าร้านแอร์ข้างนอกมาก





แอร์ไทย, แอญี่ปุ่น, แอร์ฝรั่ง(อเมริกา)

ก่อนจบบทความ ข้อทิ้งท้าย ในส่วนของเรื่องยี่ห้อ ตราสินค้าของเครื่องปรับอากาศ ที่มีทั้ง แอร์ยี่ห้อไทย-แอร์ยี่ห้อญี่ปุ่น-แอร์ยี่ห้ออเมริกาซึ่งในช่วงแรกเริ่มที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ในประเทศไทยแอร์ที่ใช้กันช่วงเริ่มแรกในประเทศไทย เป็นสินค้าที่มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งเห็นได้ชัดคือมาจากทางฝั่งอเมริกา ภายหลังจึงมีแอร์จากญี่ปุ่นเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย จนสามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากแอร์ฝั่งอเมริกาได้

หลังจากนั้น (ช่วง 20-25 ปีที่แล้ว) ประเทศไทยเรา เริ่มซื้อลิขสิทธิ์จากบริษัทแม่ ซึ่งมีต้นสังกัดที่อยู่ต่างประเทศ และอีกส่วนหนึ่งอยู่ในรูปของการที่ผู้ผลิตแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ได้เข้ามาจัดตั้งฐานการผลิตเพื่อทำการผลิตเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนอื่นๆขึ้นเองภายในประเทศ และได้ขยายฐานการผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยมา

จนถึงปัจจุบันนี้ประมาณกว่า 90% ของยี่ห้อแอร์ทั้งหมดที่มีการจำหน่ายในประเทศไทยล้วนผลิตในประเทศ หรือเรียกให้ทันสมัยก็ แอร์ MADEIN THAILAND ไทยทำไทยใช้ และด้วยศักยภาพในการผลิตที่มีมากก็ยังมีการผลิตเพื่อส่งออกอีกด้วย 




ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศในไทยเราขยายกำลังการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดการแข่งขันสูง ทำให้ราคาของแอร์ในบ้านเราเมื่อเทียบในปัจจุบันกับเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน แอร์ในปัจจุบันขนาดที่เท่ากัน ราคาถูกลงมากและแต่ละแบรนด์ก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆแต่งเติมเสริมเข้าไปเพื่อทำการตลาด จะเห็นได้ว่าแอร์แต่ละยี่ห้อในปัจจุบันนี้ เร่งโหมโฆษณา ทำการตลาดแบบไม่มีใครยอมใคร

ดังนั้น การตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องควรใช้เหตุผลประกอบอื่นๆมาช่วยเสริมอย่ายึดติดในภาพลักษณ์ที่เห็นจากการโฆษณามากจนเกินไปคำโฆษณาชวนเชื่อไม่สามารถตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างได้ทุกยี่ห้อย่อมโฆษณาเพื่อให้ภาพลักษณ์ของตนออกมาดีกันทั้งนั้นดังนั้นควรหาเหตุผลอื่นๆมาประกอบการตัดสินใจด้วยเสมอเพื่อที่คุณจะได้สินค้าที่เป็นที่น่าพอใจมากที่สุด




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2552    
Last Update : 31 มีนาคม 2558 0:39:29 น.
Counter : 71458 Pageviews.  

เปิดบันทึก ประวัติของเครื่องทำความเย็น





มนุษย์เรียนรู้วิธี ที่จะถนอมอาหารให้เก็บไว้กินในเมื้อต่อไปโดยการนำไปเก็บไว้ในที่ ที่มีอุณหภูมิต่ำมาเป็นเวลานานแล้ว เริ่มแรกในอดีต มนุษย์ไม่รู้จักการเก็บอาหารไว้กินในเมื้อต่อไป อาหารที่นำมากินในแต่ละมื้อ จึงหามากินในแบบมื้อต่อมื้อ ทำให้เราได้รู้ว่ามนุนษย์ในอดีตต้องยุ่งอยู่กับการหาอาหารมากินในแต่ละเมื้อ ตามหลักฐานและข้อมูลทางวิชาการที่มีการบันทึกไว้ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่มนุษย์ในสมัยโบราญเริ่มรู้ถึงวิธีการเก็บอาหารให้คงสภาพได้ดีที่สุด คือวิธีการดึงความร้อน ออกจากอาหารหรือการนำเอาอาหารไปเก็บไว้ในบริเวณที่มีอุณหภูมต่ำ ซึ่งเกิดจากการที่มนุษย์ยุกต์ก่อนๆล่าสัตว์มากินเป็นอาหารในช่วงฤดูหนาว แล้วกินไม่หมด จึงทิ้งไว้บนพื้นที่มีหิมะปกคลุม วันรุ่งขึ้นจึงพบว่าอาหารที่กินในเมื่อวาน ไม่เน่าเสีย ยังคคงสภาพไว้เช่นดังเมื่อวาน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่มนุษย์รู้จักการกักเก็บอาหารให้คงสภาพโดยการลดอุณหภูมิให้แก่อาหาร จึงอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นพื้นฐาน ที่เป็นจุดก่อกำเนิดเครื่องทำความเย็นในปัจจุบัน


น้ำเข็งก็เช่นเดียวกัน ในอดีตนานมาแล้ว อ้างอิงตามเอกสารทางวิชาการต่างๆ ได้กล่าวไว้ว่าชาวจีนผู้หนึ่ง ชื่อ Shi Ching (ไซ ชิง) ค้นพบว่าน้ำแข็งเป็นสิ่งที่วิเศษในสมัยนั้น มันสามารถที่จะเพิ่มรสของเครื่องดื่ม และทำให้รู้สึกสดชื่น ดับกระหายได้เป็นอย่างดี แต่มนุษย์ในยุกต์นั้นยังไม่รู้จักการผลิตน้ำแข็งใช้เอง ยังคงพึ่งพาน้ำแข็งจากธรรมชาติ เกิดการค้าขายและขนส่งน้ำแข็งไปยังที่ต่างๆชาวอเมริกัน ชื่อว่า เฟรอเดอริก ทรูดอร์ ได้มีการบรรทุกน้ำแข็งที่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ลงเรือจำนวน 130 ตัน เพื่อส่งขายยังหมู่เกาะอินเดียตะวันตก แต่น้ำแข็งได้ละลายไปเป็นจำนวนมากเพราะว่าไม่รู้จักวิธีการเก็บน้ำแข็ง เมื่อไปถึงยังหมู่บ้านที่เกาะอินเดียตะวันตก ทรูดอร์ ได้ทำไอศรีมขาย ทำให้เป็นที่แตกตื่นกันมาก เพราะว่าชาวหมู่เกาะอินเดียตะวันตกยังไม่เคยพบเคยเห็นหรือรู้จักมาก่อน แต่ว่าทรูดอร์ก็ประสบกับการขาดทุนไปเป็นจำนวนมาก เพราะว่าเขายังไม่รู้จักการเก็บน้ำแข็งนั้นเอง

ต่อมามนุษย์จึงเรียนรู้วิธีการเก็บรักษาน้ำแข็งให้อยู่ได้นานขึ้น โดยการรักษาความเย็นด้วยการนำขี้เลื่อยหรือแกลบ มาหุ้มก้อนน้ำแข็งเพื่อให้รักษาความเย็นและรักษาสภาพได้นานขึ้น การค้าขายน้ำแข็งในยุกต์นั้น ได้ก่อกำเนิดการค้าเป็นมูลค่ามหาศาล ซึ่งน้ำแข็งในสมัยก่อน ถือเป็นสิ่งของที่มีราคาแพงมาก ผู้ที่ได้ริมรสเครื่องดื่มเย็นๆที่ใส่น้ำแข็ง มีเพียงบุคคลในระดับสูงเท่านั้น

หลังจากมนุษย์เรียนรู้การรักษาสภาพให้น้ำแข็งอยู่ได้นานๆ ในปี 1849 ทรูดอร์ ได้ขยายอุตสาหกรรมการผลิตน้ำแข็ง โดยการส่งน้ำแข็งออกขายยังต่างประเทศ หลายประเทศ เช่น อเมริกาใต้ เปอร์เชีย หมู่เกาะอินเดีย เป็นต้นเขาได้สร้างที่เก็บน้ำแข็งโดยขี้เลื่อยของต้นสนหุ้มท่อไม่ให้น้ำแข็งละลาย ทำให้เขาได้มีกำไรเป็นจำนวนมาก ในปี และเขายังส่งน้ำแข็งขายถึง 150000ตัน และปี ค.ศ. 1864 เขาได้ส่งน้ำแข็งไปขายรวมทั้งสิ้น 53 ประเทศ จนเป็นที่นิยมมากและเขาก็ได้ลมเลิกกิจการไปเมื่อมีการจัดตั้งโรงงานอุสาหรรมน้ำแข็งขึ้น





จุดกำเนิดของเครื่องทำความเย็น

เมื่อน้ำแข็งจากธรรมชาติได้รับความต้องการเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการขนส่งทำได้ไม่ครอบคลุมซึ่งยากแก่การที่จะขนส่งน้ำแข็งจากธรรมชาติเข้าถึงดินแดนที่ห่างไกลออกไปมาก รวมทั้งด้านความไม่สะดวกและราคาน้ำแข็งที่แพงมาก มนุษย์จึงเริ่มคิดค้นอุปกรณ์ที่จะมาใช้ในการทำความเย็น เพื่อที่จะสามารถรองรับความต้องการในการบริโภคน้ำแข็งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนในปี ค.ศ. 1790 โทมัส ฮาริส และ จอห์น ลอง ได้มีการจดทะเบียนเครื่องทำความเย็นเป็นเครื่องแรกของโลก ที่ประเทศอังกฤษ และอีก 3 ปีต่อมา
จอคอม เปอร์กิ้น ชาวอเมริกันได้ประดิษฐ์เครื่องทำความเย็นเป็นเครื่องแรก และเป็นเครื่องทำความเย็นชนิดอัดไอ ชนิด ความเร็วช้า โดยที่ตัวเครื่องอัด (COMPRESSOR)
ใช้มือโยก แทนการใช้เครื่องยนต์ ใช้น้ำหล่อเย็นที่เครื่องควบแน่น และใช้ลิ้นแบบถ่วงน้ำหนักเป็นตัวควบคุมการไหลของสารทำความเย็น และใช้สารทำความเย็นชนิด อีเทอร์



เครื่องทำความเย็นชนิดอัดไอ ชนิด ความเร็วช้า


ในปี ค.ศ. 1851 ดร. จอห์น กอรี่ ได้มีการจดทะเบียนเครื่องทำน้ำแข็งโดยมีการใช้อากาศเป็นสารทำความเย็น แต่ก็ได้ประสบกับปัญหาหลายอย่างมากมาย และที่อุณหภูมิสูงยังได้เกิดระเบิดอีกด้วย ศาสตราจารย์ เอซี ทวินนิ่ง ชาวอเมริกัน ได้มีการปรับปรุงโดยใช้ ซัลฟูริกอีเทอร์ และมาประสบความสำเร็จเมื่อ ค.ศ. 1853 โดย ดร. เจม ฮาริสัน ชาวออสเตรเลีย เมื่อปี 1860 ได้ติดตั้งเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่ที่สุดเป็นเครื่องแรกของโลก ในปี ค.ศ. 1872 เฟอร์ดินัน แคร์รี่ ได้สร้างเครื่องทำความเย็นแบบดูดละลายหรือดูดซึม ขึ้นเป็นครั้งแรก ในระบบประกอบไปด้วย อีวาปอเรเตอร์ เครื่องควบแน่น เยนเนอเรเตอร์ ปั๊มและตัวดูดน้ำยา ใช้แอมโมเนีย เป็นสารทำความเย็น และได้มีการคิดค้นการใช้เครื่องอัดเพื่อทดแทนเครื่องอัดแบบมือโยก แต่ก็ยังหมุนได้ช้าเพราะว่า ใช้เครื่องอัดที่เป็นไอน้ำขับ ซึ่งมีความเร็วประมาณ 50รอบ/นาที ซึ่งถือว่าเร็วมากที่สุดในสมัยนั้น


เครื่องทำความเย็นแบบดูดละลายหรือดูดซึม



ในช่วงประมาณราวปลายศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 วิวัฒนาการด้านระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศ เข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและเจริญขึ้นมาอย่างรวดเร็ว วิทยาการด้านระบบการทำความเย็นและระบบปรับอากาศ ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง และประสบผลสำเร็จ ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆมากมาย วิวัฒนาการและเทคโนโลลยีใหม่ๆในด้านระบบเครื่องทำความเย็น ที่เกิดขึ้นในยุคศตวรรษที่ 19 และ 20 ได้ก่อให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นมาหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น

ปี 1890 มีการสร้างโรงจักรของเครื่องทำความเย็น แบบ De La Vergene ที่มีกำลังการทำความเย็นได้มากถึง 220 ตัน นับว่าเป็นการประสบความสำเร็จในวงการอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยเครื่องทำความเย็นของยุคนั้น


ปี 1904 อาคาร Stock Exchange New york ติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศ ขนาดใหญ่ถึง 450 ตัน
ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในยุคเริ่มแรก ของวงการเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่



Stock Exchange New york



ปี 1904 โรงภาพยนตร์ชื่อดังขนาดใหญ่ ในประเทศเยอรมัน ก็ยังมีการติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศ ขนาดใหญ่ถึง 450 ตัน

ปี 1905 Gardner T. Vdorhees ได้ทำการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ คอมเพรสเซอร์ Multiple Effect

ปี 1911 คอมเพรสเซอร์ที่เคยมีความเร็วช้า ได้รับการพัฒนาให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น สูงถึง 900 รอบ/นาที

ปี 1910 เริ่มมีการคิดค้นผลิตตู้เย็นตู้แช่สำหรับครัวเรือนออกวางจำหน่าย ชนิดทำงานโดยอาศัยแรงคน ออกวางจำหน่ายครั้งแรก ปี 1913

ปี 1915 ได้มีการคิดค้นและทดสอบ สร้างระบบเครื่องทำความเย็นที่ใช้คอมเพรสเซอร์ 2 ชุด ในระบบเดียว จนสำเร็จ นำมาใช้งานและออกจำหน่ายได้ใน ปี 1940

ปี 1918 บริษัท Kelvinator เป็นรายแรกที่ผลิตตู้เย็นแบบอัตโนมัติ ออกสู่ตลาดจำนวน 67 เครื่อง

ปี 1920 บริษัท Kelvinator เพิ่มกำลังผลิตขึ้น ตามความต้องการของผู้ใช้ อีกหลายร้อยเครื่อง

หลังจากคิดค้นและทดลองมาเป็นระยะเวลา 11 ปี General Electric ได้ทำการผลิตมอเตอร์คอมเพรสเซอร์แบบปิดสนิทออกวางจำหน่าย ในปี 1926

ปี 1940 มีผู้เริ่มคิดค้นระบบการทำงานของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่


ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาของวงการระบบปรับอากาศ มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด


จากข้อมูลทางวิชาการ ได้กล่าวถึงการกำเนิดโรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2448 สมัยรัชกาลที่ 5 พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร ได้เริ่มต้นกิจการโรงน้ำแข็งซึ่งเป็นโรงน้ำแข็งแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นที่สะพานเหล็กล่าง ถนนเจริญกรุง ชื่อว่า น้ำแข็งสยาม แต่กลับเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชื่อ โรงน้ำแข็งนายเลิศ นับแต่นั้นน้ำแข็งก็แพร่ขยายไปสู่หัวเมืองใหญ่ๆ รอบนอกกรุงเทพฯ แต่น้ำแข็งยุคนั้นยังไม่สะอาดเท่าที่ควร เพราะใช้น้ำจากแม่น้ำลำคลองมาทำให้ใส ที่ดีหน่อยก็ใช้น้ำบาดาล แต่ไม่มีการกรองฆ่าเชื้อโรคแต่ประการใด เพราะต้นทุนสูงไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย

ระบบเครื่องทำความเย็นในยุกต์เริ่มต้นของโรงน้ำแข็งแห่งแรกในประเทศไทย มิได้มีการนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาเป็นส่วนต้นกำลังในการขับกลไกลให้เครื่องดูดอัดสารทำความเย็น(คอมเพรสเซอร์)เหมือนในปัจจุบัน แต่ใช้เครื่องยนเป็นส่วนต้นกำลังในการขับเคลื่อนเครื่องดูดอัดสารทำความเย็น ซึ่งใช้แอมโมเนียเป็นตัวกลางในการทำความเย็น

ในประเทศไทย น้ำแข็งในช่วงแรกๆ ถึงแม้เป็นน้ำแข็งที่ไม่ค่อยสะอาด แต่ก็เป็นสิ่งที่แปลกใหม่แก่สายตาชาวสยาม เป็นสิ่งที่มีราคาแพง บุคคลในระดับชั้นสูงเท่านั้น ที่จะได้ลิ้มรสเครื่องดื่มใส่น้ำแข็ง


พระยาภักดีนรเศรษฐ





จุดเริ่มต้นจนมาเป็นเครื่องปรับอากาศสำหรับภาคครัวเรือน

สำหรับเครื่องปรับอากาศที่เราใช้งานกันในบ้านพักอาศัย หรือที่เรียกกันว่าแอร์บ้านนั้น นับว่าเป็นเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ที่ผลิตเพื่อใช้งานกันภายในภาคครัวเรือน 
เครื่องปรับอากาศภายในอาคารบ้านเรือน ที่เรามีใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ เป็นนวัตกรรมที่มีการหยิบยืมแนวคิดมาจากระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ ที่ใช้กันในระดับอุตสาหกรรม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณชายที่ชื่อว่า 
วิลลิส ฮาวีย์แลนด์ แคร์เรียร์ (Willis Haviland Carrier) วิศวกร ชาวอเมริกัน ซึ่งเขาคือผู้ที่ประดิษฐ์เครื่องปรับอากาศเครื่องแรก ที่เป็นต้นแบบของเครื่องปรับอากาศที่เรามีใช้กันในปัจจุบัน



Willis Haviland Carrier


ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1902 ที่เมื่อง Buffalo,New York ประเทศสหรัฐอเมริกา โรงพิมพ์ภาพสีแห่งหนึ่งประสบปัญหาด้านความชื้นในอากาศ ซึ่งมีอยู่มากในบริเวณที่ทำงาน ความชื้นที่มี เป็นปัญหาใหญ่ต่อการพิมพ์ภาพสีในยุคนั้น เพราะด้วยข้อจำกัดในด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพสีของยุคนั้น ทำให้เครื่องพิมพ์ไม่สามารถพิมพ์ภาพสีต่างๆออกมาได้ตามต้องการเนื่องจากความชื้นที่มีอยู่มาก

ด้วยปัญหาด้านความชื้นที่โรงพิมพ์ต้องพบเจอ ทำให้ Willis Haviland Carrier วิศวกรในขณะนั้น ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการจัดการกับความชื้นที่มี 
โดยแรงบันดาลใจของ Willis Haviland Carrier เกิดขึ้นเมื่อเขายืนอยู่ที่สถานีรถไฟ และในขณะนั้นมีหมอกลงจัด ทำให้เขาเกิดแนวคิดขึ้นมาจากหมอก ซึ่งคือละอองน้ำในอากาศ โดยที่น้ำจะควบแน่นแล้วมารวมตัวกันเป็นหยดน้ำเมื่อมีอากาศเย็นลง

ด้วยแนวคิดที่ว่านี้เอง ทำให้เขาสร้างเครื่องจักรตัวหนึ่งขึ้นมา โดยเครื่องจักรนี้มีหน้าที่สร้างความเย็นในระดับที่เย็นจัด ที่แผงอีวาปอเรเตอร์ เพื่อดึงเอาความชื้นที่มีอยู่ในอากาศมารวมกันที่แผงอีวาปอเรเตอร์ แล้วทำให้เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ โดยท้ายที่สุดหยดน้ำที่ได้จากการควบแน่นนี้ จะถูกระบายออกไปทิ้ง ซึ่งอากาศภายในห้องที่ติดตั้งแผงอีวาปอเรเตอร์ จะเป็นอากาศที่แห้ง และผลพลอยได้คือ เป็นอากาศที่เย็นด้วย
อาจกล่าวได้ว่า ต้นแบบของเครื่องปรับอากาศที่เราใช้กันในทุกวันนี้ มีต้นแบบมาจากเครื่องลดความชื้นในอากาศ
และก็นับว่า แบรนด์ Carrier คือแบรนด์ของเครื่องปรับอากาศรายแรกของโลก เป็นเจ้าแรกที่บุกเบิกตลาดเครื่องปรับอากาศสำหรับใช้ในครัวเรือน





 

Create Date : 17 มิถุนายน 2552    
Last Update : 12 ธันวาคม 2556 23:21:32 น.
Counter : 29007 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

KanichiKoong
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 275 คน [?]




ช่องทางการติดต่อผู้จัดทำ

- หลังไมค์
- E-mail : aum_tawatchai@hotmail.com
- ID Line : atb1992
-------------------------------------
-------------------------------------
New Comments
Friends' blogs
[Add KanichiKoong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.