วันที่ 7 อ่ะๆ เพิ่มแล้วๆ โหยย .... ขออู้หน่อยก็ไม่ได้ มีบ่นๆ!!

xx xxxx 2502
หนองน้ำแห้ง (บ้านทาร์ซาน)

วันนี้นายประเสริฐผู้จัดการของบริษัท Thai Wild Life คุมขบวนรถบรรทุกที่ขนสัมภาระของเรามาส่งที่หนองน้ำแห้งอย่างที่คาดไว้ แทบทั้งหมดเป็นของยายน้อย เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ เชษฐาเห็นเข้าถึงกับส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจ พรานรพินทร์เองก็พูดไม่ออก เพราะยังไม่ทันได้อ้าปากก็โดนยายน้อยเล่นงานถี่ยิบชนิดไม่เว้นช่องว่างให้โต้ตอบได้เลย จริงๆ แล้วรพินทร์เองก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้น้อยเดินทางเข้าป่าอย่างไม่มีกำหนดเช่นนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะเชษฐาขอร้อง อีกประการแค่รพินทร์เอ่ยปากว่าน้อยไม่ควรเดินทางไปด้วยเท่านั้น ก็ต้องเจอกับฤทธิ์นางพญาไพรของเราเข้าอย่างจัง จนเขาเองก็คงจะอิดหนาระอาใจไม่อยากต่อความยาวด้วย เลยทำเงียบๆ ไปเสีย แต่หารู้ไม่ว่านั่นน่ะ ยิ่งทำให้ยายน้อยทั้งเขม่นทั้งเหม็นขี้หน้าไม่ถูกเส้นกับนายพรานของเรา ตั้งท่าคอยหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา เฮ้อ...โตจนป่านนี้แล้ว เมื่อไหร่จะโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีก็ไม่รู้

คืนนี้คุณรพินทร์เข้ามาร่วมกินข้าวกับเราที่เรือนหลังใหญ่ แล้วถือโอกาสอธิบายภาพรวมในการเดินทางครั้งนี้ ว่าเราจะเดินทางโดยใช้เกวียนในระยะแรกของการเดินทางจนถึงหมู่บ้านหล่มช้าง แล้วต่อจากนั้นเราจะต้องเดินไปกันโดยไม่มีเกวียนหรือพวกลูกหาบเพราะไม่มีใครยอมที่จะไปกับเราไม่ว่าจะให้ค่าจ้างเท่าไร จะมีเพียงคนเก่าแก่ของคุณรพินทร์เพียงสี่คนที่จะติดตามพวกเราไปด้วย คุณรพินทร์ให้คนของเขาไปตามมาพบพวกเรา

ระหว่างที่เรารอคนของรพินทร์มาพบ เชษฐาเลยถือโอกาสพารพินทร์ไป ดูปืนล่าสัตว์ที่เราเอาติดตัวมาด้วย ท่าทางรพินทร์ตื่นเต้นมากทีเดียว กับปืนที่พวกเราหอบมาจากรุงเทพฯ ตัวรพินทร์เองใช้ปืนเพียง 3 ขนาด คือ ปืนลูกซองสำหรับหาอาหาร, .30-06 สำหรับสัตว์หนังบาง เช่น เก้ง กวาง เสือ หมี และ .375 สำหรับสัตว์หนังหนา เช่น ช้าง กระทิง ฯลฯ พอได้ยินเราถึงกับขนหัวลุก ใช้ .375 ซัดช้าง !!!!! ปล่อยพ่อเจ้าประคุณไปคนเดียวเถอะ ถ้าเป็นเราล่ะก็ ต้องขอประเภทลูกโตๆ เอาไว้ก่อนอย่างน้อยก็ยังอุ่นใจกว่า เชษฐามี Ruger Blackhawk .44 Magnum มามอบให้ รพินทร์ด้วย รพินทร์นำไปทดลองยิงลูกมะขวิดป่า ที่อยู่ห่างไปจากบ้านราวๆ 25 เมตร แต่ไม่ถูกเลยสักนัดเดียว ก็พอจะรู้ล่ะนะว่าเขาตั้งใจที่จะยิงไม่โดน ยายน้อยเลยถือโอกาสโชว์ฝีมือด้วย .357 คู่มือของเขา (น้อยเป็นนักยิงปืนระดับ Extinguish อยู่แล้ว) ดีแล้วล่ะที่คุณรพินทร์แกล้งยอมให้น้อย ไม่งั้นก็คงจะยังเขม่นนายพรานของเราอยู่นั่นแหละ

ก็พอดีกับพราน 4 คนที่จะเดินทางไปกับเราเข้ามาแนะนำตัวพอดี รพินทร์เลยไล่แนะนำเป็นรายตัว
1) พรานบุญคำ เป็นพรานอาวุโสที่เป็นมือขวาของรพินทร์ อายุประมาณ 50-60 ปี
2) จัน อายุน้อยกว่าบุญคำ ตัวเล็กนิดเดียว ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาแต่ท่าทางไว้วางใจได้
3) เส่ยเป็นกะเหรี่ยง วัยฉกรรจ์ รูปร่างล่ำสัน แข็งแรงดูแกร่งไปทั้งตัว
4) เกิดเป็นเด็กหนุ่ม รูปร่างสูงชะลูด แต่ดูแข็งแกร่งไปทั้งตัวเช่นกัน
รพินทร์บอกเราว่าความจริงเขาต้องการลูกหาบที่จะเดินทางไปด้วย 5 คน แต่ไม่มีใครอาสาที่จะไปด้วยก็เลยต้องยอมใช้ลูกหาบเพียงแค่ 4 คน เพราะไม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว
 



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  หมูน้อยลาป่วย!? ทั้งเล่นเป็นคุณครู ทั้งซ้อมเต้น แถมกินไอติมอีก


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 25 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 เมษายน 2562 10:23:26 น.
Counter : 91 Pageviews.

0 comment
วันที่ 6 นอนอยู่หนองน้ำแห้งแล้วก้าบบบ........

xx xxxx 2502
หนองน้ำแห้ง (บ้านทาร์ซาน)

วันนี้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ อากาศที่นี่ดีมาก ตอนเช้ามีหมอกลงหนาจนมองไม่เห็นอะไร กว่าหมอกจะจางก็เกือบ 1 โมงเช้า น้อยชวนเชษฐากับเราไปเดินสำรวจ ส่วนนายอำพลดึงพรานใหญ่ของเราไปขลุกกันอยู่บนบ้านทาร์ซานของเขา ส่วนป้าจงไม่ต้องพูดถึง นอนซมหมดสภาพเพราะเมารถมาตั้งแต่เมื่อวาน น้อยเลยต้องทำทุกอย่างเอง ก็คนรับใช้นอนซมอยู่อย่างนั้นแล้วนี่ เจ้าหญิงเลยต้องแปรสภาพมาเป็นสามัญชนชั่วคราว นึกๆ ก็สมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน
หมู่บ้านหนองน้ำแห้งเป็นหมู่บ้านใหม่ เดิมทีเป็นสถานีจับสัตว์ของคุณรพินทร์ ซึ่งต่อมาคุณรพินทร์ได้สร้างบ้านพัก (บ้านทาร์ซาน) เพื่อใช้พักผ่อน ซึ่งต่อมาชาวบ้านคนอื่นๆ ทยอยกันอพยพเข้ามาจับจองพื้นที่ ลงเสาปลูกเรือนจนกลายเป็นหมู่บ้านย่อมๆ ส่วนถนนทางเข้าหมู่บ้านเพิ่งตัดเสร็จเพียงแค่สามเดือน เพื่อใช้ในการลำเลียงสัตว์ไปส่งสถานีกักสัตว์ Thai Wild Life โดยตรง
แม้จะเป็นแค่หมู่บ้านเล็ก ๆ แต่ก็มีคนอาศัยอยู่มากพอสมควร ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพรานหรือไม่ก็หาของป่าไปขายในเมืองทั้งนั้น เท่าที่สังเกตดูคนที่นี่ให้ความเคารพเกรงใจพรานใหญ่ของเราไม่น้อย หรือจะเรียกว่านายรพินทร์เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ก็คงไม่ผิดนัก ความเคารพนับถือเหล่านี้คงไม่ได้มาจากความเป็นคนมีการศึกษาของเขาแต่ประการเดียวเป็นแน่ การครองใจคนหมู่มากได้ขนาดนี้ คงต้องประกอบขึ้นมาจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งพระเดช พระคุณ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าพ่อพรานใหญ่ของเราใช้พระไหน แต่ก็เอาเหอะยังไงๆ เราคงได้รู้กันไปเมื่อเริ่มต้นออกเดินทาง ว่านายรพินทร์คนนี้มีอะไรดีถึงได้ครองใจคนทั้งหมู่บ้านเช่นนี้ได้
 




UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  Moo Noi Roy Chung | 1,000 wooden's houses Cafe & Farm


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 25 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 เมษายน 2562 10:48:51 น.
Counter : 109 Pageviews.

0 comment
วันที่ 5 ครับ (ขอรวบสองวันเลยนะ)

xx xxxx 2502
หนองน้ำแห้ง (บ้านทาร์ซาน)

วันนี้เราทั้งสามคน เชษฐา, น้อย และตัวเราเอง ออกเดินทางมายังสถานีกักสัตว์ของนายอำพล เอ๊ะ...ไม่ใช่แค่สามคนสิ ยังมีป้าจงที่ยายน้อยพามาคอยรับใช้ในระหว่างที่เราพักกันอยู่หนองน้ำแห้งด้วยอีกคน เราสี่คนเดินทางไปยังสถานีกักสัตว์โดยนั่งเครื่องบินไปจากสนามบินน้ำที่เดิม พอถึงสถานีกักสัตว์ก็เจอนายอำพลรอรับอยู่แล้ว ซึ่งนายอำพลเองก็เตรียมรถราไว้ให้เราอย่างเรียบร้อย เป็นรถแลนด์โรเวอร์ของบริษัท Thai Wild Life สามคัน สำหรับพวกเราและข้าวของบางส่วนที่พวกเราเอาติดตัวไปด้วย ซึ่งเราต้องไปนอนรอสัมภาระส่วนใหญ่ที่จะถูกส่งตามมาที่หนองน้ำแห้ง ทางนายอำพลที่ขอติดตามไปด้วย มีคนงานไปด้วยอีกสี่คน เผื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางจะได้ช่วยเหลือกันได้ ซึ่งนายอำพลก็ได้อธิบายให้เราฟังว่าเส้นทางไปหนองน้ำแห้งนั้น เป็นเส้นทางในป่าสูง อันตรายไม่น้อยไปกว่าป่าที่เรากำลังจะไป

ซึ่งมันก็จริงอย่างที่คุณอำพลว่า ถนน (น่าจะเรียกว่าทางเกวียนมากกว่า) ตัดผ่านป่าสูง ต้นไม้สองข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่ มีสัตว์ป่าออกมาให้เห็นประปรายยั่วให้คันไม้คันมือ อยากจะทดลองไอ้กระบอกโตๆ ที่ขนมาเสียจริงๆ แต่ติดที่นายอำพลบอกว่าถ้าเราหยุดรถเพื่อยิงสัตว์ก็จะถึงหนองน้ำแห้งเอาตอนกลางคืน มันอันตรายมากเกินไป เราถึงล้มเลิกที่จะซ้อมมือยิงสัตว์ ยอมอดเปรี้ยวเอาไว้กินหวาน เอาเถอะเมื่อเริ่มออกเดินทางจริงๆ เมื่อไหร่คงได้ยิงกันจนฉ่ำมือล่ะ

ถึงเราจะไม่หยุดซ้อมมือก็เถอะ ยังไงๆ เราก็คงไปถึงเกือบค่ำอยู่ดีนั่นแหละ ก็ป้าจงแกเมารถไปตลอดทาง ทำให้เราต้องจอดรถให้แกลงไปอาเจียนเป็นระยะๆ ยายน้อยนะยายน้อย ไม่รู้จะเอาแกมาทรมานทรกรรมด้วยทำไม ดูไปก็น่าสงสารแกจริงๆ

และเราก็เดินทางมาถึงหนองน้ำแห้งตอนใกล้ค่ำจริงๆ คุณรพินทร์มารอรับเราที่ปากทาง แล้วพาพวกเราไปที่บ้านพักที่อยู่กลางหมู่บ้าน เขาบอกกับเชษฐาว่าเขาเกือบตามออกไปดูเพราะเห็นว่ามาช้าไปเกือบสองชั่วโมง คิดว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น นี่ถ้าคณะเรามาช้ากว่านี้อีกครึ่งชั่วโมงเขาก็คงจะออกไปตาม

บ้านของรพินทร์ปลูกคร่อมเหนือลำธารเล็กๆ สวยงามมาก รพินทร์ยกบ้านหลังนี้ให้เป็นที่พักของพวกเรา ส่วนตัวเขาเองย้ายไปอยู่บนเรือนหลังเล็กที่ปลูกอยู่บนต้นไม้ โดยมีสะพานเชือกเชื่อมระหว่างบ้านทั้งสองหลัง คืนแรกที่หนองน้ำแห้งพวกเราหลับกันเป็นตาย คงด้วยอากาศที่เย็นสบายกำลังดีนั่นแหละ ที่กล่อมพวกเราซะอยู่หมัด หลับรวดเดียวถึงเช้าเลย ตัดปัญหาเรื่องนอนไม่หลับเพราะผิดที่ผิดทางไปได้เลย

 



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  Moo Noi Roy Chung | 1,000 wooden's houses Cafe & Farm


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 18 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 เมษายน 2562 10:23:56 น.
Counter : 86 Pageviews.

0 comment
วันที่ 4

xx xxxx 2502
บ้านพักรับรองของบริษัทไทยไวล์ดไลฟ์

เชษฐาพาทนายมาทำสัญญาว่าจ้างรพินทร์อย่างเป็นทางการ และเราจะเริ่มออกเดินทางภายในเจ็ดวัน หลังจากวันนี้ โดยจะเริ่มต้นเดินทางกันที่หนองน้ำแห้ง อันเป็นสถานีกักสัตว์ของรพินทร์ ไพรวัลย์

 



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาพาป๊าไปไหว้พระ ให้อาหารปลาค่ะ


#หมูน้อยร้อยชั่ง  



Create Date : 18 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 เมษายน 2562 10:27:06 น.
Counter : 86 Pageviews.

0 comment
บ้านพักรับรองของบริษัทไทยไวล์ดไลฟ์ ** (ปูมหน้าที่3)
xx xxxx 2502
บ้านพักรับรองของบริษัทไทยไวล์ดไลฟ์

ข่าวดี ...... พรานรพินทร์ตอบตกลงยอมนำทางพวกเรา

ความจริงแล้วรพินทร์เองก็รู้เรื่องเขาพระศิวะมามากพอสมควร เพราะตัวเขาเองก็เคยได้ลายแทงจากพรานชาวพม่าชื่อเนวิน ลายแทงอันนั้นเป็นของเก่าที่ตกทอดลงมาจนถึงเขา ซึ่งนายเนวินเชื่อว่าลายแทงนี้จะพาเขาไปพบกับขุมทรัพย์มหาศาล แต่เพียงอาทิตย์เดียวเนวินก็ต้องยอมแพ้ต่อความยากลำบากในการเดินทาง ถึงกับต้องกระเสือกกระสนคลานกลับออกมาเพราะไข้ป่า และก่อนที่เนวินจะสิ้นใจลง เขาได้มอบลายแทงฉบับนี้ให้กับรพินทร์มิตรคนสุดท้ายในชีวิต หลังจากที่เนวินเสียชีวิตลง รพินทร์ได้ให้คนพม่าขี้เมาช่วยแปลข้อความนั้นเป็นภาษาไทย ซึ่งเขาได้นำมาให้พวกเราดู เราได้ขอคัดลอกข้อความในกระดาษแผ่นนั้นไว้ ซึ่งรพินทร์ก็ไม่ปฏิเสธ

บันทึกของมังมหานรธาผู้เป็นเจ้าของลายแทงฉบับนี้ เขียนเอาไว้ว่า

“ข้าพเจ้า มังมหานรธา ผู้ซึ่งกำลังจะตายอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว ด้วยความหิวและความเจ็บไข ้ในถ้ำเล็กๆ ทางด้านเหนือของเต้านมด้านใต้สุดของภูขาสองลูก ข้าพเจ้าขอให้ชื่อมันว่า ‘ถันพระอุมา’ ข้าพเจ้าได้เขียนข้อความนี้ขึ้น ณ ปี พุทธศักราช ๒๑๒๐ ด้วยเศษกระดูกของจะงอยปากนก สิ่งที่ข้าพเจ้าใช้เขียนส่วนหนึ่งของย่ามติดตัวที่ทำด้วยหนังโดยใช้เลือดของข้าพเจ้าเองแทนหมึก หากทาสของข้าพเจ้ามาพบมันขณะที่เขามาตามหาข้าพเจ้า เขาจะได้นำมันกลับไปยังเมาะลำเลิง ขอให้สหายของข้าพเจ้า (ชื่ออ่านไม่ออก) จงนำเรื่องราวนี้ขึ้นกราบบังคมทูลต่อพระเจ้า หงสาวดีผู้ทรงปัญญา เพื่อพระองค์จะได้เสด็จยาตราทัพมาตามลายแทงนี้ หากว่ากองทัพของพระองค์ไม่แหลกลาญเสียก่อนในป่าดงขุนเขาอันกว้างใหญ่ กันดาร และลี้ลับเต็มไปด้วยสรรพอันตราย และสามารถบุกเข้าไปจนถึงดินแดนที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ทารุณ อันเต็มไปด้วยภูตผี และอาคมแห่งมรกตนคร พระองค์ก็จะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ข้าพเจ้าได้เห็นสมบัติขุมเพชรอันเหลือคณาภายในขุมทรัพย์พระอุมานี้แล้วด้วยตาของข้าพเจ้าเอง ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก่อนกาลมรณะของข้าพเจ้า แต่โดยการทรยศหักหลังของวาชิกา นางแม่มดมหาอุบาทว์ ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถนำออกมาได้ แม้แต่ชีวิตของข้าพเจ้าเอง

ขอให้ท่านผู้ที่มาตามทางในลายแทงนี้ จงพยายามฝ่าความกันดารของ ‘ถันพระอุมา’ ทางเบื้องซ้ายจนบรรลุถึงยอดของขุนเขาลูกนี้ทางด้านเหนือของมันจะเป็นถนนราบเรียบ กว้างใหญ่ ที่พระศิวะสร้างไว้จากนั้นเป็นเวลาสามวันในการเดินทางตามถนนสายนั้น ก็จะบรรลุถึงมหาปราสาทของพระอุมาเทวี”

ขอให้ท่านจงสังหารแม่มดวาชิกาเสียด้วย เป็นการแก้แค้นให้แก่วิญญาณของข้าพเจ้า
ลาก่อน
มังมหานรธา

สิ่งที่มังมหานรธาบันทึกเอาไว้นี้ ดูเหมือนจะเป็นนิยายหลอกเด็ก แต่เชษฐาดูเหมือนจะเชื่อข้อความที่ มังมหานรธาเขียนเอาไว้ ต่างไปกับน้อยรายนี้หัวเราะออกมาเสียจนรพินทร์แทบจะลุกกลับในทันใด แถมยังเยาะเขาทำนองที่ว่า เสียดายที่รพินทร์ไม่ได้เอาต้นฉบับมาด้วย น้อยนี่ถูกตามใจมากเสียจนเคยตัว จะเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไร ก็ ไม่น่าจะเสียมารยาทเช่นนี้ กับเราเองบอกตรงๆ ว่ายังเชื่อเพียงครึ่งเท่านั้น เพราะเรื่องที่รพินทร์เล่ามา ราวกับว่าเรากำลังนั่งฟังนิยายปรัมปราอยู่ก็ไม่ปาน แต่ก็อย่างว่าแหละนะของแบบนี้ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เก็บไว้ในใจ ไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาให้เสียน้ำใจอย่างที่ยายน้อยทำเลย

สุดท้ายเราตกลงกันว่าจะกลับไปร่างสัญญาว่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการตกลงเรื่องค่าจ้าง และส่วนแบ่งของสมบัติ ถ้ามันมีจริง ก็จะแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน ข้อตกลงและอัตราจ้างที่ตกลงกันดูจะด้อยความสำคัญต่อเขาไปทันที เพราะส่วนที่สำคัญสำหรับเขาจริงๆ ก็คือสัญญารับประกันว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเขา ทางฝ่ายคณะนายจ้างจะต้องเลี้ยงดูแม่ของรพินทร์โดยมีเงินเดือนให้ทุกเดือนไปตลอดจนกว่าคุณแม่ของรพินทร์จะหมดบุญไป

เชษฐาตอบตกลงในทุกข้อเสนอของรพินทร์แทบจะในทันที สำหรับเราเองก็เห็นสมควรแล้วที่เชษฐาตอบตกลงรพินทร์ไปเช่นนั้น


 
แผนที่มังมหานรธา



Create Date : 11 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 เมษายน 2562 10:27:17 น.
Counter : 162 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ฝากช่องยูทูป Misterfharl ด้วยนะครับ
All Blog