ราชาปีศาจ ผู้ปราศจากความทุกข์

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในดินแดนของปิศาจแห่งทิศเหนือ ยังมีราชาปิศาจอยู่ พระองค์หนึ่ง

ทรงเป็นราชาแห่งปีศาจ ที่เปี่ยมล้น บริบูรณ์ไปด้วยสารพัดแห่งความสุขนานา....

พระองค์ทรงดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุข สนุกสนาน ปราศจากซึ่ง ความทุกข์ และปัญหาใดๆทั้งปวง มาแสนนาน.....






นาน....

และนาน.... นานจนกระทั่ง ทุกความสุขที่ผ่านเข้ามา เป็นเพียงเรื่องสามัญ ประจำวันที่น่าเฉยชา..


และแล้วความทุกข์ ประการแรกก็ได้เข้ามาเยือนพระองค์

ความเฉยชาต่อความสุข !?

ที่ทำให้พระองค์ไม่ทรงยินดีต่อความสุขอีกต่อไป .....

ความทุกข์นั้นเริ่มถาโถมเกาะกินพระองค์ จากเพียงน้อย ก็เพิ่มเป็นทวี จากทวี ก็ทบขึ้นนับร้อยหลายพันเท่า พระองค์เริ่มจมอยู่ในความทุกข์ ท่ามกลางความสุขที่ถาโถมประดังเข้าทับพระองค์




...........

.....................



เมื่อความทุกข์นั้นถาโถมจนเกินพระองค์จะรับไว้เพียงคนเดียว พระองค์จึงเรียกประชุม เสนาอำมาตย์ของพระองค์ เป็นการใหญ่โต

ราชาปีศาจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอมทุกข์ " พวกท่านช่วยจัดการ อะไรกับความทุกข์ที่เกิดจากความสุขอันหนักหนาของเราทีเถอะ"

เสนาบดีฝ่ายซ้าย เอ่ยขึ้นด้วยเสียงมั่นใจ "ขอเชิญพระองค์ เสด็จประพาสยังป่าด้านทิศใต้ของอาณาจักรเถอะพระเจ้าข้า ที่ป่านั้น มีกวางเผือกรูปงาม ที่กำลังรอให้ความปรีชาสามารถของพระองค์ ไปจับตัวอยู่พระเจ้าข้า"

"ไม่ล่ะ ท่านเสนาฯ จะกวางเผือก หรือช้างเผือก หรือปลาวาฬเผือก เราก็มีอยู่แล้ว อย่างมากมาย เราไม่ดีใจอีกแล้วหล่ะ ที่จะได้ตัวมันมา เฮ้อ.... " เสียงตอบอย่างท้อใจ



เสนาบดีฝ่ายขวาที่พูดไม่ทันท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย รีบยกมือขอเสนอความเห็นต่อราชาปีศาจทันที "เกณฑ์สาวงามทั้งอาณาจักร มาให้พระองค์ทรงเลือกเป็นพระสนมองค์ใหม่ดีมั๊ยพระเจ้าข้า"


"ไม่เอาล่ะท่าน แค่สนมทั้งสามหมื่นคนที่เรามีอยู่ ที่ว่าคัดสรรค์มาแต่สาวงามเป็นเลิศในแผ่นดินเนี่ย เรายังเจอหน้าไม่ครบทุกคนเลย จะเอามาเพิ่มอีกทำไม เราไม่ดีใจกับเรื่องนี้หรอกนะ เฮ้อ.... "


หลากหลายความคิด ประเดประดังเข้ามา หาพระองค์ แต่ก็มีเพียงคำตอบเดียวที่หลุดออกจากปาก ราชาปีศาจ

"ไม่เอาล่ะท่าน ... เราไม่มีความสุขกับสิ่งนั้นแล้ว"


.

.

จนซึ่งหนทาง ไร้ซึ่งคำตอบ สำหรับการแก้ทุกข์จากการเปี่ยมไปด้วยความสุขจนล้น อย่างราชาปีศาจ ...



หลังจากเหล่าข้าราชบริพาร นิ่งขึ้งไปชั่วระยะเวลานึง


ตาสา ชาวนาตาดำก็ขอเอ่ยปากพูด แสดงความคิดเห็นขึ้นมาว่า "พระองค์ลองทำงานดูมั๊ยพระเจ้าข้า ... "

ความอึ้งอล เกลื่อนไปทั่วทั้งท้องพระโรง ไม่เคยมีข้าราชบริพารคนใด เสนองานให้พระองค์ทำมาก่อน เพราะทุกคนจะคิดเพียงแค่ว่า ต้องทำทุกอย่างแทนพระองค์ ต้องทำให้พระองค์มีความสุขที่สุด


เป็นไปดังคาด เสียงร้องคัดค้านอื้ออึง ดังจากปากของข้าราชบริพารของพระองค์ ไม่มีแม้สักคน จะยินยอมให้ราชาปีศาจทรงทำงาน

"พระองค์ ทรงเป็นทุกข์อยู่แล้ว จะให้พระองค์ทรงทุกข์หนักกับภาระหน้าที่ไปใย"

"ไม่ได้ๆ ราชาปีศาจประสูติมาเพื่อรับแต่ความสุข จะมีทุกข์ใดมากล้ำกรายมิได้"

ฯลฯ

หลายความคิด หลายความเห็น ประดังเข้าต่อว่า ตาสา ชาวนาตาดำๆ


"หยุด!" เสียงคำรามลั่น จากปากราชาปีศาจ ยังความสงัดกลับสู่ท้องพระโรงอีกครั้ง


"เจ้าแน่ใจหรือ กับความคิดของเจ้า" ราชาปีศาจถามตาสาโดยทันที

ตาสาที่โดนรุมประนามอย่างหนักหนาเมื่อสักครู่ ก้มหน้าก้มตาตอบ เสียงสั่นพร่า "พระเจ้าข้า... ข้าพระองค์ค่อนข้างแน่ใจ ว่าการทำงานจะนำมาซึ่งความสุขของพระองค์ได้แน่พระเจ้าข้า"


"ความคิดเจ้าประหลาดดี น่าสนใจ ถ้าเจ้ามั่นใจ เราจะลองทำตาม"

ว่าแล้ว พระองค์ก็ดำริ ให้เหล่าอำมาตย์และเสนาบดี คืนงานอันควรเป็นของพระองค์ กลับคืนให้


งานของราชา มหาศาลยิ่งนัก เพียงงานแรกที่ผ่านสายตา ก็เล่นเอาพระองค์ย่ำแย่

"ชาวนา ไม่มีน้ำจะทำมาหากิน"

....

...

.

พระองค์ ทรงหมกหมุ่นอยู่กับงานพระราชกิจชิ้นแรกนั้น ถึงกระทั่งไม่ยอมหลับ ยอมนอน ครุ่นคิดแต่วิธีแก้ปัญหา จะทำการในสิ่งใดดี อันจะเป็นหนทางช่วยประชาชนแห่งพระองค์ได้

....
..
.

ใช่แล้ว! เราก็สร้าง ที่เก็บกักน้ำขึ้นมาสิ เพื่อให้ชาวนาได้มีน้ำใช้ กันตลอดทั้งปี ว่าแล้วก็รีบสั่งงานลงไปทันทีี

งานนี้ ราชาปีศาจทุ่มเต็มที่ ถึงกับยอมลดพระองค์ไปคุมงานเอง ยอมกระทั่ง ช่วยคนงาน ขนหินขุดดิน สารพัดจะทำได้


วันเวลาผ่านไป และผ่านไป ความสุขที่พระองค์มีเริ่มหมดไป ทีละน้อย ทีละน้อย จนสุดท้าย ในพระทัย ทรงเหลือแต่ความกลัดกลุ้ม กังวลกับงานที่ทรงกระทำ มีกระทั่ง ความคิดในพระทัย อันสับสน

'มาทำงานไม่เห็นจะมีสุข รังแต่จะทุกข์ขึ้นสิไม่ว่า'


แต่ด้วยฐิฑิมานะของราชาผู้ปกครองอาณาจักร คำพูดใดที่ผ่านออกจากปากพระองค์ จะบิดพริ้วเป็นไม่ได้ พระองค์จึงทนทำงานต่อไปอย่างเหนื่อยล้า และยากลำบาก...


...
..
.


เวลาก็ผ่านไป และผ่านไป

....

...


ในเช้าวันหนึ่ง พระราชาทรงตื่นขึ้นมาแต่เช้าด้วยเสียงปลุกจากคนงานว่า "เขื่อนสร้างเสร็จแล้วพระเจ้าข้า"


วินาทีที่พระองค์เปิดน้ำให้ไหลเข้าเขื่อน ..... พระองค์ตระหนักรู้ทันทีว่า พระองค์จะหาความสุขได้จากที่ใด


ใบหน้ามอมแมม แต่ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม อย่างสุขใจ ไม่เพียงความสุขของพระองค์ที่เกิดขึ้น จากความสำเร็จของงานที่พระองค์ทำ หากแต่มาจาก รอยยิ้มบนใบหน้าของประชาราษณฎร์ของพระองด์ด้วยเฉกเดียวกัน







ราชาปีศาจรู้แล้วว่า สุขจากการได้รับ สุขจากการมีพร้อมทุกสิ่ง เป็นเพียงสุขลวงๆ ต่างจากสุขจากการให้ เช่นที่พระองค์ได้รับขณะนี้





พระองค์ทรงรู้แล้ว ทรงทราบแล้วว่า จะทำอย่างไร ให้ความสุขกลับมาหาพระองค์ ......


....
..
.











---------------- END ----------------












Create Date : 06 มิถุนายน 2551
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 10:53:34 น.
Counter : 962 Pageviews.

0 comment
ราชาปีศาจ กับ วันจันทร์ ....

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในดินแดนของปิศาจแห่งทิศเหนือ ยังมีราชาปิศาจอยู่ พระองค์หนึ่ง

พระองค์ ทรงเปี่ยมล้นไปด้วยพระราชอำนาจ พระราชทรัพย์ และความสุขเหลือประมาณ จะหาราชาองค์ใดเทียบเท่าก็มิได้ เป็นที่น่าอิจฉาไปทั่วทุกแดนดิน



เช้าวันอาทิตย์ พระองค์บังเอิญเหลือบสายตา ไปทอดพระเนตรโดนปฏิทินเข้า

-*- ความหงุดหงิดเข้าครอบงำพระองค์ทันที

"วันจันทร์ ก็ต้องทำงานอ่ะดิ !? " ทำไงดี ? .... ทำไงดี ? .... ทำไงดี ? ....

ทำไงดี ? .... ทำไงดี ? .... ทำไงดี ? .... ทำไงดี ? ....



"ก็ลบวันจันทร์ทิ้งซะสิ ลบทิ้งทั้งประเทศไปเลย ทุกตนต้องดีใจไปกับเราแน่ๆ" คิดได้ดังนั้น ราชาปีศาจก็สั่งการออกไปทันที พระองค์ ทรงยกเลิกวันจันทร์ทิ้ง


" ฮ่าๆๆๆ ไม่มีวันจันทร์แล้ว ไม่ต้องเริ่มทำงานแล้ว" ราชาปีศาจ กู่ร้องอย่างดีพระทัย


"ราชาปีศาจพระเจ้าข้า เอกสารที่ต้องส่งพรุ่งนี้ เรียบร้อยหรือยังพระเจ้าข้า" เสียงเสนาบดีฝ่ายขวา ร้องบอกมาตั้งแต่หน้าประตู เสียงนั้น ดึงให้ราชาปีศาจเดินเข้าไปหาด้วยความฉงน ..

"ท่านเสนา เรายกเลิกวันจันทร์ไปแล้ว ไม่ต้องทำงานแล้ว ท่านยังจะมาเรียกร้องหาอะไรอีก" ราชาปีศาจตอบกลับด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

"ไม่มีวันจันทร์ แต่พรุ่งนี้เป็นวันอังคาร ที่พระองค์ต้องส่งงานนะพระเจ้าข้า" เสนาบดีตอบตามจริง

"ชิชะ งั้นท่านเสนาฯไปดำเนินการ ลบวันอังคารทิ้งซะ" ราชาสั่งด้วยความโกรธกริ้ว พร้อมสะบัดก้นเดินเข้าห้องนอนต่อ อย่างไม่ใยดี


..........

..........

และแล้ว วันอังคารก็หายไป ตามด้วย วันพธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ .... จนสุดท้าย แม้วันอาทิตย์ ก็ไม่มีเหลือ


'ไม่มีสักวันแล้ว ก็ไม่ต้องทำงาน' ราชาปีศาจนึกกระหยิ่มในใจ


"ราชาปีศาจพระเจ้าข้า เอกสารที่ต้องส่งพรุ่งนี้ เรียบร้อยหรือยังพระเจ้าข้า" เสียงเสนาบดีฝ่ายขวา ร้องบอกมาตั้งแต่หน้าประตู เสียงนั้น ดึงให้ราชาปีศาจเดินเข้าไปหาด้วยความฉงน .. อีกครั้ง!

"ทำไมต้องทำ ไม่มีวันเหลือแล้ว จะทำอะไรได้อีก ไม่ต้องทำงานแล้ว" ราชาปีศาจตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะพอพระทัย

"ถึงไม่มีวันใดๆเหลืออยู่ แต่ก็ยังมีวันพรุ่งนี้ ที่พระองค์ไม่สามารถลบทิ้งได้ เช่นที่พระองค์ไม่สามารถลบเมื่อวานได้อยู่นี่พระเจ้าข้า"




........


ราชาปีศาจ ประกาศใช้วันทั้งเจ็ดเช่นเดิม



---------------- END ----------------










Create Date : 11 เมษายน 2551
Last Update : 11 เมษายน 2551 14:20:42 น.
Counter : 305 Pageviews.

5 comment
ดวงตาของราชาปีศาจ.............

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในดินแดนของปิศาจแห่งทิศเหนือ ยังมีราชาปิศาจอยู่ พระองค์หนึ่ง

พระองค์ ทรงเปี่ยมล้นไปด้วยพระราชอำนาจ พระราชทรัพย์ และความสุขเหลือประมาณ จะหาราชาองค์ใดเทียบเท่าก็มิได้ เป็นที่น่าอิจฉาไปทั่วทุกแดนดิน







หากแต่.. ทุกครั้งที่พระองค์ส่องกระจก ความไม่พอพระทัยก็ผุดขึ้นมาทุกครั้งไป "ทำไมตาของชั้น มันถึงไม่สวยเลยนะ ทั้งเล็ก ทั้งตี่ หางตาก็ตก จะทำยังไงดีน้าา... ??"


ถูกแล้ว สิ่งเดียวที่รบกวนจิตใจของผู้ที่สมบูรณ์พร้อมไปซะทุกเรื่องอย่างพระองค์ คือดวงตาของพระองค์นั่นเอง

ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ...


ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ...

ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ...


ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ... ทำยังไง ? ...



ใช่แล้ว !!? เราก็ไปเอาดวงตาของคนอื่นมาใส่สิ 5555+

เมื่อคิืดได้ดังนั้น พระองค์จึงเรียกเหล่าข้าราชบริภารมาเข้าเฝ้าทันที


เสนาบดี ฝ่ายซ้าย เป็นคนแรกที่เข้าเฝ้า เสนาฯคนนี้ เป็นที่รู้กันไปทั่ว ในความช่างพูด ฉอเลาะ ตลบแตลง เมื่อเสนาบดีมาถึง ราชาปิศาจก็ถามว่า

"ท่านเสนาฯ ท่านว่า ดวงตาของข้า สวยหรือไม่?" พระราชายิงคำถามทันที

พอได้ฟัง เสนาฯแทบจะตอบกลับไปในทันที โดยมิผ่านกระบวนการคิดในสมองเลย

"สวยงามที่สุด ในสามโลกพระเจ้าข้า!" คำตอบหลุดออกไป ตามสันดานติดกมล

"เจ้าโกหก ตาของข้า ทั้งตี่ ทั้งเล็ก ซ้ำหางตายังตก เจ้าจะว่าสวยงามได้ยังไง ในเมื่อดวงตาของเจ้า ฉายให้เห็นแต่สิ่งที่โป้ปดเช่นนี้ เจ้าก็อย่ามีมันไว้เลย"

ว่่าดังนั้น ด้วยอำนาจเหนือใครแห่งราชาปิศาจ พระองค์กระชากตา ทั้งสองข้าง ออกจากหน้าเสนาฯฝ่ายซ้ายทันที

แล้วพระองค์ก็โยนดวงตาของพระองค์ทิ้งไป พร้อมกับนำดวงตาที่ได้จากเสนาฯฝ่ายซ้าย สวมเข้าแทนที่

" เอ๊ะ ทำไมช่างเป็นดวงตา ที่เจ้าเล่ห์เสียนี่กระไร" ความไม่พอใจบังเกิดกับพระองค์อีกครั้ง พร้อมกับการเรียก เสนาบดีฝ่ายขวาเข้ามาพบ

'เสนาฝ่ายขวา เป็นคนเด็ดเดี่ยวซื่อตรง ดวงตาของเค้าต้องสวยงาม เข้ากับเราได้แน่' พระองค์คิดกระหยิ่มในใจ

เสนาบดีฝ่ายขวาเข้ามาพบ ตามคำเบิกตัว

"ท่านเสนาฯ ท่านว่า ดวงตาของข้า สวยหรือไม่?" คำถามเดิม หลุดออกจากปากราชาปิศาจเช่นเดิม

"ไม่สวยงามเลยพระเจ้าข้า ช่างเป็นดวงตาที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจทีเดียว" เสนาฯฝ่ายขวาตอบ ตามตรง เช่นนิสัยของตนทันที

"บังอาจ ! เจ้ากล้าลบหลู่เราถึงเพียงนี้เชียวหรือ ในเมื่อดวงตาของท่าน เห็นแต่ในสิ่งที่เราไม่พอใจ งั้นท่านก็อย่ามีดวงตานั้นติดตัวไว้เลย"
แล้วพระองค์ก็กระชากดวงตาเสนาฯฝ่ายขวาออกมา ด้วยแรงพิโรธ

"อืม.. ดวงตานี้ใหญ่เหลือเกิน กร้าว กระด้าง ไม่เข้ากับหน้าเรา ไม่สวยงามเลย" พระองค์ทรงไม่พอใจอีกครั้งหนึ่ง พร้อมเรียกตัว ตลกหลวงเข้ามาพบ

'เจ้าตลกหลวง มีแต่อารมณ์ขันทั้งวัน ดวงตาของมันต้องสดใสเป็นประกายแน่' พระองค์ทรงกระหยิ่มยิ้มย่องในใจอีกครั้ง

เจ้าตลกหลวงเข้ามาพบ ตามคำเบิกตัว

"เจ้าตลกหลวง เจ้าว่า ดวงตาของข้า สวยหรือไม่?" คำถามเดิม หลุดออกจากปากราชาปิศาจอีกครั้ง

"เอ... ไม่ทราบด้วยเกล้า พระองค์เป็นผู้ชาย จะให้กระหม่อมชม ผู้ชายด้วยกันว่าสวย ก็กระไรอยู่นะพระเจ้าข้า" ตลกหลวง ตอบไปตามอารมณ์ ตลกคนองของตน

"บังอาจ เจ้ากล้าเอาเรื่องความกลุ้มใจของเรามาล้อเล่นเชียวหรือนี่ ถ้าดวงตาของเจ้า มีไว้เพียงแค่ มองหาในจุดด้อยของผู้อื่น ก็อย่ามีไว้กับตัวเลย" แล้วพระองค์ก็กระชากดวงตาตลกหลวงออกมา

"ทำไมตาของข้า ราวกับกำลังหัวเราะอยู่ตลอดเวลา เช่นคนบ้าเยี่ยงนี้ มันไม่เข้ากับหน้าของเราเลย"

แล้วพระราชาก็ทรงเรียกข้าราชบริภารคนอื่นๆ เข้าเฝ้า

.
.
.
.

กระทั่ง ไม่มีดวงตาใดเหลือในวังอีก พระองค์จึงรับสั่งให้ นำพสกนิกรของพระองค์เข้าเฝ้า



.
.
.
.

จนถึงคนสุดท้ายในแผ่นดินของพระองค์ คือปิศาจน้อย เด็กปิศาจตนสุดท้าย ที่ยังมีดวงตาเหลืออยู่ในอาณาจักรของพระองค์

"เจ้าเด็กปิศาจ เจ้าว่า ตาของเราสวยหรือไม่" พระราชาทรงถามคำถามเดิม เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ก็นับไมไ่ด้แล้ว

ปิศาจน้อย ไม่ตอบคำถาม กลับใช้มือของตน ถอดดวงตาทั้งสองข้าง ยกให้ราชาปีศาจ

ราชาปีศาจ ให้งุนงงยิ่งนัก "ทำไม .. เจ้าไม่รักในดวงตาของเจ้าหรือ ถึงได้ยกให้เรา" ราชาปีศาจถามด้วยความสงสัย

"ข้าพระองค์ชื่อ ปิศาจตาสวยพระเจ้าข้า เป็นปิศาจที่ตาสวยที่สุดในแดนดินของพระองค์ จะสวยที่สุดเพราะ ดวงตาของข้าพระองค์สวยที่สุด หรือ จะเป็นเพราะ เป็นดวงตาคู่เดียวที่เหลืออยู่ก็ไม่ทราบได้ หน้าที่ของปิศาจตาสวยอย่างข้าพระองค์ คือการมอบดวงตา ที่สวยที่สุดให้กับคนที่ต้องการ" ปิศาจน้อยอธิบาย

"พระองค์ต้องการดวงตาที่สวยที่สุด ไม่ใช่หรือพระเจ้าข้า?" ปิศาจตาสวยถาม พร้อมยื่นมือ ส่งดวงตาของตนให้แก่ราชาปีศาจ

มืออันสั่นเทา เต็มไปด้วยความกระหายอยากของราชาปีศาจ เอื้อมมาคว้า อย่างเบาบาง พร้อมทั้งสวมมันเข้ากับใบหน้าของพระองค์

"นี่สิ คือดวงตาที่สวยที่สุดในโลก มันช่างเข้ากับใบหน้าของข้าเสียนี่กระไร" พระองค์รำพัน ขณะจ้องมองดวงตาคู่ใหม่ในกระจก

"เป็นยังไง เจ้าปีศาจน้อย ดวงตาของข้าสวยงามมาก ใช่มั๊ยล่ะ?" คำถามในน้ำเสียง ชื่นชมตัวเอง ออกมาจากปากราชาปีศาจ

"ไม่ทราบด้วยกล้า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์หามีดวงตาที่จะแลเห็นความงามนั้นไม่" ปีศาจน้อย ตอบตามจริง

"เออ ! จริงของเจ้า ก็เจ้าไม่มีดวงตานี่เนอะ เอาเถอะๆ ไว้ข้าถามคนอื่นก็ได้" ว่าดังนั้น พระองค์จึงเรียกประชุมข้าราชบริพารของพระองค์ทุกคน ณ ท้องพระโรงใหญ่

เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าแล้ว พระองค์ก็เริ่มอวดดวงตาคู่งามของพระองค์ทันที



"เป็นไงบ้าง ท่านเสนาฯทั้งสอง ดวงตาของข้าสวยงามมากใช่มั๊ยล่ะ?" ราชาปีศาจถามด้วยน้ำเสียง กระหยิ่ม ยินดี

"ไม่ทราบด้วยกล้า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์หามีดวงตาที่จะแลเห็นความงามนั้นไม่" เสนาฯทั้งสองตอบแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน

"เออ ! จริงของเจ้า ก็เจ้าไม่มีดวงตานี่เนอะ เอาเถอะๆ ไว้ข้าถามคนอื่นก็ได้" ว่าแล้วราชาปีศาจก็ถามต่อ

"เจ้าตลกหลวง ดวงตาของข้าสวยงามมาก ใช่มั๊ยล่ะ" น้ำเสียงเหย่อหยิ่ง อวดตัวดังขึ้นจากราชาปีศาจอีกครั้ง

"ไม่ทราบด้วยกล้า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์หามีดวงตาที่จะแลเห็นความงามนั้นไม่" เจ้าตลกหลวง ผู้ปราศจากดวงตา ตอบเช่นเดียวกับเสนาฯทั้งสอง

"เออ ! จริงของเจ้า ก็เจ้าไม่มีดวงตานี่เนอะ เอาเถอะๆ ไว้ข้าถามคนอื่นก็ได้" แล้วพระราชาก็ถามคำถามเดิมต่อไปเรื่อยๆ นับร้อย นับพันคำถาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา มีเพียงประโยคเดียว


"ไม่ทราบด้วยกล้า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์หามีดวงตาที่จะแลเห็นความงามนั้นไม่"

.
.
.
.


ราชาปีศาจ ยังคงเฝ้าถามคำถามนั้นต่อไป



"ดวงตาของข้าสวยงามมากใช่มั๊ยล่ะ ..... "



---------------- END ----------------










Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 10 เมษายน 2551 13:47:56 น.
Counter : 431 Pageviews.

5 comment

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ขออนุญาติ อัพเดทชีวิตผมหน่อยนะครับ ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูกหนึ่งละ

ฝากติดตามชีวิตกลมๆของ พ่อหมี กับลูกหมูด้วยนะครับ

#หมูน้อยร้อยชั่ง